Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดอบรมเวชศาสตร์วิถี “นักเรียนไทยสุขภาพดี” ลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดอบรมเวชศาสตร์วิถี “นักเรียนไทยสุขภาพดี” ลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการเวชศาสตร์วิถีชีวิตวัยเรียน เทศบาลนครหัวหิน มีนางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการร่วมโครงการ มีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครูสุขศึกษาและพละศึกษา หัวหน้างานอนามัยโรงเรียน นักโภชนาการ นักเรียนระดับมัธยมศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 82 คน

โครงการดังกล่าว จัดโดยกองการศึกษาเทศบาลนครหัวหิน ระหว่างวันที่ 4 – 6 มีนาคม เพื่อสนับสนุนนโยบายของจังหวัดประจวบฯ ภายใต้เป้าหมาย “เมืองอายุยืน สุขภาวะดี ระบบนิเวศเอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาพ และจุดหมาย Health & Wellness อย่างยั่งยืน” ส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจและทักษะด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต พัฒนาหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและสามารถนำไปใช้ได้จริง สร้างโรงเรียนต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและหน่วยงานสาธารณสุข ป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างยั่งยืน หรือ NCDs เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย และมีแนวโน้มพบในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น การสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเรียน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลดภาระโรคในอนาคต

ซึ่ง “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเป็นระบบ จากการรักษาเมื่อป่วย ไปสู่การสร้างสุขภาพก่อนเกิดโรค ผ่านเสาหลัก 6 ประการ ได้แก่ การบริโภคอาหารที่เหมาะสม การมีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอ การนอนหลับเพียงพอ การหลีกเลี่ยงสารเสพติด การจัดการความเครียด และการมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี โดยมีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมอนามัยและศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ มาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ อาทิ การจัดการความเครียดและการนอนหลับในเชิงการแพทย์ทางเลือก การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพและความสัมพันธ์ในโรงเรียน ทักษะการเป็นโค้ชสุขภาพและการสร้างแรงจูงใจเพื่อคุยกับนักเรียน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยร่วมกับภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine : LM) พลิกโฉมสุขภาพคนไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปรับวิถีชีวิต สร้างสุขภาวะ เพื่อคนไทยแข็งแรง” ซึ่งในส่วนของจังหวัดประจวบฯ ให้ความสำคัญในการป้องกันและจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้บูรณาการพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในกลุ่มเด็กวัยเรียน เพื่อลดปัญหาภาวะอ้วน ลดภาวะฟันผุ เสริมสร้างสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ และได้รับภูมิคุ้มกันตามมาตรฐาน โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงานแบบบูรณาการที่เป็นรูปธรรม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นักเรียนไทยสุขภาพดี การดำเนินงานดูแลสุขภาพของเด็กวัยเรียนวัยรุ่น จำเป็นต้องมีการดำเนินงานควบคู่ ทั้งด้านการแก้ปัญหาสุขภาพเฉพาะประเด็นและการส่งเสริมสุขภาพองค์รวม โดยใช้กลยุทธ์การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์กรรอบด้านสุขภาพ โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายให้สอดคล้องกับนโยบายจังหวัดประจวบฯ ตามโครงการคลินิกเวชศาสตร์ วิถีชีวิตในโรงเรียน ซึ่งโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านสุขภาวะ และสามารถขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นๆ ในจังหวัดประจวบฯ ได้ในอนาคต.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปิดแข่งตบลูกยางรายการอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์ ครั้งที่ 1

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปิดแข่งตบลูกยางรายการอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์ ครั้งที่ 1

วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เป็นประธานปิดการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่หอประชุมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ ในโครงการ “Next Move Aownoi” ส่งเสริมกีฬานักเรียนและสัมพันธ์ชุมชน (วอลเล่ย์บอลอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์) พร้อมมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศ ซึ่งเป็นถ้วยจากผู้ว่าราชการจังหวัดและออกแบบถ้วยรางวัลโดยผู้ว่าฯ เองด้วย มี น.ส.สกาวเดือน อนันตวรพจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม กล่าวรายงาน มี นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน จ.ประจวบฯ นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติจ.ประจวบฯ พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทร์ทึก รอง ผกก.ป. สภ.อ่าวน้อย พ.ต.เสน่ห์ นุ่มพรมทอง หัวหน้าชุดวิทยากรกองทุนแม่ฯ ที่ 9 กอ.รมน. ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ ครูและนักเรียน คณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะผู้ตัดสิน ตลอดจนนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทั้งในประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน เข้าร่วม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าฯ ประจวบฯ กล่าวชื่นชมในความสมานฉันท์และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนักกีฬาทุกทีม ที่ได้ร่วมกันแสดงทักษะทางการกีฬาวอลเล่ย์บอลอย่างเต็มความสามารถ ภายใต้กฎ กติกาและมีความเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง ชัยชนะที่ได้รับในวันนี้ คือผลจากระเบียบวินัยและการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง ส่วนความผิดหวังนั้น ขอให้ถือเป็นบทเรียนและแรงผลักดันในการพัฒนาตนเองต่อไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีค่าเหนือกว่าผลการแข่งขัน คือ มิตรภาพและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาวงการกีฬาและบุคลากรของเราสืบไป ขอชื่นชมนักกีฬาทุกคน ที่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ และขอบคุณคณะกรรมการจัดงาน คณะผู้ตัดสิน รวมถึงผู้สนับสนุนทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำให้การแข่งขันในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

น.ส.สกาวเดือน อนันตวรพจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลน้อยวิทยานิคมเกมส์ ได้ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนในเครือข่าย ทั้งโรงเรียนในระดับประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ออกกำลังกาย และพัฒนาศักยภาพนักกีฬาวอลเล่ย์บอล

ทั้งนี้ มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 41 ทีม และการแข่งขันผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ภายใต้กฎกติกาและน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง บัดนี้ การแข่งขันได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีผลการแข่งขัน ดังนี้

1.รุ่นอายุ 12 ปีหญิง ชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลกุยบุรี (วัดวังยาว) อ.กุยบุรี รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนบ้านห้วยน้ำพุ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านบึง ต.อ่าวน้อย อ.เมืองฯ ชมเชย โรงเรียนบ้านดงไม้งาม อ.บางสะพาน 2. รุ่นอายุ 12 ปีชาย ชนะเลิศ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 65 ต.อ่าวน้อย รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนบ้านบึง รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนหาดสนุกราษฎร์บำรุง ต.อ่าวน้อย ชมเชย โรงเรียนบ้านดงไม้งาม
3. รุ่นอายุ 15 ปีหญิง ชนะเลิศ โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อ.เมืองฯ รองอันดับ 1 โรงเรียนบ้านหนองเกด รองอันดับ 2 โรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม 4. รุ่นอายุ 15 ปีชาย ชนะเลิศ โรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม อ.สามร้อยยอด รองอันดับ 1 โรงเรียนกิตติคุณ อ.เมืองฯ รองอันดับ 2 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 65 ชมเชย โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว
5. รุ่นประชาชนหญิง ชนะเลิศ ทีมรวมมิตร รองอันดับ 1 Tiwaz ทีมทีวาซ รองอันดับ 2 ทีมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม ชมเชย ทีมตั้งรัง 6. รุ่นประชาชนทั่วไปชาย ชนะเลิศ ทีมซุ้มระไก่ชนบ้านนอก กม.4 รองอันดับ 1 ทีมห้วยทราย VC รองอันดับ 2 ทีมผู้ใหญ่เจ๊ก VC ชมเชย ทีมขวัญใจ วีซี.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เร่งผลักดันประจวบฯ เป็นเมืองต้นแบบแห่งการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้ว่าฯ เร่งผลักดันประจวบฯ เป็นเมืองต้นแบบแห่งการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมรับฟังชี้แจงและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการส่งเสริมมาตรการยกระดับอุตสาหกรรรม (Smart and Sustainable Industry) และระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างแผนปฏิบัติการนำร่องไปสู่ชุมชนเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green City) ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมอมารี หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรจากสำนักงานพลังงานจังหวัด ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในจังหวัดประจวบฯ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม เพื่อรับฟังรายละเอียดที่เกี่ยวกับการส่งเสริมมาตรการยกระดับอุตสาหกรรรม กรณีมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ ด้านการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแนวทางส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงานมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางลดการระบายก๊าซเรือนกระจกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อจังหวัดจะได้จัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือและการประชาสัมพันธ์แนวทางการลดการใช้พลังงาน เพื่อผลักดันให้จังหวัดประจวบฯ เป็นเมืองต้นแบบในการลดการปล่อยคาร์บอน พร้อมอนุรักษ์พลังงาน ลดโลกร้อน ก้าวสู่ Net Zero ด้วยนวัตกรรมใหม่ ซึ่งจังหวัดประจวบฯ จะนำอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี AI มาใช้ร่วมกับหม้อแปลงที่ศาลากลางจังหวัด โดยจะเป็นสถานที่ราชการต้นแบบของประเทศแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้หม้อแปลง AI ในการเข้ามาช่วยควบคุมการทำงาน ช่วยในการการประหยัดพลังงานที่มากขึ้นและมีแรงดันไฟฟ้าคงที่ และทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้นอีกด้วย และในอนาคตจะสนับสนุนให้มีการติดตั้งใช้ในวงกว้างมากขึ้น ทั้งในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล รวมถึงในภาคธุรกิจ ซึ่งไปสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด “Next Move Prachuap – ประจวบต้องไปต่อ” ในการที่จะพัฒนาให้ประจวบฯเป็นเมืองอุตสาหรรมกรรมแห่งอนาคต มีการผลิตพลังงานทดแทน เป็นการยกระดับการบริหารจัดการด้านพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสมดุลยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 รับประกันความสด อร่อย

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 รับประกันความสด อร่อย

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า ชะอำเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมง มีหาดทรายนุ่ม สีน้ำตาลอ่อน เหมือนเปลือกไข่สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก มาพักผ่อนเดินเล่นสัมผัสน้ำทะเลได้ชิลๆ เพราะมีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะในวันธรรมดา จันทร์ถึงพฤหัสบดี พอช่วงปลายสัปดาห์ นักท่องเที่ยวจะหนาแน่นแต่ไม่แออัดจนเกินไป ผู้คนสามารถจอดรถริมทะเล วิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ – ทะเลบ้านฉัน” เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เพราะต้องตื่นเช้ากันจริงๆ นั่นคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นหน้าหาด และทำบุญตักบาตรพระภิกษุที่เดินบิณฑบาตยามเช้ารับแสงอรุณสีทองสวยงาม อีกทั้งชะอำยังเป็นเมืองชายทะเลที่มีกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้านออกเรือไปหาปู โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน จะใช้คลองสะพานหินเป็นที่จอดเรือหลบคลื่น ประกอบกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูม้าในทะเลได้มาก นำมาขายในราคาไม่แพง

“อีกทั้งเทศบาลเมืองชะอำยังมีการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ด้วยการมอบพันธุ์ปูม้าให้กับชาวประมงและจัดตั้งธนาคารปูม้าของชุมชนขึ้น เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปูม้าในท้องทะเลชะอำ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถสร้างรายได้จากการออกเรือได้อย่างยั่งยืน “ปูม้าชะอำ” ขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อปูที่แน่นและหวานอร่อย โดยชาวประมงที่นี่มีวิธีการเก็บรักษาความสดของปูด้วยการนำปูใส่ถุงตาข่ายผูกเชือก ห้อยกับราวสะพานเหล็ก เมื่อมีลูกค้ามาซื้อก็จะไปที่สะพาน เพื่อดึงหรือสาวเชือกที่ผูกไว้กับตาข่ายและชักปูขึ้นมาขายและนำไปประกอบอาหารให้ลูกค้า จึงเป็นที่มาของชื่อสะพานปูชัก และด้วยชื่อ “ปูชัก” ที่ตั้งตามลักษณะการขายปูที่มีเอกลักษณ์นี้ เทศบาลเมืองชะอำจึงนำมาใช้เป็นจุดขายของการจัดงานเทศกาลชิมปูชัก เป็นประจำทุกปี เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวหาดชะอำและชิมปูม้าในเทศกาลนี้ซึ่งมีเพียงปีละครั้งตามฤดูกาล”

เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี และ บริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด กำหนดจัดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 ในระหว่างวันที่ 14 – 21 มีนาคม 2569 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสม กว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดินชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR “ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเล” ทุกวัน ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และจะมีการแถลงข่าวเป็นทางการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ที่ชายหาดหน้าโรงแรมลองบีช ชะอำ

นางดวงใจ กล่าวเสริมอีกว่า “ททท. สำนักงานเพชรบุรี ยังได้จัดทำแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวทางเลือก ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา หรือช่วง Off Season และเพื่อตอกย้ำแคมเปญการท่องเที่ยวที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดการรับรู้ และสร้างกระแสตลอดจนกระตุ้นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจทำกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเลือกเดินทางมาท่องเที่ยววันธรรมดาในจังหวัดเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและพันธมิตร สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวแก่งกระจาน ร่วมจัดกิจกรรมโปรโมชั่นพิเศษส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยววันธรรมดา “เที่ยวพักวันธรรมดา @ เพชรบุรี” ภายใต้แคมเปญ “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” Season 2 โดยสถานประกอบการที่พักที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นโรงแรม/ที่พัก ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ CF Hotel หรือ Star Hotel เป็นโครงการ ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

โดย ททท.สำนักงานเพชรบุรี ร่วมกับบริษัท TripNiceDay จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว Online มอบสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวเป็นของขวัญสุด Exclusive เพียงมาท่องเที่ยวและพักผ่อน ณ โรงแรม ที่พัก ที่เข้าร่วมโครงการ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี รับทันทีคูปองเงินสดมูลค่า 200 บาท/ห้อง เพื่อใช้เป็นส่วนลดร้านอาหาร คาเฟ่ ของฝาก และกิจกรรมท่องเที่ยวสาย Green เริ่มแล้วตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม จำกัดจำนวนเพียง 2,000 สิทธิ์เท่านั้น สามารถกดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : ททท.สำนักงานเพชรบุรี หรือที่โทร. 032 – 471005 – 6 หรือที่ https://is.gd/WgntcB.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านบางสะพานแจ้งความ เงินฝากสหกรณ์ฯ หายเกลี้ยง อ้างไม่มีเงินให้ถอน

ชาวบ้านบางสะพานแจ้งความ เงินฝากสหกรณ์ฯ หายเกลี้ยง อ้างไม่มีเงินให้ถอน

วันที่ 1 มีนาคม 2569 นายสุรินทร์ มณฑิล อายุ 53 ปี ตัวแทนกลุ่มสมาชิกสถาบันการเงินชุมชนบ้านดอนสง่า หมู่ 8 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 100 คน เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สมจิตร์ บุญตาม รอง สว.(สอบสวน) ที่สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ หลังจากที่ไม่สามารถถอนเงินที่ฝากไว้กับสถาบันการเงินดังกล่าวได้

นายสุรินทร์ เปิดเผยว่า ตนได้ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงินดังกล่าวและได้รับมอบอำนาจจากสมาชิกสถาบันการเงินชุมชนบ้านดอนสง่า ตามหนังสือมอบอำนาจ เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน กรณีที่สมาชิกหลายรายนำเงินไปฝากไว้กับสถาบันการเงินชุมชนดังกล่าว แต่เมื่อเดินทางไปขอถอนเงิน กลับได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า “ไม่มีเงินให้ถอน” ส่งผลให้สมาชิกได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถาบันการเงินชุมชนบ้านดอนสง่า หมู่ 8 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ผู้แจ้งและกลุ่มสมาชิกที่มอบอำนาจ มีความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดว่า มีการทุจริตหรือการกระทำความผิดทางอาญาเกิดขึ้นหรือไม่ และหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ขอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ด้าน ร.ต.อ.สมจิตร์ บุญตาม รอง สว.(สอบสวน) ได้รับแจ้งความพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว และจะเร่งดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปล่อยตัวนักวิ่ง“RUN FOR LOVE 10 ปี ก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯ – บางสะพาน” ระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้ รพ.บางสะพาน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปล่อยตัวนักวิ่ง“RUN FOR LOVE 10 ปี ก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯ – บางสะพาน” ระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้ รพ.บางสะพาน

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “RUN FOR LOVE 10 ปี ก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯ – บางสะพาน”บริเวณที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน นพ.อมรเทพ บุตรกตัญญู นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และนักวิ่งกว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก โดยใช้เส้นทางวิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามของอำเภอบางสะพาน การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อระลึกในโอกาสเข้าสู่ปีที่ 10 ของโครงการ “ก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯ – บางสะพาน” เมื่อเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งมีศิลปินนักร้องดัง อาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม พร้อมคณะ ออกวิ่งก้าวแรกจากกรุงเทพฯ สู่อำเภอบางสะพาน รวมระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร ระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศได้เงินกว่า 85 ล้านบาท มอบให้โรงพยาบาลบางสะพาน เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์และพัฒนาปรับปรุงโรงพยาบาล

สำหรับการจัดงาน “Run For Love” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนอย่างต่อเนื่อง ในการจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น รองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และยกระดับศักยภาพการรักษาในฐานะศูนย์กลางด้านสาธารณสุขของพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมเวชศาสตร์ป้องกันผ่านโครงการ “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว” ให้ความรู้ด้านการวิ่งและการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง ลดการบาดเจ็บ และเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายจังหวัดรักษ์สุขภาพ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายสิทธิชัย ผู้ว่าฯ ประจวบฯ กล่าวว่า โครงการก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯ – บางสะพาน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของประเทศไทย จากก้าวเล็กๆ ของคุณตูน บอดี้สแลม ได้จุดประกายพลังศรัทธาและปลุกจิตสำนึกเรื่องสุขภาพและการแบ่งปันไปทั่วประเทศ พร้อมแสดงความภูมิใจที่ทุกภาคส่วนในอำเภอบางสะพาน ยังคงร่วมมือกันสานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้ ผ่านกิจกรรมวิ่งการกุศลในครั้งนี้

ด้าน นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้การจัดงานประสบความสำเร็จ โดยมียอดจำหน่ายเสื้อกิจกรรมมากกว่า 10,000 ตัว สะท้อนถึงพลังศรัทธาและความร่วมมือของประชาชนที่ยังคงแน่นแฟ้น พร้อมเดินหน้าร่วมกันพัฒนาระบบสาธารณสุขของพื้นที่ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป และต้องขอบคุณ ​คุณนุกูล แซ่เฮียะ ที่บริจาคโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 1 งาน 87 ตารางวา หมู่ 5 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ให้กับโรงพยาบาลบางสะพาน เพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านสาธารณสุขด้วย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งกว่า 2,000 คน ร่วมวิ่งสู่ร้อยปีซาเลเซียน

นักวิ่งกว่า 2,000 คน ร่วมวิ่งสู่ร้อยปีซาเลเซียน

เช้ามืดวันที่ 1 มีนาคม 2569 บาทหลวงบุญเลิศ ปณีตัธยาศัย เจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว เป็นประธานเปิดงานวิ่งการกุศล Run for Salesian Centenary 2026 “วิ่งสู่ร้อยปีซาเลเซียน” ที่โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จ.ประจวบฯ ฉลองครบรอบ 100 ปี ของคณะนักบวชซาเลเซียนที่เข้ามาช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชนในประเทศไทย นำรายได้ในครั้งนี้มอบให้แก่โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ขัดสน และส่วนหนึ่งนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่สำหรับการเรียนให้ทันสมัยมากขึ้นตามมาตรฐานสากล โ

โดยมี น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายชาญณรงค์ พานิชนันทนกุล นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย นายรังสรรค์ บุญแท้ นายกสมาคมศิษย์เก่าหัวหินวิทยาลัย ร่วมปล่อยตัวนักวิ่งกว่า 2,000 คน เข้าร่วมแข่งขันระยะทาง 10 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร และ 3 กิโลเมตร จุดสตาร์ทจากโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย เข้าซอย 88 ผ่านสถานีรถไฟหัวหิน เทศบาลนครหัวหิน สู่ถนนเพชรเกษม จนถึงโรงแรมอมารีหัวหิน แล้วกลับตัวมายังจุดเริ่มต้น ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ซึ่งหลังจากสิ้นสุดการแข่งขันแล้วได้มีพิธีมอบถ้วยรางวัลให้ผู้ชนะเลิศแต่ละประเภทด้วย.

ข่าวแนะนำ

มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนสานต่อ ‘โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประจำปี 2569’

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบคอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 4 ให้โรงเรียนที่ขาดแคลน สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบคอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 4 ให้โรงเรียนที่ขาดแคลน สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเงินสนับสนุนให้แก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ครั้งที่ 4 ที่โรงเรียนบ้านทุ่งเชือก ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ มี น.ส.ชุติกาญจน์ จันทร์สุริยา รองศึกษาธิการจังหวัด นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด น.ส.วรลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ/ รองประธานกรรมการศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมภาคธุรกิจจังหวัดฯ (CSR ประจวบฯ) ดร.ทนงศักดิ์ แข่งขัน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายการผลิต บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) นางประนอม ทรัพย์ปราชญ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งเชือก ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรทางการศึกษา ผู้นำชุมชน ประชาชนและนักเรียนโรงเรียนบ้านทุ่งเชือก ร่วมในพิธี

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า “ตามที่จังหวัดประจวบฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัด ภายใต้ชื่อ “Next move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน 10 ด้าน และอีกหนึ่งกลไกลที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา คือนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษา ภายใต้ชื่อ “10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา” โดยกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยการระดมทรัพยากรจากภาคส่วนเอกชน คือ ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ โดยการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ภายใต้แนวคิด CSR หรือ Corporate Social Responsibility ในการจัดหาคอมพิวเตอร์ให้กับสถานศึกษาที่ขาดแคลน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในโรงเรียนให้มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน ตลอดจนเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ได้มีเครื่องมือที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21”

ที่ผ่านมา ได้ส่งมอบอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนไปแล้วจำนวน 7 โรงเรียน เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์รวม 44 เครื่อง และเงินสนับสนุนรวม 127,000 บาท โดยกำหนดส่งมอบอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนบ้านทุ่งเชือกในวันนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งมีบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ได้สนับสนุนมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 10 ชุด พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ได้ร่วมกันมอบเงินส่วนตัวสนับสนุนแก่เยาวชนโรงเรียนบ้านทุ่งเชือกเป็นจำนวนหนึ่งอีกด้วย.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งกว่า 600 คน ร่วมแข่ง ‘Singha Beach Party Run 2026’ หนุนหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

นักวิ่งกว่า 600 คน ร่วมแข่ง ‘Singha Beach Party Run 2026’ หนุนหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานวิ่ง “Singha Beach Party Run 2026” บริเวณชายหาดเขาเต่า ด้านหน้าโรงแรม Best Western Plus Carapace Hua Hin อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เต็มไปด้วยความคึกคัก จากนักวิ่งกว่า 600 คนทั่วประเทศ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายชายทะเลเขาเต่าที่สวยงาม มีนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายอิษฏา เสาวรส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายครรชิตพล โชคสุชาติ สมาชิกสภาเทศบาล คณะกรรมการสมาคมฯ ผู้แทนบริษัท สปอร์ต รีพับบลิค (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท Singha Corporation ร่วมปล่อยตัวนักกีฬาอย่างเป็นทางการ

การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ยกระดับหัวหินให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และเชิงกีฬา (Sport Tourism) เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้ร่วมกิจกรรมออกกำลังกายควบคู่กับการพักผ่อนริมทะเล สร้างสีสันและความคึกคักให้กับเมืองท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ททท.สำนักงานประจวบฯ ยังได้ร่วมออกบูธแจกของรางวัลให้กับนักวิ่งผู้โชคดี อาทิ เก้าอี้สนาม ถุงกันน้ำ กระเป๋าผ้าโขมพัสตร์ และของที่ระลึกอีกมากมาย

โอกาสนี้ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วยนายอิษฏา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฯ ร่วมมอบรางวัลแก่นักวิ่งและมอบของที่ระลึกให้แก่ “คุณแอ้ม ศิรประภา สุขดำรงค์” และ “คุณเอิร์ธ ณัฐนันท์ คุณวัฒน์” สองนักแสดงนักวิ่งชื่อดัง เจ้าของแบรนด์ครีมกันแดด UV Ultra Thailand Functional Skincare ที่มาร่วมสร้างสีสันและออกบูธภายในงานครั้งนี้ด้วย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์สำคัญที่ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์หัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพอย่างแท้จริง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ต้อนรับคณะผู้ตรวจราชการฯ เขต 4 ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ต้อนรับคณะผู้ตรวจราชการฯ เขต 4 ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ น.ส.วรพรรณ เลิศไกร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 4 น.ส.ลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมและคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการกระทรวง พร้อมทั้งหารือข้อราชการร่วมกัน จากนั้นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 4 และคณะ ประชุมร่วมกับส่วนราชการของจังหวัดประจวบฯ นำโดยนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด โดยติดตามการขับเคลื่อนงานตามประเด็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล 3 ประเด็น ได้แก่

1. ประเด็นการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามแนวทางรวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ซึ่งจังหวัดประจวบฯ ได้เปิดปฏิบัติการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติดอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง จับกุมผู้ค้าดำเนินคดีตามกฎหมาย ขยายผลถึงเครือข่าย และนำตัวผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา มีผลงานการบำบัดรักษาในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รวม 2,512 คน เป็นการสมัครใจบำบัด 1,823 คน และมีผลงานบำบัดจิตเวช 135 คน ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัด ติดตามให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ผ่านกระบวนการบำบัดรักษาแล้ว ให้มีอาชีพมีรายได้ สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้ตามปกติ โดยไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก นอกจากนี้ ในส่วนของการป้องกันปัญหาผู้ป่วยจิตเวชก่อเหตุร้าย ให้มีการจัดทำแผนบูรณาการป้องกันเหตุ โดยเฉพาะในสถานที่เสี่ยง เช่น โรงเรียน โดยให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

2. ประเด็นการยกระดับการท่องเที่ยว สร้างรายได้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ ได้รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ในปี 2568 พบว่ามีผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมด 11,474,581 คน เป็นชาวไทย 10,712,737 คน ชาวต่างชาติ 761,844 คน สร้างรายได้ทั้งสิ้น 53,358 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากชาวไทย 45,022 ล้านบาท ชาวต่างชาติ 8,335 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ได้รายงานที่ประชุมเกี่ยวกับการส่งเสริมความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวคุณภาพสูง และรายงานปัญหาอุปสรรคต่างๆ ด้านการท่องเที่ยว เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่ทั่วถึง ห้องน้ำสาธารณะ ป้ายสื่อความหมาย จุดบริการนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้จัดสรรงบประมาณดำเนินการต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้รายงานที่ประชุมเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนงานการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวโดยชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาทิ โครงการพัฒนาศักยภาพสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ชุมชนหัวบ้าน ถ.สู้ศึก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ การจัดทำแผนที่จานอร่อย Prachuap Dish โดยคัดเลือกร้านอาหารอร่อยของจังหวัดประจวบฯ เพื่อทำสื่อประชาสัมพันธ์ทางช่องทาง TikTok กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว การจัดทำสารคดีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีศักยภาพในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ จำนวน 10 ตอน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ในเดือนมีนาคมนี้ การยกระดับมาตรฐาน Wellness Economy ประจวบคีรีขันธ์ เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว อย่างยั่งยืน การยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพประจวบคีรีขันธ์ 2569 จากพื้นถิ่นสู่สากล การขับเคลื่อน 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้มีการบูรณาการข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อสะดวกต่อการประชาสัมพันธ์และสืบค้นของนักท่องเที่ยว

3. ประเด็นการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เด็ก คนพิการและผู้สูงอายุ โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบฯ รายงานข้อมูลจำนวนเด็กในจังหวัด อายุ 0 – 6 ปี ที่ได้รับสิทธิเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในปัจจุบัน มีจำนวน 18,706 คน ซึ่งกระบวนการค้นหาและติดตามให้เด็กที่ตกหล่นได้รับสิทธิ ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์หน่วยงาน, เฟซบุ๊ก และสื่อออนไลน์ต่างๆ ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อประชาสัมพันธ์ในพื้นที่และรับลงทะเบียนสำหรับผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวนคนพิการ มีทั้งหมด 14,920 คน ได้รับเบี้ยความพิการ 14,856 คน (99.57%) ไม่ได้รับเบี้ยความพิการ 64 คน สาเหตุจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระงับการจ่ายเบี้ย เนื่องจากขอยกเลิกบัตร ไม่อยู่ในพื้นที่ ติดต่อไม่ได้ คนพิการไม่ดำเนินการต่ออายุบัตร ข้อมูลด้านการศึกษา ยังมีคนพิการที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา 50 คน การจ้างงานคนพิการ ภาคเอกชนมีการจ้างงานคนพิการเข้าทำงาน จำนวน 161 คน สำหรับจำนวนผู้สูงอายุในจังหวัด ปัจจุบันมี 120,798 คน คิดเป็นร้อยละ 21.91 ของประชากรในจังหวัด ซึ่งกระบวนการค้นหาและติดตามค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ตกหล่นให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุ มีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นักบริบาลผู้สูงอายุ ผู้บริบาลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุช่วยดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกกลุ่มเป้าหมายในชุมชน สนับสนุนให้เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการทางสังคมอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

จากนั้นในช่วงบ่าย น.ส.วรพรรณ เลิศไกร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 4 พร้อมด้วยนางอมรรัตน์ ลิ้มจิตสมบูรณ์ ผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 น.ส.บุญยวีร์ ลุมาดกมลพันธ์ ผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ที่มินิธัญญารักษ์ รพ.ปราณบุรี พร้อมได้พบปะพูดคุยกับผู้ป่วยให้มีกำลังใจในการรับการบำบัดให้หายขาด สามารถกลับคืนสู่สังคมโดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกต่อไป.