Categories
ข่าว ทั้งหมด

“อิ่มอกอิ่มใจ”เลี้ยงดินเนอร์ต้อนรับสาวงามผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025

“อิ่มอกอิ่มใจ”เลี้ยงดินเนอร์ต้อนรับสาวงามผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025

ช่วงค่ำวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ กรรมการผู้จัดการ อิ่มอกอิ่มใจ ซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่และคาบาน่ารีสอร์ท ให้การต้อนรับและเลี้ยงอาหารค่ำบรรดาสาวงาม 77 ประเทศทั่วโลก ที่เดินทางมาเพื่อเข้าประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ก่อนมาเก็บตัวและทำกิจกรรมร่วมกันที่ อำเภอหัวหิน นำโดยบอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล และมีนายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด ร.ต.ต.ธิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานเลี้ยงอย่างคับคั่ง โดยทางร้านได้เตรียมอาหารไทยและอาหารทะเลไว้คอยต้อนรับให้บรรดาสาวงามได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมร่วมร้องเพลงและเต้นรำกันอย่างสนุนสนาน โดยเฉพาะ“กชเบล ศรัณย์รัชต์”มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นพิเศษ

สำหรับการประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 รอบตัดสิน จะจัดขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่ MGI Hall ศูนย์การค้า Bravo กรุงเทพฯ

นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล กล่าวถึงการประกวดในครั้งนี้ ว่าเราเคยทำกิจกรรมที่พัทยากับภูเก็ตเยอะมาก แต่มีทะเลหนึ่งที่เรายังไม่ได้พานางงามระดับนานาชาติมา ก็คือทะเลที่หัวหิน และมีความรู้สึกว่าอยากจะทำอะไรที่ไม่จำเป็นต้องไกลจากกรุงเทพฯ แต่ไม่ใช่พัทยา เพราะว่าพัทยาเป็นเมืองที่ Entertain เกินไป เพราะฉะนั้นเมืองที่สงบและออก luxury หน่อย ก็คือหัวหิน จึงตั้งใจพาผู้เข้าประกวดมาเก็บตัว ทำกิจกรรม มาพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนและได้รับการช่วยเหลือ จนในที่สุดเราได้มาอยู่กันที่นี่ อยู่กันที่ร้านอิ่มอกอิ่มใจ ต้องขอขอบคุณ คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ด้วยที่ช่วยประสานผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ประสานหน่วยงานในจังหวัดทั้งหมด ทำให้การทำงานของผมนั้นสะดวกมากขึ้น ต้องขอบคุณอีกครั้ง อยากให้ทุกคนได้แชร์ความสวยของหัวหิน ทุกคนรู้จักดีอยู่แล้วสำหรับคนไทย แต่เชื่อว่าต่างชาติบางประเทศ อาจจะคุ้นชินกับทะเลอื่น เป็นการบอกกล่าวผ่านภาพ ผ่านคลิปวีดิโอ ผ่านการประกวด ที่จะเห็นช่วงเช้าความสวยงามของทะเลหัวหินอย่างชัดเจน

“สิ่งที่สาวงามที่เข้าประกวดประทับใจ ที่นี้ คือสาวๆ กินกันเยอะมาก เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะกินวันละ 3 มื้อเต็มๆ แล้วยังมีอาหารว่างอีก แต่สิ่งที่เราเห็นชัดเจน คือ ความสมบูรณ์แบบของการให้บริการ เพราะว่าหัวหินเป็นแบบสถานที่ ที่ค่อนข้างจะหรูหรา เกือบทุกๆ โรงแรม ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ จากบริเวณที่พักไม่ไกลเท่าไหร่ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะเจอกับทะเล ในเรื่องวัฒนธรรมไทยที่ผู้เข้าประกวดได้เรียนรู้ เช่นการตักบาตร การสวมผ้าไทย ถ้าเป็นคนไทยอาจจะรู้สึกปกติ แต่คนต่างชาติยอมตื่นขึ้นมาตี 4 เพื่อมาแต่งหน้าทำผม มาลองใส่ชุดไทยออกไปเดิน แล้วมาเดินแฟชั่นโชว์ผ้าไทย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของร้านต่างๆ ที่อยู่ในหัวหิน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกระแสที่เราถ่ายทอดไป แล้วคนก็ค่อนข้างว้าว ว่าเรามีอะไรที่ดีแล้ว ก็รอ Event ของเรามารวมสิ่งที่ดี สนุกสนานดีครับ” นายณวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบางสะพาน ร่วมใจฟื้นโรงพักนพคุณ อายุกว่า 104 ปี ให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์

ชาวบางสะพาน ร่วมใจฟื้นโรงพักนพคุณ อายุกว่า 104 ปี ให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์

วันที่ 9 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.กำเนิดนพคุณ เลขที่ 225 หมู่ 1 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ซึ่งเป็นอาคารไม้ทรงปั้นหยา อายุ 104 ปี แบบมีมุข หลังนี้เคยเป็นสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางสะพาน สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2464 มีเสาล่างเป็นคอนกรีต เสาบนเป็นไม้แดง ฝาไม้สัก พื้นผ่าเครื่องไม้ตะแบก หลังคามุงกระเบื้องซีเมนต์ กว้าง 10 เมตร ยาว 30 เมตร พื้นที่ใช้สอยประมาณ 300 ตารางเมตร หลังจากถูกปล่อยให้ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 8 ปี ตัวอาคารยังคงมีความสมบูรณ์ แต่อยู่ในสภาพทรุดโทรม นอกจากนี้บริเวณด้านข้างอาคาร เป็นห้องแถวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพักอาศัยกับครอบครัว ชาวบ้านใน 3 ตำบลของอำเภอบางสะพาน ต้องการให้มีการบูรณะโรงพักนพคุณ กลับมาใช้งานได้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประจำการให้บริการประชาชน

พ.ต.อ.พสิษฐ์ ก้อนสิน รักษาการ ผกก.สภ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากที่มีประชาชนใน 3 ตำบลของอำเภอบางสะพาน ประกอบด้วยตำบลแม่รำพึง ต.กำเนิดนพคุณ ต.พงศ์ประศาสน์ มีความต้องการให้ สภ.หลังเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง กลับมาใช้ประโยชน์ได้ จึงมีแนวคิดร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงาน (กต.ตร.) สภ.บางสะพาน ที่จะอนุรักษ์และบูรณะอาคารไม้ทรงปั้นหยา แบบมีมุขหลังนี้ไว้ให้คงอยู่ในสภาพเดิม เป็นที่มาของการบูรณะซ่อมแซมตัวอาคารโบราณสถานีตำรวจภูธรแห่งนี้ ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งอาคารนี้เป็นอาคารแห่งความทรงจำ เป็นสมบัติของชาวอำเภอบางสะพาน นอกจากนี้ ยังมีผู้มีจิตศรัทธาที่เล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญของอาคารหลังนี้ พร้อมที่จะรักษาอาคารหลังนี้ไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ได้สะดวกในการใช้บริการแทนการเดินทางไปที่ สภ.บางสะพาน ซึ่งบางพื้นที่ต้องเดินทางไปกลับเกือบ 60 กิโลเมตร แต่ถ้าสามารถเปิดให้บริการที่นี่ได้ จะลดการเดินทางเหลือไม่เกิน 15 – 20 กิโลมตร

สถานีตำรวจภูธรกำเนิดนพคุณ มาจากชื่อดั้งเดิมของพื้นที่ คือเมืองกำเนิดนพคุณ ซึ่งเป็นเมืองชั้นตรีสำคัญและศูนย์กลางการค้าแร่ธาตุมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น การจัดตั้งเป็นสถานีตำรวจภูธรอย่างเป็นทางการ เกิดขึ้นหลังการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายใต้ระบบมณฑลเทศาภิบาล พ.ศ.2439 ต่อมา เมืองกำเนิดนพคุณถูกลดฐานะเป็นอำเภอกำเนิดนพคุณ ขึ้นกับเมืองชุมพร และมีการจัดตั้งกองตระเวน หรือตำรวจภูธร ขึ้นเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในเขตอำเภอ พ.ศ. 2460 อำเภอกำเนิดนพคุณ เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบางสะพาน แต่หน่วยงานราชการสำคัญ รวมถึงสถานีตำรวจแห่งนี้ ยังคงใช้ชื่อกำเนิดนพคุณไว้ เพื่อเป็นเกียรติและรำลึกถึงชื่อเมืองเก่าในอดีต

นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะ กต.ตร. สภ.บางสะพาน เปิดเผยว่า พ.ต.อ.พสิษฐ์ ก้อนสิน มีความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ เนื่องจากเคยเป็น รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางสะพาน เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อมารักษาราชการในตำแหน่งผกก.สภ.บางสะพาน จึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงอาคารหลังนี้ให้กลับมาใช้งานบริการประชาชนได้อีกครั้ง ซึ่ง กต.ตร. สภ.บางสะพาน ส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะทำให้อาคารหลังนี้กลับมาให้บริการชาวบ้านได้อีกครั้ง

ด้านนายสานิตย์ เมฆเจริญ อายุ 80 ปี ชาวบ้านตำบลพงศ์ประศาสน์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่จะได้เห็นโรงพักนพคุณ กลับมาให้บริการประชาชนอีกครั้ง ทุกวันหากตนมีปัญหา ต้องการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเดินทางจากบ้านเพื่อไป สภ.บางสะพาน ที่ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ไปกลับระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร แต่ถ้าโรงพักแห่งนี้กลับมาให้บริการ จะช่วยร่นระยะทางกว่าครึ่งเลย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บางสะพานร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอย ยกระดับอาชีพประมงและเกษตร

บางสะพานร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอย ยกระดับอาชีพประมงและเกษตร

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน ประชุมหารือร่วมกับ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย (สาขาประจวบฯ) นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม ประธานชมรมสื่อมวลชนจังหวัดประจวบฯ และนายวันชัย เทียนสมบูรณ์ ที่ปรึกษาชมรมฯ ถึงแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของอำเภอบางสะพาน ให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านการเกษตร ประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยว ซึ่งในอำเภอบางสะพานมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและสถานที่พักผ่อน

นายสุทิน กล่าวว่า อำเภอบางสะพาน นอกจากเป็นสถานที่แหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนโครงการจัดทำวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น ในระยะศึกษาและวิจัยเป็นเวลา 5 ปี (พ.ศ.2568 – 2572) เพื่อศึกษาวิถีชีวิตและทรัพยากรของชาวประมงพื้นบ้าน ทั้งด้านปริมาณสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา และแมงดาทะเล รวมถึงการอนุรักษ์และเพาะพันธุ์หอยตลับ ซึ่งเป็นหอยชายฝั่งที่นิยมบริโภคและมีแนวโน้มลดจำนวนลง โดยโครงการดังกล่าวจะรวบรวมข้อมูลและจัดประเภทเรือประมง ทั้งเรือเล็ก เรือกลางและเรือใหญ่ รวมกว่า 1,000 ลำ ให้เป็นระบบและนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน

นายสุทิน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ประมาณ 80% ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ปลูกมะพร้าว ยางพารา และผลไม้ต่างๆ อีก 20% เป็นประมงพื้นบ้าน ซึ่งอำเภอบางสะพานมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีน้ำทะเลสวยสด พร้อมกับธรรมชาติและวัดโบราณสถานที่สำคัญ น่าสนใจ โดยภาครัฐและท้องถิ่นได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และเตรียมจัดงานใหญ่ช่วงปลายปีนี้ และจะผลักดันให้เกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชนและชุมชน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ สร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตรและประมง พร้อมต่อยอดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนของจังหวัดประจวบฯ

ด้าน ดร.สิริกร หน่อทิม ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารฯ กล่าวว่า สมาคมฯ พร้อมให้การสนับสนุนการรวมกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าสู่เครือข่ายสมาคมอย่างเป็นระบบ โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อผลักดันให้อำเภอบางสะพานก้าวสู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคต.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ สืบสานประเพณีตักบาตรเทโวแห่เรือพระปีที่ 25 เทศกาลออกพรรษา

ประจวบฯ สืบสานประเพณีตักบาตรเทโวแห่เรือพระปีที่ 25 เทศกาลออกพรรษา

เวลา 07.00 น. ของวันที่ 8 ตุลาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มอบหมายให้นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีตักบาตรเทโว ประเพณีแห่เรือพระ เนื่องในเทศกาลออกพรรษา ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ร่วมกับวัดธรรมิการามวรวิหาร จัดขึ้นเป็นปีที่ 25 ที่บริเวณด้านหน้าเขาช่องกระจก วัดธรรมิการามวรวิหาร อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวไทยศาสนาพุทธ และเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดประจวบฯ มีนายสมพร ยโสธร รองนายกเทศมนตรี รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน มีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด อัยการจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัด ผู้แทนทหารบก ทหารอากาศ ตำรวจ ผู้บริหารเทศบาล ข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมพิธีประมาณกว่า 2,000 คน

ภายในงาน มีกิจกรรมประกอบด้วยการถวายจังหันเช้าแด่พระสงฆ์ สามเณร ณ วัดธรรมิการามวรวิหาร การแสดงของเยาวชนนักเรียนจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองประจวบฯ จากนั้นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานพร้อมลั่นฆ้องชัย มีพระสงฆ์ สามเณร เดินลงจากเขาช่องกระจก เพื่อออกรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน พร้อมด้วยการแห่ขบวนรถบุษบก (เรือพระ) ขบวนเทวดา นางฟ้า ขบวนแห่พุทธประวัติ พุทธตํานานของชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ทั้ง 15 ชุมชน ไปตามถนนสละชีพและถนนต่างๆ ในเขตเทศบาล เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวพุทธได้ร่วมทำบุญและรับแจกขนมข้าวต้มลูกโยนไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล

วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง ที่พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรและบำเพ็ญกุศลเพื่อระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามประเพณีที่สืบต่อกันมาแต่โบราณ ปี พ.ศ.2568 นี้ วันออกพรรษา ตรงกับวันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2568 ซึ่งวันออกพรรษามีความเป็นมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยพุทธบัญญัติที่กำหนดให้พระภิกษุต้องจำพรรษาอยู่ประจำวัด ตลอดฤดูฝนเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามธรรมเนียมของคณะสงฆ์ในสมัยโบราณ การจำพรรษานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้พระภิกษุเดินทางไปมา จนทำให้เกิดความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรและสัตว์เล็กสัตว์น้อย หลังจากครบกำหนด 3 เดือน ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 แล้ว จึงถือวันนั้นเป็นวันออกพรรษา พระสงฆ์สามารถจาริกไปค้างแรมที่อื่นได้โดยไม่ผิดพระพุทธบัญญัติ และจะได้นำความรู้จากหลักธรรรมและประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างจำพรรษาไปเผยแผ่ให้แก่ประชาชนต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ต เปิดบ้านรับสาวงามมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 เดินโชว์ผ้าไทยสวยสุดตระการตาสู่สายตาชาวโลก

บลูพอร์ต เปิดบ้านรับสาวงามมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 เดินโชว์ผ้าไทยสวยสุดตระการตาสู่สายตาชาวโลก

วันที่ 7 ตุลาคม 2568 กลุ่มบริษัทพราว ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจรีสอร์ทครบวงจรระดับประเทศ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับสาวงามจากเวทีมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ซึ่งเดินทางจาก 77 ประเทศทั่วโลก สู่เมืองหัวหินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเก็บตัวอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรในพื้นที่เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของหัวหินในฐานะ “เมืองแห่งความสุข” และจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก โดยหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์สำคัญได้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ที่กลายเป็นเวทีถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านแฟชั่นโชว์ผ้าไทยร่วมสมัยและประสบการณ์สุดพิเศษ สะท้อนบทบาทของบลูพอร์ตในฐานะศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมของเมืองหัวหินที่ได้รับความสนใจจากสายตาทั่วโลก

ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม คือแฟชั่นโชว์ “Threads of Thailand: The Thai Heritage Runway”ที่หัวหินคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ตหัวหิน โดยสาวงามผู้เข้าประกวดได้ร่วมสวมใส่ชุดผ้าไทยร่วมสมัยจาก “พราวไทย”ถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยผ่านผืนผ้า ถึงความงดงามของวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจสู่สายตาชาวโลก งานในครั้งนี้มีนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม ายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการบลูพอร์ต หัวหิน คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้งเวที Miss Grand International พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ทั้งในแวดวงราชการและธุรกิจเข้าร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง

โอกาสนี้ น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมพาคณะสาวงามเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงและโซนสำคัญต่างๆ ภายในบลูพอร์ต ที่สะท้อนทั้งเสน่ห์ความเป็นไทยและกลิ่นอายความร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น Museo Auto Classica ที่ให้เหล่าสาวงามได้สัมผัสตำนานยนตรกรรมยุค 60s อย่าง Mercedes-Benz Fintail อย่างใกล้ชิดท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นอายคลาสสิก ก่อนที่จะเปิดอย่างเต็มรูปแบบเร็วนี้ๆ จากนั้นคณะผู้เข้าประกวดได้เยี่ยมชมโซน “พราวไทย (Proud Thai)” พื้นที่รวบรวมสินค้า งานฝีมือ และของที่ระลึกไทยร่วมสมัย ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านงานดีไซน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมผลักดันสินค้าไทยสู่เวทีระดับโลก

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเติมเต็มสีสันให้กับการเก็บตัวผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวเมืองหัวหิน พร้อมทั้งตอกย้ำบทบาทของบลูพอร์ตหัวหิน ในฐานะศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมร่วมสมัยของเมืองหัวหินที่พร้อมส่งต่อประสบการณ์แห่งความสุข ความงาม และความเป็นไทยในทุกมิติ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ จับมือ รฟท. บริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตเทศบาลนครหัวหิน พร้อมรับมือน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนนี้

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ จับมือ รฟท. บริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตเทศบาลนครหัวหิน พร้อมรับมือน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนนี้

วันที่ 6 ตุลาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะทำงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ช่วงฤดูฝน ลงพื้นที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน เขตเทศบาลนครหัวหิน มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล พล.อ.ศุภฤกษ์ ไม้แก้ว ผู้แทนบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไปสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ให้การต้อนรับและพาคณะตรวจดูสระน้ำเก่า 5 สระ ในเนื้อที่ 70 ไร่ ของสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน โดยให้มีการขุดขยายสระดังกล่าว เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนเพื่อกักเก็บไว้ใช้ประโยชน์ รวมถึงให้การรถไฟฯ ปรับพื้นที่ตัวสถานีรถไฟใหม่ที่สร้างปิดกั้นเส้นทางน้ำ เพื่อให้ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำได้อย่างสะดวก

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ และ รฟท. ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ทั้งหมด 4 เรื่อง เรื่องแรกเป็นการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดประจวบฯ มีพื้นที่ติดทะเลที่ยาวมากกว่า 200 กิโลเมตร การเดินทางด้วยรถยนต์อาจจะเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้ลำบาก วันนี้การรถไฟฯ ได้นำรถไฟขบวนพิเศษ‘KIHA 183’มาให้บริการนักท่องเที่ยวถึงสถานีรถไฟหนองแก ซึ่งต่อไปจะมีจัดอีเว้นท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ เรื่องที่ 2 การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งช่วงหน้าฝนในพื้นที่ตลอดริมทางรถไฟ ซึ่งมีที่ดินเป็นจำนวนมากและยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ การรถไฟฯ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน จึงได้ขุดลอกสระตัวอย่างขึ้นที่ตำบลห้วยทราย แล้วเห็นว่ามีน้ำให้ชุมชนได้ใช้ จะดูว่ามีจุดไหนที่เพิ่มเติมได้อีก ถ้าส่วนนี้สำเร็จจังหวัดประจวบฯ ก็จะไม่ขาดแคลนน้ำอีกต่อไป และทางรถไฟก็จะไม่มีน้ำท่วม และที่สำคัญกรณีถ้ามีน้ำแล้งเกิดขึ้น ก็สามารถดึงน้ำมาใช้ในพื้นที่ได้อีก เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เรื่องที่ 3 เรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่ของการรถไฟฯ ในการทำถนนหรือการขุดเจาะทำชลประทานให้กับเทศบาลนครหัวหิน และสุดท้ายเป็นการแก้ไขปัญหาสะพานเกือกม้า ที่ผิวยังไม่เรียบในหลายๆ ที่ ซึ่งผู้ว่ารถไฟฯ ได้ลงมาตรวจสอบปัญหาด้วยตัวเองและสั่งการให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนได้มีความปลอดภัยในการใช้สะพานเกือกม้าอย่างรวดเร็วที่สุดต่อไป

นายวีริศ อัมระปาล กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เริ่มโมเดลเล็กๆ ก่อน จากพื้นที่ริมทางรถไฟที่กันไว้และไม่ได้ใช้ประโยชน์ สามารถทำเป็นอ่างกักเก็บน้ำให้ชุมชนที่อยู่รอบๆ ใช้ในการเกษตรได้ และป้องกันปัญหาน้ำท่วมได้ โดยทำเป็นแก้มลิงเล็กๆ ซึ่งถ้าโมเดลนี้สามารถทำได้เหมาะสม ก็จะทำขยายต่อไป ในขณะที่ในตัวเมืองก็ได้มีการขุดลอกคลองข้างทางริมทางรถไฟ เชื่อว่าจะสามารถระบายน้ำออกสู่ทะเลได้เร็วขึ้น หากพื้นที่ใดที่สามารถทำประโยชน์ได้ การรถไฟฯ ยินดีให้ความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่อย่างเต็มที่ ได้มีการพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและวางแผนร่วมกัน ว่ามีจุดใดบ้างที่จะทำการขุดลอก จุดใดที่จะขยายคูน้ำ รวมถึงปัญหาสะพานเกือกม้า ได้คุยกับผู้รับผิดชอบแล้ว ภายในอาทิตย์หน้าจะประสานงานกับทางจังหวัดในการแก้ไขปัญหา หากประชาชนพบปัญหา สามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วน 1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า เทศบาลได้ประสานเรื่องพื้นที่จากผู้ว่าการรถไฟฯ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ จนได้ถนนฝั่งทิศตะวันออก กว้าง 9 เมตร ตั้งแต่หัวหินซอย 2 จนถึงเขาเต่า เหลือฝั่งทิศตะวันตก ให้เทศบาลทำหนังสือให้ผู้ว่าฯ จึงจะอนุมัติให้ ส่วนเรื่องน้ำประปา มีการวางท่อน้ำขนาด 800 มิลลิเมตร ผ่านพื้นที่รถไฟ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานกับผู้ว่าการรถไฟฯ ให้ใช้พื้นที่เพื่อวางท่อน้ำดิบ ตอนนี้น้ำดิบได้วางไปถึงที่สระดำเนินเกษมแล้ว เหลือเชื่อมระหว่างทางอีกนิดหน่อย คาดว่าภายในเดือนนี้จะมีน้ำดิบจากเขื่อนเพชรบุรี ผ่านท่อขนาด 800 มิลลิเมตร ซึ่งเดิมท่อขนาด 400 มิลลิเมตร รับน้ำได้ 230 คิวต่อชั่วโมง ถ้าเป็นท่อ 800 มิลลิเมตร คาดว่าน้ำน่าจะมาไม่ต่ำกว่า 500 – 600 คิวต่อชั่วโมง ต่อไปหัวหินน้ำจะไม่ขาดอย่างแน่นอน อีกเรื่องคือการแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งน้ำท่วมหัวหินจะไม่ท่วมนาน หลังจากฝนตกประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยแล้วน้ำก็จะลดลงไป แต่ผู้ว่าประจวบฯ ได้ประสาน ดร.รอยล ให้มาช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ไม่เคยมาแก้เรื่องปัญหาน้ำท่วม คือพื้นที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน มาดูพื้นที่สระรับน้ำเดิมของสนามกอล์ฟมีอยู่ 5 จุดด้วยกัน จะทำให้จุดที่รับน้ำเดิม มีศักยภาพมากขึ้นและเพิ่มจุดรับน้ำใหม่ ทำให้พื้นที่คลองกว้างขึ้น โดยปรับปรุงพื้นที่ในเขตสนามกอล์ฟที่มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นที่ของการเล่นกอล์ฟ เป็นพื้นที่ด้านข้าง ด้านทิศใต้กับทิศเหนือ และในส่วนของถนนชมสินธุ์ ซึ่งจะมีน้ำจากเขาหินเหล็กไฟลงไปในเมือง จะแบ่งน้ำจากถนนชมสินธุ์ให้ไหลลงไปในสระที่สนามกอล์ฟ ลดปริมาณน้ำไม่ไหลท่วมเข้าเมือง.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิด “วิ่งสามอ่าว Sam Ao Run 2025” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิด “วิ่งสามอ่าว Sam Ao Run 2025” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

วันที่ 5 ตุลาคม 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน “วิ่งสามอ่าว Sam Ao Run 2025” ที่ลานหน้าสโมสรกองบิน 5 อ่าวมะนาว อ.เมือง จ.ประจวบฯ มีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน นักวิ่งทั้งในและนอกจังหวัด รวมถึงนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้นักวิ่งและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดประจวบฯ พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีและมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างนักวิ่งจากทั่วประเทศ โดยรายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว คณะผู้จัดงานจะนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์อันงดงามในการคืนคุณค่ากลับสู่สังคมและชุมชนในพื้นที่ต่อไป แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน (21 กม.) มินิมาราธอน (10 กม.) Walk & Run (5 กม.) ตลอดเส้นทางนักวิ่งจะได้สัมผัสวิวทะเลทั้ง 3 อ่าว อันสวยงามยามเช้าของอำเภอเมืองประจวบฯ ได้แก่ อ่าวมะนาว อ่าวประจวบฯ และอ่าวน้อย

ทั้งนี้ บรรยากาศการจัดงานเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับความสนใจจากนักวิ่งและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ส่งผลให้โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และร้านค้าชุมชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นเวทีประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวและศักยภาพของจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นที่รู้จักดีในระดับประเทศ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ต้อนรับคณะเดินทางทริปปฐมฤกษ์รถไฟ KIHA 183 ที่สถานีรถไฟหนองแก

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ต้อนรับคณะเดินทางทริปปฐมฤกษ์รถไฟ KIHA 183 ที่สถานีรถไฟหนองแก

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ ให้การต้อนรับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ จ.ประจวบฯ ด้วยขบวนรถไฟขบวนพิเศษ KIHA 183 เส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน ที่ชานชาลาที่ 1 สถานีรถไฟหนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสวนน้ำและโรงแรม ร่วมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น

คณะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในครั้งนี้ นับเป็นทริปปฐมฤกษ์ในโครงการ “KIHA 183 Splash Journey” เป็นการเดินทางด้วยรถไฟคลาสสิกจากญี่ปุ่น KIHA 183 เส้นทางกรุงเทพฯ (สถานีหัวลำโพง) – หัวหิน (สถานีหนองแก) พร้อมพานักท่องเที่ยวไปยังสวนน้ำวานานาวา วอเตอร์จังเกิ้ล หัวหิน และการพักผ่อนสุดพิเศษที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหินรีสอร์ท และฮอลิเดย์อินน์ วานานาวา หัวหิน โดยขบวนรถไฟจะให้บริการทุกสุดสัปดาห์ตลอดเดือนตุลาคม 2568 ออกเดินทางจากสถานีหัวลำโพง ทุกวันศุกร์ เวลา 10.00 น. และเดินทางกลับจากสถานีหนองแกในวันอาทิตย์ เวลา 13.40 น. จำกัดเพียง 200 ที่นั่งต่อสัปดาห์ โดยผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจะได้รับชุดอาหารเบนโตะ สไตล์ญี่ปุ่นที่จัดเตรียมขึ้นอย่างพิถีพิถัน พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีสดและโชว์มายากลกับลูกโป่งดัด (โบโซ) ที่จะทำให้เด็กๆ และผู้โดยสารได้ตื่นตาตื่นใจตลอดเส้นทาง รวมถึงมีบริการรถรับส่งตรงถึงโรงแรมและสวนน้ำฟรี เมื่อถึงสถานีหนองแกอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิด ‘BioMart Hua Hin 2025’ ชูพื้นที่ต้นแบบท่องเที่ยวชีวภาพอย่างยั่งยืน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิด ‘BioMart Hua Hin 2025’ ชูพื้นที่ต้นแบบท่องเที่ยวชีวภาพอย่างยั่งยืน

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ BioMart Hua Hin 2025 ที่หน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ มหกรรมแสดงและจําหน่ายสินค้าชีวภาพและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) น.ส.นีฟ คอลิเออร์ – สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ นายเศรษฐศักดิ์ ลาทอง ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน นายชยพล (คุณนิว) จูเลียน พูพาร์ต นักแสดง และคุณเคธี Influencer เจ้าของเพจ Kethy and George และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ งานนี้จัดโดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. (BEDO) ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจําประเทศไทย (UNDP Thailand) ระหว่างวันที่ 1 – 5 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของจังหวัดประจวบฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) มีเป้าหมายเพื่อสร้างต้นแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก มีทั้งพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ยาวและสวยงาม อุทยานแห่งชาติทางบกและทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพอันโดดเด่นทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่เป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ที่มีระบบนิเวศทั้งทางบกและทางทะเลอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำและปากน้ำปราณบุรี ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่ประเมินค่ามิได้ จึงเป็นความท้าทายในการพัฒนาโมเดลการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง จังหวัดเราสามารถเป็นต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อมสามารถเดินไปด้วยกันได้

ดร.ธนิต ชังถาวร กล่าวว่า BEDO มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศ โดยมีหัวใจสําคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ ซึ่งจังหวัดประจวบฯ ไม่เพียงแต่เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นคลังมหาสมบัติด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สําคัญของประเทศ โครงการ BioMart Hua Hin 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ได้นำความหลากหลายทางชีวภาพมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์และบริการ เราต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าการอนุรักษ์ สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนได้จริง เป็นการเปลี่ยนต้นทุนทางธรรมชาติให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐคิจที่จับต้องได้ เราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบที่แข็งแกร่งในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน และรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศไว้สําหรับคนรุ่นหลังต่อไปในอนาคต

ด้าน น.ส.นีฟ คอลิเออร์ – สมิธ กล่าวถึงโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติที่ให้การสนับสนุนประเทศไทย ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่โอบรับผู้คนและธรรมชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศไทย ซึ่งโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ทำงานร่วมกับประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนในภาคการท่องเที่ยวนั้นควบคู่ไปกับธรรมชาติ ที่จะช่วยอนุรักษ์สัตว์ป่าและการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น จังหวัดอื่นๆ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกเห็นแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างประโยชน์ ทั้งต่อผู้คนและธรรมชาติไปพร้อมกันได้

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีโซนตลาดชีวภาพ (Bio Market) มีผู้ประกอบการกว่า 40 ราย ที่นำผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารท้องถิ่น สินค้าหัตถกรรมและสมุนไพร อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากว่านหางจระเข้ ชาใบหม่อน สิ่งทอจากเส้นใยธรรมชาติและย้อมสีธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลไม้อบแห้ง กาแฟ และอื่นๆ อีกมากมาย มาจำหน่าย โซนสาธิตและเวิร์คชอป โซนนิทรรศการและบริการท่องเที่ยว และกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านร้องถนนคอนกรีตบ้านคลองลอย ชำรุดหนักก่อนสิ้นสุดสัญญา วอนหน่วยงานเร่งตรวจสอบ

ชาวบ้านร้องถนนคอนกรีตบ้านคลองลอย ชำรุดหนักก่อนสิ้นสุดสัญญา วอนหน่วยงานเร่งตรวจสอบ

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 นายบุญช่วย อายุ 69 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 บ้านคลองลอย ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้มาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนและชมรมสตรองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรณีถนนคอนกรีตเสริมเหล็กภายในหมู่บ้าน ที่ก่อสร้างโดยใช้งบประมาณจากภาษีประชาชน ชำรุดเสียหายก่อนหมดสัญญาใช้งาน มีสภาพผิวถนนหลุดล่อน พบรอยแตกร้าวตลอดแนว และมีโครงเหล็กเส้นโผล่ขึ้นมาในหลายจุด ส่งผลให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาต้องใช้ถนนด้วยความหวาดเสียว เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าโครงการดังกล่าวเป็นของ อบต.ร่อนทอง ใช้งบประมาณกว่า 345,000 บาท ในการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาว 111.00 เมตร เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 และกำหนดสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568

นายบุญช่วย กล่าวว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกกังวลอย่างมาก เพราะหากปล่อยให้สิ้นสุดสัญญาโดยไม่มีการซ่อมแซม อาจไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับผิดชอบอีก และถนนเส้นนี้ถือเป็นเส้นทางหลักที่ใช้สัญจรภายในหมู่บ้านทุกวัน หากยังปล่อยให้ชำรุดอยู่เช่นนี้ อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งชาวบ้านและเด็กนักเรียนที่ใช้เส้นทางนี้ไปกลับโรงเรียน ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบคุณภาพงานและเร่งซ่อมแซม แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานตรวจสอบภาครัฐ เข้ามาดำเนินการตรวจสอบคุณภาพงานอย่างจริงจัง และแก้ไขให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูสภาพถนน ที่มีสภาพทรุดโทรมอย่างน่าตกใจ พื้นผิวคอนกรีตหลุดล่อนออกเป็นช่วงๆ ยาวต่อเนื่องตลอดแนว โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยต่อของคอนกรีต มีเหล็กเส้นที่เป็นโครงสร้างภายในโผล่พ้นพื้นถนน ซึ่งสาเหตุอาจมาจากวัสดุที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน หรือขั้นตอนการก่อสร้างไม่มีคุณภาพตามหลักวิศวกรรม ทำให้เกิดความเสียหายก่อนเวลาอันควร.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

ข่าวแนะนำ

สุวัจน์ฉลองใหญ่ครบรอบ 10 ปี บลูพอสุวัจน์ฉลองใหญ่ครบรอบ 10 ปี บลูพอร์ตหัวหิน มอบความสุขส่งท้ายปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตาร์ตหัวหิน มอบความสุขส่งท้ายปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา