Categories
ข่าว ทั้งหมด

ม.ศิลปากร เปิดตัวหลักสูตรใหม่ “บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจกีฬา นันทนาการ และเวลเนส” ตอบโจทย์อุตสาหกรรมสุขภาพ

ม.ศิลปากร เปิดตัวหลักสูตรใหม่ “บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจกีฬา นันทนาการ และเวลเนส” ตอบโจทย์อุตสาหกรรมสุขภาพ

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ผศ.ดร.ณัฎฐนา ลีฬหรัตนรักษ์ รองคณบดีฝ่ายจัดการศึกษา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นประธานเปิดงาน “เปิดโลกธุรกิจกีฬาและเวลเนส (Inspire & Innovate : SRW Journey)” ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานานาวา หัวหิน จ.ประจวบฯ มี ผศ.ดร.ธนกฤต สังข์เฉย หัวหน้าสาขาการจัดการท่องเที่ยว คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร / ประธานกรรมการร่างหลักสูตร พร้อมด้วยคณาจารย์ให้การต้อนรับ มีครูแนะแนวและนักเรียนในเขตภูมิภาคตะวันตกจากนครปฐม เพชรบุรี และประจวบฯ กว่า 50 คน เข้าร่วมรับฟัง ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “จากแรงบันดาลใจ สู่มืออาชีพในธุรกิจกีฬา นันทนาการและเวลเนส” จาก วิว เยาวภา บุรพลชัย The Legend Arena, น.ส.พีรญา สกุลคง Club Manager Arena Hua Hin, น.ส.วัชรินทร์ คงทน HR Director, Chiva-Som International Health Resort ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Workshop “นักจัดอีเวนต์กีฬารุ่นเยาว์” ศึกษาประสบการณ์จริงที่สวนน้ำวานานาวา วอเตอร์จังเกิ้ล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนและครูแนะแนวที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้

ผศ.ดร.ณัฎฐนา ลีฬหรัตนรักษ์ กล่าวว่า หลักสูตรใหม่ บริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) สาขาวิชาการจัดการธุรกิจกีฬา นันทนาการและเวลเนส เป็นหลักสูตรนวัตกรรมด้านธุรกิจบริการแห่งอนาคต มุ่งพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ ทั้งด้านการบริหารจัดการ การกีฬา นันทนาการและเวลเนส สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในยุคเมกะเทรนด์สุขภาพ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจกีฬา นันทนาการและเวลเนส มีจุดเด่นในการบูรณาการ 4 มิติของความรู้ ได้แก่ 1. การบริหารธุรกิจยุคใหม่ 2. การจัดการกีฬาและนันทนาการ 3. การบริการในธุรกิจเวลเนส โดยเน้นการเรียนรู้แบบ “Learning by Doing” และสร้างบัณฑิตที่มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้ประกอบการได้จริง รองรับความต้องการของอุตสาหกรรมสุขภาพ การกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงเวลเนสที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ผศ.ดร.ณัฎฐนา กล่าวอีกว่า คณะวิทยาการจัดการของเรา มุ่งเน้นในเรื่องของการจัดการ บ่มเพาะความรู้ให้กับนักศึกษาในเรื่องของเชิงธุรกิจ แต่ว่าธุรกิจในส่วนของที่คณะวิทยาการจัดการดำเนินการมา ยังขาดประเด็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ นันทนาการ กีฬาและเวลเนส ปัจจุบันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ทั้งในส่วนของประเทศไทยและการกีฬาตอนนี้ คือ มีแต่คนสนใจรักสุขภาพเรื่องเวลเนสเป็นประเด็นที่มาแรงเช่นกัน ทำให้คณะวิทยาการจัดการเล็งเห็นว่าเราควรที่จะเป็นองค์กรหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรให้กับประเทศไทย ให้นักศึกษามีความรู้ในเรื่องของเชิงธุรกิจ ทั้งด้านการกีฬา นันทนาการและเวลเนส นักศึกษาที่จบหลักสูตรนี้ไปแล้ว เขาจะไปต่อยอดในอาชีพได้ สามารถที่จะเป็นนักธุรกิจ หรือจัดกิจกรรมนักธุรกิจที่มุ่งเน้นในเรื่องของการจัดการด้านธุรกิจเกี่ยวกับกีฬาได้ หรือการจัดอีเว้นท์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันกีฬาได้เช่นกัน รวมไปถึงเรื่องของธุรกิจในการรักษาสุขภาพ ดูแลสุขภาพ ธุรกิจทางด้านเวลเนสต่างๆ

ผศ.ดร.ธนกฤต สังข์เฉย กล่าวว่า หลักสูตรนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจจริง โดยเฉพาะอารีน่า หัวหิน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในอุตสาหกรรมกีฬาและเวลเนสของประเทศ เพื่อผลิตบัณฑิตที่พร้อมทำงานจริงในโลกธุรกิจยุคใหม่ ที่เน้นคุณภาพชีวิตและการสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรทางด้านบริหารธุรกิจ เพราะฉะนั้นวิชาแกนกลางของเรา ยังคงความเป็นบริหารธุรกิจอยู่ ครอบคลุมสาขาวิชาหรือวิชาทางด้านธุรกิจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงินและการตลาด เรื่องของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงเรื่องของทางด้าน AI ด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคปัจจุบัน

“นอกจากนี้เรายังมีวิชาเลือกซึ่งเป็นวิชาเฉพาะทางให้นักเรียน นักศึกษาที่เขาสนใจทางด้านธุรกิจกีฬาเขาก็จะได้เลือกเรียน และก็จะมีทางด้านธุรกิจนันทนาการ ซึ่งปัจจุบันเรื่องของไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันมันมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น คนส่วนใหญ่ก็แสวงหาเรื่องของการพักผ่อน เรื่องของการประกอบกิจกรรมนันทนาการ เพราะฉะนั้นนักศึกษาที่สนใจทางด้านการออกแบบกิจกรรมนันทนาการ ในแหล่งท่องเที่ยวเองก็ดี การจัดงานคอนเสิร์ต หรือเรื่องของการออกแบบกิจกรรมสำหรับกลุ่มคนต่างๆ ผู้สูงอายุ วัยรุ่น อันนี้ก็จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง อีกกลุ่มคือนักศึกษาที่สนใจทางด้านธุรกิจเวลเนส เขาก็จะเลือกเรียนทางด้านธุรกิจเวลเนส แต่ว่าก่อนที่เขาจะเลือกเรียน เราจะมีวิชาเฉพาะขึ้นมาก่อน ก็คือบูรณาการทั้ง 3 ศาสตร์ ทั้ง 3 สาขา จะเรียนรวมกันก่อนเพื่อให้เห็นภาพรวมของความเป็นสุขภาพองค์รวม ก็จะมีวิชาทางด้านการจัดการกีฬา หลักการจัดการธุรกิจกีฬา หลักการจัดการธุรกิจทางด้านนันทนาการและเรื่องของสุขภาพองค์รวม เราจะมีคล้ายๆ วิชากึ่งๆ วิทยาศาสตร์นิดๆ แต่ไม่ได้เป็นวิทยาศาสตร์แบบ 100% เพียวๆ แต่ว่าให้เห็นถึงเรื่องขององค์ความรู้ที่เป็นรากทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ” ผศ.ดร.ธนกฤต กล่าวในตอนท้าย.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

หัวหินต้อนรับอบอุ่น นักเตะเขียวขาว ที่คว้าชัยอันดับ 4 ฟุตบอลกีฬา 7 สี แชมเปียนคัพ 2025

หัวหินต้อนรับอบอุ่น นักเตะเขียวขาว ที่คว้าชัยอันดับ 4 ฟุตบอลกีฬา 7 สี แชมเปียนคัพ 2025

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี นายกสมาคมศิษย์เก่าครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม น.ส.นรินธร สีห์จักร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหินวิทยาคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล แขกผู้เกียรติ คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน ให้การต้อนรับมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับ ร.ต.ต.สุนทร สิงห์กลิ่น ผู้ควบคุมทีม, โค้ชอับดุล คูลิบารี่ ผู้ฝึกสอนนักกีฬา และทีมนักเตะเขียวขาว ของโรงเรียนหัวหินวิทยาคม ที่สามารถคว้าชัยอันดับที่ 4 ในการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 ที่สนามศุภชลาศัย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้มีการมอบเงินจากผู้สนับสนุนจำนวนมากให้ทีมฟุตบอลนับแสนบาท ที่โรงเรียนหัวหินวิทยาคม จ.ประจวบฯ

โดยก่อนหน้านี้ ได้มีขบวนแห่ทีมฟุตบอลโรงเรียนหัวหินวิทยาคม พร้อมหัวหน้าโค้ช ครูผู้ฝึกสอน ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลนครหัวหิน ระหว่างทางมีประชาชนและแฟนคลับจำนวนมากร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินและเซลฟี่เก็บไว้เป็นที่ระลึกตลอดเส้นทางด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ประชุมความคืบหน้าการจัดงานอีเว้นท์ในช่วงไฮซีซั่น

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ประชุมความคืบหน้าการจัดงานอีเว้นท์ในช่วงไฮซีซั่น

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน–ชะอำ เป็นประธานประชุมสัญจรของสมาคมฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน ที่ร้านอาหารชมคาเฟ่ หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ นางเบญจมาส อ่วมสอาด อุปนายกสมาคมฯ คณะกรรมการและสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมแขกรับเชิญ น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ มาบรรยายถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ โดยก่อนเริ่มการประชุม มีการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เน้นการหารือถึงแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน – ชะอำ และจังหวัดใกล้เคียงในช่วงไฮซีซั่น อาทิ ความคืบหน้าการจัดงาน Hua Hin International Jazz Festival 2025 ระหว่างวันที่ 19 – 20 ธันวาคม และงานเทศกาลไวน์ Grassy Hua Hin Wine Festival ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน พร้อมทั้งวางแผนการดำเนินงานในช่วงปลายปี เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของหัวหินให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาศักยภาพของสมาคมฯ และการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ได้มีการแนะนำสมาชิกใหม่ เพื่อสร้างความรู้จักแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสมาชิกด้วยกัน พร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กร เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนกิจกรรมของสมาคมฯ อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ด้าน น.ส.วรกานต์ ถาวร กล่าวว่า ททท.สำนักงานประจวบฯ จับมือสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เตรียมจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายส่งเสริมการตลาด Tourism Business Networking โครงการขับเคลื่อน Your Gateway to Wellness ระหว่างวันที่ 16 – 18 ธันวาคมนี้ ที่โรงแรมรอยัลออร์คิด เชอราตัน โฮเต็ล กรุงเทพฯ ตามแผนส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ปี 2569 ของ ททท. มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าและบริการท่องเที่ยวและผลักดันการขยายวันพักของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

จากเส้นด้ายบ้านเขาเต่า หัวหิน สู่ Soft Power แห่งแฟชั่น

จากเส้นด้ายบ้านเขาเต่า หัวหิน สู่ Soft Power แห่งแฟชั่น

ทุกเส้นใยของผ้าทอบ้านเขาเต่า คือเรื่องราวที่สานต่อภูมิปัญญาและความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น “อาชีพพระราชทาน” เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงส่งเสริมให้ราษฎรที่หมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีอาชีพเสริมจากการทอผ้าฝ้ายด้วยกี่กระตุก เพราะช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรงนั้น ชาวประมงในหมู่บ้านที่มีอาชีพประมงเรือเล็ก ไม่สามารถออกหาปลาได้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงชักชวนให้หญิงชาวบ้านหัดทอผ้าฝ้ายเพื่อเป็นอาชีพเสริม จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดหาครูจากราชบุรีมาสอนทอผ้า ย้อมสี ออกแบบลายผ้า การตัดเย็บ พร้อมจัดหาอุปกรณ์ทอผ้าและเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงสอนการจักสานจากป่านศรนารายณ์ อาศัยใต้ถุนศาลาวัดเขาเต่า ในการฝึกทอ นับตั้งแต่ พ.ศ.2508 ลูกหลานชาวประมงบ้านเขาเต่าจึงได้เริ่มต้นอาชีพทอผ้าเรื่อยมา

ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า ไม่เพียงเป็นแหล่งอนุรักษ์ศิลปะการทอผ้าโบราณ แต่ยังเป็นเวทีแห่งการสร้างสรรค์แฟชั่นไทยร่วมสมัย ที่ผสานเอกลักษณ์ท้องถิ่นกับดีไซน์สากลได้อย่างงดงาม จากแรงบันดาลใจของผ้าฝ้ายทอมือ ที่มีลวดลายเรียบง่าย แต่เปี่ยมความหมาย สู่การออกแบบเครื่องแต่งกายที่สะท้อนเสน่ห์ความละเมียดของคนไทย นี่คือพลังของ Soft Power ด้านแฟชั่น ที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก ผ้าทอบ้านเขาเต่า…ไม่ใช่แค่ผืนผ้า แต่คือตัวตนของชุมชน และพลังสร้างสรรค์ ที่ไม่มีวันเลือนหาย

ปัจจุบัน ศูนย์หัตถกรรมทอผ้า บ้านเขาเต่า ได้ขยับขยายจนมีอาคารทอผ้าและอาคารจำหน่ายสินค้า ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวและบุคคลต่างๆ ให้เข้ามาเยี่ยมชมได้แล้ว สินค้าก้าวไกลจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อป ได้รางวัลโอท็อป 5 ดาว ทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมที่ศูนย์หัตถกรรมตลอดทั้งปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำสื่อมวลชนทัศนศึกษาการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟด้วยขบวนสุดหรู SRT Royal Blossom จากสถานีหนองแก – ประจวบฯ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำสื่อมวลชนทัศนศึกษาการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟด้วยขบวนสุดหรู SRT Royal Blossom จากสถานีหนองแก – ประจวบฯ

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ให้การต้อนรับนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ และสื่อมวลชนจากหลายสำนักที่สถานีรถไฟหนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ซึ่งมาท่องเที่ยวที่อำเภอหัวหิน กับขบวนรถพิเศษท่องเที่ยว SRT Royal Blossom จากนั้นเดินทางต่อจากจากสถานีหนองแกถึงสถานีประจวบฯ ในกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรทัศนศึกษาทิศทางการท่องเที่ยวทางรถไฟ เพื่อชมพื้นที่การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และการเชื่อมต่อการเดินทางโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 กรุงเทพฯ – หัวหิน – ประจวบฯ พร้อมกันนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และคณะได้ร่วมนั่งขบวนรถไฟดังกล่าวไปลงยังสถานีประจวบฯ ด้วย

ระหว่างทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้นำเสนอข้อมูลสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ต่อสื่อมวลชนว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 – 3 ของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนจังหวัดประจวบฯ กว่า 8,500,000 คน มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 39,000 ล้านบาท นับเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทยที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุด และเป็นอันดับ 9 ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวมากที่สุด ถือได้ว่าประจวบฯ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าและมีธรรมชาติ ทั้งภูเขาและทะเลที่สวยงาม นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้พูดคุยถึงความร่วมมือกันระหว่างจังหวัดประจวบฯ และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่เขตทางรถไฟ และพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องในจังหวัดประจวบฯ เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และการจัดการสาธารณภัย ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณทางรถไฟแล้ว ยังเป็นการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่และยังสามารถควบคู่ไปกับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ อันเป็นการก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและเศรษฐกิจของจังหวัดได้อีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กองบิน 5 เตรียมจัดงานสดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484 ถวายอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กองบิน 5 เตรียมจัดงานสดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484 ถวายอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 น.อ.รัตนศักดิ์ โพธิ์แก้ว ผู้บังคับการกองบิน 5 พร้อม พ.อ.วีระชัย ศิระสากร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รมน.) จังหวัดประจวบฯ ผู้แทนนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าฯ จ.ประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานสดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484 ประจำปี 2568 ที่ห้องดุสิตา อาคารอากาศคำรณ กองบิน 5 อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด น.ส.สุชาดา ธุมะลิ ผู้อำนวยการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บังคับบัญชาประจำกองบิน 5 ผู้แทนหน่วยงานชมรมแม่บ้านทหารอากาศกองบิน 5 หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงฯ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทหารอากาศ และสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ เข้าร่วม

น.อ.รัตนศักดิ์ โพธิ์แก้ว ผบ.กองบิน 5 กล่าวว่า การจัดงานสดุดีวีรชนฯ ในปีนี้ กองทัพอากาศ โดยกองบิน 5 กำหนดจัดงานเน้นจัดเฉพาะงานพิธีการ และกิจกรรมทางประวัติศาสตร์ ณ บริเวณอนุสาวรีย์วีรชนฯ ในส่วนของงานพิธีการจะเริ่มในวันที่ 7 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 17.00 น. พิธีเปิดงานสดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484 โดยผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมเป็นประธาน กับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หลังจากนั้น จะชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ, กิจกรรมการแสดงสดุดีวีรชนของนักเรียน ต่อด้วยการชมวิดีทัศน์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพิธีมอบรางวัลผู้ชนะเลิศกิจกรรมการประกวด

และช่วงเช้าวันที่ 8 ธันวาคม จะเป็นพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนฯ ของส่วนราชการจังหวัดประจวบฯ และพวงมาลาจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทหารอากาศ และพวงมาลาจากแต่ละกองบินทั่วประเทศ จากนั้น ผู้บัญชาการทหารอากาศ จะเดินทางมาวางพวงมาลาในส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พวงมาลาของผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพวงมาลาผู้บัญชาการทหารอากาศ และร่วมงานบำเพ็ญอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชน

ในปีนี้ กองบิน 5 ได้ปรับรูปแบบของกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมและสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ยังคงมีจัดกิจกรรม และพิธีการต่างๆ มากมาย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กับงานพิธีการหลัก โดยกำหนดจัดงานบริเวณอนุสาวรีย์วีรชน 8 ธันวาคม 2484 ซึ่งในงานมีการจัดนิทรรศการทางประวัติศาสตร์ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การแนะแนวสถานศึกษาในกองทัพอากาศ และการจัดแสดงผลงานการประกวดประเภทต่างๆ ของนักเรียนที่ศึกษาในสถานศึกษาจังหวัดประจวบฯ เยาวชนและประชาชนทั่วไป และการพิชิตยอดล้อมหมวก โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. กิจกรรมพิชิตเขาล้อมหมวก เพื่อรำลึกเส้นทางอพยพของกำลังพลกองบิน 5 และครอบครัวไปยังถ้ำหลบภัย บนเขาล้อมหมวก ระหว่าง 5 – 7 และ 9 – 11 ธันวาคม 2568 2. กิจกรรมชมวิดีทัศน์เฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมทางประวัติศาสตร์ ณ พิพิธภัณฑ์อุทยานประวัติศาสตร์ฯ ตลอดเดือนธันวาคม 2568

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่มุ่งให้เกิดการมีส่วนร่วมในกลุ่มนักเรียนที่ศึกษาในสถานศึกษาจังหวัดประจวบฯ เยาวชนและประชาชนทั่วไป คือ กิจกรรมการประกวดชิงเงินรางวัลและโล่เกียรติยศ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แก่ 1. การประกวดภาพถ่าย หัวข้อ “ประจวบคีรีขันธ์ มนต์เสน่ห์แห่งรุ่งอรุณและยามเย็น” สำหรับเยาวชนหรือประชาชนทั่วไป 2. การประกวดกลอนสุภาพ หัวข้อ “เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี” สำหรับนักเรียนชั้น ม.ปลาย 3. การประกวดโคลงสี่สุภาพ หัวข้อ “พิทักษ์มาตุภูมิ ด้วยลมหายใจและปณิธาน” สำหรับนักเรียนชั้น ม.ปลาย 4. การประกวดวิดีโอสั้นส่งเสริมการท่องเที่ยว หัวข้อ “1 วัน..ก็หลงรักประจวบได้” สำหรับเยาวชนหรือประชาชนทั่วไป 5. การประกวดเรียงความ หัวข้อ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงกับการฟื้นฟูและส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล” สำหรับนักเรียนชั้น ม.ต้น 6. การประกวด Infographic หัวข้อ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงกับการฟื้นฟูและส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล” สำหรับเยาวชนหรือประชาชนทั่วไป 7. การประกวดวาดภาพระบายสี “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงกับการฟื้นฟูและส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา

ทั้งนี้ในกิจกรรมการประกวดทั้ง 7 กิจกรรม มีโล่เกียรติยศ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และเงินรางวัลดังนี้ ชนะเลิศทุกการประกวด ที่ 1 ได้เงิน 5,000 บาท ที่ 2 ได้เงิน 3,000 บาท ที่ 3 มี 2 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท และรางวัลชมเชยมี 2 รางวัลๆ ละ 1,000 บาท ส่งผลงานการประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 และจะประกาศผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ติดต่อสอบถาม ได้ที่ 063 – 8719369

ด้าน พ.อ.วีระชัย ศิระสากร รอง ผอ.รมน.จังหวัด กล่าวถึงประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ว่าเพื่อสดุดีความกล้าหาญของทหารอากาศ ลูกเสือ ยุวชน ตำรวจและวีรชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้ยอมสละชีวิต เลือด เนื้อ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา และเพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ให้พี่น้องชาวไทยและชาวต่างชาติได้มีส่วนทราบ เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา

เมื่อกล่าวถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย ในห้วงปี 2484 ตรงกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ก่อตัวขึ้นมา ณ ผืนแผ่นดินไทย โดยกองทัพญี่ปุ่นได้นํากําลังพลขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเลตอนใต้ของประเทศไทย ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี ส่วนทางบกยกพลขึ้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อใช้เป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า และมลายู สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว นับได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ร่วมกัน ระหว่างทหารอากาศแห่งกองบิน 5 และพี่น้องประชาชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพราะกองกําลังแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่น ได้นํากําลังพลขึ้นบก ณ อ่าวประจวบฯ อ่าวมะนาว และมีการสู้รบกัน เป็นเวลา 33 ชั่วโมง จึงสงบ จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เป็นบทเรียนครั้งสำคัญของคนไทยและคนญี่ปุ่น ซึ่งต้องนํามาเป็นข้อคิดให้กับคนรุ่นหลัง ปัจจุบันไทยและญี่ปุ่นได้สานสัมพันธ์และมีสัมพันธไมตรีต่อกัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความรัก ความเป็นมิตร

ในปีนี้ กองบิน 5 ได้ปรับรูปแบบของกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมและสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ยังคงมีจัดกิจกรรม และพิธีการต่างๆ มากมาย จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว เข้ามาชมเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ให้แพร่หลายต่อไป

ด้านนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ กล่าวว่า อบจ. ยินดีให้การสนับสนุน ส่งเสริมการจัดงาน และรูปแบบงานอย่างเต็มความสามารถ อีกทั้งส่งเสริมการพัฒนาให้จังหวัดประจวบฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า โดยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของกองบิน 5 นั่นคือ การเชื่อมโยงชายหาดอ่าวมะนาว เข้ากับประวัติศาสตร์ความกล้าหาญของวีรชนในการสู้รบ ช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา เพื่อเป็นการรําลึกถึงวีรกรรม ความกล้าหาญ สละชีวิตเข้าต่อสู้กับศัตรูเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย ตลอดจนสนับสนุนการจัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นสถาบันหลักของชาติ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ ผ่านกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และเยาวชนในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ โดยเน้นกิจกรรมที่จัดเพื่อถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรตารีรอยัลหัวหิน ห่วงใยเยาวชนให้ความรู้โครงการสอนน้องว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดปีที่ 4

โรตารีรอยัลหัวหิน ห่วงใยเยาวชนให้ความรู้โครงการสอนน้องว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดปีที่ 4

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน เทศบาลนครหัวหิน และสถานีตำรวจน้ำปราณบุรี จัดโครงการสอนน้องว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดปีที่ 4 (Children’s Water Safety & Drowning Prevention) ที่สระว่ายน้ำโรงแรมนาวีภิรมย์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี มร.ไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นางอารีย์ มิตรอุปถัมภ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการภาคพื้นที่ 17 มร.กึนเธอร์ บุช ประธานโครงการ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน พลเรือตรีธานินทร์ จันทร์วิรัช ผู้จัดการกิจการสถานพักฟื้นข้าราชการ ทร.ส่วนกลาง (หัวหิน) พ.ต.ท.ราชวัตร ลาบุตร สว.ส.รน.5 กก.4 บก.รน. (ตำรวจน้ำปราณบุรี) สมาชิกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหินและแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี

มร.กึนเธอร์ บุช กล่าวว่า โครงการสอนน้องว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทักษะให้กับเด็กและเยาวชนในการช่วยเหลือตนเอง ให้สามารถเอาตัวรอดจากการจมน้ำได้ด้วยการลอยตัวอยู่ในน้ำและให้ความรู้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ มีนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลหัวหิน (บ้านหนองขอน) จำนวน 50 คน เข้ารับการฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 12 – 14 พฤศจิกายน 2568 โดยมีครูฝึกสอนจากตำรวจน้ำปราณบุรี และทีมผู้ก่อการดี เทศบาลนครหัวหิน มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับเด็กนักเรียน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมรถโบราณฯ จับมือดุสิตธานีหัวหิน และพันธมิตรจัดงาน“เพชรบุรี – หัวหิน วินเทจคาร์พาเหรด ครั้งที่ 23

สมาคมรถโบราณฯ จับมือดุสิตธานีหัวหิน และพันธมิตรจัดงาน“เพชรบุรี – หัวหิน วินเทจคาร์พาเหรด ครั้งที่ 23”

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “เพชรบุรี – หัวหิน วินเทจคาร์พาเหรด ครั้งที่ 23” ตามแนวคิด “เสน่ห์วันวาน…สีสันเมืองทะเล” ระหว่างวันที่ 19 – 21 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นายธวัช สิทธิยานุรักษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานจังหวัดเพชรบุรี น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายยุทธพล อินมอญ ปลัดเทศบาลเมืองชะอำ นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ร่วมแถลงข่าวท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “งานเพชรบุรี – หัวหิน วินเทจคาร์พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 เป็นครั้งแรกที่เพิ่มจังหวัดเพชรบุรีเข้าไปในชื่องาน และมีการปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้งสมาคมฯ ร่วมกับโรงแรมดุสิตธานีหัวหิน เป็นปีที่ 4 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจากพันธมิตรเดิม ทั้งหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลนครหัวหิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงมีพันธมิตรใหม่ ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ หัวหิน”

“สมาคมฯ หวังสร้างมิตรภาพตลอดการเดินทาง กระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยขบวนรถโบราณและรถคลาสสิค บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – หัวหิน ตามแนวคิด “เสน่ห์วันวาน…สีสันเมืองทะเล – The Charm of Yesteryear…a Seaside Town with Local Colour” เพื่อให้บรรดาคนรักรถโบราณได้สัมผัสกับหัวหิน เมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่สวยงาม สร้างเสน่ห์ และสีสันที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว” นายขวัญชัยกล่าว

นายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานขบวนพาเหรดรถโบราณหัวหินต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจและเลือกโรงแรมของเราเป็นสถานที่จัดงานอันทรงคุณค่านี้ ขบวนพาเหรดรถโบราณนับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ชาวเพชรบุรีและหัวหิน ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างรอคอยทุกปี เพราะเป็นโอกาสได้ชื่นชมความงดงามของยนตรกรรมคลาสสิกที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีความยินดีที่จะสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมเปิดพื้นที่อันกว้างขวาง รวมถึงศูนย์การประชุมที่สามารถรองรับการจัดงานและคาราวานรถโบราณได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

พิธีปล่อยขบวนรถโบราณ “เพชรบุรี – หัวหิน วินเทจคาร์พาเหรด ครั้งที่ 23” จะเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ตรวจสถานการณ์ชายแดนที่ด่านสิงขร หลังเหตุการณ์ทหารเมียนมาปะทะกองกำลังกระเหรี่ยง KNU

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ตรวจสถานการณ์ชายแดนที่ด่านสิงขร หลังเหตุการณ์ทหารเมียนมาปะทะกองกำลังกระเหรี่ยง KNU

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ลงพื้นที่และติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย – เมียนมา ที่จุดผ่อนปรนด่านสิงขร บ้านไร่เครา หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ จากเหตุปะทะกันระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังกะเหรี่ยง KNU โดยมีนายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบฯ ตชด.146 และหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึกให้การต้อนรับและรายงานข้อมูล

โดยก่อนเกิดเหตุปะทะกัน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า ทหารเมียนมา พัน ร.224 ได้เห็นโดรนของกองกำลังกะเหรี่ยง KNU บินขึ้นเหนือน่านฟ้าเขตของตนและทราบว่ามีกองกำลังกระเหรี่ยง KNU เสริมกำลังเข้ามายังบริเวณจุดป่าช้า เลยไม้กั้นหน่วยราชการเมียนมา บ้านมูด่อง จึงใช้ปืน ค.ขนาด 81 มม. ขนาด 105 มม. และขนาด 120 มม. ยิงออกจากฐานใส่บริเวณพิกัดที่มีกองกำลังกะเหรี่ยงซุ่มอาศัยอยู่เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันฐานปฏิบัติการจากการถูกปิดล้อมของฝ่ายต่อต้าน รวมถึงเป็นการผลักดันให้ฝ่ายต่อต้านถอนกำลังออกจากพื้นที่ ทำให้มีกระสุนตกห่างจากแนวชายแดนไทยประมาณ 1 กิโลเมตร

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้มีชาวเมียนมาที่อาศัยภายในบ้านมูด่อง ประมาณ 30 คน ได้อพยพหนีภัยออกจากพื้นที่มาพักชั่วคราวอยู่บริเวณพื้นที่อ้างสิทธิ (โนแมนแลนด์) พรมแดนด่านสิงขร โดยมีเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยเฝ้าสังเกตการณ์จนกว่าเหตุการณ์จะสงบ สำหรับการสู้รบดังกล่าวขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายจากทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด รวมถึงยังไม่มีกระสุนตกข้ามมายังฝั่งประเทศไทย พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเน้นย้ำการทำงานให้มีความรอบคอบ มีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เก๋งเสียหลักชนต้นไม้ริมทาง เเม่ลูกเจ็บสาหัส 4 ราย คาดหลับใน

เก๋งเสียหลักชนต้นไม้ริมทาง เเม่ลูกเจ็บสาหัส 4 ราย คาดหลับใน

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ท.สุชาติ รุ่งเรือง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานทับสะแก ว่าเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ ช่วงระหว่างหลักกมที่ 361 – 362 หมู่ 3 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ จึงพร้อมด้วยอาสากู้ภัยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองฯ กู้ชีพโรงพยาบาลทับสะแก กู้ชีพเทศบาลตำบลทับสะแก กู้ภัยตำรวจทางหลวง นำรถพยาบาล และรถอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างไปตาวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบรถยนต์นิสสัน มาร์ช สีแดง ด้านหน้าชนอัดติดกับต้นไม้ ตัวถังอัดติดเข้าอัดกับห้องโดยสาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 4 ราย ออกมาอย่างทุลักทุเล พร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวส่งไปยัง รพ.ทับสะแก ทราบชื่อดังนี้ 1. น.ส.จินดา เหมทานท์ อายุ 51 ปี ที่อยู่ 155/57 หมู่ 7 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา, 2. น.ส.พิชชาภา วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 22 ปี ที่อยู่ 11/26 หมู่ 3 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป๋า จ.พังงา, 3. น.ส.พิชชาภรณ์ วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 22 ปี ที่อยู่ 11/26 หมู่ 3 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และ 4.นางเพ็ญศิริ วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 54 ปี ที่อยู่ 155/57 หมู่ 7 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวขับอยู่เลนขวา จู่ๆ ก็เสียหลักแฉลบลงข้างทางซ้าย ชนต้นไม้อย่างแรงโดยไม่ได้เฉี่ยวรถคันอื่นเลย จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว จากการสอบถามคนขับ ทราบว่ามาจากชลบุรี จะกลับไปบ้านที่พังงา แต่มาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน