Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่ งาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด” ครั้งที่ 15

เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่ งาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด” ครั้งที่ 15

ช่วงค่ำวันที่ 25 เมษายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด” ประจำปี 2568 ที่เวทีกลางบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด ชู Soft Power ส่งเสริมการท่องเที่ยวประจวบฯ รวมถึงหารายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสำนักงานเหล่าชาดจังหวัดประจวบฯ ซึ่งก่อนพิธีเปิดงาน มีการจัดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรมจากทั้ง 8 อำเภอ อย่างสวยงาม เคลื่อนขบวนจากกองบิน 5 มาตามเส้นทางถนนสละชีพ สิ้นสุดที่บริเวณศาลากลางจังหวัด ขณะที่ไฮไลต์ในพิธีเปิดงาน มีการแสดงแสง สี เสียง ชุดมหัศจรรย์ “ผีพุ่งไต้” ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านเก่าแก่ของชาวหัวหิน พร้อมจุดพลุสวยงามตระการตา

งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 15 ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” ของส่วนราชการ 20 กระทรวง การแสดงมินิไลต์ แอนด์ ซาวน์ ทั้ง 8 อำเภอ บนเวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 คืนละ 1 ชุด เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอให้ผู้เที่ยวงานได้รับชมการประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวดสินค้าเกษตร การแข่งขันกีฬามวยไทย ตะกร้อลอดบ่วง กิจกรรมเดินแบบผ้าไทย ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ กิจกรรม Night Run เดิน – วิ่ง ชมเมืองสามอ่าว การออกร้านกาชาด รายได้เพื่อการกุศลในกิจการเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ โดยจำหน่ายสลากกาชาดในราคาใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ 3 คัน และของรางวัลอื่นมากมาย รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยจะมีการหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล พร้อมรางวัลอื่นๆ ในวันสุดท้ายของการจัดงาน นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอป ของดีประจวบฯ สินค้าชุมชน คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค บูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผบ.ตร. สดุดีครูนักบิน หลังเครื่องขัดข้องหักหลบบ้านเรือนประชาชนตกทะเลหัวหิน เสียชีวิต 5 สาหัส 1

ผบ.ตร. สดุดีครูนักบิน หลังเครื่องขัดข้องหักหลบบ้านเรือนประชาชนตกทะเลหัวหิน เสียชีวิต 5 สาหัส 1

วันที่ 25 เมษายน 2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมคณะ ได้บินด่วนลงยังท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ จากนั้นเดินทางไปยังจุดเครื่องบิน รุ่น ROYAL THAI POLICE 36964 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งใช้ในภารกิจตรวจสอบสภาพอากาศก่อนฝึกซ้อมการโดดร่มของตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร เกิดขัดข้องตกทะเลหน้าอาคารที่พักสวัสดิการทหารอากาศ เขตรอยต่อ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ห่างจากชายฝั่งประมาณ 150 เมตร สภาพเครื่องบินจมน้ำทะเลครึ่งลำ เศษชิ้นส่วนกระจาย หลังเกิดเหตุ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พล.ต.ต.กิตติ สุขสมภักดิ์ ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน เป็นตำรวจทั้งหมด 6 นาย และเสียชีวิตทันทีที่เกิดเหตุ 5 นาย มีรายชื่อดังนี้ พ.ต.อ.ประธาน เขียวขำ นักบิน พ.ต.ท.ปานเทพ มณิวชิรางกูร นักบิน ร.ต.ท.ธนวรรษ เมฆประเสริฐสุข วิศวกร จ.ส.ต.ประวัติ พลหงษ์สา ช่างเครื่อง ส.ต.ต.จิราวัฒน์ มากสาขา ช่างเครื่อง และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ ร.ต.อ.จตุรงค์ วัฒนไพรสาณฑ์ นักบิน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวหิน ให้แพทย์ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า สาเหตุเครื่องบินตกอยู่ในระหว่างการตั้งคณะกรรมการสอบสวน รู้สึกโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ต้องสูญเสียครูระดับการบินถึง 5 ชีวิต ต้องขอสดุดีผู้เสียชีวิต ขณะเกิดเหตุเครื่องบินมีการเอียงขวา ซึ่งมีความเสี่ยงตกใส่บ้านเรือนของประชาชน แต่นักบินน่าจะพยายามบังคับให้เครื่องบินเอียงไปทางซ้าย ให้ลงไปทางทะเลเพื่อไม่ให้เกิดเหตุที่รุนแรง เบื้องต้นได้สั่งการให้กู้ซากเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว พร้อมกำชับให้เร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำในอนาคต และได้สั่งการให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และปูนบำเหน็จอย่างเต็มที่ ซึ่งคาดว่าจะนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดตั้งบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนา ก่อนที่จะส่งมอบร่างให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามภูมิลำเนาต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รมต.ศุภมาส เปิดเวทีกำหนดแผนยุทธศาสตร์ 9 มทร. ขับเคลื่อนวิจัยเชิงประยุกต์และนวัตกรรม

รมต.ศุภมาส เปิดเวทีกำหนดแผนยุทธศาสตร์ 9 มทร. ขับเคลื่อนวิจัยเชิงประยุกต์และนวัตกรรม

วันที่ 24 เมษายน 2568 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดโครงการ“Retreat ยุทธศาสตร์ 9 มทร.”ที่โรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา จ.ประจวบฯ พร้อมทั้งมอบนโยบายเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวง อว. และยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงการพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการผลิตและพัฒนากําลังคน รองรับการเปลี่ยนของภาคอุตสาหกรรมและตอบโจทย์อนาคตที่สำคัญของประเทศ โดยมี รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ ประธานที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) กล่าวรายงาน และมีนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พลเอกจรัล กุลละวณิชย์ ประธานที่ประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปนอ.มทร.) รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร ประธานร่างยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2574 พร้อมคณะผู้บริหาร อธิการบดี คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาจากทั้ง 9 มทร. ประมาณ 300 คน เข้าร่วมโครงการ

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนสายปฏิบัติการวิจัยเชิงประยุกต์ และการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พื้นที่และประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม การจัดโครงการ Retreat ยุทธศาสตร์ 9 มทร. จึงเป็นเวทีที่จะได้ร่วมกันทบทวน วิเคราะห์ และกำหนดแผนยุทธศาสตร์ของทั้ง 9 มทร. เพื่อให้สามารถก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงนโยบายของกระทรวง ทั้งนี้ กระทรวง อว.พร้อมให้การสนับสนุนในทุกมิติ เพื่อให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างความเข้มแข็งด้านวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนมีบทบาทเชิงรุกในการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศอย่างยั่งยืน และขอชื่นชมความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกท่าน และขอให้การประชุม Retreat ยุทธศาสตร์ 9 มทร. ครั้งนี้ เป็นโอกาสแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้ เสริมสร้างความเข้าใจ และกำหนดแนวทางที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่แท้จริง

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ กล่าวว่า โครงการ Retreat ยุทธศาสตร์ 9 มทร. จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องจาก 9 มทร. ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงาน วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความท้าทายของ 9 มทร. รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ โดยคาดหวังว่างานในครั้งนี้ได้มาซึ่งแผนยุทธศาสตร์ 9 มทร. ที่มีความชัดเจน เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริง อันจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ในการผลิตกำลังคนคุณภาพ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีโลกต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ให้ผู้ต้องขัง

ประจวบฯ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ให้ผู้ต้องขัง

วันที่ 24 เมษายน 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดประจวบฯ ครั้งที่ 1/2568 ที่ห้องประชุมภักดีประกาศ ชั้น 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ มีนางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ นายพลสิต เวที สาธารณสุขอำเภอเมืองประจวบฯ นพ.อภิวัฒน์ บัณฑิตย์ชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบฯ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบฯ และคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมประชุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลแม่ข่ายในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดประจวบฯ และติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

สำหรับในปีนี้ เป็นการดำเนินการในระยะที่ 2 มุ่งเน้นให้มีการอบรม อสรจ. การจัดห้องแยกโรค มีการใช้ Telemedicine มีจิตอาสาพระราชทานเข้ามาสนับสนุนสิทธิการรักษาพยาบาล ระบบสุขาภิบาลในเรือนจำ โรงพยาบาลแม่ข่ายดำเนินงานเครือข่ายราชทัณฑ์ปันสุขฯ จัดบริการสาธารณสุขให้แก่ผู้ต้องขังให้ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด และคัดกรองวัณโรคของผู้ต้องขัง ด้วย การ X-Ray ให้ครอบคลุมทั้งรายใหม่และรายเก่าให้เพิ่มมากขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เร่งขับเคลื่อน “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” พัฒนาต่อเนื่อง 8 อำเภอ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เร่งขับเคลื่อน “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” พัฒนาต่อเนื่อง 8 อำเภอ

วันที่ 24 เมษายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยถึงนโยบาย “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” ให้หน่วยงานราชการของจังหวัด 20 กระทรวง ได้รับทราบถึงแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดใน 10 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ ภายใต้หัวข้อดังนี้ 1. การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค อันได้แก่ การเจาะน้ำบาดาล การขุดสระน้ำรูปแบบกรมพัฒนาที่ดิน การสร้างระบบน้ำประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน การขุดลอกอ่าง สระน้ำ(แก้มลิง) และการซ่อมลำราง ลำเหมืองส่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำ และการใช้ต้นทุนน้ำให้ได้เต็มประสิทธิภาพ 2. สร้างกลยุทธ์ Wellness Economy ระดับหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม 8 เรื่อง และการส่งเสริมพัฒนาที่พัก 100 ชุมชน 3. Thailand Riviera ถนนเลียบชายหาดฝั่งทะเล สร้างเศรษฐกิจเสริมการท่องเที่ยวด้วยโครงข่ายคมนาคม 4. การส่งเสริมและอนุรักษ์การท่องเที่ยวทางทะเล โครงการทิ้งซั้ง สร้างบ้านปลา เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็ก 5. ถนนก้างปลา เชื่อมต่อถนนเพชรเกษม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในส่วนภูมิภาค และแก้ไขปัญหาการจราจร 6. ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวให้ทันสมัย 7. ส่งเสริมสินค้าเกษตร ประมงและปศุสัตว์ 8. แรงงานในภาคการท่องเที่ยวและบริการ 9. อุตสาหกรรมเเปรรูปอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การลงทุนด้านศูนย์ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เอไอขนาดใหญ่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 10. พัฒนาโครงข่ายระบบโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมโยงกับการค้าชายแดนและการค้าในประเทศ รวมถึง Wellness Tourism ท่องเที่ยวดี สุขภาพดี มีคุณค่า และ Safe Tourism นักท่องเที่ยวต้องปลอดภัย

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวต่อว่าที่ผ่านมา ได้ประชุมติดตามงานที่ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเป็นระยะๆ ทั้งการประชุม Morning Brief ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัด และการประชุมคณะกรรมการ คณะทำงานในเรื่องต่างๆ ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนนโนบายดังกล่าว เสริมสร้างความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอบนพื้นฐานเอกลักษณ์ของจังหวัดสู่นาชาติ ซึ่งขณะนี้มีหลายเรื่องที่ได้คิดและลงมือทำไปแล้ว พร้อมปลุกให้คนประจวบฯ ตื่นขึ้นมาร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดการพัฒนา เพราะยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องที่รอการแก้ไข เช่น ปัญหายาเสพติด การศึกษา ถนนหนทาง รวมทั้งสื่อมวลชนจะเป็นพลังสำคัญในการช่วยกันพัฒนาจังหวัด ถึงแม้ตนจะไม่ใช่คนประจวบฯ แต่ได้บอกกับผู้บังคับบัญชาทุกคนว่าตนเองรักจังหวัดประจวบฯ ยืนยันจะขอทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาทั้งชีวิต 30 – 40 ปี พัฒนาจังหวัดประจวบฯ ให้ไปสู่เป้าหมายของความเจริญรุ่งเรือง.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ชวนเที่ยวงานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ครั้งที่ 15 ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ 3 คัน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ชวนเที่ยวงานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ครั้งที่ 15 ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ 3 คัน

ช่วงเย็นวันที่ 23 เมษายน 2568 ที่สะพานสราญวิถี อ.เมืองประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ มีนายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิธ ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นายธณัท ปภพธนานนท์ รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ และ น.ส.อุบลวรรณ คงสว่าง ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้า ภาคตะวันตก สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมรับฟัง จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดฯ ชู Soft Power ส่งเสริมการท่องเที่ยวประจวบฯ รวมถึงหารายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสำนักงานเหล่าชาดจังหวัดประจวบฯ พร้อมชมการแสดงมหัศจรรย์“ผีพุ่งไต้”เอกภาพบนความหลากหลาย Amazing shooting star : Diversity in Hamony อย่างตื่นตาตื่นใจ

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 15 ในปีนี้จะมีการจัดโซนแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ 20 กระทรวง ภายใต้แนวคิด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” เพื่อให้ผู้เที่ยวงานได้รับทราบถึงแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดใน 10 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น การบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมอนุรักษ์การท่องเที่ยวทางทะเล การส่งเสริมสินค้าเกษตร การส่งเสริมแรงงานภาคการท่องเที่ยว กลยุทธ์การสร้าง Wellness Province ให้ประจวบเป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว รวมถึง Wellness Tourism ท่องเที่ยวดี สุขภาพดี มีคุณค่า และ Safe Tourism นักท่องเที่ยวต้องปลอดภัย

โดยในวันเปิดงาน 25 เมษายนนี้ จะมีขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรมของทั้ง 8 อำเภอ เคลื่อนออกจากกองบิน 5 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ไปตามถนนสละชีพ เข้าสู่บริเวณสถานที่จัดงานสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 พร้อมด้วยชุดการแสดงที่บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบฯ ขณะที่ในพิธีเปิดงานบนเวทีกลาง จะมีการแสดงแสง สี เสียง ชุด “ผีพุ่งไต้” ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านเก่าแก่ของชาวหัวหิน พร้อมการจุดพลุสวยงามตระการตา นอกจากนี้ในแต่ละค่ำคืนของการจัดงาน จะมีชุดการแสดงมินิไลท์แอนด์ซาวน์ ทั้ง 8 อำเภอ บนเวทีกลาง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 คืนละ 1 ชุด เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอให้ผู้ร่วมงานได้รับชม เริ่มจากวันที่ 26 เมษายน การแสดงชุด“ไอ้หนุ่มตังเก”ของอำเภอปราณบุรี วันที่ 27 เมษายน การแสดงชุด“ตำนานเจ้าสิทธิพร เกษตรทฤษฎีใหม่”ของอำเภอบางสะพานน้อย วันที่ 28 เมษายน การแสดงชุด“Land of King ถ้ำพระยานคร”ของอำเภอสามร้อยยอด วันที่ 29 เมษายน การแสดงชุด“บางสะพาน ตำนานเมืองทอง”ของอำเภอบางสะพาน วันที่ 30 เมษายน การแสดงชุด“หัวหินบ้านพ่อ”ของอำเภอหัวหิน วันที่ 1 พฤษภาคม การแสดงชุด“อัตลักษณ์มะพร้าว”ของอำเภอทับสะแก วันที่ 2 พฤษภาคม การแสดงชุด“ตำนานเสือกุย”ของอำเภอกุยบุรี วันที่ 3 พฤษภาคม การแสดงชุด“นารัง”ของอำเภอเมืองประจวบฯ

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจตลอด 10 วันของการจัดงาน เช่น การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวดสินค้าเกษตร การแข่งขันกีฬามวยไทย ตะกร้อลอดบ่วง กิจกรรมเดินแบบผ้าไทย ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ กิจกรรม Night Run เดินวิ่ง ชมเมืองสามอ่าว การออกร้านกาชาด รายได้เพื่อการกุศลในกิจการเหล่ากาชาดประจวบฯ โดยจัดพิมพ์สลากกาชาดจำนวน 50,000 ฉบับ จำหน่ายในราคาใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลที่ 1 รถยนต์มิตซูบิชิ รุ่น ALL NEW TRITON ตอนครึ่ง จำนวน 1 คัน มูลค่า 629,000 บาท รางวัลที่ 2 รถยนต์มิซูบิชิ รุ่น ATTRAGE จำนวน 1 คัน มูลค่า 529,000 บาท รางวัลที่ 3 รถยนต์มิตซูบิชิ รุ่น MIRAGE จำนวน 1 คัน มูลค่า 516,000 บาท รางวัลที่ 4 รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 5 ตู้เย็นโตชิบา จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 6 เครื่องซักผ้าโตชิบา จำนวน 10 รางวัล และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยจะมีการหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล พร้อมรางวัลอื่นๆ ในวันสุดท้ายของการจัดงาน นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอป ของดีประจวบฯ สินค้าชุมชน คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค บูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว “ช้างศึกน้อยเกมส์” ครั้งที่ 11 ชิงถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ

เริ่มแล้ว “ช้างศึกน้อยเกมส์” ครั้งที่ 11 ชิงถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ

ช่วงเย็นวันที่ 22 เมษายน 2568 นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ช้างศึกน้อยเกมส์ ครั้งที่ 11 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 25 เมษายน 2568 ที่สนามกีฬาราชนิเวศน์กรีฑาสถาน กองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มี พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี ผู้บังคับบัญชากองบัญชาการตำรวจตระแวนชายแดน ข้าราชการ ตำรวจ คณะครูและนักเรียนในสังกัดโรงเรียนตำรวจตระแวนชายแดนเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 11 ชิงถ้วยพระราชทานฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ รักการออกกำลังกาย เล่นกีฬา ฝึกการมีน้ำใจนักกีฬา และค้นหาตัวแทนนักกีฬาใหม่ในอนาคต ภายใต้คำขวัญ “ใต้ฟ้าเดียวกัน สุขสันต์เริงร่า เกมส์กีฬาแห่งความสามัคคี 4 ภาค” โดยมีการชิงชัย 7 ชนิดกีฬาสากล คือ กรีฑา, แชร์บอล, เซปักตะกร้อ, เปตอง, ฟุตบอล 7 คน, วอลเลย์บอล และสแต็ค รวมถึงกีฬาพื้นบ้าน มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 1,400 คน จาก 222 โรงเรียนในสังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจากทั่วประเทศ ทั้ง 4 ภาค เข้าร่วมการแข่งขัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ธนาคารกรุงเทพ ร่วมส่งมอบ 70 แสนซีซี บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ

ธนาคารกรุงเทพ ร่วมส่งมอบ 70 แสนซีซี บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ

วันที่ 23 เมษายน 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายนิธิรุจน์ สิริรุจิพัฒน์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ผู้จัดการภาคกลาง 3 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ธนาคารกรุงเทพ ร่วมส่งมอบ 70 แสนซีซี” บริจาคโลหิตต่อชีวิตทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาหัวหิน จ.ประจวบฯ มี พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน น.ส.รำไพ คำวิจารณ์ ประธานเขตประจวบคีรีขันธ์ / ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาหัวหิน พนักงานธนาคาร แขกผู้มีเกียรติ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ตำรวจ ทหาร จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนผู้ใจบุญมาร่วมบริจาคโลหิตกันเป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่งานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหิน เฉลิมพระเกียรติ คอยอำนวยความสะดวกในการรับบริจาคโลหิต เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยที่ต้องการโลหิตต่อไป

นายนิธิรุจน์ สิริรุจิพัฒน์ กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนโครงการ 70 พรรษา 70 ล้านซีซี บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยการเพิ่มจุดบริจาคโลหิตทั่วประเทศ โดยเชิญชวนพนักงาน ลูกค้าและประชาชนร่วมบริจาคโลหิตรายไตรมาส ในวันเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ขอเชิญชวนร่วมบริจาคโลหิตเพื่อต่อชีวิตให้กับผู้ป่วย ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่หน่วยรับบริจาคเคลื่อนที่ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ พระราม 3 จุดบริจาคโลหิตของธนาคารทั้ง 12 จุด (ทุก 3 เดือน) ศูนย์บริการโลหิต ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 10 แห่งทั่วประเทศ รถรับบริจาคเคลื่อนที่ และโรงพยาบาลประจำจังหวัดสาขาบริการโลหิต สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ โทร. 02 – 2302062, 02 – 2302700.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน จัดโครงการนาฏศิลป์ไทยใส่ใจสุขภาพให้ผู้สูงวัย

เทศบาลหัวหิน จัดโครงการนาฏศิลป์ไทยใส่ใจสุขภาพให้ผู้สูงวัย

วันที่ 22 เมษายน 2568 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการนาฏศิลป์ไทยใส่ใจสุขภาพ ที่ห้องประชุมโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บีช รีสอร์ทแอนด์วิลล่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯโดยมีจ่าเอกลิขิต หนูนิน นางหนึ่งฤทัย สุขจันทร์ รองปลัดเทศบาลนครหัวหิน นางทิพวรรณ สุทัศน์ ประธานศูนย์การเรียนรู้ดนตรีนาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลนครหัวหิน นางประเสริฐศรี จอกกระจาย ประธานชมรมนาฏศิลป์เมืองปราณบุรี และสมาชิกศูนย์การเรียนรู้ฯ เข้าร่วมโครงการ มี นางรสสุคนธ์ เลื่อนศักดิ์ หัวหน้ากลุ่มงานศูนย์บริการสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่กองการแพทย์ เทศบาลนครหัวหิน มาเป็นวิทยากรให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมการอบรม

นายจีรวัฒน์ พราหมณี กล่าวว่า การออกกำลังกายมีประโยชน์สำหรับทุกเพศทุกวัย เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ความเสื่อมต่างๆ ของร่างกายก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน ประกอบกับการรับประทานอาหาร หวาน มัน เค็ม และการทำงานหนัก ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดัน และภาวะไขมันในเลือดสูง การกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพและช่วยให้ร่างกายคล่องตัว ไม่หกล้มง่าย ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง ปัจจุบันรูปแบบการออกกำลังกายในผู้สูงอายุมีหลากหลายประเภท ล่าสุด การฟ้อนรำ ก็ถูกนำมาใช้ในการออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงทั้งร่างกายและสุขภาพจิตใจให้กับผู้สูงวัย เทศบาลนครหัวหินได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกายโดยการรำไทย จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น ร่วมกับศูนย์การเรียนรู้ดนตรีนาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลนครหัวหิน ชมรมนาฏศิลป์เมืองปราณบุรี คนดีศรีชะอำ วัฒนธรรมบางแก้ว เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพร่างกายในเรื่องอาหาร และการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง และเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและมีทักษะในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พบช้างป่ากุยบุรีถูกยิงเป็นแผลติดเชื้อรุนแรง ซมซานตายอนาถในแอ่งน้ำ

พบช้างป่ากุยบุรีถูกยิงเป็นแผลติดเชื้อรุนแรง ซมซานตายอนาถในแอ่งน้ำ

วันที่ 22 เมษายน 2568 นายนพพร ประทุมเหง่า ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจากนายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. มีชาวบ้านมาแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าขณะออกไปหาอึ่งตามลำห้วย เห็นช้างป่าตกหล่มอยู่ในแอ่งน้ำ ไม่สามารถขึ้นมาได้ บริเวณไทรเอน ท้องที่หมู่ 7 บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ พิกัดที่ 47 P 0572146 E 1343033 N สอบถามเบื้องต้นทราบว่าช้างป่ายังมีชีวิตอยู่ ในลักษณะนอนตะแคง ระดับน้ำครึ่งตัวช้าง ช้างพยายามตะเกียกตะกาย ชูงวง แต่ไม่สามารถลุกขึ้นได้ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงเร่งดำเนินการค้นหาด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แต่ไม่พบ เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย มีฝนตกหนัก จึงได้ยกเลิกภารกิจและทำการค้นหาในวันถัดไป

วันต่อมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีใช้โดรนบินสำรวจ จนพบช้างป่าตัวดังกล่าวบริเวณไทรเอน ท้องที่หมู่ 7 บ้านรวมไทย นอนตะแคงในแอ่งน้ำ หู ขาและงวง ยังมีการขยับ จึงประสานสัตวแพทย์ประจำสำนัก สบอ.3 เพชรบุรี เข้าประเมินอาการเพื่อทำการรักษา แต่ไม่ทันได้ดำเนินการ ช้างป่าตัวดังกล่าวได้เสียชีวิตลง จึงได้นำตัวช้างป่าขึ้นมาจากแอ่งน้ำเพื่อรอให้สัตวแพทย์ผ่าพิสูจน์ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ประสานพนักงานสอบสวน สภ.ยางชุม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันถัดไป เนื่องจากเป็นเวลาใกล้ค่ำ และพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่ารกทึบ เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากสัตว์ป่า

วันต่อมา นายสัตวแพทย์อนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ประจำ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี พร้อมทีมสัตวแพทย์และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย นายชัยชาญ มูลมาก ปลัดอำเภอกุยบุรี สภ.ยางชุม มทบ.15 เจ้าหน้าที่ชุดประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เจ้าหน้าที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี เข้าร่วมชันสูตรซากช้าง พบว่าเป็นช้างป่าเพศเมีย อายุประมาณ 50 – 60 ปี ค่อนข้างผอม น้ำหนักประมาณ 3,000 – 3,500 กิโลกรัม ดวงตาข้างขวาขาวขุ่น อวัยวะทุกส่วนครบถ้วนสมบูรณ์ ลักษณะนอนตายตะแคงด้านซ้าย พบร่องรอยบาดแผลเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 ซม. บริเวณขาหลังด้านขวา เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องสแกนโลหะสแกนทั่วทั้งตัว พบโลหะในซากช้าง จึงได้ทำการผ่าเปิดแผลลึกลงไปในชั้นกล้ามเนื้อประมาณ 10 ซม. พบหัวกระสุนลักษณะเกลียวยาว 1 ชิ้น เป็นสนิมพุกร่อน คาดว่าอยู่ภายในตัวช้างป่านานกว่า 1 ปี และเม็ดโลหะทรงกลม 1 ชิ้น ตรวจพบก้อนหนองขนาดใหญ่ใกล้กระดูกข้อต่อหัวเข่า เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 ซม. ภายในเต็มไปด้วยหนองเหลว ลักษณะเนื้อเยื้อและผิวหนังมีสีซีดเหลือง ปลายงวงซีดเหลือง ลิ้นและเนื้อเยื้อภายในช่องปากซีดเหลือง จึงเชื่อได้ว่าช้างตัวนี้มีภาวะติดเชื้อรุนแรงจากบาดแผลและก้อนหนองภายในกล้ามเนื้อ ร่วมกับมีอายุค่อนข้างมาก ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง จึงทำให้เกิดภาวะติดเชื้อและตายลงในที่สุด

ภายหลังดำเนินการผ่าพิสูจน์ซากช้างป่าและทราบสาเหตุของการเสียชีวิตแล้วได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นนิมนต์พระมาสวดบังสุกุล อุทิศส่วนกุศลให้ช้าง และเห็นชอบทำลายซากช้างป่าโดยใช้รถแบคโฮขุดฝังกลบและฆ่าเชื้อตามขั้นตอนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักที่ สภ.ยางชุม เพื่อดำเนินการทางคดีต่อไป.