Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่เร่งสอบปมสองสามีภรรยาเสียชีวิต คาดเกิดจากปัญหาส่วนตัวรุมเร้า เร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เจ้าหน้าที่เร่งสอบปมสองสามีภรรยาเสียชีวิต คาดเกิดจากปัญหาส่วนตัวรุมเร้า เร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ร.ต.ท.อภิชัย บูรณะกุล รอง สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งเหตุคนตกจากที่สูง ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครหัวหิน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พิสูจน์หลักฐานจังหวัด ชุดสืบสวน และมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพนายศรัณย์ อายุ 43 ปี และภรรยา น.ส.โย อายุ 29 ปี นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่บนพื้นดาดฟ้าชั้น 3 ของโรงแรม สภาพทั้งคู่ศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ก่อนนำศพส่งโรงพยาบาลหัวหิน ให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่าช่วงเกิดเหตุเวลา 02.45 น. ทั้งคู่เดินออกจากห้องพัก หยิบเก้าอี้ที่ชั้น 15 ก่อนขึ้นไปบนชั้นที่ 16 จากนั้นจับมือกอดกันเหยียบบนเก้าอี้ โดดข้ามระเบียงโรงแรมร่วงกระแทกพื้นชั้น 3 เสียชีวิตทันที หลังเกิดเหตุมารดานายศรัณย์ทราบข่าว ได้มาดูที่เกิดเหตุด้วยความเศร้าโศก โดยระบุสั้นๆ ว่าสาเหตุน่าจะมาจากลูกชายและลูกสะใภ้เกิดความเครียดจากหนี้สินนอกระบบที่กู้ยืมมา คิดไม่ออกจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สุวัจน์เปิดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 28 กระตุ้นการท่องเที่ยว หารายได้ช่วยสาธารณกุศล

สุวัจน์เปิดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 28 กระตุ้นการท่องเที่ยว หารายได้ช่วยสาธารณกุศล

ช่วงค่ำวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 28 ที่เวทีร้านมัจฉากาชาด ลานกิจกรรม 25 ไร่ ซอยหัวหิน 102 หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อหารายได้ให้กิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน ในการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ และกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่น มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน นางลิษา อึ้งเห่ง รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน คณะสมาชิกกิ่งกาชาดหัวหินและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมเที่ยวงานอย่างคับคั่ง โอกาสนี้นายสุวัจน์ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้สนับสนุนการจัดงาน พร้อมเดินชมร้านมัจฉากาชาดด้วย

งานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 28 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 14 มิถุนายน 2569 เพื่อจัดหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายในกิจการบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสและกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ในเขตอำเภอหัวหินและใกล้เคียงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการให้ความช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค (ถุงยังชีพ) อุปกรณ์เครื่องครัว ชุดที่นอน ยารักษาโรค การซ่อมสร้างบ้านพักอาศัยผู้ยากไร้ การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง มอบรถวีลแชร์ เป็นต้น

ภายในงานมีการออกร้านมัจฉากาชาดเพื่อการกุศล ร่วมลุ้นรับรางวัลรถจักรยานยนต์ รถจักรยานกว่า 100 คัน ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าและรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ราคาบัตรใบละ 20 บาท สนุกสนานได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.30 – 24.00 น. พบกับการออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีของฝากอำเภอหัวหิน การจำหน่ายสินค้าราคาถูก เครื่องอุปโภคบริโภค เฟอร์นิเจอร์ ไม้ดอกไม้ประดับ บูธอาหารพื้นบ้าน ขนมพื้นถิ่น อาหารทะเลสด สะอาดอร่อย การแสดงของนักเรียนและรำวงย้อนยุค พบกับสวนสนุกเคลื่อนที่กับเครื่องเล่นทันสมัยจากต่างประทศนานาชนิด และศิลปินนักร้องชั้นนำและวงดังอีกหลายคณะทุกค่ำคืนตลอดจัดงาน จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 28 ได้ตามวันดังกล่าว “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา” เงินรายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ของกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

จับตาผลสอบคลองทอง บางสะพาน หลังพบประวัติจับกุมร่อนทองเถื่อน ยึดแบ็กโฮ – แรงงาน 8 ราย

จับตาผลสอบคลองทอง บางสะพาน หลังพบประวัติจับกุมร่อนทองเถื่อน ยึดแบ็กโฮ – แรงงาน 8 ราย

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายนิมิตร วงศ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน มอบหมายให้นายนิพัฒน์ หอยสกุล ปลัดอำเภอ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากร นายณรงค์ เลียบวัน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปข.2 (วังยาว) ร่วมกับกรมเจ้าท่าภูมิภาค สำนักงานที่ดินจังหวัด ตำรวจ บก.ปทส. ตำรวจภูธรบางสะพาน นางวนิดา ทวีศิลป์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายมงคล สุขประเสริฐ กำนันตำบลร่อนทอง ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนการลักลอบขุดดินสินแร่ในแม่น้ำลำคลองสาธารณะ บริเวณคลองทอง หมู่ 6 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเดินสำรวจแนวริมคลองตลอดทั้งแนว ให้เจ้าของที่ดินยื่นตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ของตนกับหน่วยงานต่างๆ ทุกแปลง และการยื่นใช้ขออนุญาต พ.ร.บ.ขุดดินถมดินกับ อบต. และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ก่อนหน้านี้ อำเภอบางสะพานได้จัดประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 โดยที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังนั้น นายอำเภอบางสะพาน จึงมีหนังสือด่วนที่สุด เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ตามหนังสือที่ว่าการอำเภอบางสะพาน ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ระบุว่า อำเภอได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการลักลอบขุดดินแร่ในพื้นที่แม่น้ำลำคลองสาธารณะบริเวณคลองทอง หมู่ 5 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง โดยผู้ครอบครองพื้นที่อ้างสิทธิ์ว่าเป็นที่ดินของตนเอง และไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าใช้ประโยชน์หรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในลำคลองตามวิถีเดิมที่เคยปฏิบัติกันมา

นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน ระบุว่า ประเด็นร้องเรียนดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง จึงจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ อำเภอบางสะพานได้นัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ ประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปข.6 (วังยาว) นายก อบต.ร่อนทอง กำนันตำบลร่อนทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ร่อนทอง ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ถูกจับตามองจากประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรสาธารณะ การใช้ประโยชน์ลำคลอง และข้อสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบขุดดินแร่ ซึ่งหลายฝ่ายคาดหวังว่าการตรวจสอบจะนำไปสู่ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน และการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่น

ก่อนหน้านั้น นายณรงค์ เลียบวัน หัวหน้าหน่วยป่าไม้ ปข.2 บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ บุกไปจับกุมแรงงาน แจ้งดำเนินคดี 8 ผู้ต้องหาใช้เครื่องจักรกลหนักร่อนทองในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่ง ยึดรถแบคโฮพร้อมอุปกรณ์ 16 รายการ มีคนงานชาวไทย ชาวลาว และเมียนมา รวม 8 ราย ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีหลายข้อหาที่ สภ.บางสะพาน โดยอ้างว่ารับจ้างจากนาย พ. ชาวกรุงเทพฯ ผู้อ้างสิทธิในที่ดินนำอุปกรณ์ไปทำเหมืองร่อนทอง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หมู่ 6 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ยืนยันว่า ยังไม่เคยมอบสิทธิในที่ดินให้กับบุคคลใด.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน มอบกล้าไม้ 5,000 ต้น แก่ 42 ชุมชน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก มุ่งลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

เทศบาลนครหัวหิน มอบกล้าไม้ 5,000 ต้น แก่ 42 ชุมชน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก มุ่งลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานมอบพันธุ์กล้าไม้ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ตามโครงการ Hua Hin Youth Blue Carbon Society ประจำปีงบประมาณ 2569 กิจกรรมที่ 3 การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ที่ห้องนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้กับชุมชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล นางหนึ่งฤทัย สุขจันทร์ รองปลัดเทศบาล เลขานุการนายเทศมนตรี ประธานสภาฯ สมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยคณะครู โรงเรียนในเขตเทศบาลนครหัวหิน และผู้แทนชุมชนเข้าร่วม

นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวว่าโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการทำน้ำมันเขียวเพื่อสุขภาพ จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาไทยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่สนใจ โดยเทศบาลนครหัวหินร่วมกับศูนย์การเรียนรู้กิติกรณ์สมุนไพร ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครหัวหิน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 5 มิถุนายน 2569 เพื่ออบรมเกี่ยวกับการทำสมุนไพรน้ำมันเขียว และอบรมเกี่ยวกับการนวดกดจุดคลายกล้ามเนื้อ ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในชุมชน เพื่อเป็นความรู้ในการนำสมุนไพรจากธรรมชาติมาทำน้ำมันเขียว ใช้ในการนวดคล้ายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดคันจากสัตว์แมลงกัดต่อยไว้ใช้ในบ้านเรือน หรือนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนต่อไป

การมอบพันธุ์กล้าไม้ให้กับชุมชน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อลดภาวะโลกร้อนและเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน และเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเทศบาลนครหัวหิน โดยมีประธานชุมชนเป็นตัวแทนรับมอบ จำนวน 42 ชุมชน

นายนพพร กล่าวว่า การมอบพันธุ์กล้าไม้ในวันนี้ ได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนพันธุ์กล้าไม้จากสถานีเพาะชำกล้าไม้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวนทั้งสิ้น 5,000 ต้น เพื่อนำไปกระจายปลูกในพื้นที่ของชุมชน ทั่วเขตเทศบาลนครหัวหิน มีประธานชุมชนแต่ละแห่งเป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่ของตน และได้กล่าวแสดงความขอบคุณทุกภาคส่วนและตัวแทนชุมชนที่เสียสละเวลามาร่วมกิจกรรมสำคัญในครั้งนี้ พร้อมทั้งเน้นย้ำและแสดงความหวังว่าทุกชุมชนร่วมมือร่วมใจกันนำพันธุ์กล้าไม้ที่ได้รับมอบในวันนี้ ไปปลูกและดูแลรักษาให้เจริญเติบโต เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเมืองหัวหินอย่างยั่งยืนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหินเปิดโครงการอบรมทำน้ำมันเขียว – นวดกดจุด เสริมสุขภาวะคนในชุมชน

เทศบาลนครหัวหินเปิดโครงการอบรมทำน้ำมันเขียว – นวดกดจุด เสริมสุขภาวะคนในชุมชน

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการทำน้ำมันเขียวเพื่อสุขภาพ ที่ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร หมู่บ้านเขาน้อย ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนางหนึ่งฤทัย สุขจันทร์ รองปลัดเทศบาล นางเอื้องพร คณะมะ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม นายนรรฐพงศ์ สุทธิชาติพงศ์ ประธานศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร ประธานชุมชนฟ้าสีคราม วิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ ที่เข้ารับการอบ

นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวว่าโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการทำน้ำมันเขียวเพื่อสุขภาพ จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาไทยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่สนใจ โดยเทศบาลนครหัวหินร่วมกับศูนย์การเรียนรู้กิติกรณ์สมุนไพร ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครหัวหิน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 5 มิถุนายน 2569 เพื่ออบรมเกี่ยวกับการทำสมุนไพรน้ำมันเขียว และอบรมเกี่ยวกับการนวดกดจุดคลายกล้ามเนื้อ ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในชุมชน เพื่อเป็นความรู้ในการนำสมุนไพรจากธรรมชาติมาทำน้ำมันเขียว ใช้ในการนวดคล้ายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดคันจากสัตว์แมลงกัดต่อยไว้ใช้ในบ้านเรือน หรือนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนต่อไป

ซึ่งเนื้อหาหลักสูตร จะเน้นการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปใช้ดูแลตนเองและครอบครัวได้ โดยวันแรก เป็นการอบรมภาคปฏิบัติเกี่ยวกับการทำสมุนไพรน้ำมันเขียว ส่วนวันที่สอง เป็นการอบรมเทคนิคการนวดกดจุดเพื่อคลายกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี โดยมีทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญถึง 3 ท่าน ได้แก่ คุณสุวรรณา เดชเกิด, คุณวาสนา แสงกล้า และคุณเจริญพล รอดนุ้ย มาร่วมถ่ายทอดความรู้ทางด้านกรรมวิธีและเทคนิคต่างๆ ซึ่งเทศบาลคาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ลดรายจ่ายในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น และอาจนำไปสู่การต่อยอดสร้างอาชีพเสริมให้แก่คนในชุมชนหัวหินได้ในอนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ขบวนองค์กรชุมชนประจวบฯ ผนึก พอช. 3 โซน เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิต ช่วยผู้ไร้ที่ดิน ที่อยู่อาศัย

ขบวนองค์กรชุมชนประจวบฯ ผนึก พอช. 3 โซน เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิต ช่วยผู้ไร้ที่ดิน ที่อยู่อาศัย

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายประยูร พะมะ สหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดประชุมการขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ทั้ง 3 โซนของจังหวัด เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือและสนับสนุนงบประมาณประจำปี 2569 ร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สานต่อภารกิจพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม

การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อผลักดันให้ประชาชนที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด“สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน”

ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานในปี 2569 เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะครัวเรือนยากจน ผู้ไร้ที่ดินทำกิน และผู้ที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเอง พร้อมเร่งขับเคลื่อนโครงการพัฒนาชุมชนและสร้างโอกาสทางสังคมอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยืนยันเจตนารมณ์ในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างหลักประกันความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับคนในชุมชน โดยยึดหลักสำคัญว่ประชาชนทุกคนต้องได้รับโอกาส และไม่มีใครถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชมรมศิษย์เก่าบางสะพานวิทยา ระดมทุนจัดงานพัฒนาการศึกษา พร้อมคอนเสิร์ตการกุศลจากปาล์มมี่

ชมรมศิษย์เก่าบางสะพานวิทยา ระดมทุนจัดงานพัฒนาการศึกษา พร้อมคอนเสิร์ตการกุศลจากปาล์มมี่

คณะกรรมการชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนบางสะพานวิทยา ร่วมกับโรงเรียนบางสะพานวิทยา ขอเชิญชวนศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาทุกภาคส่วน ร่วมงาน“มหกรรมบางสะพานวิทยา”เพื่อระดมทรัพยากรทางการศึกษา และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนและเยาวชนของท้องถิ่น โดยมีกิจกรรม รวม 3 กิจกรรมสำคัญ เพื่อสร้างประโยชน์ทางการศึกษาและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนอนาคตของเยาวชน ประกอบด้วย 1. โครงการทอดผ้าป่าการศึกษา “ต้นกล้าบัณฑิต บวร”เพื่อระดมทุนสนับสนุนการจัดการศึกษา พัฒนาศักยภาพนักเรียน และส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ 2. การแข่งขันฟุตบอลการกุศล พบกับทีมนักฟุตบอลและดารารับเชิญชื่อดัง ที่จะมาร่วมสร้างสีสัน ความสนุกสนาน และความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงานตลอดการแข่งขัน 3. คอนเสิร์ตการกุศลจากศิลปินชื่อดัง“ปาล์มมี่”ที่จะมาร่วมส่งมอบความสุขผ่านบทเพลงยอดนิยม พร้อมสร้างบรรยากาศแห่งความสุขให้กับชาวบางสะพานและผู้เข้าร่วมงาน

งานมหกรรมบางสะพานวิทยา จะจัดขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ บ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจะเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด จะนำไปสนับสนุนกิจกรรมทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ตลอดจนการพัฒนาโรงเรียนบางสะพานวิทยา เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีให้กับนักเรียนและเยาวชนในพื้นที่

จึงขอเชิญชวนประชาชน ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตทางการศึกษาให้กับเยาวชน และร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาวบางสะพาน ในงานมหกรรมบางสะพานวิทยาที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2569 นี้.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อรพิน เวลเนสคลินิก ร่วมฉลอง Pride Month ชูแนวคิดดูแลทุกความต่าง สรรค์สร้างความมั่นใจให้ทุกคน

อรพิน เวลเนสคลินิก ร่วมฉลอง Pride Month ชูแนวคิดดูแลทุกความต่าง สรรค์สร้างความมั่นใจให้ทุกคน

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 พญ.อรพิน กิตติพิทยา ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ อรพิน เวลเนสคลินิก (Aurapin Wellness Clinic) เปิดเผยว่าได้ร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ Pride Month 2026 ภายใต้งาน “LGBTQ+ Festival Thailand 2026”ที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส คุณสุไพรพล เพ็ญแข หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โรงแรม และองค์กรต่างๆ ในพื้นที่หัวหิน ร่วมกันผลักดันให้หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง ยอมรับในความหลากหลาย และเป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย ตามแนวคิด “Love is Love” และ “Join to Pride” เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข สีสันและความเท่าเทียมในสังคมไทย

โอกาสนี้ พญ.อรพิน กิตติพิทยา ได้แสดงวิสัยทัศน์บนเวทีเสวนา “LGBTQ+ Be You Be Proud” เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม LGBTQ+ ให้ความสำคัญกับการดูแลภาพลักษณ์ภายนอก รูปร่าง หน้าตา เพื่อเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง บางคนอยากมีรูปร่างที่ดูดีมากขึ้น บางคนอยากมีกล้ามชัดขึ้น บางคนอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง หรือกำลังค้นหาตัวตนของตัวเอง จึงให้ความสำคัญกับการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ และมีจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่กล้าเข้ารับบริการทางการแพทย์ ประกอบกับข้อมูลจากสื่อออนไลน์ หรือคำแนะนำจากการบอกต่อ ทำให้มีการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ โดยไม่มีการตรวจสุขภาพก่อนใช้ และไม่ได้รับคำแนะนำหรือการตรวจติดตามโดยแพทย์ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ในกลุ่มข้ามเพศ หลายคนอยากมีผิวพรรณที่สวยงาม มีรูปร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจน ต้องเลือกใช้ฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจน ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่คุณต้องการ ช่วยเพิ่มความมั่น

แต่ในทางกลับกัน ก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (DVT) ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง มะเร็งเต้านม และอารมณ์แปรปรวนจากการเสียสมดุลของฮอร์โมน หรือกลุ่ม Transmasculine ที่อยากมีกล้ามเนื้อที่เด่นชัด และเลือกใช้ฮอร์โมนเพศชาย เช่นเทสโทสเทอโรน เพื่อเพิ่มความเป็นชาย แต่อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกินไป ทำให้เลือดข้นหนืด เสี่ยงต่อการอุดตันเส้นเลือด ผิวมัน เกิดสิวได้ง่ายขึ้น และผมร่วง ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว ดังนั้นจึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพื่อป้องกันการเกิดโรค ซึ่งความต้องการดูดี ดูมั่นใจ หรือความต้องการใช้ชีวิตในร่างกายที่สะท้อนตัวตนของตัวเองสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องดูแลอย่างถูกวิธี และปลอดภัย ซึ่ง อรพิน เวลเนสคลินิกให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม และพร้อมที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นเพื่อนคู่คิดที่จะดูแลสุขภาพของพี่น้องครอบครัว LGBTQ+ ทุกคน ให้เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

Aurapin Wellness Clinic ร่วมฉลอง Pride Month ชูแนวคิด “Glow Beyond Labels”

Aurapin Wellness Clinic ร่วมฉลอง Pride Month ชูแนวคิด “Glow Beyond Labels”

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 – หมอโม แพทย์หญิงอรพิน กิตติพิทยา ผู ้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Aurapin Wellness Clinic (อรพิน เวลเนส คลินิก) ร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ Pride Month 2026 ภายใต้งาน “LGBTQ+ Festival Thailand” ณ ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่ง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โรงแรม และองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่หัวหิน ร่วมกันผลักดันให้หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง ยอมรับในความหลากหลาย และเป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย ตามแนวคิด “Love is Love” และ “Join to Pride” เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข สีสัน และความเท่าเทียมในสังคมไทย

โอกาสนี้ หมอโม แพทย์หญิงอรพิน กิตติพิทยา ได้แสดงวิสัยทัศน์บนเวที Pride Month 2026 เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม LGBTQ+ ให้ความสำคัญกับการดูแลภาพลักษณ์ภายนอก รูปร่าง หน้าตา เพื่อเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง บางคนอยากมีรูปร่างที่ feminine มากขึ้น บางคนอยากมี กล้ามชัดขึ้น บางคนอยู่ในช่วง transition หรือกำลังค้นหาตัวตนของตัวเอง จึงให้ความสำคัญกับการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ และมีจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่กล้าเข้ารับบริการทางการแพทย์ ประกอบกับข้อมูลจากสื่อออนไลน์ หรือคำแนะนำ จากการบอกต่อ ทำให้มีการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ โดยไม่มีการตรวจสุขภาพก่อนใช้ และไม่ได้รับคำแนะนำหรือการตรวจติดตามโดยแพทย์ ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น กลุ่ม Transgender หลายคนอยากมีผิวพรรณที่สวยงาม มีรูปร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจน จึงเลือกใช้ฮอร์โมนเพศหญิง เช่น Estrogen ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่คุณต้องการ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ แต่ในทางกลับกัน ก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (DVT) ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง มะเร็งเต้านม และอารมณ์แปรปรวน จากการเสีย Hormone Balance หรือกลุ่ม Transmasculine ที่อยากมีกล้ามเนื้อที่เด่นชัด และเลือกใช้ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) เพื่อเพิ่มความเป็นชาย ในทางกลับกันก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกินไป (Polycythemia) ทำให้เลือดข้นหนืด เสี่ยงต่อการอุดตันเส้นเลือด ผิวมัน เกิดสิวได้ง่ายขึ้น และผมร่วง ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว ดังนั้นจึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพื่อป้องกันการเกิดโรค ซึ่งความต้องการดูดี ดูมั่นใจ หรือความต้องการใชชีวิตในร่างกายที่สะท้อนตัวตนของตัวเอง สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญ คือ “ต้องดูแลอย่างถูกวิธี และปลอดภัย”ค่ะ

หมอโม กล่าวเพิ่มเติมว่า Aurapin Wellness Clinic (อรพิน เวลเนส คลินิก) เราให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม และเราพร้อมที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นเพื่อนคู่คิดที่จะดูแลสุขภาพของพี่น้องครอบครัว LGBTQ+ ทุกคนให้เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืน Aurapin Wellness Clinic (อรพิน เวลเนส คลินิก) จึงตั้งใจพัฒนา Wellness Experience ที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ผ่านแนวคิด “Glow Beyond Labels” ที่เชื่อว่า การดูแลสุขภาพและความมั่นใจ ไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศ อายุ หรือกรอบความงามแบบเดิม โดยเราให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจให้กับผู้มารับบริการด้วยความเป็นมิตร เท่าเทียม และรู้สึกว่าที่นี่คือพื้นที่ที่ปลอดภัย โอบรับ และเข้าใจทุกตัวตนของทุกคนได้จริง โดยเรามีโปรแกรมในการดูแลสุขภาพและความงามที่หลากหลาย เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น โปรแกรม laser กำจัดขน โปรแกรม Pico second laser ที ่จะช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนและกระจ่างใสมากขึ้น และโปรแกรมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (HIFEM) ที่กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ “เราสามารถเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่สวย หล่อ ควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาวค่ะ”

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศุลกากรประจวบฯ สนธิกำลังสกัดจับเมล็ดกาแฟดิบเถื่อนเกือบ 10 ตัน มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

ศุลกากรประจวบฯ สนธิกำลังสกัดจับเมล็ดกาแฟดิบเถื่อนเกือบ 10 ตัน มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์วรพงษ์ รังผึ้ง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ และนายศักดิ์เศวต เศวตเวช หัวหน้าด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันเปิดเผยว่า ตามนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลและกรมศุลกากรในการการปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย ของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วยนายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ที่สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ และด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังร่วมออกปฏิบัติการเฝ้าตรวจและตั้งจุดสกัดตามเส้นทางยุทธศาสตร์ เพื่อป้องกันการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบรถบรรทุกเป้าหมาย ที่จุดตรวจด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากการตรวจค้นรถบรรทุกคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจพบเมล็ดกาแฟดิบ ที่มีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ ซุกซ่อนอยู่จำนวนรวม 160 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 9.6 ตัน ประกอบด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 133 กระสอบ และเมล็ดกาแฟโรบัสต้า 27 กระสอบ โดยไม่ปรากฏเอกสารการนำเข้าหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงเมล็ดกาแฟดิบดังกล่าว เป็นสินค้าพืชควบคุมการนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการกักพืช ซึ่งต้องผ่านการตรวจและได้รับอนุญาตจากด่านตรวจพืชก่อนนำเข้า เจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าสินค้าประมาณ 4 ล้านบาท โดยเมล็ดกาแฟดิบเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้ระบบโควตาภาษี ตามพันธกรณี WTO โดยการนำเข้านอกโควตาต้องเสียอากรขาเข้า ในอัตราร้อยละ 90 ของราคาศุลกากร คิดเป็นค่าภาษีอากรรวมอากรขาเข้า 3.6 ล้านบาท รวมของกลางมีมูลค่าและภาษีอากรที่พึงชำระ กว่า 7.6 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ พร้อมควบคุมตัวผู้ขับขี่และยานพาหนะดำเนินคดี ข้อหานำเข้าของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พร้อมขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจค้นรถบรรทุกคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจพบเมล็ดกาแฟดิบ ที่มีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ ซุกซ่อนอยู่จำนวนรวม 160 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 9.6 ตัน ประกอบด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 133 กระสอบ และเมล็ดกาแฟโรบัสต้า 27 กระสอบ โดยไม่ปรากฏเอกสารการนำเข้าหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงเมล็ดกาแฟดิบดังกล่าว เป็นสินค้าพืชควบคุมการนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการกักพืช ซึ่งต้องผ่านการตรวจและได้รับอนุญาตจากด่านตรวจพืชก่อนนำเข้า เจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าสินค้าประมาณ 4 ล้านบาท โดยเมล็ดกาแฟดิบเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้ระบบโควตาภาษี ตามพันธกรณี WTO โดยการนำเข้านอกโควตาต้องเสียอากรขาเข้า ในอัตราร้อยละ 90 ของราคาศุลกากร คิดเป็นค่าภาษีอากรรวมอากรขาเข้า 3.6 ล้านบาท รวมของกลางมีมูลค่าและภาษีอากรที่พึงชำระ กว่า 7.6 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ พร้อมควบคุมตัวผู้ขับขี่และยานพาหนะดำเนินคดี ข้อหานำเข้าของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พร้อมขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป