Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เร่งผลักดันประจวบฯ เป็นเมืองต้นแบบแห่งการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้ว่าฯ เร่งผลักดันประจวบฯ เป็นเมืองต้นแบบแห่งการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมรับฟังชี้แจงและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการส่งเสริมมาตรการยกระดับอุตสาหกรรรม (Smart and Sustainable Industry) และระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างแผนปฏิบัติการนำร่องไปสู่ชุมชนเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green City) ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมอมารี หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรจากสำนักงานพลังงานจังหวัด ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในจังหวัดประจวบฯ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม เพื่อรับฟังรายละเอียดที่เกี่ยวกับการส่งเสริมมาตรการยกระดับอุตสาหกรรรม กรณีมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ ด้านการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแนวทางส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงานมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางลดการระบายก๊าซเรือนกระจกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อจังหวัดจะได้จัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือและการประชาสัมพันธ์แนวทางการลดการใช้พลังงาน เพื่อผลักดันให้จังหวัดประจวบฯ เป็นเมืองต้นแบบในการลดการปล่อยคาร์บอน พร้อมอนุรักษ์พลังงาน ลดโลกร้อน ก้าวสู่ Net Zero ด้วยนวัตกรรมใหม่ ซึ่งจังหวัดประจวบฯ จะนำอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี AI มาใช้ร่วมกับหม้อแปลงที่ศาลากลางจังหวัด โดยจะเป็นสถานที่ราชการต้นแบบของประเทศแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้หม้อแปลง AI ในการเข้ามาช่วยควบคุมการทำงาน ช่วยในการการประหยัดพลังงานที่มากขึ้นและมีแรงดันไฟฟ้าคงที่ และทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้นอีกด้วย และในอนาคตจะสนับสนุนให้มีการติดตั้งใช้ในวงกว้างมากขึ้น ทั้งในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล รวมถึงในภาคธุรกิจ ซึ่งไปสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด “Next Move Prachuap – ประจวบต้องไปต่อ” ในการที่จะพัฒนาให้ประจวบฯเป็นเมืองอุตสาหรรมกรรมแห่งอนาคต มีการผลิตพลังงานทดแทน เป็นการยกระดับการบริหารจัดการด้านพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสมดุลยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 รับประกันความสด อร่อย

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 รับประกันความสด อร่อย

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า ชะอำเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมง มีหาดทรายนุ่ม สีน้ำตาลอ่อน เหมือนเปลือกไข่สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก มาพักผ่อนเดินเล่นสัมผัสน้ำทะเลได้ชิลๆ เพราะมีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะในวันธรรมดา จันทร์ถึงพฤหัสบดี พอช่วงปลายสัปดาห์ นักท่องเที่ยวจะหนาแน่นแต่ไม่แออัดจนเกินไป ผู้คนสามารถจอดรถริมทะเล วิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ – ทะเลบ้านฉัน” เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เพราะต้องตื่นเช้ากันจริงๆ นั่นคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นหน้าหาด และทำบุญตักบาตรพระภิกษุที่เดินบิณฑบาตยามเช้ารับแสงอรุณสีทองสวยงาม อีกทั้งชะอำยังเป็นเมืองชายทะเลที่มีกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้านออกเรือไปหาปู โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน จะใช้คลองสะพานหินเป็นที่จอดเรือหลบคลื่น ประกอบกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูม้าในทะเลได้มาก นำมาขายในราคาไม่แพง

“อีกทั้งเทศบาลเมืองชะอำยังมีการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ด้วยการมอบพันธุ์ปูม้าให้กับชาวประมงและจัดตั้งธนาคารปูม้าของชุมชนขึ้น เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปูม้าในท้องทะเลชะอำ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถสร้างรายได้จากการออกเรือได้อย่างยั่งยืน “ปูม้าชะอำ” ขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อปูที่แน่นและหวานอร่อย โดยชาวประมงที่นี่มีวิธีการเก็บรักษาความสดของปูด้วยการนำปูใส่ถุงตาข่ายผูกเชือก ห้อยกับราวสะพานเหล็ก เมื่อมีลูกค้ามาซื้อก็จะไปที่สะพาน เพื่อดึงหรือสาวเชือกที่ผูกไว้กับตาข่ายและชักปูขึ้นมาขายและนำไปประกอบอาหารให้ลูกค้า จึงเป็นที่มาของชื่อสะพานปูชัก และด้วยชื่อ “ปูชัก” ที่ตั้งตามลักษณะการขายปูที่มีเอกลักษณ์นี้ เทศบาลเมืองชะอำจึงนำมาใช้เป็นจุดขายของการจัดงานเทศกาลชิมปูชัก เป็นประจำทุกปี เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวหาดชะอำและชิมปูม้าในเทศกาลนี้ซึ่งมีเพียงปีละครั้งตามฤดูกาล”

เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี และ บริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด กำหนดจัดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 ในระหว่างวันที่ 14 – 21 มีนาคม 2569 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสม กว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดินชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR “ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเล” ทุกวัน ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และจะมีการแถลงข่าวเป็นทางการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ที่ชายหาดหน้าโรงแรมลองบีช ชะอำ

นางดวงใจ กล่าวเสริมอีกว่า “ททท. สำนักงานเพชรบุรี ยังได้จัดทำแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวทางเลือก ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา หรือช่วง Off Season และเพื่อตอกย้ำแคมเปญการท่องเที่ยวที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดการรับรู้ และสร้างกระแสตลอดจนกระตุ้นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจทำกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเลือกเดินทางมาท่องเที่ยววันธรรมดาในจังหวัดเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและพันธมิตร สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวแก่งกระจาน ร่วมจัดกิจกรรมโปรโมชั่นพิเศษส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยววันธรรมดา “เที่ยวพักวันธรรมดา @ เพชรบุรี” ภายใต้แคมเปญ “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” Season 2 โดยสถานประกอบการที่พักที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นโรงแรม/ที่พัก ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ CF Hotel หรือ Star Hotel เป็นโครงการ ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

โดย ททท.สำนักงานเพชรบุรี ร่วมกับบริษัท TripNiceDay จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว Online มอบสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวเป็นของขวัญสุด Exclusive เพียงมาท่องเที่ยวและพักผ่อน ณ โรงแรม ที่พัก ที่เข้าร่วมโครงการ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี รับทันทีคูปองเงินสดมูลค่า 200 บาท/ห้อง เพื่อใช้เป็นส่วนลดร้านอาหาร คาเฟ่ ของฝาก และกิจกรรมท่องเที่ยวสาย Green เริ่มแล้วตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม จำกัดจำนวนเพียง 2,000 สิทธิ์เท่านั้น สามารถกดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : ททท.สำนักงานเพชรบุรี หรือที่โทร. 032 – 471005 – 6 หรือที่ https://is.gd/WgntcB.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ห้างมาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน ฉลองส่งท้ายตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่กับมังกรทองพ่นไฟสุดตระการตา

ห้างมาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน ฉลองส่งท้ายตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่กับมังกรทองพ่นไฟสุดตระการตา

ช่วงค่ำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน จ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลตรุษจีน รับปีม้าไฟ ท่ามกลางประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าชมงานอย่างคับคั่ง โดยก่อนหน้าพิธีเปิด มีการแสดงดนตรีสดจากนักเรียนโรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ กรุงเทพฯ มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นาวาเอก ศรสิทธิ์ คลองน้อย รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ นายเจนวิทย์ ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน นางเบญจมาศ อ่วมสะอาด ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด พญ.สวรรยา อนุภัทร์ แพทย์ประจำคลินิกกรุงเทพหัวหิน สาขามาร์เก็ตวิลเลจ นายเศรษฐศักดิ์ ลาทอง ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติร่วมชมชุดการแสดง “ราชนาวี ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา พระแม่ฟ้า ตราบนิรันดร์” ด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจ

จากนั้นได้มีพิธีเปิดเทศกาลตรุษจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมชมการแสดงเชิดสิงโตและมังกรพ่นไฟสุดตระการตา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีน ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาว่าการเชิดสิงโตและมังกรเปรียบเสมือนการนำพาพลังแห่งความโชคดี ความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จมาสู่พื้นที่จัดงาน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในครั้งนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สุวัจน์ เปิดงานตรุษจีนหัวหินอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมผัดหมี่ซั่วมงคลกระทะยักษ์แจกนักท่องเที่ยว

สุวัจน์ เปิดงานตรุษจีนหัวหินอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมผัดหมี่ซั่วมงคลกระทะยักษ์แจกนักท่องเที่ยว

ช่วงค่ำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลตรุษจีนหัวหิน ประจำปี 2569 พร้อมด้วยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากสวมใส่ชุดจีนสีแดง สีทอง มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่บริเวณลานเดอะสแควร์ หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีขบวนแห่องค์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยะ เจ้าพ่อสมบูรณ์และเจ้าแม่ทับทิม พร้อมขบวนมังกรสุดอลังการไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลนครหัวหิน เพื่อให้ประชาชนตั้งโต๊ะรับเทพเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล ค้าขายดี ร่ำรวยในเทศกาลตรุษจีน พร้อมชมการประกวด Chinese Kids ที่สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้ชมจากความน่ารักของอาตี๋อาหมวยตัวน้อยในชุดกี่เพ้าสีสันสดใส

ภายหลังนายสุวัจน์กล่าวเปิดงานและกล่าวอวยพรชาวหัวหิน ชาวไทยและคนไทยเชื้อสายจีนในเทศกาลตรุษจีนแล้ว ได้ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติ ผัดหมี่ซั่วมงคลกระทะยักษ์ ซึ่งชาวจีนมีความเชื่อว่า หากกินหมี่ซั่วจะมีอายุยืนยาวเหมือนเส้นบะหมี่ แจกจ่ายให้กับประชาชนนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานได้รับประทาน พร้อมชมการแสดงเชิดสิงโตและมังกรพ่นไฟสุดตระการตา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีนตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา การเชิดสิงโตและมังกรเปรียบเสมือนการนำพาพลังแห่งความโชคดี ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จมาสู่พื้นที่จัดงาน สร้างความตื่นตาตื่นใจและความอิ่มเอมใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมเฉลิมฉลองตรุษจีนในครั้งนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

วนอุทยานห้วยน้ำซับ จัดงาน “ขึ้นเขา เผาข้าวหลาม ชมความงาม ดอกกาสะลอง” ปีที่ 21

วนอุทยานห้วยน้ำซับ จัดงาน “ขึ้นเขา เผาข้าวหลาม ชมความงาม ดอกกาสะลอง” ปีที่ 21

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 วนอุทยานห้วยน้ำซับ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ จัดงานประเพณีสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สวยงามตระการตา “ขึ้นเขา เผาข้าวหลาม ชมความงาม ดอกกาสะลอง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 นับตั้งแต่ปี 2548 มีนายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยนายรณกร รังกา หัวหน้าวนอุทยานห้วยน้ำซับ นายนิติ อยู่ยงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านสายเพชร ให้การต้อนรับผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น

จุดเด่นสำคัญของงาน คือการพาผู้ร่วมงานเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นเขาปู่ด่าง ระยะทาง 480 เมตร สู่ลานกาสะลอง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าลานปอคาว จุดชมวิวสุดพิเศษที่มีต้นกาสะลองอายุกว่า 100 ปี นับร้อยต้น ซึ่งกำลังบานสะพรั่งเป็นสีม่วงชมพูสวยงามไปทั้งลาน

“ดอกกาสะลอง” เป็นไม้ป่าพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์พิเศษ คือจะออกดอกพร้อมกันปีละครั้งเดียวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ทำให้ทิวทัศน์บนยอดเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงชมพูสวยงามตระการตา

นอกจากชมความงามของธรรมชาติแล้ว ผู้ร่วมงานยังได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมเผาข้าวหลาม ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านที่มีมาแต่โบราณ พร้อมรับโปสการ์ดที่ระลึกสวยงามเป็นของขวัญจากวนอุทยานฯ งานประเพณีครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ สุดเก๋ ! พาคู่รัก 14 คู่ พายเรือคายัค ปลูกรักนิรันดร์ สัมผัสธรรมชาติในวันวาเลนไทน์

ประจวบฯ สุดเก๋ ! พาคู่รัก 14 คู่ พายเรือคายัค ปลูกรักนิรันดร์ สัมผัสธรรมชาติในวันวาเลนไทน์

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยวและกีฬา และพนักงานเทศบาล พาคู่รัก 14 คู่ ร่วมกิจกรรม “พายเรือคายัค ปลูกรักนิรันดร์” สัมผัสธรรมชาติที่งดงามร่วมกันถ่ายภาพอุโมงค์ป่าโกงกางที่สวยงามที่สุด ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา วัดธรรมิการามวรวิหาร (วัดใน หรือวัดเขาช่องกระจก) อ.เมืองประจวบฯ และร่วมกันปลูกต้นกล้าแห่งรักและต้นโปรงทองในวันวาเลนไทน์ เพื่อให้ความรักและความสัมพันธ์เติบโตอย่างยั่งยืนคู่กับเมืองประจวบฯสืบไป นับเป็นหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความประทับใจ เสริมสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของเมืองประจวบฯ ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก พร้อมกันนี้นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ ได้มอบของที่ระลึกแก่คู่รักที่เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมถ่ายภาพร่วมกันท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติก

นายกมล แก้วเทศ กล่าวว่า นอกจากกิจกรรมในวันนี้แล้ว เทศบาลฯ ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเทศกาลวันวาเลนไทน์ ภายใต้แนวคิด “Love is a Journey – Begin at Prachuap” หรือ “ประจวบคีรีขันธ์…จุดเริ่มต้นของการเดินทางแห่งรัก” โดยเนรมิตสะพานสราญวิถี ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกริมอ่าวประจวบฯ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองประจวบฯ ให้เป็นหมุดหมายสำคัญในช่วงเทศกาลแห่งความรัก โดยใช้ศักยภาพของสะพานสราญวิถี มาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว มีกิจกรรมในค่ำคืนประกอบด้วยการแสดงดนตรีเพลงรัก (Melodies of Love), จุดถ่ายภาพ Photo Booth ที่ให้บริการฟรีแก่ผู้ร่วมงาน และการประดับไฟตกแต่งที่สร้างสีสันสวยงามยามค่ำคืนให้กับเมืองสามอ่าว โดยมีประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด สังคม

มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด พร้อมพันธมิตร จัดโครงการช่วยน้อง รร.บ้านหนองกระทิง มูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท

มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด พร้อมพันธมิตร จัดโครงการช่วยน้อง รร.บ้านหนองกระทิง มูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด สโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน จัดโครงการจิตอาสา “ส่งโอกาสให้น้อง (Passing on Opportunities to Underprivileged Children)” พร้อมนำรายได้ของสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด จากการจัดงาน “ราตรีนานาชาติการกุศล (International Charity Night 2026)” ไปมอบให้โรงเรียนบ้านหนองกระทิง อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมี ดร.ยุนหลิน หยาง ผู้อำนวยการบริหาร มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ ดร.เรวิตา สายสุด หัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA น.ส.พิชยา สุวรรณโชติ นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นายไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นายศิริชัย บุญเพ็ง รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองกระทิง คณะครูและนักเรียนร่วมกิจกรรม

โดยคณะผู้จัดงานและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันมอบและสนับสนุนสิ่งของให้แก่โรงเรียนบ้านหนองกระทิง ได้แก่ เครื่องเล่นสนามเด็กเล่น พัดลมเพดาน ตู้กดน้ำร้อน – น้ำเย็น อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋าเป้นักเรียนของโรงแรม UR the Private Hua Hin ของใช้จำเป็น ขนมและอาหาร รวมถึงการสนับสนุนการก่อสร้างและปรับปรุงหลังคาสแลนท์ หลังคาบ่อปลา และพื้นที่กิจกรรมภายในโรงเรียน เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมด้านการเรียนรู้และสุขภาวะของนักเรียนอย่างยั่งยืน คิดเป็นมูลค่า 123,517 บาท

นอกจากนี้ยังมีการจัดฐานกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยนักศึกษาโรทาแรคท์และนักศึกษาหลักสูตร MBA ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของนักศึกษานานาชาติของมหาวิทยาลัย ซึ่งร่วมกันจัดกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษ เล่นเกมสร้างสรรค์ และกิจกรรมสันทนาการ เพื่อสร้างความสุข ความสนุกสนาน และแรงบันดาลใจให้แก่น้องๆ นักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้คณะผู้จัดงานยังได้สนับสนุนอาหารกลางวัน ไอศกรีม และขนมอร่อยๆ สำหรับนักเรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและรอยยิ้มตลอดทั้งวัน สะท้อนพลังความร่วมมือของสถาบันการศึกษา องค์กรจิตอาสา และภาคเอกชน ที่ร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์จากงานราตรีนานาชาติการกุศลสู่การสร้างโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด สังคม

ประชุมสัญจรภาคีเครือข่าย กลุ่ม 8 จังหวัด ยกระดับมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร

ประชุมสัญจรภาคีเครือข่าย กลุ่ม 8 จังหวัด ยกระดับมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.ชาติชาย กิติยานันท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี มอบหมายให้นายณรงค์ฤทธ์ คงสมาน รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัญจรภาคีเครือข่าย กลุ่ม 8 จังหวัด ภาคกลางตะวันตก ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 1 พระนครคีรี ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี โดยมีนางโสภา มาลัยเลิศ ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดเพชรบุรี กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ และประธานภาคีเครือข่าย 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตกผู้ประกอบการร้านอาหารและตลาดสดแห่งประเทศไทย และผู้เข้าร่วมจาก 8 จังหวัดในภาคกลางตะวันตก ได้แก่ ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งสิ้น 120 คน

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการด้านอาหาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี และศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการร้านอาหาร แผงลอยและตลาดในพื้นที่ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ รวมทั้งยกระดับคุณภาพมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารด้วยนวัตกรรม ความสะอาด ความปลอดภัย สร้างสภาพแวดล้อมทางอาหารที่ดี และการบริหารจัดการที่ดีของผู้ประกอบการด้านอาหาร ภายในงานประกอบด้วยการบรรยายพิเศษ การเสวนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และกิจกรรมของเครือข่ายต่างๆ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาอุปสรรคจากผู้ประกอบการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

โค้งสุดท้าย ! “ผู้ใหญ่เปี๊ยก” ภูมิใจไทย นำทีมลงพื้นที่หัวหินชูนโยบายเปลี่ยนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

โค้งสุดท้าย ! “ผู้ใหญ่เปี๊ยก” ภูมิใจไทย นำทีมลงพื้นที่หัวหินชูนโยบายเปลี่ยนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นายอำนวย สุดกระแสร์ หรือผู้ใหญ่เปี๊ยก ผู้สมัคร สส.เขตอำเภอปราณบุรีและอำเภอหัวหิน เบอร์ 3 จากพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณสถานีรถไฟหัวหินในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง มั่นใจกระแสตอบรับดีเยี่ยม หลังเดินเท้าพบปะประชาชนต่อเนื่องกว่า 30 วัน

นายอำนวย เปิดเผยว่า หน้าที่สำคัญของ สส. คือการนำความเดือดร้อนของชาวหัวหินและปราณบุรีเข้าไปสะท้อนในสภาเพื่อผลักดันงบประมาณจากรัฐบาลลงมาแก้ปัญหาให้ตรงจุด โดยเฉพาะนโยบาย “พูดแล้วทำ” ของพรรคภูมิใจไทยที่เน้นการปฏิบัติจริง

จากการลงพื้นที่ นายอำนวยระบุว่าปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขเร่งด่วนเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิตคือการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเร่งบริหารจัดการขยะร่วมกับเทศบาลและ อบต. เพื่อทำให้หัวหินเป็นเมืองสะอาด น่าอยู่ ดึงดูดนักท่องเที่ยว แก้วิกฤตน้ำประปาด้วยการประสานงานดึงงบประมาณก้อนใหญ่จากส่วนกลางมาปรับปรุงระบบน้ำประปาให้เพียงพอและสะอาด เพื่อให้คนในพื้นที่ได้ใช้น้ำที่มีคุณภาพ

นายอำนวยกล่าวด้วยความมั่นใจว่า จากการเดินหาเสียงตลอด 30 วันที่ผ่านมา สัมผัสได้ถึงความต้องการของประชาชนที่ “อยากเปลี่ยน” ไปสู่สิ่งใหม่ๆ ชาวบ้านอยากได้คนใหม่ไปพัฒนาเมือง ผมพร้อมสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนหัวหินและปราณบุรีให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

นอกจากนี้ ยังย้ำถึงความพร้อมของทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญอย่าง ดร.ศุภจี, ท่านเอกนิติ และท่านสุธี ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและท้องถิ่นให้เข้มแข็ง

ในช่วงท้าย นายอำนวยได้เชิญชวนพี่น้องชาวหัวหินและปราณบุรีออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ โดยขอโอกาสให้ตนเอง เบอร์ 3 และเลือกพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 เข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

พิธีไหว้ครูมวยไทยรำลึก “สมเด็จพระเจ้าเสือ” องค์พระบิดามวยไทย ในงาน “Amazing MuayThai Festival 2026”

พิธีไหว้ครูมวยไทยรำลึก “สมเด็จพระเจ้าเสือ” องค์พระบิดามวยไทย ในงาน “Amazing MuayThai Festival 2026”

ช่วงค่ำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ “สมเด็จพระเจ้าเสือ” พิธีถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว (ททท.) พล.อ.จินตมัย ชีกว้าง ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก “บัวขาว” สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยชาวไทย แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมชมพิธีไหว้ครูมวยไทยอย่างคับคั่ง ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ

จากนั้นเป็นพิธีน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนปีหลวง และยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 93 วินาที จากนั้นเป็นพิธีครอบครูและไหว้ครูมวยไทย การแสดงชุด “ลั่นกลองเกริกฟ้า ประกาศศักดา ภูมิปัญญามวยไทย” องค์ที่ 1 สี่ภาค สี่วิถี หนึ่งแผ่นดิน, องค์ที่ 2 บิดาแห่งมวยไทย, องค์ที่ 3 น้อมจิตบูชาครู ธำรงศิลป์ไหว้ครูมวยไทย, องค์ที่ 4 วีรกรรมทหารกล้า เลือดเนื้อเพื่ออธิปไตย “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขาด” โดยใช้นักแสดงกว่า 1,519 คน และปิดท้ายด้วยการแสดงพลุอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น “วันมวยไทย” ซึ่งตรงกับวันเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ “พระเจ้าเสือ” พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านมวยไทย เพื่อเป็นการสืบทอดศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปยังคนรุ่นหลัง อีกทั้งยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทยตราบมาจนถึงปัจจุบัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดประจวบฯ กองทัพบก การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม กรมประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และสภามวยโลกมวยไทย (WBC) รวมทั้งภาคเอกชน และส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ร่วมจัดงาน Amazing Muay Thai Festival 2026 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “Ultimate Muay Thai Experience” ระหว่างวันที่ 4 – 7 กุมภาพันธ์ใจนี้ ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) องค์พระบิดามวยไทย ในโอกาสครบ 324 ปีแห่งวันขึ้นครองราชย์

เพื่อส่งเสริมให้มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติไทยและมรดกของชาติไทย เผยแพร่ประวัติศาสตร์ จารึกประเพณีวัฒนธรรมอันงดงามและเป็นสากล เพื่อให้กีฬามวยไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก และเพื่อต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยให้มวยไทยเป็นสื่อกลาง ให้อุทยานราชภักดิ์เป็นบ้านของมวยไทยที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต้องมาเยือน.