Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมกันดับไฟบ่อขยะหัวหินจนสนิท แต่ยังเฝ้าระวังต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมกันดับไฟบ่อขยะหัวหินจนสนิท แต่ยังเฝ้าระวังต่อเนื่อง

วันที่ 11 พฤษภาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ลงพื้นที่ติดตามการดับไฟบ่อขยะเก่าเนื้อที่ 170 ไร่ อย่างต่อเนื่อง ที่หมู่ 1 บ้านหนองพรานพุก ต.ทับใต้ อ.หัวหิน โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ เกิดเหตุเพลิงไหม้ซากขยะกองมหึมาสูง 5 เมตร ในพื้นที่โซน A และ B ที่หมักหมมมานานกว่า 10 ปี จากสภาพอากาศร้อนจัด จนเกิดเป็นเปลวไฟ กินเป็นเนื้อที่วงกว้างกว่า 20 ไร่ ส่งผลทำให้กลุ่มควันจำนวนมากลอยขึ้นด้านบนและกระจายไปตามทิศทางลม รบกวนประชาชนรอบข้างได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและชี้แจงสถานการณ์ พบว่าขณะนี้ไฟได้ดับสนิทและไม่มีกลุ่มควันแต่อย่างใด ท่ามกลางประชาชนและชาวบ้านในชุมชนที่ตามข่าวด้วยความดีใจ

นายสมคิด จันทมฤก กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยงานให้นำรถแบคโฮประมาณ 6 ตัว เปิดทางเพื่อเข้าคุ้ยกองขยะจุดที่ยังมีกลุ่มควัน พร้อมใช้รถน้ำ 15 คัน เจ้าหน้าที่ 70 นาย ฉีดน้ำดับไฟอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตก อากาศชื้น จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เร็ว โดยไม่มีใครได้รับอันตราย ต้องขอขอบคุณ 15 หน่วยงานภาครัฐ อปท. เจ้าหน้าที่ต่างๆ ที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจดับไฟไหม้บ่อขยะ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ จนสำเร็จ รวมทั้ง รพ.สต.ทับใต้ สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลหัวหิน ที่ลงพื้นที่ดูแลให้คำแนะนำด้านสุขภาพให้กับชาวบ้านที่อยู่รอบข้างบ่อขยะ โดยยังคงให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามถานการณ์อีก 1 – 2 วัน จนแน่ใจว่าจะไม่ปะทุขึ้นมาอีก

ทั้งนี้บ่อขยะดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ของ อบต.ทับใต้ เดิมเป็นที่ทิ้งขยะของเทศบาลเมืองหัวหิน ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2537 เกือบ 20 ปี จนกลายเป็นภูเขาขยะ ต่อมาในเดือนมีนาคม 2559 ได้มีกลุ่มชาวบ้านประท้วงและปิดบ่อขยะ ไม่ให้เทศบาลเมืองหัวหินนำขยะเข้าไปทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว โดยอ้างว่าเกิดปัญหาขยะส่งกลิ่นเหม็นและมีน้ำเสียไหลลงลำธารสาธารณะและพื้นที่การเกษตร ซึ่งสภา อบต.ทับใต้ ได้มีมติไม่อนุญาตให้เทศบาลเมืองหัวหินนำขยะเข้าไปทิ้งอีกต่อไป ซึ่งเทศบาลเมืองหัวหินได้แก้ไขปัญหาโดยยกเลิกการนำขยะเข้าไปทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว และนำขยะไปบำบัดบ่อขยะรวม ภายในศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี ห่างจากจุดเดิมประมาณ 40 กิโลเมตร และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ต่อมาสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตั้งงบประมาณ 33 ล้านบาท เพื่อให้เทศบาลเมืองหัวหิน นำไปแก้ไขปัญหาจัดการขยะภายในบ่อขยะ โดยจะปรับปรุงสถานที่เทกองขยะมูลฝอยตกค้างสะสม ให้เป็นสถานที่เทกองขยะแบบควบคุม จากพื้นที่โซนเอ ไปพื้นที่โซนดี จะมีการฝังกลบขยะจากหลักการทางวิชาการทุกประการ แต่ตัวแทนจาก อบต.ทับใต้ ชี้แจงว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุด เนื่องจากยังมีขยะตกค้างอยู่ในพื้นที่ และเห็นว่าควรจะนำงบประมาณส่วนนี้มาแก้ปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียจะเหมาะสมกว่า จนในที่สุดไม่สามารถตกลงดำเนินการได้ งบประมาณ 33 ล้านบาท จึงตกไป กลายเป็นบ่อขยะร้างจนถึงปัจจุบัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รวบหนุ่มถือปืนเข้าไปล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

รวบหนุ่มถือปืน เข้าไปล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

วันที่ 11 พฤษภาคม 2567 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยาน ชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามที่ 2 ขณะออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางป่าไม้อย่างเคร่งครัด ตามสั่งการของนายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ต่อมาได้ร่วมกันจับกุมนายอาคม (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาวกุยบุรี พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองยาว ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 2 นัด, อาวุธปืนยาวแบบไทยประดิษฐ์ติดกล้องเล็ง ขนาด .22 ไม่มีหมายเลขทะเบียน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาดเดียวกัน จำนวน 3 นัด รถกระบะยี่ห้ออีซูซุตอนเดียว สีเขียวเข้ม ทะเบียน บม 1431 ประจวบฯ 1 คัน ได้ที่บริเวณป่าหุบไผ่ เขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 7 บ้านวังไทร ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ นำตัวมาสอบสวน

โดยพฤติการณ์ขณะจับกุม เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พบชายไม่ทราบชื่อ 1 คน กำลังเดินใช้ไฟฉายคาดหัว สาดไฟไปมาตามแนวป่า จึงทำการดักซุ่มรอบริเวณรถกระบะ ซึ่งคาดว่าเป็นของชายดังกล่าว จนกระทั่งชายคนดังกล่าวทราบชื่อภายหลังว่านายอาคม เดินกลับมาที่รถกระบะ พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นและพบปืนยาวแบบไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 ห่อด้วยผ้าขาวม้า ซุกซ่อนข้างเบาะคนขับอีก 1 กระบอก จึงทำการจับกุม ก่อนรับสารภาพว่าถือปืนตั้งใจเข้าไปล่าสัตว์ในเขตอุทยานฯ แต่ถูกจับกุมเสียก่อน จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมปืนของกลาง ตั้งข้อหามีความผิดฐานนำเครื่องมือ สำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปหาผลประโยชน์ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พุทธศักราช 2562 มาตรา 19 (7) ประกอบมาตรา 45 และความผิด “ห้ามมิให้ผู้ใด ทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับในอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่” ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจประจวบฯ ซ้อมจับคนบ้า หลังพบผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้น

ตำรวจประจวบฯ ซ้อมจับคนบ้า หลังพบผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้น

วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดฝ่ายสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปราม สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ฝึกซ้อมการใช้อุปกรณ์และยุทธวิธีการเข้าจับกุมผู้ป่วยจิตเวชอย่างถูกวิธี ทั้งแบบที่มีอาวุธและไม่มีอาวุธ เพื่อให้เกิดความชำนาญในการปฏิบัติหน้าที่ และเกิดความคล่องแคล่วในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ขณะปฏิบัติงาน ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ด้านหลังที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ป่วยจิตเวชที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้นเกือบทุกวัน สภ.เมืองประจวบฯ จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดความชำนาญ โดยการใช้โล่และไม้ง่ามในการเข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ป่วยจิตเวช รวมถึงญาติและประชาชนคนอื่น โดยในพื้นที่เขตรับผิดชอบของ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มีเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไประงับผู้ป่วยจิตเวช วันเว้นวัน หรือ 3 วันครั้ง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากยาเสพติดที่มีผู้เสพมาอย่างต่อเนื่อง จนทำลายระบบประสาทและสมองเสียหาย ส่วนกรณีที่รัฐบาลแก้กฎหมายจากยาบ้า 5 เม็ด เป็น 10 เม็ด ให้ถือว่าเป็นผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ ไม่สามารถออกความคิดเห็น หรือวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล หากมีเหตุขอให้ประชาชนแจ้งมาที่ 191 แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไประงับเหตุและนำตัวผู้ป่วยจิตเวชส่งโรงพยาบาล.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ขับเคลื่อนงานหมู่บ้านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ป่าหมาก

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ขับเคลื่อนงานหมู่บ้านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ป่าหมาก

วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ น.ส.เกวลิน โมรา ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน น.ส.มาลี มีอารีย์ พัฒนาการอำเภอสามร้อยยอด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานหมู่บ้านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่หมู่บ้านป่าหมาก หมู่ 8 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคี ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบลศาลาลัย อบต.ศาลาลัย ประมงอำเภอสามร้อยยอด หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก เข้าร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรมในวันนี้ ได้แก่การสร้างความเข้าใจกิจกรรมให้แก่ครัวเรือน กระตุ้นให้ชุมชนเกิดการตื่นตัวที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยการน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มากำหนดเป็นภารกิจของหมู่บ้าน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อีกทั้งมีการจัดตั้งคณะกรรมการ การรับสมัครครัวเรือนสมาชิก การตั้งกฎชุมชน และให้ความรู้เรื่องยาเสพติด พร้อมกับมีการรวบรวมเงินเพื่อสมทบทุนศรัทธาจากครัวสมาชิกและเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินตำบลศาลาลัย เป็นเงิน 3,400 บาท เพื่อนำไปจัดตั้งกองทุนแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป

กระทรวงมหาดไทย กำหนดดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ โดยการประสานการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ หมู่บ้าน ชุมชนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ โดยนำแนวทาง วิธีการขั้นตอนของกองทุนแม่ของแผ่นดิน ไปดำเนินการในหมู่บ้านเป้าหมาย ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีหมู่บ้านที่ยังไม่ได้เป็นกองทุนแม่ของแผ่นดินที่ต้องดำเนินการ 129 หมู่บ้าน และใช้กลไกทีมวิทยากรกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินในพื้นที่ทุกระดับร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนและขยายผลกิจกรรมดังกล่าวให้สำเร็จเป็นรูปธรรมและเพื่อเตรียมความพร้อมการเป็นหมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดินในปีต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“วิว เยาวภา” จับมือสมาคมกีฬามวยสากลสมัครเล่นเยอรมัน รับนักมวยสากลจาก 15 ชาติ

“วิว เยาวภา” จับมือสมาคมกีฬามวยสากลสมัครเล่นเยอรมัน รับนักมวยสากลจาก 15 ชาติ

วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 เดอะเลเจ้นด์อารีน่า และบลูพอร์ตหัวหิน ต้อนรับนักมวยสากลชุดคัดตัวโอลิมปิก จาก 15 ชาติ ทยอยเดินทางมาร่วมแคมป์ Olympic Pre-Camp Cha-Am & Hua Hin 2024 ระหว่างวันที่ 8 – 21 พฤษภาคม มาเก็บตัวที่หัวหิน โดยประเทศที่มาถึงก่อน อาทิ ประเทศเยอรมัน ซาอุดิอาระเบีย มองโกเลีย ไอซ์แลนด์ นิวซีแลนด์ มาฝึกซ้อมที่เดอะเลเจ้นท์อารีน่า ศูนย์ฝึกซ้อมกีฬาในร่มพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร โดยมีวิว เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเหรียญทองแดงโอลิมปิก ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกสมาคมนักกีฬาโอลิมปิก และ ผู้อำนวยการศูนย์กีฬาเดอะเลเจ้นด์อารีน่า ให้การต้อนรับคณะ นำโดย มร.มาร์ติน โวล์ก ผู้แทนจากสมาคมกีฬามวยสากลสมัครเล่นเยอรมัน และคุณอุทัยวรรณ ภัททวาทิน ผู้จัดการแคมป์มวยสากลนานาชาติประจำประเทศไทย พร้อมด้วยทีมโค้ชและนักกีฬาที่เดินทางมาฝึกซ้อม เพื่อเตรียมเข้าแข่งขันคัดเลือกไปโอลิมปิก 2024 (2nd World Qualifying Tournament Boxing Road To Paris – Bangkok 2024 ในวันที่ 24 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2567 ณ สนามอินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก กรุงเทพฯ

“วิว เยาวภา” กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน Olympic Pre-Camp Cha-Am & Hua Hin 2024 เป็นการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง คณะนักกีฬามวยสากล 15 ชาติ ที่มาเก็บตัวฝึกซ้อมที่หัวหินและชะอำในครั้งนี้ ทางเดอะเลเจ้นท์อารีน่า สนับสนุนสถานที่และอุปกรณ์การฝึกซ้อม เวทีมวย เพื่อการจัดแคมป์ในครั้งนี้ ซึ่งเตรียมการมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน ที่สำคัญ กิจกรรมครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่มากขึ้น มีนักกีฬามา 15 ประเทศ ร้อยกว่าคน เมื่อนักกีฬามาฝึกซ้อม มาอยู่ที่หัวหิน หลายคนเป็นเพื่อนกันในสื่อโซเชียล ได้เห็นนักกีฬาลงภาพต่างๆ ในสื่อโซเชียลของเขา ดูเขามีความสุขมากที่มาเก็บตัวที่ประเทศไทย เห็นธรรมชาติ ทะเล และอาหารของไทย ทำให้มั่นใจว่าคนทั่วโลกจะได้เห็นและรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น และเราได้เห็นความสามารถของนักกีฬาหลากหลายชาติ ทุกชาติมีการเตรียมตัวมาอย่างดีมาก เพื่อคัดตัวไปโอลิมปิกที่กรุงปารีส ซึ่งมีนักกีฬาหลายคนที่ได้ตั๋วไปโอลิมปิกแล้ว ยังเข้ามาร่วมฝึกซ้อมในแคมป์นี้อีกด้วย ทำให้คิดถึงสมัยที่เก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อไปโอลิมปิก ทุกคนมีความฝันที่จะต้องไปแข่งขันในโอลิมปิกและคว้าเหรียญมาให้ได้ รู้สึกยินดีและตื่นเต้นมาก

โดยบรรยากาศการฝึกซ้อมของนักกีฬา เป็นไปด้วยความเข้มข้น หลังจากการฝึกซ้อม “วิว เยาวภา” ได้ชวนทีมผู้ฝึกสอน และ ผู้ดูแลทีมจากประเทศเยอรมัน มาเรียนมวยไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมมวยไทย เป็นซอฟท์พาวเวอร์ของประเทศให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก ซึ่งทุกคนสนใจเป็นอย่างมาก ร่วมชมและฝึกซ้อมอย่างสนุกสนาน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี รวบเมียนมา 12 คนหลบหนีเข้าเมืองหางานทำ

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี รวบเมียนมา 12 คนหลบหนีเข้าเมืองหางานทำ

ตามที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ มอบนโยบายให้อุทยานแห่งชาติทุกอุทยาน เฝ้าระวังไฟป่าอย่างเข้มข้น ควบคู่ไปกับการลาดตระเวนคุ้มครองพื้นที่ป่าและสัตว์ป่า ต่อมานายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติในสังกัดปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยาน หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.3 (ด่านสิงขร) ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ตชด.ที่ 146 และ สภ.เมืองประจวบฯ ร่วมกันจับกุมชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง เป็นชาย 10 คน หญิง 2 คน รวม 12 คน ได้ที่บริเวณช่องทางธรรมชาติ ช่องหัวเขา (ต้นตีนเป็ด) พิกัด NP730052 บ้านหนองขาม หมู่ 3 ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบฯ ตรวจสัมภาระแต่ละคนไม่พบสิ่งกฎหมาย ก่อนนำตัวทั้งหมดมาตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ไม่พบอุณหภูมิร่างกายสูงเกินปกติ จึงซักถามและจัดทำประวัติผู้ต้องหาไว้

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่าไม่ได้หลบหนีการเกณฑ์ทหาร แต่เดินทางมาจากเมืองมะริด, มูด่อง, ทวาย ประเทศเมียนมา ลักลอบเดินเท้าเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อจะไปทำงานที่จังหวัดสมุทรสาคร และสุราษฎร์ธานี โดยเสียค่านายหน้าคนละ 19,000 บาท แต่ยังไม่ทันได้จ่ายเงินถูกจับกุมเสียก่อน จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง สภ.เมืองประจวบฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ไล่ล่าคนเติมน้ำมันเบี้ยวไม่จ่าย หนีข้ามจังหวัดจนมุมประจวบฯ

ไล่ล่าคนเติมน้ำมันเบี้ยวไม่จ่าย หนีข้ามจังหวัดจนมุมประจวบฯ

วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ศูนย์รับแจ้งเหตุ191จังหวัดเพชรบุรี รับแจ้งจาก น.ส.กันตนา (สงวนนามสกุล) แคชเชียร์ปั๊มแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ว่ามีชายกลางคน ขับรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีเทา ทะเบียน กธ 3087 สระแก้ว เข้ามาเติมน้ำมันภายในปั๊มเป็นเงิน 500 บาท พอเติมเสร็จ ทำทีขอแสกนจ่าย จังหวะเด็กปั๊มเผลอ ขับรถหลบหนีอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้ามาทางจังหวัดเพชรบุรี หลังรับแจ้งได้ประสานตำรวจทางหลวง ตำรวจ สภ.เขาย้อย สภ.ท่ายาง สภ.ชะอำ นำรถสายตรวจออกสกัดจับ ก่อนคนขับรถเก๋งจะชนรถยนต์ที่จอดข้างทางได้รับความเสียหาย หลบหนีด้วยความเร็วสูง ผ่าน อ.หัวหิน มุ่งหน้าไปทาง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ โดยมีรถเก๋งของ น.ส.กันตนา แคชเชียร์ปั๊มที่ขับติดตามมาและคนร้ายทำท่าพุ่งชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใช้ปืนยิงยางรถจนแตก ก่อนรถสิ้นฤทธิ์บริเวณสี่แยกไฟแดงปราณบุรี ควบคุมตัวคนขับลงมาจากรถ ทราบชื่อนายปรีชา (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ตรวจค้นภายในรถ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย รวมระยะทางนายปรีชาขับหลบหนีจากจังหวัดสมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบฯ กว่า 160 กิโลเมตร จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ แก้ปัญหาให้เกษตรกรปราณบุรี

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ แก้ปัญหาให้เกษตรกรปราณบุรี

วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่อาคารสโมสรศูนย์การกำลังสำรอง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ โดยมีว่าที่พันตรีอภิญญา ศักดินันท์ นายอำเภอปราณบุรี พลตรีนิรินธน์ ปุณโณทก ผู้บัญชาการศูนย์การกำลังสำรอง นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำนันผู้ ใหญ่บ้าน เกษตรกร ประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียงมาขอรับบริการจำนวนมาก ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ ด้าน เป็นการนำบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ และองค์ความรู้ด้านการเกษตร มาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่ ช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกร

ภายในงานมีการให้บริการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเครือข่ายทางการเกษตร หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากมาย อาทิ การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำ และการให้วัคซีนป้องกันโรค รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้ด้านการเกษตร นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการ การสาธิต การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การฝึกอาชีพ และการตรวจวิเคราะห์ด้านต่างๆ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตทางการเกษตร พืชสวน พืชไร่ การใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยให้กับเกษตรกร เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันด้านการตลาด ให้คำแนะนำความรู้ด้านการปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมกับการผลิตพืช การวางระบบน้ำ ตลอดจนความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคในครัวเรือน พร้อมทั้งรับฟังสภาพปัญหาจากพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อดำเนินการประสานความร่วมมือในการแก้ไขเบื้องต้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ลงควบคุมไฟไหม้บ่อขยะหัวหินอย่างต่อเนื่อง คาดอีก 2 วันดับ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ลงควบคุมไฟไหม้บ่อขยะหัวหินอย่างต่อเนื่อง คาดอีก 2 วันดับ

วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ่อขยะเก่าเนื้อที่ 170 ไร่ หมู่ 1 บ้านหนองพรานพุก ต.ทับใต้ อ.หัวหิน ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ เกิดเหตุเพลิงไหม้ซากขยะกองมหึมา สูงท่วมหัวที่หมักหมมมานานกว่า 10 ปี จากสภาพอากาศร้อนจัด กินพื้นที่เป็นวงกว้างกว่า 20 ไร่ ส่งผลให้กลุ่มควันจำนวนมากลอยขึ้นด้านบน และกระจายไปตามทิศทางลม รบกวนประชาชนรอบข้างจนได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้ลงพื้นที่บ่อขยะ พร้อมวางแนวทางให้เจ้าหน้าที่เร่งดับไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ โดยใช้รถแบคโฮราว 6 ตัว เปิดเส้นทางเพิ่มเข้าคุ้ยซากขยะ จุดที่ยังมีกลุ่มควันพร้อมใช้รถน้ำ 15 คัน เจ้าหน้าที่ 70 นาย ระดมฉีดน้ำดับไฟอย่างต่อเนื่อง

ในวันนี้ นายสมคิดได้ตรวจดูกองขยะ พบว่ามีควันน้อยลงกว่าวันก่อนมาก พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานด้วยความอดทน ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้ตรวจเยี่ยมประชาชนรอบข้างที่ได้รับผลกระทบ โดยแจกน้ำดื่ม หน้ากากกันฝุ่น และเวชภัณฑ์ หากมีอาการทางระบบหายใจให้กับกลุ่มเปราะบางด้วย

นายธนวัฒน์ เรืองเดช กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มควันลดลงมาก ประกอบกับได้ระดมทรัพยากรเข้าพื้นที่ ตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉินโดยได้อำนวยการและสั่งการเพิ่มเติมจากที่ปฏิบัติอยู่ คือจัดรถแม็คโครและรถน้ำเพิ่มเติม ขณะนี้จังหวัดประกาศให้ตำบลทับใต้ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือปฏิบัติการร่วม และจากการพยากรณ์อากาศ คาดว่าจะมีฝนตกในวันที่ 10 – 11 พฤษภาคม 2567 ทำให้แนวโน้มสถานการณ์คาดว่าจะดับไฟได้ภายในสองวันนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ยก “ผ้าทอยกดอกลายขิดเต่า” หัวหิน สุดยอดผ้าที่ดีที่สุดของจังหวัด เตรียมนำทูลเกล้าถวาย

ประจวบฯ ยก “ผ้าทอยกดอกลายขิดเต่า” หัวหิน สุดยอดผ้าที่ดีที่สุดของจังหวัด เตรียมนำทูลเกล้าถวาย

วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานกรรมการการประกวดสุดยอดผ้าจังหวัดฯ ประจำปี 2567 ที่ห้องประชุมช่องกระจก ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีนางวนิดา เจริญพัฒนสมบัติ รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัด คณะกรรมการและผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มสตรีทอผ้าจังหวัด เข้าร่วมการประชุม

ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดทุกจังหวัด จัดการประกวดสุดยอดผ้าจังหวัด ประจำปี 2567 เพื่อสืบสาน อนุรักษ์ ปลุกกระแสเทรนด์ผ้าไทยให้ทันสมัย พร้อมดึงรายได้เข้าสู่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยแต่ละประเภทให้เป็นที่รู้จัก เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยแต่ละประเภทให้เป็นที่รู้จัก ผ่านการประกวดสุดยอดผ้าจังหวัด ส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไทย ผ่านการเชิดชูเกียรติแก่ผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทย โดยผู้ส่งผ้าเข้าประกวดจะต้องเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP หรือช่างทอผ้าทั่วไป ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมประกวดผ้า โดยผ้าที่ได้รับการคัดเลือกเป็นสุดยอดผ้าจังหวัด ประจำปี 2567 ได้แก่ “ผ้าทอยกดอกลายขิดเต่า” จากกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ

ผ้าทอยกดอกลายขิดเต่า เป็นผ้าที่เกิดจากการนำต้นแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ของสมเด็จพระพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผสมผสานกับลายเต่า โดยมีเอกลักษณ์ของลายยกดอก เป็นลายหลังเต่า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนเขาเต่าและเป็นอัตลักษณ์ของอำเภอหัวหิน เพราะด้วยชื่อของชุมชนคือชุมชนเขาเต่า ซึ่งเป็นชุมชนที่ติดทะเลและมีอาชีพประมงเป็นหลัก ดั้งเดิมชุมชนนี้จะมีเต่ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก จึงใช้ลักษณะของกระดองลายเต่านี้ เป็นเอกลักษณ์ของผ้ายกดอกลายเต่า การทอด้วยกี่กระตุกแบบคันยก 4 ตะกรอ 6 ขาเหยียบ และผสมผสานเทคนิคการทอผ้าและความชำนาญของช่างทอผ้า กับการใช้เส้นฝ้ายที่เป็นฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ และหลักการผสมสีที่มีเส้นฝ้ายด้านยืน และเส้นฝ้ายด้านพุ่ง คนละสีกัน จึงทำให้เกิดความสวยงามของผ้า ทั้งนี้ ผ้าที่ชนะการประกวดทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ จะดำเนินการจัดส่งไฟล์ข้อมูลเรื่องราวความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ผ้าที่ชนะการประกวด ให้กรมการพัฒนาชุมชน เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับทูลเกล้าฯ ถวายฯ ต่อไป.