Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาฯ ผู้บริโภคประจวบฯ ถอดบทเรียนรถทัวร์มรณะ ! ดันมาตรการใหม่ รถนักเรียนต้องปลอดภัยก่อนออกถนน

สภาฯ ผู้บริโภคประจวบฯ ถอดบทเรียนรถทัวร์มรณะ ! ดันมาตรการใหม่ รถนักเรียนต้องปลอดภัยก่อนออกถนน

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 สภาองค์กรของผู้บริโภคประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดประชุมกลไกภาคีเครือข่ายการจัดการรถนักเรียนปลอดภัย และพัฒนาเส้นทางเดินทางรถนักเรียนปลอดภัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ห้องประชุมอนุสรณ์ 100 ปี โรงเรียนประจวบวิทยาลัย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียนอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม

น.ส.ธนพร บางบัวงาม กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุจากการจราจร โดยเฉพาะรถรับส่งนักเรียน ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การเดินทางไปกลับโรงเรียนของนักเรียนถือเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่มีความสำคัญสูงสุด หน่วยงานจึงได้ดำเนินโครงการ “ประจวบพัฒนาเมืองระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” อย่างต่อเนื่อง ตามที่นายสุรัติ มัจฉา เสนอมา ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมภาคีเครือข่ายในพื้นที่

น.ส.ธนพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานศูนย์ฝึกป้องกันและบรรเทาความไม่ปลอดภัยบนท้องถนนของเด็กและเยาวชน โดยใช้กลไกความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม เพื่อขับเคลื่อนงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องในระดับจังหวัด นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถทัวร์สายกรุงเทพฯ – นาทวี เสียหลักตกถนนชนต้นไม้ บริเวณถนนเพชรเกษม อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งวงเงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.เดิมไม่เพียงพอ

สภาองค์กรของผู้บริโภคจังหวัดประจวบฯ จึงประสานงานให้มีการเพิ่มวงเงินคุ้มครองอุบัติเหตุจาก 10 ล้านบาท เป็น 20 ล้านบาทต่อครั้งสำหรับรถยนต์ และเพิ่มรถจักรยานยนต์จาก 5 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาทต่อครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างเหมาะสม

ด้านนายสุรัติ มัจฉา เปิดเผยว่า ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 จะจัดอบรมผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียน ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 61 คัน เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและยกระดับมาตรฐานรถ ให้มีความพร้อมและปลอดภัยก่อนขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง โดยรถนักเรียนดังกล่าวให้บริการนักเรียนโรงเรียนประจวบวิทยาลัย และวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์เป็นหลัก ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านระบบรถนักเรียนปลอดภัยระดับจังหวัด รวมถึงเป็นศูนย์เรียนรู้ให้สถานศึกษาอื่นในพื้นที่เข้ามาศึกษาดูงานได้ในอนาคต นายสุรัติ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีโรงเรียนที่พัฒนาระบบรถนักเรียนปลอดภัยในระดับต้นแบบ ประมาณร้อยละ 20 เท่านั้น การขับเคลื่อนกลไกครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการลดอุบัติเหตุ และป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับนักเรียนในระยะยาว

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานคุมประพฤติ ตลอดจนผู้แทนจากสถานศึกษาและภาคประชาสังคม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดเป้าหมายสำคัญร่วมกัน 2 ประการ คือ 1. กำหนดแนวทางและมาตรการความปลอดภัยรถนักเรียนให้เป็นรูปธรรม 2. สำรวจ ประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนปรับปรุง เส้นทางนำร่องรถนักเรียนปลอดภัย 1 เส้นทาง ที่โรงเรียนประจวบวิทยาลัย

การบูรณาความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพระบบขนส่งนักเรียนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้มีความปลอดภัย เป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดโครงการป้องกันบาดเจ็บจากจราจรทางถนน และปล่อยขบวนรณรงค์ขับขี่สวมหมวกนิรภัย 100%

ประจวบฯ เปิดโครงการป้องกันบาดเจ็บจากจราจรทางถนน และปล่อยขบวนรณรงค์ขับขี่สวมหมวกนิรภัย 100%

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับ นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เปิดโครงการป้องกันการบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน จ.ประจวบฯ ที่ลานกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบฯ กล่าวรายงาน และมี นพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5 นพ.อมรเทพ บุตรกตัญญู นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ พญ.ปทุมมาลย์ ศิลาพร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จ.ราชบุรี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา ประธานมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองฯ คณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด คณะผู้บริหาร รพ.ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างประจวบฯ เจ้าหน้าที่ศูนย์สั่งการฯ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ 1669 เจ้าหน้าที่และบุคลากร รพ.ประจวบฯ เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นักเรียนโรงเรียนประจวบวิทยาลัย นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคประจวบฯ ตลอดจนผู้มาใช้บริการภายในโรงพยาบาลเข้าร่วม

ทั้งนี้ ก่อนพิธีเปิด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้นำผู้ร่วมพิธี ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที และร่วมรับชมวิดิทัศน์ นำเสนอการดำเนินงานการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดประจวบฯ

จากนั้นผู้ว่าฯ ได้ตัดริบบิ้นเปิดงานพร้อมกับ นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 และร่วมมอบรางวัลบุคคลต้นแบบขับขี่ปลอดภัย “Hero หมวกกันน็อก” จำนวน 25 รางวัล ทั้งนี้ นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 ได้กล่าวมอบนโยบายงานการป้องกันการบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน โดยบูรณาการร่วมกันทำงานระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ต่อมาคณะผู้ตรวจฯและผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมบูธนิทรรศการ การจัดบริการของแต่หน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านอุบัติเหตุทางถนนจังหวัด และคลินิกเวชศาสตร์การจราจร และร่วมปล่อยขบวนรณรงค์ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย 100% ทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อนท้าย เพื่อลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าฯ ประจวบฯ กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนถือเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเส้นทางคมนาคมสายหลัก การเดินทางท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนขาดความตระหนักด้านความปลอดภัย ย่อมก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจัดโครงการในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อร่วมกันป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมสร้างความรู้ การฝึกทักษะการช่วยเหลือเบื้องต้น การรณรงค์สวมหมวกนิรภัย การใช้เข็มขัดนิรภัย และการเสริมสร้างวินัยจราจรที่ถูกต้อง

นายสิทธิชัย กล่าวต่อว่า ขอชื่นชมโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเชิงรุก และร่วมกันดำเนินงานอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น ตนจึงมีความเชื่อมั่นว่า โครงการในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย และนำไปสู่การลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ด้าน นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบฯกล่าวว่า จากสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย เป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีถนนสายหลักได้แก่ ถนนเพชรเกษม ที่เชื่อมต่อระหว่างภาคกลางสู่ภาคใต้ มีระยะทางยาวมากกว่า 200 กิโลเมตร มีปริมาณการจราจรหนาแน่น มีรถบรรทุกและรถโดยสารทางไกล ต้องผ่านจังหวัดเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ สถิติการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีอัตราตายจากอุบัติเหตุทางถนน 38.66 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2567 มีแนวโน้มลดลง แต่สูงกว่าเป้าหมายของประเทศที่กำหนดให้อัตราตายจากอุบัติเหตุทางถนนไม่เกิน 20.18 ต่อแสนประชากรแสนคน ในปี 2569 แนวโน้มของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นวัยแรงงาน เป็นผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย เมาแล้วขับและขับรถเร็วเกินจากที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่องในทุกปี

ดังนั้น โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ จัดทำโครงการป้องกันการบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้น เพื่อ
1. สร้างความรู้ ความตระหนัก และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนแก่ประชาชน 2. พัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุแบบบูรณาการ 3. ส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนตามแนวคิด “One Province One Road Safety” 4. ลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเปิดคลินิกเวชศาสตร์การจราจร โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เพื่อการประเมินสมรรถภาพผู้ขับขี่ การสาธิตการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) การจัดบูธนิทรรศการความปลอดภัยทางถนน เช่น Safe Drive Zone, Car Seat Bank, My Head My Life รวมถึงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย และการให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจร โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด (คปภ.) บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ และมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน ตลอดจนเจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน และร่วมแรงร่วมใจในการขับเคลื่อนโครงการในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดฝึกอบรมการแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทย ชูซอฟต์พาวเวอร์สู่เวทีระดับโลก

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดฝึกอบรมการแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทย ชูซอฟต์พาวเวอร์สู่เวทีระดับโลก

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมการแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทย‘Yutthasilp Muaythai Prachuapkhirikhan’ระหว่างวันที่ 17 – 18 ธันวาคม ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบฯ มีร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ โดยมีบุคลากรทางการศึกษาเข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 60 คน กิจกรรมประกอบด้วย การฝึกทักษะไหว้ครู และท่าไหว้ครูมวยไทยโดยวิทยากรที่ผ่านการอบรม A License ของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย การฝึกทักษะท่าแม่ไม้ และท่าลูกไม้ ใช้สำหรับการแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทย โดยวิทยากรที่ผ่านการอบรม A License ของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย และการมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้ผ่านการฝึกอบรม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ ส่งเสริมกีฬามวยไทยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะมวยไทยที่เป็นรูปแบบของยุทธศิลป์มวยไทย เพื่ออนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย ครั้งนี้ได้กำหนดจัดแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทย จำนวน 4 สนาม ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2569 เพื่อเป็นการสืบสานศิลปะวัฒนธรรมมรดกของชาติไทย เผยแพร่และส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก พร้อมทั้งส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเชิงวัฒนธรรม สามารถที่จะต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ในอนาคต การแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทยถือว่าเป็นศิลปะทางวัฒนธรรมของชาติไทย ที่นำเอาทักษะแม่ไม้มวยไทย ลูกไม้มวยไทย มาแข่งขันโดยมีหลักเกณฑ์ตามที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกำหนด การจัดอบรมฝึกการแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทยเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ครูผู้สอนได้ทราบถึงทักษะแม่ไม้มวยไทย ท่าลูกไม้มวยไทย สามารถนำไปถ่ายทอดให้กับผู้เข้าแข่งขันได้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แสตมฟอร์ด นำบัณฑิตนานาชาติทั่วโลกถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง ในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 26

แสตมฟอร์ด นำบัณฑิตนานาชาติทั่วโลกถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง ในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 26

วันที่ 14 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดจัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 26 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยในปีนี้มีบัณฑิตระดับปริญญาเอก ปริญญาโทและปริญญาตรี รวมทั้งสิ้น 1,226 คน จาก 32 ประเทศทั่วโลก พิธีการสำคัญเริ่มต้นด้วยการถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัย นำคณะทูตประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทย คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ ศิษย์เก่าและบัณฑิตทุกระดับชั้นร่วมแสดงความอาลัย พร้อมกล่าวน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อการขับเคลื่อนพันธกิจของมหาวิทยาลัย ในการมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาและสร้างความร่วมมือระดับสากล

ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ได้จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรภายใต้แนวคิด “Empower Graduates: Global Graduation, Global Change” สะท้อนความเชื่อมั่นว่าบัณฑิตจากแสตมฟอร์ดจะเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมด้วยความรู้ ความสามารถ และมุมมองสากล ตามพันธกิจ “4-I” ของมหาวิทยาลัยประกอบด้วย Internationality การเสริมสร้างความเป็นนานาชาติผ่านสภาพแวดล้อมวัฒนธรรมและการเรียนรู้ที่หลากหลาย Industrial linkages การเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม Innovation การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ และ Integrity การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม หล่อหลอมบัณฑิตให้มีความพร้อมในการก้าวสู่โลกยุคใหม่และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ประเทศไทยและประชาคมโลก

นอกจากนี้ได้มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นให้แก่ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จและสร้างคุณประโยชน์ในหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบัณฑิตใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิษย์เก่าดีเด่นจากวิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในปีนี้ ได้แก่ ดร.สมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ นายชลวิวัฒน์ โฆษิตชัยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวหินสาร จำกัด น.ส.สวาท แซ่ตัน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาสมุทรสาคร น.ส.สุทธิกานต์ วัชระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เติมเต็ม พร็อพเพอร์ตี้เซอร์วิส จำกัด น.ส.จันทิมา เจียงวิลาวัณย์ กรรมการผู้จัดการ หจก.จันเจียงฟู้ดส์ โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ ในปีนี้ อาทิ น.ส.จินตนา เหมไอยรา รองนายกเทศมนตรี ต.บางแพ จ.ราชบุรี พ.ต.ต.สารัช เภาศรี สว.สอบสวน สภ.แก่งกระจาน จบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต MPA คุณระวิยา ไชยสวัสดิ์ CEO บริษัท ระวิยา แลนด์แอนเฮ้าส์ จำกัด หัวหิน เกียรตินิยม อันดับหนึ่ง หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA เป็นต้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มบริษัทพราวคืนกำไรสู่สังคม เปิดโครงการส่งเสริมสุขภาพให้ชาวหัวหิ

กลุ่มบริษัทพราวคืนกำไรสู่สังคม เปิดโครงการส่งเสริมสุขภาพให้ชาวหัวหิน

วันที่ 14 ธันวาคม 2568 นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว และพราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดโครงการชุมชนสุขภาพดี สู่ความสุขที่ยั่งยืน ที่โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน พร้อมด้วยผู้บริหารจากโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน, บลูพอร์ต หัวหิน, สวนน้ำวานา นาวา ให้การต้อนรับ มีนักเรียนและประชาชนจำนวนมากในพื้นที่เข้ารับบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น และฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ กว่า 300 เข็ม จากทีมแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน นำโดย พญ.แพรวพรรณ เจริญศรีทองกุล และ พญ.กฤตยา กุศลรักษ์

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อาทิ การสาธิตการคัดแยกขยะ การทำปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหารในครัวเรือน กิจกรรมวาดภาพเพ้นท์สี รวมถึงการแสดงและสาธิตศิลปะกีฬาเทควันโดและมวยไทย โดย “วิว เยาวภา บุรพลชัย” อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิงเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะและพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาในอนาคต

นายพสุ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของกลุ่มบริษัทพราว และพราว เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “ALL IS WELL เพื่อชีวิตดีที่ยั่งยืน” โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ในการส่งเสริมและยกระดับสุขภาพของชุมชนท้องถิ่นให้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง มุ่งคืนกำไรสู่สังคมและชุมชนในพื้นที่ ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยในปี 2568 ได้จัดกิจกรรมในพื้นที่หัวหิน 2 ครั้ง กรุงเทพฯ 1 ครั้ง และภูเก็ต 1 ครั้ง รวม 3 พื้นที่ 4 ครั้ง และจะเดินหน้าดำเนินโครงการเพื่อสังคมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง ในปี 2569.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คุมประพฤติประจวบฯ รวมพลังภักดีอาสาสมัครคุมประพฤติต้านยาเสพติด ปล่อยขบวนอาสาฯ สอดส่องชุมชน พร้อมกันทั่วประเทศ

คุมประพฤติประจวบฯ รวมพลังภักดีอาสาสมัครคุมประพฤติต้านยาเสพติด ปล่อยขบวนอาสาฯ สอดส่องชุมชน พร้อมกันทั่วประเทศ

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 จากการเปิดเผยของนายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ว่าเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา นำคณะอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) จ.ประจวบฯ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ เข้าร่วมเปิดงาน kick off โครงการพลังภักดีอาสาสมัครคุมประพฤติร่วมต้านยาเสพติด ประกาศพลังอาสาสมัครคุมประพฤติจากทั่วประเทศ ที่ห้องประชุมสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ โดยรับชมการถ่ายทอดสดจากส่วนกลางผ่านระบบออนไลน์ ที่ได้ทำการถ่ายทอดสดพิธีเปิดกิจกรรมดังกล่าว ณ โถงห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่งมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานโครงการดังกล่าว มี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวรายงาน ซึ่งภายในงาน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคแต่ละสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดต่างๆ ร่วมจัดพิธีกล่าวถวายอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยืนสงบยิ่งเป็นเวลา 93 นาที จากนั้นมีพิธีกล่าวปฏิญาณตน ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด ปล่อยขบวนอาสาสมัครคุมประพฤติลงพื้นที่ทั่วประเทศ ชูบทบาทเครือข่ายภาคประชาชนต้านยาเสพติด ดูแลผู้กระทำผิด

ในส่วนสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงาน ได้ดำเนินการมอบหมายงานคดียาเสพติด เพื่อให้อาสาสมัครคุมประพฤติ ได้ออกปฏิบัติงานเยี่ยมเยียน สอดส่องให้คำปรึกษา ช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้กระทำผิดในพื้นที่ในชุมชนของตน ซึ่งวันนี้ได้กำหนดเป้าหมายลงพื้นที่ อ.เมือง และ อ.บางสะพานน้อย เพื่อออกสอดส่องเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจผู้ถูกคุมประพฤติ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเข้าอกเข้าใจกัน เพื่อคืนคนดีสู่สังคมต่อไป

นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ มีภารกิจหน้าที่ติดตามสอดส่องผู้ถูกคุมประพฤติจากคดียาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดยาเสพติด หรือผู้เสพยาเสพติด ซึ่งเรามีกำลังสำคัญที่เรียกว่าอาสาสมัครคุมประพฤติ หรือ อ.ส.ค. ที่จะคอยสอดส่องติดตามและให้คำปรึกษาผู้ถูกคุมประพฤติเรื่องยาเสพติด สามารถมีแนวทางในการดำเนินชีวิตและกลับตัวกลับใจ ไม่หวนเสพซ้ำได้ ทั้งนี้เชื่อได้ว่า ด้วยประสบการณ์ของอาสาสมัครคุมประพฤติในแต่พื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานจังหวัดประจวบฯ ซึ่งครอบคลุมทั้งหมด 5 อำเภอ ได้แก่ อ.กุยบุรี อ.เมือง อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย ย่อมมีเทคนิคในการพูดคุยจูงใจ ทำอย่างไม่ให้มีคนหวนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ และยังสามารถเชื่อมโยงกลุ่มคนเหล่านี้ ให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติฯ เรามีหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมให้การทำงานของเจ้าหน้าที่คุมประพฤติและอาสาสมัครคุมประพฤติ สามารถทำงานได้โดยสะดวก เต็มที่ และบรรลุเป้าหมายมากขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สุวัจน์ฉลองใหญ่ครบรอบ 10 ปี บลูพอสุวัจน์ฉลองใหญ่ครบรอบ 10 ปี บลูพอร์ตหัวหิน มอบความสุขส่งท้ายปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตาร์ตหัวหิน มอบความสุขส่งท้ายปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา

สุวัจน์ฉลองใหญ่ครบรอบ 10 ปี บลูพอร์ตหัวหิน มอบความสุขส่งท้ายปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน เปิดฤดูกาลแห่งความสุข ด้วยงานเฉลิมฉลองคริสต์มาส พร้อมพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาส ประจำปี 2568 สัญลักษณ์แห่งฤดูกาลท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดของหัวหิน โดยปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้นในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ของบลูพอร์ตหัวหิน สะท้อนบทบาทของการเป็นแหล่งที่ร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของเมืองหัวหินมาอย่างต่อเนื่อง งานปีนี้ได้เนรมิตบรรยากาศอบอุ่นและงดงามยิ่งกว่าเดิม ในธีม Christmas Village หมู่บ้านคริสต์มาสแสนอบอุ่นกลางหัวหิน ทำให้บริเวณลานเดอะสแควร์ ด้านหน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต กลายเป็นจุดถ่ายภาพและเช็กอินประจำเทศกาลที่ทุกคนต้องมาเยือน พร้อมการแสดงคริสต์มาสโชว์อย่างตื่นตาตื่นใจ

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน จากนั้นนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานพร้อมอวยพรส่งความสุขในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ 2569 พร้อมด้วยนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน, น.ส.วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคกลาง ททท., พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภาค 7, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน, นายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอหัวหิน, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ, นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), นายธนกร อนันต์ประกฤติ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจขายปลีกน้ำมัน บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณอินธิอร จิรพรดีศร ผู้จัดการอาวุโสด้านการบริหารแบรนด์ Evian, และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญครั้งนี้ โดยไฮไลท์พิธีเปิดตื่นตาตื่นใจไปกับต้นคริสต์มาสประดับไฟสีสันสดใสนับหมื่นดวง พร้อมโชว์พิเศษจากศิลปินรับเชิญชื่อดัง ‘ลิเดีย ศรัณย์รัชต์’ที่มาร่วมมอบความสุขเสียงเพลงให้ทุกท่าน นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมพิเศษ จุดถ่ายรูป ตัวตลกโบโซ่ & คณะคาร์นิวัล และหิมะจำลองให้ถ่ายรูปสวยๆ เก็บความประทับใจกันทุกศุกร์ – อาทิตย์ รอบ 18.00 – 18.20 น. และ 20.00 – 20.20 น. อีกด้วย

ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา บลูพอร์ตหัวหิน ได้ร่วมทำงานกับพันธมิตรมากมาย ทั้งภาครัฐ เอกชน โรงแรม ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและชุมชน สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์ และในปี 2026 บลูพอร์ตหัวหิน ยังคงเดินหน้าพัฒนาเปิดตัวร้านค้าและแหล่งท่องเที่ยวใหม่หลากหลายประเภท ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็น HarborLand สวนสนุกในร่ม ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากเด็กและครอบครัว, Sportsworld ร้านค้าปลีกรวมสินค้ากีฬาแบรนด์ดัง, สวนพฤกษาภิรมย์ (Art Botanic Garden) พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ของเมืองหัวหิน ที่ผสานบรรยากาศธรรมชาติของต้นไม้ใหญ่เข้ากับงานศิลปะ ภาพเขียนบนกำแพงขนาดใหญ่ (Mural Art) และประติมากรรมกลางสวน พร้อมคาเฟ่และโซน Pet Friendly ให้ทุกคนและทุกครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเพลิดเพลิน รวมไปถึง Museo Auto Classica พิพิธภัณฑ์รถคลาสสิกและศิลปะ ที่รวบรวมรถหายาก และผลงานศิลป์อันทรงคุณค่าไว้ในพื้นที่เดียวกัน เตรียมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมกราคม 2569 เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ที่ชื่นชอบยานยนต์และศิลปะ มุ่งหวังให้เป็นจุดเช็คอินใหม่ของนักท่องเที่ยวและชาวหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มบริษัทพราวและพันธมิตร ส่งมอบอาคารเรียนชาญวีรกูล 74 ให้โรงเรียน ตชด.บ้านเขาจ้าว ยกระดับโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน

กลุ่มบริษัทพราวและพันธมิตร ส่งมอบอาคารเรียนชาญวีรกูล 74 ให้โรงเรียน ตชด.บ้านเขาจ้าว ยกระดับโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว และพราว เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD พร้อมด้วยนายเศรณี ชาญวีรกูล ที่ปรึกษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สเตคอนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นประธานพิธีส่งมอบและเปิดอาคารเรียนชาญวีรกูลหลังที่ 74 พร้อมสนามกีฬาเอนกประสงค์ และแปลงปลูกผักเพื่อการเรียนรู้ ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ โดยมี พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. พ.ต.ท.สมพงศ์ พันธ์ดี ครูใหญ่โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านเขาจ้าว ร่วมในพิธีรับมอบ พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน ให้การต้อนรับ จากนั้นได้เยี่ยมชมอาคารเรียนและพื้นที่กิจกรรมที่ได้รับการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์

กลุ่มบริษัทพราว ร่วมกับบริษัท สเตคอนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และพันธมิตร เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ผ่านการส่งมอบอาคารเรียนชาญวีรกูลหลังที่ 74 พร้อมพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการออกกำลังกาย ได้แก่ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอลเอนกประสงค์ สนามกีฬาเอนกประสงค์ และโรงปลูกผักปลอดสารพิษและปุ๋ยอินทรีย์ช่วยชุมชน ให้แก่โรงเรียน ตชด.บ้านเขาจ้าว การพัฒนาในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “PAPPLE Series Hua Hin 25” ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและกลุ่มนักกีฬากอล์ฟอาชีพ โดยกลุ่มบริษัทพราวได้ร่วมกับผู้สนับสนุนจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล “PAPPLE Series Hua Hin 25” ที่รวบรวมสุดยอดโปรกอล์ฟทั้งในและต่างประเทศกว่า 20 คน รวมถึงโปร LPGA และโปรกอล์ฟชั้นนำของไทย อาทิ โปรโม โปรเม โปรอาร์ม โปรแหวน โปรข้าวกล้อง พร้อมนักธุรกิจชั้นนำจากหลากหลายวงการ มาร่วมดวลวงสวิงและประมูลของที่ระลึกจากโปรกอล์ฟ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้นำไปใช้ในการสร้างและพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้กลางแจ้งภายในโรงเรียน เพื่อเสริมทักษะชีวิต สุขภาพ และการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของนักเรียน

นายพสุ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า กลุ่มบริษัทพราวเชื่อว่า พื้นที่ที่ดี สามารถสร้างโอกาสที่ดีให้กับเยาวชน การมีสนามกีฬาและแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนจะช่วยปลูกฝังทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าคิดกล้าทดลอง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เรารู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสนี้ให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ และหวังว่าพื้นที่ PAPPLE Project จะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง

ด้านนายเศรณี ชาญวีรกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า อาคารเรียนชาญวีรกูล เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา และทำให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสไม่ต่างจากเด็กในเมืองใหญ่ เราเชื่อว่าการลงทุนด้านการศึกษา คือการลงทุนที่สร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนที่สุดให้กับประเทศ หวังว่าสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันและอนาคตที่ดีของเยาวชนทุกคน กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนที่มีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงสร้างอาคารเรียนหรือสนามกีฬาเท่านั้น แต่ยังสร้างพื้นที่แห่งโอกาส ให้เยาวชนได้เติบโตบนพื้นฐานของสุขภาพที่ดี ความรู้และทักษะชีวิตที่จำเป็น การส่งมอบในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงโครงการ CSR แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ในการยกระดับชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกหัวหิน ปล่อยคาราวานรถบรรทุกสิ่งของส่งต่อจังหวัด ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

นายกหัวหิน ปล่อยคาราวานรถบรรทุกสิ่งของส่งต่อจังหวัด ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วย น.ส.บุษบา โชคสุชาติ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน พร้อมทีมผู้บริหารเทศบาล และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ร่วมกันขนย้ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนมากที่ประชาชนร่วมบริจาคมาที่หน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และชุดยังชีพ ขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 2 คัน เพื่อส่งต่อให้จังหวัดประจวบฯ นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาอุทกภัย

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า คาราวานสิ่งของในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในอำเภอหัวหิน ที่พร้อมใจร่วมบริจาคสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เสื้อผ้า ยารักษาโรค รวมถึงอุปกรณ์ยังชีพต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัย การระดมความช่วยเหลือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และน้ำใจของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งพี่น้องคนไทยด้วยกัน ขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นกำลังใจสำคัญให้ผู้ประสบภัยปลอดภัย สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ยากลำบากได้ในเร็ววัน เทศบาลนครหัวหิน ขอขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่ร่วมบริจาคสิ่งของและแสดงน้ำใจในการช่วยเหลือพี่น้องชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ โดยสิ่งของที่ได้รับบริจาคจะเดินทางลงพื้นที่ทันทีเพื่อส่งมอบให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

องคมนตรี ติดตามภารกิจฝนหลวงฯ แก้ฝุ่น PM2.5 ที่ เพชรบุรี ผลปฏิบัติการลดฝุ่นได้กว่าร้อยละ 80

องคมนตรี ติดตามภารกิจฝนหลวงฯ แก้ฝุ่น PM2.5 ที่ เพชรบุรี ผลปฏิบัติการลดฝุ่นได้กว่าร้อยละ 80

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เดินทางไปยังอาคารศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อประชุมติดตามความก้าวหน้าภารกิจการดำเนินงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยเฉพาะภารกิจเร่งด่วน ในการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ การดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดทำแผนการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างเดือนธันวาคม 2568 – เดือนมีนาคม 2569 โดยเริ่มจัดตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 จำนวน 3 หน่วย ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ, หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ระยอง และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.นครสวรรค์

การปฏิบัติการครั้งนี้ใช้วิธีการ 3 เทคนิคหลัก ได้แก่ 1. เทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศ ผกผันด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง 2. เทคนิคการก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง และ 3. เทคนิคการเลี้ยงเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง ซึ่งผลการปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 9 ธันวาคม 2568 ได้ขึ้นบินปฏิบัติการไปแล้ว 6 วัน รวม 35 เที่ยวบิน ส่งผลให้ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองลดต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าเฉลี่ยลดลง และสามารถลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ได้ถึงร้อยละ 80 ทำให้คุณภาพอากาศในพื้นที่เป้าหมายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากภารกิจด้านฝุ่นละออง กรมฝนหลวงฯ ยังได้วางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้สำหรับปี 2569 โดยเตรียมจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงหัวหิน ที่ท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงสุราษฎร์ธานี ที่สนามบินกองบิน 7 อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ 20 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบฯ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา

 

ภายหลังการประชุม องคมนตรีได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโรงผลิตสารฝนหลวง (น้ำแข็งแห้ง) ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และเป็น 1 ใน 8 โรงผลิตฯ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างและทรงรับไว้เป็นโครงการตามพระราชดำริ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยโรงงานแห่งนี้มีศักยภาพในการผลิตน้ำแข็งแห้งเพื่อใช้ระบายฝุ่นละอองใต้ชั้นอุณหภูมิผกผัน สู่ชั้นบรรยากาศด้านบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการปฏิบัติการ สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษาและต่อยอด แนวพระราชดำริฝนหลวงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขและพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร

 

ในโอกาสนี้ องคมนตรียังได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พระบิดาแห่งฝนหลวง ซึ่งจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ เผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านฝนหลวง ที่สร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติ โดยปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 95.