Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดห้วยมงคล อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานยอดพระเกศหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่

วัดห้วยมงคล อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานยอดพระเกศหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่

วันที่ 15 กันยายน 2566 พระพิศาลสิทธิคุณ หรือท่านเจ้าคุณไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล มอบหมายให้พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม (หลวงพ่อนิล) อาศรมศรีชัยรัตนโคตร เป็นประธานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนกรามจากประเทศศรีลังกา บรรจุในพระอบทองคำ นำขึ้นไปประดิษฐานยังยอดพระเกศหลวงพ่อพระพุทธโสธรองค์ใหญ่ ที่วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางปรากฏการณ์ท้องฟ้าเปิด เห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องแสงเจิดจรัสอยู่ตรงปลายยอดพระเกศ เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนักในขณะประกอบพิธี มีนายเชาวรัตน์ เกิดทอง นายก อบต.ทับใต้ และพุทธศานิกชนจำนวนมากร่วมในพิธี ตามที่สาส์นจากนายรนิล วิกรมสิงหะ ประธานาธิบดีประเทศศรีลังกา ได้ให้ผู้แทนนำไปถวายแด่ท่านพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ลงวันที่ 28 มกราคม 2566 ความว่า ประเทศศรีลังกาและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีทางด้านพระพุทธศาสนามาเป็นระยะเวลานาน และเมื่อครั้งพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกาได้เสื่อมถอยลงมาจนถึงขั้นวิกฤติ พระมหากษัตริย์ศรีลังกาสมัยนั้นได้นิมนต์พระสงฆ์สยามไปช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนาโดยความร่วมมือจากประเทศไทยจึงได้ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ ภายใต้นิกายที่เรียกว่า สยามนิกาย ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธศาสนานิกายสำคัญในศรีลังกา รวมระยะเวลา 270 ปีจนถึงปัจจุบัน

และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและกระชับความสัมพันธ์อันดีทางวัฒนธรรมและศาสนาระหว่างประเทศไทยและประเทศศรีลังกา รัฐบาลประเทศศรีลังกาได้ขอความเมตตาอนุเคราะห์จากพระพิศาลสิทธิคุณ ช่วยจัดพิธีอุปสมบทหมู่ให้กับชาวพุทธประเทศศรีลังกาจำนวน 95 รูป และบวชเนกขัมมจาริณี (ชีพราหมณ์) จำนวน 117 คน ซึ่งวัดห้วยมงคลได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ สมเด็จพระสังฆราชประเทศศรีลังกา ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุนำมาถวายแด่พระพิศาลสิทธิคุณ เพื่อให้ประชาชนชาวพุทธได้กราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

จิตอาสาสามร้อยยอด Big cleaning พร้อมรับการตรวจเยี่ยม โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5

จิตอาสาสามร้อยยอด Big cleaning พร้อมรับการตรวจเยี่ยม โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5

วันที่ 14 กันยายน 2566 นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอสามร้อยยอด ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาวัด มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ สารวัตร แพทย์ประจำตำบล ครูและนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านตาลเจ็ดยอด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร และประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียงที่บริเวณวัดตาลเจ็ดยอด หมู่ 4 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 มีการขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำให้ชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน มีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมโครงการ พัฒนานิสัยที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น รักการนั่งสมาธิ รักการรักษาศีล 5 รักความสะอาด มีระเบียบวินัย คิดดี ทำดี พูดจาไพเราะ และบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมถึงให้ครอบครัวของผู้เข้าร่วมโครงการ มีความอบอุ่น รักและเข้าใจกัน เยาวชนบุตรหลานมีพฤติกรรมที่ห่างไกลจากยาเสพติดอบายมุข

โดยวันนี้ร่วมกันกันทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ เก็บขยะและกำจัดวัชพืชภายในบริเวณวัดให้ดูสะอาดตา เพื่อเตรียมความพร้อมรับการตรวจเยี่ยมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 และยังเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานราชการกับประชาชนอีกด้วย.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลบ้านกรูด ร่วมกับชุมชนพัฒนาทางสาธารณะ ให้สะอาดสวยงามรองรับนักท่องเที่ยว

เทศบาลบ้านกรูด ร่วมกับชุมชนพัฒนาทางสาธารณะ ให้สะอาดสวยงามรองรับนักท่องเที่ยว

วันที่ 14 กันยายน 2566 นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ผู้นำชุมชนและชาวบ้านในเขตเทศบาล ร่วมกันพัฒนารักษาสิ่งแวดล้อม เก็บขยะ ทำความสะอาดในทางสาธารณะตามชุมชน ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง

นายอิศรา กาญจนรัตน์ เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลบ้านกรูด เดิมมี 12 ชุมชน ต่อมากระทรวงมหาดไทยให้ยกเลิกชุมชนในเขตเทศบาลตำบล ทางเทศบาลได้ยื่นเรื่องไปที่กระทรวงมหาดไทย ทำให้มีการแต่งตั้งชุมชนใหม่ในเขตเทศบาลตำบล เป็น 4 ชุมชน ตอนนี้ทุกชุมชนมีความเข้มแข็งมาก โดยเฉพาะการจัดงานที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นงานวันแม่ งานลอยกระทง และวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ชุมชนต่างๆ จะเข้ามามีส่วนร่วมในแต่ละปี และเทศบาลจะจัดสรรงบประมาณให้แต่ละชุมชน ประมาณ 20,000 – 50,000 บาท แล้วแต่ชุมชนจะไปพัฒนาอะไร

วันนี้มาพัฒนาที่ชุมชนต้นยางแหลมใหญ่ และวันต่อไปที่ชุมชนทุ่งเรือยาว ส่วนอีก 2 ชุมชน จะกำหนดวันอีกครั้ง โครงการนี้เริ่มเดือนนี้เป็นเดือนแรก ตั้งแต่ตัดหญ้าสองข้างทาง เก็บขยะ ตัดต้นไม้ ปรับปรุงพื้นที่ ร่วมกันพัฒนารักษาสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดทางสาธารณะในชุมชน ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทั้งชายหาดบ้านกรูดและวัดทางสาย.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

การไฟฟ้าประจวบฯ จัดระเบียบสายสื่อสารประจำปี

การไฟฟ้าประจวบฯ จัดระเบียบสายสื่อสารประจำปี

วันที่ 13 กันยายน 2566 นายสุรวุฒิ น้อยนิมิตร ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานประชุมกิจการสายสื่อสาร กิจการโทรคมนาคม เพื่อหารือแนวทางการจัดเตรียมแผนการจัดระเบียบสายสื่อสาร ปี พ.ศ.2566 – 2567 ที่ห้องประชุมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน สาเหตุจากการจัดเก็บไม่เรียบร้อย ระโยงระยาง และเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับชาวบ้านและประชาชนอยู่บ่อยครั้ง มีนายวสันต์ เริงสมุทร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เขต 45 นายสุพจน์ เสริมทรัพย์ หัวหน้าหมวดทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ พร้อมผู้แทนองค์กรผู้ให้บริการกิจการสายสื่อสาร โทรคมนาคมและอินเตอร์เน็ตค่ายต่างๆ ที่ใช้พื้นที่ร่วมกับเสาไฟฟ้าเข้าร่วมหารือ

ทั้งนี้ที่ผ่านมาสายอินเตอร์เน็ต และสายสื่อสารต่างๆ ที่ใช้งานร่วมกับเสาไฟฟ้า มีการพาดสายสัญญาณบนเสาไฟฟ้า แต่ไม่ได้จัดเก็บให้เรียบร้อย มีสภาพระโยงระยาง ทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และไม่สวยงาม บางครั้งห้อยตกลงมาทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับชาวบ้านที่ใช้รถใช้ถนนได้

นายสุรวุฒิ น้อยนิมิตร ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า สายสื่อสารเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากไม่ได้มีการรื้อถอนสายเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออก แต่มีพาดสายเพิ่มใหม่อยู่ตลอด มีหลายบริษัททั้งเก่าและใหม่ ที่เข้ามาใช้พื้นที่ของเสาไฟฟ้า จึงได้เชิญประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทางหลวง ทุกโอเปอเรเตอร์สายสื่อสารที่เกี่ยวข้อง และ กสทช.ส่วนดูแลใบอนุญาตในการพาดสาย เพื่อร่วมกันหารือแนวทางในการจัดระเบียบสายให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงกระบวนการ ปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งหากเกิดปัญหา ก็จะส่งผลกระทบกับระบบไฟฟ้าด้วยเช่นกัน อย่างเช่นเกิดอุบัติเหตุ เกิดไฟไหม้สายสื่อสาร จึงต้องมีการจัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมาตรฐานมีระเบียบกำหนดอยู่แล้วเกี่ยวกับความสูง และจำนวนสายสื่อสาร และมีเจ้าของที่ชัดเจน โดยในที่ประชุมมีข้อสรุปว่าจะมีการดำเนินการตามมาตรฐาน และจุดไหนที่เกิดปัญหาไม่สวยงาม จะต้องดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมทางหลวงสรุปผลการศึกษา ถนนสายบ้านหนองหิน – ด่านสิงขร

กรมทางหลวงสรุปผลการศึกษา ถนนสายบ้านหนองหิน – ด่านสิงขร

วันที่ 13 กันยายน 2566 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 2) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 4373 สายบ้านหนองหิน – ด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 มีนายเศรษฐ์ จันทอาด รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) กล่าวรายงาน และมีผู้แทนจากกรมทางหลวง ประกอบด้วย ดร.วศิน รุจิเกียรติกำจร วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ, นายสุบิน ทองเงิน ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน นายสมชาย ปี่แก้ว นายก อบต.คลองวาฬ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมที่ห้องสิงขร โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า ในอดีตบริเวณด่านสิงขร เป็นเส้นทางที่พ่อค้าและนักเดินทาง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ใช้เป็นเส้นทางลัดระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับอ่าวไทย และจุดนี้ยังเป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 4373 เป็นทางหลวงเชื่อมระหว่างทางหลวงหมายเลข 4 ไปสู่ด่านสิงขร ด่านชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งแนวโน้มมีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้ทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ดังนั้น กรมทางหลวงจึงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 4373 สายบ้านหนองหิน – ด่านสิงขร นับว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ดี เล็งเห็นถึงประโยชน์อันจะเกิดแก่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการสัญจรไปยังด่านสิงขร

ด้านนายเศรษฐ์ จันทอาด รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงประจวบฯ (หัวหิน) กล่าวว่า ด่านสิงขรเป็นหนึ่งในเส้นทางที่เชื่อมไปยังบ้านมูด่อง อ.ตะนาวศรี จ.มะริด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และยังเป็นตลาดการค้าชายแดนระหว่างประเทศ ซึ่งในการเดินทางจะใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถ.เพชรเกษม) เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 4373 เป็นเส้นทางหลัก ทำให้ปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ดังนั้นกรมทางหลวง จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินงานสำรวจและออกแบบโครงการ จ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 4373 สายบ้านหนองหิน – ด่านสิงขร เพื่อนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าของการศึกษาด้านต่างๆ คัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการที่เหมาะสม ศึกษาและดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และผลการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ผ่านมาให้กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของโครงการ รวมทั้งรับทราบความห่วงกังวลต่อผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ เพื่อให้กรมทางหลวงและคณะผู้ศึกษา ได้นำไปพิจารณาประกอบการศึกษาโครงการให้มีความเหมาะสมต่อไป

สำหรับจุดเริ่มต้นโครงการ ประมาณกิโลเมตรที่ 0+378 (บริเวณที่ทำการ อบต.คลองวาฬ) และสิ้นสุดที่ประมาณกิโลเมตร 13+378 ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ทั้งนี้กรมทางหลวง โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้พิจารณากำหนดเขตทางของโครงการในช่วง กม. 0+378 ถึง กม. 12+400 ความกว้างที่เหมาะสมประมาณ 50 เมตร และช่วง กม. 12+400 ถึง กม.13+378 ซึ่งปัจจุบันเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรอยู่แล้ว พิจารณาใช้เขตทางเดิม ซึ่งปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 4373 มีขนาดความกว้าง 30 เมตร (เพิ่มฝั่งละ 10 เมตร) สำหรับการกำหนดขนาดของเขตทางนั้น ได้พิจารณาตามลักษณะภูมิประเทศ หลักเกณฑ์ตามมาตรฐานทางวิศวกรรม และจากการหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความสอดคล้องและสามารถรองรับการใช้งานในอนาคต และจากการพิจารณาคัดเลือกรูปแบบเกาะกลางถนนที่มีความเหมาะสมของโครงการ แบ่งตามลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ 2 พื้นที่นั้น สามารถสรุปได้ดังนี้ 1.พื้นที่ในเขตชุมชน ออกแบบเป็นเกาะกลางแบบยก 2.พื้นที่นอกเขตชุมชน ออกแบบเกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต นอกจากนี้ได้มีการออกแบบระบบระบายน้ำ ระบบสาธารณูปโภคและองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวก และรวดเร็ว พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัย ลดผลกระทบที่จะเกิดกับชุมชนโดยรอบ และตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดแนวของโครงการ

สำหรับขั้นตอนต่อไป จะมีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เสนอต่อคณะกรรมการพิจารณารายงานฯ (สผ.) และจะมีการออกประกาศ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน และเริ่มก่อสร้างถนนโครงการต่อไป โดยเปิดใช้ 4 ช่องจราจรก่อน ยังไม่ได้เปิดเต็มเขตทาง 50 เมตร โดยจะกันเขตทางเพื่อรองรับรถในอนาคต เมื่อด่านสิงขรเปิดเป็นด่านถาวร.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กธจ.ประจวบฯ ตรวจโครงการอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ ท่อส่งน้ำสร้างแล้วไม่ได้ใช้งาน

 กธจ.ประจวบฯ ตรวจโครงการอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ ท่อส่งน้ำสร้างแล้วไม่ได้ใช้งาน

วันที่ 13 กันยายน 2566 นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับมอบหมายจากนายพีระ ทองโพธิ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ นำคณะกรรมการฯจังหวัดประจวบฯ เข้าสอดส่องโครงการอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ หมู่ 8 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับการร้องเรียนว่ามีการใช้งบประมาณจำนวนหลายสิบล้านบาท เพื่อวางท่อส่งน้ำให้เกษตรกรได้ใช้น้ำในด้านการเกษตร พร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำส่งไปตามท่อ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถใช้งานได้

จากการติดตามผลโครงการ ทราบว่าในปี พ.ศ.2535 กรมชลประทานได้ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ เป็นโครงการชลประทานขนาดเล็ก ความจุอ่างประมาณ 850,000 ลูกบาตรเมตร หลังเสร็จสิ้นใน พ.ศ.2537 กรมชลประทานได้มีการก่อสร้างโครงการระบบส่งน้ำ บ้านโป่งสามสิบ ระยะที่ 1 และ 2 เพื่ออุปโภค บริโภคและเพื่อการเกษตร ในปี พ.ศ.2546 กรมชลประทานได้ถ่ายโอนโครงการอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ ให้กับ อบต.ทองมงคล

ต่อมา อบต.ทองมงคล ได้มีการทำหนังสือขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฝายทดน้ำ คลองห้วยไก่พร้อมระบบชลประทาน ผ่านสำนักราชเลขาธิการ (กปร.) เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ปี พ.ศ.2562 กปร. มีหนังสือกลับมายัง อบต.ว่าโครงการที่ขอถวายฎีกาไป เมื่อปี 2553 ได้รับการอนุมัติแล้วและเริ่มลงมือออกแบบ ก่อสร้าง ในปี 2563 โครงการแล้วเสร็จในปี 2564 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เคยส่งน้ำให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ จึงทำให้ชาวบ้านร้องเรียนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

จากการสอดส่องครั้งนี้ พบว่าบางจุดของท่อที่ฝังไว้เตรียมจะส่งน้ำ แต่ยังไม่เคยมีการส่งน้ำ ได้ทรุดตัวและได้ขุดขึ้นมาเตรียมซ่อมในหลายจุด นอกจากนี้ตัวเครื่องสูบน้ำที่อยู่ในอาคาร อยู่ในห้องลักษณะเป็นหลุมลึก มีร่องรอยน้ำท่วม เนื่องจากอยู่ในระดับต่ำกว่าตัวอ่าง อีกทั้งปัจจุบันมีผู้ประสงค์ขอใช้น้ำไม่เกิน 50 ราย ซึ่งไม่เพียงพอกับค่ากระแสไฟฟ้า แต่ต้องจ่ายขั้นต่ำเดือนละกว่าหนึ่งหมื่นบาท สำหรับตัวอ่างเก็บน้ำ ปัจจุบันมีตะกอนทรายและดินทับถม ทำให้เหลือปริมาณน้ำเก็บกักได้ประมาณ 15% ของความจุอ่าง หรือประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น และในช่วงฤดูแล้ง ไม่มีน้ำใช้ในระบบประปาหมู่บ้าน

หลังจากนั้น คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางไปพบนายจำลอง แก้วไทรนันท์ นายก อบต.ทองมงคล ผอ.กองช่าง สมาชิก อบต., ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนชาวบ้าน และนายเอกรัก พราหมโณ นายช่างชลประทาน ผู้รับผิดชอบโครงการฯ เพื่อร่วมหารือในการขุดลอกอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบ โดยชลประทานได้ทำการสำรวจพื้นที่และออกแบบแล้ว เพื่อจะทำการขุดลอกพื้นที่ในอ่าง ประมาณ 60 ไร่ ลึก 3 เมตร ปริมาณเก็บน้ำเพิ่มขึ้น 288,000 ลูกบาศก์เมตร โดยอาจจะให้ผู้รับเหมานำวัสดุออกได้ และที่จะไม่ต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน หรือจะต้องใช้งบประมาณจ้าง 40 ล้านบาท ซึ่งเกินศักยภาพงบประมาณของ อบต. ต้องขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐส่วนกลาง หรือภูมิภาค สำหรับเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่ ให้ตรวจสอบว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่ หมดประกันหรือยัง ส่วนท่อส่งน้ำให้ดำเนินการแก้ไขให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ โดยนายช่างชลประทานได้ชี้แจงการจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มขึ้น เตรียมสร้างอ่างเก็บน้ำโป่งสามสิบตอนบน เพื่อกักน้ำไว้ส่วนหนึ่งและปล่อยลงมาให้กับอ่างโป่งสามสิบตอนล่าง ให้มีน้ำเพียงพอในการใช้ประโยชน์ต่อไป ทั้งนี้คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อนำเสนอต่อนายพีระ ทองโพธิ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ ปลื้ม ผู้ประกอบการได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 14 หลายประเภท

ททท.ประจวบฯ ปลื้ม ผู้ประกอบการได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 14 หลายประเภท

วันที่ 13 กันยายน 2566 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ททท.ได้ประกาศผลรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 ผลงานของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หน่วยงาน องค์กรภาครัฐและเอกชนจังหวัดประจวบฯ ได้รับรางวัลหลายประเภท ทั้งรางวัลยอดเยี่ยม, รางวัลดีเด่น และเกียรติบัตรรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยประเภทแหล่งท่องเที่ยว สาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ รางวัลดีเด่น Thailand Tourism Silver Awards ได้แก่ ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ หัวหิน, ได้รับเกียรติบัตรได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้เต่าทะเลและปะการัง ณ เกาะทะลุ โดยบริษัทสาลิกา ทราเวล, สาขาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ รางวัลยอดเยี่ยม Thailand Tourism Gold Awards ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ปราณบุรี, สาขาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ รางวัลดีเด่น Thailand Tourism Silver Awards ได้แก่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง และอุทยานแห่งชาติหาดวนกร, สาขาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน รางวัลดีเด่น Thailand Tourism Silver Awards ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชนบ้านทุ่งประดู่ ทับสะแก และชุมชนบ้านม้าร้อง บางสะพาน

ประเภทที่พักนักท่องเที่ยว สาขารีสอร์ท รางวัลยอดเยี่ยม Thailand Tourism Gold Awards ได้แก่ โรงแรมหัวหิน แมริออท รีสอร์ทและสปา, รางวัลดีเด่น Thailand Tourism Silver Awards ได้แก่ โรงแรมบ้านทะเลดาว หัวหิน, ได้รับเกียรติบัตรได้แก่ โรงแรมเมอเวนพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน / ประเภทการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สาขาเวลเนส แอนด์สปา รีทรีต รางวัลยอดเยี่ยม Thailand Tourism Gold Awards ได้แก่ ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์รีสอร์ท หัวหิน, สาขาสปา รางวัลดีเด่น Thailand Tourism Silver Awards ได้แก่ เคปสปา โรงแรมเคป นิทรา หัวหิน / ประเภทการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำเพื่อความยั่งยืน ประเภทแหล่งท่องเที่ยวได้รับเกียรติบัตร ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ปราณบุรี / ประเภทที่พักนักท่องเที่ยว ได้แก่ โรงแรมบ้านทะเลดาว หัวหิน

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่า ชาวจังหวัดประจวบฯ และ ททท.สำนักงานประจวบฯ ขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนองค์กร รวมถึงภาคการท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัดประจวบฯ ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ครั้งที่ 14 ในครั้งนี้ ททท.สำนักงานประจวบฯ จะได้สื่อสารสร้างการรับรู้ไปยังนักท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองต่อการสร้างหมุดหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ไอเดียรักษ์โลก กระถางต้นไม้จากพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วมาเพิ่มมูลค่า

ไอเดียรักษ์โลก กระถางต้นไม้จากพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วมาเพิ่มมูลค่า

วันที่ 13 กันยายน 2566 นางธาริณี สัมพันธ์แต่จริงใจ ประธานกลุ่มแม่บ้านโกกรีน พร้อมทีมงานเดอะแก๊งค์รีไซเคิล เป็นวิทยากรนำวัสดุเหลือใช้ประเภทพลาสติกที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาประดิษฐ์เป็นกระถางต้นไม้ตัวสัตว์ต่างๆ สีสันสวยงาม ช่วยลดขยะในชุมชน นำกลับมาใช้ซ้ำให้เกิดประโยชน์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม ที่บริเวณศูนย์เรียนรู้บ้านไร่สุรพัศ บ้านห้วยพลับ หมู่ 5 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี เยี่ยมชมการฝึกอบรมของครูและนักเรียนจากโรงเรียนบ้านห้วย ระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 50 คน ที่มาฝึกอบรมทำกระถางต้นไม้จากวัสดุพลาสติกที่ไม่ได้ใช้แล้วเป็นตัวสัตว์ต่างๆ ต่อยอดให้เด็กนักเรียนนำเอาความรู้ที่อบรม ไปทำใช้ที่โรงเรียนและบ้าน บางคนอาจจะมีไอเดียคิดสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อนำไปจำหน่ายเพิ่มมูลค่าเป็นการสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง หรือนำไปวางหน้าสำนักงาน สถานที่ราชการ

นายปรีดา นายอำเภอปราณบุรี กล่าวว่า กิจกรรมอบรมนี้นักเรียนและครูโรงเรียนบ้านห้วยพลับ ได้เรียนรู้ นำสิ่งที่อาจจะเรียกว่าเป็นขยะ กลับมาใช้ประโยชน์โดยเฉพาะพลาสติกต่างๆ เช่น แกลลอน ขวดน้ำ ฝาจุก นำมาดัดแปลง นอกจากลดขยะแล้ว สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ที่สำคัญคือทำให้เด็กและเยาวชนของปราณบุรี ได้เห็นถึงการลดขยะ การนำกลับมาใช้ซ้ำ นำมาใช้ประโยชน์เพิ่มหรือสร้างมูลค่าเพิ่มได้

นางธาริณี สัมพันธ์แต่จริงใจ หัวหน้ากลุ่มเดอะแก๊งค์รีไซเคิล กล่าวว่า ไอเดียมาจากการที่เรามีวัสดุเหลือใช้ นำมาแปรรูป เช่นแกลลอนน้ำมันขวด ถังน้ำ หรือเป็นของใช้แล้วภายในบ้าน จึงมารวมกลุ่มกันทำขยะรีไซเคิล หลักๆ ตอนนี้ทำเป็นกระถางต้นไม้ไว้ใช้ แทนที่จะต้องไปซื้อกระถางมาใช้ ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง ที่ทำกันอยู่เป็นพวกสัตว์ต่างๆ อาทิ ช้าง ยีราฟ ม้า หรือผลไม้ เช่น สับปะรด และมีไอเดียต่อยอดไปเรื่อยๆ เช่น เป็นต้นมะพร้าว ซึ่ง ธกส.สาขาประจวบฯ ได้สั่งต้นมะพร้าวมาแล้ว

สำหรับเด็กที่มาอบรม จะสอนทำการ์ตูนโดเรมอน ปลานีโม หรือสัตว์ต่างๆ ที่เด็กๆ อยากได้ตามจินตนาการ เช่นรถไฟ ลดรายจ่ายของพ่อแม่ที่ต้องไปซื้อของเล่นให้เด็กๆ ได้ด้วย วันนี้สอนทำขยะรีไซเคิลเป็นลูกหมู ให้เด็กๆ ทำง่ายๆ ไปก่อน แล้วให้เขาไปสร้างจินตนาการเอาเอง ในส่วนของการตลาด ตอนนี้ถือว่าดีระดับหนึ่ง เริ่มมีคนรู้จักสั่งไปใช้ รู้สึกภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดโลกร้อน

นางธัญญาริญ์ เลห์เนอร์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านห้วยพลับ กล่าวว่า วันนี้นำนักเรียนมาเรียนรู้นอกสถานที่ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของขยะรีไซเคิล จากการใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดขยะในโรงเรียน ดังนั้นตนมีความคิดว่าทำอย่างไร จะนำขยะเหล่านี้มารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ และเด็กๆ ได้รับความรู้ จึงประสานกับคุณธาริณีซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนี้ ต้องขอบคุณทีมงานคุณธาริณีที่เอ็นดูนักเรียนด้วย ในส่วนของโรงเรียนมีหลักสูตรแบบนี้อยู่แล้ว หลังจากที่เด็กๆ ได้มาเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ในอนาคตจะนำเข้าไปในหลักสูตร พร้อมลดเวลาเรียนและเพิ่มเวลาเรียนรู้ อีกทั้งเป็นการบูรณาการหลักสูตรท้องถิ่นในสถานศึกษาอีกด้วย.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ต้นมะม่วงกว่า 50 ปี ล้มเฉี่ยวบ้านอายุ 100 ปี พัง และทำเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน

ต้นมะม่วงกว่า 50 ปี ล้มเฉี่ยวบ้านอายุ 100 ปี พัง และทำเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน

วันที่ 12 กันยายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีต้นมะม่วงขนาดใหญ่ หักโค่นทับสายไฟทำให้เสาไฟฟ้าล้มกีดขวางถนนจำนวน 3 จุด และทับบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ บริเวณถนนมหาราช 1 หลังสถานีรถไฟเมืองประจวบคีรีขันธ์ เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้ง ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รุดตรวจสอบร่วมกับเทศกิจ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองประจวบฯ เข้าให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่ามีต้นมะม่วงขนาดใหญ่ อายุกว่า 50 ปี ที่อยู่บริเวณริมถนนสายมหาราช 1 ในที่ดินของการรถไฟ หักโค่นบริเวณกลางต้น กีดขวางถนน โดยกิ่งมะม่วงขนาดใหญ่ได้ไปเกี่ยวสายไฟ ทำให้เสาไฟฟ้าที่อยู่ริมถนน หักโค่นเสียหายอีก 3 ต้น มีบ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายบางส่วน 1 หลัง กระเบื้องแตก หลังคาทะลุ กำแพงรั้วพังเสียหาย นอกจากนี้ยังมีป้ายบอกสถานีรถไฟเมืองประจวบคีรีขันธ์พังเสียหายอีก 1 แผ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตัดกระแสไฟ และรื้อถอนสายไฟเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน ขณะที่เทศบาลเมืองประจวบฯ นำเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขเทศบาล และหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้ามาตัดกิ่งต้นมะม่วงออก เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

นางยุพิน อายุ 58 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าขณะเกิดเหตุนั่งกินกาแฟและผลไม้อยู่กับเพื่อนใกล้จุดเกิดเหตุ ในขณะนั้นกระแสลมไม่แรง แต่ได้ยินเสียงลั่นดังเปรี๊ยะๆ จากนั้นมีกิ่งต้นมะม่วงขนาดใหญ่ หักโค่นลงมาเกี่ยวสายไฟและทำให้เสาไฟล้มจำนวนหลายต้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนตนตกใจ ซึ่งก่อนหน้านี้บริเวณนี้จะมีรถซาเล้ง และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดรอคิวอยู่เต็มไปหมด และมีรถวิ่งสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเพราะขณะเกิดเหตุไม่มีรถสักคัน ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดมาจากต้นมะม่วงมีกิ่งใบมากจนรับน้ำหนักไม่ไหว อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาตัดแต่งกิ่งต้นไม้ให้เตี้ยลง เพื่อความปลอดภัย ป้องกันเหตุอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับชาวบ้าน แต่อย่าตัดออกทั้งต้น เนื่องจากต้นไม้บริเวณนี้เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ มีจำนวนหลายต้น และอายุมากกว่า 50 ปีแล้ว และที่ดินบริเวณนี้รวมไปถึงบ้านหลังที่พังเสียหาย ในอดีตเคยเป็นบ้านพักโรงแรมของการรถไฟ และในปัจจุบันอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของโรงเรียน ซึ่งได้เซ้งเช่าช่วงมาจากการรถไฟนานแล้ว

นายปรีดี อายุ 52 ปี พ่อค้าขายข้าวราดแกงและเป็นผู้เช่าช่วงบ้านหลังที่พังเสียหาย เล่านาทีระทึกว่าขณะเกิดเหตุ สมาชิกในร้าน รวมไปถึงครอบครัวอยู่ภายในบ้าน บางส่วนนั่งอยู่ใต้เพิงหลังคาที่ถูกต้นมะม่วงล้มทับ ตอนแรกนึกว่าเสียงรถชนกัน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จึงออกมาดูก็พบว่าเป็นต้นมะม่วงที่อยู่หลังบ้านฝั่งริมถนน หักโค่นลงมาทับหลังคาบ้านของตนจนพังเสียหาย หลังคาบางส่วนทะลุ กำแพงพังแตกร้าว แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ก่อนหน้านี้เคยร้องขอไปทางเทศบาลให้มาช่วยตัดกิ่งต้นไม้ แต่ก็เงียบเฉย มีมาตัดแต่งกิ่งบ้างเพียงเล็กๆ น้อยๆ ริมถนน บริเวณนี้มีต้นไม้ใหญ่หลายต้น ซึ่งมีอายุหลายสิบปี เกรงว่าจะพังล้มลงมาทับอาคารบ้านเรือน และโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายอีก.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบต.กำเนิดนพคุณ รีไซเคิลทอดผ้าป่าขยะส่งต่อให้โรงเรียนพื้นที่

อบต.กำเนิดนพคุณ รีไซเคิลทอดผ้าป่าขยะส่งต่อให้โรงเรียนพื้นที่

วันที่ 12 กันยายน 2566 นายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดโครงการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด”ที่ อบต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จัดขึ้น มีนายณรงค์ พลายน้อย นายก อบต.กำเนิดนพคุณ ตัวแทนจากกลุ่มเหล็กสหวิริยา, นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่และผู้นำชุมชนร่วมงาน โดยก่อนพิธีเปิดจะเริ่มขึ้น มีขบวนพาเหรดผ้าป่าขยะรีไซเคิลจากโรงเรียนต่างๆร่วมกับชุมชน เพื่อรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของปัญหาขยะ ซึ่งขยะรีไซเคิลที่ได้ในวันนี้จะนำไปทอดผ้าป่าขยะ เปลี่ยนขยะเป็นเงิน เพื่อใช้สนับสนุนด้านการศึกษาของนักเรียนในพื้นที่ต่อไป

นายณรงค์ พลายน้อย เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ปัญหาขยะมูลฝอยเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญประการหนึ่งของชุมชนในทุกๆ พื้นที่ ปัจจุบันการผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ประกอบกับประชาชนไม่เห็นถึงความสำคัญในการคัดแยกขยะมูลฝอยและของเสีย จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ เช่น เกิดมลพิษ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน อีกทั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ให้ทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายในการลดปริมาณขยะและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะและของเสียอย่างเป็นรูปธรรม โดยการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการคัดแยกขยะ เพื่อลดปริมาณขยะลง

อบต.กำเนิดนพคุณ ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาด้านการจัดการขยะในชุมชนมาโดยตลอด และต้องการมุ่งเน้นความร่วมมือ ความเข้าใจ และตระหนักถึงปัญหาด้านนี้ในทุกภาคีเครือข่าย ทั้งชุมชน วัด บ้าน และโรงเรียน จึงจัดทำโครงการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” เปลี่ยนขยะเป็นเงิน และการจัดตั้งธนาคารขยะ และการเดินขบวนพาเหรดของโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของปัญหา และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะให้คนในชุมชนรับรู้และมีส่วนร่วมกันในการแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป นายณรงค์ กล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน