Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 71 ปี

รพ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 71 ปี

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ นพ.จุมพล ฟูเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์, นายอุดมศักดิ์ แสงวณิช รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร, นพ.อธิศ พุกโพธิ์ รองผู้อำนวยการภารกิจสุขภาพดิจิทัล, พญ.เนตรชนก บุญจร รองผู้อำนวยการภารกิจด้านบริการทุติยภูมิและตติยภูมิ พร้อมคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ รพ.ประจวบฯ และประชาชนร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จำนวน 39 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ครบรอบปีที่ 71 โดยมีพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ที่บริเวณหน้าอาคารผู้ป่วยใน โรงพยาบาลประจวบฯ นอกจากนี้ บุคลากรของโรงพยาบาลและประชาชนผู้ใจบุญ ยังได้ร่วมบริจาคโลหิต และลงทะเบียนแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา ณ ธนาคารเลือด อาคารอนุสรณ์ 36 ปี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสร้างประโยชน์แก่สังคม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการรำลึกถึงการก่อตั้งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ตลอดระยะเวลา 71 ปี แห่งการให้บริการดูแลสุขภาพประชาชน และมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีฐานะเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ระดับ S ขนาด 278 เตียง ตั้งอยู่เลขที่ 237 ถนนพิทักษ์ชาติ อำเภอเมืองประจวบฯ มีเนื้อที่ 26 ไร่ 1 งาน 55.4 ตารางวา เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2496 โดยกรมการแพทย์เป็นผู้จัดซื้อที่ดินเอกชนและมอบให้โรงพยาบาลประจวบฯ ดำเนินการก่อสร้างเป็นโรงพยาบาลขนาด 50 เตียง เปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2498 เป็นต้นมา และได้รับการยกระดับการบริหารจัดการคุณภาพโรงพยาบาล จนสามารถผ่านการรับรอง Hospital Accreditation (HA) ในปี 2548 และรักษามาตรฐานโรงพยาบาลคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง มีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ รักษาฟื้นฟูสมรรถภาพ การพยาบาลการผดุงครรภ์ ป้องกันโรคและส่งเสริสุขภาพที่ได้มาตรฐาน โดยให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยในทุกๆ ระบบ ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักจรรยาบรรณ และธรรมาภิบาล ในการเป็นโรงพยาบาลคุณภาพ ภายใต้กรอบแนวคิดอัตลักษณ์เชิงคุณธรรมคือ ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ ใส่ใจบริการ เป็นองค์กรต้นแบบที่เป็นตัวอย่างอันดีต่อสังคม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ลงพื้นที่เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ลงพื้นที่เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนรายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะ ได้รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ ตลอดจนเยี่ยมชมกระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การบริหารจัดการวัตถุดิบ การผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพและการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการประกอบกิจการ

ทั้งนี้ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ถือเป็นภาคอุตสาหกรรมสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดและของประเทศ ทั้งด้านการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กของไทย โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

‘นายกอนุทิน’ ประธานพิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อทวด ‘รุ่นปลอดโรค ปลอดภัย’ ที่วัดห้วยมงคล 27 มิ.ย.นี้

‘นายกอนุทิน’ ประธานพิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อทวด ‘รุ่นปลอดโรค ปลอดภัย’ ที่วัดห้วยมงคล 27 มิ.ย.นี้

ประธานมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) เผยความคืบหน้าการจัดสร้าง “เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นปลอดโรค ปลอดภัย” เตรียมจัดพิธีพุทธาภิเษก วันที่ 27 มิถุนายนนี้ พร้อมเชิญนายกฯ อนุทิน เป็นประธานพิธี เชิญชวนผู้ศรัทธาจองเช่าบูชาได้ที่ สอน.ทุกแห่ง ที่มูลนิธิ หรือทางออนไลน์ รายได้นำไปใช้พัฒนางานระบบสุขภาพปฐมภูมิของ สอน. 92 แห่งทั่วประเทศ

นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดสร้างวัตถุมงคล “เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นปลอดโรค ปลอดภัย” ว่า ที่ผ่านมามีการรวบรวม “แผ่นทอง” ที่ผ่านการอธิษฐานจิตจากเกจิอาจารย์ชื่อดังในแต่ละภูมิภาค จาก สอน.ทั่วประเทศ พร้อมชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ โดยได้ประกอบพิธีหลอมชนวนมวลสาร ณ วัดปริวาสราชสงคราม ไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 และกำหนดทำพิธีพุทธาภิเษกในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายนนี้ ณ วัดห้วยมงคล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ การจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นปลอดโรค ปลอดภัย มีวัตถุประสงค์คือ 1.เพื่อเป็นเหรียญที่ระลึกของมูลนิธิ สอน. 2.เพื่อจัดหารายได้ใช้ในการพัฒนา สอน.และสถานีอนามัยพระราชทาน รวม 92 แห่งทั่วประเทศ ตลอดจนงานของมูลนิธิส่วนกลาง ซึ่งจะเน้นเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 3.เพื่อให้ผู้ที่เคารพศรัทธามีวัตถุมงคลเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อความเป็นสิริมงคล “ปลอดโรค ปลอดภัย”

นพ.โสภณกล่าวต่อว่า การจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นปลอดโรคปลอดภัย แบ่งเป็น 1) เหรียญเสมา จำนวน 5 เนื้อ ได้แก่ เนื้อทองคำแท้ (ตามจำนวนสั่งจอง) เนื้อเงิน 300 เหรียญ เนื้อชุบทองลงยา 4 แบบ แบบละ 250 เหรียญ เนื้อทองทิพย์ (ผิวไฟ) 2,000 เหรียญ และเนื้อทองแดง (รมดำมันปู) 2,000 เหรียญ 2) แบบเตารีดใหญ่ เนื้อชนวนมวลสาร 2,569 องค์ 3) แบบพระผง เนื้อว่าน 2,569 องค์ 4) เหรียญเม็ดแตงเนื้ออัลปาก้า 3,000 เหรียญ และ 5) เหรียญเม็ดแตงลงยา 4 แบบ แบบละ 500 เหรียญ ผู้ที่มีจิตศรัทธาจองเช่าบูชาได้ที่ สอน.ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือที่มูลนิธิฯ เลขที่ 88/44 ชั้น 2 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร. 02 – 1937099 หรือจองทางระบบออนไลน์ NexGen eCommerce ผ่าน QR code ในโบรชัวร์ ทั้งนี้ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

สำหรับมูลนิธิ สอน.เป็นหน่วยงานกลางในการสนับสนุนและพัฒนา สอน. 92 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็น “สถานีอนามัยต้นแบบ” ทั้งในด้านอาคารสถานที่ ภูมิทัศน์ และคุณภาพการบริการ ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้จริง โดยจะระดมทรัพยากร งบประมาณ และเทคโนโลยีต่างๆ ให้แก่ สอน.เพื่อให้การดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิมีความเข้มแข็งขึ้น เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันเยี่ยมบ้าน “สอน.Buddy” ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ทันที ไม่ต้องกลับมาบันทึกข้อมูลใหม่ มีระบบ Telemedicine และระบบ AI (Voice-to-Text) ที่สามารถแปลงเสียงพูดบันทึกเป็นข้อความได้ เป็นต้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของเทศบาลและนโยบายของรัฐบาล

เทศบาลนครหัวหิน ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของเทศบาลและนโยบายของรัฐบาล

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมให้ความรู้กับประชาชน เกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของเทศบาลและนโยบายของรัฐบาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่โรงแรมโกลเด้นซี หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน กล่าวรายงาน มี น.ส.นนตรา กมลปราโมทย์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นางเอื้องพร คณะมะ รักษาการผู้อำนวยการสวัสดิการสังคม สมาชิกสภาเทศบาล คณะกรรมการชุมชน ตัวแทนชุมชน และประชาชนในเขตเทศบาลนครหัวหินจำนวน 150 คน เข้าร่วม โดยมีวิทยากรมาให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ อาทิ “นโยบายหลักสำคัญของเทศบาลนครหัวหิน”, กิจกรรมแบ่งกลุ่มอบรมเชิงปฏิบัติการ “ในบทบาทนักท่องเที่ยว”, “Hua Hin Insight – ศักยภาพและโอกาสปัจจุบัน” และ “Action Plan การออกแบบและวางแผนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว”

น.ส.ไพลิน กองพันธ์ กล่าวว่า การจัดโครงการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลได้รับทราบและเข้าใจถึงทิศทางการพัฒนา นโยบายการบริหารงาน ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่พึงได้รับจากทั้งเทศบาลและรัฐบาล อีกทั้งยังเป็นเวทีในการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาความต้องการของท้องถิ่น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเทศบาลของเราให้ตรงจุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

นายจีรวัฒน์ พราหมณี กล่าวว่า การจัดอบรมในครั้งนี้เพื่อให้ประชาชน และคณะกรรมการชุมชนมีความรู้ความเข้าใจ ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวมถึงเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน สร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการบริหารงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อมูลข่าวสาร และนำเอาความรู้ที่ได้รับไปดำเนินการพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สโมสรโรตารีหัวหิน จัดงานสถาปนานายกคนใหม่ ประจำปีบริหาร 2569 – 2570

สโมสรโรตารีหัวหิน จัดงานสถาปนานายกคนใหม่ ประจำปีบริหาร 2569 – 2570

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ในงานเลี้ยงฉลองนายกสโมสรโรตารีหัวหิน ประจำปีบริหาร 2569 – 2570 ที่ร้านอาหารอีสานบ้านสวน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางมวลมิตรสมาชิกโรตารี พี่น้องชาวหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง

บรรยากาศในงาน มีกิจกรรมมิตรภาพสังสรรค์ พร้อมชมบูธนิทรรศการผลงานและการบริการชุมชน 11 บูธ และการแสดงต้อนรับจากสโมสรอินเทอร์แรคท์โรงเรียนหัวหิน ในความอุปถัมภ์ของสโมสรโรตารีหัวหิน ​จากนั้น นายกศณิสา ศรีอาจ นายกสโมสรปี 2568 – 2569 กล่าวสรุปผลงานในรอบปี และร่วมแสดงความยินดีกับนายกสุนัญศินี พิพัฒน์คุณากุล นายกสโมสรโรตารีหัวหินคนใหม่ ประจำปีบริหาร 2569 – 2570 โดยมีมวลมิตรสมาชิกร่วมขึ้นมอบดอกไม้และร้องเพลงอวยพรกันอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ยังมีการมอบดอกไม้แสดงความยินดีให้แก่ นยล. อารยา โมระกรานต์ นายกสโมสรรับเลือก ปี 2570 – 2571 อีกด้วย

นอกจากนี้เหล่าอดีตนายกและสมาชิกสโมสรฯ ได้ร่วมใจกันมอบเงินบริจาคสนับสนุนกองทุนโรตารีสากล (Paul Harris Fellow) ให้แก่ ผวภ.ชัชวาล ว่องวัฒน์ไวทยะ เพื่อนำไปขับเคลื่อนสาธารณประโยชน์ต่อไป

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ นายกสุนัญศินี พิพัฒน์คุณากุล ได้กล่าวขอบคุณทุกแรงใจที่มาร่วมยินดี ก่อนจะลั่นฆ้องปิดประชุมและเปิดฉากงานเลี้ยงฉลองอย่างเป็นทางการ โดยไฮไลต์ส่งท้ายค่ำคืน คือ “กิจกรรมรำวง” ที่เชิญชวนให้แขกผู้มีเกียรติและชาวโรตารีทุกคนได้ขึ้นมาสนุกสนานรำวงร่วมกันอย่างเป็นกันเอง เติมเต็มให้งานฉลองในค่ำคืนนี้จบลงด้วยความประทับใจ อบอุ่น และเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของครอบครัวโรตารี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปลาหมอคางดำบุกทะเลบางสะพาน ลึก 12 เมตร วิกฤตลามเกินคาด

ปลาหมอคางดำบุกทะเลบางสะพาน ลึก 12 เมตร วิกฤตลามเกินคาด

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศไทย กำลังลุกลามสู่ระดับที่น่ากังวลอย่างยิ่ง หลังมีการค้นพบปลาหมอคางดำจำนวนมากกลางทะเลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่ที่มีความลึกถึง 12 เมตร สะท้อนให้เห็นว่าการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้อาจรุนแรงเกินกว่าที่หน่วยงานรัฐเคยประเมินไว้
โดยเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ไต๋หนึ่ง บางสะพาน ชาวประมงในพื้นที่ ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะออกเรือตกหมึกกลางทะเล แล้วพบฝูงปลาหมอคางดำจำนวนมาก ลอยรวมตัวอยู่บริเวณแสงไฟกลางทะเล

“ออกมาตกหมึก แล้วเจอปลาหมอคางดำลอยอยู่กลางทะเล เกิดอะไรขึ้นกับระบบนิเวศเรา อีกหน่อยคงได้ตกปลาหมอคางดำกลางทะเล” คำพูดสั้นๆ ของชาวประมงรายนี้ กลายเป็นคำถามใหญ่ที่สังคมกำลังรอฟังคำตอบจากกรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าการระบาดจากคลองสู่ทะเล…มาตรการควบคุมล้มเหลวหรือไม่ ?

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาครัฐใช้งบประมาณจำนวนมากในการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ ทั้งการรับซื้อ การรณรงค์จับปลา และการสนับสนุนกิจกรรมกำจัดในหลายจังหวัด แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในวันนี้ คือปลาหมอคางดำไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงในแม่น้ำ ลำคลอง หรือป่าชายเลนอีกต่อไป หากแต่กำลังขยายอาณาเขตออกสู่ทะเลเปิด

คำถามคือ เหตุใดปลาหมอคางดำจึงยังแพร่กระจายได้อย่างต่อเนื่อง ? งบประมาณที่ใช้ไปจำนวนมหาศาล ให้ผลคุ้มค่าหรือไม่ ? แผนบริหารจัดการที่ผ่านมา เกิดความผิดพลาดตรงไหน ? หน่วยงานรัฐประเมินความสามารถในการปรับตัวของปลาชนิดนี้ต่ำเกินไปหรือไม่ ?

หลายฝ่ายมองว่า หากปลาหมอคางดำสามารถตั้งถิ่นฐานและขยายพันธุ์ในทะเลได้จริง ประเทศไทยอาจกำลังเผชิญวิกฤตระบบนิเวศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การประมง และจะกระทบชาวประมงพื้นบ้านโดยตรง ซึ่งชาวประมงในพื้นที่แสดงความกังวลว่าหากปลาหมอคางดำเข้ามาแย่งอาหารกับสัตว์น้ำเศรษฐกิจในทะเล เช่น ปลาหมึก ปลาเล็ก กุ้ง และสัตว์น้ำวัยอ่อน อาจส่งผลให้ทรัพยากรทางทะเลลดลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากผลกระทบต่อระบบนิเวศแล้ว ยังอาจกระทบต่อรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านนับหมื่นครัวเรือนตามแนวชายฝั่งอ่าวไทย “วันนี้เจอแค่กลางทะเลบางสะพาน แต่พรุ่งนี้อาจพบทั่วอ่าวไทยก็ได้” รัฐจะมีมาตรการเร่งด่วนอย่างไร เพื่อหยุดการแพร่ระบาด เพราะหากวันนี้ปลาหมอคางดำสามารถว่ายออกจากคลอง สู่ปากแม่น้ำ และออกไปถึงทะเลลึกได้แล้ว คำถามที่สังคมต้องการคำตอบ ไม่ใช่เพียงว่า “ปลามาจากไหน” แต่ใครจะรับผิดชอบ หากวันหนึ่งระบบนิเวศทางทะเลของไทยต้องสูญเสียจากความล้มเหลวในการจัดการปลาหมอคางดำอย่างเช่นทุกวันนี้ !

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ททท. ปลุกพลังคนเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง สู่ทูตถิ่นยั่งยืน สร้างการท่องเที่ยวคุณค่าสูง

ททท. ปลุกพลังคนเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง สู่ทูตถิ่นยั่งยืน สร้างการท่องเที่ยวคุณค่าสูง

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรภูมิปัญญาพาเที่ยว ภายใต้โครงการ “ทูตถิ่นยั่งยืน 2569” พื้นที่ภาคกลาง ที่ห้องประชุมโรงแรมธารามันตรา ชะอำ รีสอร์ท จ.เพชรบุรี มีนางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก ผู้ประกอบการและบุคลากรท่องเที่ยวภาคกลางให้การต้อนรับและร่วมการอบรม โดยมีวิทยากรชั้นนำ อาทิ ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้ก่อตั้งโครงการพอแล้วดี The Creator, ดร.กรกต อารมย์ดี ศิลปินศิลปาธร นักออกแบบและศิลปินผู้ใช้ภูมิปัญญาจากไม้ไผ่ (เจ้าของแบรนด์ KORAKOT), ผศ.ดร.จิตศักดิ์ พุฒจร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการ การท่องเที่ยว คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ ดร.นราธิป อ่ำเที่ยงตรง วิทยากรและที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว พร้อมทีมงาน มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แบบเจาะลึกผ่านหัวข้อการถอดรหัสต้นทุนวัฒนธรรม : เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาจริง เพื่อต่อยอดอัตลักษณ์ถิ่นสู่สากล การปั้น Local Ambassadors พัฒนาทักษะการเล่าเรื่องและการเป็นผู้นำการสื่อสารที่มีพลัง (High-Impact KOLs) ตลอดจนการท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน : ออกแบบการท่องเที่ยวที่เติบโตและเกื้อกูลกันอย่างเป็นระบบ รวมทั้งกลยุทธ์การตลาดคุณค่าสูง : เทคนิคการออกแบบประสบการณ์สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ

นายอรรถพล กล่าวว่า การท่องเที่ยวในมิติใหม่ ไม่ใช่เพียงการเดินทางไปยังจุดใดจุดหนึ่ง แต่คือการออกไปสัมผัสความหมาย ทั้งในแง่วิถีชีวิต ผู้คนและสถานที่ ซึ่งในภูมิภาคภาคกลางนี้ เป็นพื้นที่ที่มีพลังของเรื่องราวอย่างมหาศาล ทั้งเรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรม และความศรัทธาอันงดงาม ที่พร้อมเผยแพร่สู่สายตาโลกสิ่งที่สะท้อนให้เห็นตลอดเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา คือหัวใจของการท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา แต่รวมถึงการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้ว และการพัฒนาคนของถิ่น ให้กลายเป็นผู้ส่งต่อเรื่องราว เพื่อชุบชีวิตอัตลักษณ์และภูมิปัญญาในท้องถิ่นให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้มาเยือน หลักสูตรนี้จึงมุ่งหวังที่จะจุดประกายให้คนในพื้นที่มองเห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ตัว แล้วเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อน ยกระดับทุกท่านให้เป็นทูตของถิ่น ที่พร้อมจะดึงเรื่องราวอันงดงามของแต่ละพื้นที่ออกมาถ่ายทอด เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีเอกลักษณ์ มั่นคงและยั่งยืน

ด้านนางดวงใจ กล่าวเสริมว่าจังหวัดเพชรบุรี และพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โดดเด่นทั้งมรดกทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง ทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิปัญญาด้านอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดย ททท. มุ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงโอกาสทางการตลาดเข้ากับศักยภาพของพื้นที่ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการและชุมชนให้สามารถต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน กำหนดจัดอบรมรวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการติดตามรายละเอียดและสมัคร (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ได้ที่ : www.betterthaihost.com.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“เจตพัฒน์ – วิรัญชนา” คว้าแชมป์ Hua Hin Table Tennis Championship ครั้งที่ 1

“เจตพัฒน์ – วิรัญชนา” คว้าแชมป์ Hua Hin Table Tennis Championship ครั้งที่ 1

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 การแข่งขันเทเบิลเทนนิส หัวหินเทเบิ้ลเทนนิสแชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ 1 จัดโดยสโมสรไลออนส์ราษฎร์ภักดี หัวหิน ร่วมกับชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิสแฟนแทสติกหัวหิน ระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน ที่ศูนย์ประชุมและการแสดงนิทรรศการ หัวหินคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ ได้ปิดฉากลงอย่างสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความสนุกสนานและเสียงเชียร์จากผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมติดตามการแข่งขันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน โดยการแข่งขันในวันสุดท้ายเป็นการแข่งขันประเภทบุคคลทั่วไป แบ่งเป็นชายเดี่ยวทั่วไป 46 คน และหญิงเดี่ยวทั่วไป 13 คน โดยนักกีฬาที่ผ่านการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มก่อนเข้าสู่รอบแพ้คัดออก จนได้ผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภท

ไฮไลท์สำคัญของรายการอยู่ที่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเภทชายเดี่ยว ซึ่งเป็นการพบกันของคู่พี่น้อง เจตพัฒน์ เพ็ชรสันทัด และกันตณัฐ เพ็ชรสันทัด ที่ต่างงัดฝีมือและประสบการณ์ออกมาใช้อย่างเต็มที่ ผลัดกันทำคะแนนและผลัดกันคว้าชัยในแต่ละเกมอย่างสูสี สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยต้องตัดสินกันถึงเกมที่ 5 ก่อนที่เจตพัฒน์ จะเฉือนเอาชนะไปได้อย่างสุดมันส์ 3 – 2 เกม คว้าแชมป์ชายเดี่ยวทั่วไปไปครอง ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากผู้ชมที่ติดตามการแข่งขัน รวมถึงนักกีฬาชาวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมแข่งขันและร่วมชมเกมนัดชิงชนะเลิศในครั้งนี้

ผลการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวทั่วไป มีดังนี้ ชนะเลิศ ได้แก่ เจตพัฒน์ เพ็ชรสันทัด รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ กันตณัฐ เพ็ชรสันทัด รองชนะเลิศอันดับ 2 ร่วม ได้แก่ ธามม์ รัตนวชิรินทร์ และนิโรธ จงพิพัฒน์วนิชย์ ส่วนการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยวทั่วไปได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ผลการแข่งขัน ชนะเลิศ ได้แก่ วิรัญชนา ศรีจักร ดีกรีนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการนักเทเบิลเทนนิสประเทศไทย รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รุ่งระวี สุชาดา เวสท์ รองชนะเลิศอันดับ 2 ร่วม ได้แก่ รินลดา ลีลาวรวาณิช และอภิญญา คงประเสริฐ ในโอกาสนี้ นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ได้เข้าร่วมชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ และเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน พร้อมมอบถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และเงินรางวัลให้แก่นักกีฬาที่ได้รับรางวัลทุกประเภท สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

การจัดการแข่งขัน Hua Hin Table Tennis Championship ครั้งที่ 1 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมกีฬาที่ประสบความสำเร็จ สามารถเปิดเวทีให้นักกีฬาเยาวชน นักกีฬาทั่วไป และผู้รักกีฬาเทเบิลเทนนิสได้แสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายมิตรภาพทางกีฬา อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอำเภอหัวหินให้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

วิว เยาวภา จัดศึกมวยมันส์วันเสาร์ หวังภาครัฐและเอกชนร่วมหาทางออกมวยเด็ก สร้างอนาคตยอดมวยไทย

วิว เยาวภา จัดศึกมวยมันส์วันเสาร์ หวังภาครัฐและเอกชนร่วมหาทางออกมวยเด็ก สร้างอนาคตยอดมวยไทย

ช่วงค่ำวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่เดอะเลเจ้นท์อารีน่า ชั้น 3 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มีการแข่งขันมวยไทยรายการ Muay Thai Saturday Super Fight หรือมวยมันส์วันเสาร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าชมการแข่งขันเพื่อร่วมสัมผัสศิลปะมวยไทยอย่างใกล้ชิด การจัดการแข่งขันครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เมืองหัวหินเป็น “เมืองมวยไทย” และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมีภาคเอกชนร่วมสนับสนุน อาทิ ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน และน้ำดื่มมินิม่อน เพื่อร่วมสร้างเวทีให้กับนักมวยไทย ทั้งระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสแสดงฝีมือ ซึ่งรายการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างสีสันด้านกีฬาและส่งเสริมภาพลักษณ์หัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวและเมืองกีฬา

น.ส.เยาวภา บุรพลชัย หรือวิว อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ และผู้บริหารเดอะเลเจ้นท์อารีน่า ในฐานะผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง และมวยไทยถือเป็นศิลปะประจำชาติที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี จึงอยากผลักดันให้หัวหินเป็นเมืองกีฬาและเมืองมวยไทย ที่สามารถสร้างทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและโอกาสให้กับเด็กเยาวชนในพื้นที่ มวยไทยไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นวัฒนธรรม เป็นศิลปะ เป็นกีฬา และเป็นอาชีพได้ อยากให้หัวหินเป็นเมืองมวยไทยที่นักท่องเที่ยวมาแล้วได้ชม ได้เรียนรู้ และได้สัมผัสมวยไทยอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็มีเวทีให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาตัวเอง

การแข่งขันครั้งนี้มีนักมวยไทยเยาวชนและนักมวยไทยทั่วไปขึ้นชก รวมทั้งหมด 8 คู่ แต่ละคู่ได้รับความสนใจจากผู้ชมรอบเวที ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาร่วมเชียร์และสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันมวยไทยอย่างใกล้ชิด ผลการแข่งขัน คู่ไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจจากแฟนมวยอย่างมาก คือการขึ้นชกของ “มัจจุราชขาว ศ.เกรียงไกร” นักมวยเยาวชนชาวแคนาดาที่หลงใหลในศิลปะมวยไทย และเดินทางมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่หัวหินเป็นเวลานานเกือบ 1 ปี ไฟต์นี้สามารถโชว์ทักษะและความสามารถได้อย่างโดดเด่น ก่อนเอาชนะคะแนน “ขุนเดช ป.พรหมมินทร์” ไปได้อย่างน่าประทับใจ สะท้อนให้เห็นว่ามวยไทยยังคงได้รับความนิยมจากเยาวชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะที่คู่เอกของรายการ เป็นการพบกันระหว่าง “พรพิสิทธิ์ เพาเวอร์พั้นบ็อกซิ่งยิม” กับ “เกียรติศักดิ์ อบต.ปรีชา” ซึ่งทั้งสองฝ่ายเปิดเกมแลกอาวุธกันอย่างสนุก สมศักดิ์ศรีคู่เอกของรายการ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมรอบเวที ก่อนที่เกียรติศักดิ์ จะอาศัยจังหวะศอกกลับ เอาชนะน็อกพรพิสิทธิ์ ไปได้ในยกที่ 2 อย่างสวยงาม ปิดฉากคู่เอกของรายการอย่างประทับใจ

วิว เยาวภา กล่าวถึงประเด็นมวยเด็ก ว่าเข้าใจความห่วงใยของภาครัฐ แพทย์ ผู้ปกครองและสังคม เรื่องความปลอดภัยของเด็ก โดยเฉพาะผลกระทบต่อร่างกายและพัฒนาการทางสมองในระยะยาว แต่ขณะเดียวกันอยากให้มองอีกมุม ว่ามวยไทยมีส่วนสร้างชีวิตและสร้างอนาคตให้เด็กจำนวนมาก เราเข้าใจคนทำมวย เข้าใจค่ายมวยและเข้าใจผู้ปกครอง เพราะกว่าจะสร้างนักมวยที่ดีขึ้นมาได้ เด็กต้องมีประสบการณ์ ต้องเรียนรู้บรรยากาศบนเวที ต้องรู้จักควบคุมความกดดัน ความกลัวและรู้จักแพ้ชนะ แต่วิธีการต้องปลอดภัย เหมาะสมกับวัย และไม่ใช่นำรูปแบบมวยผู้ใหญ่มาใช้กับเด็กโดยตรง มวยไทยช่วยให้เด็กใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีวินัย มีเป้าหมาย ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลสิ่งไม่เหมาะสม และในหลายกรณียังเป็นเส้นทางสู่อาชีพ รายได้ ทุนการศึกษา และอนาคตที่ดีของเด็กเยาวชน แต่สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องร่วมกันสร้างมาตรฐานที่ชัดเจน สำหรับแนวทางการจัดมวยเยาวชน ควรให้ความสำคัญกับการจับคู่แข่งขันให้เหมาะสม ทั้งอายุ น้ำหนัก รูปร่าง และประสบการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันมากเกินไป พร้อมให้ผู้ตัดสินมีบทบาทสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของนักมวยบนเวทีอย่างใกล้ชิด

วิว เยาวภา ยังเสนอให้ภาครัฐเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ในวงการมวยจริง ทั้งค่ายมวยไทยอาชีพ ครูมวย ผู้จัดการแข่งขัน ผู้ปกครอง เด็กนักมวย แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านกลไกของการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐานมวยเด็กที่ปลอดภัยและปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ ยังอยากให้ภาครัฐและภาคเอกชน พิจารณามาตรการสนับสนุนค่ายมวยและเด็กเยาวชน เช่น อุปกรณ์ป้องกัน การอบรมครูมวยและผู้ตัดสินด้านความปลอดภัย ประกันอุบัติเหตุ การตรวจสุขภาพ ทุนการศึกษา และการช่วยเหลือค่ายมวยที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน เพื่อให้การคุ้มครองเด็กเกิดขึ้นจริง โดยไม่ทำลายโครงสร้างการสร้างนักมวยไทยในระดับรากฐาน ทางออกไม่ควรเป็นการปิดประตูมวยเด็กทั้งหมด แต่ควรเป็นการสร้างเวทีมวยเด็กที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และสร้างอนาคตได้อย่างยั่งยืน เด็กต้องมีประสบการณ์เพื่อเติบโตเป็นยอดมวย แต่ประสบการณ์นั้นต้องอยู่ในระบบที่เหมาะสมกับวัยและไม่ทำลายอนาคตของเด็ก

วิวกล่าวทิ้งท้าย ว่า เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า พร้อมร่วมมือกับภาครัฐ การกีฬาแห่งประเทศไทย ค่ายมวย ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนามวยไทยเยาวชนให้ปลอดภัย เป็นธรรม และยั่งยืน พร้อมผลักดันให้หัวหินเป็นหนึ่งในเมืองมวยไทยที่สามารถสร้างนักกีฬา สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจ และส่งต่อศิลปะมวยไทยสู่สายตาชาวโลก.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ฟุตบอลเยาวชนกองทุนแม่ของแผ่นดินประจวบฯ รวมพลังสร้างคนรุ่นใหม่ต้านภัยยาเสพติด

ฟุตบอลเยาวชนกองทุนแม่ของแผ่นดินประจวบฯ รวมพลังสร้างคนรุ่นใหม่ต้านภัยยาเสพติด

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับหลายหน่วยงาน จัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเยาวชนเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 ที่สนามกีฬาโรงเรียนธนาคารออมสิน อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและพลังของคนรุ่นใหม่ โดยใช้กีฬาเป็นสื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด ส่งเสริมความสามัคคี และพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม มี น.ส.กุลนิศ ศรีวิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 7 ผู้นำชุมชน คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจากทุกอำเภอ ผู้ปกครอง และเยาวชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

น.ส.กุลนิศ กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลแพ้ชนะในสนามเท่านั้น แต่เป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ฝึกระเบียบวินัย เรียนรู้การทำงานเป็นทีม มีน้ำใจนักกีฬา และห่างไกลจากยาเสพติด อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ตามแนวทางของกองทุนแม่ของแผ่นดิน

ภายในงานมีหลายภาคส่วนเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรม อาทิ พ.ต.เสน่ห์ นุ่มพรมทอง หัวหน้าชุดวิทยากรขยายผลเครือข่ายมวลชนที่ 9 (หน.ชวกม.9) ศปป.2 กอ.รมน., นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ และนายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอบางสะพาน ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมและให้กำลังใจแก่เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขัน

นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอบางสะพาน เปิดเผยว่า การแข่งขันครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินทั้งจังหวัด ที่ร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนในพื้นที่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติด

สำหรับการแข่งขันนี้จัดขึ้นในประเภทเยาวชนชายอายุไม่เกิน 13 ปี มีทีมตัวแทนจากเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความสามัคคีและเสียงเชียร์จากผู้ปกครองและประชาชนที่เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาชน และองค์กรชุมชน ที่ร่วมกันสร้างเกราะป้องกันปัญหายาเสพติดให้กับเยาวชน ผ่านกิจกรรมกีฬาและการพัฒนาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และยั่งยืนในอนาคต

“กีฬาไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือพลังสร้างคน สร้างชุมชน และสร้างอนาคตที่ปลอดภัยจากยาเสพติด” ถือเป็นเจตนารมณ์สำคัญที่เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ร่วมกันส่งต่อสู่เยาวชนในครั้งนี้.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน