Categories
ข่าว ทั้งหมด

“เบบี๋ สุพรรณี” คว้ามง มิสแกรนด์ประจวบฯ 2026 – “เกรซ ศศิยาพัชร์” ซิวมง มิสแกรนด์สมุทรปราการ 2026 เตรียมลุยเวทีใหญ่

“เบบี๋ สุพรรณี” คว้ามง มิสแกรนด์ประจวบฯ 2026 – “เกรซ ศศิยาพัชร์” ซิวมง มิสแกรนด์สมุทรปราการ 2026 เตรียมลุยเวทีใหญ่

สองสาวงามคว้ามงกุฎมิสแกรนด์ระดับจังหวัดสุดร้อนแรง “เบบี๋ สุพรรณี น้อยโนนทอง” ขึ้นแท่น มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2026 ส่วน “เกรซ ศศิยาพัชร์ จิรภัทร์กุลชัย” คว้าตำแหน่ง มิสแกรนด์สมุทรปราการ 2026 เตรียมเป็นตัวแทนจังหวัดสู่เวที Miss Grand Thailand 2026

ค่ำคืนแห่งความงามและการเฉลิมฉลองกลับมาอีกครั้ง เมื่อสองเวทีมิสแกรนด์ระดับจังหวัดจัดการประกวดอย่างยิ่งใหญ่และได้รับความสนใจจากแฟน ๆ ความงามทั่วประเทศ โดย “เบบี๋ สุพรรณี น้อยโนนทอง” สาวงามผู้เปี่ยมด้วยความสง่าและความมั่นใจ สามารถคว้าตำแหน่ง มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2026 ไปครอง ขณะที่อีกด้านหนึ่ง “เกรซ ศศิยาพัชร์ จิรภัทร์กุลชัย” ก็ไม่ทำให้แฟนคลับผิดหวัง คว้ามงกุฎ มิสแกรนด์สมุทรปราการ 2026 ได้สำเร็จ

บรรยากาศการประกวดทั้ง 2 จังหวัดเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเสียงเชียร์ล้นหลาม ผู้เข้าประกวดต่างอวดความสามารถผ่านรอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรอบชุดว่ายน้ำ รอบชุดราตรี และรอบตอบคำถามสุดท้าย โดยคณะกรรมการให้คะแนนจากความมั่นใจ บุคลิกภาพ และทักษะการสื่อสารอย่างเข้มข้น “เบบี๋ สุพรรณี” โดดเด่นด้วยการแสดงออกที่สง่างามและความมั่นใจบนเวที ส่วน “เกรซ ศศิยาพัชร์” ชนะใจทั้งคณะกรรมการและผู้ชมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวและพลังบวกที่ถ่ายทอดได้อย่างชัดเจน

การประกวดจัดขึ้นอย่างหรูหราค่ำคืนวันที่ 20 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ที่โรงแรม เดอะ เกษตร หัวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ น.ส.วรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน นายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมครอบครัวมิสแกรนด์ไทยแลนด์ นำโดย “กชเบล ศรัณย์รัชต์” มิสแกรนด์ไทยแลน์ 2025 “เฌอเอม” ชญาธนุส ศรทัตต์ รองอันดับ 1 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 “เจมม่า” สุธิดา ยาร์โนส มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 “คิม” จิราพัชร ไฮท์มันน์ มิสแกรนด์สมุทรปราการ 2025 และครอบครัวมิสแกรนด์ มาร่วมให้กำลังใจและแสดงโชว์สุดพิเศษ โดยทั้งสองสาวจะก้าวขึ้นเป็นตัวแทนของจังหวัดเพื่อเข้าชิงชัยบนเวที Miss Grand Thailand 2026 ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเฟ้นหาสาวงามหนึ่งเดียวที่จะได้สิทธิ์ไปชิงมงกุฎบนเวทีระดับนานาชาติ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดระเบียบขอทาน คนเร่ร่อน ป้องกันอาชญากรรมสร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

หัวหินจัดระเบียบขอทาน คนเร่ร่อน ป้องกันอาชญากรรมสร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

วันที่ 20 กันยายน 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานปล่อยแถวการจัดระเบียบคนขอทานและคนไร้ที่พึ่ง ที่หน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ หน่วยงานสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และภาคีเครือข่าย กองสวัสดิการสังคม เจ้าหน้าที่เทศกิจ ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน สภ.หัวหิน เพื่อสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 พระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ.2557 และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2556 รวมถึงสร้างความเข้าใจในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับผู้กระทำการขอทาน คนเร่ร่อน และคนไร้ที่พึ่งในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อป้องกันอาชญากรรมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า ภายหลังปล่อยแถวเจ้าหน้าที่แล้ว ได้ลงพื้นที่สำรวจภายในตลาดโต้รุ่งหัวหิน และถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาล หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนนักท่องเที่ยวว่าพบเห็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักษณะคล้ายคลึงกับผู้ป่วยจิตเวช คนไร้ที่พึ่ง เร่ร่อน หลายรายออกมาพักอาศัยอยู่ในที่สาธารณะตามริมถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดทำประวัติพร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ให้คำแนะนำปรึกษาและช่วยเหลือเบื้องต้น เน้นการให้ความช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อนำไปสู่กระบวนการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้หากใครพบเห็นคนเร่ร่อน คนขอทาน กระบวนการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่งานรักษาความสงบ (เทศกิจ) ให้ดำเนินการได้ทันที หรือแจ้งที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ชนะเลิศประกวดทำอาหาร เมนูแกงคั่วกรรเชียงปูสับปะรด + ใบชะพลูกรอบ

ประจวบฯ ชนะเลิศประกวดทำอาหาร เมนูแกงคั่วกรรเชียงปูสับปะรด + ใบชะพลูกรอบ

ตามที่กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เปิดเวที“Street Food สร้างอาชีพระดับประเทศ”ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์อาหารไทยและอาหารถิ่นจากฝีมือผู้ที่เคยก้าวพลาด แต่กำลังสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ ชิงชัยกว่า 20 เมนูเด็ดสะท้อนภูมิปัญญาแต่ละท้องถิ่น แต่ละภาค มาถึง 3 ครั้งแล้ว

สำหรับปีนี้ เป็นปีที่ 4 ได้ดำเนินโครงการมาถึงระดับประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ที่ลาน Avenue โซน A ชั้น G ศูนย์การค้า MBK Center กรุงเทพมหานคร พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่ผู้เข้าแข่งขัน โดยกล่าวว่า โครงการ Street Food สร้างอาชีพ ไม่เพียงเป็นการประกวดทำอาหาร แต่คือพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิด“ให้โอกาส มากกว่าการลงโทษ”และเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างศักดิ์ศรี และคืนคนคุณภาพกลับสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่าอาหารไทยและอาหารถิ่น ไม่เพียงมีรสชาติอร่อย แต่ยังเป็น Soft Power ที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างงานและสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

การประกวดครั้งนี้ได้คัดเลือกผู้ชนะเลิศจากระดับเขตทั่วประเทศ 40 คน จาก 18 สำนักงานคุมประพฤติ เข้ามาชิงชัยในระดับประเทศ รวมกว่า 20 เมนูคาว – หวาน ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์ไทย เช่น น้ำพริกเสน่ห์เมืองละโว้ (ลพบุรี), หมูสามชั้นทอดผัดสมุนไพร (ชลบุรี), เส้นแซ่บตะลุยสวน (สุรินทร์), ข้าวซอย 3 ชาติพันธุ์ (ฝาง), เต้าหู้ลุยสวน (หลังสวน), ปลาสมุนไพร (ตรัง) รวมทั้งขนมหวาน อย่างช็อคเวอร์ วาฟเฟิ้ล (ลพบุรี), หนูน้อยเดซี่ (อุบลราชธานี), ขนมสายบัว (หนองบัวลำภู), ลอดช่องกะทิน้ำตาลโตนด (พิษณุโลก), ทับทิมกรอบ (นราธิวาส)

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นมากกว่าการแข่งขันทำอาหาร แต่คือเวทีแห่งโอกาส ที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง พัฒนาทักษะอาชีพ สร้างรายได้ และก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งสะท้อน Soft Power ของอาหารไทยสู่สังคมและนานาชาติ การจัดโครงการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอาสาสมัครคุมประพฤติทุกจังหวัด ที่สนับสนุนการจัดงานในระดับต่างๆ จนประสบผลสำเร็จ, ศูนย์การค้า MBK Center ที่อนุเคราะห์สถานที่จัดการประกวด และการสนับสนุนจากภาคเอกชน ได้แก่ น้ำดื่มสิงห์, บริษัท บางกอก แร้นช์ จำกัด (มหาชน), บริษัท พี วาย ฟู้ด จำกัด, บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด, บริษัท อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์ สินค้าพื้นเมือง จำกัด รวมถึงสมาคมเดอะเชฟ ประเทศไทย ที่ส่งผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรและกรรมการตัดสิน

ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติย้ำว่า ความสำเร็จของผู้เข้าร่วมทุกคนไม่ได้วัดเพียงตำแหน่งผู้ชนะเลิศ แต่คือการได้พิสูจน์ว่า“ทุกคนมีโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ หากได้รับโอกาสที่เหมาะสม”ส่วนผลการประกวด Street Food สร้างอาชีพ Season 4 ระดับประเทศ มีดังนี้

ประเภทอาหารคาว
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ แกงคั่วสับปะรด จากสำนักงานฯ ประจวบคีรีขันธ์
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ขนมจีนเส้นสด น้ำยาปูนาชนบท จากสำนักงานฯ นครราชสีมา สาขาบัวใหญ่
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ข้าวซอย 3 ชาติพันธุ์ จากสำนักงานฯ เชียงใหม่ สาขาฝาง
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ได้แก่ บอลแซ่บ ไทเลย จากสำนักงานฯ จังหวัดเลย

ประเภทอาหารหวาน
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ หนูน้อยเดซี่ จากสำนักงานฯ อุบลราชธานี
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทับทิบกรอบ จากสำนักงานฯ เชียงราย สาขาเทิง
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ สายทองล่องลอย จากสำนักงานฯ นครปฐม
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ได้แก่ ขนมสายบัว จากสำนักงานฯ หนองบัวลำภู

นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์ นายธนวัฒน์ งานคุมประพฤติชำนาญการ น.ส.มณเฑียร ศรวิไล ประธานอาสาสมัครคุมประพฤติประจวบฯ และนางขวัญเรือน เตียงเกตุ อาสาสมัครคุมประพฤติ นำผู้ถูกคุมความประพฤติที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานฯ เข้าร่วมประกวดแข่งขันประกวดทำอาหาร Street Food สร้างอาชีพ Season 4 ระดับประเทศ “หนึ่งจาน… อาจเปลี่ยนทั้งชีวิต” และได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดประเภทอาหารคาว ด้วยเมนูแกงคั่วกรรเชียงปูสับปะรด + ใบชะพลูกรอบ ถือเป็นความภาคภูมิใจของอาหารพื้นเมืองของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นโอกาสให้ผู้ถูกคุมประพฤตินำไปต่อยอด สร้างอาชีพได้ต่อไปในอนาคต.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ “YPC” ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ช่วยพัฒนาจังหวัด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ “YPC” ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ช่วยพัฒนาจังหวัด

วันที่ 19 กันยายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ (Young Public and Private Collaboration : YPC) ประจำปี 2568 ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายถนัดศิลป์ วุฒิวงศ์อังคณา ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบฯ นายปราโมทย์ เพชรศาสตร์ ตัวแทนประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ นางปิยะนันท์ สะพานแก้ว ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดประจวบฯ กลุ่ม YEC ประจวบฯ ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ได้มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างจังหวัดประจวบฯ กับหอการค้าจังหวัดประจวบฯ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ และสมาพันธ์ SME จังหวัดประจวบฯ ในโครงการนี้ด้วย

โครงการ YPC เป็นผลความร่วมมือระหว่างจังหวัดประจวบฯ และหอการค้าจังหวัดประจวบฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐและภาคเอกชนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่เหมาะสม เพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายนนี้ ที่เทศบาลนครหัวหิน และที่โรงแรมพรีลูด จ.กาญจนบุรี มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 60 คน ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้จากผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจและการท่องเที่ยว

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่ากิจกรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการเสวนา การฝึกปฏิบัติ การศึกษาดูงาน และการนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย จะช่วยเสริมสร้างแรงบันดาลใจ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งจะนำไปสู่แนวคิดใหม่ๆ ที่สามารถต่อยอดการพัฒนาจังหวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม และขอขอบคุณหอการค้าจังหวัดและกลุ่ม YEC ที่ร่วมผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้น พร้อมทั้งหวังว่าผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับความรู้ ประสบการณ์ และมิตรภาพอันมีค่า เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาจังหวัดต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กรมอุทยานฯ พบลูกเต่ากระฟักตัวรังที่ 16 เกาะทะลุ ชี้อัตราการรอดสูงถึง 72%

กรมอุทยานฯ พบลูกเต่ากระฟักตัวรังที่ 16 เกาะทะลุ ชี้อัตราการรอดสูงถึง 72%

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ได้รับข่าวดีจากการเฝ้าติดตามการฟักไข่ของเต่ากระอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 18 กันยายน 2568 พบการฟักไข่ของลูกเต่ากระ รังที่ 16 บนพื้นที่เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ ซึ่งเป็นความสำเร็จในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่น่าภาคภูมิใจ การฟักไข่ครั้งนี้เป็นผลมาจากการลาดตระเวนร่วมกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม ซึ่งได้เฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของเต่ากระ ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยรังที่ 16 นี้ เต่ากระได้ขึ้นวางไข่เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม และใช้เวลาฟักตัวตามธรรมชาติ สำหรับการฟักไข่รังที่ 16 มีจำนวนไข่ทั้งหมด 147 ฟอง มีลูกเต่าที่ฟักออกเป็นตัว 91 ตัว ซึ่งมีไข่ไม่ได้รับการผสม 10 ฟอง และตายช่วงแรกเกิด 2 ตัว อัตราการรอดตาย 72 % ลูกเต่ากระที่ฟักออกมาทั้งหมด 91 ตัวนี้ ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม โดยจะนำไปอนุบาลต่อในระยะหนึ่ง ก่อนที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตต่อไป

นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าการอนุรักษ์เต่ากระ ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มุ่งมั่นที่จะปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ การค้นพบการฟักไข่ของเต่ากระในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่ และความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชาติ.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จับมือ กต.ตร.สภ.หัวหิน จัดกอล์ฟการกุศล รายได้ช่วยเหลือสวัสดิการตำรวจ

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จับมือ กต.ตร.สภ.หัวหิน จัดกอล์ฟการกุศล รายได้ช่วยเหลือสวัสดิการตำรวจ

วันที่ 17 กันยายน 2568 นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จ.ประจวบฯ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้ร่วมกับ กต.ตร.สภ.หัวหิน โดยนายวรพจน์ ลิมาคม ประธาน กต.ตร.สภ.หัวหิน และหน่วยงานต่างๆ จัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล รายการ HuaHin Charity Golf 2025 ที่ สนามกอล์ฟแบลคเมาเท่นคลับ หัวหิน เพื่อจัดหาทุนสนับสนุนสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ สภ.หัวหิน อาทิ การมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการปรับปรุงสถานีตำรวจภูธรหัวหินให้มีความพร้อมในการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมุ่งระดมทุนเพื่อจัดซื้อกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์เทคโนโลยีอัจฉริยะ (AI Camera) รวมถึงหุ่นยนต์ Police Cyborg 1.0 สำหรับการตรวจจับบุคคลตามหมายจับ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน

โดยได้รับเกียรติจากนายปัญญา สอนวิสัย อัยการอาวุโส นายวชิระ หัสดีพงษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 นายสุวิทย์ เหรียญรุ่งเรือง นายกสมาคมกีฬากอล์ฟประจวบฯ – เพชรบุรี พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน ร่วมเปิดสนาม มีนักกอล์ฟทีมกิตติมศักดิ์ (VIP) 8 ทีมและทีมทั่วไป 24 ทีม ร่วมการแข่งขัน ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้วมีงานเลี้ยงสังสรรค์ มอบถ้วยรางวัลให้ทีมชนะเลิศ พร้อมจับสลากบัตรกำนัลที่พักโรงแรมและของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย คาดว่าได้เงินจากการจัดแข่งกอล์ฟในครั้งนี้ประมาณ 2 แสนบาท และจะมอบให้กับทาง สภ.หัวหิน ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบต.สามร้อยยอด ส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

อบต.สามร้อยยอด ส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

วันที่ 18 กันยายน 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการส่งเสริมการภาพลักษณ์ เมืองท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอดต้นแบบ ที่ห้องประชุม ปราณมณีบีชรีสอร์ท หมู่ 1 ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ มีนายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด พ.ต.อ.พีรวัส ชูแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด นายธิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด นายสุเมษ เจริญสุข ประธานชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านตำบลสามร้อยยอด ร่วมการประชุม

สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้หน่วยงานในท้องถิ่น ผู้ประกอบการ CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด ชุมชน ผู้นำท้องที่ รวมไปถึงผู้ให้บริการรถเช่า ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เพื่อสร้างแนวทางและจัดทำแผนปฏิบัติการในตำบลร่วมกัน เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวในการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

นอกจากนี้ นายปรีดา สุขใจ ได้ร่วมบรรยายนโยบายการเป็น Wellness Tourism ผกก. สภ.สามร้อยยอด บรรยายเรื่องแนวทางการปฏิบัติ และบูรณาการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน, มาตรการและแนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุจราจร และบทเรียนการบริหารจัดการ ตัวแทนจากขนส่งจังหวัด ร่วมบรรยายในหัวข้อสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน และความพยายามในการแก้ไขปัญหา รวมถึงสาธารณสุขจังหวัด และ สสส. บรรยายเรื่องกลยุทธหลัก 5 ด้าน เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บบนท้องถนน หลังจากการประชุมสัมมนา ได้มีการร่วมกันลงนามการบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจากภาคการท่องเที่ยวของตำบลสามร้อยยอด ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย เพื่อให้เป็นหมุดหมายสำคัญ ที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ วางเป้าหมายในการเดินทางมาท่องเที่ยวในตำบลสามร้อยยอดต่อไป.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำวันประมงแห่งชาติ และวันครบรอบวันสถาปนากรมประมง ปีที่ 99

ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำวันประมงแห่งชาติ และวันครบรอบวันสถาปนากรมประมง ปีที่ 99

วันที่ 18 กันยายน 2568 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 500,000 ตัว ได้แก่ พันธุ์ปลานิล 100,000 ตัว และพันธุ์ปลาโพง 400,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ และวันครบรอบวันสถาปนากรมประมง ปีที่ 99 ที่บริเวณแหล่งน้ำสาธารณะโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทางน้ำทุ่งอ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าที่ร้อยตรี สมนึก พรหมศร ประมงจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมกันนี้ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ ได้มอบพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่ผู้แทนกำนันตำบลห้วยทราย นายก อบต.อ่าวน้อย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เพื่อนำพันธุ์สัตว์น้ำที่ได้ไปปล่อยในพื้นที่บริหารจัดการน้ำของตนเอง ได้แก่ สระน้ำริมทางรถไฟ ต.ห้วยทราย อ่างเก็บน้ำห้วยโจน บึงบัวทุ่งสามร้อยยอด

ทั้งนี้ วันประมงแห่งชาติ เริ่มต้นจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระบรมราชโองการจัดตั้งกรมรักษาสัตว์น้ำ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2469 ซึ่งต่อมาคือกรมประมงในปัจจุบัน และจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2549 ได้กำหนดให้วันที่ 21 กันยายนของทุกปี เป็นวันประมงแห่งชาติ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเฉพาะการงดจับสัตว์น้ำทุกชนิดในวันดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้สัตว์น้ำในธรรมชาติได้ฟื้นตัวและเพิ่มจำนวนประชากร กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการทดแทนสัตว์น้ำที่ถูกจับขึ้นมาใช้ประโยชน์ในแต่ละวันแล้ว ยังเป็นการสนองนโยบายกรมประมงในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 ครั้งที่ 168 รับทราบนโยบาย

เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 ครั้งที่ 168 รับทราบนโยบาย

วันที่ 17 กันยายน 2568 พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ พร้อมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด เข้าร่วมการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 4 ครั้งที่ 168 ประจำปี 2568 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนด์ทวารวดี นครปฐม จ.นครปฐม โดยมีนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธาน พร้อมมอบนโยบายการทำงานของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอ มี น.ส.อโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยและผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายกกิ่งกาชาดอำเภอ คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาด จังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ร่วมประชุม

น.ส.อโรชา นันทมนตรี กล่าวว่า การจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 4 ครั้งที่ 168 ประจำปี 2568 มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด เลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัด เหรัญญิกเหล่ากาชาดจังหวัด นายกกิ่งกาชาดอำเภอ คณะกรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด และเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ประจำเหล่ากาชาดจังหวัดทั้ง 7 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดกาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการ/สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอ ในจังหวัดภาค 4 ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหารือแนวทางในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งรับทราบนโยบาย ข้อคิดเห็น ตลอดจนข้อเสนอแนะ ในการปฏิบัติงานร่วมกันจากท่านผู้บริหารของสภากาชาดไทย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปชส.ประจวบฯ จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัด

ปชส.ประจวบฯ จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัด

วันที่ 17 กันยายน 2568 น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ นำบุคลากรในสังกัดสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ ร่วมกิจกรรมสานสัมพันธ์บุคลากรในสำนักงาน พร้อมทั้ง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ ประจำปีงบประมาณ 2568 พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ภายในจังหวัด ได้แก่ สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม อ.หัวหิน, ไร่เกษมสุขผักเกษตรอินทรีย์ ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี, สวนมะพร้าวลุงบูรณ์ ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก ซึ่งมีแหล่งเรียนรู้ทางเกษตรและธรรมชาติที่เหมาะสมต่อการเปิดประสบการณ์ใหม่ ทั้งด้านในความรู้ ทักษะการทำงานร่วมกันและการสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในทีมงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในภาพรวมอย่างเป็นรูปธรรม

น.ส.นลิน มาคเชนทร์ กล่าวว่า กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของรัฐ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสาร สร้างการรับรู้ ความเข้าใจและความร่วมมือกับประชาชน ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งด้านสังคม คุณภาพชีวิต ความมั่นคงและความเชื่อมั่นในนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนการส่งเสริมอัตตกษณ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ซึ่งการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีมาตรฐานทางจริยธรรมและมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการอย่างต่อเนื่อง กรมประชาสัมพันธ์จึงตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะการเสริมสร้างทักษะ ความรู้และแรงจูงใจในการทำงาน ตลอดจนการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน (Quality of and Word-Life Balance) ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายตามแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลและแผนปฏิบัติราชการกรมประชาสัมพันธ์ประจำปี 2568

“การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อพัฒนาบุคลากรทั้งด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน สร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มพูนขวัญกำลังใจแก่บุคลากรในการปฏิบัติงาน สร้างการทำงานเป็นทีมที่มีความเข้มแข็ง มีความสามัคคี และสนับสนุนซึ่งกันและกัน และเพื่อยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและผู้รับบริการโดยมีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดทำสื่อดิจิทัลและศึกษาดูงาน เน้นให้บุคลากรและเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในองค์กร ซึ่งจะดำเนินการผ่านการทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากร อาทิ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง ai การศึกษาดูงานซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้เทคโนโลยีในการประกอบกิจการ เป็นต้น” น.ส.นลิน กล่าวตอนท้าย.