Categories
ข่าว ทั้งหมด

ต้อนรับ “น้องหยู – น้องไนซ์” ฮีโร่ชาวประจวบฯ สร้างชื่อเสียงในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

ต้อนรับ “น้องหยู – น้องไนซ์” ฮีโร่ชาวประจวบฯ สร้างชื่อเสียงในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด น.ส.สุวลี บัวแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดประจวบฯ นางพัชราภรณ์ ชุมสุข ประชาสัมพันธ์จังหวัด หน่วยงานต่างๆ และประชาชนชาวประจวบฯ ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับฮีโร่นักกีฬาชาวจังหวัดประจวบฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยจากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 (Asian Games 2026) ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ที่บริเวณศาลหลักเมือง อ.เมืองประจวบฯ

โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบพวงมาลัยและช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับนายบัลลังก์ ทับทิมแดง (น้องหยู) เจ้าของเหรียญทองกีฬาเทควันโด รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 68 กิโลกรัม พร้อมมอบเงินจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนากีฬาจังหวัดประจวบฯ จำนวน 30,000 บาท และ น.ส.นรินันท์ กิตติพลภูวรักษ์ (น้องไนซ์) เจ้าของเหรียญทองแดงกีฬาโปโลน้ำ ประเภททีมหญิง พร้อมมอบเงิน 10,000 บาท นอกจากนี้ อบจ.ประจวบฯ ยังได้มอบเงินรางวัลเพิ่มเติมให้น้องหยู 20,000 บาท และน้องไนซ์ 10,000 บาท รวมเงินรางวัลจากทั้งสองหน่วยงาน จำนวน 70,000 บาท เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้แก่นักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดและประเทศไทย พร้อมกันนี้ทางจังหวัดได้จัดขบวนแห่รอบเมืองประจวบฯ เพื่อเป็นกำลังใจและเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแสดงความชื่นชมและร่วมยินดีกับนักกีฬาของจังหวัดที่สร้างคุณูปการและชื่อเสียงให้แก่ประเทศในการแข่งขันระดับนานาชาติ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปภ.เขต 4 เร่งขุดลอกฝายตำบลปากแพรก คืบหน้า 80% แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง เพิ่มแหล่งน้ำรับหน้าแล้ง

ปภ.เขต 4 เร่งขุดลอกฝายตำบลปากแพรก คืบหน้า 80% แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง เพิ่มแหล่งน้ำรับหน้าแล้ง

วันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายสถาพร สมจิต นายก อบต.ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ พร้อมทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อบต. นายขวัญชัย นาคใหญ่, นางศรีสมร นาคใหญ่ และตัวแทนฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการขุดลอกวัชพืชและเนินดินภายในฝายกั้นน้ำ จำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ปากแพรก หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 4 จังหวัดประจวบฯ นำเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหา

นายสถาพร เปิดเผยว่า การดำเนินงานครั้งนี้เกิดจากการประสานงานของนายพงศ์พันธ์ เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 3 จังหวัดประจวบฯ ซึ่งประสาน ปภ.เขต 4 ให้นำเครื่องจักรกลเข้าขุดลอกฝายกั้นน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและแก้ไขปัญหาด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่

การขุดลอกครั้งนี้มุ่งกำจัดวัชพืชและเนินดินที่สะสมอยู่ภายในฝาย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการกักเก็บและการระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในชีวิตประจำวันช่วงฤดูแล้ง ควบคู่กับการเปิดทางน้ำให้สามารถระบายได้สะดวกในช่วงฤดูน้ำหลาก ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่

นายสถาพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้การดำเนินงานทั้ง 4 ฝาย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย คืบหน้าแล้วกว่า 80% เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยให้ประชาชนในตำบลปากแพรก รวมถึงพื้นที่ตำบลบางสะพาน ซึ่งมีแนวเขตติดต่อกัน สามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ การพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชน ถือเป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการน้ำในระดับท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือทั้งฤดูแล้งและฤดูฝน ตลอดจนสนับสนุนการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนในระยะยาว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ แก้ภัยแล้งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

ประจวบฯ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ แก้ภัยแล้งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

วันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 2/2569 ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำ การเกษตรและส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาด้านอื่นๆ พร้อมพิจารณาเป้าหมายและแนวทางขับเคลื่อนโครงการในช่วงปี พ.ศ.2571 – 2575 ภายใต้วัตถุประสงค์ “น้อมนำแนวพระราชดำริ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนประจวบคีรีขันธ์อย่างยั่งยืน”

สำหรับทิศทางการดำเนินงาน กำหนดประเด็นขับเคลื่อนสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
1. บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ส่งเสริมการพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากภัยแล้งและอุทกภัย
2. อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและประชาชนในการดูแลรักษาทรัพยากรในพื้นที่
3. เสริมสร้างความมั่นคงด้านเกษตรกรรม สนับสนุนการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ ที่ประชุมกำหนดตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ การลดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและอุทกภัย การเพิ่มเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการส่งเสริมให้ครัวเรือนเป้าหมายมีรายได้ผ่านเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว มุ่งน้อมนำแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นคง ด้านน้ำ อาชีพและสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินน้ำทะเลเบียด ชาวบ้านแห่จับปลากันอย่างคึกคัก

หัวหินน้ำทะเลเบียด ชาวบ้านแห่จับปลากันอย่างคึกคัก

วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณชายหาดหัวหิน จ.ประจวบฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากต่างใช้อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ เช่น อวน แห สวิง ลงจับสัตว์ทะเลจำนวนมากที่ลอยแพขึ้นหายใจเต็มทะเลหัวหินกันอย่างต่อเนื่องท่ามกลางอากาศแจ่มใส จากปรากฏการณ์“น้ำเบียด – น้ำกัน” ตั้งแต่บริเวณสวนหลวงราชินี 19 ไร่ ตลอดแนวไปทางหมู่หมู่บ้านเขาตะเกียบ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีชาวประมงต่างนำเรือประมงขนาดเล็กแล่นออกไปในทะเลบริเวณชายฝั่ง นำอวนตาข่ายลงไปลากปลาเข้าฝั่ง ได้ตั้งแต่ 50 – 100 กิโลกรัม โดยชาวบ้านแต่ละรายสามารถจับปู กุ้ง และปลา มีทั้งปลาเก๋า ปลาลิ้นหมา ปลาทราย ปลาดุกทะเล ฉลามหิน นำกลับไปประกอบอาหารที่บ้าน ส่วนปลาที่มีขนาดใหญ่หน่อยก็นำไปขาย โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างถ่ายภาพแชร์ในโซเชียลด้วยความสนใจ และหากในช่วงเย็นน้ำทะเลลดลง คาดว่าจะมีชาวบ้านลงจับปลามากกว่านี้

นายโอ (สงวนนามสกุล) อาชีพรับจ้าง เล่าว่า ทราบข่าวจากเพื่อนๆ ว่าน้ำทะเลหัวหินเบียดก็เลยมาจับปลา แต่ปีนี้น้ำทะเลเบียดน้อย สัตว์ทะเลขึ้นมาไม่มากเหมือนปีก่อนๆ ประกอบกับมีเรือประมงขนาดเล็กวางอวนดักปลาช่วงต้นน้ำบางส่วนแล้ว ทำให้ปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ เข้ามาไม่มาก ปลาที่ได้ส่วนใหญ่ขนาดเล็ก ปลาขนาดใหญ่มีน้อยมาก ปลาที่ได้ก็จะเอาไปประกอบอาหาร ที่เหลือใส่เกลือตากแดด เก็บไว้กินมื้อต่อไป

สำหรับปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดจากก่อนหน้านี้มีฝนตกหนักในเขตเทศบาลนครหัวหินอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากไหลลงสู่ทะเล จนปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “น้ำเปลี่ยนสี” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “น้ำเบียด-น้ำกัน” ส่งผลให้น้ำทะเลมีค่าออกซิเจนที่น้อยลง สัตว์ทะเลจึงลอยขึ้นเหนือน้ำเพื่อหายใจ สัตว์ทะเลที่จับได้ ชาวบ้านยืนยันว่าสามารถรับทานได้ไม่มีผลกระทบใดๆ และหลังจากนี้หากไม่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง สถานการณ์ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุกปี.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งนับพันวิ่งการกุศล ‘RUN WITH THE FLOW 2026’ เพื่อหัวใจและสมองปีที่ 3

นักวิ่งนับพันวิ่งการกุศล ‘RUN WITH THE FLOW 2026’ เพื่อหัวใจและสมองปีที่ 3

วันที่ 25 ตุลาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล RUN WITH THE FLOW 2026 presented by BANGKOK HOSPITAL “วิ่งเพื่อหัวใจและสมอง ปีที่ 3” ที่สวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารอาวุโส กลุ่ม 1 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ มหาชน จำกัด, นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), พลตรีเฉลิมพล ขำคง ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์, นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี, น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ, พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ ให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 1,700 คน ที่เข้าร่วมการแข่งขันในระยะ 5 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร และ 21 กิโลเมตร Half Marathon ซึ่งเป็นระยะใหม่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของสนามหัวหิน

นพ.อัศวิน ภูวธนสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน กล่าวว่า “กิจกรรม RUN WITH THE FLOW 2026 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เราต้องการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพหัวใจและสมอง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักวิ่งเป็นหลัก มี Medical Team ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมวิ่งและพร้อมให้การดูแลตลอดเส้นทางการแข่งขัน นอกจากนี้ นักวิ่งยังได้ร่วมทำบุญ โดยรายได้หักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจะมอบให้แก่มูลนิธิเวชดุสิต ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสในการรักษาพยาบาลต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายก อบต.ห้วยยาง ติดตามความคืบหน้าขุดบ่อบาดาล ห้วยยาง–ห้วยทราย รับมือภัยแล้งระยะยาว

นายก อบต.ห้วยยาง ติดตามความคืบหน้าขุดบ่อบาดาล ห้วยยาง–ห้วยทราย รับมือภัยแล้งระยะยาว

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขุดเจาะบ่อบาดาล ของสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลภาค 8 (ราชบุรี) ภายในพื้นที่ตำบลห้วยยาง และตำบลห้วยทราย หลังจากที่นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับนายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 ประจวบฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบน้ำอุปโภค – บริโภค และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ภัยแล้ง

นายธวัชชัย แดงฉ่ำ กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน อบต.ห้วยยาง จึงร่วมมือกับนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และนายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบฯ ประสานสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลภาค 8 เร่งขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อจัดหาแหล่งน้ำสำรองให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและทันท่วงที

การขุดเจาะบ่อบาดาลครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน และเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งในระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับชุมชน โดย อบต.ห้วยยาง จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีน้ำใช้อย่างทั่วถึงและเพียงพอทุกครัวเรือน.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ถกเครียด ! รื้ออาคารบุกรุกชายหาดหัวหิน กสม.เชิญสื่อออก – งดไลฟ์สด เทศบาลยันเดินหน้าให้ทัน 120 วัน

ถกเครียด ! รื้ออาคารบุกรุกชายหาดหัวหิน กสม.เชิญสื่อออก – งดไลฟ์สด เทศบาลยันเดินหน้าให้ทัน 120 วัน

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย น.ส.ศยามมล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหินพร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง การรื้อถอนอาคารที่บุกรุกหาดหัวหิน ตั้งแต่สะพานปลาหัวหินจนถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม หลังเจ้าของอาคารร้องเรียน กสม. และทาง กสม.ได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ถึงเทศบาลนครหัวหินให้ชะลอการบังคับรื้อถอนอาคารที่บุกรุกดังกล่าว โดยทาง กสม. ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมรับฟัง รวมถึงให้เทศบาลงดไลฟ์สด ท่ามกลางความสนใจของประชาชนจำนวนมากที่เผ้ารอชมความคืบหน้า

พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวภายหลังการประชุมว่าได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด ให้มาร่วมชี้แจง มาให้ข้อมูลกับทาง กสม. ตามปกติของระบบราชการ เมื่อมีผู้ร้องเข้ามา ถือว่าเขาได้รับความเดือดร้อน ต้องเข้ามาดูแลตามหลักธรรมาภิบาลตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ หลังได้รับฟังการชี้แจงจากส่วนราชการต่างๆ แล้ว ยังไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานใดปฏิบัติโดยไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามระเบียบแผนของทางราชการแต่อย่างใด ซึ่งได้สรุปให้ทาง กสม.ได้รับทราบ

นอกจากนี้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องบอกว่าทางเทศบาลไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ตั้งแต่แรกและมีการโอนงบประมาณในภายหลัง ซึ่งตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของเทศบาล ถ้าเห็นว่ามีงานที่จำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถโอนงบประมาณหรือเปลี่ยนแปลงแผนการดำเนินงานในโครงการที่เร่งด่วนได้อยู่แล้ว เพียงแต่ตรงนี้เทศบาลยังไม่ได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบ จึงยังไม่สามารถชี้แจงผู้ร้องได้ จากที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏข้อมูลข้อเท็จจริงว่าเทศบาลนครหัวหินมีการกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจังหวัดได้ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด

น.ส.ศยามล ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดที่จะมีการรื้อถอนอาคารตามคำสั่งของศาล ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาและวินิจฉัยไปแล้ว พร้อมทั้งได้หารือข้อมูลกับฝั่งผู้ร้อง วันนี้เป็นการรับฟังความเห็นจากเทศบาลนครหัวหิน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และได้เชิญทางจังหวัด มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดมาร่วมให้ข้อมูล ซึ่งท่านกำกับดูแลศูนย์ดำรงธรรม จากผลการรับฟังความเห็นจากทีมงานเทศบาลนครหัวหิน แจ้งว่าผู้ร้องมีทั้งหมด 19 ราย ใน 19 รายนี้ มี 15 หลังคาเรือนที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิครอบครอง ในคดีแพ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 และอีก 9 ราย มีการแจ้งเตือนหรืออุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง

สำหรับประเด็นการพิสูจน์สิทธิครอบครองนั้น กสม.ไม่สามารถตรวจสอบในเรื่องการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐได้ เนื่องจาก กสม. มีอำนาจหน้าที่ ที่ไม่เข้าไปตรวจสอบประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยไปแล้ว เพื่อไม่ให้มีการทำงานซ้ำซ้อนกันระหว่างองค์กรอิสระกับศาล ดังนั้นประเด็นการพิสูจน์สิทธิครอบครอง กสม. จะไม่ตรวจสอบ

อีกประเด็น คือ การปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองในการรื้อถอนอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่ง กสม. จะไม่ตรวจสอบเช่นกัน เพราะศาลได้วินิจฉัยให้รื้อถอนแล้ว ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นอุทธรณ์ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ประเด็นที่ กสม. เข้ามาตรวจสอบ คือเรื่องกระบวนการทำงานของหน่วยงานรัฐ ในการปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง เช่น การที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามวิธีพิจารณาคดีปกครองหรือไม่ มีการแจ้งเตือนเป็นหนังสือและการติดประกาศให้ผู้ที่ถูกกระทบสิทธิได้ทราบภายใน 90 วัน โดยทางเทศบาลและกรมเจ้าท่าได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของตน ซึ่ง กสม. จะนำข้อมูลนี้มาพิจารณาตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นเดียวกับที่ศาลพิจารณา
ในส่วนของการรื้อถอนอาคาร จะต้องตรวจสอบว่ามีกระบวนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจะได้พูดคุยกับผู้ร้องอีกครั้ง พร้อมทั้งปรึกษาหารือกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเทศมนตรีนครหัวหิน ว่าในกระบวนการรื้อถอนและการเยียวยานั้น รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ผู้ร้องเข้าใจตรงกันแล้ว จะได้หารือถึงกระบวนการดำเนินงานร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ กสม. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพื้นที่ภายหลังการรื้อถอน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพื้นที่สาธารณะและชายหาด ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงควรพิจารณาแนวทางใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพิจารณาสิทธิของผู้เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริง

ด้านนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เปิดเผยว่า เทศบาลได้กำหนดแนวทางดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง โดยกำหนดวันที่ 16 ตุลาคม 2669 เป็นช่วงเริ่มต้นดำเนินการจนถึงมกราคม 2570 รวม 120 วัน แต่ภายหลังได้รับหนังสือจาก กสม. จึงนำเรื่องมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูลและเข้าใจสถานการณ์ตรงกัน เนื่องจากกรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งในพื้นที่ทั่วประเทศและต่างประเทศ ในการประชุมครั้งนี้ เทศบาลนครหัวหินได้มอบหมายให้นิติกรเทศบาลชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการดำเนินงาน ตั้งแต่การเจรจากับผู้เกี่ยวข้อง การแจ้งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนการดำเนินการตามคำสั่งศาลที่ถึงที่สุด ซึ่งเทศบาลมีหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

นอกจากนี้ในที่ประชุม ทางคณะกรรมการสิทธิฯ และจังหวัดมีความเห็นว่าควรให้เวลากับผู้ที่อยู่ในพื้นที่บุกรุกถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน นี้ โดยทางเทศบาลขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ลงลายมือชื่อไว้ แต่ทั้งหมดไม่ยินยอม ทำให้เทศบาลไม่สามารถดำเนินการต่อ ตามความเห็นดังกล่าวได้ และยืนยันที่จะทำตามกฎหมายตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด โดยจะแจ้งทั้งตำรวจ การไฟฟ้า ที่ดินจังหวัด กอ.รมน. และส่วนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมกับทางเทศบาล เพื่อดำเนินการรื้อถอนร่วมกับผู้รับจ้าง ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว ทางผู้รับจ้างต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 120 วัน เพื่อเร่งรื้อถอนคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้กับประชาชนให้เร็วที่สุด” นายนพพร กล่าวตอนท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มอบโล่เกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์กรกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี 2569

มอบโล่เกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์กรกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี 2569

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์กรที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น เนื่องในงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2569 ณ ห้องปรินซ์แกรนด์บอลรูม ชั้น 11 อาคาร 1 โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ โดยมีนายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

ขณะที่ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ทูลรายงานวัตถุประสงค์การคัดเลือกอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่อุทิศตนทำงานเพื่อสังคม และมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม

จากนั้น น.ส.แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และนายอนุรักษ์ มลิวัลย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เบิกอาสาสมัครดีเด่น จำนวน 283 คน และผู้แทนองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวน 30 องค์กร เข้ารับโล่เกียรติคุณ รวมทั้งสิ้น 313 รางวัล

ภายในงานมีคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติอาสาสมัครและองค์กรที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคม อันเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน เอื้ออาทร และเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภ.ห้วยยาง ทำบุญตักบาตร มอบทุนการศึกษาและเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ให้โรงพัก

สภ.ห้วยยาง ทำบุญตักบาตร มอบทุนการศึกษาและเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ให้โรงพัก

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ที่ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมสร้างขวัญกำลังใจ และรักษาวัฒนธรรมอันดีงามของไทย โดยมี พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.ธีระ สูงยิ่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ต.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.ธัญญะ จิตรจารุวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.ห้วยยาง
พร้อมด้วยนายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ห้วยยาง และผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง และครอบครัว ร่วมพิธีดังกล่าว

ในโอกาสเดียวกัน มีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจในสังกัด จำนวน 32 ทุน เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งเสริมการเรียนรู้ของบุตรหลาน พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เพื่อเชิดชูเกียรติและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือ สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้วยดีเสมอมา.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พัฒนาการประจวบฯ ร่วมกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทั้ง 8 อำเภอ ส่งมอบดอกไม้จันทน์ พร้อมช่อดอกเกตุประจำจังหวัดถวายเป็นราชสักการะ

พัฒนาการประจวบฯ ร่วมกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทั้ง 8 อำเภอ ส่งมอบดอกไม้จันทน์ พร้อมช่อดอกเกตุประจำจังหวัดถวายเป็นราชสักการะ

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานรับมอบดอกไม้จันทน์ จาก น.ส.กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัด ที่นำคณะสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ร่วมกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และคณะกรรมการพัฒนาสตรีทั้ง 8 อำเภอ ส่งมอบดอกไม้จันทน์จำนวนทั้งสิ้น 50,000 ดอก พร้อมด้วยช่อดอกเกตุ ที่เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 9 ช่อ ที่ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ

ทั้งนี้ ดอกไม้จันทน์ทั้งหมดจะนำไปใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีพันปีหลวง เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นการรวมใจพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแสดงความเคารพอย่างพร้อมเพรียง

ขณะเดียวกัน พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะทำงานจัดงานพิธีถวายดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายต้อนรับและอำนวยความสะดวก ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้หารือแนวทางเตรียมความพร้อม พร้อมมอบหมายภารกิจให้คณะทำงานฝ่ายต้อนรับและอำนวยความสะดวก เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมพิธี ในพิธีถวายดอกไม้จันทน์ วันที่ 16 ธันวาคม 2569 ที่จะถึงนี้ ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กำหนดจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ระดับจังหวัด ณ วัดธรรมิการามวรวิหาร อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ส่วนสถานที่จัดพิธีระดับอำเภอ ได้แก่ อ.หัวหิน ณ วัดห้วยมงคล, อ.ปราณบุรี ณ วัดหนองตาแต้ม, อ.สามร้อยยอด ณ วัดสามร้อยยอด, อ.กุยบุรี ณ วัดกุยบุรี, อ.ทับสะแก ณ วัดเขาบ้านกลาง, อ.บางสะพาน ณ วัดเขาโบสถ์, อ.บางสะพานน้อย ณ วัดดอนมะกอก

โดยกำหนดพิธีออกเป็น 2 รอบ ดังนี้ รอบแรกตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป และรอบที่ 2 ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป.

ณัฐธภพ พันสาย/พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน