Categories
ข่าว ทั้งหมด

สสว.จัดเสวนา “กลยุทธการขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยให้เป็นหนึ่ง” ที่หัวหิน

สสว.จัดเสวนา “กลยุทธการขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยให้เป็นหนึ่ง” ที่หัวหิน

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการเสวนา “กลยุทธการขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยให้เป็นหนึ่ง” ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี นายกิตติ พรศิวะกิจ ประธานคณะอนุกรรมการ Smart Tourism คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ น.ส.แสงจันทร์ แก้วปทุมรัสมี ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางวาสนา ศรีกาญจนากรรมการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย/นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ นายชณัฏฐ์ พงศ์ธราธิก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และแขกผู้เกียรติ เข้าร่วม

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ กล่าวว่า โครงการ SME Restart เป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (สสว.) กับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจให้มีความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในด้านสินค้า การตลาด และเทคโนโลยี และเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวไปยังชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ เป็นการเพิ่มทักษะ (Upskill) และ ฝึกฝนทักษะ (Reskill) แก่ผู้ประกอบการ และนอกจากนี้สภาฯ ยังได้เร่งผลักดันให้กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ได้ยื่นเรื่องเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลเรื่องการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจการโรงแรม

นายกิตติ พรศิวะกิจ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่ม SME ให้มีทักษะความรู้ มีการยกระดับในเรื่อง smart greenwell ซึ่งประธานสภาอุตสาหกรรมไทยมีนโยบายว่า จะต้องช่วยพี่น้องผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้สามารถใช้เครื่องมือดิจิตอลในการให้บริการลูกค้า ในการหาลูกค้า ในการวิเคราะห์ข้อมูล เรานำ 3 เทคโนโลยีที่สำคัญในเรื่องของ smartism มาแบ่งปันให้กับพี่น้องชาวหัวหินและชะอำ เครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงนี้ คือการใช้ tiktok มาเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์แล้วสร้างรายได้ AI ที่ฮิตที่สุดวันนี้คือตัวแชท GMT จะมาช่วยในการสร้างเนื้อหา โพสต์บนโลกโซเชียลมีเดีย เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือแห่งอนาคต

นางวาสนาศรี กาญจนา กล่าวว่า ในส่วนของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ขอขอบคุณคณะผู้จัดการทำโครงการ ที่เลือกพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบฯ เป็นพื้นที่นำร่องสำหรับการอบรมให้ความรู้ในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้ up skill และ Reskill และได้รับความรู้เพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างประกอบธุรกิจของตนเองให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพคนเมืองสูงวัยอย่างมีคุณค่า

รพ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพคนเมืองสูงวัยอย่างมีคุณค่า

วันที่ 24 กรกฎาคม 66 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพเพื่อคนสูงวัย ภายใต้ชื่อโครงการ “คนเมืองสูงวัยอย่างมีคุณค่า” ที่บริเวณอาคารผู้ป่วยนอกชั้น 1 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบฯ โดยโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อให้ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ สามารถเข้าถึงระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุมเพิ่มมากยิ่งขึ้น มีนายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม มีผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปให้ความสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม มหกรรมสุขภาพ “คนเมืองสูงวัยอย่างมีคุณค่า” ถือเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะรองรับการดูแลผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์และในเขตตำบลประจวบคีรีขันธ์ ที่มีประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และจากปัญหาด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ เช่น โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ความสามารถในการกลั้นปัสสาวะลดลง ปัญหาด้านการมองเห็น การเคลื่อนไหว ปัญหาสุขภาพช่องปาก ส่งผลกระทบต่อรายจ่ายด้านสวัสดิการและสุขภาพ เมื่อผู้สูงอายุที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ได้พัฒนาระบบบริการเพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุ และในปีงบประมาณ 2566 โรงพยาบาลประจวบฯ ยังให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการพัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพเพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุตามปัญหาสุขภาพที่สำคัญ ทั้งในสถานบริการและเชิงรุกในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

กิจกรรมนี้ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มาให้บริการตรวจรักษาโรคและให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ อาทิเช่น การตรวจมวลกระดูก ด้วยเครื่องตรวจมวลกระดูก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแคสป้าฟาร์มาซูติคอล และบริษัท CPF ประเทศไทย จำกัด มหาชน คุณสุรีย์ เขียวสละและครอบครัว ให้การสนับสนุนอาหารว่างสำหรับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีบริการตรวจสุขภาพ ดวงตา จอประสาทตา ต้อหิน การตรวจสุขภาพในช่องปาก และมะเร็งช่องปาก การให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และแนะนำให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและกล้ามเนื้อของคนสูงวัย รวมไปถึงการเปิดรับบริจาคอวัยวะและดวงตา เป็นต้น.


ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปิคอัพหลับในชนเสาเหล็กข้างทาง ดับคาพวงมาลัย 1 สาหัส 2

ปิคอัพหลับในชนเสาเหล็กข้างทาง ดับคาพวงมาลัย 1 สาหัส 2

เมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ร.ต.ท.เมธาสิฐ ณ พัทลุง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพฉุกเฉิน 1669 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ ชนเสาป้ายเหล็กข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายติดคาอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาลงใต้ หลักกิโลเมตรที่ 285 + 400 หมู่ 7 บ้านบ่อนอก ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งเหตุจึงพร้อมด้วย ด.ต.จักรพงษ์ อินทนพ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองประจวบฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตู้ยามบ่อนอก รุดไปตรวจสอบ พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน นำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัย อบต.บ่อนอก หน่วยกู้ชีพ 1669 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่หมวดกรมทางหลวงประจวบฯ และลุงนึกประจวบรถยก เข้าให้ความช่วยเหลือในจุดที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุ มืดสนิท ไม่มีแสงไฟส่องสว่างทาง มีหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลบางสะพานขับรถผ่านมาให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่ามีรอยรถเบรก ระยะทางประมาณ 20 เมตร ก่อนจะชนเข้ากับเสาเหล็กป้ายบอกจุดกลับรถขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างทาง เป็นรถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน บพ 5488 ประจวบฯ ชนอัดติดอยู่กับเสาเหล็ก มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดคาอยู่ภายในรถ จำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ตัดซากรถนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกุยบุรี 1 ราย ทราบชื่อคือนางพะเยีย บุญเกิด อายุ 52 ปี และส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย ชื่อ น.ส.จิราวรรณ บุญเกิด อายุ 15 ปี ส่วนผู้ขับขี่ชื่อนายจรัล บุญเกิด อายุ 57 ปี ถูกอัดคาอยู่กับพวงมาลัย เสียชีวิตคาที่ จากขาขวาขาด เสียเลือดมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลประจวบฯ

จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่า ผู้ขับขี่อาจวูบหลับใน เป็นเหตุให้รถเสียหลัก หรือมีอะไรตัดหน้ารถ จึงเกิดการเบรกอย่างกะทันหัน ทำให้รถไถลเข้าไปชนกับเสาเหล็กข้างทาง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เจ้าหน้าที่สอบถามญาติ เล่าว่าผู้เสียชีวิตได้พาลูกและภรรยาไปจ่ายตลาดเช้าที่ตลาดอำเภอกุยบุรีเป็นประจำ โดยจะออกจากบ้านช่วงเวลาประมาณตี 3 ของทุกวัน เพื่อนำสิ่งของที่ซื้อ มาขายที่ร้านขายของชำของตนในหมู่บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง และประสานให้บริษัทประกันมาดำเนินการรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตตามลำดับต่อไป เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินของทางราชการเสียหายแต่อย่างใด.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดวังก์พง บวงสรวงเปิดงานปิดทองหลวงพ่อเศียรศักดิ์สิทธิ์ และสมโภชเทียนพรรษาพระราชทาน

วัดวังก์พง บวงสรวงเปิดงานปิดทองหลวงพ่อเศียรศักดิ์สิทธิ์ และสมโภชเทียนพรรษาพระราชทาน

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 พระมหาวชิรญาณ มหาวชิรญาโณ เจ้าอาวาสวัดวังก์พง เป็นประธานพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเปิดงานประเพณีหล่อเทียนพรรษาและสมโภชเทียนพรรษาพระราชทาน นมัสการปิดทองหลวงพ่อเศียรศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำรายได้สมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดวังก์พง ที่ด้านหน้าอุโบสถวัดวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสุรสิทธิ์ สมะพงษ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางศิริพร เผ่าพันธุ์ นายก อบต.วังก์พง น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังก์พง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ร่วมในพิธี งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม รวม 9 วัน 9 คืน ภายในงานมีการออกโรงทาน ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ทั้งอาหารซีฟู้ด อาหารพื้นบ้าน ขนมพื้นเมือง สวนสนุกสำหรับเด็ก พร้อมชมฟรีมหรสพทุกค่ำคืนตลอดระยะเวลาจัดงาน

“วัดวังก์พง” สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2435 ปรากฏตามหนังสือรับรองสภาพวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนา และทะเบียนวัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพระครูวิริยาธิการี หรือหลวงปู่นาค เป็นผู้สร้าง ในที่ดินของเจ้าหมื่นคงคณาลักษณ์ ที่ถวายให้ประมาณ 6 ไร่ ต่อมาเมื่อปี 2439 ขุนศรีเสละคาม (พลอย กระแสสินธุ์) พร้อมพวกได้มานิมนต์หลวงปู่นาคไปอยู่ที่วัดหัวหิน หลังจากนั้นก็มีเจ้าอาวาสองค์ต่อมา ดังนี้ องค์ที่ 2 คือหลวงพ่อน้อย องค์ที่ 3 คือหลวงพ่อหัน องค์ที่ 4 คือ หลวงพ่อคลัง องค์ที่ 5 คือหลวงพ่อยุติ ต่อมาปี พ.ศ.2502 พระครูไพโรจน์ยติคุณ เจ้าอาวาสองค์ที่ 6 เห็นว่าที่ตั้งวัดเดิม มีสถานที่คับแคบ เป็นที่ลุ่มและมีน้ำท่วมขังทุกๆ ปี ในฤดูฝน ไม่สะดวกต่อพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญกัน และในปี 2504 จึงมีมติร่วมกับชาวบ้านว่าเห็นสมควรย้ายวัดมาอยู่ทางฝั่งตะวันตกของสถานีรถไฟวังก์พง ด้านหน้าค่ายธนะรัชต์ โดยได้รับศรัทธาจากชาวบ้านถวายที่ดินและอีกส่วนหนึ่ง จัดซื้อขึ้นเพิ่มเติม โดยปัจจุบันมีเนื้อที่ดินทั้งสิ้น ประมาณ 95 ไร่ ต่อมาได้ดำเนินการขออนุญาตขอพระราชทานวิสุงคามสีมาถูกต้องตามพระราชบัญญัติ การปกครองคณะสงฆ์ทุกประการเมื่อปี 2522

วัดวังก์พง มีสิ่งศักสิทธิ์ที่สำคัญ คือพระประธานประจำโบสถ์ คือ ‘พระพุทธภควันต มงคลโสตถิวิมลวังก์พงสถิต’ ซึ่งเป็นพระประธานที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเสด็จเททองหล่อไว้ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2522 และทรงประทานนามว่า ‘พระพุทธภควันต มงคลโสตถิวิมลวังก์พงสถิต’ ส่วนอีกองค์คือ “หลวงพ่อเศียร” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือกราบไหว้บูชาของชาวบ้านในพื้นที่ ปัจจุบันวัดวังก์พง มีอายุตั้งแต่เริ่มสร้างถึงขณะนี้เป็นเวลา 130 ปีแล้ว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คอหวยแห่ซื้อเลขเด็ด หลวงปู่นาค” เกจิดังวัดหัวหินครบรอบ 89 ปี ในงานวันบุพการี

คอหวยแห่ซื้อเลขเด็ด หลวงปู่นาค” เกจิดังวัดหัวหินครบรอบ 89 ปี ในงานวันบุพการี

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 พระครูพิสุทธิ์ภาวนาพิธาน (เอกดนัย โชติธมโม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดหัวหิน จัดงานวันบุพการีขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงวันครบรอบการมรณภาพปีที่ 89 ของหลวงปู่นาค ปุญญนาโค หรือพระครูวิริยาธิการี เจ้าอาวาสวัดหัวหินองค์แรก พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง พร้อมทั้งทำบุญอุทิศให้อดีตเจ้าอาวาสวัดหัวหินทุกรูป ที่ศาลาปฏิบัติธรรมวัดหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ฝ่ายธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระเถระและเจ้าอาวาสในเขตประจวบฯ – เพชรบุรี รวม 119 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบฯ นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาล และศิษยานุศิษย์และประชาชนชาวหัวหินกว่าสองพันคนร่วมในพิธี พร้อมกันนี้มีผู้ใจบุญต่างนำอาหารคาวหวาน ผลไม้ เครื่องดื่มนานาชนิด ร่วมออกโรงทานหน้าวิหารหลวงปู่นาคเกือบ 300 ร้าน มาแจกจ่ายให้ประชาชนที่ร่วมงาน และต่างหาซื้อเลขเด็ด “หลวงพ่อนาค” ครบรอบ 89 ปี ที่บริเวณหน้าวิหารกันอย่างคึกคัก

หลวงปู่นาค เกิดเมื่อปี พ.ศ.2400 เป็นบุตรของนายพ่วง – นางสุ่ม พ่วงไป มีพี่น้องรวมทั้งหมด 5 คน ท่านเป็นคนที่ 2 บ้านเดิมอยู่ที่บ้านลัดโพ อ.คลองกระแซง จ.เพชรบุรี หัดเรียนเขียนอ่านอักขระสมัยที่วัดลัดโพ กับพระอธิการเมือง อยู่ 1 ปี แล้วย้ายไปอยู่กับพระอธิการสุก วัดหลักป้อม จ.สมุทรสงคราม เรียนทางพระปริยัติธรรมและบาลีธรรมอยู่หลายปี จนอายุย่าง 19 ปี จึงบรรพชาเป็นสามเณร กระทั่งอายุ 21 ปี จึงอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดหลังป้อม ได้รับฉายาว่า “ปุญญนาโค” เริ่มศึกษาวิปัสสนาธุระและรับการถ่ายทอดพุทธาคมจากหลวงพ่อตาด วัดบางวันทอง ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม นอกจากนี้ยังได้ศึกษาวิชาอาคมจากหลวงพ่อเอี่ยม วัดลัดด่าน และหลวงพ่อภู่ วัดบางกะพ้อม จนมีเกียรติคุณเลื่องลือด้านวิทยาคมอย่างยอดเยี่ยม ต่อมาในปี 2464 ท่านได้ลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัว และแต่งงานกับนางแจ่ม มีบุตร 1 คน ก่อนที่จะเลิกร้างกันไป และเกิดความเบื่อหน่ายทางโลก ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งที่วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี จำพรรษาอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนมาสร้างวัดวังก์พง ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวบ้านหัวหินได้พร้อมใจกันสร้างวัดอัมพารามขึ้น ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดหัวหิน จากนั้น ขุนศรีเสละคาม (พลอย กระแสสินธุ์) กำนันโต และผู้ใหญ่กล่ำ เป็นตัวแทนชาวบ้านไปอาราธนาท่านมาเป็นเจ้าอาวาส เพราะเป็นที่เคารพเลื่อมใสของคนในท้องถิ่น นับแต่นั้นมาท่านได้พัฒนาวัดหัวหินจนกระทั่งมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมวัดอื่นๆ บั้นปลายชีวิตหลวงปู่นาคเริ่มอาพาธด้วยโรคบวมตามข้อ ปี พ.ศ.2475 รักษาตัวเรื่อยมา อาการไม่หายขาด ก่อนที่จะมรณภาพลงเมื่อเวลา 15.53 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2477 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสปกครองยาวนานถึง 38 ปี อายุพรรษา 43 พรรษา จากนั้นมาได้มีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสต่อมาจนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 10 รูป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

สุดมันส์ การแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล รอบชิงแชมป์ที่หัวหิน

สุดมันส์ การแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล รอบชิงแชมป์ที่หัวหิน

วันที่ 23 กรกฎาคม 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล ประจำปี พ.ศ.2566 รอบชิงแชมป์ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก และภาคใต้ มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ นายกสมาคมพัฒนากีฬาหัวหินและที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะผู้บริหารเทศบาล แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมชมการแข่งขันอย่างสนุกสนาน ที่เวทีมวยชั่วคราวด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

การแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริม สนับสนุน อนุรักษ์ เผยแพร่ และพัฒนากีฬามวยไทยให้เป็นกีฬาประจำชาติ เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ ทัศนคติที่ดีให้ประชาชนคนไทยทุกคน พร้อมทั้งส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ ยกระดับมวยไทยสู่ Soft Power ให้เติบโตอีกครั้งเป็นปีที่ 2 ทั้งนี้รูปแบบการแข่งขัน จะแบ่งออกเป็นรอบคัดเลือกระดับภาค ซึ่งดำเนินการร่วมกับผู้จัดรายการแข่งขันมวยไทยในช่วงเดือนมีนาคม – มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งคัดเลือกนักกีฬาจำนวน 2 คนต่อรุ่น เข้าสู่การแข่งขันแบบแพ้คัดออกในรอบชิงชนะเลิศระดับภาค ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ประกอบด้วย รอบชิงแชมป์ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เชียงราย, รอบชิงแชมป์ภาคกลางและภาคใต้ ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์, รอบรองชนะเลิศประเทศไทย และรอบชิงชนะเลิศประเทศไทย จะจัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน 2566 เพื่อคว้าเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท พร้อมรถมอเตอร์ไซค์รอยัลเอ็นฟิลด์ โดยการแข่งขันครั้งนี้มีนักชกทั้งชายหญิงเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 12 คู่ นอกจากนี้ภายในงานยังมีนิทรรศการเชิดชูเกียรติ “โผน กิ่งเพชร” ตำนานนักชกผู้ยิ่งใหญ่ อดีตแชมป์โลกของสภามวยโลก (WBC) ชาวหัวหินที่ไม่มีวันลืมเลือน ไว้บริเวณสถานที่จัดการแข่งขันด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดห้วยทรายขาวจัดอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

วัดห้วยทรายขาว จัดอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2566 นายวิเชียร เกตุงาม กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการอุปสมบทเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษาเเละโครงการปฏิบัติธรรมเเละครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรม โดยมี พตท.ดร.สุรศักดิ์ บุญศรีวิวัฒน์ ผู้บริหารเครือสหวิริยา นายกัณฑ์ ยังสุนตย์ พร้อมด้วยชาวอำเภอบางสะพาน เป็นเจ้าภาพร่วมอุปสมบทในโครงการบรรพชาครั้งนี้ เพื่อได้ศึกษาเเละปฏิบัติธรรมตามหลักสูตรพระปริยัติธรรมที่จัดขึ้นเป็นพิเศษในโอกาสนี้ตลอดระยะเวลา 9 วัน

ในงานมีประชาชนมาร่วมอุปสมบทหมู่ เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และฉลองตราตั้งพระอุปัชฌาย์ ของพระมหาสมจริง สุวณฺณโชโต เจ้าคณะตำบลพงศ์ประศาสน์ เจ้าอาวาสวัดห้วยทรายขาว

ในพิธีอุปสมบท มีคณะกลองยาวจากนักเรียนโรงเรียนบ้านดอนสง่า มาช่วยแห่นาค มีญาติพี่น้องที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตและเดินไม่ได้ มีอาจารย์กิ่ง หมอตอกเส้น ชื่อดังจากจังหวัดเชียงใหม่ มาตอกเส้นและรักษาอัมพฤกษ์อัมพาตให้ฟรี มีประชาชนมาให้ทำการรักษาจำนวนมาก และมีอาหารรับประทานฟรีตลอดงาน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนฝึกมวยไทย

เทศบาลหัวหิน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนฝึกมวยไทย

วันที่ 22 กรกฎาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและเผยแพร่มวยไทยในชุมชนท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬามวยไทย สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยมีนายอภิชัย นราวงษ์ รักษาการผู้อำนวยการกองสถาบันมวยไทยแห่งชาติ นางนพวรรณ แย้มพรหม ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล คณะวิทยากร ผู้อำนวยการสถานศึกษา นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในสังกัดเทศบาล เข้าร่วมกิจกรรม ณ อาคารพลศึกษา โรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง อ.หัวหิน

นายนพพร กล่าวว่าโครงการจัดกิจกรรมการส่งเสริมและเผยแพร่มวยไทยในชุมชน ผ่านกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬามวยไทยสำหรับคนรุ่นใหม่นี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการประกวดไหว้ครูและนาฏยุทธ์มวยไทย และการประกวดคีตมวยไทย เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่มวยไทยในชุมชนท้องถิ่นให้เป็นเอกลักษณ์ของชาติที่มั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทย โดยมีเป้าประสงค์หลักที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐบาล ที่มุ่งมั่นส่งเสริมให้มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติ ชูมวยไทยเป็น Soft Power สู่เวทีระดับโลก สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ทั้งในรูปแบบการแข่งขันมวยไทยอาชีพและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่มีจุดขายด้านศิลปะวัฒนธรรมกีฬามวยไทยควบคู่กันไปด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ เพิ่มแพทย์เฉพาะทาง 13 สาขาย่อย

รพ.ประจวบฯ เพิ่มแพทย์เฉพาะทาง 13 สาขาย่อย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ยินดีต้อนรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 13 สาขา ทั้งสาขาหลักและต่อยอด ประกอบด้วย ศัลยกรรมระบบประสาท ศัลยกรรมศัลยศาสตรศีรษะและลำคอ อายุรศาสตร์โรคหัวใจ อายุรศาสตร์โรคไต อายุรกรรม จักษุวิทยา ตจวิทยา (ผิวหนัง) จักษุวิทยา สาขาต้อหิน เวชศาสตร์ฟื้นฟู กุมารเวชกรรม วิสัญญีวิทยา จิตเวชศาสตร์ รองรับปริมาณผู้ป่วยในอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์และอำเภอใกล้เคียง ช่วยเสริมขีดความสามารถในการให้บริการประชาชน

ก่อนหน้านี้ บางสาขามีแพทย์อยู่เพียงคนเดียว ทำให้อยู่เวรนอกเวลาราชการได้เพียง 15 วันเท่านั้น เมื่อมีเหตุจึงต้องส่งต่อไปที่โรงพยาบาลหัวหิน แพทย์เฉพาะทางสาขาย่อยจะช่วยเพิ่มศักยภาพในรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที เช่น ศัลยกรรมจากอุบัติเหตุ อายุรศาสตร์โรคหัวใจ ซึ่งโรงพยาบาลกำลังจัดตั้งศูนย์หัวใจ จะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ อายุรศาสตร์โรคไตมีผู้ป่วย 200 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กลุ่มผู้ป่วยด้านจิตเวชเพิ่มมากขึ้นจากกรณีการเสพยาเสพติด รวมถึงผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ปัจจุบันโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์มีแพทย์ทั้งหมด 70 คน รวมแพทย์เฉพาะทาง ส่งผลให้แพทย์มีปริมาณงานไม่หนักจนเกินไป แบ่งเบาภาระงานของแพทย์จากบางสาขาที่เคยมีแพทย์เพียงคนเดียว ทำให้แพทย์สลับการทำงานได้ อยู่เวรครอบคลุมให้บริการผู้ป่วยได้ 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะคนไข้ที่มานอกเวลา เช่น อุบัติเหตุผ่าตัดสมอง มีการเตรียมเครื่องมือในการสนับสนุนแพทย์เฉพาะทาง การขยายห้องผ่าตัดเพิ่มเติม การดำเนินการจัดหาเครื่องมือวินิจฉัยโรคขั้นสูง เครื่องเอ็กเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง และเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คาดว่าทั้งสองรายการจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวคึกคักงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2023” คาดเงินสะพัดกว่า 150 ล้านบาท

นักท่องเที่ยวคึกคักงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2023” คาดเงินสะพัดกว่า 150 ล้านบาท

ช่วงเย็นวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2023” ตามโครงการ “Amazing Ultimate Festival” ที่ชายหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ อ.หัวหิน มีนายณัฐ ครุฑสูตร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าชมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ จากการที่ ททท.ได้จัดโครงการ AMAZING ULTIMATE FESTIVAL ขึ้นในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ พังงา, ภูเก็ต, สงขลา และที่ประจวบฯ โดยกิจกรรม 3 ครั้งแรกที่ผ่านมา ที่พังงา, ภูเก็ต และสงขลา ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเกินความคาดหมาย มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานกว่า 210,000 คน สร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 450,400,000 บาท ประกาศให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เห็นว่าชายหาดประเทศไทยสวยงาม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอันสุดแสนวิเศษ

สำหรับการจัดงานครั้งที่ 4 นี้ ททท.ร่วมกับจังหวัดประจวบฯ, เทศบาลเมืองหัวหิน พร้อมหน่วยงานภาครัฐ – เอกชนในพื้นที่จัดงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2023” ระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคมนี้ บริเวณชายหาดหัวดอน อ.หัวหิน ภายในงานประกอบด้วย FOOD ZONE, SHOPPING ZONE, กิจกรรม WATER SPORTS CLINIC และ WORKSHOP สนุกมากมาย พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ อาทิ VIOLETTE WAUTIER, ZOM MARIE, MUSKETEER, WHAL & DOLPH, THE TOYS, LOSERPOP พร้อมศิลปินและ DJ อีกมากมาย โดย ททท.คาดการณ์มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานในครั้งนี้กว่า 50,000 คน และสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนกว่า 150 ล้านบาท จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวออกมาสนุก ริมชายหาดทรายขาวๆ กับเทศกาลอาบแดด ปะทะสายลมไปด้วยกันในงานนี้.