สภาฯ ผู้บริโภคประจวบฯ ถอดบทเรียนรถทัวร์มรณะ ! ดันมาตรการใหม่ รถนักเรียนต้องปลอดภัยก่อนออกถนน
วันที่ 17 ธันวาคม 2568 สภาองค์กรของผู้บริโภคประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดประชุมกลไกภาคีเครือข่ายการจัดการรถนักเรียนปลอดภัย และพัฒนาเส้นทางเดินทางรถนักเรียนปลอดภัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ห้องประชุมอนุสรณ์ 100 ปี โรงเรียนประจวบวิทยาลัย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียนอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม
น.ส.ธนพร บางบัวงาม กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุจากการจราจร โดยเฉพาะรถรับส่งนักเรียน ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การเดินทางไปกลับโรงเรียนของนักเรียนถือเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่มีความสำคัญสูงสุด หน่วยงานจึงได้ดำเนินโครงการ “ประจวบพัฒนาเมืองระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” อย่างต่อเนื่อง ตามที่นายสุรัติ มัจฉา เสนอมา ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมภาคีเครือข่ายในพื้นที่
น.ส.ธนพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานศูนย์ฝึกป้องกันและบรรเทาความไม่ปลอดภัยบนท้องถนนของเด็กและเยาวชน โดยใช้กลไกความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม เพื่อขับเคลื่อนงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องในระดับจังหวัด นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถทัวร์สายกรุงเทพฯ – นาทวี เสียหลักตกถนนชนต้นไม้ บริเวณถนนเพชรเกษม อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งวงเงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.เดิมไม่เพียงพอ
สภาองค์กรของผู้บริโภคจังหวัดประจวบฯ จึงประสานงานให้มีการเพิ่มวงเงินคุ้มครองอุบัติเหตุจาก 10 ล้านบาท เป็น 20 ล้านบาทต่อครั้งสำหรับรถยนต์ และเพิ่มรถจักรยานยนต์จาก 5 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาทต่อครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างเหมาะสม
ด้านนายสุรัติ มัจฉา เปิดเผยว่า ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 จะจัดอบรมผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียน ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 61 คัน เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและยกระดับมาตรฐานรถ ให้มีความพร้อมและปลอดภัยก่อนขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง โดยรถนักเรียนดังกล่าวให้บริการนักเรียนโรงเรียนประจวบวิทยาลัย และวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์เป็นหลัก ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านระบบรถนักเรียนปลอดภัยระดับจังหวัด รวมถึงเป็นศูนย์เรียนรู้ให้สถานศึกษาอื่นในพื้นที่เข้ามาศึกษาดูงานได้ในอนาคต นายสุรัติ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีโรงเรียนที่พัฒนาระบบรถนักเรียนปลอดภัยในระดับต้นแบบ ประมาณร้อยละ 20 เท่านั้น การขับเคลื่อนกลไกครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการลดอุบัติเหตุ และป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับนักเรียนในระยะยาว
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานคุมประพฤติ ตลอดจนผู้แทนจากสถานศึกษาและภาคประชาสังคม
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดเป้าหมายสำคัญร่วมกัน 2 ประการ คือ 1. กำหนดแนวทางและมาตรการความปลอดภัยรถนักเรียนให้เป็นรูปธรรม 2. สำรวจ ประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนปรับปรุง เส้นทางนำร่องรถนักเรียนปลอดภัย 1 เส้นทาง ที่โรงเรียนประจวบวิทยาลัย
การบูรณาความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพระบบขนส่งนักเรียนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้มีความปลอดภัย เป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ต่อไป.
พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน
ข่าวแนะนำ









































