Categories
ข่าว ทั้งหมด

รถบัสบรรทุกนักศึกษา รด.มาเต็มคัน เกิดเสียหลักชนเสาไฟข้างทาง บาดเจ็บระนาว

รถบัสบรรทุกนักศึกษา รด.มาเต็มคัน เกิดเสียหลักชนเสาไฟข้างทาง บาดเจ็บระนาว

เมื่อเวลา 16.30 น. ของวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ 191 สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารชนเสาไฟฟ้าข้างทาง บริเวณถนนสายหัวหิน – หนองพลับ เขตเทศบาลนครหัวหิน มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงประสานรถกู้ภัยมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถานรุดไปยังที่เหตุ บริเวณทางลงช่องเขาด่าน ก่อนถึงร้านตี๋เฮงติ่มซำ ประมาณ 50 เมตร พบรถบัสโดยสาร 6 ล้อ สภาพเก่า สีส้ม หมายเลขข้างรถ 1774 – 4 หมายเลขทะเบียน 10 – 0400 ประจวบฯ วิ่งระหว่างหัวหิน – ปราณบุรี จอดอยู่ริมถนน ในสภาพเพลารถขาด ล้อหน้าหลุด ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ซีกซ้ายเสียหายพังทั้งแถบ ภาพในรถพบผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ชาย/หญิง โรงเรียนหัวหินวิทยาคม จำนวนนับสิบคน ส่งเสียงร้องเจ็บปวดขอความช่วยเหลือกันระงม จึงช่วยกันนำร่างออกจากตัวรถ พบผู้บาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกายจำนวน 8 ราย นำส่ง รพ.หัวหิน ให้แพทย์รักษา

จากการสอบสวนนายวิทยา อ่อนกลิ่น อายุ 75 ปี คนขับรถบัสที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ให้การว่าตนขับรถบัสไปรับนักศึกษา รด. ประมาณ 20 คน ที่เสร็จการอบรมที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มาทางถนนบายพาสชะอำ – ปราณบุรี เข้าตัวเมืองหัวหินเพื่อมาส่งที่โรงเรียน ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง ประกอบฝนตกถนนลื่น มีรถเก๋งขับอยู่ข้างหน้า ตนเบรกไม่ทันกลัวชนท้าย จึงหักหลบรถเสียหลักชนเข้ากับเสาไฟฟ้าและรถแบคโฮที่จอดอยู่ข้างทางอย่างจังจนรถบัสพังยับเยิน ก่อนรถไถลไปจอดหมอบอยู่ข้างทาง ทำให้มีคนเจ็บจำนวนมาก สำหรับรถบัสตนเคยประกาศขายรถเลิกกิจการ หลังวิ่งมานานหลายสิบปี ผ่าน TikTok ในราคา 160,000 บาท แต่ยังไม่ทันมีคนซื้อ ก็มาเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปิดฤดูกาล ! เต่ากระเกาะทะลุ รังที่ 25 ฟักตัวรังสุดท้ายของปี แสดงถึงความสมบูรณ์ของทะเลอ่าวไทย

ปิดฤดูกาล ! เต่ากระเกาะทะลุ รังที่ 25 ฟักตัวรังสุดท้ายของปี แสดงถึงความสมบูรณ์ของทะเลอ่าวไทย

นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) เปิดเผยข่าวดีจากทะเลอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง ว่าเมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม พบการฟักออกของลูกเต่ากระรังสุดท้ายของปี บริเวณชายหาดเกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ รังที่ 25 นี้เป็นรังที่แม่เต่ากระขึ้นมาวางไข่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 รวมจำนวนไข่ทั้งสิ้น 110 ฟอง หลังผ่านระยะเวลาฟัก 2 เดือน ปรากฏว่ามีลูกเต่ากระฟักออกมาสมบูรณ์ จำนวน 20 ตัว คิดเป็นอัตราการรอดตาย 18 เปอร์เซ็นต์ โดยมีไข่เสีย 79 ฟอง ตายแรกเกิด 7 ตัว และไข่ไม่ได้ผสม 4 ฟอง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยามได้นำลูกเต่ากระ ทั้ง 20 ตัว ไปอนุบาลเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ก่อนจะปล่อยคืนสู่ท้องทะเลต่อไป ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ยังคงลาดตระเวนและเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและคุ้มครองพื้นที่วางไข่ของเต่าทะเลในบริเวณนี้

นายเอกฤทธิ์ กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการทำงานอย่างจริงจังภายใต้โครงการของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของไทย โดยเฉพาะแนวปะการัง สิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และสัตว์ทะเลหายาก เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนสืบไป การฟักไข่ของเต่ากระครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าระบบนิเวศทางทะเลของอ่าวไทยกำลังฟื้นตัว และพื้นที่เกาะทะลุยังคงเป็นแหล่งวางไข่ที่สำคัญของเต่าทะเล ซึ่งจะช่วยสร้างความหวังให้กับการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากของไทยในอนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภ.ปราณบุรี ปรับเสริมศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ช่วยลดคดีความในชั้นศาล

สภ.ปราณบุรี ปรับเสริมศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ช่วยลดคดีความในชั้นศาล

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิชิต แสงศิริสุทธิสาร รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ปราณบุรี และพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ประชุมร่วมกับนายวรพจน์ ลิมาคม ประธานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน พร้อมคณะทำงานฯ ที่ สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เพื่อขอข้อมูลเสริมการทำงานของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ของ สภ.ปราณบุรี ให้มีประสิทธิภาพเป็นระบบสากลในการทำหน้าที่ให้บริการประชาชน เพื่อไกล่เกลี่ยในคดีความลหุโทษ เช่นการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย การฉ้อโกง มรดกทรัพย์สินที่ดิน และอื่นๆ ที่สามารถจะเจรจายอมความกันได้ รวมถึงแนวทางในการปฎิบัติหน้าที่ ระหว่างผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาทางคดีความที่เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษกับทาง สภ.ปราณบุรี โดยศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน จะส่งเจ้าหน้าที่รวม 10 คน มาช่วยเสริมการทำงานร่วมกับศูนย์ฯ สภ.ปราณบุรี ทั้งนี้ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน ถือเป็นต้นแบบศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนให้กับสถานีตำรวจต่างๆ ภายในจังหวัดได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ ผกก.สภ.ปราณบุรี ได้นำคณะทำงานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน เข้าเยี่ยมชมห้องปฎิบัติงานต่างๆ ภายใน สภ.ปราณบุรี รวมทั้งเตรียมแต่งตั้งประธานและคณะทำงานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.ปราณบุรี เพิ่มเติมอีก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยยุติคดีความ โดยมีศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน เป็นพี่เลี้ยงในการทำงานต่อไป

ตามที่กระทรวงยุติธรรมให้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เพื่อยกระดับกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงช่วยลดคดีต่างๆ และความขัดแย้งในชุมชน โดยสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ให้ครบทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายน้อย และลดคดีความในชั้นศาล.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ประจวบฯ จัดแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ และประชาชนจำนวนมาก เข้าร่วมพิธีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้อ่านประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 จากนั้น นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และนำผู้เข้าร่วมพิธีร่วมถวายความอาลัยโดยการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที

ตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายทศวรรรษ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงประชาและสร้างความมั่นคงแก่ประเทศ โครงการตามพระราชดำริหลากหลายโครงการล้วนประสพผลสำเร็จ ยังผลให้เกิดการต่อยอดและขยายผลการดำเนินงานสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งโครงการส่งเสริมศิลปาชีพเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งงานหัตถศิลป์แห่งแผ่นดิน โครงการป่ารักน้ำ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เพื่อสร้างความตระหนักแก่ปวงประชาในการร่วมพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้คงความอุดมสมบูรณ์คู่แผ่นดินไทย น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ ล้วนเป็นที่ประจักษ์แจ้ง และก่อให้เกิดสำนึกซาบซึ้งอยู่ใจของพสกนิกรชาวไทยเสมอมา

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้นำพสกนิกรประชาชนชาวประจวบฯ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมกราบถวายบังคมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีถวายความอาลัยแล้ว ผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันลงนามถวายความอาลัย เพื่อแสดงความไว้อาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและแผ่นดินไทยตราบนิจนิรันดร์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน จัดประดิษฐ์ริบบิ้นดำ 9,300 ชิ้น แจกให้ประชาชนร่วมไว้อาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

เทศบาลหัวหิน จัดประดิษฐ์ริบบิ้นดำ 9,300 ชิ้น แจกให้ประชาชนร่วมไว้อาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง”

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วย น.ส.ไพลิน กองพันธ์ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรี นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกฯ สท. และชาวชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลนครหัวหิน พร้อมใจกันประดิษฐ์โบว์ริบบิ้นสีดำ เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนนำไปติดเสื้อที่ด้านซ้ายเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความไว้อาลัยและถวายความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ห้องชมสินธุ์ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า เทศบาลนครหัวหิน ร่วมกับชาวหัวหิน พร้อมใจกันประดิษฐ์โบว์ริบบิ้นสีดำ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และเป็นการถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขั้นแรกจำนวน 9,300 ชิ้น เพื่อแจกจ่ายฟรีให้กับประชาชนทั่วไปที่มีความประสงค์ นำไปติดเสื้อด้านซ้ายเพื่อแสดงความไว้อาลัย อีกทั้งเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีกำลังทรัพย์ในการซื้อเสื้อชุดไว้ทุกข์ สามารถนำโบว์ริบบิ้นสีดำไปติดที่เสื้อได้เช่นกัน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ซึ่งหากมีประชาชนสนใจต้องการอีก ก็จะประดิษฐ์โบว์ริบบิ้นสีดำเพิ่ม ทั้งนี้ประชาชนสามารถมารับโบว์ริบบิ้นสีดำได้ที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ลูกเต่ากระ ฟักตัว 103 ชีวิต อัตรารอดสูง 84% หัวหน้าอุทยานฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

ลูกเต่ากระ ฟักตัว 103 ชีวิต อัตรารอดสูง 84% หัวหน้าอุทยานฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบการฟักไข่ของลูกเต่ากระ รังที่ 24 บนพื้นที่เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ โดยมีลูกเต่ากระ ฟักออกมาเป็นตัวถึง 103 ตัว จากจำนวนไข่ทั้งหมด 122 ฟอง คิดเป็นอัตราการรอดตายสูงถึง 84% ซึ่งการฟักไข่ครั้งนี้ เป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ที่เดินลาดตระเวนและเฝ้าติดตามการขึ้นวางไข่ของเต่ากระ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเต่ากระรังนี้ เป็นรังที่ 24 ที่พบในฤดูกาลนี้ โดยแม่เต่าได้ขึ้นมาวางไข่ไว้ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 และใช้เวลาในการอนุบาลในธรรมชาติจนกระทั่งฟักตัวออกมาในที่สุด โดยลูกเต่ากระที่ฟักออกมาทั้งหมด 103 ตัวนี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม นำไปอนุบาลต่อในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) เฝ้าระวังและเก็บข้อมูลการฟักไข่ของเต่ากระอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเต่ากระทุกตัวจะได้รับการดูแลและมีโอกาสรอดชีวิตในธรรมชาติสูงสุด ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่อ่าวสยาม.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ติดตามสถานการณ์สับปะรด พร้อมขอความร่วมมือโรงงานช่วยรับซื้อจากเกษตรกร

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ติดตามสถานการณ์สับปะรด พร้อมขอความร่วมมือโรงงานช่วยรับซื้อจากเกษตรกร

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณผลผลิตสับปะรดและราคาการรับซื้อสับปะรดของจังหวัดประจวบฯ ภายหลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานแปรรูปสับปะรดในพื้นที่อำเภอกุยบุรี – สามร้อยยอด – ปราณบุรี โดยได้รับฟังปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะจากโรงงานแปรรูปสับปะรด และเน้นสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ในการผลิตสับปะรดคุณภาพ ลดสารไนเตรทตกค้างในผลผลิต พร้อมขอความร่วมมือโรงงานแปรรูปผลผลิตสับปะรด ในการรับซื้อผลผลิตสับปะรดจากเกษตรกร จากการติดตามสถานการณ์ในวันนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568 ถึงแม้จะมีปริมาณผลผลิตสับปะรดของเกษตรกรในจังหวัดออกมามาก แต่จะเป็นการกระจุกตัวในช่วงระยะสั้นๆ ซึ่งโรงงานอุตสาหกรรมมีความพร้อมในการเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายได้ ไม่เกิดผลกระทบต่อผลผลิตและเกษตรกร.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เดินหน้าพัฒนาพื้นที่เขตการรถไฟฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

ประจวบฯ เดินหน้าพัฒนาพื้นที่เขตการรถไฟฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะทำงานร่วม ระหว่าง จ.ประจวบฯ กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อการพัฒนาพื้นที่ ครั้งที่ 1 ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารเทศบาล และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 อำเภอ พร้อมด้วยผู้แทนจาก รฟท. สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ร่วมประชุม เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง จ.ประจวบฯ และ รฟท.ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่เขตทางรถไฟและพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องในจังหวัดประจวบฯ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลด้านการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และการจัดการด้านสาธารณภัย

โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานพื้นที่ ที่ได้รับความร่วมมือจาก รฟท.ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณทางรถไฟ และปัจจุบันดำเนินการสำเร็จแล้ว คือโครงการปรับปรุงสระน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำข้างทางรถไฟ หมู่ 1 ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ ขนาดกว้าง 14 เมตร ยาว 60 เมตร ลึก 3 เมตร เก็บน้ำได้ประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตร สนับสนุนงบประมาณโดย อบต.ห้วยทราย ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณทางรถไฟ และสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็กไว้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส่วนอีกโครงการเป็นการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ คือโครงการกำจัดวัชพืชตะกอนดิน ร่องน้ำทศกัณฑ์ เลียบทางรถไฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว

จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณารับหลักการกำหนดพื้นที่เป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ ที่เกี่ยวเนื่องกับเขตของการรถไฟฯ ได้แก่ การพัฒนาสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน เพื่อเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำ เชื่อมต่อระบบระบายน้ำจากพื้นที่สูงเข้าสู่สนามกอล์ฟและคลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมทางรถไฟ สถานีรถไฟ พื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจในเขตเทศบาลนครหัวหิน การพัฒนาพื้นที่เขตรถไฟทางคู่ เพื่อป้องกันน้ำท่วม เพิ่มพื้นที่ระบายน้ำ และกักเก็บน้ำช่วงหน้าแล้ง พร้อมการปรับทัศนียภาพเพื่อการท่องเที่ยว การพัฒนาปรับปรุงสะพานข้ามทางรถไฟรูปตัวยู และทางขึ้นลง 32 แห่ง ซึ่ง รฟท.จะนำร่องดำเนินการปรับปรุงผิวการจราจรสะพานข้ามทางรถไฟ ถ.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบฯ เป็นแห่งแรกในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเรื่องการขอใช้ที่ดินของ รฟท.ใน ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบฯ เพื่อการพัฒนาสถานีจอดรถโดยสารประจำทางในจังหวัดประจวบฯ รวมทั้งการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน บริเวณเชื่อมต่อเขตทางรถไฟ โดยหลังจากนี้ จ.ประจวบฯ และ ร.ฟ.ท.จะมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกัน เพื่อให้การดำเนินโครงการต่างๆ เห็นผลเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน จ.ประจวบฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง จ.ประจวบฯ กับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อการพัฒนาพื้นที่ โดยมีที่ปรึกษาประกอบด้วย ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และผู้ว่าการรถไฟฯ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน และมีคณะทำงานประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัด โดย รฟท.มีอำนาจหน้าที่ ได้แก่ 1. กำหนดแนวทางและรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางรถไฟและพื้นที่ ที่เกี่ยวเนื่องให้เป็นไปตามกฎหมายผังเมืองและนโยบายการพัฒนาของจังหวัด กำกับดูแลการจัดการของหน่วยงานให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด 2. จัดทำและเสนอแผนการดำเนินงาน หรือโครงการร่วมระหว่าง จ.ประจวบฯ และ รฟท.เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจของจังหวัด สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 3. สำรวจและกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่เหมาะสมต่อการพัฒนา 4. จัดประชุม ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ พร้อมเสนอข้อปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพ อย่างน้อยไม่เกิน 6 เดือน ต่อ 1 ครั้ง 5. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาในภาพรวม 6. รายงานผลภารดำเนินงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าการรถไฟฯ เป็นระยะ 7. ก่อนการดำเนินงาน ให้รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และผู้ว่าการรถไฟฯ เห็นชอบก่อนการดำเนินการ 8. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ และผู้ว่าการรถไฟฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า จากสายใยพระเมตตา สมเด็จพระพันปีหลวง สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่ราษฎร

ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า จากสายใยพระเมตตา สมเด็จพระพันปีหลวง สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่ราษฎร

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงติดตามเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในทุกแห่งหนทั่วประเทศ และดำเนินพระราชกรณียกิจโครงการต่างๆ เพื่อบำบัดทุกข์และบำรุงสุขแก่พสกนิกรของพระองค์ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่ปวงชนชาวไทย ซึ่งศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า เป็นอีกหนึ่งโครงการในพระราชดำริของโครงการศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

จากเอกสาร “สืบสายใยพระเมตตา” ในการแสดงแบบเสื้อจากผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยหน้าพระที่นั่ง ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2537 ได้กล่าวถึงพระราชดำริครั้งแรกในการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมสืบเนื่องมาเป็นศิลปาชีพ ดังนี้

ประวัติความเป็นมาของศิลปาชีพ เริ่มต้นจากความสนพระราชหฤทัยอย่างจริงจังของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในอันที่จะส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมของราษฎร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนหมู่บ้านต่างๆ ขณะตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักในต่างจังหวัด พระราชดำริครั้งแรกในการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรม มีขึ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2508 ระหว่างประทับที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรที่หมู่บ้านเขาเต่า และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงชักชวนให้หญิงชาวบ้านหัดทอผ้าฝ้ายขาย โดยโปรดเกล้าฯ ให้จัดหาครูทอผ้าจากจังหวัดราชบุรี มาช่วยสอนให้ ปรากฏว่ากิจการทอผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นพื้นเมืองดำเนินไปด้วยดีพอสมควร ถือได้ว่าเป็นพระราชกรณียกิจแรกทางด้านการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมแก่ราษฎร ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงริเริ่มขึ้น และมีพระราชดำริให้ส่งเสริมอาชีพทอผ้าฝ้ายด้วยกี่กระตุก เนื่องจากในช่วงมรสุม ชาวประมงในหมู่บ้านจะว่างงานประกอบอาชีพไม่ได้ ในระยะแรกใช้บริเวณใต้ถุนศาลาวัดเขาเต่า ในการฝึกทอผ้า ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2509 มีราษฎรน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินประมาณ 3 ไร่เศษ จึงได้มีการสร้างศูนย์ฝึกอบรมทอผ้าบ้านเขาเต่าที่ใช้ประโยชน์อยู่ในปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ มาทรงเยี่ยมศูนย์ฝึกอบรมทอผ้าบ้านเขาเต่า 4 ครั้ง โดยครั้งแรกได้พระราชทานรางวัลเหรียญทองคำให้แก่นักเรียนทอผ้าที่มีความขยัน จำนวน 13 ราย

นางณัฐากาญจน์ เอี่ยมสำอางค์ อายุ 76 ปี ประธานกลุ่มศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า เล่าว่า ครั้งแรกที่ได้เข้ามาในโรงทอผ้าเขาเต่า รู้สึกประหม่านิดหน่อย ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จมาและท่านได้ถามเราว่า “เป็นไงบ้างคะ สบายดีไหม ?” ชาวบ้านทั้ง 13 คน ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเลยสักคำ ได้แต่ยิ้มอย่างเดียว เพราะพวกเราประหม่าและไม่กล้าพูด ไม่รู้จะใช้คำศัพท์แบบไหน พระองค์ท่านได้มาสอนพวกเราทุกอย่าง เกี่ยวกับการทอผ้า ชนิดของผ้า จะมีการยกดอก ยกดอกก็มีหลายลาย มีผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ มีตัดเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งเราได้มีโอกาสถวายพระองค์ท่าน 2 ครั้ง ที่เมืองทองธานี

ความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ท่านหาที่สุดมิได้ รักพระองค์มาก รักโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบังคับ รักแบบชื่นชมและบูชา ทั้งสองพระองค์ ท่านเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ เป็นทั้งผู้ให้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ท่านให้มา ทำให้ทุกคนชาวเขาเต่าได้มีอาชีพมีรายได้มาจนถึงทุกวันนี้ รู้สึกปลาบปลื้มเป็นล้นพ้น จึงสั่งลูกสั่งหลานให้ทำอาชีพนี้ต่อไป ถึงแม่จะเสียชีวิตไปแล้ว ก็ขอให้ทำต่อไป

นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์ฝึกอบรมทอผ้าเขาเต่า ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 – พ.ศ. 2536 รวม 29 ปี และได้หยุดการดำเนินงานทอผ้าในปี พ.ศ. 2536 – 2545 รวม 9 ปี ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน เช่น ค่าจ้าง แรงงาน สมาชิกที่ทอผ้า และขาดการสนับสนุนต่างๆ จากหน่วยงานราชการ ทั้งภาครัฐและเอกชนด้านตลาดและอื่นๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ว่าราชการจังหวัด (นายประสงค์ พิทูรกิจจา) นายอำเภอหัวหิน (นายนิพันธ์ ชลวิทย์) และเทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับคณะกลุ่มแม่บ้านเขาเต่าที่มีความประสงค์จะอนุรักษ์และฟื้นฟูการทอผ้าให้คงอยู่ จึงได้ร่วมกันพัฒนาปรับปรุง ซ่อมแซม ตัวอาคารสถานที่ที่ชำรุดหักพัง และเปลี่ยนหลังคาเดิมเป็นสังกะสี มาเป็นหลังคามุงกระเบื้องและทำห้องน้ำ โดยได้รับความร่วมมือจากราษฎรในพื้นที่ คณะนักศึกษาที่มาพักแรม คณะทหารจากหาดทรายใหญ่ซึ่งขณะนี้ได้รับงบประมาณจากเทศบาลเมืองหัวหินในการบูรณะต่อเติมอาคารสถานที่ในการทอผ้า อาคารแสดงสินค้า และอื่นๆ ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มทอผ้า จำนวน 25 คน ได้รับความอนุเคราะห์จากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 8 นำอาจารย์มาสอนการทอผ้ายก ดอกแบบต่างๆ อีกมากมายและทางกลุ่มได้ขึ้นทะเบียนหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ผ่านการคัดสรรในระดับจังหวัด 4 ดาว ในปี 2546 จึงได้พัฒนาฟื้นฟูการทอผ้ามาจนถึงปัจจุบันนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมดูงานท่าเทียบเรือจังหวัดระนอง เชื่อมโยงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ 2 จังหวัด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมดูงานท่าเทียบเรือจังหวัดระนอง เชื่อมโยงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ 2 จังหวัด

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายวีระ ศรีวัฒนตระกูล อดีตผู้ว่าประจวบฯ และเป็นนายกสมาคมส่งเสริมพัฒนาการค้า การลงทุน ประจวบฯ – มะริด นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 และคณะ ร่วมศึกษาดูงานด้านการค้าชายแดนประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่จังหวัดระนอง และร่วมประชุมพูดคุยหารือประเด็นสถานการณ์การค้าชายแดนกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง และท่าเทียบเรือจังหวัดระนอง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโอกาสเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การลงทุน และเป็นโมเดลให้กับจังหวัดประจวบฯ ในอนาคตที่จังหวัดระนอง

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่า ในช่วงเช้าได้ไปดูงานที่บริเวณท่าเทียบเรือจังหวัดระนอง ที่ดูแลโดยองค์การสะพานปลา ซึ่งมีการประมูลปลาในทุกๆ วัน ทำให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำนานาชนิดและการบริหารจัดการในการประมูล การขนถ่าย การขนส่งไปยังที่หมายปลายทาง ทั้งนี้ท่าเทียบเรือที่ดูแลโดยการท่าเรือแห่งประเทศไทยจังหวัดระนอง เป็นท่าเรือที่รองรับการขนส่งจากประเทศไทยไปสู่ต่างประเทศของฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ซึ่งสามารถจะเชื่อมโยงมายังจังหวัดประจวบฯ ผ่านท่าเรือประจวบฯ ที่อำเภอบางสะพาน รวมถึงการเชื่อมต่อการขนส่งระบบราง พร้อมกันนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ที่เชื่อมโยงการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนระหว่างไทยกับเมียนมา ว่าการปฏิบัติในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไร ซึ่งต่อไปจะสามารถนำมาเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบฯ ได้ในอนาคต.