Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวตระการตา ว่าวยักษ์นานาชาติ 11 ประเทศ อลังการเหนือหาดชะอำ

นักท่องเที่ยวตระการตา ว่าวยักษ์นานาชาติ 11 ประเทศ อลังการเหนือหาดชะอำ

วันที่ 21 มีนาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ@ชะอำ (International Kite Festival 2025 @ Cha-Am) จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2568 พบกับการแสดงว่าวไทยและว่าวจากนานาประเทศ นำเสนอเสน่ห์ไทย หวังสร้างกระแสการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักตลอดปี โดยมี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. ประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมในพิธี บริเวณชายหาดชะอำเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างพาบุตรหลานเข้าชมว่าวยักษ์ลอยติดลมเหนือหาดชะอำด้วยอากาศเย็นสบายกันอย่างคึกคัก

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่าจังหวัดเพชรบุรียินดีที่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเทศกาลว่าวนานาชาติ@ชะอำ โดยชายหาดชะอำ เป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ มีศักยภาพพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่ง การจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ@ชะอำ จะเป็นแรงส่งสำคัญที่จะช่วยดึงดูดและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว เนื่องจากตรงกับช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ซึ่งผู้ปกครองจะได้พาบุตรหลานมาสัมผัสการเล่นว่าวอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2568 เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ททท.จึงมุ่งสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนประเทศไทยให้คึกคักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ด้วยกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ภายใต้โครงการ “Thailand Summer Festival 2025” ด้วยการยกระดับเทศกาลงานประเพณีไทยจาก Local to Global โดย ททท. จะมาสร้างบรรยากาศความสนุกสนานผ่านงานเทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ นำเสนอภายใต้แนวคิด “KITETOPIA -อาณาจักรแห่งว่าว” โลกแห่งว่าวที่ไร้ขีดจำกัดเป็นอาณาจักรในจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และเสรีภาพ ซึ่งจัดเต็มด้วยไฮไลต์การจัดแสดงว่าวนานาชาติกว่า 10 ประเทศ จากทั่วทุกมุมโลก พร้อมนำเสนอเสน่ห์ไทยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ทั้งนี้ ททท.หวังว่าการจัดงานนี้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวจากภูมิปัญญาไทย ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เกิดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ตลอดจนสร้างเสน่ห์ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการมาเยือน

ภายในงาน พบกับการแสดงว่าวหลากหลายชนิดจากประเทศไทยและต่างประเทศ ตื่นตาตื่นใจกับโซนแสดงว่าวยักษ์นานาชาติ จาก 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา โคลัมเบีย ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน ชมความสวยงามอัตลักษณ์ของว่าวในเเต่ละภูมิภาคกับ โซนแสดงว่าวไทย 4 ภาค ภาคกลาง : โดยชมรมว่าวไทย จังหวัดสมุทรสงคราม ภาคใต้ : โดยชมรมว่าวประเพณี จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดยะลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : โดยชมรมว่าวอุบล และภาคเหนือ : โดยชมรมว่าวพระร่วง สุโขทัย พร้อมรับชมนิทรรศการว่าวไทยพื้นเมือง 4 ภาค ภาคกลาง : ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ภาคใต้ : ว่าวควาย ว่าวนกยูง ว่าวหางฉีก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ว่าวสองห้อง ว่าวดุ๊ยดุ่ย และภาคเหนือ : ว่าวพระร่วง ว่าวพระลือ

สนุกสนานไปกับกิจกรรมสาธิตการทำว่าวไทยและกิจกรรมเวิร์กชอปประดิษฐ์ว่าว ระบายสีว่าว พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองทำว่าวด้วยตัวเอง ตื่นเต้นไปกับกิจกรรม Ring Side Kite Tour นำชมการแสดงว่าวโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการบินว่าวแต่ละประเภท แบบ Exclusive เอาใจผู้ชื่นชอบกีฬาว่าวด้วยโซน Kite Public Playground โซนสำหรับให้นักท่องเที่ยวฝึกทักษะการเล่นว่าว เช็กอินถ่ายรูปกันที่แลนด์มาร์ก “กังหันลมยักษ์และความทรงจำแห่งสายลม” พร้อมชมวิวว่าวสุดอลังการจากมุมสูง ที่หอชมว่าว สายช๊อปปิ้ง พบกับการออกร้านค้าจำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ว่าวกว่า 30 ร้านค้าและโซนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหารท้องถิ่น เมนูที่หารับประทานได้แค่ที่เพชรบุรีเท่านั้น พร้อมอาหารฟิวชันอีกมากมาย และขบวนฟู้ดทรัก รวมกว่า 50 ร้าน นอกจากนี้ ททท. พร้อมเสิร์ฟความสนุกกับเสียงเพลงตลอด 3 วัน กับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง โดยวันที่ 21 มีนาคม พบกับ Musketeers วันที่ 22 มีนาคม พบกับ Slapkiss และวันที่ 23 มีนาคม พบกับสิงโต นำโชค พร้อมเพลิดเพลินไปกับศิลปินท้องถิ่นได้ทุกวัน ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานเทศกาลว่าวนานาชาติชะอำ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1672 Travel Buddy.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง เทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ 2025 อลังการว่าวยักษ์ 11 ประเทศ เหนือหาดชะอำ

กลับมาอีกครั้ง เทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ 2025 อลังการว่าวยักษ์ 11 ประเทศ เหนือหาดชะอำ

วันที่ 19 มีนาคม 2568 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลประกาศให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ภายใต้แคมเปญ“Amazing Thailand Grand Tourism and Sports year 2025”โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวจากภูมิปัญญาไทย รวมทั้งตอกย้ำให้คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทยผ่าน“เสน่ห์ไทย”โดยการจัดแสดงนิทรรศกาลว่าวไทยที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของว่าวในเเต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมอื่นๆ ภายในงาน รวมทั้งนำเสนอกิจกรรมผ่านเเนวคิด 5 Must Do in Thailand ได้แก่ Must Taste, Must Try, Must Buy, Must Seek และ Must See ด้วยการนำเสนอเอกลักษณ์ว่าวไทยและว่าวจากนานาประเทศ มาสร้างประสบการณ์และกิจกรรมต่างๆ ภายในงานเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและขยายวันพักค้างคืนให้มากยิ่งขึ้นกับงาน“International Kite Festival 2025 at Cha-Am”เทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ 2025 มหกรรมแสดงว่าวสุดยิ่งใหญ่จากประเทศไทยและอีก 11 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. บริเวณชายหาดชะอำเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กิจกรรมดังกล่าวถือว่าสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการเล่นว่าวเป็นกิจกรรมที่พบได้ทั่วไปในหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถนำมาต่อยอดเป็นกิจกรรมช่วยส่งเสริม หรือกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมและท่องเที่ยวได้ โดยมีการนำเสนอศักยภาพว่าวของแต่ละประเทศและการแสดงพิเศษของว่าวเเต่ละประเภทที่มีความน่าสนใจ สวยงาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ ภายใต้คอนเซ็ปต์“KITETOPIA – อาณาจักรแห่งว่าว”โลกแห่งว่าวที่ไร้ขีดจำกัด เป็นอาณาจักรในจินตนาการที่เต็มไปด้วยสีสัน ความคิดสร้างสรรค์และเสรีภาพ เปลี่ยนท้องฟ้าให้เป็นพื้นที่แห่งความฝันที่ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัสและสร้างสรรค์ได้ ซึ่งเสรีภาพ ศิลปะและนวัตกรรม มาหลอมรวมกันจนกลายเป็นโลกใหม่ที่มีชีวิต ท้องฟ้าถูกเปลี่ยนให้เป็นผืนผ้าใบขนาดมหึมาให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ โซนแสดงว่าวยักษ์นานาชาติ ว่าวจาก 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, โคลัมเบีย, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี, อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, จีนและประเทศไทย โซนแสดงว่าวไทย 4 ภาค – ภาคกลาง : นำโดยชมรมว่าวไทย จ.สมุทรสงคราม ภาคใต้ : นำโดยชมรมว่าวประเพณี จ.นราธิวาส และยะลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : นำโดยทีมชมรมว่าวอุบล ภาคเหนือ : นำโดยชมรมว่าวพระร่วง สุโขทัย นอกจากนี้ยังจัดนิทรรศการว่าวไทยพื้นเมือง 4 ภาค – ภาคกลาง : ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ภาคใต้ : ว่าวควาย ว่าวนกยูง ว่าวหางฉีก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ว่าวสองห้อง ว่าวดุ๊ยดุ่ย และภาคเหนือ : ว่าวพระร่วง ว่าวพระลือ กิจกรรมสาธิตการทำว่าวไทย และกิจกรรมเวิร์กช๊อปประดิษฐ์ว่าว, ระบายสีว่าว เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำว่าวด้วยตัวเอง การออกร้านค้าจำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ว่าว กว่า 30 ร้านค้า กิจกรรม Ring Side Kite Tour นำชมการแสดงว่าวโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการบินว่าว แต่ละประเภทแบบ Exclusive / KITE PUBLIC PLAYGROUND โซนสำหรับให้นักท่องเที่ยวฝึกทักษะการเล่นว่าว พบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง วันที่ 21 มีนาคม พบกับ Musketeers, วันที่ 22 มีนาคม พบกับ Slapkiss และวันที่ 23 มีนาคม พบกับสิงโต นำโชค สามารถสนุกไปกับศิลปินท้องถิ่นได้ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีโซนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหารท้องถิ่น พบกับเมนูที่หาทานได้แค่ที่เพชรบุรีเท่านั้น พร้อมอาหารฟิวชันอื่นๆ อีกมากมาย และขบวน FOOD TRUCK กว่า 50 ร้าน หอชมว่าว KITE TOWER ที่สามารถมองเห็นวิวว่าวสุดอลังการได้จากมุมสูง จุดถ่ายรูป Landmark ธีมกังหันลมยักษ์และความทรงจำแห่งสายลม ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center หรือโทร. 1672 Travel Buddy.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ ปั้น 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy กระจายเม็ดเงินสู่ทุกอำเภอ

ประจวบฯ ปั้น 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy กระจายเม็ดเงินสู่ทุกอำเภอ

วันที่ 14 มีนาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy ที่โรงแรมแอทที บูทีค คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ มีนายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัด น.ส.กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัด นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy และตัวแทนจาก 20 ชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม จัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ประจวบฯ เพื่อเตรียมความพร้อมชุมชนในโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy โดยเชิญหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการขับเคลื่อนงานท่องเที่ยวชุมชน มาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสปาทรายที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมให้ข้อเสนอแนะกับทั้ง 20 ชุมชน เพื่อยกระดับการพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพวิภีใหม่ หรือ Wellness Economy … Wellness Tourism ตามนโยบายการพัฒนาของจังหวัดประจวบฯ “Next Move ประจวบ …ประจวบต้องไปต่อ” นำไปสู่การสร้างอาชีพสร้างรายได้ พร้อมการเปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ได้นำเสนอจุดเด่นการท่องเที่ยวภายในชุมชนของตนเอง ซึ่งหลังจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังมีอีก 2 กิจกรรมที่จะดำเนินการ คือกิจกรรมทดสอบโปรแกรมการท่องเที่ยว และกิจกรรมประชาสัมพันธ์ชุมชนท่องเที่ยว โดยมีสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนดำเนินงาน

ปัจจุบัน จังหวัดประจวบฯ ได้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนดำเนินโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy มีการจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ กลุ่มชุมชน A : Next Move 20 ชุมชน กลุ่มชุมชน B : Promote 8 ชุมชน กลุ่มชุมชน C : Connect 18 ชุมชน / กลุ่มชุมชน D : Networks 60 ชุมชน พร้อมจัดทำแผนการลงพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน และพิจารณาคัดเลือก 5 ชุมชน ที่เหมาะสมเข้าร่วมงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 43

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า 20 ชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกมาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง จะเป็นพี่ใหญ่ที่จะไปทำความเข้าใจให้กับชุมชนอื่น ในการพัฒนาการท่องเที่ยว Wellness Economy หรือ Wellness Tourism ให้ครบ 100 ชุมชนตามเป้าหมายนโยบาย Next Move ประจวบ ซึ่งมี 10 เรื่องสำคัญ ซึ่ง Wellness Economy เป็น 1 ใน 10 เรื่อง และแตกประเด็นย่อยออกเป็นอีก 8 ด้าน ได้แก่ งานเทศกาล สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงธรรมชาติ, อาหารพื้นถิ่น ผลไม้ เครื่องดื่ม, กีฬา, การแพทย์ทางเลือก นวด สปา, การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา, การแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า, การฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ, การพัฒนาที่พักในชุมชน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาสู่ชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยวเฉพาะด้าน
“ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ มีความพร้อมในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ อาหารทะเลที่สดสะอาด มีคุณภาพ มีแหล่งท่องเที่ยวสปาทราย สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องเปิดตัวให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รู้จัก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอของจังหวัด เพื่อสร้างเม็ดเงินให้กระจายในพื้นที่ โดยอุตสาหกรรม Wellness Economy ทั่วโลกสร้างเม็ดเงินในปัจจุบันถึง 6.33 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และจะขยายตัวถึง 9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในอีก 5 ปีข้างหน้าตามแนวโน้มการดูแลสุขภาพทั่วโลก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งทางจังหวัดพร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณ ส่งเสริมชุมชนที่มีความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมาย” นายสิทธิชัย กล่าว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทำโป่งเทียมเพิ่มแหล่งน้ำในวันช้างไทย

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทำโป่งเทียมเพิ่มแหล่งน้ำในวันช้างไทย

วันที่ 13 มีนาคม 2568 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยนายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเจ้าหน้าที่อุทยาน ร่วมกับ อบต.หาดขาม พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมวันช้างไทย โดยมีนายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ นายพิศิษฐ์ เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 300 คน ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กร.5 ห้วยลึก โดยในช่วงเช้ามีพิธีบวงสรวง ไหว้ศาลช้างบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กร.1 ป่ายาง จากนั้นได้ร่วมกันเป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ กำจัดวัชพืช เสริมโป่งเทียม และทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป อุทิศส่วนกุศลให้ช้างป่า ต่อด้วยการเสวนาในหัวข้อ “ทางออกของชุมชน คน ช้างป่ากุยบุรี”โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.มัทนา ศรีกระจ่าง ผู้เชี่ยวชาญช้างป่าในพื้นที่ นายพิชิต มีศักดิ์ รองนายก อบต.หาดขาม น.ส.อารีย์ คงมั่น ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบ้านรวมไทย นายสุรวัชร เปลี่ยนปราณ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ และนายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบรี ร่วมเสวนาเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และยังมีกิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสีของเด็กนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ตำบลหาดขาม ที่ อบต.หาดขาม สนับสนุนเงินรางวัล รวมทั้งสิ้น 18,300 บาท ปิดท้ายด้วยการมอบเงินสนับสนุนเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าจำนวน 10 เครือข่ายๆ ละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 500,000 บาท

วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันช้างไทย รัฐบาลมีนโยบายโดยต่อเนื่องในการให้ความสำคัญกับการดูแลช้างสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณ ทั้งในส่วนการอนุรักษ์ช้างป่าและการยกระดับมาตรฐานดูแลช้างเลี้ยง ให้เป็นที่ยอมรับของสากล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับหน่วยงาน ทั้งรัฐและเอกชนดำเนินการโครงการอนุรักษ์ช้าง ทำให้แนวโน้มประชากรช้างมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันช้างป่ามีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ประมาณ 4,013 – 4,422 ตัวในพื้นที่อนุรักษ์ ทั้งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน จำนวน 91 แห่ง (ข้อมูลวันที่ 9 มีนาคม 2566 ซึ่งเป็นข้อมูลที่อยู่ระหว่างการสำรวจและการประเมินประชากรช้างป่าทั่วประเทศ ปี 2566) และภายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบางแห่ง ในแต่ละพื้นที่การกระจายสามารถพบช้างป่าได้ ตั้งแต่น้อยกว่า 10 ตัว ไปจนถึง 200 – 300 ตัว โดยกลุ่มป่าที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ประชากรช้างป่า ได้แก่ กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าตะวันออก กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว – น้ำหนาว และกลุ่มป่าแก่งกระจาน อย่างไรก็ตาม การสำรวจติดตามและศึกษาประชากรช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งในประเทศไทย พบว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาช้างขาดแหล่งอาหารและน้ำ เนื่องจากป่าซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของช้างถูกบุกรุก เพื่อเป็นที่ทำกิน ตลอดจนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำให้มีปัญหาช้างออกมาทำลายพืชผลเกษตรในชุมชน ซึ่งรัฐบาลได้กำชับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางแนวทางทั้งการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า ตลอดจนการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม ให้สามารถเป็นแหล่งอาหารของช้าง ลดความขัดแย้งระหว่างช้างกับชุมชน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หมู่บ้านช้างหัวหิน จัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในวันช้างไทย

หมู่บ้านช้างหัวหิน จัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในวันช้างไทย

วันที่ 13 มีนาคม 2568 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดงานวันช้างไทย ประจำปี 2568 ที่หมู่บ้านช้างหัวหิน หลังวัดเขาอิติสุคโต จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายประกอบ ชำนาญกิจ เจ้าของหมู่บ้านช้างหัวหิน ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวรายงาน โดยมีนายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร ผู้อำนวยการส่วนสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เพชรบุรี แขกผู้มีเกียรติ กลุ่มศิลปินเมืองหัวหิน นักท่องเที่ยวและนักเรียนจากโรงเรียนฮาริโอ อินเตอร์เนชั่นแนล สมอโพรง เข้าร่วม

ภายในงานมีการเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ผลไม้ต่างๆ ให้กับช้างจำนวน 7 เชือก โดยมีควาญช้างคอยดูแลอย่างใกล้ชิด มีพิธีไหว้ศาลปะกำช้าง นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน ใช้ปากกาเมจิกเขียนถึงความรู้สึกที่มีต่อช้าง ลงบนช้างโมเดลที่หมู่บ้านช้างสร้างขึ้น มีการแสดงความสามารถพิเศษของช้าง รวมทั้งยังมีศิลปินรับเชิญ อาทิ อาจารย์อู้ด อัมพวา มาเปิดการเวิร์คช๊อปสีโปสเตอร์ และการประกวดวาดภาพช้างชิงเงินรางวัล รางวัลที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาท รางวัลที่ 2 เป็นเงิน 3,000 บาท และรางวัลที่ 3 เป็นเงิน 2,000 บาท และรางวัลชมเชย 3 รางวัลๆ ละ 1,000 บาท

น.ส.ไพลิน กองพันธ์ กล่าวว่า ขอชื่นชมหมู่บ้านช้างหัวหิน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่เห็นความสำคัญของช้างไทย กระตุ้นให้คนไทย เยาวชนไทยหันมาสนใจ รัก หวงแหนและร่วมกันอนุรักษ์ช้างไทย สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาเนิ่นนาน อีกทั้งช้างยังมีบทบาทสำคัญในหลายแง่มุม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานในวันนี้จะช่วยให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ว่าช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาด มีเกียรติและน่ายกย่อง ดังนั้น เราควรช่วยกันเห็นคุณค่า เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจและช่วยกันอนุรักษ์ให้ช้างอยู่คู่กับสังคมไทยไปอีกนาน

นายประกอบ ชำนาญกิจ กล่าวว่า หมู่บ้านช้างหัวหิน เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวมากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทย มักเดินทางมานั่งช้างชมธรรมชาติ

วันช้างไทย เกิดจากการริเริ่มของคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้คนไทยหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหน ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม เป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้น มีความเหมาะสมเป็นวันช้างไทย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เปิดแล้วงานชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 10 นักท่องเที่ยวแน่นหาด

เปิดแล้วงานชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 10 นักท่องเที่ยวแน่นหาด

ช่วงค่ำวันที่ 8 มีนาคม 2568 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 10 ที่จุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี, นายฤกษ์ อยู่ดี สส.จังหวัดเพชรบุรี เขต 2, รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ, นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ, นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี, นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมชมงานและชิมปูม้า อาหารทะเลกันอย่างคึกคัก

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ กล่าวว่า อำเภอชะอำเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรีและของประเทศไทย ที่สร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการที่เทศบาลเมืองชะอำ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้เกิดการกระจายรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง ต้องขอบคุณเทศบาลเมืองชะอำ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี บริษัทสิงห์คอร์เปอเรชั่น และหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมมือกันจัดงานนี้ขึ้นจนเป็นที่รู้จักดีของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติอีกด้วย

สำหรับงานเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 10 ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้อำเภอชะอำเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น และจัดขึ้นมาอย่างยาวนานจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับประเทศ ได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีในทุกๆ ปี เป็นการต่อยอดการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวของอำเภอชะอำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นและสอดรับกับแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้านอาหาร ซึ่งจังหวัดเพชรบุรี เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก และจะผลักดันให้ปูม้าชะอำ เป็น “Soft Power” ที่มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมการกิน การดื่มและวิถีชีวิตของประชาชน เป็น 1 ใน 5 F คือ F – Food อาหารไทยที่จะสร้างชื่อเสียงให้เป็นอาหารประจำพื้นถิ่นของจังหวัดเพชรบุรี โด่งดังไปทั่วโลก

ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสม กว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดินชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR “ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเล” ทุกวันๆ ละ 4 ล้านตัว ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมงานเทศกาลแห่งวิถีชีวิตและการอนุรักษ์ปูม้าของชะอำ ในเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 8 – 15 มีนาคม 2568 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ หนึ่งปีมีครั้งเดียว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

แฟนคลับปู แบล็คเฮด แน่นคอนเสิร์ต อิ่มอก อิ่มใจ ริมหาดสามร้อยยอด

แฟนคลับปู แบล็คเฮด แน่นคอนเสิร์ต อิ่มอก อิ่มใจ ริมหาดสามร้อยยอด

วันที่ 1 มีนาคม 2568 ดร.สิริกร หน่อทิม ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2568 กรรมการผู้จัดการ อิ่มอกอิ่มใจ ซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายไพศาล วิชยางกูล เจ้าของและผู้บริหารตลาด The Nine ขึ้นกล่าวต้อนรับและขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, น้องปลายฟ้า ทองดอนพุ่ม นางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2568 แบรนด์แอมบาสเดอร์ประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ และอีกหลายคนที่มาร่วมชม “ริมเล คอนเสิร์ต” กับ “ปู แบล็คเฮด” ศิลปินนักร้องชื่อดังขวัญใจชาวไทยในยุค 90 มาขับกล่อมเสียงเพลงดังในอดีตและปัจจุบันเป็นครั้งแรก บริเวณชายหาดหน้าร้าน “อิ่มอก อิ่มใจ” ท่ามกลางแฟนคลับของปู แบล็คเฮดจากทั่วประเทศเข้าชมและออกสเต็ปเต้นตามจังหวะเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน

ดร.สิริกร หน่อทิม กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกในการจัดงานคอนเสิร์ตนี้ โดยใช้งบประมาณ 4.5 แสนบาท เพื่อเป็นการยกระดับทางการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดประจวบฯ ช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน เป็นการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับชายหาด 2 อำเภอที่สวยงาม คือชายหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี ที่เป็นชายหาดเชื่อมต่อกับชายหาดเขากะโหลก อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ให้นักท่องเที่ยวทั่วประเทศและทั่วโลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสองอำเภอให้ดีขึ้น โดยภายในงานได้นำสินค้าโอทอปในพื้นที่อำเภอปราณบุรี – สามร้อยยอด และใกล้เคียงมาออกบูธจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทางร้าน “อิ่มอก อิ่มใจ” ได้มอบให้กับกิ่งกาชาดอำเภอสามร้อยยอด และชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด เพื่อใช้ทำกิจกรรมสาธารณะต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เพชรฯ นำปั่นสัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน ส่งเสริมท่องเที่ยว

ผู้ว่าฯ เพชรฯ นำปั่นสัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน ส่งเสริมท่องเที่ยว

วันที่ 1 มีนาคม 2568 ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม CSR ปั่นพาเที่ยว สัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ “เพชรบุรีท่องเที่ยวสร้างสรรค์ สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ชู Soft Power สู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ที่โบราณสถานทวารวดีโคกเศรษฐี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยนางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายนุกูล พรสมบูรณ์สิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ นักปั่นจักรยานทั้งในและนอกพื้นที่กว่า 120 คน ร่วมกิจกรรม

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรีให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและการกีฬาเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัด อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ศักยภาพและความพร้อมของจังหวัดในการเป็นเมืองที่มีความพร้อมในทุกมิติเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าหมายให้จังหวัดเพชรบุรี เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ผ่านกิจกรรม CSR ปั่นพาเที่ยว สัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน เพื่อสร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบุรี อย่างโบราณสถานทวารวดีโคกเศรษฐี และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในรูปแบบใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกทั้งยังส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายและสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน

สำหรับการจัดกิจกรรมกิจกรรม “CSR ปั่นพาเที่ยว สัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน” เป็นการขานรับนโยบายของรัฐบาลและแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเจริญเติบโต เพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยว ด้วยการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวให้สูงขึ้น โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ปั่นจักรยานสัมผัสธรรมชาติและร่วมกิจกรรม CSR ต่างๆ เริ่มต้นจากโบราณสถานทวารวดีโคกเศรษฐี ชุมชนโบราณริมทะเลในสมัยทวารวดี จากนั้นปั่นไปยังวนอุทยานเขานางพันธุรัต, ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ไร่ทองหทัย, โรงงานขนมจีนนายฮั้ว, วัดนายาง, วัดถ้ำแจง และปิดท้ายด้วยการชมฝูงค้างคาวนายาง ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากทุกภาคส่วน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เพชรฯ ชวนชิมปูม้าสดจากทะเล ในงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 10

ผู้ว่าฯ เพชรฯ ชวนชิมปูม้าสดจากทะเล ในงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 10

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ชายหาดหน้าโรงแรมลองบีช ชะอำ จ.เพชรบุรี ร.ต.ท. ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 10” ระหว่างวันที่ 8 – 15 มีนาคม 2568 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ พร้อมด้วยนายนุกูล พรสมบูรณ์สิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก ร่วมแถลงข่าว มีนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต นางรัมภา จำลองราช ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองชะอำ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติร่วมรับฟัง

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวถึงหาดชะอำ ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมง มีหาดทรายนุ่ม สีน้ำตาลอ่อนราวเปลือกไข่ สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก สามารถมาพักผ่อนเดินเล่น สัมผัสน้ำทะเลได้ชิลๆ เพราะมีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะในวันธรรมดา จันทร์ – พฤหัสบดี พอเริ่มศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ นักท่องเที่ยวจะหนาแน่น แต่ไม่แออัดจนเกินไป นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถริมทะเล วิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ – ทะเลบ้านฉัน” เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เพราะต้องตื่นเช้ากันจริงๆ นั่นคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นหน้าหาด และทำบุญตักบาตรพระภิกษุที่เดินบิณฑบาตยามเช้า รับแสงอรุณสีทองสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองชายทะเลที่มีกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้านออกเรือไปหาปู โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน จะใช้คลองสะพานหินเป็นที่จอดเรือหลบคลื่น ประกอบกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูม้าในทะเลได้มาก อีกทั้งเทศบาลเมืองชะอำได้ส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ด้วยการมอบพันธุ์ปูม้าให้กับชาวประมงและสนับสนุนการจัดตั้งธนาคารปูม้าของชุมชน เพื่อเป็นการแพร่พันธุ์ปูม้าในท้องทะเลชะอำให้มากขึ้น รวมไปถึงเป็นการส่งเสริมอาชีพชาวประมงพื้นบ้านที่ออกเรือไปหาปูให้คงอยู่ตลอดไป

“ขึ้นชื่อว่า “ปูม้าชะอำ” จะมีความสดและอร่อยมาก เพราะมาจากทะเลชะอำ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องเนื้อปูที่แน่นและหวานอร่อย ที่สำคัญชาวประมงที่สะพานปูชัก ในพื้นที่ท่าเรือประมง จะใช้วิธีการเก็บรักษาความสดของปู ด้วยการนำปูใส่ถุงตาข่าย ผูกเชือกห้อยกับราวสะพานเหล็ก เมื่อมีลูกค้ามาซื้อ ก็จะไปที่สะพาน จึงเรียกกันว่า “สะพานปูชัก” โดยจุดเด่นของสะพานปูชัก คือการดึงหรือสาวเชือกที่ผูกปูไว้กับตาข่ายและชักปูขึ้นมาเพื่อขายและนำไปประกอบอาหารสู่เมนูสร้างสรรค์ในร้านอาหารและโรงแรมระดับ 3 – 5 ดาว พร้อมให้ทุกท่านได้มาลิ้มลอง จึงเป็นที่มาของชื่อ “ปูชัก” นั่นเอง และด้วยชื่อ “ปูชัก” ที่ตั้งตามลักษณะการขายปูของชาวประมงพื้นบ้านนี้ มีความโดดเด่นเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชะอำในงานนี้” ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าว

นายนุกูล พรสมบูรณ์สิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ กล่าวว่า เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี บริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงชาวชุมชนในเขตเทศบาลเมืองชะอำ กำหนดจัดงานเทศกาลชิมปูชักขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเล โดยเฉพาะปูม้า ได้มาลองลิ้มชิมกันในงาน “เทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 10” โดยภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสมกว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น บนถนนคนเดินชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรม CSR “ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเล” ทุกวันๆ ละ 4 ล้านตัว ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมงานเทศกาลแห่งวิถีชีวิตและการอนุรักษ์ปูม้าของชะอำ ในเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 8 – 15 มีนาคม 2568 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ หนึ่งปีมีครั้งเดียว

ด้านนางดวงใจ คุ้มสอาด กล่าวว่า ททท.สำนักงานเพชรบุรี จัดทำแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา “โครงการ รู้เรื่อง…เมืองเพชร” เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวทางเลือกในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา หรือช่วง Off Season และเพื่อตอกย้ำแคมเปญการท่องเที่ยวที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ให้เกิดการรับรู้ และสร้างกระแสตลอดจนกระตุ้นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจทำกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเลือกเดินทางมาท่องเที่ยววันธรรมดา ในจังหวัดเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและพันธมิตร สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวแก่งกระจาน จัดกิจกรรมโปรโมชั่นพิเศษส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยววันธรรมดา ภายใต้แคมเปญ “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” โดยสถานประกอบการที่พัก ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นโรงแรม/ที่พัก ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ CF Hotel หรือ Star Hotel เป็นโครงการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย ททท.สำนักงานเพชรบุรี จะมอบของที่ระลึกสุด Exclusive เป็นเสื้อฮาวายผลิตจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลาย Must Do In Phetchaburi ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวและเข้าพักในวันธรรมดา (วันจันทร์ – พฤหัสบดี) ในโรงแรม/ที่พักในเพชรบุรีที่เข้าร่วมโครงการฯ ฟรี 1 ตัว/คน รวมจำนวนเสื้อกว่า 1,400 ตัว เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – มิถุนายน 2568 หรือเมื่อครบสิทธิ์ ทั้งนี้ สามารถเช็คสถานประกอบการที่พักที่เข้าร่วมโครงการฯ ภายใต้แคมเปญ “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” ได้ที่เฟซบุ๊ก : ททท.สำนักงานเพชรบุรี TAT Phetchaburi หรือที่ ประชาสัมพันธ์ เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 032 – 471123.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดงาน “สีสันหัวบ้าน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก

ประจวบฯ เปิดงาน “สีสันหัวบ้าน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ชุมชนคุณธรรมหัวบ้าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก อ.เมืองประจวบฯ มีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานวัฒนธรรมจังหวัด นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นายเฉลิมพล อภัยรี (อาจารย์ไก่) เจ้าของพิพิธภัณฑ์บ้านอาจารย์ไก่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายการนำทุนวัฒนธรรม มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และจังหวัดประจวบฯ มีเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ โดยกำหนดประเด็นการพัฒนาด้านเสริมสร้างความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว บนพื้นฐานเอกลักษณ์ของจังหวัดสู่นานาชาติ ซึ่งเป็นความสอดคล้องกันในด้านการขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลในด้านศิลปะวัฒนธรรมและด้านท่องเที่ยว จึงได้ผลักดันให้เกิดโครงการในครั้งนี้ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับคณะกรรมการถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก เทศบาลเมืองประจวบฯ สภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ และภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดกิจกรรมดังกล่าวภายใต้โครงการดังกล่าว ในธีมงาน “สีสันหัวบ้าน”

ทั้งนี้ กิจกรรม “สีสันหัวบ้าน” กำหนดจัดขึ้นทุกวันศุกร์ และวันเสาร์ เวลา 17.00 – 21.00 น ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 22 มีนาคม 2568 โดยจะมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงทางศิลปะวัฒนธรรม และศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย การสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กิจกรรมสร้างสรรค์ Art & Music การออกร้านจำหน่ายสินค้า ชุมชน เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านอาจารย์ไก่ เช็คอินสตรีทอาร์ท และการประดับไฟสีสัน เป็นต้น.