Categories
ข่าว ทั้งหมด

ลุงวัย 64 รับจ้างเฝ้าไร่สับปะรด โดนกระทิงขวิดเข้าหน้าอกทะลุปอด อาการสาหัส

ลุงวัย 64 รับจ้างเฝ้าไร่สับปะรด โดนกระทิงขวิดเข้าหน้าอกทะลุปอด อาการสาหัส

เช้าวันที่ 2 กันยายน 2568 นายอรุณชัย สมมิตร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนถูกกระทิงป่าขวิดได้รับบาดเจ็บสาหัส ในไร่สับปะรด บริเวณหุบตาเวียน หมู่ 6 ต.หาดขาม จึงประสานมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี นำรถพยาบาลให้การช่วยเหลือ

เมื่อไปถึง พบว่าชาวบ้านนำคนเจ็บออกจากที่เกิดเหตุและนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี ทราบชื่อคนเจ็บว่านายสมพงษ์ สะอาดลออ อายุ 64 ปี ชาวบ้านรวมไทย หมู่ 7 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี ได้รับบาดเจ็บถูกเขากระทิงทิ่มใต้ราวนมขวาเป็นรูขนาดใหญ่ ประมาณ 10 ซม. หรือขนาดเท่ากำปั้นของเด็กวัยรุ่น ปอดฉีก แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งใส่เครื่องช่วยหายใจและนำส่งต่อโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

จากการสอบถาม นางสมพร หรือป้ารวย คีรีนิล เจ้าของบ้านระเบียงดาวและเป็นผู้ที่ถ่ายคลิปขณะไปพบคนเจ็บนอนอยู่และให้การช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่พบนายสมพงษ์นอนอยู่กับพื้น หลังถูกกระทิงทำร้ายมา เล่าว่า ตนกับสามีกำลังเตรียมนำถังน้ำขนาด 1,000 ลิตร ใส่ในกระบะรถเพื่อไปฉีดยามะม่วง ขณะนั้นมีคนงานที่รับจ้างปลูกหน่อสับปะรด มาบอกว่ามีคนถูกกระทิงทำร้ายได้รับบาดเจ็บอาการหนัก นอนอยู่ในไร่สับปะรด ขอให้ช่วยติดต่อกู้ภัยด้วย ตนจึงได้ติดต่อกู้ภัย แล้วนำรถกระบะของตนไปยังที่เกิดเหตุ พบนายสมพงษ์ผู้บาดเจ็บนอนอยู่กับพื้น มือกุมอยู่ที่หน้าอกขวา มีเหลือดไหลออกมาไม่หยุด ตนจึงให้คนช่วยยกถังน้ำออกจากกระบะ และนำคนเจ็บขึ้นรถเพื่อไปส่งที่รถของกู้ภัยระหว่างทาง เพื่อนำส่งโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น

ป้ารวย เล่าต่อว่า พื้นที่ ที่ตนอยู่นี้ มีชาวบ้านที่ต้องมาเฝ้าไร่เพื่อป้องกันการรบกวนจากช้างป่าและกระทิง จำนวนหลายหลังคาเรือน แต่ที่ประสบปัญหานอกจากการถูกรบกวนจากสัตว์ป่าแล้ว ยังมีปัญหาจากการไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือใช้ ทำให้เวลามีเหตุฉุกเฉินแต่ละครั้ง ต้องขับรถออกไปหาสัญญาณหลายกิโลเมตร อย่างเช่นครั้งนี้ หากไม่มีชาวไร่ผ่านมาพบเข้า ผู้บาดเจ็บอาจจะเสียชีวิตก่อนก็เป็นได้ เพราะไม่สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อใครได้ จึงอยากวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูแลปัญหาของชาวบ้าน นอกจากการถูกรบกวนจากสัตว์ป่าแล้ว อยากให้จัดหาเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มาให้ชาวบ้านด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านกุยบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากช้างป่าเข้าบุกรุกทำลายพืชผลมานานมาก ชาวบ้านต้องอดนอนเฝ้าไร่ตอนกลางคืน อดหลับอดนอนจนหลายคนสุขภาพไม่ดีเพราะนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ และในช่วงนี้ยังมีภัยจากกระทิงป่า ที่นับวันจะดุร้ายไม่เกรงกลัวคนเหมือนเมื่อก่อน เคยมีชาวบ้านถูกทำร้ายมาหลายครั้ง แต่ยังไม่ถึงกับเสียชีวิต นับว่าครั้งนี้รุนแรงที่สุด ชาวบ้านได้แต่ช่วยเหลือตัวเองไปพลางๆ เท่านั้น.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ระดมทุนจัดซื้อคอมพิวเตอร์ AI ให้โรงเรียนที่ขาดแคลน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ระดมทุนจัดซื้อคอมพิวเตอร์ AI ให้โรงเรียนที่ขาดแคลน

วันที่ 2 กันยายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการศึกษาจังหวัดโดยผ่านกลไกของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ หรือ กศจ. ปี 2568 ที่โรงแรมแอทที บูทีค คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ มีนางอังคนา นุ่มวัด ศึกษาธิการจังหวัด คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาจังหวัด ผู้บริหาร ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน ตลอดจนผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนและเจ้าหน้าที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ ร่วมประชุม โดยมีการรายงานผลการดำเนินงานจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 และเขต 2 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ พร้อมการนำเสนอแนวทางพัฒนาการศึกษาในโลกยุคใหม่จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนของสถานศึกษา เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้สูงขึ้น

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องของการศึกษา เพราะถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพนำไปสู่การพัฒนาจังหวัด พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ปัจจุบันมีแนวทางการจัดทำ 10 ห้องเรียนส่งเสริมการศึกษา ตามนโยบาย Next Move Prachuap เรื่องเร่งด่วนที่จะทำคือการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ โดยเร็วๆ นี้ จะจัดกิจกรรมเพื่อระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ AI มอบให้กับโรงเรียนที่มีความต้องการ นอกจากนี้ จังหวัดยังให้ความสำคัญกับเรื่องของการจัดหลักสูตรการฝึกอาชีพให้กับนักเรียนที่มีฐานะยากจน เพื่อให้มีวิชาชีพสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว การส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารให้กับเยาวชนและประชาชน การส่งเสริมด้านการกีฬาให้กับเยาวชนเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ การพัฒนาหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพสอดคล้องกับนโยบาย Wellness Economy ของจังหวัดประจวบฯ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการ คณะทำงาน บุคลากรผู้รับผิดชอบงานแผนของหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดประจวบฯ และคณะกรรมการดำเนินงานทุกฝ่ายที่ให้ความสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และประสิทธิภาพการศึกษาจังหวัดโดยผ่านกลไกของ กศจ. ประจวบฯ.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

มทร.รัตนโกสินทร์ พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง

มทร.รัตนโกสินทร์ พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง

วันที่ 1 กันยายน 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอําเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการสร้างการรับรู้การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ของการยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การยกระดับนวัตกรรมการสกัดดอกส้มจี๊ดด้วยเทคนิคการสกัดแบบเปียก เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปา สำหรับชุมชนตำบลทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์” ที่ห้องปฏิบัติการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี ผศ.ดร.ธเนศวร นวลใย หัวหน้าโครงการวิจัย คณะทีมวิจัย คณาจารย์ เกษตรกรจากวิสาหกิจชุมชนบางสะพาน และนักศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

นายประสูตร หอมบรรเทิง กล่าวว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความหลากหลาย ทั้งสภาพภูมิอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ อำเภอบางสะพาน มีสภาพภูมิอากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชเฉพาะ และข่าเหลือง เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อำเภอบางสะพาน และมีปัญหาราคาตกต่ำ การแปรรูปเป็นหนทางหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ แต่การแปรรูปโดยขาดองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพต่ำ ไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้ การบูรณาการศาสตร์ความรู้ด้านต่างๆ ย่อมทำให้เกิดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ผู้บริโภค และสามารถแข่งขันทั้งในและนอกประเทศได้ โครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อหาแนวทางในการยกระดับรายได้ครัวเรือนของชุมชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยอาศัยฐานทรัพยากรในชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก

ผศ.ดร.ธเนศวร นวลใย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มีแนวคิดที่จะบริหารจัดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ปลูก ผู้แปรรูป และผู้จำหน่าย ส้มจี๊ดและข่าเหลือง เพื่อผลักดันให้เกิดเครือข่ายที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง โดยอาศัยการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้วยการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัยในเครือข่ายและผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับของผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้การทำงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ให้แก่หน่วยงานราชการ ในฐานะ key-partner และวิสาหกิจชุมชนในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ Stakeholder เพื่อคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพในการเข้ารับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่นักศึกษาในการฝึกวิเคราะห์ ปฏิบัติในรายวิชานวัตกรรมและการพัฒนาผลิตลิตภัณฑ์ชุมชน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จับคู่เจรจาธุรกิจการค้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 สร้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ประจวบฯ จับคู่เจรจาธุรกิจการค้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 สร้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

วันที่ 1 กันยายน 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการเจรจาธุรกิจการค้า (Online Business Matching) “PETCH SAMUT KHIRI BUSSINESS FAIR 2025” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 2 กันยายน 2568 ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบฯ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ น.ส.สุวีรยา ปั้นปาน พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร น.ส.ยุพา นาคา พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม น.ส.จินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่ 4 จังหวัดกลุ่มเพชรสมุทรคีรี ร่วมในพิธี

ตามที่จังหวัดประจวบฯ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อดำเนินกิจกรรมเจรจาธุรกิจ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการจำหน่ายสินค้าและบริการ กิจกรรมยกระดับและเชื่อมโยงตลาดสินค้า BCG อัตลักษณ์พื้นถิ่น และ Soft Power เพชรสมุทรคีรี โดยมีกิจกรรมตามโครงการ ประกอบด้วย การประชุมข้าราชการและเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการจัดเจรจาธุรกิจ กิจกรรมอบรมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การจัดทำ E-catalog สินค้า ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การเจรจาธุรกิจการค้าในครั้งนี้ เพื่อเปิดตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งการเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ประกอบการส่งออก ผู้ประกอบการ SMEs สินค้า BCG กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตอุตสาหกรรมด้านเกษตรแปรรูป หัตถกรรมและธุรกิจบริการ ในกลุ่มจังหวัดการภาคกลางตอนล่าง 2 ได้แก่จังหวัดประจวบฯ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร จำนวน 40 ราย รวมทั้งการเจรจาธุรกิจทางออนไลน์ มุ่งให้ผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีรายได้สูงขึ้นและมีช่องทางการค้าเพิ่มมากขึ้น

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่า ภาคการส่งออก ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งสินค้าของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 หรือเพชรสมุทรคีรี มีความหลากหลายทั้งสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าประมง รวมถึงการท่องเที่ยว สามารถเป็นตัวเลือกให้กับผู้ประกอบการที่มาร่วมเจรจาธุรกิจการค้าได้เป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าการจัดกิจกรรมในช่วงสองวันนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จากการเจรจาจับคู่ธุรกิจ สิ่งที่อยากฝากถึงผู้ประกอบการผู้ผลิตสินค้า คือเรื่องของการรักษาคุณภาพมาตรฐาน เพราะวันนี้สินค้าของเรากำลังจะไปสู่ตลาดต่างประเทศ ดังนั้นเรื่องมาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องจากทั้งสามจังหวัดที่เดินทางมาจังหวัดประจวบฯ จะได้เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ มีความสวยงามเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระหว่างกันในโอกาสต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว“Gastronomy @ Prachuapkirikhan#1”เทศกาลอาหารสุดชิลล์ริมหาดเขากะโหลก

เริ่มแล้ว“Gastronomy @ Prachuapkirikhan#1”เทศกาลอาหารสุดชิลล์ริมหาดเขากะโหลก

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานเทศกาล‘Gastronomy Food and Culinary @ Prachuapkirikhan#1’ที่บริเวณชายหาดเขากะโหลก อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด, นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด, นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ, ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ, นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ, นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และอินฟลูสายสุขภาพ “ฟิตกับแพม” ปาเมลา หรือเปมิกา “แพม”ปาสิเนตตี้ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 มาร่วมปรุงเมนู “กุ้งผัดกะปิตะไคร้” แจกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากที่มาร่วมงานลองชิมด้วยความเอร็ดอร่อย

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ จัดงาน Gastronomy Prachuapkirikhan ขึ้น เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ที่เชื่อมโยงกับวัฒธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับจังหวัด เพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ชุมชนท้องถิ่นและผู้ผลิตสินค้าพื้นเมือง ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยกำหนดจัดงาน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ในธีม “จากคลื่นสู่ครัว Sense on the Beach @ Khao ka lok” ระหว่างวันที่ 29 – 31 สิงหาคม ที่บริเวณชายหาดเขากะโหลก อ.ปราณบุรี และครั้งที่ 2 ในธีม “รสมือแม่ Mother’s Taste” ระหว่างวันที่ 12 – 14 กันยายนนี้ ที่บริเวณชายหาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน

ภายในงานพบกับมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มบรรยากาศริมทะเลสุดชิลล์ ที่คัดสรรแต่ของดี ของอร่อย อาหารสายสุขภาพ ฮาลาล Food Truck กว่า 100 บูธ ฟังเพลงเพราะๆ กับศิลปินนักร้องดัง และจากวงดนตรีมืออาชีพ ชมการแสดงควงกระบองไฟ จุดเช็คอินถ่ายภาพเก็บความประทับใจ การแข่งขันทำอาหารชิงเงินรางวัลกว่า 30,000 บาท และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย ที่พิเศษสุด พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ จัดกิจกรรม “ตักกุ้ง” สุดมันส์ พบกับโปรนาทีทองจำหน่ายกุ้งขาวแวนนาไม จำนวน 1,100 กิโลกรัม ผ่านคูปองส่วนลด ขนาดตัว 40 – 55 ต่อกิโลกรัม ในราคาพิเศษจากกิโลกรัมละ 175 บาท เหลือ 135 บาท ไม่ต่ำกว่า 150 กิโลกรัม/วัน และจำหน่ายกุ้งสดในราคาหน้าบ่อ จำนวน 35 กิโลกรัม/วัน มาร่วมสนุกกับการย่างกุ้งสดๆ พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ จึงขอชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเทศกาลอาหาร “Gastronomy @ Prachuapkirikhan” ตามวันดังกล่าวได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบเกียรติบัตรให้ผู้ผ่านโครงการเชฟชุมชนเพื่อพัฒนาอาหารท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวจังหวัด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบเกียรติบัตรให้ผู้ผ่านโครงการเชฟชุมชนเพื่อพัฒนาอาหารท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวจังหวัด

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนางบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเชฟชุมชนเพื่อพัฒนาอาหารท้องถิ่นสู่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจังหวัด ที่บ้านไร่คุณตา หว้ากอ หมู่ 1 ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ มีรองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดประจวบฯ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยครูศูนย์การเรียนรู้จากสถานศึกษาในสังกัด 8 แห่ง จำนวน 16 คน นักวิชาการศึกษาจากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดประจวบฯ 1 คน ครูจากกองร้อย ตชด.ที่14 จำนวน 2 คน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหัวยน้ำพุ 1 คน รวมทั้งสิ้น 20 คน เข้าร่วมกิจกรรม

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดประจวบฯ จัดโครงเชฟชุมชนขึ้นเพื่อพัฒนาอาหารท้องถิ่น สู่ยุทธศาสตร์การท่องเพื่อจังหวัด ระหว่างวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาทักษะการประกอบอาหารไทยอย่างเป็นระบบให้กับครูและบุคลากรภาครัฐ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจริง (Hands-on Training) จากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมครั้งนี้ จะสามารถนำความรู้ไปขยายผลให้กับผู้เรียน/ประชาชนในพื้นที่ ทั้งในรูปแบบร้านอาหารท้องถิ่น การจำหน่ายอาหารในชุมชน และการให้บริการด้านอาหารในกิจกรรมต่างๆ และเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์อาหารไทย – พื้นถิ่น – ฮาลาล ให้เป็นทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัด พร้อมทั้งนำมาเป็นข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านอาหาร วิถีชุมชนและวัฒนธรรม เพื่อนำไปใช้ประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัด และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า ขอให้ผู้ผ่านการอบรมในครั้งนี้นำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้กับผู้เรียนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้อาหารไทย – อาหารพื้นถิ่น – อาหารฮาลาล เป็นที่ยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แม่เต่ากระ “พรพนา” ขึ้นวางไข่รังที่ 15 บนเกาะทะลุ เกือบ 140 ฟอง

แม่เต่ากระ “พรพนา” ขึ้นวางไข่รังที่ 15 บนเกาะทะลุ เกือบ 140 ฟอง

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม เดินลาดตระเวนการขึ้นวางไข่ของเต่ากระบนพื้นที่เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ และการเฝ้าติดตามการฟักไข่ของเต่ากระอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา พบเต่ากระ ชื่อ “แม่พรพนา” ขึ้นมาวางไข่บริเวณอ่าวเทียนของเกาะทะลุ พิกัด 47 P 0560323 E 1223937 N ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จำนวน 1 รัง เป็นรังที่ 15 ของปี 2568

จากการตรวจสอบเต่าแม่พรพนา ขนาดลำตัว กระดองกว้าง 73 ซม. ยาว 78 ซม. ขึ้นวางไข่ขนาดของหลุมกว้าง 21 ซม.ลึก 45 ซม.รวมทั้งหมด 138 ฟอง เพื่อความปลอดภัยจากภัยคุกคามทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการย้ายไข่ทั้งหมดไปยังบ่ออนุบาลของมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าลูกเต่าจะฟักตัว การพบแม่เต่าขึ้นมาวางไข่เป็นครั้งที่ 15 ในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม และยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “เต่ากระ” ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Eretmochelys imbricata (Linnaeus,1766) เป็นสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ สถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และจัดอยู่ใน Appendix 1 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) ด้วย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โครงการตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง คว้าที่ 1 ในประจวบฯ ประจำปี 2568

โครงการตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง คว้าที่ 1 ในประจวบฯ ประจำปี 2568

วันที่ 28 มีนาคม 2568 พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ (สส./ปส.) มอบหมายให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและผู้นำชุมชน ประกอบด้วยนายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณ นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก น.ส.วิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะแก (กศน.) นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก ผู้ใหญ่บ้านไร่ใน หมู่ 1 และผู้ใหญ่บ้านแสงทอง หมู่ 2 ต.แสงอรุณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, อสม., ชรบ., อส. และคณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมรับการตรวจประเมินผลการปฏิบัติงาน โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี พ.ศ.2568 ของตำรวจภูธรภาค 7 โดยมี พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.จรรยวรรธน์ วิเศษชูชาติกุล รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.7 พร้อมคณะตรวจประเมินภาค 7 ที่ศาลาประชาคมบ้านไร่ใน หมู่ 1 ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ

ทั้งนี้ สภ.ห้วยยาง ได้ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568 มาอย่างต่อเนื่อง ที่บ้านไร่ใน หมู่ 1 และบ้านแสงทอง หมู่ 2 ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก โดยได้รับการตรวจประเมิน จาก ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นลำดับที่ 1 และเข้ารับการตรวจประเมินจากคณะตรวจประเมินของตำรวจภูธรภาค 7 ในวันนี้ ผลการดำเนินการได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับชุมชนของตนเอง ส่งเสริมการศึกษาให้ผู้บำบัดได้เรียนต่อ ส่งเสริมอาชีพให้มีรายได้และมีเงินเหลือใช้เพิ่มมากขึ้น.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประจวบฯ จับมือบ้านศิลปินหัวหิน สร้างฝันเยาวชน “เปิดโลกงานศิลป์ สู่แรงบันดาลใจไร้ขีดจำกัด”

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประจวบฯ จับมือบ้านศิลปินหัวหิน สร้างฝันเยาวชน “เปิดโลกงานศิลป์ สู่แรงบันดาลใจไร้ขีดจำกัด”

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ น.ส.วรัญญ์รัตน์ ทาหะพรหม ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา นายชลวิวัฒน์ โฆษิตชัยวัฒน์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์หัวหินสาร ดร.สิริกร หน่อทิม กรรมการผู้จัดการ อิ่มอกอิ่มใจซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่และคาบาน่ารีสอร์ท อ.ทวี เกษางาม ผู้อำนวยการบ้านศิลปินหัวหิน ร่วมเปิดกิจกรรม “เปิดโลกงานศิลป์ สู่แรงบันดาลใจไร้ขีดจำกัด” ที่บ้านศิลปินหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี คณะครูและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 5 จากโรงเรียนอนุบาลบ้านหัวหิน (หนองขอน) ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จำนวน 50 คน เข้าร่วมกิจกรรม

อ.ทวี เกษางาม กล่าวว่า บ้านศิลปินหัวหิน จัดกิจกรรม “โลกศิลปะแบบไร้ขีดจำกัด” ขึ้นมา เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ในจังหวัดประจวบฯ ให้พวกเขาสามารถสร้างฝันและต่อยอดจินตนาการได้ ซึ่งบ้านศิลปินหัวหินให้การสนับสนุนโรงเรียนทุกแห่งในจังหวัด โดยจัดหาขนม อาหารและของหวานให้เด็กๆ สำหรับโรงเรียนที่ไม่สะดวกเรื่องการเดินทาง ก็จะจัดรถรับส่งให้ เด็กๆ จะได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเดียวในพื้นที่ จะได้เรียนรู้กฎพื้นฐาน เช่น การไม่ส่งเสียงดัง ไม่สัมผัสภาพ ไม่ถ่ายรูป และสิ่งสำคัญที่สุด คือการที่เด็กๆ ได้มาชมผลงานศิลปะที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจและใช้ความรู้สึกกับจินตนาการมากกว่าเหตุผล เชื่อว่าการปลูกฝังสิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ชอบการลอกเลียนแบบ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง กรรมกร หรือศิลปินก็ตาม ซึ่งกิจกรรมนี้จะจัดทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี จนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ หากโรงเรียนใดสนใจ ติดต่อได้ที่เพจของบ้านศิลปินหัวหิน และหากต้องการรถรับส่งก็สามารถแจ้งเข้ามาได้

นายสมชาย กระแจะเจิม กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนผลักดันเยาวชนในเรื่องงานศิลป์ ทั้งเรื่องการวาดภาพ อาหาร สถานที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม เราทำทุกๆ มิติ การท่องเที่ยวของจังหวัดขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้น จะเห็นว่าการท่องเที่ยวเรายังกระจุกตัวอยู่ทางอำเภอตอนเหนือของจังหวัดมากกว่า คือที่หัวหิน ปราณบุรี ทางสภาฯ มีแนวทางที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงไปถึงอำเภออื่นตอนล่าง จะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปท่องเที่ยวไปจับจ่ายใช้สอยให้ครบทั้ง 8 อำเภอ เพราะยังมีสถานที่ท่องเที่ยว มีนวัตกรรมต่างๆ อีกมากมายที่น่าสนใจ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน จัดฝึกอบรมส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ในองค์กรและสถานศึกษา

เทศบาลนครหัวหิน จัดฝึกอบรมส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ในองค์กรและสถานศึกษา

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรี รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ในองค์กรและสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองหัวหิน ที่ห้องประชุมหัวหินบอลรูม 1 โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเต็ลแอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ นายอติชาติ ชัยศรี นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ นักเรียนจากโรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน และผู้เข้ารับการฝึกอบรมกว่า 100 คน เข้าร่วม โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาสกร ศรีสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนและนวัตกรรมการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ร่วมกำหนดหลักสูตรและเป็นวิทยากรหลัก พร้อมทีมงานที่มีความรู้ ความสามารถในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้

น.ส.ไพลิน กองพันธ์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมหลักสูตร“ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรสู่สากล ด้วยเทคนิคสื่อสารและประชาสัมพันธ์ยุคดิจิทัล”ตามโครงการฝึกอบรมส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ในองค์กรและสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน ที่รับผิดชอบโครงการโดยงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายบริการและเผยแพร่วิชาการ กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ ซึ่งนอกจากมีหน้าที่ ที่จะต้องสื่อข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชนให้เกิดความเข้าใจร่วมกันแล้ว ยังถือได้ว่าเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับเทศบาลนครหัวหิน การยกระดับภาพลักษณ์ในยุคดิจิทัล เป็นการสร้างและบริหารจัดการภาพลักษณ์เชิงบวกให้เป็นที่จดจำและเชื่อถือ ผ่านการสื่อสารที่สร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ การสร้างอัตลักษณ์ที่ดีบนโลกออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล จึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์องค์กรหรือบุคคลในยุคนี้ การยกระดับภาพลักษณ์ในยุคดิจิทัล จึงต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างรอบด้าน ทั้งในส่วนของการสร้างอัตลักษณ์ การใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

นายอติชาติ ชัยศรี กล่าวว่า ปัจจุบันองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างให้ความสนใจกับการบริหารภาพลักษณ์ และเห็นความสำคัญกับบทบาทการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์มากขึ้น เพื่อให้ทันต่อกระแสโลกาภิวัตน์ที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในทุกรูปแบบ ทั้งการใช้กลยุทธ์และเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งและสื่อสารกับผู้คนทั่วโลก ปรับเปลี่ยนเนื้อหาและรูปแบบให้เข้ากับวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหลัก สร้างเครือข่ายความร่วมมือและมุ่งเน้นการสื่อสารที่โปร่งใสและยั่งยืน เพื่อสร้างศรัทธา เชื่อถือ ละไว้วางใจจากสาธารณชน เทศบาลนครหัวหินเห็นความสำคัญของการประชาสัมพันธ์ในองค์กรยุคใหม่ ที่จำเป็นจะต้องทำการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสนองตอบนโยบายการบริหารการพัฒนาของผู้บริหารท้องถิ่น ที่มุ่งพลิกโฉมหัวหินสู่ความเป็นสากล จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ในองค์กรและสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองหัวหินขึ้น ซึ่งเป็นโครงการที่ตราไว้ในเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ พ.ศ.2568 เมื่อครั้งที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนฐานะเป็นเทศบาลนครหัวหิน เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้ และแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมจากผู้มีความรู้ ความสามารถ และเชี่ยวชาญด้วยประสบการณ์ตรงในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจ และเห็นถึงความสำคัญของการประชาสัมพันธ์ การสร้างภาพลักษณ์และทีมงานที่จะเป็นเครือข่ายนำไปสู่การสร้างความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงเทคนิคการสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสามารถพัฒนาตนเองให้เกิดทักษะในการเป็นนักสื่อสาร นักพูดและนักฟังที่ดี และนำความรู้ที่ได้รับมาเป็นแนวทางสนับสนุนให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นบันไดสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติงานของตนเอง และหน่วยงานอันส่งผลถึงภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อไป.