Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรและให้โอวาทบัณฑิตใหม่

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรและให้โอวาทบัณฑิตใหม่

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีการศึกษา 2568 ที่โรงแรมแอทที บูทีค ต.คลองวาฬ อ.เมืองฯ จ.ประจวบฯ มีนายสมชาย ทิพย์ประเสริฐสุข ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบฯ คณะผู้บริหาร คณะครู อาจารย์ ผู้ปกครองและนักเรียนผู้สำเร็จการศึกษาเข้าร่วมในพิธี เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและเชิดชูเกียรติแก่นักเรียน นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของวิทยาลัย เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักเรียนนักศึกษา ผู้ปกครองและคณาจารย์ และเพื่อเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้นักเรียน นักศึกษาในการก้าวสู่การศึกษาต่อหรือการประกอบอาชีพในอนาคต อีกทั้งยังปลูกฝังความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมใจต่อสถาบันการศึกษา ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทวิชาอุตสาหกรรม และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประเภทวิชาพาณิชยกรรม ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และประเภทวิชาอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น 127 คน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมและการทำงาน ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความต้องการบุคลากรสายอาชีพที่มีทักษะสูงของประเทศ ล้วนเป็นความท้าทายและโอกาสที่รอให้ทุกคนก้าวไปเผชิญ จึงฝากข้อคิด 3 ประการ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย 1.ทักษะวิชาชีพคือรากฐาน ควรพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยความรู้ที่ได้รับจากสถาบันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โลกแห่งการทำงานในยุคปัจจุบันต้องการผู้ที่ไม่หยุดเรียนรู้ ต้องหมั่นเพิ่มทักษะใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ภาษาต่างประเทศ และทักษะการคิดวิเคราะห์ เพราะในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทนที่งานซ้ำซาก สิ่งที่จะทำให้มนุษย์มีคุณค่า คือความคิดสร้างสรรค์และทักษะเฉพาะทางที่ลึกซึ้ง 2. ซื่อสัตย์ อดทน และมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไปไปไกลเพียงใด นายจ้างและสังคมล้วนต้องการบุคคลที่ตรงต่อเวลา รับผิดชอบต่อหน้าที่ และมีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักษาคุณค่าเหล่านี้ไว้ตลอดชีวิตการทำงานและนำไปใช้ในชีวิต 3. เป็นพลเมืองที่ดีของท้องถิ่นและประเทศชาติ ความสำเร็จส่วนตัวจะมีความหมายยิ่งขึ้นหากนำกลับมาพัฒนาบ้านเมือง ขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่ชุมชน ครอบครัว และสังคมเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่รุ่นน้องและเยาวชนรุ่นต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.กรุงเทพหัวหิน ให้ความรู้ “The Power of Early Detection” เทคโนโลยีแม่นยำเพื่อการป้องกันโรค

รพ.กรุงเทพหัวหิน ให้ความรู้ “The Power of Early Detection” เทคโนโลยีแม่นยำเพื่อการป้องกันโรค

วันที่ 19 มีนาคม 2569 โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ร่วมกับโรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital และโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ จัดงานสัมมนาครั้งพิเศษ “The Power of Early Detection” เทคโนโลยีแม่นยำเพื่อการป้องกันที่เหนือกว่า ที่โรงแรมเชอราตันหัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี นพ.อัศวิน ภูวธนสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ให้การต้อนรับ และกล่าวถึงความก้าวหน้าของโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ในปี 2569 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ผู้ประกอบการสถานพยาบาล กลุ่มตัวแทนบริษัทประกัน และผู้ประกอบการคลินิกต่างๆ กว่า 200 คน เข้าร่วมรับฟัง

นพ.อัศวิน ภูวธนสาร กล่าวว่า เราจัดสัมมนาเกี่ยวกับการคัดกรองโรค หรือพูดง่ายๆ ว่าคัดกรองก่อนเกิดโรค เราจึงใช้คำว่า “The Power of Early Detection” ซึ่งคำว่า Early Detection คือการตรวจพบก่อนที่จะเกิดโรคด้วยซ้ำ และคำว่า The Power คือพลังของการมาตรวจคัดกรองก่อน อย่างที่ทราบกันว่าเดี๋ยวนี้มีโรคมะเร็งหลายโรคที่ถ้าตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถรักษาได้ ก่อนที่จะกลายเป็นระยะลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่นๆ เราจึงอยากรณรงค์เรื่องการทำ Early Detection หรือการทำ Screening ที่คนไทยชอบเรียกว่า “เช็กอัพ” ตรวจสุขภาพนั่นเอง ครั้งนี้เราได้นำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปของเราเลย ไม่ว่าจะเป็นจากหัวหิน หรือจากส่วนกลางคือโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ซึ่งเป็นทีมจาก “วัฒโนสถ” เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีในการรักษาที่มีความปลอดภัย แม่นยำ และการป้องกันโรคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดย นพ.เธียรชัย บรรณาลัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital / ผู้ช่วยบริหารฝ่ายการแพทย์ ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ บรรยายหัวข้อ “ความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยมะเร็งให้เข้าถึงการรักษาของโรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital” รศ.นพ.ธัญญ์ อิงคะกุล ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการผ่าตัดช่องท้อง ด้วยการส่องกล้องและหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด โรงพยาบาลกรุงเทพ บรรยายหัวข้อ “ก้าวข้ามขีดจำกัดศัลยกรรมยุคใหม่ ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่แม่นยำ” นพ.ณัฐพร นวลอุทัย ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บรรยายหัวข้อ “แผลเล็ก ผลลัพธ์ใหญ่ : ทำไมการผ่าตัดส่องกล้องจึงเป็นทางเลือกหลักในปัจจุบัน” นพ.วิศว์ เจียมวิจิตรกุล อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บรรยายหัวข้อ “การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้และมะเร็งตับ” และ นพ.ภาคย์ ธารไพรสาณฑ์ วิสัญญีแพทย์ เวชศาสตร์ความปวด โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บรรยายหัวข้อ “นวัตกรรมการรักษาปวดหลัง ปวดคอ ปวดมะเร็ง ที่ทันสมัย ไม่ต้องผ่าตัด”

พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ “หนุ่ย นันทกานต์” ศิลปินผู้ที่เคยผ่านการต่อสู้มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และก้าวข้ามจนประสบความสำเร็จ ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ พร้อมโชว์พิเศษ Acoustic “Love & Hope” เพราะความรัก…จึงทำให้มีความหวัง บทเพลงที่สื่อถึงพลังใจอันงดงาม และมอบกำลังใจให้แก่ผู้ที่กำลังต่อสู้กับความเจ็บป่วย รวมถึงทุกคนที่ต้องการความเข้มแข็งในชีวิตอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เรือนจำประจวบฯ ผนึกพลังอาสาราชทัณฑ์ระดมแนวทาง จัดตั้งบ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส”

เรือนจำประจวบฯ ผนึกพลังอาสาราชทัณฑ์ระดมแนวทาง จัดตั้งบ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส”

วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายบรรพต รัตนจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมกำหนดพื้นที่ในการจัดตั้งบ้านกึ่งวิถี“บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” นําร่องภายในเขตจังหวัดประจวบฯ ที่ห้องประชุมเรือนจำจังหวัด โดยนมัสการ พระครู ดร.โสภณธำรงกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดหุบตาโคตร อ.สามร้อยยอด ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านกึ่งวิถี ของสำนักงานคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ มีนายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติฯ นายธมน โพธิ์งาม ประธานอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) อำเภอหัวหิน นายสำอาง หรั่งวัด ประธาน อ.ส.ค. อ.สามร้อยยอด นายบรรเจิด พ่วงสวัสดิ์ ผู้ประนีประนอมประจำศาลจังหวัดหัวหิน นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนของแผ่นดิน จ.ประจวบฯ นายเสริมพงษ์ ลิบลับ ผู้ช่วย สว.นิชาภา สุวรรณนาค สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบฯ อาสาสมัครราชทัณฑ์ (อสรท.) ประจำเรือนจำจังหวัด คณะอาสาสมัครคุมประพฤติในแต่พื้นที่ เครือข่ายศูนย์ยุติธรรมชุมชน ตลอดจนผู้นำชุมชนเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้มีนายวิโรจน์ ชุ่มชื่นจิต ผู้อำนวยการส่วนสวัสดิการและสงเคราะห์ราชทัณฑ์ นายจิรายุ พลวิโรจน์ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน น.ส.กัญภัสสร์ ชัยนรา นักจิตวิทยาปฏิบัติการ น.ส.เธียรธิดา สุขปัญ นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ เรือนจำจังหวัดให้การต้อนรับ โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานประชุมในรูปแบบ Onsite และ Online พร้อมเชื่อมต่อไปเรือนจำจังหวัดทั่วประเทศ และเรือนจำจังหวัดที่เป็นพื้นที่จัดตั้งบ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” ณ ห้องประชุมอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชั้น 2 อาคารกรมราชทัณฑ์ จ.นนทบุรี

นายบรรพต รัตนจันทร์ กล่าวว่า เรือนจำจังหวัดประจวบฯ ได้นำเสนอพื้นที่เป้าหมายในการจัดตั้งบ้านกึ่งวิถีนำร่อง 2 พื้นที่ ได้แก่ บ้านกึ่งวิถีวัดหุบตาโคตร อ.สามร้อยยอด และสถานที่เพื่อให้การสงเคราะห์ วัดสะพานขี้เหล็ก อ.หัวหิน โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ สาขาหัวหิน ที่กำหนดบ้านกึ่งวิถี ของกรมคุมประพฤติแต่เดิมอยู่แล้ว จึงเห็นว่าทั้งสองพื้นที่บ้านกึ่งวิถีนั้น สามารถนำมาใช้เป็นพื้นที่เป้าหมายของกรมราชทัณฑ์ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ในการประชุมนี้ ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งอาสาสมัครราชทัณฑ์ในแต่ละพื้นที่ทั้งจังหวัด ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ เพื่อให้ข้อมูลรูปแบบการดำเนินงานบ้านกึ่งวิถี สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ทั้งในด้านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ การจัดกิจกรรมการดำเนินงานของบ้านกึ่งวิถี ความคืบหน้าการขับเคลื่อนบ้านกึ่งวิถี เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานบ้านกึ่งวิถีของเรือนจำต่อไป

บ้านกึ่งวิถี“บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” เป็นการสร้างพื้นที่แห่งความหวังและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยมุ่งหวังให้เป็นกลไกสำคัญในการคืนคนดีมีคุณภาพกลับสู่สังคม ขอขอบคุณอาสาสมัครราชทัณฑ์ ที่ร่วมเป็นพลังสนับสนุนการสร้างสังคมแห่งการทำความเข้าใจ การให้อภัยและการมอบโอกาส เพื่อสร้างความสงบสุขให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน

สำหรับบ้านกึ่งวิถีในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับรองรับผู้พ้นโทษ โดยอาศัยความร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ผู้พ้นโทษก่อนกลับคืนสู่สังคม ทั้งในด้านที่พักอาศัยและการดำรงชีวิตภายหลังพ้นโทษ มุ่งเน้นให้ผู้พ้นโทษมีที่พักพิงในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน ระหว่างการหางานทำ เพื่อให้สามารถปรับตัวและใช้ชีวิตร่วมกับชุมชนได้อย่างปกติสุข เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการช่วยเหลือผู้พ้นโทษ และสามารถขยายผลรูปแบบการจัดตั้งบ้านกึ่งวิถีให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ มุ่งให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษ รวมทั้งมีบริการช่วยเหลือทั้งผู้ต้องขังในเรือนจำและผู้พ้นโทษให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้ มีการจัดกิจกรรมอบรมผู้ต้องขังในเรือนจำ และการจัดหางาน สนับสนุนการประกอบอาชีพ ที่พักอาศัย การศึกษาแก่ผู้พ้นโทษ การช่วยเหลือและอุปการะลูกของผู้ต้องโทษและผู้พ้นโทษ

หลายครั้งผู้ที่ผ่านเรือนจำออกมาแล้ว ไม่สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เพราะต้องกลับไปที่เดิม บรรยากาศเดิม และเมื่อต้องตั้งหลักใหม่ บรรยากาศเหล่านั้นคอยแต่จะฉุดรั้งให้ก้าวไปข้างหน้าไม่สำเร็จ และหลายคนต้องกลับไปกระทำผิดกฎหมายอีกครั้งหรือหลายครั้ง หนึ่งในแนวทางที่ช่วยบรรเทาปัญหาการกระทำผิดซ้ำและตั้งหลักให้พวกเขาได้ คือบ้านกึ่งวิถี ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องอยู่ในการคุมประพฤติ และผู้ที่พ้นจากการต้องโทษมาแล้ว แนวคิดบ้านกึ่งวิถียังถูกนำไปใช้เพื่อช่วยผู้ติดยาเสพติดด้วย โดยแนวคิดสำคัญของบ้านกึ่งวิถี คือการช่วยเป็นบ้านพักชั่วคราวให้แก่ผู้ที่ไม่พร้อมจะกลับสู่สังคม ลดการกระทำผิดซ้ำและนำไปสู่สังคมที่ปลอดภัย กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในบ้านกึ่งวิถีของไทยนั้นเป็นไปตามการประเมินมาตรฐานของแต่ละแห่ง ซึ่งบางแห่งมีความพร้อมด้านที่พักอาศัยและความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์ในการปรับตัว ทั้งด้านกาย จิตใจ สังคม และการแนะแนวและฝึกอาชีพแก่ผู้เข้าพักอาศัยอีกด้วย.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลตำบลบ้านกรูด คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ประเภทพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

เทศบาลตำบลบ้านกรูด คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ประเภทพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีมอบรางวัล “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ประจำปี 2568 โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกว่า 500 คน ซึ่งจัดต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับพื้นที่ ระดับประเทศ ประจำปี 2568 ซึ่งในการดำเนินงานได้พัฒนาตัวชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน 4 องค์ประกอบ 23 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1.เมืองอยู่ดี 2.คนมีสุข 3.สิ่งแวดล้อมยั่งยืน 4.เมืองแห่งการบริหารจัดการที่ดี สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบาย วางแผนและติดตามประเมินผลการพัฒนาเมืองประกอบกับได้จัดการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนควบคู่กันไป เพื่อสรรหาแบบอย่างการดำเนินงานที่ดีและขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

สำหรับการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ปี 2568 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อไป ซึ่งรางวัลชนะเลิศเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทรางวัล กล่าวคือ 1.ประเภทพื้นที่ทั่วไป ได้แก่ เทศบาลเมืองป่าตอง จ.ภูเก็ต เทศบาลตำบลพุเตย จ.เพชรบูรณ์ อบต.นาเกตุ จ.ปัตตานี 2.ประเภทพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ได้แก่ เทศบาลนครมาบตาพุด จ.ระยอง เทศบาลเมืองบางกะดี จ.ปทุมธานี เทศบาลตำบลบ้านกลาง จ.ลำพูน ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ในระดับประเทศประเภทพื้นที่ทั่วไปและประเภทเขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศทั้งหมด มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 31 แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลนคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 10 แห่ง เทศบาลตำบล 15 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 4 แห่ง และผ่านเกณฑ์ระดับพื้นที่ จำนวน 80 แห่ง แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ดีเยี่ยม 31 แห่ง ดีมาก 20 แห่ง และดี 29 แห่ง

ในโอกาสนี้ เทศบาลตำบลบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ประเภทพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยนายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด เข้ารับมอบรางวัลจากนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วยนางลลิดา มากมูล รองนายกเทศมนตรี และ น.ส.ณพิชญา เนตรน้อย นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ เทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมแสดงความยินดี พร้อมกันนี้ นายกเทศบาลตำบลบ้านกรูด ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กลุ่มองค์กรต่างๆ และประชาชนชาวบ้านกรูดทุกท่าน ที่ร่วมกันมุ่งมั่นขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคีเครือข่าย และทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทำให้บ้านกรูดมีความน่าอยู่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภ.ห้วยยาง เปิดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ

สภ.ห้วยยาง เปิดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืน หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง หมู่ 11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ ที่สั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง พระมหาสัญญา สิทธิญาโณ เจ้าคณะตำบลห้วยยาง พร้อมนายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะเเก ร่วมกันเปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมีนายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะเเก น.ส.วิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะเเก ผู้แทนพัฒนาการอำเภอทับสะเเก นายสราวุธ ทอดสนิท ประธานหมู่บ้าน หมู่ 11 ผู้แทนกำนันตำบลห้วยยาง นางพัชชา เเดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ห้วยยาง นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ร.ต.เอนก รูปโคม เจ้าหน้าที่ทหาร  ฉก.จงอางศึก น.ส.ทิพวรรณ อิ่มชื่น รักษาการผู้อำนวยการ รพ.สต.ห้วยยาง นางศศิมน พิมลสกลวงศ์ ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านเนินดินแดง ร่วมพิธีเปิดศูนย์บำบัดในชุมชน

โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้เข้าร่วมโครงการ ครั้งที่ 1 กิจกรรมพบหมอ สร้างแรงบันดาลใจและปรับทัศนคติผู้กล้า ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อ เป้าหมายในการ “ลด ละ เลิก” จำนวน 33 คน

พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า การดำเนินงานในโครงการตำบลยั่งยืนของ สภ.ห้วยยาง ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนที่ 2 ขั้นปฏิบัติการ โดยได้ประชาสัมพันธ์โครงการ ลงพื้นที่ เดินตรวจปัสสาวะประชาชนอายุ 12 – 65 ปี เพื่อค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพยาเสพติด ในหมู่บ้านทุ่งยาว หมู่ 3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง หมู่ 11 ต.ห้วยยาง พบผู้เสพที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการบำบัด จำนวน 33 ราย ได้ทำการคัดกรองบุคคล ประเมินผู้เสพยาเสพติดที่มีอาการทางจิต เพื่อบันทึกข้อมูลการบำบัดรักษา/ฟื้นฟูผู้ติดยา (บสต.) และจะทำกิจกรรมบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Based Treatment and Care : CBTx) จำนวน 16 ครั้ง ในระยะเวลา 3 เดือน นับจากวันทำพิธีเปิดในวันนี้ ซึ่งคณะกรรมการพร้อมภาคีเครือข่าย และ ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง จะช่วยกันขับเคลื่อนดำเนินงานตามแนวทางที่เคยทำมาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านทับสะแก นำรถมาเติมน้ำมันดีเซล หลังปั๊มน้ำมันเปิดให้บริการ หมดภายใน 1 ชั่วโมง

ชาวบ้านทับสะแก นำรถมาเติมน้ำมันดีเซล หลังปั๊มน้ำมันเปิดให้บริการ หมดภายใน 1 ชั่วโมง

ช่วงสายของวันที่ 17 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ปั้มน้ำมันคาลเท็กซ์ ของ หจก.ธ.ทองปิโตเลียม ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ ช่วงหลัก กม.ที่ 359-360 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ หลังจากปั๊มเปิดให้บริการ มีชาวบ้าน ชาวสวนรวมถึงรถบรรทุกที่วิ่งลงสู่ภาคใต้ เข้ามาเติมน้ำมันดีเซล จนต้องต่อคิวเติมน้ำมันจำนวนมาก

ซึ่งทางปั้มได้ให้รถที่เข้ามาเติมน้ำมัน สามารถเติมน้ำมันดีเซลได้เพียงคันละ 500 บาท ต่อครั้ง ต่อวัน เพื่อลูกค้าจะได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง และเปิดให้บริการ 06.00 น. – 18.00 น. ของทุกวัน ในส่วนน้ำมัน เบนซิน 95 หรือ E 20 และ LPG ยังเปิดให้บริการได้ตามปกติ โดยหลังเปิดให้บริการน้ำมันดีเซล ได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง น้ำมันก็หมด และสามารถมาใช้บริการได้วันถัดไป.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พลังงานประจวบฯ ยืนยัน น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แค่รอรอบขนส่งใหม่ หลังคนแห่เติมก่อนขึ้นราคา

พลังงานประจวบฯ ยืนยัน น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แค่รอรอบขนส่งใหม่ หลังคนแห่เติมก่อนขึ้นราคา

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย น.ส.ลดาวรรณ จันทรัตน์ วิศวกรชำนาญการ สำนักงานพลังงานจังหวัดประจวบฯ และสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนการปรับขึ้นราคาน้ำ จากการตรวจสอบพบว่า สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่ติดกับถนนเพชรเกษม มีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อการให้บริการ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ามาใช้บริการเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ประกอบกับปริมาณน้ำมันที่ได้รับจากคลังน้ำมัน มีน้อยกว่าช่วงสถานการณ์ปกติ ส่งผลให้บางสถานีต้องรอการจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติม และบางสถานีต้องปิดสถานีบริการน้ำมันชั่วคราว ในด้านของราคาน้ำมันยังคงเป็นราคาปกติ และเมื่อตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันพบว่ามีความถูกต้อง เที่ยงตรงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ไม่พบการกักตุนหรือการปฏิเสธการจำหน่าย

พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อน และเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่

น.ส.ลดาวรรณ จันทรัตน์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดประจวบฯอย่างต่อเนื่องในช่วงสองวันที่ผ่านมา พบว่าน้ำมันบางชนิดเริ่มจำหน่ายหมดในบางสถานี โดยส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 95 เมื่อประชาชนได้รับทราบข่าวว่าจะมีการปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาด จึงทยอยเดินทางมาใช้บริการเติมน้ำมันจำนวนมาก ส่งผลให้บางสถานีมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการในระยะสั้น ทางคลังน้ำมันได้แจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินการจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติมไปยังสถานีบริการต่างๆ

แต่เนื่องจากสถานีบางแห่งไม่มีรถขนส่งน้ำมันเป็นของตนเอง จึงต้องรอการจัดสรรจากคลัง ทำให้การเติมน้ำมันอาจล่าช้าไป ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน แต่สำนักงานพลังงานจังหวัดยังคงเฝ้าระวังและตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการกักตุนและการปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมัน ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิดในพื้นที่

“ปัจจุบันยังคงมีน้ำมัน E20 และน้ำมันเบนซินจำหน่ายตามปกติ ส่วนดีเซลหมดชั่วคราว เนื่องจากปกติรถบรรทุกน้ำมันจะมาเติมให้สถานีครั้งหนึ่ง สามารถจำหน่ายได้ประมาณ 5 วัน แต่จากสถานการณ์ที่ประชาชนแห่มาเติมน้ำมันมากกว่าปกติ ทำให้น้ำมันหมดเร็วกว่ากำหนด และทางพนักงานยืนยันว่า สถานีบริการน้ำมันไม่ได้มีการกักตุนน้ำมันแต่อย่างใด และกำลังรอรถขนส่งน้ำมันจากคลังเพื่อเติมให้บริการตามปกติ ผู้ใช้รถยนต์ที่เติมน้ำมัน E20 รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และยังสามารถมาใช้บริการเติมน้ำมันได้ตามปกติ” น.ส.ลดาวรรณ กล่าวตอนท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รถทัวร์แสวงบุญ พานักท่องเที่ยวตระเวนไหว้พระ 9 วัดที่ประจวบฯ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าบาดเจ็บระนาว

รถทัวร์แสวงบุญ พานักท่องเที่ยวตระเวนไหว้พระ 9 วัดที่ประจวบฯ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าบาดเจ็บระนาว

เมื่อเวลา 07.30 น. ของวันที่ 17 มีนาคม 2569 ร.ต.ท.ศิขเรศ โนรา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุรถทัวร์ชนเสาไฟฟ้า บริเวณถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ หลัก กม.ที่ 207 ก่อนถึงร้านสะดวกซื้อสาขาคอนโดเชน ต.ห้วยทรายใต้ อ.ชะอำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ กู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน กู้ภัยตำรวจทางหลวงเพชรบุรี รถกู้ชีพโรงพยาบาลชะอำ กู้ภัยมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถทัวร์ VIP 2 ชั้น ของบริษัทเวคินเทรแวล สีขาว ทะเบียน 33 – 3836 กรุงเทพฯ ชนกับเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ข้างทางจนหักลงมาทับตัวรถที่ตกลงร่องน้ำริมถนน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ภายในรถพบผู้โดยสารจำนวนมากส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือระงม เจ้าหน้าที่ทำการตัดกระแสไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อป้องกันอันตราย ก่อนรีบนำคนเจ็บ รวม 19 คน แต่ละคนศีรษะแตก แขนขาหัก ส่งโรงพยาบาลชะอำ และโรงพยาบาลหัวหิน ให้แพทย์รักษาอย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามนายอนุชิต คนขับรถทัวร์ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าอกจากแรงอัดกระแทกเข้ากับพวงมาลัย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับผู้โดยสารทั้งหมดรวม 52 คน เดินทางออกจากกรุงเทพฯ พาตระเวนทำบุญไหว้พระ 9 วัด ปลายทางที่จังหวัดประจวบฯ ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถออกมาจากเลนซ้าย ตัดหน้าข้ามมาเลนขวาอย่างกระชั้นชิด ทำให้ตนต้องหักหลบ ก่อนรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าจนมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว ส่วนผู้โดยสารที่ตกค้าง เจ้าหน้าที่ได้ประสานรถบัสของบริษัทมารับเพื่อเดินทางต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ติดตั้งกล้อง CCTV และเสาสมาร์ทโพลตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

เทศบาลนครหัวหิน ติดตั้งกล้อง CCTV และเสาสมาร์ทโพลตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

วันที่ 16 มีนาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล นายจิราธิพัฒน์ เหลืองนฤทัย หัวหน้างานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ และสมาชิกสภาเทศบาล ลงพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน เพื่อทดสอบเสาสมาร์ทโพล โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมชม ทั้งนี้ เทศบาลนครหัวหิน ได้ดำเนินโครงการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) จำนวนไม่น้อยกว่า 30 ตัว พร้อมระบบหัวหินสมาร์ทซิตี้ ระยะที่ 1 พร้อมอุปกรณ์ในเขตเทศบาลนครหัวหิน โดยโครงการนี้จะเป็นการยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตประชาชนสู่เมืองอัจฉริยะ มีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย แบบปรับมุมมอง (Smart Pole) สำหรับใช้ในงานรักษาความปลอดภัยทั่วไป 3 ชุด จุดที่ 1 บริเวณตลาดโต้รุ่งหัวหิน จุดที่ 2 บริเวณทางลงชายหาดหัวหิน และจุดที่ 3 บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน และกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย แบบมุมมองคงที่ ติดตั้งภายนอกอาคาร สำหรับใช้ในงานรักษาความปลอดภัยวิเคราะห์ภาพ 28 ชุด กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย แบบมุมมองคงที่ สำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร สำหรับใช้ในงานตรวจจับและวิเคราะห์ป้ายทะเบียนรถยนต์ (ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.) จำนวน 2 ชุด โดยได้มีการส่งมอบงานแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่าวันนี้ลงพื้นที่เพื่อทดสอบเสาสมาร์ทโพล (Smart Pole) ร่วมกับสื่อมวลชน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ศึกษาวิธีการใช้ และทดสอบการใช้งานของเสาสมาร์ทโพล ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมขับเคลื่อนหัวหินสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างเป็นรูปธรรม เป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอัจฉริยะ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว และนำไปสู่การพัฒนาเมืองหัวหินให้มีความปลอดภัย น่าอยู่และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

“เสาสมาร์ทโพล (Smart Pole) เป็นโครงสร้างอเนกประสงค์ที่ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ในจุดเดียว มีระบบไฟส่องสว่าง LED ประหยัดพลังงาน ให้แสงสว่างเพียงพอในเวลากลางคืน มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอันตราย มีปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน (SOS) ที่เสาสำหรับขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ประสานงานดูแลความปลอดภัย เทศบาลนครหัวหิน โดยจะมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องพร้อมทั้งประสานเหตุร่วมกับ Smart Safety Zone สภ.หัวหิน ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบสื่อสารและรองรับการติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ในอนาคต” นายนพพร กล่าว.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

หัวหินวิทยาลัย คว้าแชมป์ฟุตบอลซาเลเซียนคัพ 3 ปีซ้อน

หัวหินวิทยาลัย คว้าแชมป์ฟุตบอลซาเลเซียนคัพ 3 ปีซ้อน

วันที่ 14 มีนาคม 2569 บาทหลวงบุญเลิศ ปณีตัธยาศัย เจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว เป็นประธานเปิดการแข่งขันฟุตบอลซาเลเซียนคัพ ครั้งที่ 3 ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (สนามกีฬาไทย – ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยมีนายสมัคร จิระธนานันท์ นายกสมาคมศิษย์เก่าดอนบอสโก กรุงเทพฯ กล่าวรายงานกิจกรรมพบปะกระชับสัมพันธ์ของศิษย์เก่าในเครือซาเลเซียนผ่านการแข่งขันฟุตบอลของศิษย์เก่า โดยปีนี้วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ มีศิษย์เก่า 5 สถาบันในเครือซาเลเซียน เข้าร่วมทำการแข่งขัน ดังนี้ โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย, วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก กรุงเทพฯ, วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก บ้านโป่ง, โรงเรียนเซนต์ดอมินิค กรุงเทพฯ และโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย

การแข่งขันเต็มไปด้วยความสนุก ตื่นเต้นและมิตรภาพ โดยในปีนี้ศิษย์เก่าโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จ.ประจวบคีรีขันธ์ คว้าแชมป์ได้อีกครั้ง หลังจากที่คว้าแชมป์มาแล้ว 2 สมัย หลังพิธีมอบถ้วยรางวัลและของที่ระลึกแล้ว มีการส่งต่อธงเครือซาเลเซียนให้กับวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโกบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันครั้งต่อไป.