Categories
ข่าว ทั้งหมด

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เป็นองค์ประธาน งานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เป็นองค์ประธาน งานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเป็นองค์ประธาน งานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินประจำปี 2569 “กองทุนแม่ของแผ่นดิน พลังแห่งความเมตตา ชุบชีวิต เปลี่ยนชุมชน” พร้อมทอดพระเนตรวิดีทัศน์นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และนิทรรศการต่างๆ ภายในงาน ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานเงินขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดินให้แก่หมู่บ้าน/ชุมชนต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 จำนวน 1,544 แห่ง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด 74 จังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมจำนวน 75 ราย เป็นผู้แทนเข้ารับพระราชทาน ทั้งนี้ ปัจจุบันมีกองทุนแม่ของแผ่นดินในหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 30,169 แห่ง

ในส่วนของจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ นำคณะส่วนราชการ ผู้แทนเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน เข้าร่วมในครั้งนี้ สำหรับกองทุนแม่ของแผ่นดิน ชุมชนในเขตบาลนครหัวหิน มีงานพัฒนาชุมชน กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครหัวหิน เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา นายกเทศมนตรีนครหัวหินได้มอบหมายให้ นางสาวอรอินทร์ เฟื่องฟู หัวหน้างานพัฒนาชุมชน กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครหัวหิน พร้อมด้วย นางสาวเสาวณี แถมมี ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ชุมชนตะวันสีทอง นางผกา เดชะปัญญา ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ชุมชนกอล์ฟวิวเข้าร่วม

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการอย่างยิ่งใหญ่ โดยแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ นิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนปีหลวงและการสืบสานพระราชปณิธานก่อตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน, นิทรรศการน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่มีต่องานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน และโครงการ 128 กองทุนแม่ของแผ่นดิน สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนด้วยกลไกกองทุนแม่ของแผ่นดิน

งานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “กองทุนแม่ของแผ่นดินพลังแห่งความเมตตา ชุบชีวิต เปลี่ยนชุมชน” โดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อสานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งมั่นปกป้องคุ้มครองลูกหลานไทยและชุมชนให้พ้นจากภัยยาเสพติด อันเป็นจุดเริ่มต้นของ “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อเป็น ‘ทุนศักดิ์สิทธิ์’ ตั้งต้นในการแก้ไขปัญหายาเสพติด จากหยดน้ำแห่งพระเมตตาในวันนั้น ได้ขยายเป็นสายธารอันกว้างใหญ่ หล่อเลี้ยงหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน โดยเน้นการใช้แนวทางสันติวิธี การให้อภัย และการให้โอกาส ชุบชีวิตผู้ที่เคยก้าวพลาดให้คืนกลับเป็นคนคุณภาพของสังคม ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนชุมชนให้เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ พร้อมรับมิสอินเตอร์เนชันแนล ควีน 2026 ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสู่ระดับนานาชาติ

ประจวบฯ พร้อมรับมิสอินเตอร์เนชันแนล ควีน 2026 ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสู่ระดับนานาชาติ

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ สู่ระดับนานาชาติ ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ ในการจัดกิจกรรมการประกวด Miss International Queen 2026 ภายใต้แนวคิด “The Evolving Legacy” จากสาวงามข้ามเพศ 27 ประเทศทั่วโลก มีร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมพร้อมด้านการต้อนรับ การประชาสัมพันธ์ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าประกวดที่จะมาร่วมจัดกิจกรรมในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยายนนี้ โดยบริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด ขอความอนุเคราะห์จังหวัดประจวบฯ ในการประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม ซึ่งที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับไฮไลต์ เหล่าสาวงามผู้เข้าประกวดจะเดินทางสู่หัวหินด้วยขบวนรถไฟ Royal Blossom พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับจากอำเภอหัวหินและจังหวัดประจวบฯ อาทิ กิจกรรม Yoga Beach และกิจกรรมปล่อยปู ก่อนเดินทางเยี่ยมชมวนอุทยานปราณบุรี และร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ตลอดจนเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติกุยบุรีและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด พร้อมสัมผัสความงดงามทางธรรมชาติผ่านกิจกรรมล่องเรือชมเขาจูบกัน และเยี่ยมชมตลาดคนเดินสะพานปลาหัวหิน (แยกนางงาม) นอกจากนี้ ผู้เข้าประกวดยังจะได้สัมผัสอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทยผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การนุ่งโจงกระเบน การเรียนรู้การรำไทย การทำเมี่ยงคำ และเวิร์คชอปผ้าโขมพัสตร์ ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอเสน่ห์ด้านศิลปะวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สู่สายตานานาชาติ

ทั้งนี้ รายละเอียด รูปแบบและกำหนดการจัดกิจกรรมอยู่ระหว่างการพิจารณาและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการปรับให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และความพร้อมของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การต้อนรับผู้เข้าประกวด Miss International Queen 2026 เป็นไปอย่างเรียบร้อย และสามารถนำเสนอศักยภาพของจังหวัดประจวบฯ สู่สายตานานาชาติได้อย่างเหมาะสม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

พิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประธานในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ นายสุชาติ ชมกลิ่ม รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี นายบำรุงรัตน์ พลอยคำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นายสังคม แดงโชติ พร้อมด้วยนายพงษ์พันธุ์ เผ่าประทาน สส.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี

โดยพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เริ่มขึ้นในเวลา 12.09 น. โดย พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ ในพระองค์ประธานในพิธี ได้ทำการหลั่งน้ำเทพมนต์และเจิมบริเวณต้นไม้จันทน์หอม ขณะที่โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ และแตร ภูษามาลาไกวบัณเฑาะว์ พร้อมกันนี้ได้หลั่งน้ำเทพมนต์เจิมขวานทองสำหรับใช้ตัดต้นจันทน์หอม ก่อนที่ประธานจะใช้ขวานฟันที่ต้นจันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ และโปรยดอกไม้รอบบริเวณต้นไม้ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมพิธีด้วยความตั้งใจและเก็บเครื่องบวงสรวงนำไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการดำเนินการในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ด้วยความตระหนักในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยการคัดเลือกต้นจันทน์หอม ได้ดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีและสอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 969 ตารางกิโลเมตร มีสภาพป่าที่สมบูรณ์และหลากหลาย ประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าผสมผลัดใบ ซึ่งเป็นประกอบด้วยพันธุ์ไม้หายากมากมาย โดยเฉพาะไม้จันทน์หอม (Mansonia gagei) ที่ขึ้นกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าธรรมชาติที่มีความชุ่มชื้นและร่มรื่น จากการสำรวจของกรมอุทยานแห่งชาติฯ พบว่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นหนึ่งในแหล่งต้นจันทน์หอมที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีคุณภาพเหมาะสมที่สุดในการนำมาใช้ประกอบพระราชพิธี โดยต้นจันทน์หอมที่พบในพื้นที่มีอายุมากกว่า 100 ปี มีเนื้อไม้แน่น สีน้ำตาลอมเหลือง และที่สำคัญคือมีกลิ่นหอมจัดเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญตามโบราณราชประเพณี ต้นจันทน์หอมที่คัดเลือกมาทั้ง 20 ต้น ยืนต้นตายตามธรรมชาติ มีขนาดเส้นรอบวงเฉลี่ย 150 เซนติเมตร และมีความยาวเหมาะสมต่อการแปรรูป การคัดเลือกต้นจันทน์หอมที่ตายตามธรรมชาติ ไม่เพียงแต่เป็นไปตามประเพณีโบราณ แต่ยังเป็นการดูแลรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นไม้ที่มีชีวิตในพื้นที่

นอกจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีแล้ว ไม้จันทน์หอมยังพบกระจายอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติใกล้เคียง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่สมบูรณ์ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี กรมอุทยานแห่งชาติได้ดูแลรักษาและขยายพันธุ์ไม้จันทน์หอมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไม้มีค่าชนิดนี้คงอยู่สืบไปในอนาคต ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง ผู้ร่วมงานได้มีการปลูกต้นจันทน์หอม ทดแทนคืนสู่ผืนป่า จำนวน 10 ต้น เพื่อแสดงถึงการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและอนุรักษ์ไม้มีค่าดังกล่าว

นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า การตัดไม้จันทน์หอม 1 ต้น เพื่อใช้ในพระราชพิธี จะต้องปลูกทดแทนในพื้นที่ธรรมชาติ 10 ต้นเสมอ เพื่อการอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนต้นจันทน์หอมในป่า ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ คงความยั่งยืนของพรรณไม้ โดยในวันนี้เป็นการปลูกทดแทนต้นแรกในพิธี จำนวน 10 ต้น และจะดำเนินการปลูกทดแทนต่อเนื่องจนครบจำนวน 200 ต้น เพื่อทดแทนต้นจันทน์หอมทั้ง 20 ต้น ที่ได้รับการคัดเลือกนำไปใช้ในงานพระราชพิธี โดยกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะติดตามดูแลต้นไม้ที่ปลูกใหม่ทดแทนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถเป็นแหล่งพันธุ์ไม้จันทน์หอมที่สำคัญของประเทศต่อไป อันเป็นแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะดำเนินการตัดทอนและแปรรูปไม้จันทน์หอม ร่วมกับคณะจิตอาสาจังหวัดประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียง จากนั้นจะส่งมอบไม้จันทน์หอมทั้งหมดให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จังหวัดนครปฐม โดยไม้จันทน์หอมจะถูกนำไปใช้ในงานพระราชพิธีพระศพ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และถูกต้องตามโบราณราชประเพณี

ไม้จันทน์หอม ถือเป็นไม้มงคลชั้นสูงที่มีกลิ่นหอมจัด เป็นไม้มีค่าที่หายาก มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Mansonia gagei เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 15-20 เมตร เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอมเหลือง แน่น และมีน้ำหนักปานกลาง เมื่อตัดหรือขูด จะมีกลิ่นหอมจัดคล้ายกลิ่นจันทน์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “จันทน์หอม” ไม้จันทน์หอมถูกนำมาใช้ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน และเป็นสัญลักษณ์ของความดีงามที่คงอยู่ แม้เมื่อดับขันธ์ไปแล้ว กลิ่นหอมของไม้จันทน์หอมเชื่อว่าจะช่วยส่งเสด็จสู่สุคติภพด้วยความสงบและศักดิ์สิทธิ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน ซ้อมรับมือเหตุอัคคีภัย สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

มาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน ซ้อมรับมือเหตุอัคคีภัย สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดการอบรมดับเพลิงเบื้องต้น และฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ประจำปี 2569 ที่ลานด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายสยาม สมบัติทอง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลนครหัวหิน, พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน, ร.ต.อ.อภิวิชญ์ สนใจ รอง สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3, นายเศรษฐศักดิ์ ลาทอง ผู้จัดการศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน ร่วมสังเกตการณ์ มีอาจารย์ภักดี พสุฑันท์ วิทยากรและครูฝึกดับเพลิง และผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย เจ้าหน้าที่ พนักงาน และผู้ประกอบการในศูนย์การค้ากว่า 700 คนเข้าร่วม โดยมีการจำลองสถานการณ์พบเหตุไฟฟ้าลัดวงจรภายในโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ หัวหิน ชั้น 3 มีกลุ่มควันจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครหัวหิน และเจ้าหน้าที่ทีมไฟร์แมนของศูนย์การค้าฯ เข้าระงับเหตุด้วยการดับไฟรูปแบบต่างๆ ทั้งถังดับเพลิงเคมีและการใช้น้ำ พร้อมค้นหาผู้บาดเจ็บเพื่อให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล รวมถึงขั้นตอนการอพยพพนักงานและนักท่องเที่ยวที่อยู่ภายในศูนย์การค้าออกนอกอาคารเพื่อความปลอดภัย

นายศุภชัย ครุฑดำ กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมการอบรมฝึกซ้อมในครั้งนี้ จะมีส่วนร่วมและมีบทบาทในการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ด้านการป้องกันระงับอัคคีภัย และการอพยพหนีไฟได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในส่วนของอำเภอหัวหินเล็งเห็นถึงการลดความสูญเสียของชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากอัคดีภัย รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มาใช้บริการศูนย์การค้า

นายเศรษฐศักดิ์ กล่าวว่า ทางศูนย์การค้าฝึกซ้อมระงับอัคคีภัยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องการป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัยในสถานประกอบการในการทำงานของพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยกำหนดให้พนักงานของสถานบริการมีการอบรมอัคคีภัย ปีละไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถปฏิบัติตามแผนระงับอัคคีภัยขั้นต้นและระงับอัคคีภัยขั้นรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมของพนักงานและอุปกรณ์การป้องกันอัคคีภัย เพื่อให้เกิดการคล่องตัวและประสานงานที่ดีกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มทร.รัตน์โกสินทร์ วังไกลกังวล จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เปิดโลกการเรียนรู้กับนิทรรศการเทคโนโลยี

มทร.รัตน์โกสินทร์ วังไกลกังวล จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เปิดโลกการเรียนรู้กับนิทรรศการเทคโนโลยี

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นประธานเปิดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ส่วนภูมิภาค ประจำปี 2569 ที่หอประชุมปกเกล้าราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี ดร.พงศ์ภูมิ ศรชมแก้ว หัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการ สำนักงานวิทยาเขตวังไกลกังวล กล่าวรายงาน พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักเรียนและนักศึกษาจาก 18 สถาบันในพื้นที่อำเภอหัวหินและปราณบุรี เกือบ 3,000 คนร่วมงาน

ผศ.นภาพร นาคทิม กล่าวว่า งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เป็นกิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์และการคำนวณ พระองค์ทรงนำหลักเหตุผลและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาประเทศ ทรงเป็นแบบอย่างของการแสวงหาความรู้ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน การจัดงานในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการจัดนิทรรศการ การแข่งขัน การสาธิต การทดลอง และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อพัฒนาตนเองและสังคมต่อไปในอนาคต

ดร.พงศ์ภูมิ ศรชมแก้ว กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการได้แก่ 1. เพื่อเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย 2. เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมนำเสนอผลงาน เรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ 3. เพื่อสร้างเวทีส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานการค้นคว้าวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของเยาวชนภูมิภาค 4. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนและประชาชนมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีกิจกรรมเสริมวิทยาศาสตร์จัดแยกตามอาคารต่างๆ อาทิ อาคารคณะบริหารธุรกิจ อาคารคณะอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี อาคารเทคโนโลยีวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ กิจกรรมเสริมวทยาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รร.บางสะพานวิทยา ร่วมกับชมรมศิษย์เก่า จัดทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา ยอดรวม 2.7 ล้านบาท

รร.บางสะพานวิทยา ร่วมกับชมรมศิษย์เก่า จัดทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา ยอดรวม 2.7 ล้านบาท

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 โรงเรียนบางสะพานวิทยา ร่วมกับชมรมศิษย์เก่าบางสะพานวิทยา จัดพิธีทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา ภายใต้แนวคิด“บางสะพานวิทยา ต้นกล้าบัณฑิตบวร”ณ หอประชุมโรงเรียนบางสะพานวิทยา อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความร่วมมือของคนในพื้นที่ มีการแห่พุ่มผ้าป่า สมโภชองค์ผ้าป่าและเปิดโรงทาน จากผู้มีจิตศรัทธาและผู้สนับสนุนที่ร่วมกันนำอาหารและเครื่องดื่มมาให้บริการแก่ผู้ร่วมงาน สะท้อนพลังความร่วมมือของชุมชนที่พร้อมสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ โดยมีพระครูเมตตาปุญโญภาส เจ้าคณะอำเภอบางสะพาน เจ้าอาวาสวัดทางสาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา ครูเก่า ศิษย์เก่า คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ใหญ่ใจดีและผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับยอดเงินจากพุ่มผ้าป่าและเงินทำบุญออนไลน์ ที่โอนเข้าบัญชีธนาคาร รวมจำนวน 2,000,000 บาท ขณะที่คุณธีรฉัตร อาภรณ์รัตน์ ร่วมสนับสนุนการก่อสร้างถนนคอนกรีตภายในโรงเรียน อีก 700,000 บาท รวมยอดเงินสนับสนุนการทอดผ้าป่าการศึกษาในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 2,700,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียน เพื่อให้สถานศึกษามีความพร้อมในการจัดการเรียนรู้ และสร้างโอกาสที่ดีให้กับนักเรียนในพื้นที่บางสะพานต่อไป

ทั้งนี้ โครงการ “ต้นกล้าบัณฑิต บวร”ไม่ได้เป็นเพียงการทอดผ้าป่าตามประเพณี แต่เป็นการรวมพลังของ“บ้าน–วัด–โรงเรียน–ชุมชน” เพื่อส่งต่อทรัพยากรและโอกาสให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของท้องถิ่นในอนาคต โรงเรียนบางสะพานวิทยา ขออนุโมทนาบุญและขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธา ผู้บริจาค ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทุกคนที่ร่วมสมทบทุนและสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาในครั้งนี้.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตร.ภูธรภาค 7 ตรวจประเมินโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดของ สภ.ห้วยยาง

ตร.ภูธรภาค 7 ตรวจประเมินโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดของ สภ.ห้วยยาง

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์, พ.ต.อ.จรรยวรรธน์ วิเศษชูชาติกุล รอง ผบก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก. (สอบสวน) บก.สส.ภ.7 พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจประเมินผลการปฎิบัติงาน โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 ที่ศาลาประชาคมบ้านน้ำตก หมู่ 11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ มี พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย และผู้นำชุมชน ประกอบด้วย นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาชุมชนอำเภอทับสะแก นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง น.ส.อุษณีย์ ทอดสนิท กำนันตำบลห้วยยาง นางพัชชา แดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 นาย สมศักดิ์ ถ้ำลอย ส.อบต.ห้วยยาง นางแววมณี จีนอ่ำ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ผู้แทน สกร.อำเภอทับสะแก ผู้แทน ฉก.จงอางศึก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน .อสม. คณะกรรมการคุ้ม หมู่ 3, หมู่ 11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก ร่วมให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ สภ.ห้วยยาง ได้ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่บ้านทุ่งยาว หมู่ 3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง หมู่ 11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ได้รับการตรวจประเมิน จากตำรวจภูธร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นลำดับที่ 1 และเป็นปีที่ 4 ที่ดำเนินโครงการนี้แล้วดีเด่นเป็นลำดับที่ 1 ของจังหวัด ซึ่งการรับตรวจจากคณะตรวจประเมินของตำรวจภูธรภาค 7 ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับชุมชนของตน ส่งเสริมการศึกษาให้ผู้บำบัดได้เรียนต่อ ส่งเสริมอาชีพให้มีรายได้และมีเงินเหลือใช้เพิ่มมากขึ้น.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปิดฉากตระการตา งานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ พร้อมลีลาศสุดเหวี่ยงในบรรยากาศย้อนยุค

ปิดฉากตระการตา งานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ พร้อมลีลาศสุดเหวี่ยงในบรรยากาศย้อนยุค

ช่วงค่ำวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานปิดงานท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบฯ ที่เวทีกลาง งานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ สถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จ.ประจวบฯ มี ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นายวิโรจน์ ชูแก้ว นายอำเภอบางสะพานน้อย แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมงาน พร้อมชมการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนบางสะพานน้อยวิทยาคม จากนั้นเป็นการเปิดฟลอร์ลีลาศจากบรรดาเท้าไฟ กว่า 100 คน อย่างสวยงามตระการตา

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การจัดงานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ เป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัดประจวบฯ แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ตั้งแต่วันที่ 10 – 18 สิงหาคม 2569 รวม 9 วัน 9 คืน มีนักนักท่องเที่ยวเข้าชมงานนับหมื่นคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจากการเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวนับสิบล้านบาท รวมถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มาร่วมย้อนรอยประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหิน โดยเฉพาะสถานีรถไฟหัวหินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี ได้มาสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านการแสดงของนักเรียนทั้ง 8 อำเภอ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและคาดว่าจะมีการจัดงานอีกครั้งในปีต่อไป พร้อมกันนี้ตนก็ขออำลาชีวิตราชการ โดยจะเกษียณในเดือนกันยายนนี้ด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ !! รับมือเหตุกราดยิง เสริมความปลอดภัยในโรงเรียน

เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ !! รับมือเหตุกราดยิง เสริมความปลอดภัยในโรงเรียน

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการอบรมและซ้อมแผนเผชิญเหตุในสถานศึกษาสังกัดเทศบาลนครหัวหิน ที่โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรี พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและนักเรียนเข้าร่วมรับฟังการบรรยายการให้ความรู้จากคณะวิทยากร สภ.หัวหิน ในเรื่องแผนการป้องกันเหตุกราดยิง และวิธีป้องกันเอาตัวรอดตามหลักยุทธวิธี หนี ซ่อน สู้ และร่วมกันซักซ้อมแผนเผชิญเหตุดังกล่าว เพื่อให้บุคลากรของโรงเรียน อาทิ ครู อาจารย์ และนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ หากเกิดสถานการณ์ขึ้น เพื่อที่จะสามารถที่จะเอาตัวรอดได้ และเกิดความปลอดภัยในชีวิต โดยการให้ความรู้และกิจกรรมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ข่าวเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธก่อเหตุในสถานศึกษาที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ พบว่าแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทศบาลนครหัวหิน โดยกองการศึกษา ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยให้แก่เด็ก นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด จึงจำเป็นต้องจัดการฝึกซ้อมแผน “หนี ซ่อน สู้” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ เสริมทักษะการตั้งสติ และการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุจริง โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ คณะครูและนักเรียน เพื่อบูรณาการการทำงานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ และสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ การซักซ้อมดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อทบทวนแผนเผชิญเหตุ ประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของระบบรักษาความปลอดภัย และยกระดับมาตรการป้องกันเชิงรุก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและชุมชนโดยรอบว่า ทางสถานศึกษามีความพร้อมในการบริหารจัดการภาวะวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเทศบาลนครหัวหินจะมีการให้ความรู้ให้ครบทั้ง 7 โรงเรียน และ 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบจ.ประจวบฯ จับมือเทศบาลประจวบฯ จัดงานปลุกถนนสายวัฒนธรรมสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ

อบจ.ประจวบฯ จับมือเทศบาลประจวบฯ จัดงานปลุกถนนสายวัฒนธรรมสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับเทศบาลเมืองประจวบฯ จัดแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ ART CAFE GRANDMA’S HOUSE ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน เทศบาลเมืองประจวบฯ อ.เมืองฯ จ.ประจวบฯ ภายใต้แนวคิด “ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” ระหว่างวันที่ 3 – 7 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. มีพันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวพร้อมด้วยนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน เพื่อสร้างการรับรู้และต่อยอดอัตลักษณ์ของชุมชนหัวบ้าน ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงประสบการณ์ที่สำคัญของประจวบฯ พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ระหว่าง อบจ.ประจวบฯ และเทศบาลเมืองประจวบฯ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการงบประมาณและกำลังคน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู รวมถึงประชาสัมพันธ์ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึกให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ กล่าวว่างาน “ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” จะช่วยปลุกเสน่ห์ชุมชนหัวบ้าน สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองประจวบฯ นำเรื่องราวบ้านเก่า วิถีชีวิต ศิลปะวัฒนธรรม และความทรงจำของถนนสู้ศึก มาสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวแต่งกายย้อนยุค ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวันวาน “เราไม่ได้ต้องการเพียงจัดงาน แต่ต้องการทำให้ถนนสู้ศึกมีชีวิต” มีกิจกรรมให้กระจายไปตลอดแนวถนน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานเดินเที่ยวและสัมผัสพื้นที่จริงของชุมชน กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการประกวดแต่งกายย้อนยุค ชวนประชาชนร่วมแต่งกายในบรรยากาศสไตล์ละครย้อนยุค เช่น “วนิดา” และ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” เพื่อสร้างสีสันให้ถนนทั้งสายกลายเป็นฉากแห่งวันวาน กิจกรรม “ผู้เฒ่าเล่าเมือง” เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นเก่าได้ถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำ และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อเชื่อมโยงอดีตกับคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว

นายกมล แก้วเทศ กล่าวว่า อีกหนึ่งไฮไลต์ในงาน คือ Flash Mob ลีลาศย้อนยุค ที่เทศบาลฯ เชิญชวนนักลีลาศและประชาชนมาร่วมลีลาศพร้อมกันบนถนนสู้ศึก เปลี่ยนพื้นที่ถนนให้กลายเป็นฟลอร์ลีลาศกลางเมือง และร่วมกันสร้าง “ภาพประวัติศาสตร์แห่งถนนสู้ศึก” ไปด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีตลาดย้อนยุคชุมชน การแสดงดนตรีและศิลปะวัฒนธรรม การประดับไฟและจุดถ่ายภาพย้อนยุค เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้มาเที่ยวสามารถใช้เวลาอยู่ภายในพื้นที่ได้ตลอดช่วงเย็นถึงค่ำ ใช้เทคโนโลยีพาคน “เดินให้ทั่วถนน” หนึ่งในกิจกรรมที่เทศบาลเมืองประจวบฯ นำมาใช้สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว คือ “ตามหามนต์เสน่ห์สู้ศึก” โดยกำหนดจุดกิจกรรมกระจายอยู่ตลอดเส้นทาง ให้ผู้ร่วมงานใช้โทรศัพท์มือถือสแกนและสะสม RC จากจุดต่างๆ ตามกติกา เมื่อสะสมครบสามารถนำมาแลกรับของที่ระลึกได้

กิจกรรมดังกล่าวถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือพานักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่เวทีกลาง และเดินเข้าไปค้นหาสถานที่สำคัญ บ้านเก่า งานศิลปะ และเรื่องราวต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ตลอดแนวถนนสู้ศึก ซึ่งจะช่วยกระจายผู้ร่วมงานและสร้างโอกาสให้ร้านค้าและชุมชนตลอดเส้นทางได้รับประโยชน์จากการจัดงาน พร้อมกันนี้ยังมี ซุ้มถ่ายภาพย้อนวันวาน ให้ผู้ร่วมงานบันทึกภาพความประทับใจและรับภาพที่ระลึกฟรี เพื่อให้ทุกคนมีความทรงจำจากการมาเยือนถนนสู้ศึกกลับไปด้วยให้ “คนในชุมชน” เป็นพระเอกของงานอีกแนวคิดสำคัญของโครงการ คือการนำคนในชุมชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเรื่องราว โดยเทศบาลเมืองประจวบฯ เชิญชวนคณะกรรมการชุมชนและประชาชนร่วมแต่งกายย้อนยุค ถ่ายภาพตามบ้านเก่า ร้านค้า สตรีทอาร์ต และพื้นที่ต่างๆ บนถนนสู้ศึก ภาพดังกล่าวจะถูกนำมาจัดทำเป็นภาพขนาดใหญ่พร้อมกรอบไม้ และจัดแสดงเป็น “นิทรรศการภาพแห่งความทรงจำ ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก” ก่อนมอบภาพให้เจ้าของภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกภายหลังเสร็จสิ้นการจัดงาน จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานได้ตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.