Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

กรณ์มาช่วยหาเสียงที่หัวหิน มั่นใจกระแสประชาธิปัตย์คืนชีพ ชูนโยบายแก้ปากท้อง คุมเข้มรัฐบาลใสสะอาด

 กรณ์มาช่วยหาเสียงที่หัวหิน มั่นใจกระแสประชาธิปัตย์คืนชีพ ชูนโยบายแก้ปากท้อง คุมเข้มรัฐบาลใสสะอาด

วันที่ 31 มกราคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช ทีมเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตลาดฉัตร์ไชย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับ พล.ต.ท.วรายุทธ สุขวัฒน์ (ผู้การต่อ) ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ “ท็อป – นายเอกธิปป์ ตนประเสริฐ ” ผู้สมัคร สส.ประจวบฯ เขต 2 หมายเลข 9 มั่นใจคนพื้นที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ชูจุดแข็งพรรค มืออาชีพที่ซื่อสัตย์ พร้อมเป็นตัวแปรสำคัญกำกับรัฐบาลไม่ให้นอกลู่นอกทาง มั่นใจคนประจวบฯ ให้โอกาสคนรุ่นใหม่

นายกรณ์ กล่าวว่าหลังจากลงพื้นที่ตั้งแต่บางสะพาน ทับสะแก ปราณบุรี จนถึงหัวหิน ได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะในเขต 2 (หัวหิน – ปราณบุรี) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตนคุ้นเคยมานานกว่า 50 ปี การส่งคนหนุ่มอย่างนายเอกธิปป์ ตนประเสริฐ (ท็อป) ผู้สมัครเบอร์ 9 ลงชิงเก้าอี้ สส. ในครั้งนี้ เป็นการสะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเดินหน้าด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของทีมงานมืออาชีพในพรรค ตาม​นโยบาย “ไทยหายจน” เรื่องปากท้องรอไม่ได้

ในส่วนของนโยบายเศรษฐกิจ นายกรณ์ย้ำว่าความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินและค่าครองชีพ คือภารกิจเร่งด่วน พรรคได้ประกาศยุทธศาสตร์ “ไทยหายจน” ด้วยมาตรการที่ทำได้จริง อาทิ โครงการล้างหนี้นอกระบบ ผ่านสถาบันการเงินรัฐ และมาตรการ “ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด” เพื่อสร้างวินัยการเงิน, เดินหน้านโยบายลดค่าไฟฟ้าและค่าโดยสารสาธารณะราคาประหยัด รวมถึงสวัสดิการเบี้ยยังชีพที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย, สานต่อและขยายผลการประกันรายได้เกษตรกรและแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ชูจุดยืน “ผู้กำกับรัฐบาล” ปราบโกง แม้จะยอมรับว่าพรรคกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่คุณกรณ์มั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นเสียงที่มีความหมายในสภาฯ

“เราอาจไม่ได้เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในครั้งนี้ แต่เราจะเป็นคนกำกับว่าผู้เป็นรัฐบาล ต้องทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ต้องปราศจากเรื่องทุจริตคอรัปชั่น และมุ่งเป้าแก้เรื่องปากท้องเป็นสำคัญ” นายกรณ์กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนพี่น้องชาวประจวบคีรีขันธ์และคนไทยทั่วประเทศให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งคนทั้งพรรค (เบอร์ 27) เพื่อนำทีมมืออาชีพอย่างนายชวน หลีกภัย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และตนเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้งครับ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

“ช่อ พรรณิการ์” นำทีมพรรคประชาชนหาเสียงโค้งสุดท้ายที่หัวหิน “ขอประจวบกล้าเปลี่ยน เลือกส้มทั้งสองใบ”

“ช่อ พรรณิการ์” นำทีมพรรคประชาชนหาเสียงโค้งสุดท้ายที่หัวหิน “ขอประจวบกล้าเปลี่ยน เลือกส้มทั้งสองใบ”

วันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคประชาชนจัดกิจกรรมปราศรัยใหญ่ช่วงโค้งสุดท้าย ภายใต้ชื่อ “คาราวานประชาชนหัวหิน” เปิดพื้นที่พบปะประชาชนในเขตเทศบาลวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของผู้สนับสนุนที่มารอฟังการปราศรัย โดยขบวนคาราวานเริ่มต้นจากซอยหัวหิน 19 เคลื่อนเข้าสู่สวนหลวงราชินี 19 ไร่ ก่อนถึงช่วงปราศรัยใหญ่ เพื่อขอคะแนนเสียงในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และวันเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์

พรรคประชาชนส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 3 เขตเลือกตั้งในจังหวัดประจวบฯ ได้แก่ เขต 1 นายมรกต โอ่เอี่ยม (ลูกหิน) นักกีฬากอล์ฟอาชีพ เขต 2 น.ส.นักษา กาญจนคีรีรัตน์ (เค้ก) วิศวกร เขต 3 น.ส.วรรณอนงค์ หาญพงษ์ธรรม (พลอย) ผู้ประกอบการร้านโกโก้ โดยผู้สมัครทั้งสามเขตได้ขึ้นเวทีสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ทั้งปัญหาปากท้อง การทำมาหากิน โอกาสทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการของรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคประชาชน พร้อมย้ำจุดยืนเดียวกันว่า “เลือกอนาคต เลือกรัฐบาลประชาชน”

นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรคประชาชนผลัดกันขึ้นเวทีนำเสนอนโยบายสำคัญ อาทิ ด้านการศึกษา การบริหารจัดการที่ดิน ปัญหาเงินประกันสังคม และสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยมีแกนนำร่วมปราศรัยหลายคน อาทิ กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ, สรายุทธ ใจหลัก, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ธิวัชร์ ดำแก้ว และครูหนึ่ง ธีรศักดิ์ จิระตราชู

ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของ“ช่อ”พรรณิการ์ วานิช หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ซึ่งได้รับเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากประชาชนตลอดการขึ้นเวที “ช่อ” ได้กล่าวตอบโต้กรณีที่มีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ชาวช้างสีน้ำเงินจัดเวทีปราศรัยที่กรุงเทพฯ พาดพิงว่าพรรคประชาชนหยิบยกประเด็นการตรวจสอบเงินประกันสังคมมาใช้เป็นเครื่องมือหาเสียง ช่วงที่เป็นบอร์ดประกันสังคม 2 ปี ทำไมไม่ตรวจสอบ มาตรวจช่วงนี้ หวังกอบโกยคะแนนเสียงในช่วงเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนตรวจสอบเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ทั้งเรื่องเงิน เรื่องที่ประกันสังคมซื้อตึกเก่า SKYY 9 มูลค่า 3 พันล้าน ด้วยเงินกองทุน 7 พันล้าน โดยมี “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” ร่วมกับ “เนม สหัสวัต คุ้มคง”

สส.พรรคประชาชน ตรวจสอบจนเป็นที่ประจักษ์ และนำไปสู่การที่ไอซ์ รักชนก หนึ่งในทีมตรวจสอบได้รับรางวัลนักการเมืองดาวรุ่งประจำปี 2568 พร้อมเหน็บกลับผู้ที่กล่าวหาอย่างเผ็ดร้อนว่า “อาจไม่ได้ติดตามข่าว เพราะที่บ้านไม่มีอินเทอร์เน็ต”
นอกจากนี้ ช่อยังกล่าวถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยข้อมูลการเบิกธนบัตรฉบับละ 100 บาท มูลค่ากว่า 450 ล้านบาท จน กกต.ต้องขอข้อมูลเพื่อตรวจสอบป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหลายพรรคการเมืองใช้เงินหาเสียงจำนวนมหาศาล และมักต้องเกรงใจกลุ่มทุนหรือบริษัทเอกชนที่สนับสนุนพรรค ขณะที่พรรคประชาชนใช้เงินหาเสียงจากเงินบริจาคของประชาชน จึงไม่ต้องเกรงใจใคร นอกจากเกรงใจประชาชน

“ช่อ” ยังย้ำอีกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการเลือกตั้งปี 2566 แม้พรรคก้าวไกลในขณะนั้นจะได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ผ่านโหวตนายกฯ ของสมาชิกวุฒิสภา อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งปี 2569 วุฒิสภาชุดดังกล่าวหมดวาระแล้ว จึงไม่สามารถขวางการจัดตั้งรัฐบาลได้อีก หากพรรคประชาชนได้รับคะแนนเสียงมากเป็นอันดับ 1 พร้อมขอให้ประชาชนชาวประจวบฯ กล้าเปลี่ยนเพื่ออนาคต เลือกพรรคประชาชนทั้งผู้สมัครและพรรค หรือเลือกส้มทั้งสองใบ เพื่อให้ได้คะแนนเสียงถล่มทลาย และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนอย่างแท้จริง.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ทศวรรษแห่งการให้ ! บางสะพานปลุกพลังศรัทธาอีกครั้ง“Run for Love 10 ปี ก้าวคนละก้าว”

ทศวรรษแห่งการให้ ! บางสะพานปลุกพลังศรัทธาอีกครั้ง“Run for Love 10 ปี ก้าวคนละก้าว”

วันที่ 30 มกราคม 2569 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน ร่วมกันแถลงข่าวและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ “ก้าวต่อไปเพื่ออนาคตสาธารณสุขบางสะพาน”เชิญชวนร่วมรำลึก 10 ปีแห่งตำนานการให้ ณ ห้องประชุมก้าวด้วยรัก ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบฯ โดยมีบุคคลสำคัญร่วมขับเคลื่อนโครงการ ยืนยันความพร้อมของพื้นที่และการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อความปลอดภัยและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน อาทิ พ.ต.อ.ตะวัน ตระการฤกษ์ ผกก.สภ.บางสะพาน ชี้แจงแผนดูแลความปลอดภัยและการจราจรตลอดเส้นทางวิ่ง, นายเจริญ เจริญลักษณ์ สาธารณสุขอำเภอบางสะพาน นำพลังสนับสนุนจาก อสม. กว่า 500 คน จาก 7 ตำบล มาร่วม,
นายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ ตัวแทนกลุ่มเหล็กสหวิริยา และ SVL Group ย้ำบทบาทภาคเอกชนที่ยืนเคียงข้างบางสะพานมากว่า 36 ปี ผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ การส่งบุคลากรร่วมขับเคลื่อน และการสนับสนุนช่องทางจำหน่ายเสื้อ เพื่อเสริมพลังชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 20.30 น. ณ ลานกิจกรรมที่ว่าการบางสะพาน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 ภาพของชายคนหนึ่งที่ชื่อ “ตูน บอดี้สแลม” กับการวิ่งกว่า 400 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ สู่บางสะพาน ไม่เพียงกลายเป็นตำนานแห่งการเสียสละ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ “พลังศรัทธา” ที่ปลุกหัวใจคนไทยทั้งประเทศ เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลบางสะพาน ให้ก้าวผ่านข้อจำกัดด้านสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งทศวรรษผ่านไป ก้าวเล็กๆ ในวันนั้น ได้ต่อยอดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทั้งด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบบริการ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และวันนี้ พลังแห่งการให้กำลังจะถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง ในวาระครบรอบ 10 ปี “ก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯ – บางสะพาน”ภายใต้โครงการวิ่งการกุศล“Run For Love 10 ปี ก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯ – บางสะพาน”ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ออร์โธฯ ชวนก้าว” โดยราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ในโอกาสครบรอบ 60 ปีการสถาปนาื ซึ่งการรวมพลังครั้งสำคัญนี้ มีเป้าหมายเพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ 13 โรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ ผ่านศิริราชมูลนิธิ ควบคู่การรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงสุขภาพกระดูกและข้อ โดยราชวิทยาลัยฯ ผนึกกำลังร่วมกับ 12 จังหวัดทั่วประเทศ สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อส่งต่อโอกาสการรักษาให้แก่เพื่อนมนุษย์
ซึ่งสอดรับอย่างยิ่งกับวาระครบรอบ 10 ปี “ก้าวคนละก้าว” ที่บางสะพาน ทุกภาคส่วนจึงพร้อมใจกันสานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้ เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขของ โรงพยาบาลบางสะพาน อย่างยั่งยืน

ด้านนายเฉลิมพล วาณิชยานันท์ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทั่วไป ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้สรุปเส้นทางวิ่ง แผนแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน พร้อมกิจกรรมเสริม อาหารและของรางวัล โดยผนึกกำลังกับกลุ่ม “ยังบางสะพาน” และ “บางสะพานรันเนอร์” ให้งานนี้เป็นมากกว่างานวิ่ง คือเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนและแบ่งปันความรัก

ไฮไลต์สำคัญ คือการเปิดตัว เสื้อที่ระลึก Run For Love 10 ปี ออกแบบโดยคุณเบล – ชายชาญ ใบมงคล จากมูลนิธิก้าวคนละก้าว ภายใต้แนวคิด “คลื่นหัวใจ” สื่อถึงแรงสั่นสะเทือนแห่งการเสียสละ ที่กำลังจะกลับมาปลุกหัวใจคนไทยอีกครั้ง
ภายในงานยังมีพิธีมอบงบประมาณสนับสนุนเริ่มต้นโครงการ จากภาคีเครือข่าย อาทิ มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน บางสะพาน, กลุ่มเหล็กสหวิริยา, SVL Group และผู้มีจิตศรัทธาอีกหลายภาคส่วน ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้น “ก้าวใหม่” เพื่อชาวบางสะพาน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

โรงเรียนหัวหินวิทยาลัยจัด “วิ่งสู่ร้อยปีซาเลเซียน” รายได้เป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ขัดสน

โรงเรียนหัวหินวิทยาลัยจัด “วิ่งสู่ร้อยปีซาเลเซียน” รายได้เป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ขัดสน

วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมเทเรซา โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จ.ประจวบฯ บาทหลวงเทพรัตน์ ปิติสันต์อธิการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย พร้อมด้วยบาทหลวงณัฐวุฒิ กิจสวัสด์ ผู้ช่วยอธิการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย นายชาญณรงค์ พานิชนันทนกุล นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย นายรังสรรค์ บุญแท้ นายกสมาคมศิษย์เก่าฯ พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน คณะกรรมการจัดงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมจัดงาน “วิ่งสู่ร้อยปีซาเลเซียน” (SALESIAN HUA HIN MINI MARATHON 2026 ) ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมนี้ ที่โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมฉลองครบรอบ 100 ปี ของคณะนักบวชซาเลเซียนที่เข้ามาช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการศึกษาในอำเภอหัวหินและพื้นที่ใกล้เคียง จนเป็นที่รู้จักดี ภายใต้ชื่อโรงเรียนซาเลเซียนหัวหิน หรือโรงเรียนฝรั่งดำ หรือโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ซึ่งมีศิษย์เก่าและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนอยู่มากมาย โดยรายได้ในการจัดงาน หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะมอบให้โรงเรียนเพื่อสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ครอบครัวขัดสน และส่วนหนึ่งนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่สำหรับการเรียนให้ทันสมัยมากขึ้นตามมาตรฐานสากล โดยแบ่งการวิ่งออกเป็น 3 ระยะทาง คือ 3 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้มีผู้สมัครรวมกว่า 1,800 คน และยังเปิดรับต่อจนถึงสิ้นเดือนมกราคมนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ www.runforsalesianhuahin.com.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบต่อเนื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนให้กับสถานศึกษาที่ขาดแคลน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบต่อเนื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนให้กับสถานศึกษาที่ขาดแคลน

วันที่ 29 มกราคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนให้แก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ครั้งที่ 3 ที่โรงเรียนประชาบูรณะวิทยา ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ น.ส.ชุติกาญจน์ จันทร์สุริยา รองศึกษาธิการจังหวัด น.ส.วรลักษณ์ จันทร์ผา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดฯ เขต 1 น.ส.ไพสน สำราญรมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาบูรณะวิทยา หัวหน้าส่วนราชการ ประธานหอการค้าจังหวัด นายอำเภอเมืองประจวบฯ ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม คณะครูและนักเรียนโรงเรียนประชาบูรณะวิทยาและโรงเรียนฮาฟิซประจวบฯ เข้าร่วมพิธี

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนให้แก่สถานศึกษาในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมืออันดียิ่งจากผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของเยาวชนไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล การสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นการสร้างโอกาสให้แก่สถานศึกษาและนักเรียนได้เข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนและเสริมสร้างทักษะที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต โดยโรงแรมบลูเวฟ หัวหิน ได้สนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 10 เครื่อง และผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบเงินสนับสนุนโรงอาหารให้กับโรงเรียนประชาบูรณะวิทยา เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับสุขาภิบาลอาหาร และพัฒนาโภชนาการนักเรียน รวมมูลค่าประมาณ 2 แสนบาท

ตามที่จังหวัดประจวบฯ โดยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัดประจวบฯ ภายใต้ชื่อ ” Next move PRACHUAP ประจวบต้องไปต่อ” เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 10 ด้าน และอีกหนึ่งกลไกลที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา คือนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษา ภายใต้ชื่อ “10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา” โดยกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยการระดมทรัพยากรจากภาคส่วนเอกชน คือผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ภายใต้แนวคิด CSR หรือ Corporate Social Responsibility ในการจัดหาคอมพิวเตอร์ให้กับสถานศึกษาที่ขาดแคลน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในโรงเรียนให้มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน ตลอดจนเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ได้มีเครื่องมือที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 – 2 ตุลาคม 2568 ได้ส่งมอบอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุน ครั้งที่ 1 จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองม้อง อ.บางสะพานน้อย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 และโรงเรียนบ้านหนองน้ำกลัด อ.สามร้อยยอด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 2 และเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ได้ส่งมอบอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุน ครั้งที่ 2 จำนวน 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนประชาพิทักษ์ อ.ทับสะแก และโรงเรียนบ้านทุ่งตาแก้ว อ.ทับสะแก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดกิจกรรมขอบคุณสื่อมวลชน สานสัมพันธ์เครือข่ายสื่อสารมวลชน

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดกิจกรรมขอบคุณสื่อมวลชน สานสัมพันธ์เครือข่ายสื่อสารมวลชน

วันที่ 28 มกราคม 2569 รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี กล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลชน ในโครงการขอบคุณสื่อมวลชน มทร.รัตนโกสินทร์ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยมีสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนงเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางในการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และสร้างความร่วมมือด้านการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทและการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ตลอดจนกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหาร มทร.รัตนโกสินทร์ และสื่อมวลชน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในเชิงรุก

นอกจากนี้ คณะสื่อมวลชนยังได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญและการจัดการเรียนการสอนของแต่ละคณะ ได้แก่ การสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ การเยี่ยมชมคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ ห้องปฏิบัติการน้ำหอม ชั้น 8 โรงงานเครื่องสำอางต้นแบบ สาขาเทคโนโลยีสุขภาพและความงาม ชั้น 3 และครุภัณฑ์ชุดปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจการจัดการขนส่งด้วยระบบรางสมัยใหม่ รวมถึงการดูงานการเรียนการสอนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในห้องปฏิบัติการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ห้องปฏิบัติการระบบ SCADA และ IIOT และห้องปฏิบัติการระบบการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม กิจกรรมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และทำให้ มทร.รัตนโกสินทร์ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสื่อมวลชน เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลของมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม “Quick Win 100 วัน” ถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพันปีหลวง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม “Quick Win 100 วัน” ถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันที่ 29 มกราคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Quick Win 100 วัน” ถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มูลนิธิสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านนิคม กม.5 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ มีนายมานพ ตั้งบูรพาจิตร์ รองนายก อบจ.ประจวบฯ นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม มีการประกอบพิธีสงฆ์และทำบุญใส่บาตรนมจืดแด่พระภิกษุสงฆ์ หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การมอบถุงพระราชทานให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ จำนวน 15 ราย จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมบริเวณมูลนิธิสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ

สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านนิคม กม.5 ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลอ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2535 เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา โดยเป็น 1 ใน 82 แห่งที่จัดตั้งขึ้นทั่วประเทศ ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ เป็นหน่วยบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ให้บริการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ตำบลอ่าวน้อยและพื้นที่ใกล้เคียง มีบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป การฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยมีการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประจำทุกปี เช่น การจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หรือการทำนุบำรุงศาสนสถานและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร แก้หนี้และสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน

อบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร แก้หนี้และสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน

วันที่ 29 มกราคม 2569 นายสมศักดิ์ ไพบูลย์ เกษตรกรและรองประธานคนที่ 1 อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร ภายใต้การฝึกอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกรภายใต้ รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 29 – 30 มกราคม 2569 ที่ อบต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายและวิกฤติในภาคการเกษตร ยุทธศาสตร์สำคัญคือการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก ผ่านการพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้มีศักยภาพ เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็น“มอเตอร์หัวใจ” ของยุทธศาสตร์กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)

ด้าน น.ส.นารี อุทัยทิพวุฒิกร หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า การจัดอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรเกษตรกร ทั้งด้านการบริหารจัดการองค์กร การขับเคลื่อนเครือข่าย และการมีส่วนร่วมของสมาชิก เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและสร้างความเข้มแข็งอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ ยังได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการตามนโยบาย ฟื้นฟูเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมุ่งแก้ไขปัญหาพื้นฐานรายบุคคล เริ่มจากการจัดเก็บข้อมูลสมาชิกอย่างเป็นระบบ ทั้งภาระหนี้สินครัวเรือน สถานะอาชีพ และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อออกแบบการช่วยเหลือให้ตรงจุด จากการประเมิน พบว่าบางรายไม่มีหนี้สิน แต่ขาดอาชีพ ขณะที่บางรายได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กองทุนฟื้นฟูฯ จึงมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง มีอาชีพ และดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ที่ผ่านมา กองทุนฟื้นฟูฯ ได้ช่วยเหลือเกษตรกรด้านการจัดการหนี้สินแล้วประมาณ 8 ราย ส่วนใหญ่เป็นหนี้กับสหกรณ์การเกษตรและสถาบันการเงิน โดยขยายวงเงินช่วยเหลือจากเดิมไม่เกิน 2.5 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้สอดคล้องกับภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้สามารถรักษาที่ดินทำกินไว้ได้กว่า 40 ไร่

การอบรมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมสนับสนุน พร้อมด้วย น.ส.ประทีป แจ้งสว่าง อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดประจวบฯ ประธานกองทุนฟื้นฟูฯ จาก 10 ตำบล และเกษตรกรผู้เข้าร่วมกว่า 60 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ กองทุนฟื้นฟูฯ ขอเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนที่ประสบปัญหาหนี้สิน หรือขาดแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ เข้ารับการช่วยเหลือ โดยคาดหวังว่าผู้นำชุมชนกว่า 50 คน ที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ จะเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูล ขยายโอกาสการเข้าถึงการแก้หนี้ ฟื้นฟูอาชีพ และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำผู้ตรวจราชการลงเรือ ชมเส้นทางท่องเที่ยวชีวภาพป่าชายเลนที่คลองบางนางรม

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำผู้ตรวจราชการลงเรือ ชมเส้นทางท่องเที่ยวชีวภาพป่าชายเลนที่คลองบางนางรม

วันที่ 28 มกราคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายวุฒิพงศ์ ตั้งจิตสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าส่วนราชการร่วมล่องคลองบางนางรม พายเรือชมเส้นทางท่องเที่ยวชีวภาพ ที่บริเวณคลองบางนางรม อ.เมือง จ.ประจวบฯ ในโอกาสที่นายวุฒิพงศ์ ตั้งจิตสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เดินทางมาตรวจราชการส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลังในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ โดยร่วมกันพายเรือไปตามเส้นทางคลองบางนางรม ชมระบบนิเวศป่าชายเลนที่สมบูรณ์ มีทั้งต้นโกงกาง โปรงแดง ต้นแสมขาวยักษ์ ชมโซนเลี้ยงหอยนางรม แปลงปลูกป่า จุดชมนก ประกอบกับวิวทิวทัศน์ช่วงเย็น โดดเด่นด้วยแสงสีส้มทองสะท้อนผืนน้ำ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การถ่ายภาพ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และมีความสวยงามแห่งใหม่ของจังหวัดประจวบฯ ที่สามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมดังกล่าว ดำเนินการโดยวิสาหกิจชุมชนพิทักษ์วารี ซึ่งรวมตัวจัดตั้งขึ้นเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติป่าชายเลนของคลองบางนางรม ผ่านกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้งการอนุรักษ์พัฒนาและการท่องเที่ยวชีวภาพ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นอกจากจะได้พายเรือชมธรรมชาติแล้ว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพิทักษ์วารียังสามารถให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมปลูกป่าชายเลนในพื้นที่คลองบางนางรมได้อีกด้วย โดยทางกลุ่มมีเรือคายัคบริการกว่า 20 ลำ พร้อมเสื้อชูชีพ รองรับนักท่องเที่ยวได้รอบละ 30 คน ใช้เวลาไปกลับ ต่อรอบประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ค่าบริการลำละ 600 บาท นั่งได้ 3 คน ขึ้นเรือได้ที่ท่าน้ำวัดธรรมมิการามวรวิหาร (ฝั่งคลองบางนางรม) สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่โทร. 063 – 9958875 นายสุเทพ นาคทั่ง (พี่หมู) หรือที่เพจกองเรือพิทักษ์วารี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดแล้ว โกลเด้นเบรน ปราณบุรี พัฒนาเด็กได้เรียนรู้สู่จินตคณิต

เปิดแล้ว โกลเด้นเบรน ปราณบุรี พัฒนาเด็กได้เรียนรู้สู่จินตคณิต

โกลเด้นเบรน จินตคณิต สาขาปราณบุรี จ.ประจวบฯ เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อช่วยพัฒนาเด็กๆ ในเรื่องสมาธิให้ดีขึ้น ความจำที่แข็งแรง ทักษะสมองและการใช้ความคิดอย่างเป็นระบบ การคิดเลขได้รวดเร็วและแม่นยำ ผ่านการเรียนรู้ที่สนุก เป็นขั้นตอน ดูแลอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้อย่างมั่นใจและมีความสุข

ด้วยประสบการณ์การสอนมายาวนานกว่า 20 ปี หลักสูตรของโกลเด้นเบรน A.M.S+ ได้ถูกสรรค์สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน.เพื่อช่วยให้นักเรียนอายุระหว่าง 4 – 9 ปี ได้พัฒนาไปตามวัยอย่างเหมาะสมและมีความรักในการเรียนรู้ตลอดคอร์สการเรียนการสอน เริ่มต้นโปรแกรมด้วยพื้นฐานการใช้ลูกคิดใน Basic A Level 1 เราให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะพื้นฐานของนักเรียน ในขณะเดียวกันนักเรียนจะได้รับการพัฒนาทักษะแบบองค์รวม จึงส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มีจิตใจที่อยากรู้อยากเห็นและสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่นักเรียนก้าวหน้าไปตามหลักสูตร เราได้คอยสนับสนุนให้คำแนะนำตลอดการเรียนรู้

ขอต้อนรับนักเรียนทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้โกลเด้นเบรนจินตคณิต และขอขอบคุณที่ท่านให้ความสนใจในการเรียนรู้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมของบุตรหลานของท่าน เราขอเป็นตัวแทนมอบหลักสูตรคุณภาพ ความรู้สึกที่ดี และความมั่นใจให้ท่าน ว่าโกลเด้นเบรนเป็นหลักสูตรจินตคณิตที่ดีที่สุดสำหรับเด็กอายุ 4 – 9 ปี ด้วยจุดเด่นของโรงเรียนของเรา ทั้งความสะดวกสบาย โปรแกรมการเรียนการสอนและหลักสูตรที่ดีที่สุด และกลุ่มครูที่เข้มแข็งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาแต่งเติมโรงเรียนให้เป็นสถานที่ ที่อบอุ่นเป็นกันเอง คอร์สหลักสูตรการเรียนของโกลเด้นเบรน ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเด็กในเรื่องการเรียน แต่เป็นคอร์สหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมของเด็กแต่ละคนในห้องเรียนแบบ Small Class เพียงแค่กลุ่มละ 5 – 8 คนเท่านั้น โกลเด้นเบรนภูมิใจที่ได้ใช้หลักสูตรคุณภาพนี้ในการพัฒนาบุตรหลานของท่าน ให้ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งการพัฒนาสมองที่ดีที่สุดในชีวิต (Golden brain in Golden Time) ไปด้วยกัน

ขอเชิญผู้ปกครองในอำเภอปราณบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง พาบุตรหลานมาสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ ที่ช่วยวางรากฐานสมองและการคิดให้พร้อมในอนาคตได้ ที่โกลเด้นเบรน จินตคณิต สาขาปราณบุรี ใกล้กับร้านปราณบุรีสื่อสาร สอบถามรายละเอียด หรือสมัครเรียน โทร.088 – 7828229.

ข่าวแนะนำ