Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านจะงมหอย หาปลา แต่เจอซากรถยนต์หลายชิ้นส่วน ในบึงใหญ่

ชาวบ้านจะงมหอย หาปลา แต่เจอซากรถยนต์หลายชิ้นส่วน ในบึงใหญ่

วันที่ 20 เมษายน 2567 พ.ต.ท.จรัญ สุขสวัสดิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.คลองวาฬ รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบชิ้นส่วนของรถยนต์หลายรายการ ขณะกำลังงมหอยหาปลา คาดว่ามีคนนำเอามาทิ้งในบึงน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของบริษัททิปโก้ หมู่ 5 บ้านหุบผึ้ง ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ ร่วมตรวจสอบ

เมื่อไปถึงเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ เนื้อที่หลายสิบไร่ จุดบริเวณที่ชาวบ้านพบซากรถ เป็นบึงความลึกประมาณ 3 เมตร จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นซากชิ้นส่วนของรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อฟอร์ดแรงเจอร์ สีบรอนซ์เงิน ไม่พบหัวเก๋ง โครงคัสซี และป้ายทะเบียนของรถ คาดว่าถูกนำมาทิ้งไว้หลายเดือนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ชุดประดาน้ำของเจ้าหน้าที่กู้ภัย งมหาซากรถขึ้นมาทั้งหมด พร้อมใช้รถเครนยกซากรถที่พบขึ้นมาจากน้ำ มีประตู 2 บาน กระบะท้าย 1 ชิ้น ฝาปิดท้ายกระบะ 1 ชิ้น กล่องเก็บของคอนโซลกลางหัวเก๋ง 1 ชิ้น และเหล็กกันชนท้ายรถอีก 1 อัน ซึ่งทุกชิ้นถูกตัดด้วยแก๊สแยกชิ้นส่วน ก่อนนำมาทิ้งไว้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำซากชิ้นส่วนไปเก็บไว้ที่ป้อมยามจุดตรวจบ้านต้นเกตุ พร้อมประสานให้ตำรวจชุดตรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจเก็บวัตถุพยาน เพื่อหาที่มาของชิ้นส่วนรถ และเจ้าของชิ้นส่วนเป็นใคร สาเหตุที่นำเอามาทิ้ง เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมอำพรางหรือไม่ หรือถูกแยกชิ้นส่วนทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน หรือเป็นของพวกแก๊งโจรกรรมรถแล้วแยกชิ้นส่วนขาย

ชาวบ้านที่งมหอยหาปลาอยู่ในพื้นที่ เปิดเผยว่า พี่ชายของตนมางมหอยหาปลาที่บึงแห่งนี้ ระหว่างนั้นพบซากชิ้นส่วนของรถ จึงเกรงว่าจะมีคนตายอยู่ในรถ และโทรศัพท์ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เจอซากประตูของรถไป 1 บานแล้ว และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปเก็บไว้ที่โรงพัก สภ.คลองวาฬ และเมื่อน้ำในบึงแห้งลง จึงพบซากชิ้นส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมอีกดังกล่าว.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินเร่งตรวจสอบ หลังเจ้าของคาร์แคร์โวยบิลค่าน้ำประปาแพง เดือนเดียวเกือบ 4 หมื่นบาท

เทศบาลหัวหินเร่งตรวจสอบ หลังเจ้าของคาร์แคร์โวยบิลค่าน้ำประปาแพง เดือนเดียวเกือบ 4 หมื่นบาท

วันที่ 19 เมษายน 2567 จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Moly Car Care @Hua-Hin ได้โพสต์ภาพใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปาของเทศบาลเมืองหัวหิน พร้อมข้อความ “อะไรกันวะเนี้ย…น้ำประปาแ-งก็ไม่ไหล มันมาจากไหนวะ 38,624.70 บาท ซื้อน้ำใช้เองเกือบหมื่นบาท” โดยภาพใบเสร็จค่าน้ำประปาระบุเดือนมีนาคม 2567 รวมทั้งสิ้น 38,624.70 บาท ไม่มียอดค้างชำระ จนเป็นกระแสในโลกโซเซียลและมีคนเข้ามาคอมเม้นท์กันเป็นจำนวนมากถึงค่าน้ำประปาที่สูงเกินไป

นายภูดิส อรุโณรส อายุ 55 ปี เจ้าของร้านโมลีคาร์แคร์หัวหิน ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว เล่าว่า ตนได้รับใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปาจากจากเจ้าหน้าที่ประปาเทศบาลหัวหินที่นำมาส่งให้ที่ร้าน พอเห็นบิลรู้สึกตกใจมากเนื่องจากค่าน้ำประปาที่สูงผิดปกติเกือบ 4 หมื่นบาท สอบถามเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้รับคำตอบ แจ้งว่าให้ไปติดต่อที่การประปาฯ เอง ตนเปิดร้านคาร์แคร์มาถึง 17 ปี ปกติค่าน้ำประปาของเทศบาลเมืองหัวหินทุกๆ เดือนจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาท รวมกับที่ตนต้องสั่งซื้อน้ำจากรถบรรทุกน้ำเอกชนมาสำรองให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้น้ำในระบบขาดในแต่ละเดือน จะรวมค่าน้ำอยู่ที่ 2 – 3 พันบาท โดยเฉพาะเดือนมีนาคม – เมษายน เป็นที่ทราบกันดีว่า หัวหินจะมีน้ำประปาไม่เพียงพอ ที่ร้านตนแทบจะไม่มีน้ำไหลลงถังเก็บน้ำเลยตลอดทั้งเดือน ที่ผ่านมาต้องซื้อน้ำจากเอกชนเกือบหนึ่งหมื่นบาทแล้ว ยิ่งพอมาเจอบิลค่าน้ำประปาของเทศบาล กว่าสามหมื่นแปดพันบาท ก็รู้สึกโมโห เนื่องจากตนไม่ได้ใช้น้ำ หรือไม่มีน้ำมาให้ใช้ ราคาสูงแบบนี้ตนจ่ายไม่ได้แน่นอน

ล่าสุด นายมนตรี หนูนารถ หัวหน้างานติดตั้งมิเตอร์กองการประปา เทศบาลเมืองหัวหิน ชี้แจงว่า หลังได้พูดคุยกับเจ้าของร้านพร้อมตรวจสอบสถิติการใช้น้ำทางร้านตั้งแต่ปี 2565 – 2567 ดูแล้วว่าเป็นการใช้น้ำที่กระโดดขึ้นมาจากการใช้น้ำเดิม ต้องตรวจสอบสาเหตุก่อนว่ามิเตอร์ชำรุดหรือไม่ หรือวเป็นการใช้น้ำที่มีการสูญเสียหรือรั่วไหลไหม อีกทั้งรอบเดือนนี้ประปาเทศบาลเมืองหัวหินประสบกับปัญหาภัยแล้ง เกิดการขาดแคลนน้ำ บางทีอาจจะเกิดจากการรอน้ำ ซึ่งมีการเปิดก๊อกน้ำทิ้งเอาไว้ อาจจะมีลมเดินในท่อ ก่อนน้ำจะไปถึง ทำให้เกิดการใช้น้ำที่ผิดปกติขึ้นได้ มีหลายปัจจัย จึงขอตรวจสอบประเมินมิเตอร์จากคนเก็บข้อมูลน้ำก่อน ว่าเกิดจากอะไร เกิดจากคนจดหรือเกิดจากการใช้น้ำจริงไหม คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 – 4 วันนี้ น่าจะทราบสาเหตุ และหากบ้านไหนเกิดปัญหาบิลค่าน้ำสูงผิดปกติ ขอให้เข้ามาแจ้งได้ที่งานติดตั้งมิเตอร์ เทศบาลเมืองหัวหิน จะมีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่องให้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.เพชรบุรี – ประจวบฯ ลุยเชียงใหม่ จัดงานชวนชาวเหนือเที่ยวทะเลชะอำ – หัวหิน

ททท.เพชรบุรี – ประจวบฯ ลุยเชียงใหม่ จัดงานชวนชาวเหนือเที่ยวทะเลชะอำ – หัวหิน

วันที่ 19 เมษายน 2567 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ร่วมกับสายการบินแอร์เอเชีย ร่วมกันจัดงาน “Amazing Cha-Am – Hua Hin Consumer Fair” ม่วนอกม่วนใจ๋ แอ่วบินฟินได้ทุกวัน นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวชั้นนำกว่า 20 ราย ในพื้นที่ชะอำและหัวหิน จากทะเลขึ้นเหนือ ไปร่วมเทศกาลท่องเที่ยวแห่งปี ส่งเสริมการขายกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวเชียงใหม่และชาวเหนือ ระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2567 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ชั้น G อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบกับโปรโมชั่นโดนๆ แรงๆ จากผู้ประกอบการชะอำ – หัวหิน แบบไม่มียั้ง ไม่มีกั๊ก จัดเต็มสำหรับพี่น้องชาวเชียงใหม่และชาวเหนือ ครบทั้งแพ็กเกจท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก ที่เที่ยว ตั๋วเครื่องบิน สนามกอล์ฟ สินค้าและบริการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการและชุมชนชะอำ – หัวหิน มากกว่า 20 บูธ เพื่อดึงชาวเชียงใหม่และชาวเหนือมาเที่ยวชะอำ – หัวหิน ทั้งนี้ ททท.ทั้งสามสำนักงาน มั่นใจคนเชียงใหม่ รู้จักชะอำ – หัวหิน แล้วจะยิ่งรักเพชรบุรี – ประจวบฯ มาเที่ยวชะอำ – หัวหิน เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.เพชรบุรี และนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.ประจวบฯ เปิดเผยว่า ททท.ทั้งสองสำนักงาน ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชะอำและหัวหิน ร่วมกันจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว “Amazing Cha-Am – Hua Hin Consumer Fair” ม่วนอกม่วนใจ๋ แอ่วบินฟินได้ทุกวัน วันที่ 26 – 28 เมษายน 2567 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลเชียงใหม่ พร้อมนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปออกบูธทำโปรโมชั่นเสนอขายให้กับพี่น้องชาวเชียงใหม่และชาวเหนือ ทำตลาดการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค ตามนโยบายของรัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย วัตถุประสงค์ไม่เพียงแต่การเสนอขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวเพื่อดึงนักท่องเที่ยวชาวเชียงใหม่มาเที่ยวชะอำ – หัวหิน เท่านั้น แต่ยังต้องการนำเสนอพลัง Soft Power ของพื้นที่ชะอำ – หัวหิน ซึ่งมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวของชาวเพชรบุรีและประจวบฯ ไปสู่สายตาของชาวเชียงใหม่ สื่อสารสร้างการรับรู้ลงลึกถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวเพชรบุรีและประจวบฯ โหมกระแสนำไปสู่การซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการเอกชนทั้งสองพื้นที่ นำไปสู่การเดินทางท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกระจายประโยชน์ลงไปในพื้นที่ชะอำ – หัวหิน ตามแนวคิด เพชรบุรี ประจวบฯ เที่ยวได้ 365 วัน สื่อสารด้วยแคมเปญ สุขทันที ที่เที่ยวเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ ชาวเชียงใหม่ที่มาช็อปในงาน ลุ้น Highlight พิเศษ บัตรโดยสารเครื่องบินเชียงใหม่ – หัวหิน ฟรี จากสายการบินแอร์เอเชีย และพบกับกิจกรรมสาธิต“ของดีเมืองเพชร – หัวหิน” อาทิ ขนมตาล ข้าวแช่ ต้นตำรับเมืองเพชร ประติมากรรมจากเกลือ (Art of Salt) และกิจกรรม “From Grape to Glass” การนำผลผลิตองุ่นสู่ไวน์คุณภาพของไร่องุ่นมอนซูน หัวหิน นอกจากนี้ ผู้มาช็อปภายในงานสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูป เช็คอิน เล่นเกมพร้อมรับของที่ระลึกและรางวัลพิเศษจากผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เครือข่ายชาวสวนประจวบฯ จี้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบคุณภาพมะพร้าวนอก ค้างตู้คอนเทนเนอร์ 2.2 ตัน หลังมะพร้าวราคาพุ่งผลละ 23 บาท

เครือข่ายชาวสวนประจวบฯ จี้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบคุณภาพมะพร้าวนอก ค้างตู้คอนเทนเนอร์ 2.2 ตัน หลังมะพร้าวราคาพุ่งผลละ 23 บาท

วันที่ 18 เมษายน 2567 นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ แกนนำเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง แมลงศัตรูพืชระบาดอย่างหนัก ทำให้ราคามะพร้าวแกงที่จังหวัดประจวบฯ ราคาพุ่งผลละ 23 บาทในรอบหลายปี ขณะที่เครือข่ายได้แจ้งให้พี่น้องชาวสวนรักษาเสถียรภาพของราคาด้วยการสอดส่องการลักลอบนำเข้ามะพร้าวเถื่อน การขอโควตาตามกรอบเสรีการค้าเพื่อนำเข้ามะพร้าวนอก ซึ่งจะส่งผลกระทบกับราคาผลผลิตในประเทศ ทั้งนี้ จากการประชุมหารือร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สรุปข้อมูลการนำเข้าตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2567 มีมะพร้าวนอกต้องถูกทำลายทิ้ง หรือตีกลับประเทศต้นทาง เนื่องจากไม่ผ่านระเบียบการนำเข้า ล่าสุดมีมะพร้าวนอกตกค้างที่ท่าเรือกรุงเทพ 25 ตู้ๆ ละ 27 ตัน และท่าเรือแหลมฉบัง 58 ตู้ๆ ละ 27 ตัน ทั้งสองท่าเรือรวมกันประมาณ 2,241ตัน ดังนั้นจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อย่าให้มีการนำมะพร้าวงอกในถุงตาข่าย ถูกปลุกเสกให้สูญหายคล้ายกับคดีหมูเถื่อน

“ล่าสุดได้รับแจ้งเป็นเอกสารจากฝ่ายปกครองอำเภอบางสะพาน ขอให้เกษตรกรอำเภอไปตรวจสอบมะพร้าวนำเข้า ที่ล้งแห่งหนึ่งที่ ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน ระบุว่าเป็นรอบนำเข้าในเดือนมีนาคม 2667 ซึ่งกรณีนี้น่าจะมาจากการที่ทีมงานนายทุนล้งมะพร้าวในจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับนายทุนโรงกะทิรายใหญ่ ไปพบรัฐมนตรีรายหนึ่งในช่วงที่มะพร้าวผลละ 23 บาท ก่อนเทศกาลสงกรานต์ อาจทำให้มีการอนุญาตให้นำมะพร้าวนอก ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าเป็นมะพร้าวแก่ที่เป็นของนอกติดค้างที่ท่าเรือหรือไม่ และต้องถามกรมวิชาการเกษตรว่าใช้หลักการและเหตุผลใด หากนำมะพร้าวแก่ หรือจะนำเอามะพร้าวงอกที่สั่งนำเข้ามากะเทาะทำมะพร้าวขาว หรือเห็นมะพร้าวในประเทศราคาดีเกินไป กลัวชาวสวนจะมีความสุข” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.เขต 3 จังหวัดประจวบฯ กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศไทย แต่ที่ผ่านมามีปัญหาแมลงศัตรูพืชระบาดอย่างหนัก และอยู่ระหว่างการแก้ไขระเบียบเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเร่งด่วน ส่วนการนำเข้าจากต่างประเทศจะต้องมีกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบเข้มงวด หากพบว่าผู้ประกอบการไม่ได้ทำตามระเบียบ ก็ต้องสั่งตีกลับไปประเทศต้นทาง สำหรับมะพร้าวนำเข้าที่ผ่านมามีไม่มาก จึงไม่กระทบกับราคาผลผลิตในประเทศ สิ่งที่น่ากังวลคือการนำมะพร้าวนอกไปจำหน่ายจ่ายแจกในตลาดภายนอกหรือที่เรียกว่าตลาดหัวขูด ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ควรตรวจสอบให้เข้มงวด ส่วนผู้ประกอบการโรงกะทิที่สั่งนำเข้ามะพร้าวนอกและถูกกักสินค้าในจำนวนมากที่ท่าเรือ 2 แห่ง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย แม้ว่าผู้ประกอบการโรงงานกะทิรายใหญ่จะไปขอเข้าพบรัฐมนตรีรายหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทีมงานในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ได้ตรวจสอบมะพร้าวนำเข้าอย่างเข้มงวด เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้มะพร้าวนอกในถุงตาข่ายต้องนำไปส่งกะเทาะที่ล้งมะพร้าวตามที่ระบุไว้ในเอกสารเท่านั้น ในอำเภอกุยบุรี บางสะพาน ทับสะแก เมืองประจวบฯ เมื่อไปถึงล้งแล้วห้ามเอาไปกระจาย หากฝ่าฝืนพบมีการกระทำความผิดจะมีโทษจำคุก 5 ปี นอกจากนั้นจะต้องติดตามการทำหน้าที่ของฝ่ายปกครองและเกษตรกรอำเภอ จะต้องตรวจคุณภาพที่ปลายทาง ว่าเป็นไปตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนดหรือไม่ ทั้งมะพร้าวงอก มะพร้าวที่ไม่ผ่านรมควัน ที่มีการสุ่มตรวจสอบจากต้นทางที่ท่าเรือ แต่อาจจะไม่ทั่วถึง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ถอดบทเรียนช่วงสงกรานต์ หลังพบอุบัติเหตุบาดเจ็บ – เสียชีวิตสูงเกินเป้า

ประจวบฯ ถอดบทเรียนช่วงสงกรานต์ หลังพบอุบัติเหตุบาดเจ็บ – เสียชีวิตสูงเกินเป้า

วันที่ 17 เมษายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 ที่ห้องประชุมสิงขร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ สรุปผลการดำเนินงานวันที่ 16 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” พบว่าจังหวัดประจวบฯ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 4 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 4 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนยอดสะสม 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 – 16 เมษายน มีอุบัติเหตุรวม 47 ครั้ง บาดเจ็บรวม 46 คน เสียชีวิตรวม 5 คน โดยในวันพรุ่งนี้จะมีพิธีปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 พร้อมสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้ง 7 วัน และเตรียมถอดบทเรียนการทำงานเพื่อวางมาตรการความปลอดภัยทางถนนต่อไป หลังพบว่าปีนี้จำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดประจวบฯ สูงเกินกว่าเป้าหมายค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีแล้ว จากที่ตั้งเป้าไว้ว่าอุบัติเหตุต้องน้อยกว่า 35 ครั้ง บาดเจ็บน้อยกว่า 36 คน และเสียชีวิตน้อยกว่า 3 คน

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า ขณะนี้เหลืออีก 1 วัน ในการเฝ้าระวังอุบัติเหตุเข้มข้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะอาจจะมีประชาชนบางส่วนที่ยังอยู่ระหว่างการเดินทางหลังเทศกาล ทั้งนี้ จากสถิติพบว่าจังหวัดประจวบฯ มีเจ้าของรถที่ไม่ทำประกันภัยภาคบังคับ สูงถึงกว่าร้อยละ 50 ของรถที่จดทะเบียน ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ ดังนั้นจึงต้องเร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทาง สร้างความตระหนักให้เจ้าของรถเห็นความสำคัญของการทำประกันภัยภาคบังคับ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายกรณีประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน นอกจากนี้ ต้องเน้นย้ำให้ผู้ที่ดื่มแล้วขับ ทำผิดซ้ำ รับทราบถึงโทษตามกฎหมาย และผลกระทบที่จะตามมา หากเกิดอุบัติเหตุด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองปลัดสำนักนายกฯ ตรวจพื้นที่หัวหินและให้กำลังใจจิตอาสาช่วยดูแลประชาชนช่วงสงกรานต์

รองปลัดสำนักนายกฯ ตรวจพื้นที่หัวหินและให้กำลังใจจิตอาสาช่วยดูแลประชาชนช่วงสงกรานต์

วันที่ 16 เมษายน 2567 นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานจิตอาสาภาครัฐ สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จุดอำนวยความสะดวกประชาชนหน้าที่ว่าการอำเภอหัวหิน ถนนบาสพาสชะอำ – ปราณบุรี ขาล่อง และจุดตรวจถนนเพชรเกษมขาล่อง หน้าท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อตรวจดูสภาพการจราจรซึ่งอยู่ในสภาพคล่องตัว พร้อมทั้งให้กำลังใจเครือข่ายจิตอาสาที่ร่วมกันให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมี น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ นางอาภัสรา ชุมทอง จัดหางานจังหวัดประจวบฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. และจิตอาสา 904 ให้การต้อนรับ

นายมงคลชัย สมอุดร กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ ได้เห็นการทำงานร่วมกันของจิตอาสาภาคประชาชน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประชาชนทุกคนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางความร้อนของอากาศ มีการเตรียมพร้อมในการที่จะช่วยเหลือดูแลประชาชนในระหว่างการสัญจรไปมาระหว่างจังหวัด ทั้งในเรื่องของรถเสียก็จะมีรถเข้าไปบริการช่วยดูแล เช่น มีนักเรียนจิตอาสาอาชีวะ รวมถึงจิตอาสาภาคประชาชน ทั้งนี้ อยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกท่าน ขอให้อยู่บนพื้นฐานของการระมัดระวังในการเดินทาง ขอให้มีการตรวจสอบรถยนต์พาหนะในการเดินทาง เรื่องของการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นเครื่องมึนเมา ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ และเป็นมหาสงกรานต์ที่ทุกคนมีความสุขกับครอบครัว.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

หัวหินรำลึกโผน กิ่งเพชร ครบรอบ 64 ปี วีรบุรุษนักชกไทยชาวหัวหิน แชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของไทย

หัวหินรำลึกโผน กิ่งเพชร ครบรอบ 64 ปี วีรบุรุษนักชกไทยชาวหัวหิน แชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของไทย

วันที่ 16 เมษายน 2567 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน ปลัดเทศบาล สท. และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์รูปปั้น โผน กิ่งเพชร ที่บริเวณสวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อรำลึกถึงวีรบุรุษนักชกไทยชาวหัวหินที่เคยสร้างชื่อเสียงชิงแชมป์โลกจากปาสคาล เปเรซ แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ชาวอาร์เจนตินาจนสำเร็จ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2503 เป็นแชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของประเทศไทย พร้อมกันนี้ในช่วงค่ำวันเดียวกัน เทศบาลเมืองหัวหินได้จัดการแข่งขันชกมวยไทยจากนักมวยในพื้นที่ประจวบฯ – เพชรบุรี จำนวน 9 คู่สุดมันส์ และนิทรรศการ “โผน กิ่งเพชร” ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบชีวประวัติด้วย

“โผน กิ่งเพชร” หรือชื่อจริง นายมานะ สีดอกบวบ เป็นชาวหัวหินโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2478 ตั้งแต่เด็ก โผนชอบเล่นกีฬาโดยเฉพาะมวยสากล ต่อมาพี่ชายพาไปฝากกับนายห้างทองทศ อินทรทัต เจ้าของค่ายมวยกิ่งเพชร ย่านถนนเพชรบุรี ฝีมือพัฒนาขึ้นสามารถชนะน็อค กู้น้อย วิถีชัย แชมป์ฟลายเวทของเวทีราชดำเนินในขณะนั้นได้ ทั้งที่โผนอ่อนประสบการณ์กว่ามาก ต่อมาเข้าชิงแชมป์ภาคตะวันออกไกล (OPBF) และสามารถล้ม แดนนี คิด (Danny Kid) แชมป์เก่าชาวฟิลิปปินส์สำเร็จ โผนเริ่มมีชื่อติดอันดับโลก เป็นเส้นทางสู่การชิงแชมป์โลกในเวลาต่อมา กระทั่งวันที่ 16 เมษายน 2503 โผนขึ้นเวทีดวลหมัดกับยักษ์แคระ หรือปาสคาล เปเรซ (Pascual Perez) แชมป์โลกรุ่นฟลายเวทชาวอาร์เจนตินา ที่เวทีมวยลุมพินี ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สามารถเอาชนะเปเรซได้สำเร็จ กลายเป็นนักมวยแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทคนแรกของไทย และเป็นแชมป์เปี้ยนโลกได้ถึง 3 สมัย

ช่วงหลังโผนเริ่มติดสุรา ผลการชกตกต่ำลง ก่อนประกาศเลิกชกมวยในปี 2509 เมื่ออายุ 31 ปี ภายหลังโผนป่วยเป็นโรคเบาหวาน และเสียชีวิตด้วยโรคปอดและโรคแทรกซ้อน ด้วยวัยเพียง 47 ปี เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2525 ภายหลังโผนเสียชีวิต เทศบาลตำบลหัวหินในขณะนั้นร่วมกับหน่วยงานภาครัฐบาลและเอกชน จัดหาทุนสร้างอนุสรณ์สถานโผน กิ่งเพชร ลักษณะรูปปั้น สูง 2.20 เมตร ท่ายืนมือขวาชูกำปั้น มือซ้ายถือเข็มขัดแชมป์โลก โดยประติมากรผู้ปั้นรูปโผน คือนายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ปี 2549 ตั้งไว้บริเวณชายหาดหัวหิน และทำพิธีเปิดงานวันอนุสรณ์สถานโผน กิ่งเพชร เมื่อ 16 เมษายน 2535 ปัจจุบันอนุสาวรีย์ โผน กิ่งเพชร ย้ายมาตั้งหน้าสวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร พร้อมประวัติให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม โดยสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนดให้วันที่ 16 เมษายนของทุกปี เป็นวันนักกีฬายอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แห่ชื่นชมนายอำเภอชะอำ ช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันหลายคัน

แห่ชื่นชมนายอำเภอชะอำ ช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันหลายคัน

วันที่ 15 เมษายน 2567 ร.ต.ท.สิขเรศ โมรา รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันหลายคัน การจราจรติดขัดนานกว่า 40 นาที บนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบรถเก๋งสีดำ ทะเบียน กณ 935 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถมีร่องรอยชน จนเสียหลักพลิกหงายท้อง มีพลเมืองดีช่วยกันดันตัวรถให้พลิกกลับมา ใกล้กันยังพบรถยนต์อเนกประสงค์สีดำ ทะเบียน 4 ขฐ 9010 กรุงเทพฯ ถูกชนเข้าที่บริเวณล้อหลังขวา ได้รับความเสียหาย และรถตู้สีขาว ทะเบียน 36-0042 นราธิวาส ที่มีผู้โดยสารมาหลายคน มีรอยชนที่กันชนหน้า ด้านขวาเสียหาย แต่โชคดีอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

โดยที่เกิดเหตุ มีนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี ขณะไปปฏิบัติหน้าที่ตรวจจุดบริการประชาชน ตรวจเส้นทางการจราจรบนถนนในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวชะอำในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ผ่านมาพอดี จึงมาเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พร้อมช่วยเก็บเศษซากรถที่แตกหักบนพื้นถนน และสั่งการ อส.กองร้อยที่ 3 ชะอำ เข้าช่วยเหลือเปิดการจราจรโดยด่วน เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวมีปริมาณรถมาท่องเที่ยวในพื้นที่จำนวนมาก จนการจราจรคล่องตัว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

วันไหลสงกรานต์ “บลูพอร์ต” ชุ่มฉ่ำกับอุโมงค์น้ำในงานเมษา มาสาด

วันไหลสงกรานต์ “บลูพอร์ต” ชุ่มฉ่ำกับอุโมงค์น้ำในงานเมษา มาสาด

วันที่ 15 เมษายน 2567 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขของทุกคนในครอบครัว กับงาน “เมษา มาสาด” ดึงนักท่องเที่ยวรับความสุข สนุก ต้อนรับพลังซอฟพาวเวอร์กับเทศกาลของไทย ที่ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนประเพณีสงกรานต์ของไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ปีนี้บลูพอร์ตหัวหิน ได้ตอบสนองนโยบายรัฐ จัดกิจกรรมโดยเน้นการนำเอาวัฒนธรรมประเพณีไทยโบราณ มาผสมผสานมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลเมืองหัวหิน ที่พร้อมนำมาอวดโฉมกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าบลูพอร์ตหัวหิน ให้เป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมประเพณี และเล่นสาดน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำ อีกทั้งยังได้เพลิดเพลินไปกับการแสดง และการละเล่นแบบไทยๆ ที่ให้คนรุ่นใหม่ได้สนุกสนานและยังได้รับความรู้ พร้อมซึมซับวัฒนธรรมไทยไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังได้สนุกสนานและอิ่มใจไปกับการช้อป ชิมอาหารและขนมหลากหลาย ที่ยกขบวนกันมาอย่างมากมายภายในงานอีกด้วย

พร้อมทั้งกิจกรรมสาดน้ำสุดมันส์วันสุดท้าย ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ พิกัดใหม่แห่งเมืองหัวหิน ที่เนรมิตซอยหัวหิน100/1 ข้างบลูพอร์ต หัวหินให้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่เล่นสาดน้ำที่ใครๆ ก็ไม่ควรพลาด ด้วยอุโมงค์น้ำที่จัดเต็มยาวตลอดเส้นทาง เพิ่มระดับความชุ่มฉ่ำ และไต่ระดับความร้อนแรง ด้วยทีม DJ Party ที่จะมาเขย่าความมันส์ในค่ำคืนนี้ แบบไม่ต้องกลัวเปียก ขากลับบ้าน บลูพอร์ตจัดโซนเป่าลมแห้งและผ้าขนหนูไว้คอยบริการ และห้ามพลาด ปิดท้ายกับคอนเสิร์ตสุดมันส์ จากวงม้อคค่า การ์เด้น ที่จะมาสร้างความสนุกส่งท้ายเทศกาล ในวันที่ 16 เมษายนนี้ ที่ลานเดอะสแควร์ ด้านหน้าบลูพอร์ตหัวหิน ให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ไม่เงียบเหงาอีกต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สงกรานต์หัวหินคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นชายหาดและโรงแรม เงินสะพัดกว่า 435 ล้านบาท

สงกรานต์หัวหินคึกคัก นักท่องเที่ยวแน่นชายหาดและโรงแรม เงินสะพัดกว่า 435 ล้านบาท

วันที่ 15 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวของอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ ช่วงสงกรานต์ยังคึกคัก โดยเฉพาะชายหาดหัวหิน ตลอดแนวระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร ตั้งแต่ชายหาดหน้าโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ไปจนถึงหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างพากันลงเล่นน้ำทะเล นอนอาบแดดเตียงผ้าใบ และขี่ม้าชายหาดท่ามกลางอากาศแจ่มใส ทำให้ผู้ประกอบร้านค้าริมหาดยิ้มรับทรัพย์หน้าบานไปตามๆ กัน ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนทยอยเดินทางกลับ การจราจรถนนเพชรเกษมขึ้นล่องยังคล่องตัว

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางหนาแน่นในทุกอำเภอ ไม่เพียงแต่เฉพาะหัวหิน แต่นักท่องเที่ยวยังเดินทางหนาแน่นลงไปในอำเภอต่างๆ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่อำเภอสามร้อยยอด ทับสะแก อำเภอเมือง บางสะพาน เห็นได้ชัดจากยอดการเข้าพัก การใช้บริการจากร้านอาหารต่างๆ การร่วมกิจกรรม ตลอดจนนักท่องเที่ยวพักผ่อนเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยจังหวัดประจวบฯ มีห้องพักประมาณ 17,000 ห้อง ในช่วงสงกรานต์การเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80% ในช่วงวันที่ 13 – 14 เมษายน มียอดการเข้าพักมากที่สุด บางแห่ง 90% ส่วนใหญ่เป็นตลาดนักท่องเที่ยวคนไทย มีรายได้หมุนเวียนประมาณ 435 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 38%

“ทั้งนี้ปัจจัยบวกสำคัญในพื้นที่ของจังหวัดประจวบฯ คือ นโยบายการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของรัฐบาลในเรื่องวันหยุดพิเศษ ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ประจวบฯ โดยเฉพาะการที่เทศกาลสงกรานต์ได้รับการประกาศจากยูเนสโก ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ช่วยดึงดูดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสกิจกรรมสงกรานต์ยิ่งขึ้น ประกอบกับการจัดกิจกรรมสงกรานต์ในทุกอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นหัวหิน อำเภอเมือง สามร้อยยอด ทับสะแก บ้านกรูด บางสะพาน นำไปสู่การกระจายการเดินทางและพักค้างคืน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจลงลึกไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ขายในพื้นที่ ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและจังหวัดประจวบฯ นอกจากการเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว เห็นได้ชัดว่านักท่องเที่ยวยังมุ่งเดินทางกราบไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่อำเภอต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นผลดีในการสร้างการรับรู้ของประชาชนและนักท่องเที่ยวว่าจังหวัดประจวบฯ มีสินค้าการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ครบตามไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว

ด้าน ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ ที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรรมการผู้จัดการ โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า จ.ประจวบฯ กล่าวว่า สถานการณ์ช่วงสงกรานต์ปีนี้ มีแขกเข้าพักมากกว่าปีที่แล้ว ห้องพักของโรงแรมเต็มตั้งแต่วันที่ 12 – 15 เมษายน คิดว่าทุกโรงแรมก็คงเต็มเหมือนกัน โดยเฉพาะวันที่ 13 – 14 เมษายน ปกติแทบทุกปีจะเต็มอยู่แล้ว ที่ผ่านมาโรงแรมเรามีจำนวนห้องรองรับผู้เข้าพักและที่จอดรถอย่างเพียงพอ ปีนี้สังเกตได้ว่ารถไม่ติดมาก แสดงว่ามีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นและมีแขกเข้าพักเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะนายกเศรษฐา ทวีสิน มาพักผ่อนที่หัวหิน ข่าวออกทุกช่อง มีผู้ติดตามอีก ทั้งนักข่าวจากกรุงเทพฯ ก็มา เป็นการมาเติมห้องพักให้มากขึ้น ถือว่าดีขึ้น ทำให้คนนึกถึงหัวหินมากขึ้น แม้ว่าปีนี้อากาศค่อนข้างร้อน แต่เขาก็เลือกที่จะมาพักที่หัวหิน

“ในส่วนของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ตอนแรกก็กังวลเหมือนกันว่าช่วงสงกรานต์หยุดนานๆ คนจะไปเที่ยวต่างประเทศกันหมด แต่ผลออกมาแล้วปีนี้ดีมาก แต่คนมามากเกินก็ไม่ใช่ว่าดี บางทีรถติดมากเกิน ปีต่อไปนักท่องเที่ยวเห็นแล้วจะไม่กล้ามา แต่ปีนี้คิดว่านักท่องเที่ยวมีปริมาณที่พอดี รองรับได้ ภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ดีกว่าปีที่แล้วมากครับ” ดร.รุ่งโรจน์ กล่าว.