Categories
ข่าว ทั้งหมด

NOHON ผู้นำด้านแบตเตอรี่มือถือคุณภาพบุกตลาดหัวหิน เอาใจคนรักสมาร์ทโฟนอย่างครบวงจร

NOHON ผู้นำด้านแบตเตอรี่มือถือคุณภาพบุกตลาดหัวหิน เอาใจคนรักสมาร์ทโฟนอย่างครบวงจร

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 NOHON THAILAND ผู้นำด้านแบตเตอรี่มือถือความจุสูง และพาวเวอร์แบงค์เกรดพรีเมียม เปิดตัว “Nohon Power Station” ชั้น B ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ร้านที่ผสานการจำหน่ายสินค้าและศูนย์บริการด้านพลังงานสำหรับสมาร์ทโฟนไว้อย่างครบวงจร พร้อมมอบประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ทันสมัย สะดวก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมีนายเอกพล วินิจฉัยกุล ผู้บริหาร บริษัท เอเอ็มเอส เมก้ามีเดีย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ NOHON นายศรัณยู ทิพย์เที่ยงแท้ ผู้จัดการ Nohon Power Station สาขาบลูพอร์ต หัวหิน คุณสุวัชรี ภูษณสุวรรณศรี Head of Merchandise บลูพอร์ต หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมในพิธีเปิดแสดงความยินดี

นายเอกพล กล่าวว่า การเปิด Nohon Power Station ที่บลูพอร์ต หัวหิน เป็นสาขาที่ 2 ถือเป็นก้าวสำคัญของ NOHON THAILAND ในการยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า เราไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายแบตเตอรี่และพาวเวอร์แบงค์คุณภาพสูงเท่านั้น แต่เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นสถานีเติมพลังงานอัจฉริยะ ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาปรึกษา ตรวจเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ และรับบริการจากช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญได้อย่างมั่นใจ ภายใต้มาตรฐานการบริการระดับศูนย์บริการ ในบรรยากาศร้านที่ทันสมัยและเป็นกันเอง NOHON เป็นแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่มือถือความจุสูงและพาวเวอร์แบงค์คุณภาพระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมและมียอดจำหน่ายอันดับต้นๆ ในประเทศจีน พร้อมส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยบริษัท เอเอ็มเอส เมก้ามีเดีย จำกัด จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ NOHON คือการใช้วัสดุคุณภาพสูง มีมาตรฐาน ความปลอดภัยระดับสากล ให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป ตอบโจทย์ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่ต้องการความ อึด ทนทาน และมั่นใจในคุณภาพของสินค้าในทุกวัน

นายศรัณยู กล่าวว่า Nohon Power Station สาขาบลูพอร์ต หัวหิน ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ โดดเด่นด้วยโทนสีน้ำเงิน – ขาว อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ภายในร้านแบ่งพื้นที่ให้บริการอย่างครบครัน ทั้งโซนศูนย์บริการรับซ่อมและเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงโซนจัดแสดงสินค้าที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานและเลือกซื้อสินค้าจริงได้อย่างสะดวก และเพื่อฉลองการเปิดสาขาใหม่ NOHON THAILAND จัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมงานตลอดทั้งวัน การเปิดตัว Nohon Power Station สาขาบลูพอร์ต หัวหิน ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการขยายการเข้าถึงบริการคุณภาพสู่ผู้บริโภคในภูมิภาค พร้อมตอบสนองความต้องการด้านพลังงานสำรองสำหรับอุปกรณ์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของ NOHON ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันพลังงานสำหรับสมาร์ทโฟนระดับสากล พบกับ Nohon Power Station สาขาบลูพอร์ต หัวหิน ชั้น B ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท. ส่งท้ายงาน Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 สนามสุดท้ายจังหวัดเพชรบุรี

ททท. ส่งท้ายงาน Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 สนามสุดท้ายจังหวัดเพชรบุรี

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ร่วมพิธีเปิดและปล่อยตัวนักวิ่ง 1,000 คน ชูอัตลักษณ์ของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) “กล้วยหอมทองเมืองเพชร” ภายใต้แนวคิด “หนึ่งไม่มีสอง กับกล้วยหอมทองเมืองเพชร” พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรมวิ่งเทรล เวิร์กชอปงานหัตถกรรม และการสาธิตอาหารพื้นถิ่น เพื่อสร้างคุณค่ากระจายรายได้สู่ชุมชน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ที่โรงเรียนบ้านทุ่งขาม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ กล่าวถึงแนวคิดสำคัญของกิจกรรม “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 ณ โรงเรียนบ้านทุ่งขาม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสนามที่ 5 สนามสุดท้ายของโครงการ สะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวผ่านการบูรณาการระหว่างการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงการออกกำลังกาย การเรียนรู้วิถีชุมชน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ โดยความสำเร็จของทั้ง 4 สนามที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสเรื่องราวและวัฒนธรรมของชุมชนควบคู่ไปกับกิจกรรมกีฬา โดยจังหวัดเพชรบุรี มีสินค้าขึ้นทะเบียน GI 5 รายการ ได้แก่ ชมพู่เพชร, น้ำตาลโตนดเมืองเพชร, ขนมหม้อแกงเมืองเพชร, มะนาวเพชรบุรี และกล้วยหอมทองเพชรบุรี การจัดกิจกรรมสนามสุดท้ายนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “หนึ่งไม่มีสอง กับกล้วยหอมทองเมืองเพชร” พร้อมกิจกรรมวิ่งเทรล ตลาดชุมชน เวิร์กชอปงานหัตถกรรม และการสาธิตอาหารพื้นถิ่น เพื่อสร้างคุณค่าและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนผ่านการท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

สำหรับสนามจังหวัดเพชรบุรี นำเสนออัตลักษณ์เด่นของจังหวัดผ่านสินค้า GI อย่างกล้วยหอมทองเมืองเพชร ซึ่งเป็นผลไม้คุณภาพที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี โดดเด่นด้วยรสชาติหวานหอม เนื้อแน่น สีเหลืองทองสวยงาม และเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนถึงภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรของชุมชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ยังมีการออกบูทร้านค้าชุมชนมากกว่า 20 ร้านค้ากิจกรรมทำเวิร์กชอปการปั้นเครื่องปั้นดินเผา ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรี ควบคู่กับการสาธิตการทำขนมกล้วยกวน จากวัตถุดิบท้องถิ่น ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเสน่ห์ของชุมชนผ่านงานหัตถศิลป์ และอาหารพื้นถิ่น โดยกิจกรรมทำเวิร์กชอปยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกด้วย

การแข่งขันในสนามนี้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Trail Challenge ระยะ 20 กิโลเมตร Mini Trail ระยะ 11 กิโลเมตร และ Fun Run ระยะ 4 กิโลเมตร โดยนักวิ่งจะได้สัมผัสเส้นทางธรรมชาติที่สวยงาม ควบคู่กับฐานกิจกรรมเรียนรู้สินค้า GI และวิถีชุมชนตลอดเส้นทาง สร้างประสบการณ์ครบทั้ง “วิ่ง กิน เที่ยว และเรียนรู้” ในกิจกรรมเดียว พิเศษสุดสำหรับนักวิ่งที่พิชิตครบทั้ง 5 ภาค จะได้รับ “เหรียญสัญลักษณ์ประเทศไทย” สุดเอ็กซ์คลูซีฟเแห่งความสำเร็จ พร้อมกันนี้ ผู้ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมยังสามารถเลือกซื้อสินค้า GI จากผู้ผลิตและชุมชนทั่วประเทศได้อย่างสะดวก ผ่านแพลตฟอร์ม Lazada ทั้งในรูปแบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://www.lazada.co.th/thaigishop เพื่อช่วยขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า GI และสร้างรายได้สู่ชุมชนในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง

จากกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องของโครงการ “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” ทั้ง 4 สนาม มีนักวิ่ง นักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความสำเร็จของการนำการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) มาเชื่อมโยงกับสินค้า GI วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังช่วยสร้างการรับรู้สินค้า GI ของไทย กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandfestival.org และ Facebook : Thailand Festival หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line Official Account : @amazinggirun.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ระลึกพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ครบรอบ 136 ปี ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ประจวบฯ ระลึกพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ครบรอบ 136 ปี ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มอบหมายให้ พ.อ.ชูพงษ์ สายอุบล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีในงานวันระลึกพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ครบรอบ 136 ปี มีนายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี, นายสุรวัชร เปลี่ยนปราณ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ, นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด, นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ ผู้แทนนายอำเภอสามร้อยยอด หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจากทุกภาคส่วนร่วมในพิธี โดยประธานได้ประกอบพิธีถวายราชสักการะ กล่าวอาศิรวาทราชสดุดี กล่าวคำปฏิญาณตนและวางพวงมาลาหน้าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งประดิษฐานบนพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ณ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ สย. 2 (หาดแหลมศาลา) อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ

ก่อนหน้านี้ อุทยานเขาสามร้อยยอดได้ทำหนังสือถึงกรมศิลปากร ขอความอนุเคราะห์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับถ้ำพระยานคร เพื่อให้ได้มีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับไว้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โดยนายประทีป เพ็งตะโก อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ได้มีหนังสือตอบกลับมา ทำให้ทราบว่าจากเดิมที่มีพระมหากษัตริย์ไทยได้เสด็จถ้ำพระนคร 3 พระองค์ คือรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 แต่พบว่ามีพระมหากษัตริย์ไทยเสด็จถ้ำพระนครถึง 5 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์ได้เสด็จประพาสถ้ำพระยานคร เป็นอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินมณฑลปักษ์ใต้ เมื่อปีมะแม พ.ศ.2402 และครั้งที่ 2 ในปี 2406 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสถ้ำพระยานครด้วยกันทั้งหมด 4 ครั้ง ได้แก่ ปี พ.ศ.2406, 2429, 2432 และ พ.ศ.2433, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 กล่าวกันว่าพระองค์ท่านเคยเสด็จที่ถ้ำพระนานครครั้งหนึ่งแต่ไม่ทราบว่าเมื่อใด, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระองค์ท่านได้เสด็จไปประทับที่พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2469 และได้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ป.ป.ร.ไว้ที่ผนังถ้ำทางทิศตะวันตกของพลับพลา ซึ่งยังปรากฏให้เห็นอยู่จนถึงวันนี้ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านได้เสด็จที่ถ้ำนี้เป็นการส่วนพระองศ์ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2501 และวันที่ 31 พ.ค.2524

สำหรับพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ตั้งอยู่ภายในถ้ำพระยานคร เป็นพลับพลาแบบจตุรมุข มีขนาดความกว้าง 2.55 เมตร ยาว 8 เมตร สูง 2.55 เมตร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับในยามเสด็จประภาสถ้ำพระยานคร สร้างขึ้นจากฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ โดยทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบภายหลัง โดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงยกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2433 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จารึกพระปรมาธิไธย ย่อ จ.ป.ร. ไว้ที่บริเวณผนังด้านเหนือของพลับพลา

พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์นอกจากเป็นจุดเด่นของถ้ำพระยานครแล้ว ยังเป็นตราประจำจังหวัดประจวบฯ ในปัจจุบัน โดยจะมีความงดงามยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านจากปล่องของถ้ำลงมากระทบกับพระที่นั่ง โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เป็นโบราณสถานสำคัญเมื่อปี พ.ศ.2495.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ศึกปิงปองหัวหินแชมเปี้ยนชิพครั้งที่ 1 ดันหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

ศึกปิงปองหัวหินแชมเปี้ยนชิพครั้งที่ 1 ดันหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการแข่งขันหัวหินเทเบิลเทนนิส แชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ 1 ที่หัวหินคอนเวนชั่นเซนเตอร์ ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ
ระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 มี ดร.พัชรพงศ์ แพงไพรี ผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310D นางริญญา แย้มนิล นายกสโมสรไลออนส์ราษฎร์ภักดี หัวหิน นายมีเลิศ กำเนิดแสง ประธานชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิสแฟนแทสติกหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ สมาชิกสโมสรไลอ้อนส์ต่างๆ โค๊ช นักกีฬา และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

นายมีเลิศ กล่าวว่า สโมสรไลออนส์ราษฎร์ภักดี หัวหิน ร่วมกับชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิสแฟนแทสติกหัวหิน จัดการแข่งขันรายการนี้ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน นักกีฬามือใหม่ และผู้ที่สนใจกีฬาเทเบิลเทนนิสได้มีเวทีแสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านการแข่งขันในบรรยากาศที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด หันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬา สร้างวินัย ความรับผิดชอบ และมีน้ำใจนักกีฬา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เริ่มต้นเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันจริงและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอหัวหิน ทั้งนักกีฬา ผู้ปกครอง และผู้ติดตามจากต่างจังหวัดให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก และเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาหัวหินให้เป็นเมืองแห่งกิจกรรมกีฬาและการท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคต

โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 วัน วันแรกเป็นการแข่งขันประเภททีมเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี (U12) จำนวน 8 ทีม และรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี (U15) จำนวน 8 ทีม จาก 11 โรงเรียนในจังหวัดประจวบฯ – เพชรบุรี – นครปฐม รวม 51 คน ทีมการกุศลจากสโมสรไลอ้อนส์ทั่วประเทศ และทีมประชาชนทั่วไป รวม 10 ทีม ส่วนวันที่ 2 เป็นการแข่งขันประเภทเยาวชนชาย – หญิงทั่วไป รวม 59 คน ชิงเงินรางวัลเกือบ 2 หมื่นบาท โดยมีเยาวชนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย ซึ่งบรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสนุกสนาน และเสียงเชียร์จากผู้ปกครอง ครู ผู้ฝึกสอน และผู้ชมที่มาร่วมให้กำลังใจนักกีฬาถึงขอบสนาม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สุวัจน์เปิดงาน PRIDE 2026 พร้อมเหล่าอินฟลูฯ และศิลปินดังร่วมฉลองเดือนแห่งความเท่าเทียม

สุวัจน์เปิดงาน‘PRIDE 2026’พร้อมเหล่าอินฟลูฯ และศิลปินดังร่วมฉลองเดือนแห่งความเท่าเทียม

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน PRIDE 2026 ภายใต้แนวคิด ‘The Gentle Rainbow – Softly Proud, Deeply Well’ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month 2026 ส่งเสริมคุณค่าของความหลากหลาย ความเท่าเทียมทางเพศ มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน, น.ส.วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นายอิษฏา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ, น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีฯ, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน, น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน บรรดาเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และศิลปินชื่อดัง อาทิ แจ็คกี้ – ชาเคอลีน มิ้นช์, ตู่ – ภพธร สุนทรญาณกิจ, คุกกี้ – ญดา สุวรรณปัฏนะ และกลุ่มผู้รักสุขภาพเกือบหนึ่งพันคน เข้าร่วมกิจกรรม “Pride Flow Run” เดิน – วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 3 กิโลเมตร จากลานเดอะสแควร์ หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ไปตามถนนเพชรเกษม ในบรรยากาศยามเช้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสนุกสนานและความอบอุ่น สะท้อนพลังแห่งความหลากหลายที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเท่าเทียม

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมเปิดกิจกรรมในวันนี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่เปิดฉากเดือนแห่งความเท่าเทียมได้อย่างมีพลังและเปี่ยมด้วยความหมาย เมืองหัวหินของเราไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์และความสงบเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่เปิดกว้าง พร้อมต้อนรับผู้คนจากทุกเพศ ทุกวัยและทุกตัวตนอย่างเท่าเทียม อีกทั้งเมืองหัวหินยังเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่ทุกคนสามารถมาแบ่งปันรอยยิ้ม พลังบวก และการยอมรับซึ่งกันและกันให้กลายเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกที่ปรากฏต่อสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังช่วยตอกย้ำศักยภาพของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ สั่งทุกหน่วยพร้อมรับมืออุทกภัย ป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจหัวหิน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ สั่งทุกหน่วยพร้อมรับมืออุทกภัย ป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจหัวหิน

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหัวหิน ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสรวุฒิ ปาลวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 4 ประจวบฯ นายธนวัฒน์ เรืองเดช รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน น.ส.ไพลิน กองพันธ์ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม พร้อมรายงานการเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนกรณีฝนตกหนักในพื้นที่เสี่ยง การคาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝนในอำเภอหัวหิน ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกชุกมากที่สุดในช่วงเดือนตุลาคมนี้ รวมถึงการเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย สามารถเคลื่อนย้ายเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงได้ทันที หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในพื้นที่ พร้อมการติดตามแผนปฏิบัติกรณีถนนถูกตัดขาด สะพานสัญจรไม่ได้ แผนการเปิดเส้นทางจราจร จุดระบายน้ำในพื้นที่ก่อสร้าง โดยอำเภอหัวหิน มีศูนย์พักพิงรองรับผู้ประสบภัยจำนวน 10 แห่ง

นายสิทธิชัย กล่าวว่า หัวหินเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ จึงได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามแผนการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม ติดตามแผนสำรองกรณีหากเส้นทางถูกตัดขาด โดยเฉพาะถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทางขึ้นล่อง 14 จังหวัดภาคใต้ โดยได้สั่งการทุกหน่วยให้บูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ จังหวัดได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 50 ล้านบาท จากมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินการขุดขยายสระน้ำภายในสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จำนวน 5 สระที่เรียกว่า “แก้มลิง” เพื่อรองรับน้ำที่ไหลหลากลงมาจากเขาหินเหล็กไฟ จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในตัวเมืองหัวหินได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจในการเตรียมพร้อมของจังหวัด ถ้าหนักกว่านี้เรามีแผน 2 แผน 3 ที่จะรับมือต่อ

“ขณะนี้ตนได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ รวมทั้งแต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการน้ำเทศบาลนครหัวหิน เพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครหัวหินที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมขัง รวมถึงได้นำ “ทฤษฎีตัดน้ำ” ของ ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์มาประยุกต์ใช้ ด้วยการตัดกระแสน้ำก่อนหลากเข้าพื้นที่เมืองหัวหิน โดยใช้คลองพระราชดำริฯ ซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำหลัก พร้อมแนะนำให้ติดตั้งระบบสูบน้ำและระบบดักตะกอนดิน มีการวางแผนติดตั้งระบบประเมินสถานการณ์น้ำฝนแบบ “Ground Control Point” เพื่อช่วยประเมินปริมาณน้ำและฝนในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนรับมือกับน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

ในส่วนภาพรวมการวางแผนป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งทั้ง 8 อำเภอ ขณะนี้ได้มีการจัดทำผังน้ำแล้วทั้ง 60 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้รู้เส้นทางน้ำไหล ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ความคืบหน้าการขุดสระน้ำขนาดเล็กกระจายทุกพื้นที่ริมทางรถไฟ ที่ดำเนินการแล้ว 2 แห่งในพื้นที่ อ.เมืองประจวบฯ และ อ.บางสะพานน้อย ใช้งบประมาณไปเกือบ 2 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นโมเดลต้นแบบเพื่อขุดขยายเพิ่มเติม โดยประสานขอใช้พื้นที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย และใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ ซึ่งจะได้ทั้งเรื่องการป้องกันน้ำท่วมและการกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงหน้าแล้งด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เดินหน้าวางอนาคต 20 ปี ระดมทุกภาคส่วนจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี

ประจวบฯ เดินหน้าวางอนาคต 20 ปี ระดมทุกภาคส่วนจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 20 ปี และจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5 ปี (พ.ศ. 2571 – 2575) ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.จีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เข้าร่วมกว่า 100 คน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดในระยะยาว

โครงการดังกล่าวจัดโดยสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 18 – 19 มิถุนายน 2569 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในการทบทวนเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดระยะ 20 ปี และจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) ให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาในทุกระดับ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ภายในกิจกรรมประกอบด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบรรยายเสริมสร้างองค์ความรู้ และการระดมความคิดเห็นเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพ โอกาส ปัญหาและอุปสรรคของจังหวัด ตลอดจนร่วมกำหนดเป้าหมายการพัฒนา ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และค่าเป้าหมายในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอ แผนงาน และโครงการสำคัญที่จะผลักดันการพัฒนาจังหวัดในมิติต่างๆ เพื่อบรรจุไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) อันจะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัดสู่การเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับประชาชนทุกภาคส่วน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรม สร้างภูมิคุ้มกันชีวิตยุคดิจิทัล พร้อมโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม

เทศบาลนครหัวหิน จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรม สร้างภูมิคุ้มกันชีวิตยุคดิจิทัล พร้อมโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ที่ห้องประชุมโรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คณะวิทยากร ผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดเทศบาลและนักเรียนเข้าร่วม

นายนพพร กล่าวว่า เทศบาลนครหัวหินได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ควบคู่ไปกับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านต่างๆ อันเป็นรากฐานสำคัญในการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน ในยุคที่เทคโนโลยีและสื่อออนไลน์ มีบทบาทอย่างมากต่อการดำเนินชีวิต เด็กและเยาวชนจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันทางความคิด รู้จักใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารรวมทั้งยึดมั่นในความถูกต้องและความดีงาม ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรมจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข

กองการศึกษา เทศบาลนครหัวหิน ได้จัดโครงการอบรมส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมขึ้น เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ให้แก่นักเรียนในสังกัด ตลอดจนเสริมสร้างความสามารถในการแยกแยะสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม สร้างจิตสำนึกในการเคารพสิทธิผู้อื่น และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ปัจจุบันสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอิทธิพลของเทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งส่งผลต่อแนวคิด พฤติกรรม และค่านิยมของเด็กและเยาวชน การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเด็ก ให้เติบโตเป็นคนดี มีวินัย มีความรับผิดชอบ และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม

การจัดอบรมในครั้งนี้ มีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 359 คน โดยได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากรกระบวนการ Life Skills Training เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้เข้าร่วมการอบรม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศาลจังหวัดประจวบฯ จัดร่วมใจไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องและหลังฟ้อง

ศาลจังหวัดประจวบฯ จัดร่วมใจไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องและหลังฟ้อง

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 น.ส.ภลดา อิศราภรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ร่วมใจไกล่เกลี่ย 2569” ของศาลจังหวัดประจวบฯ โดยมีนายอาทิตย์ กิจชระภูมิ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน มีนายรัฐพลี ตั้งใจตรง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลจังหวัดประจวบฯ คณะผู้พิพากษา คณะผู้ประนีประนอมประจำศาล ผู้อำนวยการศาลจังหวัด ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน (กรมคุ้มครองสิทธิฯ) คณะอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในศาลจังหวัด เข้าร่วมที่ห้องโยธิน โรงแรมหาดทอง อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

น.ส.ภลดา อิศราภรณ์ กล่าวว่า โครงการร่วมใจไกล่เกลี่ย 2569 เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท โดยเน้นการเผยแพร่ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ประชาชน และเป็นการรณรงค์ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง และหลังฟ้องให้มากขึ้น มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท และการสาธิตการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทจำลอง

นายอาทิตย์ กิจชระภูมิ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัด กล่าวว่า สำนักส่งเสริมงานตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมกับศาลยุติธรรมทั่วประเทศ จัดกิจกรรมรมรงค์การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ภายใต้โครงการ “ร่วมใจไกล่เกลี่ย 2569” เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท โดยเน้นการเผยแพร่ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ประชาชน ผ่าน 5 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 จัดให้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยระงับพิพาท กิจกรรมที่ 2 บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท กิจกรรมที่ 3 สาธิตการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทจำลอง กิจกรรมที่ 4 สนับสนุนให้ประชาชนหรือลูกหนี้ มีโอกาสในการเจรจากับเจ้าหนี้ หรือสถาบันการเงิน และกิจกรรมที่ 5 จัดให้มีสายด่วนให้คำปรึกษาเรื่องการไกล่เกลี่ย ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมในวันนี้เป็นผู้นำชุมชนในระดับจังหวัด 39 คน อาสาสมัครคุมประพฤติที่มีสถานะเป็นผู้นำชุมชน 10 คน ผู้ประนีประนอมประจำศาลจังหวัด 11 คน รวมมีผู้เข้าร่วมโครงการครั้งนี้จำนวน 60 คน

จากนั้นได้มีการบรรยายให้ความรู้เรื่องการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง และการบรรยายเรื่องกฎหมายเบื้องต้นเกี่ยวกับสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และมติคณะรัฐมนตรีในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยนายสัชณะเทพ อยู่โปร่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดประจวบฯ

ต่อมา มีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง “รู้ไว้ ไม่ทำผิด กรณีชาวบ้านบุกรุกป่า” และการบรรยายเรื่อง “กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องและหลังฟ้อง” และสาธิตการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทจำลอง โดย น.ส.รุจิรางค์ วงศ์กระสันต์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดประจวบฯ ก่อนปิดการอบรม.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดประชุมใหญ่ประจำเดือน ดึงกลุ่มเทคโนโลยีโรงแรมชั้นนำ ‘EasyFO’ เติมความรู้ผู้ประกอบการ

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดประชุมใหญ่ประจำเดือน ดึงกลุ่มเทคโนโลยีโรงแรมชั้นนำ ‘EasyFO’ เติมความรู้ผู้ประกอบการ

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เป็นประธานประชุมประจำเดือนมิถุนายน 2569 ครั้งที่ 5/2569 ที่ห้องประชุมโรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์พลาซ่า มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เข้าร่วมการประชุมฯ ควบคู่กับการประชุมระบบออนไลน์ผ่าน Google Meet เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกที่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมประชุมที่โรงแรมได้

นายกิติพงษ์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพิจารณาวาระสำคัญของสมาคมฯ รวมถึงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน – ชะอำ โดยมีวาระการประชุมที่น่าสนใจ อาทิ การรับรองรายงานการประชุมและรายการเงิน รวมถึงการร่วมหารือในวาระเสนอเพื่อพิจารณาอื่นๆ

การประชุมในรอบนี้ สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมพิเศษโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อประโยชน์ในธุรกิจของสมาชิก โดยมีบริษัทผู้พัฒนาโปรแกรมเมอร์ชั้นนำด้านการบริการ อย่าง “EasyFO” ผู้พัฒนาโปรแกรมบริหารจัดการโรงแรม (Hotel Management System : PMS) ชั้นนำของไทย มาร่วมจัดบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม”

การบรรยายดังกล่าวดำเนินโดย คุณกริ่งภูมิ จินดาวณิช Project Manager จาก EasyFO ซึ่งจะมาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและเครื่องมือด้านการบริหารจัดการโรงแรมยุคใหม่ สำหรับกลุ่มโรงแรม รีสอร์ต และธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ สามารถนำไปปรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ช่วยลดต้นทุน และยกระดับการให้บริการที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวในปัจจุบันได้อย่างสูงสุด.