Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มสตรีอบรมการทำกะหรี่ปั๊บใส่จิ้งหรีด เพิ่มมูลค่า

กลุ่มสตรีอบรมการทำกะหรี่ปั๊บใส่จิ้งหรีด เพิ่มมูลค่า

วันที่ 3 สิงหาคม 2566 นางวิรัลพัชร์ เชื้อวงศ์สกุล กำนันตำบลหนองตาแต้ม ได้นำกลุ่มสตรีบ้านหนองตาแต้ม เข้ารับการอบรมเกษตรทฤษฎีใหม่ ในการทำอาหารและขนมโดยใช้วัตถุดิบในชุมชนเป็นหลักและมีการต่อยอดนำเอาจิ้งหรีดที่เกษตรกรเลี้ยงมาเป็นส่วนผสมในการทำขนม เช่น กะหรี่ปั๊บไส้จิ้งหรีด กล้วยฉาบโรยผงจิ้งหรีด โดยมีนางนุชจิรา มีทรัพย์ ทำขนมไทยจิ๋ว มาเป็นวิทยากรที่บ้านไร่สุรพัศ หมู่ 5 บ้านหนองพลับ ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

นางวิรัลพัชร์ กล่าวว่า ได้พากลุ่มสตรีบ้านหนองตาแต้ม มาอบรมเรื่องเมนูอาหารต่างๆ โดยใช้วัตถุดิบภายในหนองตาแต้ม ไร่สุรพัศที่ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จิ้งหรีด จึงนำมาพัฒนาเป็นสูตรอาหารต่างๆ เช่นกะหรี่ปั๊บไส้จิ้งหรีด อันนี้เป็นสินค้าตัวใหม่ที่มีชิมแล้วได้ปรับปรุงสูตรด้วย เพื่อจะนำไปขายที่ตลาดโกกรีน ศูนย์จำหน่ายสินค้าในชุมชน ตำบลของเรา และที่อื่นๆ ด้วย ส่วนกล้วยฉาบที่โรยด้วยผงปาปริกากับผงจิ้งหรีด ซึ่งสูตรนี้ยังไม่มีใครทำ เราเอาจุดเด่นของจิ้งหรีดที่มีโปรตีนสูง เดี๋ยวนี้คนนิยมทานกันมากขึ้น กล้วยฉาบใส่ผงปาปิก้าและผงจิ้งหรีด สามารถให้กลุ่มสตรีช่วยกันประยุกต์เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนในการผลิตด้วย เพราะส่วนประกอบต่างๆ สามารถหาได้ในชุมชนของเรา เช่น มะพร้าว หรือจิ้งหรีดหาได้ที่ไร่สุรพัศ ราคาจะถูกกว่าท้องตลาด แล้วก็ยังพัฒนาต่อยอดได้ สตรีที่มีเวลาว่าง ก็ทำให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัว

น.ส.ธัญลักษณ์ พันธ์จันทร์แม้น สมาชิก กล่าวว่ารู้สึกว่าแปลกดี จิ้งหรีดนำมาทำเป็นกะหรี่ปั๊บได้ ปกติจะมีไส้ไก่ ไส้สับปะรด ถั่ว บอกเลยว่าสุดยอด อร่อยมาก สามารถปรุงอาหารได้หลายอย่าง เอาไปต่อยอดหรือนำไปขายได้

คุณนุชจิรา วิทยากรทำขนมไทย กล่าวว่า วันนี้ทำขนมสองอย่าง คือกล้วยโรยผงปาปิก้ากับผงจิ้งหรีด และกะหรี่ปั๊บไส้จิ้งหรีดซึ่งนำผลิตภัณฑ์ที่เราทำมาต่อยอดมาจากจิ้งหรีดในไร่ เมื่อก่อนจะมีน้ำพริกต่างๆ เช่น น้ำพริกตาแดง น้ำพริกปลาร้า วันนี้เรามาทำเป็นขนมของว่าง ซึ่งมีจิ้งหรีดเป็นส่วนผสม ทำเป็นกะหรี่ปั๊บ เดิมจะเป็นไส้ไก่ ไส้หวานจากถั่วกวน แต่วันนี้เราเปลี่ยนจากเนื้อไก่มาเป็นจิ้งหรีดป่นแทน ส่วนผสมที่เราใช้ก็จะเหมือนกับกะหรี่ปั๊บทั่วไป เพียงแต่เราใช้จิ้งหรีดเลี้ยงจากฟาร์มไร่สุรพัศ ที่เลี้ยงโดยให้จิ้งหรีดกินทุเรียน ซึ่งจะมีกลิ่นทุเรียนจากเนื้อของจิ้งหรีดด้วย

จิ้งหรีดที่นำมาใช้ทำ จะไม่ใช้การทอด เพราะจะมีน้ำมันอยู่ข้างใน เพื่อสุขภาพเราใช้วิธีการต้มจิ้งหรีด แล้วนำมาบดให้เนื้อหยาบไม่ต้องละเอียดเป็นผงมาก เวลาเราเคี้ยวจะได้สัมผัสถึงเนื้อจิ้งหรีด ผลการตอบรับจากผู้อบรมคือรสชาติใช้ได้ แล้วเนื้อสัมผัสก็ใช้ได้ ตอนนี้จิ้งหรีดกำลังเป็นที่นิยม เพราะมีโปรตีนสูงมาก เราเอามาแปรรูปเพื่อที่จะต่อยอดให้มีอาหารที่หลากหลาย ตอนนี้เรามีวางขายที่ตลาดโกกรีน และในชุมชนต่างๆ

สำหรับชาวบ้านที่เข้ามาอบรมเป็นการส่งเสริมอาชีพ เพื่อเอาไปต่อยอดเป็นรายได้เสริม หรือหากท่านใดอยากจะเรียนรู้ สามารถติดต่อได้ที่คุณอ้อย โทร. 089 – 6985792 เบอร์ไร่สุรพัศ 088 – 4597241 หรือทางเฟซบุ๊กบ้านไร่สุรพัศ.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

“น้องเอ็นดู” ประชาสัมพันธ์ของดีประจวบฯ ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 41

“น้องเอ็นดู” ประชาสัมพันธ์ของดีประจวบฯ ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 41

วันที่ 3 สิงหาคม 2566 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานประจวบฯ นำผู้ประกอบการ 5 แห่ง ร่วมออกบูธโชว์ของดีของเด่นจังหวัดประจวบฯ ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 41 ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 2 – 6 สิงหาคม 2566 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ที่พิเศษสุดได้พาค่างแว่นถิ่นใต้ “น้องเอ็นดู” มาสคอตนำโชคของชาวจังหวัดประจวบฯ โดยได้รับการอนุเคราะห์จากศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน มาร่วมกิจกรรมแสดงในงาน เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของดีของเด่นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สู่สายตานักท่องเที่ยว และได้รับความสนใจมีนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานติดใจในความน่ารักแสนซน ขอถ่ายรูปกับน้องเอ็นดูเป็นที่ระลึกจำนวนมาก พร้อมกันนี้น้องเอ็นดูได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้กำลังใจอุดหนุนแวะบูธผู้ประกอบการจากจังหวัดประจวบฯ กันให้มากๆ

สำหรับผู้ประกอบการ 5 ราย ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ ร้านปิ้งงบทะเล อาหารพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดชายทะเล ร้านหนูจวบฯ นำขนมปังชีสเชครูปหอยใส่ไส้สัปปะรดกวนอันแสนอร่อยให้ลองชิม ร้านอาคมขนมไทย นำขนุนจากผลิตผลของชาวชุมชนบ้านใหม่ อ.สามร้อยยอด มาแปรรูปเป็นขนุนทอดกรุบกรอบเจือด้วยความหอมของขนุน ผสานกับรสเค็มเบาๆ ของเกลือ กินจนเพลินอร่อยไม่หยุด บูธงานคราฟต์ ได้แก่ ร้านโขมพัสตร์ แบรนด์ผ้าไทยทำมือเก่าแก่กว่า 75 ปี ปัจจุบันยังคงรักษาเอกลักษณ์ของผ้าพิมพ์ลายไทยของหัวหินไว้ และบูธสินค้าการท่องเที่ยวชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชนบ้านทุ่งประดู่ อ.ทับสะแก เจ้าของรางวัลกินรี ไฮไลท์คือกิจกรรมห่มทรายเพื่อสุขภาพ เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาชาวบ้านที่โดดเด่นนำมาผสานกับกิจกรรมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ อาทิ ไหว้พระวัดทุ่งประดู่ นั่งแท็กซี่ซาเล้ง ฟังเรื่องราวของมะพร้าว GI พันธุ์นกคุ้ม ร่วมทำผ้ามัดย้อมและชิมอาหารท้องถิ่น เป็นต้น ทั้งนี้ “น้องเอ็นดู” ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมและให้กำลังใจอุดหนุนบูธร้านค้าของจังหวัดประจวบฯ ตั้งอยู่โซนภูมิภาคภาคกลาง ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายหน่วยงาน ยังคงเร่งค้นหาร่างน้องโชค แต่ยังไม่พบ

หลายหน่วยงาน ยังคงเร่งค้นหาร่างน้องโชค แต่ยังไม่พบ

วันที่ 2 สิงหาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายชัยธวัช ศิวบวร ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวิสุทธิ์ บุญยศักดิ์เสรี รองประธานและคณะกรรมมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน และเจ้าหน้าที่ ยังคงเร่งค้นหาร่างน้องโชคต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แต่ยังไม่พบร่าง

ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 2 ในการค้นหาผู้สูญหาย ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วน มูลนิธิทุกมูลนิธิ ทีมงานของ ป.ภ. ทีมงานของอำเภอและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็ทำเต็มที่ สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวหัวหิน นี่คือสิ่งที่เราดำเนินการอยู่แล้วจะต้องดำเนินการต่อไป เมื่อคืนประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ถึงได้ยุติปฏิบัติการชั่วคราว แล้วมาเริ่มวันนี้ตั้งแต่ 7 โมงเช้า ดำเนินการค้นหามาจนถึงเวลานี้ และเราดำเนินการต่อไป และที่สำคัญจะต้องไปดูแลเรื่องจิตใจของญาติ โดยเฉพาะคุณแม่ของน้องโชคอยู่ที่นี่ด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ บุญยศักดิ์เสรี กล่าวว่า ขั้นตอนการทำงานในวันนี้ ไม่ได้มีอุปสรรคอะไร คลื่นลมไม่แรง แต่พื้นที่ ที่น้องจมเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งรัศมีที่เราหาอยู่ประมาณ 3 – 4 กิโลเมตรจากฝั่ง ใช้ทีมงานทั้งหมดประมาณ 6 รอบ ก็ยังไม่พบ เนื่องจากตอนเช้ากระแสน้ำนิ่ง ทำให้ยาก แต่ถ้าเกิดมีคลื่นจะสามารถพัดผ่านร่างเข้าฝั่งได้ เมื่อค้นหาอยู่ประมาณครึ่งวัน เราก็ลงไปสำรวจกระแสน้ำใหม่ โดยใช้ชุดประดาน้ำลงไป กระแสน้ำตอนนี้มีการพัดออกเปลี่ยนทิศทาง เราก็เปลี่ยนแผนในการค้นหา เราจะพยายามค้นหาต่อไป เพื่อให้พบร่างน้องได้เร็วที่สุด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาคึกคัก

ประจวบฯ เวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาคึกคัก

วันที่ 1 สิงหาคม 2566 พระครูปลัดวชิรานันท์ วชิราวุโธ เจ้าอาวาสวัดนาห้วย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาที่วัดนาห้วย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพุทธศาสนิกชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมรับศีล และร่วมเดินเวียนเทียนรอบอุโบสถ 3 รอบ เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า ที่ทรงถ่ายทอดพระธรรมอันมีค่ายิ่งสู่พุทธศาสนิกชนจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมพิธีเวียนเทียนยังได้ตั้งจิตอธิษฐาน เพื่อถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านานอีกด้วย

ส่วนที่บริเวณตลาดไร่ใหม่ หมู่ 3 ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลตำบลไร่เก่าจัดขบวนแห่เทียนพรรษาจำนวน 3 เล่ม นำไปถวายวัดในเขตพื้นที่ ได้แก่วัดตาลเจ็ดยอด วัดสามร้อยยอดและวัดศาลาลัย ตามโครงการสืบสานวัฒนธรรมเข้าพรรษา โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานจ้าง คณะครูและนักเรียน โรงเรียนในสังกัดเทศบาล ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชุมชนทั้ง 10 ชุมชน ร่วมขบวนที่มีวัวเทียมเกวียน ตกแต่งเล่มเกวียนกันอย่างสวยงาม จำนวน 10 เล่ม มาร่วมขบวนแห่เทียนพรรษาด้วย สร้างความตื่นตาตื่นใจและความประทับใจให้กับประชาชนทั่วไป รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมงานเป็นอย่างมาก

นายกำพล เต็งประเสริฐ นายกเทศมนตรีตำบลไร่เก่า กล่าวว่า เทศบาลตำบลไร่เก่าจัดโครงการแห่เทียนเข้าพรรษาต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้ว หลังผ่านช่วงสถานการณ์โควิดมา เพื่อนำต้นเทียนไปถวายวัดในเขตพื้นที่ทั้งสามวัด เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของพุทธศาสนิกชน และยังได้ร่วมกันรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาด้วย โดยตั้งขบวนแห่ที่บริเวณหน้าตลาดไร่ใหม่เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันทำบุญเพื่อสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป

วันอาสาฬหบูชา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันพระธรรม” และ “วันพระสงฆ์” เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาประกาศพระธรรมจักรเป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ และเป็นวันที่มีพระสงฆ์ครบเป็นองค์พระรัตนตรัยครั้งแรกในโลก ชาวพุทธควรถือเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งที่จะพึงประกอบการบูชา ทั้งส่วนอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา โดยเฉพาะการปฏิบัติบูชานั้นควรปฏิบัติตนตามหลักธรรมในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันได้แก่มัชฌิมาปฏิปทา ข้อปฏิบัติสายกลาง คืออริยมรรค 8 สรุปคือควรปฏิบัติตนให้มีศีล สมาธิ ปัญญา.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์ และฐิติชญา แสงสว่าง….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ ชูผ้าโขมพัสตร์ เชื่อมโยง The Link ด้านการท่องเที่ยวเมืองแพร่

ททท.ประจวบฯ ชูผ้าโขมพัสตร์ เชื่อมโยง The Link ด้านการท่องเที่ยวเมืองแพร่

วันที่ 2 สิงหาคม 2566 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานประจวบฯ ผนึกทีมภาคเอกชนร้านโขมพัสตร์ แบรนด์ผ้า “โขมพัสตร์” ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศอายุกว่า 75 ปี ของอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) จ.ประจวบฯ สายการบินไทยแอร์เอเชีย หัวหิน และสื่อมวลชน เดินทางไปร่วมกิจกรรมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวร่วมกันประจวบคีรีขันธ์ – แพร่ ตามโครงการ The Link : Local to Global เส้นทาง Domestic to Domestic ของ ททท. ไฮไลท์สำคัญเปิดนวัตกรรม การตีความใหม่เพื่อรังสรรค์แบบผ้าตัวอย่างลายใหม่ที่ผสานมรดกภูมิปัญญา การแลกเปลี่ยนและการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นด้านผ้าของร้านโขมพัสตร์และผ้าทอตีนจกล้านนา ของจังหวัดแพร่ ที่ได้สืบทอดต่อกันมา เต็มไปด้วยเรื่องราวให้เป็นแบบผ้าชิ้นงานใหม่ เชื่อมร้อยมิติที่แตกต่างกันของทั้งสองเมือง บนรากฐานของวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งร่วมกัน นำไปสู่ความยั่งยืนภูมิปัญญาด้านผ้าท้องถิ่น

“ร้านโขมพัสตร์ ได้ใช้แนวคิดลายกิ่งไม้ในช่วงปี 2500 ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลายกนกโบราณ ให้ความรู้สึกถึงความพริ้วไหว มีความสวยงามอ่อนช้อยของกิ่งไม้บนภาพจิตรกรรมฝาผนังของไทย ประสานกันออกมาเป็นลวดลายบนผ้าพิมพ์ที่สวมใส่ได้ทั้งชายหญิง นำมาผสานกับลายผ้าตีนจก ลายนกเล็กคู่กินน้ำร่วมต้น ซึ่งกรรมวิธีการทอผ้าตีนจกให้เทคนิคการออกแบบยกเขา โดยใช้เส้นด้ายยืน ฝ้ายพุ่ง ฝ้ายยก มาทอสลับสีสันจนเกิดลวดลาย เส้นด้ายปั่นมือ ย้อมด้วยสีคราม เพื่อให้สอดคล้องกับผ้าหม้อฮ่อมของจังหวัดแพร่ นำภูมิปัญญาของทั้งสองเมือง มาออกแบบรังสรรค์เป็นนวัตกรรมลายผ้าแบบใหม่ มีความเรียบหรู ร่วมสมัย สื่อถึงความเป็นอัตลักษณ์ของผ้าและเมืองแพร่ที่งอกงาม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยว 5 F ในด้าน Fashion ของโครงการ The Link ทั้งประจวบฯ และแพร่ ส่งต่อไปยังอนาคต ซึ่งอาจจะมีการต่อยอดพัฒนาลายผ้าที่ได้รังสรรค์ใหม่นี้ผลิตในเชิงพาณิชย์ไปยังประชาชนนักท่องเที่ยวในอนาคต”

โครงการ The Link มุ่งเน้นให้เกิดการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองจังหวัด โดยเฉพาะด้านเส้นทางการท่องเที่ยวที่จะเชื่อมโยง สื่อสารสร้างการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวไปสู่นักท่องเที่ยว โดยใช้การขับเคลื่อนวัฒนธรรมแฟชั่น อย่างไรก็ตามจังหวัดแพร่ ก็มีวัฒนธรรมอาหารที่มีอัตลักษณ์และรสชาติที่ถูกปากคนไทยในภาคอื่นเช่นกัน ซึ่ง ททท.สำนักงานประจวบฯ จะใช้จุดแข็งในวัฒนธรรมแฟชั่นและอาหาร มาเป็น “Soft Power” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมกับ ททท.สำนักงานแพร่ ตามโครงการ The Link ในระยะต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวประจวบฯ เวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

ชาวประจวบฯ เวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

ช่วงค่ำวันที่ 1 สิงหาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2566 มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พุทธศาสนิกชนชาวประจวบคีรีขันธ์ร่วมประกอบพิธีที่พระอุโบสถวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และได้รับเมตตาจากพระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ หลังจากนั้น คณะสงฆ์วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง และรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นำพุทธศาสนิกชนชาวประจวบฯ ร่วมเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ ซึ่งในแต่ละรอบได้ให้พุทธศาสนิกชนระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพอย่างสูง ตามธรรมเนียมอินเดียในสมัยพุทธกาล

วันอาสาฬหบูชา 2566 ในปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 1 สิงหาคม ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามจันทรคติ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาทรงแสดงปฐมเทศนาธัมมจักกัปวัตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบสมบูรณ์ คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของพุทธศาสนิกชนที่จะได้น้อมนำหลักธรรมไปปฏิบัติด้วยการบำเพ็ญกุศล รักษาศีล ละเว้นอบายมุข เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบสานวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาให้คงสืบทอดอยู่คู่ชาติไทยสืบไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานเขาสามร้อยยอด ประกอบพิธีบูชาหลวงพ่อพุทธเมตตา

อุทยานเขาสามร้อยยอด ประกอบพิธีบูชาหลวงพ่อพุทธเมตตา

วันที่ 1 สิงหาคม 2566 นายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (สบอ.12) นครสวรรค์ นายโสภณ ทองไสย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสาธารณภัย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ นายพงศธร พร้อมขุนทด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) นายกิตติศักดิ์ สมศรี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จังหวัดประจวบฯ เจ้าหน้าที่อุทยานเขาสามร้อยยอด เจ้าหน้าที่วนอุทยานเขาตาม่องล่าย เพจอีจัน และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมในพิธีบูชาหลวงพ่อพุทธเมตตา ซึ่งจัดสร้างโดยพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ อัญเชิญมาประดิษฐานที่หาดสามพระยา อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้กราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

ทั้งนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว พระครูบาเจ้าบุญชุ่มได้เดินทางมายังหาดสามพระยา และได้พูดคุยกับ นายพงศธร พร้อมขุนทด ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด (ปัจจุบันหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด) นายธงชัย ทองสุข หัวหน้าหน่วยอุทยานแห่งชาติย่อย (หาดสามพระยา) และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด โดยท่านได้ตั้งใจจะนำพระพุทธรูปบูชามาประดิษฐานที่หาดสามพระยา หลังจากนั้นเมื่อเดือนธันวาคม 2565 พระครูบาเจ้าบุญชุ่มจึงได้ให้เลขาฯ ติดต่อกลับมาและมอบหลวงพ่อพุทธเมตตาเพื่อมาประดิษฐานที่หาดสามพระยา ดั่งที่ท่านได้กล่าวไว้ ในวันนี้อุทยานฯ จึงได้ทำพิธีบูชาขึ้น พร้อมกับปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา จากโพธิมณฑลแดนแห่งการตรัสรู้ โดยมีพลโท นายแพทย์ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์ (แพทย์ผู้ถวายการรักษาในหลวง ร.9) ผู้ซึ่งได้รับมอบหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา มาจากวัดไทยพุทธคยา – อินเดีย เป็นผู้ปลูกต้นไม้ร่วมกับผู้เข้าร่วมในพิธี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาน้องโชค วัย 9 ขวบ หลังเล่นน้ำทะเลพลัดจมหาย

เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาน้องโชค วัย 9 ขวบ หลังเล่นน้ำทะเลพลัดจมหาย

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ ได้ตั้งศูนย์บัญชาการค้นหาผู้ประสบภัยทางทะเล ร่วมกับ ปภ.ประจวบฯ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ สภ.หัวหิน อส. และหลายมูลนิธิ ทั้งในพื้นที่และจังหวัดข้างเคียง เพื่อออกค้นหา ด.ช.จิรพัส หรือน้องโชค สุขสมัย อายุ 9 ปี ที่เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวจากสมุทรสาคร จากนั้นพากันไปเล่นน้ำทะเล ที่บริเวณชายหาดสวนสนประดิพัทธิ์ อ.หัวหิน ท่ามกลางอากาศคลื่นลมแรง ก่อนถูกคลื่นพัดจมหายไปช่วงเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน โดยในการค้นหา เจ้าหน้าที่นับร้อยนายใช้อวนลากหน้าผิวดินระยะ 800 เมตรจากจุดเกิดเหตุ นักเรียนปฏิบัติการพิเศษกู้ภัยเดินหน้ากระดานค้นหาโดยรอบประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิใช้เรือยางดำค้นหาและใช้โดรนบินตรวจหาระยะประมาณ 3 กิโลเมตร ท่ามกลางความหวังของครอบครัว

จนกระทั่ง เวลา 19.15 น. ชุดนักเรียนกู้ภัยปฏิบัติการพิเศษฯ ได้ถอนกำลังกลับที่ตั้งแล้ว แต่ทีมมูลนิธิฯ ยังค้นหาต่อโดยใช้เรือสแกนหาผิวน้ำ และเดินค้นหาบริเวณชายหาดรอบสุดท้าย หากไม่พบ จะยกเลิกปฏิบัติการค้นหาในเวลา 20.30 น. และนัดหมายทำการค้นหาในวันรุ่งขึ้นที่ 2 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 07.00 น.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ นำคณะแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจังหวัดแพร่

ททท.ประจวบฯ นำคณะแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจังหวัดแพร่

วันที่ 1 สิงหาคม 2566 นายอาชวัน กงกะนันท์ ผู้อำนวยการ ททท.ประจวบฯ เปิดเผยว่าจากการที่ ททท.ประจวบฯ พร้อมด้วยคณะของสมาคมธุรกิจการมท่องเที่ยวหัวหินชะอำ โดยนางพุทธิยา พันแสง อุปนายกสมาคมฯ คุณนันทศิริ อัสสกุล คุณสุภชา ปรีชาภรณ์ ประธานบริหาร ผู้จัดการผ้าพิมพ์โขมพัสตร์หัวหิน กลุ่มผู้สื่อข่าว มีนายเจริญ อาจประดิษฐ์ นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม นายอุดมศักดิ์ นิ่มเซียน เดินทางสู่จังหวัดแพร่ ตามโครงการจากทะเลสีครามประจวบฯ สู่เมืองคราฟท์ จ.แพร่ นั้นประสพผลสำเร็จในการที่เชื่อมสัมพันธไมตรี ในฐานะจังหวัดพี่ – จังหวัดน้อง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในรูปแบบของประเพณีวัฒนธรรม โบราณสถาน วิถีชีวิต วัฒนธรรมการแต่งกาย อาหารการกิน และอื่นๆ

จากการได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์บ้านเทพ แหล่งเรียนรู้สู่ภูมิปัญญาท้องถิ่นโกมลผ้าโบราณ รวมทั้งการนำเสนอเสื้อผ้าท้องถิ่นสู่การเป็นแฟชั่นร่วมสมัย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการนำวัฒนธรรมเหล่านี้มาเผยแพร่ ต่อยอดเพื่อเป็นการยกระดับสู่อนาคต และต้องขอชื่นชมจังหวัดแพร่ ที่มีพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่เป็นอัตลักษณ์มาหลายร้อยปี นั่นคือผ้าไหม ผ้าตีนจก และผ้าหม้อฮอม รวมถึงวัดวาอารามโบราณสถานต่างๆ

นายอาชวัน ยังกล่าวต่ออีกว่าการเดินทางครั้งนี้ได้แวะเมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์ มีนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัด นำเข้าชมสวนทุเรียน “หลงลับแล” และพิพิธภัณฑ์เก่าแก่เมืองลับแล ที่เป็นจุดเด่นมีผู้คนมาเยือนมาชมกันอย่างมากมายในแต่ละวัน.

นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เร่งล่าตัวไรเดอร์ “ฟู้ดแพนด้า” วิ่งราวร้านทองดังหัวหิน ได้สร้อยคอทองคำมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท

เร่งล่าตัวไรเดอร์ “ฟู้ดแพนด้า” วิ่งราวร้านทองดังหัวหิน ได้สร้อยคอทองคำมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 1 สิงหาคม 2566 ร.ต.ท.หญิง พิชชา รองเหลือ รอง สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุคนร้ายวิ่งราวทองที่ห้างทองเยาวราช หัวหิน เลขที่ 39/12 ถ.ชมสินธุ์ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.หัวหิน และชุดสืบสวนรุดไปยังที่เกิดเหตุอยู่ตรงข้ามท่ารถป่าละอู มีชาวบ้านยืนดูอยู่เต็ม พบนางอารยา กำเนิดแสง อายุ 58 ปี เจ้าของร้านยืนรอให้ปากคำด้วยอาการตระหนก ว่าขณะให้บริการลูกค้าอยู่ที่หน้าร้านกับครอบครัว มีไรเดอร์ในชุดฟู้ดแพนด้า เป็นชายรูปร่างผอมสูงประมาณ 170 ซม. สวมหมวกกันน็อคคลุมปิดหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดที่หน้าร้าน แล้วเดินตรงเข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้น จึงหยิบให้ดู แต่ชายคนดังกล่าวอ้างขอดูลายอื่นอีก จึงหยิบให้ดูเพิ่มอีก 2 เส้น จังหวะที่เผลอคนร้ายคว้าสร้อยคอทองคำทั้งหมด 4 เส้น น้ำหนักรวม 8 บาท คิดเป็นมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท ขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปทางถนนโค้งพระจันทร์อย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุตำรวจวิทยุสกัดเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีอย่างเร่งด่วน แต่ยังไร้วี่แวว

พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า จากการสอบถามเจ้าของร้านทอง ทราบว่าก่อนหน้านั้นคนร้ายรายเดียวกัน ทำทีมาขอดูสร้อยคอทองคำที่ร้านมาแล้วล่วงหน้า 1 วัน แต่ไม่สบจังหวะก่อเหตุ จึงย้อนกลับมาอีก ขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนประสานกับบริษัทฟู้ดแพนด้า เพื่อขอดูประวัติพนักงานทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบภาพกล้องวรจรปิดตลอดเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีและคาดว่าจะได้ตัวคนร้ายในไม่ช้านี้.