Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบต.อ่างทอง เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

อบต.อ่างทอง เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายอำนวย จันทร์เจ็ก รองนายก อบต.อ่างทอง เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และพนักงานส่วนตำบล ที่ห้องประชุมสภา อบต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ มีนายธานินทร์ บุญนี ปลัด อบต.อ่างทอง กล่าวรายงาน พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบต. และบุคลากรทุกฝ่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อยกระดับความรู้ ความสามารถและทักษะการทำงานให้มีมาตรฐานสูงขึ้น

วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และความชำนาญ ในขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ ทั้งการเตรียมความพร้อม การเฝ้าระวัง การช่วยเหลือ และการฟื้นฟูเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี ความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด

วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และความชำนาญ ในขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ ทั้งการเตรียมความพร้อม การเฝ้าระวัง การช่วยเหลือ และการฟื้นฟูเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี ความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด

กิจกรรมภายในโครงการมีการบรรยายให้ความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และฝึกปฏิบัติจริงในหัวข้อที่สำคัญ อาทิ หลักการและแนวทางการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดภัยและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การใช้อุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและปลอดภัย การเสริมสร้างทีมงานและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

อบต.อ่างทอง มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง ในการพัฒนาบุคลากรให้เป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะปกป้องและดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ หวังว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความเจริญรุ่งเรืองของตำบลอ่างทองต่อไป.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกหนุ่ย ปิดศึกประดู่แดงเกมส์ ครั้งที่ 67 ส่งเสริมเยาวชนพัฒนาทักษะด้านกีฬา

นายกหนุ่ย ปิดศึกประดู่แดงเกมส์ ครั้งที่ 67 ส่งเสริมเยาวชนพัฒนาทักษะด้านกีฬา

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานให้โอวาทและปิดการแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียนหัวหิน “ประดู่แดงเกมส์ ครั้งที่ 67” ประจำปีการศึกษา 2569 ที่สนามกีฬาโรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายเสกสรรค์ เขียวไกร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ, นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายอมร พัฒน์ทอง สมาชิกสภาเทศบาล, นายสุชาติ หูทิพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหิน คณะกรรมการ คณะครู นักเรียน นักกีฬา และผู้ปกครองร่วมในพิธี โดยก่อนเข้าสู่การแข่งขัน นางเสาวลักษณ์ รัตนภักดี นักกีฬาอาวุโสได้นำนักกีฬากล่าวปฏิญาณตน จากนั้นเป็นขบวนพาเหรดอันตระการตา นำโดยวงดุริยางค์บรรเลงเพลงอย่างสง่างาม ตามด้วยขบวนของคณะสีต่างๆ ได้แก่ คณะรามจิตติ คณะพระขรรค์เพชร คณะอัศวพาหุ และคณะศรีอยุธยา

โรงเรียนหัวหินจัดการแข่งขันกีฬาภายใน “ประดู่แดงเกมส์” ขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 67 ระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคม 2569 เพื่อพัฒนาเยาวชนด้านการกีฬา ได้มีเวทีและโอกาสในการแสดงออกซึ่งความสามารถในเชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เยาวชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันและมีความผูกพันกับสถาบันการศึกษา แบ่งการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 8 ประเภท ได้แก่ ฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปักตะกร้อ เปตอง เทเบิลเทนนิส แบดมินตันและกรีฑา

นอกจากนี้ยังจัดการประกวดขบวนพาเหรดและกองเชียร์ สร้างสีสันในการแข่งขันกีฬาอีกด้วย เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้มีการพัฒนาตนเองครบทั้ง 4 ด้าน มีความรัก ความสามัคคี ประสานความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข พร้อมกันนี้ นายกเทศมนตรีนครหัวหินได้ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าการศึกษาโรงเรียนหัวหิน ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เพื่อสมทบทุนสร้างและซ่อมแซมอาคารเรียน ให้นักเรียนได้เรียนหนังสือในอาคารที่มั่นคง แข็งแรงและปลอดภัย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จับหนุ่มลักลอบตัด “หินถ้ำมังกร”

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จับหนุ่มลักลอบตัด “หินถ้ำมังกร”

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เข้าจับกุมผู้กระทำผิดชาย 1 ราย หลังลักลอบขึ้นไปตัดแต่งและเก็บหาก้อนหินธรรมชาติภายในถ้ำมังกร บนยอดภูเขาสูง อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ พร้อมตรวจยึดของกลางเครื่องตัดหญ้า ดัดแปลงติดใบตัดหิน ค้อนปอนด์ เหล็กสกัดและอุปกรณ์เดินป่าจำนวนมาก นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติทางธรณีวิทยาอย่างเด็ดขาด

นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ว่าเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบขึ้นไปบนยอดภูเขาถ้ำมังกร หมู่ 5 บ้านเกาะไผ่ ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันปราบปราม สายที่ 2 สายที่ 3 และหน่วยพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าหุบตะเคียนยักษ์ จัดกำลังดักซุ่มบริเวณทางขึ้นลง จนกระทั่งในเวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายอนุชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ บริเวณภายในถ้ำมังกร พร้อมของกลางก้อนหินตัดแต่ง 1 ก้อน และเครื่องมือดัดแปลงที่ใช้ในการตัดหิน

ด้านนายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตั้งใจขึ้นมาเก็บเศษหินภายในถ้ำมังกร ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีกลุ่มผู้มีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์และวัตถุมงคล พยายามแสวงหาหินจากถ้ำธรรมชาติไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูป หรือเครื่องรางตามค่านิยมเรื่องพุทธคุณ ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการทำลายโครงสร้างทางธรณีวิทยาและระบบนิเวศถ้ำหินปูน ที่ต้องใช้เวลาสรรค์สร้างตามธรรมชาตินานนับแสนปี ให้ได้รับความเสียหายอย่างไม่อาจประเมินค่าได้

สำหรับผู้กระทำผิด คณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 สองข้อหาหนัก ประกอบด้วยมาตรา 19 (2) ฐาน “ลักลอบเก็บหาทรัพยากรธรรมชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ประกอบมาตรา 42 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 20 ฐาน “เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต” ประกอบมาตรา 47 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

โดยหลังจากนี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี โดยอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จะยกระดับมาตรการลาดตระเวนเชิงรุก เพิ่มความถี่ในการตรวจขันบริเวณจุดเสี่ยงทางธรณีวิทยาและแหล่งถ้ำธรรมชาติ พร้อมเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจกับชุมชนรอบแนวเขตอุทยาน เพื่อปรับเปลี่ยนความเชื่อและหยุดยั้งการทำลายธรรมชาติ ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่า สามารถแจ้งสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร.1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่ 25

กลับมาอีกครั้ง “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่ 25

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่ 25 ประจำปี 2569 ที่โรงแรมธารามันตรา ชะอำรีสอร์ต จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายจำนงค์ บุตรสงค์ อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ร่วมแถลงข่าว มีนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พ.ต.ท.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ นายนพดล นุชเจริญ ประธานชมรมเชฟชะอำ/หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมรับฟัง หลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการจังหวดเพชรบุรี ได้ร่วมกันย่างหมึกหอม และหอยทอดครก แจกให้กับแขกผู้มีเกียรติได้ลองทานด้วยความเอร็ดอร่อย

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า ชายหาดชะอำ เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศที่มีศักยภาพทาง ทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย โดยเฉพาะหาดทราย ชายทะเล พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทางด้านท่องเที่ยวไว้คอยบริการอย่างครบครัน เป็นที่รู้จักและนิยมแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ประกอบกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลตั้งแต่อำเภอบ้านแหลม เรื่อยมาจนถึงชะอำ มีการเพาะเลี้ยงหอยมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาหมึกที่ชุกชุม โดยเฉพาะชายฝั่งชะอำ ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมของทุกปี จะมีปลาหมึกมากและมีชาวประมงออกเรือไปจับปลาหมึกกลางทะเลเป็นจำนวนมาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จึงได้ร่วมกันจัดงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก ขึ้นเป็นประจำทุกปี สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ สำหรับเพชรบุรี นอกจากจะเป็นเมืองที่มีความสร้างสรรค์ในวิถีความเป็นอยู่แล้ว ยังมีสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเพชร ได้แก่อาหารพื้นบ้าน ขนมหวาน อย่างเช่น หม้อแกง บ้าบิ่น หรือจะเป็นทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ไปจนถึงขนมบ้านๆ อย่างขนมตาลเมืองเพชร รสชาติเป็นเอกลักษณ์หากินที่ไหนไม่ได้นอกจากเมืองเพชร จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร หรือ Phetchaburi City of Gastronomy ของยูเนสโก

นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ กล่าวว่า เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กำหนดจัดงาน “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่ 25 ขึ้น ระหว่างวันที่ 12 – 19 กันยายนนี้ รวม 8 วัน 8 คืน ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กิจกรรมภายในงาน อิ่มอร่อยกับการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดเลิศรสที่ปรุงด้วยเมนูหมึกและหอยเป็นหลักและอาหารอื่นๆ อีกหลากหลาย จากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ และจังหวัดเพชรบุรี กว่า 50 ร้านค้าคุณภาพ ในราคายุติธรรมและเหมาะสม การออกร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นบนถนนคนเดิน รอบบริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ พบกับศิลปินและวงดนตรีทุกค่ำคืน วันที่ 12 ก.ย. วงชูชู วันที่ 13 ก.ย. FC BAND วันที่ 14 ก.ย. แช่ม แช่มรัมย์ วันที่ 15 ก.ย. วงแมงมุม วันที่ 16 ก.ย. ทรายทอง ST BAND วันที่ 17 ก.ย. แสน นากา วันที่ 18 ก.ย. ทราย นักร้องผมยาว วันที่ 19 ก.ย. ไม้เลื้อยแบนด์ และพิเศษสุดชวนสัมผัสกับประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะในงานเทศกาลนี้ หนึ่งปีมีครั้งเดียว กับบริการนำนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์การลงเรือตกหมึกกลางทะเลที่น่าตื่นเต้นประทับใจทุกวัน ในราคาถูกเป็นพิเศษ เพียงท่านละ 100 บาท พร้อมอุปกรณ์ตกหมึก “โยธกา” ที่หาชมได้เฉพาะกิจกรรมนี้เท่านั้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเที่ยวชมงานตามวันดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ นักท่องเที่ยวสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองชะอำ โทร. 032 – 472550, 032 – 471665 ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร. 032 – 471005 – 6 และที่ 1672 เบอร์เดียว เที่ยวทั่วไทย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลบ้านกรูด เปิดโครงการธนาคารขยะ ทอดผ้าป่าผสานศรัทธาและธรรมชาติ

เทศบาลบ้านกรูด เปิดโครงการธนาคารขยะ ทอดผ้าป่าผสานศรัทธาและธรรมชาติ

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย ดร.สมไทย วงศ์เจริญ ประธานผู้ก่อตั้งกลุ่มวงศ์พาณิชย์กรุ๊ป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาล ผู้นำท้องที่ในเขตเทศบาลบ้านกรูด ภาคประชาชน และภาคเอกชน ได้ร่วมเดินขบวนรณรงค์ขยะผ้าป่ารีไซเคิล จากหน้าศูนย์ท่องเที่ยวหาดบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน มายังที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านกรูด รณรงค์ส่งเสริมการคัดแยกขยะต้นทาง ภายใต้โครงการธนาคารขยะ ประจำปี 2569 โดยมีนายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิด พร้อมด้วยนายสมไช เสียงใหญ่ ท้องถิ่นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย น.ส.สมหญิง ปานทอง นายก อบต.ธงชัย นายประวิทย์ รัตนพงศ์ นายก อบต.พงษ์ประศาสตร์ คณะผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบางสะพาน ผู้บริหารสถานศึกษา สมาชิกสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมาชิกสภาเทศบาล เครือสหวิริยา ผู้นำชุมชน และภาคประชาชน ครู นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

นายอิศรา กาญจนรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันเทศบาลตำบลบ้านกรูด มีจำนวนประชากรห้าพันกว่าคน ยังไม่รวมประชากรแฝงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนตลอดทั้งปี ส่งผลให้มีจำนวนขยะเพิ่มขึ้น โดยขยะในเขตเทศบาลเฉลี่ยเดือนละประมาณ 90 – 100 ตัน มีค่าใช้จ่ายค่าบริหารจัดการขยะประมาณเดือนละกว่า 280,000 บาท อีกทั้งประชาชนยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกหลักวิชาการสุขาภิบาล และการบริหารจัดการขยะยังไม่ดี ทำให้เทศบาลตำบลบ้านกรูด จัดกิจกรรมรณรงค์คัดแยกขยะต้นทาง “ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล” ภายใต้โครงการธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด โดยนำหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้ในการจัดการขยะ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำขยะที่คัดแยกแล้วไปจำหน่าย สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

นอกจากนี้ยังได้ทำบันทึกข้อตกลงด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ระหว่างเทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมกับวัด สถานศึกษา ชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว กลุ่มเหล็กสหวิริยาและเอสวีแอลกรุุ๊ป ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมขยะให้เป็นมูลค่า สร้างวินัยการคัดแยกขยะจากต้นทาง และมุ่งหวังให้บ้านเมืองมีความสะอาด

อีกทั้งเทศบาลบ้านกรูด ยังเล็งเห็นคุณค่าของการทำบุญด้วยทุนทรัพย์อันบริสุทธิ์ และความสำคัญของการจัดการขยะอย่างมีระบบ กิจกรรมทอดผ้าป่าขยะนี้ เปิดโอกาสให้ทุกท่านนำขยะรีไซเคิล อาทิ ขวดน้ำ กระดาษ กระป๋อง และวัสดุเหลือใช้ที่ยังมีมูลค่า มาบริจาคเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นทุนบุญ สมทบทุนพัฒนาพื้นที่และถวายเป็นพุทธบูชา เป็นการถวายผ้าป่าที่บริสุทธิ์และงดงาม“ขยะไม่ใช่ของไร้ค่า หากเรารู้จักแยกแยะ จะกลายเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่” กิจกรรมนี้จึงมิเพียงแต่เป็นการร่วมกุศลเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม ร่วมกันสร้างบ้านเมืองให้สะอาด สวยงามและเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนสืบไป.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รอง ผบ.ตร. เปิดการฝึกซ้อมค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย สร้างความพร้อมมาตรฐาน

รอง ผบ.ตร. เปิดการฝึกซ้อมค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย สร้างความพร้อมมาตรฐานสากล

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย ประจำปี 2569 หรือ SAREX 2026 (Search and Rescue Exercise 2026) ณ ศูนย์ฝึกจิตอาสา ภาค 1 ค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคม 2569 โดยจะมีการสาธิตการค้นหาและช่วยเหลือฯ ในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบการค้นหาและช่วยเหลือทั้งระบบตามข้อกำหนดของ ICAO (Annex 12) โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ เอี่ยมสม ผู้บังคับการกองบินตำรวจ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้เข้าร่วมการฝึกประมาณ 200 คน เข้าร่วม

การฝึกซ้อมดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานแกนกลางในการจัดการฝึก เพื่อทบทวนและเสริมสร้างความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย รวมถึงพัฒนากระบวนการประสานงาน การติดต่อสื่อสาร และการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแผนการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัยแห่งชาติ สำหรับกิจกรรมการฝึก ประกอบด้วยการบรรยายถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย การฝึกซ้อมในรูปแบบ Table Top Exercise (TTX) การจัดนิทรรศการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสาธิตปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัยในพื้นที่ภาคสนาม ก่อนปิดการฝึกซ้อมและมอบโล่ที่ระลึก ด้านฝ่ายมาตรฐานบริการการเดินอากาศ (ANS) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย ได้เข้าร่วมการประชุมและการฝึกซ้อมดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและแผนการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย

พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง กล่าวว่า การฝึก SAREX 2026 เป็นโครงการสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอากาศยาน เนื่องจากปัจจุบันมีอากาศยานเดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็นจำนวนมาก หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น การช่วยเหลือจะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยเฉพาะประเทศไทยต้องปฏิบัติภายใต้กฎระเบียบและมาตรฐานของอุตสาหกรรมการบินโลก หรือ Global Aviation สิ่งเหล่านี้จะทำให้เห็นถึงมาตรฐานของประเทศไทย และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคนไทย ชาวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยว

“การเลือกค่ายพระรามหกเป็นพื้นที่ฝึก มีความเหมาะสม เนื่องจากมีทั้งพื้นที่ทางบกและทะเล สามารถจำลองสถานการณ์เสมือนจริง ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นค้นหา เมื่อพบจุดเกิดเหตุแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร การเข้าช่วยเหลือ ตลอดจนการลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากพื้นที่ ซึ่งทุกขั้นตอนจะช่วยสร้างความชำนาญให้กับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ การรับมือเหตุอากาศยานประสบภัย ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์กู้ภัย และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

พล.ต.อ.กรไชย ยังกล่าวถึงความสำคัญของการฝึกซ้อม ว่าในโลกนี้มีการฝึกซ้อมขนาดใหญ่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ในประเทศไทย เพราะการฝึกจะทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความชำนาญ เมื่อเกิดเหตุจริงจะสามารถทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ รู้หน้าที่ และประสานงานกันได้อย่างรวดเร็ว “ตัวชี้วัดความสำเร็จของเราคือการฝึกซ้อม ผมพูดเสมอว่าฝึกมากก็เสียหายน้อย ฝึกน้อยก็เสียหายมาก แต่ถ้าไม่ฝึกเลย เสียหายแน่นอน” พล.ต.อ.กรไชย กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินพร้อมรับ Miss International Queen 2026 เก็บตัวทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสู่นานาชาติ

หัวหินพร้อมรับ Miss International Queen 2026 เก็บตัวทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสู่นานาชาติ

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดสู่ระดับนานาชาติ ผ่านการประกวด Miss International Queen 2026 ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ
ซึ่งมีสาวงามข้ามเพศผู้เข้าประกวด 27 ประเทศทั่วโลก เดินทางมาเก็บตัวทำกิจกรรมในพื้นที่ประจวบฯ ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยายนนี้ โดยมีร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ มีททท.สำนักงานประจวบฯ พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน, พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง. สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, ดร.จิตสิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ, คุณเยาวภา บุรพลชัย หรือ “โค้ชวิว” อดีตนักกีฬาโอลิมปิกทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2004 และผู้อำนวยการศูนย์กีฬาและการเรียนรู้ เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า พร้อมด้วยคุณอลิสา พันธุศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด และคณะ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

สำหรับไฮไลต์ เหล่าสาวงามผู้เข้าประกวดจะเดินทางสู่หัวหินด้วยขบวนรถไฟ Royal Blossom พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับจากอำเภอหัวหินและจังหวัดประจวบฯ อาทิ กิจกรรม Yoga Beach และกิจกรรมปล่อยปู ก่อนเดินทางเยี่ยมชมวนอุทยานปราณบุรีและร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ตลอดจนเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติกุยบุรีและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด พร้อมสัมผัสความงดงามทางธรรมชาติผ่านกิจกรรมล่องเรือชมเขาจูบกัน และเยี่ยมชมตลาดคนเดินสะพานปลาหัวหิน (แยกนางงาม) นอกจากนี้ ผู้เข้าประกวดยังจะได้สัมผัสอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทยผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การนุ่งโจงกระเบน การเรียนรู้การรำไทย การทำเมี่ยงคำ และเวิร์คชอปผ้าโขมพัสตร์ ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอเสน่ห์ด้านศิลปะวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของจังหวัดประจวบฯ สู่สายตานานาชาติ

เบื้องต้นที่ประชุมในส่วนของอำเภอหัวหิน ได้เน้นการเตรียมความพร้อมหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การต้อนรับคณะผู้เข้าประกวด ที่บริเวณชานชาลาสถานีรถไฟหัวหิน กิจกรรมบริเวณชายหาด กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและพื้นที่จัดกิจกรรม การอำนวยความสะดวกและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย รวมถึงการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหินรับรางวัลเชิดชูเกียรติระบบประปาหมู่บ้านต้นแบบ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 4C จากกรมควบคุมมลพิษ

เทศบาลนครหัวหินรับรางวัลเชิดชูเกียรติระบบประปาหมู่บ้านต้นแบบ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 4C จากกรมควบคุมมลพิษ

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มอบหมายให้ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรี เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติระบบประปาหมู่บ้านต้นแบบ (โรงผลิตน้ำประปาหัวนา) ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพแหล่งน้ำดิบเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จัดโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ กรมควบคุมมลพิษ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติระบบประปาหมู่บ้านที่มีการบริหารจัดการที่ดี และมีคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์มาตรฐานสำหรับเป็นประปาต้นแบบ โดยมีนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นประธานมอบรางวัล ที่โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานระบบประปา “ปัจจัยแห่งความสำเร็จสู่ระบบประปาหมู่บ้านต้นแบบ” โดยตัวแทนระบบประปาหมู่บ้าน 4 ภูมิภาค, การเสวนา “การพัฒนาขับเคลื่อนระบบประปาหมู่บ้านเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” “ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” เป็นต้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพระบบประปา ตลอดจนสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำที่มีคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำสะอาดและปลอดภัยสำหรับการอุปโภคบริโภค

สำหรับการประเมินระบบประปาเป็นไปตามแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านสะอาด ตามแนวทางหลักเกณฑ์ 4C ประกอบด้วย Conserve : การประเมินคุณภาพแหล่งน้ำดิบ เป็นคุณภาพน้ำผิวดิน Clear : ผ่านเกณฑ์การประเมินของกรมทรัพยากรน้ำ ในระดับดีขึ้นไป Clean : ระบบประปา มีการรักษาความสะอาดตามหลักการ 5 ส. และน้ำประปามีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ ของกรมอนามัย พ.ศ.2563 Chlorine : ระบบประปาเติมคลอรีนฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา ปริมาณคลอรีนอิสระ คงเหลือ 0.2 – 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ณ ระบบผลิตน้ำประปา ซึ่งโรงผลิตน้ำประปาหัวนา ต.หนองแก อ.หัวหิน ผ่านเกณฑ์ 4C ดังกล่าว

ทั้งนี้ เทศบาลนครหัวหินมีการดำเนินกิจการประปา โดยอยู่ในความรับผิดชอบของกองการประปา เทศบาลนครหัวหิน ดูแลและให้บริการน้ำประปา 2 ตำบล คือ ตำบลหัวหิน และตำบลหนองแก ซึ่งมีการพัฒนาระบบน้ำประปามาโดยตลอด สำหรับโรงผลิตน้ำประปาหัวนามีอัตราการผลิต 500 ลบ.ม./ชั่วโมง และเป็น 1 ใน 5 โรงผลิตประปาในเขตเทศบาลนครหัวหิน (โรงผลิตน้ำประปาดำเนินเกษม พ.ศ.2500, โรงผลิตน้ำประปาไร่นุ่น พ.ศ.2523, โรงผลิตน้ำประปาหัวนา พ.ศ.2531, โรงผลิตน้ำประปาเขาเต่า พ.ศ.2538, โรงผลิตน้ำประปาเขาแล้ง พ.ศ.2546) ซึ่งรางวัลดังกล่าวถือเป็นความภาคภูมิใจของเทศบาลนครหัวหิน ที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายภาคส่วนร่วมเวทีเสวนายกระดับมาตรฐานงานบริการกลุ่มแม่บ้านภาคตะวันตก

หลายภาคส่วนร่วมเวทีเสวนายกระดับมาตรฐานงานบริการกลุ่มแม่บ้านภาคตะวันตก

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ผ่านเวทีเสวนา “การบริหารงานแม่บ้านภาคตะวันตก สู่การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน ประจำปี 2569” ที่โรงแรมอวานี พลัส หัวหินรีสอร์ท อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา พร้อมด้วยนายธัญญ์กิจ อัครกัลป์ไชย ประธานชมรมผู้บริหารงานแม่บ้านภาคตะวันตก ประเทศไทย, ดร.สมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ, นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, ดร.จิตสิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ แขกผู้มีเกียรติ และบุคลากรสายงานแม่บ้านจากโรงแรม คอนโดมิเนียม และสถานประกอบการที่พักในพื้นที่หัวหิน – ชะอำ เข้าร่วมกว่า 250 คน

โอกาสนี้มีวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคธุรกิจท่องเที่ยว ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ อาทิ น.ส.ณัฐฐา เฮงเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและมาตรฐานบริการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว, อาจารย์จรูญศักดิ์ สุนันต๊ะ ผู้ทรงคุณวุฒิวิชาชีพแม่บ้านโรงแรม, ดร.สมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ

ดร.สมชาย กระแจะเจิม กล่าวว่า งานแม่บ้านถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพราะเป็นผู้สร้างความประทับใจ ตั้งแต่ความสะอาด ความสะดวกสบาย การบริการด้วยรอยยิ้ม ไปจนถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้เข้าพัก การยกระดับทักษะและมาตรฐานวิชาชีพบุคลากรสายงานแม่บ้าน จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาคุณภาพการบริการ แต่เป็นการสร้างคุณค่า เพิ่มความเชื่อมั่น และสร้างฐานลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถของสถานประกอบการ และสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของภาคตะวันตก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ พร้อมสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม ชมรม และบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันผลักดันการท่องเที่ยวคุณภาพ ที่เติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการพัฒนาคน มาตรฐานบริการ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพราะการท่องเที่ยวที่ดี ไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้มาเยือน แต่ต้องวัดจากคุณภาพของประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้รับ และความยั่งยืนของคน ชุมชน และพื้นที่.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำคณะเข้าเยี่ยมเอกอัครราชทูตเมียนมา หารือความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนและพัฒนาพื้นที่ชายแดน เชื่อมโยงประจวบฯ – มะริด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำคณะเข้าเยี่ยมเอกอัครราชทูตเมียนมา หารือความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนและพัฒนาพื้นที่ชายแดน เชื่อมโยงประจวบฯ – มะริด

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ, นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบฯ, นายดำรงค์ แสงอรุณ รองประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์, นายศุภชาติ ชาสมบัติ รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ด้านบริหาร, นายเดชพล ศรีจันทร์ ที่ปรึกษาสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, นายกันตภณ สุดพิมศรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดประจวบฯ และ น.ส.จงจิต ตะกูลไทยพิชิต นักวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานจังหวัดประจวบฯ เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับนายอู ซอ ซอ โซ (H.E. U Zaw Zaw Soe) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางการดำเนินโครงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดประจวบฯ กับจังหวัดมะริด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

การเข้าพบครั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่เป็นโอกาสและความท้าทายต่อการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาพื้นที่ชายแดน การค้า การลงทุน การคมนาคมขนส่ง ตลอดจนการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของจังหวัดประจวบฯ และจังหวัดมะริด เพื่อแสวงหาแนวทางความร่วมมือที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป

ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ กำหนดจัดโครงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนและการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดประจวบฯ กับจังหวัดมะริด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 8 – 10 กันยายน 2569 เพื่อศึกษาข้อมูลและศักยภาพของพื้นที่ ตลอดจนพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ การดำเนินโครงการดังกล่าวคาดว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมา โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ชายแดน การส่งเสริมการค้าและการลงทุน การเชื่อมโยงระบบคมนาคมและการขนส่ง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ การดำเนินความร่วมมือดังกล่าว ยังสอดคล้องกับทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยและเมียนมา โดยเมื่อวันที่ 6 – 7 สิงหาคม 2569 นายมิน อ่อง หล่าย (H.E. Mr. Min Aung Hlaing) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เดินทางเยือนประเทศไทยและเข้าพบหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งหมายของทั้งสองประเทศ ในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือในมิติต่างๆ อันเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนที่มีศักยภาพด้านการค้า การลงทุน การคมนาคม และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ.