Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ต้อนรับคณะผู้ตรวจราชการฯ เขต 4 ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ต้อนรับคณะผู้ตรวจราชการฯ เขต 4 ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ น.ส.วรพรรณ เลิศไกร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 4 น.ส.ลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมและคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการกระทรวง พร้อมทั้งหารือข้อราชการร่วมกัน จากนั้นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 4 และคณะ ประชุมร่วมกับส่วนราชการของจังหวัดประจวบฯ นำโดยนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด โดยติดตามการขับเคลื่อนงานตามประเด็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล 3 ประเด็น ได้แก่

1. ประเด็นการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามแนวทางรวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ซึ่งจังหวัดประจวบฯ ได้เปิดปฏิบัติการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติดอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง จับกุมผู้ค้าดำเนินคดีตามกฎหมาย ขยายผลถึงเครือข่าย และนำตัวผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา มีผลงานการบำบัดรักษาในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รวม 2,512 คน เป็นการสมัครใจบำบัด 1,823 คน และมีผลงานบำบัดจิตเวช 135 คน ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัด ติดตามให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ผ่านกระบวนการบำบัดรักษาแล้ว ให้มีอาชีพมีรายได้ สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้ตามปกติ โดยไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก นอกจากนี้ ในส่วนของการป้องกันปัญหาผู้ป่วยจิตเวชก่อเหตุร้าย ให้มีการจัดทำแผนบูรณาการป้องกันเหตุ โดยเฉพาะในสถานที่เสี่ยง เช่น โรงเรียน โดยให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

2. ประเด็นการยกระดับการท่องเที่ยว สร้างรายได้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ ได้รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ในปี 2568 พบว่ามีผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมด 11,474,581 คน เป็นชาวไทย 10,712,737 คน ชาวต่างชาติ 761,844 คน สร้างรายได้ทั้งสิ้น 53,358 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากชาวไทย 45,022 ล้านบาท ชาวต่างชาติ 8,335 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ได้รายงานที่ประชุมเกี่ยวกับการส่งเสริมความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวคุณภาพสูง และรายงานปัญหาอุปสรรคต่างๆ ด้านการท่องเที่ยว เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่ทั่วถึง ห้องน้ำสาธารณะ ป้ายสื่อความหมาย จุดบริการนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้จัดสรรงบประมาณดำเนินการต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้รายงานที่ประชุมเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนงานการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวโดยชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาทิ โครงการพัฒนาศักยภาพสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ชุมชนหัวบ้าน ถ.สู้ศึก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ การจัดทำแผนที่จานอร่อย Prachuap Dish โดยคัดเลือกร้านอาหารอร่อยของจังหวัดประจวบฯ เพื่อทำสื่อประชาสัมพันธ์ทางช่องทาง TikTok กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว การจัดทำสารคดีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีศักยภาพในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ จำนวน 10 ตอน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ในเดือนมีนาคมนี้ การยกระดับมาตรฐาน Wellness Economy ประจวบคีรีขันธ์ เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว อย่างยั่งยืน การยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพประจวบคีรีขันธ์ 2569 จากพื้นถิ่นสู่สากล การขับเคลื่อน 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้มีการบูรณาการข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อสะดวกต่อการประชาสัมพันธ์และสืบค้นของนักท่องเที่ยว

3. ประเด็นการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เด็ก คนพิการและผู้สูงอายุ โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบฯ รายงานข้อมูลจำนวนเด็กในจังหวัด อายุ 0 – 6 ปี ที่ได้รับสิทธิเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในปัจจุบัน มีจำนวน 18,706 คน ซึ่งกระบวนการค้นหาและติดตามให้เด็กที่ตกหล่นได้รับสิทธิ ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์หน่วยงาน, เฟซบุ๊ก และสื่อออนไลน์ต่างๆ ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อประชาสัมพันธ์ในพื้นที่และรับลงทะเบียนสำหรับผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวนคนพิการ มีทั้งหมด 14,920 คน ได้รับเบี้ยความพิการ 14,856 คน (99.57%) ไม่ได้รับเบี้ยความพิการ 64 คน สาเหตุจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระงับการจ่ายเบี้ย เนื่องจากขอยกเลิกบัตร ไม่อยู่ในพื้นที่ ติดต่อไม่ได้ คนพิการไม่ดำเนินการต่ออายุบัตร ข้อมูลด้านการศึกษา ยังมีคนพิการที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา 50 คน การจ้างงานคนพิการ ภาคเอกชนมีการจ้างงานคนพิการเข้าทำงาน จำนวน 161 คน สำหรับจำนวนผู้สูงอายุในจังหวัด ปัจจุบันมี 120,798 คน คิดเป็นร้อยละ 21.91 ของประชากรในจังหวัด ซึ่งกระบวนการค้นหาและติดตามค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ตกหล่นให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุ มีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นักบริบาลผู้สูงอายุ ผู้บริบาลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุช่วยดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกกลุ่มเป้าหมายในชุมชน สนับสนุนให้เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการทางสังคมอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

จากนั้นในช่วงบ่าย น.ส.วรพรรณ เลิศไกร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 4 พร้อมด้วยนางอมรรัตน์ ลิ้มจิตสมบูรณ์ ผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 น.ส.บุญยวีร์ ลุมาดกมลพันธ์ ผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ที่มินิธัญญารักษ์ รพ.ปราณบุรี พร้อมได้พบปะพูดคุยกับผู้ป่วยให้มีกำลังใจในการรับการบำบัดให้หายขาด สามารถกลับคืนสู่สังคมโดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโลกวิชาการ “Next Move Aownoi” พร้อมสนับสนุนโครงการ 10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโลกวิชาการ “Next Move Aownoi” พร้อมสนับสนุนโครงการ 10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโลกวิชาการ “Next Move Aownoi” วิวัฒน์ทัศนาปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาทักษะชีวิตคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่หอประชุมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม จ.ประจวบฯ และเปิดการแข่งขันวอลเล่ย์บอลอ่าวน้อยวิทยาคมเกมส์ ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยเกียรติยศผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายเกียรติศักดิ์ นุชนงค์ นายกเทศบาลตำบล กม.5 นายเสกสรร เขียวไกร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ น.ส.สกาวเดือน อนันตวรพจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม หัวหน้าส่วนราชการ คณะครูและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมกันนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับโรงแรมเดลฟินี หัวหิน มอบโทรทัศน์ SAMSUNG ขนาด 75 นิ้วให้กับโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยาคม และผู้ว่าราชการจังหวัดยังให้การสนับสนุนโครงการ 10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา ตลอดจนหน่วยงาน ห้างร้าน บุคคล ผู้บริหารศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน และผู้ปกครองให้การสนับสนุนงบประมาณ รางวัล ในการจัดงานครั้งนี้

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ” Next Move Aownoi” อ่าวน้อยต้องไปต่อ ชูนวัตกรรม AI ควบคู่ส่งเสริมกีฬาสานสัมพันธ์ชุมชนซึ่งเป็นไปตามนโยบายในการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดประจวบฯ 10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา เพื่อส่งเสริมศักยภาพและความสามารถด้านวิชาการของนักเรียน และเปิดโอกาสให้นักเรียนและครูนำผลงานทางวิชาการเผยแพร่สู่ชุมชน ประชาสัมพันธ์การจัดการศึกษาและผลงานของโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตนักเรียนผ่านการเล่นกีฬา สร้างความสามัคคีและสุขภาวะที่ดีเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาในเขตพื้นที่และนอกเขตพื้นที่บริการ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีโรงเรียนนำนักเรียนเข้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเข้าร่วมการแข่งขันวอลเล่ย์บอล ทั้งหมด 21 โรงเรียน โดยแบ่งเป็นรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชายหญิง 11 ทีม รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ชายหญิง 15 ทีม รุ่นประชาชนทั่วไป ชายหญิง 15 ทีม นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ มาร่วมจัดนิทรรศการและจัดกิจกรรมประกวดร้องเพลง ถือเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาทักษะชีวิต การเรียนรู้ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมของนักเรียน พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 สั่งคืนเงินผู้บริโภค 14 ราย กว่า 23 ล้านบาท คดีโครงการ “Good House หัวหิน”

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 สั่งคืนเงินผู้บริโภค 14 ราย กว่า 23 ล้านบาท คดีโครงการ “Good House หัวหิน”

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานหน่วยประจำจังหวัดประจวบฯ สภาองค์กรของผู้บริโภค ริมถนนมหาราช อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มีการแถลงผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในคดีผู้บริโภค กรณีโครงการ “Good House หัวหิน” โดยศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยร่วมกันคืนเงินค่าบ้านและที่ดินแก่ผู้บริโภคจำนวน 14 ราย รวมเงินต้นกว่า 23 ล้านบาท พร้อมชำระค่าเสียหายรายละ 80,000 บาท และค่าเสียหายเชิงลงโทษรายละ 20,000 บาท ฐานกระทำการเอาเปรียบผู้บริโภคและขาดความระมัดระวังตามมาตรฐานวิชาชีพ

คดีดังกล่าว สภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ซื้อบ้านในโครงการ รวม 14 ราย จากบ้าน 12 หลัง ซึ่งพบปัญหาโครงสร้างแตกร้าว ทรุดตัว ทั้งผนัง ฝ้าเพดาน และส่วนประกอบอื่นๆ ภายหลังเข้าอยู่อาศัยได้ไม่นาน โดยตรวจสอบพบว่าเกิดจากการออกแบบและก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

น.ส.ธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยประจำจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและพยายามไกล่เกลี่ยกับผู้ประกอบการหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการแก้ไข จึงมีมติยื่นฟ้องต่อศาลหัวหิน และต่อมาได้อุทธรณ์ จน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาดังกล่าว

ด้านนายชัยพฤกษ์ มั่งคั่ง และ น.ส.จุฑามาศ เขียวอินทร์ ทนายประจำสภาฯ ระบุว่า คดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก มีเอกสารหลักฐานหลายพันฉบับ และต้องทำงานร่วมกับวิศวกร รวมถึงหน่วยงานโยธาธิการ เพื่อพิสูจน์ว่าความเสียหายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของทั้งโครงการ ไม่ใช่กรณีเฉพาะราย อีกทั้งมีจำเลยรวม 7 ราย เนื่องจากพบความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างธุรกิจ ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของที่ดิน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารโครงการ

ทั้งนี้ แม้คดีจะยังอยู่ในขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรม แต่สภาองค์กรของผู้บริโภค เห็นว่าการเผยแพร่ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อเตือนผู้บริโภคให้ตรวจสอบรายละเอียดโครงการและมาตรฐานการก่อสร้างอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมยืนยันจะติดตามช่วยเหลือผู้เสียหายจนถึงที่สุด เพื่อยกระดับมาตรฐานความรับผิดชอบในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ผู้บริโภคที่ต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อหน่วยประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาองค์กรของผู้บริโภค เลขที่ 1/42 – 1/43 หมู่บ้านเตชินี 5 ถนนมหาราช อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบฯ โทร. 032 – 908288 และ 061 – 4365554 Line OA : TCC032 หรือเฟซบุ๊ก : หน่วยประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาองค์กรของผู้บริโภค.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ให้ความรู้ชุมชนภาวะโลกร้อน สร้างสังคมคาร์บอนต่ำเน้นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เทศบาลนครหัวหิน ให้ความรู้ชุมชนภาวะโลกร้อน สร้างสังคมคาร์บอนต่ำเน้นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “Hua Hin Youth Blue Carbon Society” ประจำปีงบประมาณ 2569 กิจกรรมที่ 2 ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์ พลาซ่า จ.ประจวบฯ สำหรับผู้นำชุมชนและตัวแทนชุมชน มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล ผู้นำชุมชน ตัวแทนชุมชนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน รวม 119 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ชุมชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาศักยภาพการเป็นผู้นำชุมชน ให้สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ มาให้ความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ร่วมกันวางแนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า ปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้น เป็นปัจจัยที่สำคัญและเร่งด่วน ที่ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พ.ศ.2564 – 2573 สำนักงานนโยบายและแผน กระทรวงพลังงาน ร่วมกับสำนักงานบโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ที่มีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า 82 ล้านตันคาร์บอนไดออกโซค์เทียบเท่า ภายในปี 2573 เทศบาลนครหัวหินได้ตระหนักและมีความมุ่งมั่นในการช่วยส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยลดสภาวะโลกร้อนอย่างเต็มที่ การใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า การจัดการขยะและของเสีย สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเทศบาลนครหัวหินในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ และขับเคลื่อนเมืองหัวหินสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง “วิ่งกันดุ๊#3” สร้างสุขภาพและส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.ประจวบฯ พร้อมของรางวัลเพียบ

กลับมาอีกครั้ง “วิ่งกันดุ๊#3” สร้างสุขภาพและส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.ประจวบฯ พร้อมของรางวัลเพียบ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดประจวบฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมร่วมกับร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ เพื่อเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมวิ่ง Run Khan Do III “วิ่งกันดุ๊#3” เริ่มเดือนมีนาคมนี้

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ ได้จัดกิจกรรมวิ่ง Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ และระดับจังหวัด มาแล้วสองครั้ง เพื่อขับเคลื่อนโยบายจังหวัดประจวบฯ รักษ์สุขภาพ ให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี มีร่างกายแข็งแรง และเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ในระดับอำเภอ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” ของนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รวมทั้งจังหวัดรักษ์สุขภาพ ที่จะนำไปสู่การสร้าง ”สุขภาพที่ดี วิถีคนประจวบฯ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสุขภาพโดยการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างเครือข่ายสุขภาพในระดับชุมชน อำเภอ และจังหวัด และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ โดยสองครั้งที่ผ่านมามีประชาชนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมนี้นับหมื่นคน

สำหรับ “วิ่งกันดุ๊#3” ในปีนี้ มีกิจกรรมหลากหลายมากขึ้น ทั้งการเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ, วิ่งเทรล และปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ รวม 12 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอในจังหวัด จัดต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม – กรกฎาคม เริ่มสนามแรกวันที่ 25 มีนาคม ที่ปราณบุรี สนาม 2 วันที่ 8 เมษายน ที่ทับสะแก สนาม 3 วันที่ 22 เมษายน ที่หัวหิน สนาม 4 วันที่ 6 พฤษภาคม ที่เมืองประจวบฯ สนาม 5 วันที่ 20 พฤษภาคม ที่สามร้อยยอด สนาม 5.1 วันที่ 27 พฤษภาคม ที่ปราณบุรี สนาม 6 วันที่ 10 มิถุนายน ที่บางสะพาน สนาม 6.1 วันที่ 17 มิถุนายน ที่ทับสะแก สนาม 7 วันที่ 24 มิถุนายน ที่กุยบุรี สนาม 8 วันที่ 8 กรกฎาคม ที่บางสะพานน้อย สนาม 9 วันที่ 22 กรกฎาคม ที่เมืองประจวบฯ และ Special Track วันที่ 26 กรกฎาคม ปั่นจักรยานเทิดพระเกียรติ ที่ประจวบฯ และในครั้งนี้ จังหวัดได้นำระบบแอปพลิเคชัน CCC (Calories Credit Challenge) มาใช้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สะสมเครดิตและลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ ขณะนี้โครงการอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อให้เหล่านักวิ่งได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการสมัคร วันเวลา และสถานที่จัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการอีกครั้งได้ที่เพจเฟซบุ๊ก: run khan do – วิ่งกันดุ๊.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกหัวหินเร่งผู้รับเหมาปรับภูมิทัศน์ “สวนโผน กิ่งเพชร” ให้เสร็จทันช่วงสงกรานต์

นายกหัวหินเร่งผู้รับเหมาปรับภูมิทัศน์ “สวนโผน กิ่งเพชร” ให้เสร็จทันช่วงสงกรานต์

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังนำคณะผู้บริหารเทศบาล สท.และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงสวนสาธารณะ โผน กิ่งเพชร ในเขตเทศบาลนครหัวหิน หลังพบการดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ โดยได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเพิ่มกำลังคนและเครื่องจักร เร่งรัดทุกขั้นตอน โดยเฉพาะการเทพื้นคอนกรีตลานด้านหน้าให้แล้วเสร็จโดยด่วน เพื่อเตรียมรองรับการจัดงานประเพณีสงกรานต์ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่ ซึ่งโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณกว่า 22 ล้านบาท ตามสัญญากำหนดแล้วเสร็จวันที่ 19 มีนาคม 2569 แต่เนื่องจากยังมีเนื้องานเหลืออีกจำนวนมาก จึงกำชับให้ช่างควบคุมงาน ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดเวลาการทำงานให้ชัดเจน

“สำหรับรูปแบบที่ปรับปรุงใหม่ จะมีเวทีกลางที่โดดเด่น ออกแบบตกแต่งด้วยเรือประมง ตั้งอยู่สองด้าน ด้านหลังเวทีมีห้องน้ำ ส่วนด้านข้างเป็นกำแพงความสูงประมาณ 1 เมตรเศษ ขณะที่พื้นที่ตรงกลางเป็นลานโล่ง พร้อมระบบไฟส่องสว่างครบครัน โดยมีการขยับตำแหน่งอนุสาวรีย์ “โผน กิ่งเพชร” ไปทางทิศตะวันตก เพื่อเพิ่มพื้นที่ลานกิจกรรมให้กว้างขึ้น ภายหลังปรับปรุงแล้วเสร็จ พื้นที่ใช้สอยจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 50% รวมประมาณ 1,500 ตารางเมตร รองรับประชาชนได้ประมาณ 6,000 คน สามารถจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ของเมืองได้อย่างเต็มรูปแบบ”

นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดกิจกรรม “หัวหินก็อตทาเลนต์” เปิดเวทีให้เยาวชนและประชาชนได้แสดงความสามารถ รวมถึงจัดพื้นที่ร้านค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการใช้พื้นที่ร่วมกันของกลุ่มออกกำลังกายที่เคยใช้สวนแห่งนี้อยู่แล้ว เมื่อแล้วเสร็จ “สวนโผน กิ่งเพชร” จะเป็นสวนสาธารณะแห่งความสุขของคนหัวหินอย่างแท้จริง ทั้งกว้างขวาง ปลอดภัย และรองรับทุกกิจกรรมของเมืองได้อย่างเพียงพอ” นายนพพร กล่าวตอนท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตชด.รวบแก๊งยาเสพติดในประจวบฯ พร้อมยาบ้า 54,000 เม็ด

ตชด.รวบแก๊งยาเสพติดในประจวบฯ พร้อมยาบ้า 54,000 เม็ด

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยนางรัฐยา อาจหาญ เผยพร ปลัดจังหวัด นายเนรมิต เหลืองอร่ามฟ้า นายอำเภอเมืองฯ นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัด พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 และหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด เป็นชาย 2 ราย คือนายสมศักดิ์ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี และนายสมชาย (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ทั้งสองคนมีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอเมืองประจวบฯ พร้อมของกลางยาบ้า 27 มัด รวม 54,000 เม็ด มูลค่ากว่า 5 แสนบาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง นำมาสอบสวน

โดยก่อนหน้านี้ ตชด.14 ได้รับแจ้งจากสายว่าผู้ต้องหาทั้งสองราย มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้แก่กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่อำเภอบางสะพาน และอำเภอเมืองประจวบฯ จึงวางแผนเข้าจับกุมโดย พ.ต.ท.ณัฐพล พลอยท้วม ผบ.ร้อย ตชด.14 หัวหน้าชุดจับกุม พร้อมด้วยกำลัง ตชด.ทำการล่อซื้อยาบ้าจากนายสมศักดิ์ได้ของกลางยาบ้า 10,000 เม็ด ก่อนรับสารภาพว่ารับยาบ้ามาจากนายสมชายอีกทีหนึ่ง จึงให้โทรหานายสมชายให้นำยาบ้ามาส่งเพิ่มอีก ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ยึดของกลางยาบ้าได้อีก 44,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 54,000 เม็ด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ก่อนนำตัวไปสอบสวนขยายผลส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ ถือว่ามีจำนวนของกลางที่สูง เป็นการทำงานเชื่อมโยงอย่างต่อเนื่องของชุดปฏิบัติการกองกำกับการ ตชด.14 ที่สามารถสืบสวนขยายผลการจับกุมได้ ช่วยลดวงจรการระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าทางจังหวัดเข้มงวด จริงจังกับการป้องกันแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มทร.รัตน์โกสินทร์ ปลูกฝังให้นักศึกษาอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล

มทร.รัตน์โกสินทร์ ปลูกฝังให้นักศึกษาอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปีการศึกษา 2569 คณะอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่ห้องประชุมชมวนา อาคารเฉลิมพระเกียรติการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีอาจารย์พลอยปภัส จุฑารัฐเศรษฐ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา/คณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ กล่าวรายงาน มีผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาคณะอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยว จำนวน 120 คน เข้าร่วมโครงการ โดยมี น.ส.มิ่งขวัญ น่วมทอง ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอำเภอหัวหิน เป็นวิทยากรในการอบรมการประดิษฐ์เปลือกหอยรูปแบบต่างๆ อาทิ ตุ๊กตาและพวงกุญแจ สามารถจัดจำหน่ายเป็นของที่ระลึกของฝาก และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้อีกด้วย

อาจารย์พลอยปภัส จุฑารัฐเศรษฐ์ กล่าวว่า โครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปีการศึกษา 2569 จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้คงความสมบูรณ์และยั่งยืน 2. เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล 3. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“วิว เยาวภา” นำทีม The Legend Arena จุดประกายกีฬา สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนบางสะพาน

“วิว เยาวภา” นำทีม The Legend Arena จุดประกายกีฬา สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนบางสะพาน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 “วิว” เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก และผู้อำนวยการศูนย์กีฬาเดอะเลเจ้นท์ อารีน่า อ.หัวหิน พร้อมด้วยคุณอภิวงศ์ กิตติขจร ผู้จัดการบริษัท เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า จำกัด นำทีมผู้ฝึกสอนไปที่โรงเรียนบางสะพาน (บ้านล่าง) อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬาให้กับนักเรียนกว่า 400 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้พื้นฐานด้านกีฬาเทควันโดและบาสเกตบอล พัฒนาสมรรถภาพทางร่างกายและความมั่นใจ ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลยาเสพติด กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือระหว่าง เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า และ Brotherhood Prachuap Basketball Academy ในการร่วมพัฒนาเยาวชนไทยผ่านพลังของกีฬาอย่างยั่งยืน

วิว เยาวภา ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตนักกีฬา พร้อมสอนทักษะพื้นฐานและทริคเทควันโด ให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนาเป็นนักกีฬาของจังหวัดในอนาคต ขณะเดียวกัน ทีมผู้ฝึกสอนจาก Legend X BTH Prachuap Basketball Academy นำโดยคุณอาณัติ ทองอ่อน ผู้จัดการ Brotherhood Prachuap Basketball Academy ได้ร่วมฝึกทักษะบาสเกตบอลอย่างใกล้ชิด พร้อมมอบแป้นบาสเกตบอลและลูกบาสให้แก่โรงเรียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนากีฬาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการต้อนรับจากนายพนม ถือพุดซา ผู้อำนวยการโรงเรียนบางสะพาน (บ้านล่าง) เป็นอย่างดี

วิว เยาวภา กล่าวว่า กีฬาคือครูชีวิต สอนให้เรามีวินัย ความพยายามและความเชื่อมั่นในตัวเอง เด็กทุกคนมีศักยภาพ หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ดี ก็สามารถก้าวสู่ความสำเร็จได้ หวังว่ากิจกรรมวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เยาวชนรักกีฬาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของจังหวัดและประเทศต่อไป และในอนาคต เรายินดีเดินทางไปยังโรงเรียนต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมกีฬา และพัฒนาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“แม่ทัพกุ้ง” บรรยายพิเศษถ่ายทอดประสบการณ์รับใช้ชาติให้นักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล

“แม่ทัพกุ้ง” บรรยายพิเศษถ่ายทอดประสบการณ์รับใช้ชาติให้นักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารราชพฤกษ์ โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ได้จัดบรรยายพิเศษหัวข้อ “ความเสียสละจากบรรพชน คือบทเรียนที่เยาวชนไม่ควรลืม” โดยพลเอกบุญสิน พาดกลาง หรือ “แม่ทัพกุ้ง” นายทหารราชองครักษ์พิเศษ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก กระทรวงกลาโหม เป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ตรงในการอุทิศตนรับใช้ชาติ พร้อมปลูกฝังอุดมการณ์ความเสียสละและจิตสำนึกรักชาติให้กับเยาวชน โดยมีพลตรี อรรถชัย รักษาศิลป์ อดีตผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 21 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน นางราตรี ศรีไพรวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ แขกผู้มีเกียรติ หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู นักเรียน และศิษย์เก่ากว่าหนึ่งพันคนให้การต้อนรับและชมการแสดงจินตลีลาประกอบการบรรเลงเพลงซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง

พลเอกบุญสิน พาดกลาง กล่าวว่า ความเสียสละของบรรพชน คือบทเรียนที่เยาวชนไม่ควรลืม เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติไทย รวมถึงความเป็นมาของสถานการณ์ความขัดแย้ง พัฒนาการที่ก่อให้เกิดปัญหา และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งเป็นการปลุกจิตสำนึกความรักความสามัคคีของคนในชาติ ดีใจที่ได้เห็นน้องๆ ทำกิจกรรมโบกธงชาติไทยแสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไปพร้อมๆ กันในวันนี้ เพราะกว่าจะได้แผ่นดินมา บรรพบุรุษเสียชีวิตเลือดเนื้อมากี่คนแล้ว แผ่นดินนี้ที่น้องๆ ได้นั่งอยู่ตรงนี้ เหลือเท่านี้ บรรพบุรุษเราทำอะไรไว้บ้างรู้หรือไม่

“แม่ทัพกุ้งมั่นใจว่าทุกคนเป็นคนดี พร้อมเน้นย้ำให้ตระหนักถึงความเสียสละของบรรพบุรุษในการรักษาแผ่นดิน ชี้ความสำคัญของประวัติศาสตร์และศีลธรรม เพื่อสร้างจิตสำนึกรักชาติ ความเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว เพื่อป้องกันประเทศชาติมิให้ล่มสลาย ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เยาวชนไม่ควรลืม ตนดีใจและภาคภูมิใจที่เด็กและเยาวชนได้กลับมาทบทวนเรื่องความรักชาติ “สงครามไทยเขมร” นี้แหละ ที่เด็กและเยาวชนได้เห็นพี่ๆ ทหารได้เสียสละชีพเพื่อชาติจริง ขอให้รักษาความรู้สึกในความรักชาติ ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาไว้ให้เข้มแข็งและยั่งยืนตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน” พลเอกบุญสิน กล่าว

ในโอกาสนี้ นางราตรี ศรีไพรวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวขอบคุณพลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “ความเสียสละจากบรรพชน คือบทเรียนที่เยาวชนไม่ควรลืม” ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจอย่างยิ่ง ช่วยปลูกฝังความเข้าใจในสถาบันหลักของชาติ และแนวคิดแห่งการเสียสละเพื่อส่วนรวม.