Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำเดินแบบแฟชั่นผ้าไทยใส่สนุก#9 ชูพลังซอฟพาวเวอร์ของไทยสู่สายตานักท่องเที่ยว

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำเดินแบบแฟชั่นผ้าไทยใส่สนุก#9 ชูพลังซอฟพาวเวอร์ของไทยสู่สายตานักท่องเที่ยว

ช่วงค่ำวันที่ 16 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการเดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุก “เส้นด้ายเดินทาง ครั้งที่ 9” ประจำปี 2569 ที่เวทีกลางงานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ สถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จ.ประจวบฯ ภายใต้กิจกรรม “สืบสานพระราชปณิธาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” โดยมี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา, นายปรีดา สุขใจ, พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ คณะผู้บริหารเทศบาลนครหัวหิน ภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมแต่งกายชุดไทยพระราชนิยมและชุดผ้าไทย ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมชม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้นำกล่าวแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยม

สำหรับ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงน้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและสืบสาน ภูมิปัญญาผ้าไทย และทรงพระราชทานแบบลายผ้า “ลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ลายบุปผาบรมราชินีนาถ” เพื่อให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนไทยนำไปเป็นต้นแบบ ต่อยอด สร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่นให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน และสามารถนำมาประยุกต์เป็นเครื่องแต่งกายให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างสวยงาม ทันสมัยและสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย สามารถยกระดับคุณภาพและความสวยงามของเครื่องแต่งกายแบบไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

จากนั้นเป็นการเดินแบบในชุดไทยพระราชนิยม จากนางแบบมืออาชีพ 8 คน ประกอบด้วย 1. ชุดไทยเรือนต้น 2. ชุดไทยจิตรลดา 3. ชุดไทยอมรินทร์ 4. ชุดไทยบรมพิมาน 5. ชุดไทยดุสิต 6. ชุดไทยจักรี 7. ชุดไทยศิวาลัย และ 8. ชุดไทยจักรพรรดิ เป็นชุดที่หรูหราที่สุดในบรรดาชุดไทยพระราชนิยม จากนั้นเป็นการเดินชุดแฟชั่นผ้าไทย โดยหัวหน้าส่วนราชการ 12 ชุด ต่อด้วยชุดแฟชั่นผ้าไทยจากนางแบบ 8 ชุด ปิดท้ายด้วยการเดินแบบผ้าไทยจากนายแบบนางแบบกิตติมศักดิ์จำนวน 45 คู่ อย่างสวยงามตระการตา

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหิน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ในเรื่องอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทย ผ่านความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไทยกับกิจกรรมการเดินแบบแฟชั่นโชว์ผ้าไทย ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่จะสร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้ต่างชาติได้รู้จักเมืองไทยในมุมต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการช่วยผลักดันเมืองหัวหินให้เป็นเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ยกระดับผ้าไทยได้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งยังเป็นการช่วยสร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย และที่สำคัญยังเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับเมืองหัวหิน ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาสัมผัสซอฟต์พาวเวอร์ของไทย จะช่วยเรื่องเศรษฐกิจ ช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว และส่งเสริมภาพลักษณ์ของเมืองหัวหิน ดึงความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไทยให้ประจักษ์สู่สายตาคนทั่วโลก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิคนสร้างป่า ร่วมกับสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ปลูกต้นไม้ 4 พันต้น คืนชีวิตให้ผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน

มูลนิธิคนสร้างป่า ร่วมกับสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ปลูกต้นไม้ 4 พันต้น คืนชีวิตให้ผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน

วันที่ 16 สิงหาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี พร้อมด้วยนายสุวัช สิงหพันธุ์ ประธานมูลนิธิคนสร้างป่า, น.ส.นภา แก้วเต็ม นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน พร้อมคณะ, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย, หน่วยงานภาครัฐ เอกชน, สถานศึกษา, ชุมชน, เยาวชนและประชาชนจิตอาสา กว่า 300 คน เข้าร่วมโครงการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าอย่างมีส่วนร่วม ภายใต้แนวคิดคืนชีวิตให้ผืนป่ามรดกโลก ที่บ้านปางไม้ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดพร้อมใจกันกันปลูกพันธุ์ไม้ป่าท้องถิ่นกว่า 10 ชนิด รวม 4,000 ต้น บนพื้นที่นำร่อง 20 ไร่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และเอื้อต่อการฟื้นตัวของธรรมชาติ

นายนิทัศน์ นุ่นสง กล่าวว่ากิจกรรมฟื้นฟูป่าในครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงจำนวนต้นไม้ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างจิตสำนึกควบคู่กันไป เพราะการปลูกต้นไม้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การสร้างคนให้รักและดูแลป่า คือหัวใจของการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง และเกิดจากคนที่เข้าใจคุณค่าของธรรมชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนดูแลผืนป่าร่วมกันในระยะยาว นี่จึงไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือภาพของคนสร้างป่า ที่กำลังส่งต่อความหวังและความสมบูรณ์ของธรรมชาติให้เป็นมรดกอันล้ำค่าแก่คนรุ่นต่อไป

น.ส.นภา แก้วเต็ม กล่าวว่า ในนามของสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน รู้สึกยินดีและภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนโครงการปลูกป่า ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในครั้งนี้ โดยปลูกต้นไม้ 12 พันธุ์ จำนวน 4,000 ต้น บนพื้นที่ 20 ไร่ การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งใน 7 Areas of Focus ของโรตารีสากล ซึ่งเราให้ความสำคัญอย่างมาก หวังว่าโครงการนำร่องครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ช่วยฟื้นฟูพื้นที่ป่าและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืน และสโมสรโรตารีรอยัลหัวหินยินดีที่จะสนับสนุนโครงการในลักษณะนี้ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบรางวัล “คนภักดีศรีคีรีขันธ์” ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่ สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบรางวัล “คนภักดีศรีคีรีขันธ์” ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่ สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

ช่วงค่ำวันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบรางวัล “คนภักดีศรีคีรีขันธ์” ประจำปี พ.ศ.2569 ที่หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นางอภิญญา เอี่ยมอำภา, นายปรีดา สุขใจ, พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมพิธี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนนำผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัย

จากนั้นจึงกล่าวเปิดพิธีและอำนวยพร พร้อมมอบโล่ให้แก่ผู้ได้รับรางวัลคนภักดีศรีคีรีขันธ์ 15 ด้าน 93 รางวัล ประกอบด้วย ผู้นำศาสนา ผู้ทำคุณประโยชน์ ข้าราชการเกษียณ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้กล้าปราบยาเสพติด สตรีดีเด่น ปราชญ์เกษตร ปราชญ์เศรษฐกิจพอเพียง อาสาสมัครและจิตอาสา ตลอดจนบุคคลและองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในด้านกาชาด สื่อมวลชน สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการพัฒนาสังคม เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลและองค์กรที่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความเสียสละ มีจิตสาธารณะ และสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมชุมชน และจังหวัดประจวบฯ ตลอดจนเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติคุณงามความดี และส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้เกิดการบูรณาการ การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเผยแพร่เรื่องราวของบุคคลและองค์กรต้นแบบ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันทำความดี และสืบสานคุณค่าที่ดีงามของสังคมไทย

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า รางวัลคนภักดีศรีคีรีขันธ์ เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ ที่มอบให้แก่บุคคลและองค์กรซึ่งได้อุทิศตน ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความเสียสละ มีจิตสาธารณะ และสร้างคุณประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และจังหวัดประจวบฯ อย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ได้รับรางวัลล้วนเป็นบุคคลและองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมกันพัฒนาจังหวัด ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านศาสนา การปกครองท้องที่และท้องถิ่น การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง การศึกษา สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม การสื่อสารมวลชน ตลอดจนงานอาสาสมัครและสาธารณประโยชน์ ผลงานและคุณงามความดีของทุกท่าน เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะการพัฒนาจังหวัดให้มีความมั่นคง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสังคมมีความสงบสุขนั้น มิอาจเกิดขึ้นได้จากการดำเนินงานของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่

การจัดงานในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงพิธีมอบรางวัลเพื่อประกาศเกียรติคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของบุคคลและองค์กรต้นแบบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ได้เห็นถึงคุณค่าของการทำความดี การเสียสละเพื่อส่วนรวม และการน้อมนำหลักคุณธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่ ขอแสดงความชื่นชม และขอแสดงความยินดีกับผู้เข้ารับรางวัล “คนภักดีศรีคีรีขันธ์” ประจำปี พ.ศ.2569 ทุกท่าน ขอให้ท่านภาคภูมิใจในเกียรติที่ได้รับ และขอให้รักษาคุณงามความดีนี้ไว้ พร้อมทั้งร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ และแบบอย่างที่ดีไปสู่บุคคลอื่น เพื่อขยายผลแห่งความดีให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในสังคม ขอให้รางวัลที่ทุกท่านได้รับในวันนี้ เป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตลอดจนเป็นกำลังในการร่วมกันพัฒนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป

นอกจากนี้ ยังมีการมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษาของจังหวัดประจวบฯ จำนวน 17 ทุน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การรับมอบเงินสนับสนุนมูลนิธิประจวบต้องไปต่อ หรือ Prachuap NextMove ตลอดจนการจัดแสดงนิทรรศการผลงานและเรื่องราวอันทรงคุณค่าของผู้เข้ารับรางวัล เพื่อเผยแพร่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนและสังคม

ขณะที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จังหวัดประจวบฯ โดยนำเสนอแนวคิดการผลักดันให้เมืองหัวหินเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness City เพื่อสร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ.

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรงแรมเนินชเล หัวหิน จัดนิทรรศการงานศิลป์ริมหาดหัวหิน พบกับ 12 ศิลปินนานาชาติ จาก 5 ประเทศ ตั้งแต่ 14 – 16 สิงหาคมนี้

โรงแรมเนินชเล หัวหิน จัดนิทรรศการงานศิลป์ริมหาดหัวหิน พบกับ 12 ศิลปินนานาชาติ จาก 5 ประเทศ ตั้งแต่ 14 – 16 สิงหาคมนี้

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดนิทรรศการ Hua Hin International Contemporary Arts 2026 (HICA2026) งานศิลป์ริมหาดหัวหิน ที่โรงแรมเนินชเล หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนางฆรนี เทียนไทย ประธานบริหารและเจ้าของโรงแรมเนินชเล หัวหิน นายดี ช่างหม้อ ศิลปินผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ พร้อม 12 ศิลปินนานาชาติ จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย จีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และตุรกี ร่วมให้การต้อนรับ มี พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แขกผู้มีเกียรติ คณะครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองตะเภา เข้าร่วม

โดยนายดี ช่างหม้อ ศิลปินร่วมก่อตั้งโครงการฯ กล่าวถึงแนวคิดของงานศิลป์ริมหาดหัวหิน มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม “ระบำตารีกีปัส” โดยน้องคริญา ปุญญกริยากร เปเรซ สนับสนุนโดยสมาคมไทยแห่งรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา, การแสดง “โมเดิร์น เพอร์ฟอร์มแมนซ์” โดยลูกทีมใจใหญ่, พบกับศิลปินที่วาด พร้อมเปิดโอกาสให้แขกผู้มีเกียรติ ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

งานศิลป์ริมหาดหัวหิน Creativity on Hua Hin Beach เป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะเซรามิก วาดภาพสีน้ำมัน และวาดเส้น เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 14 -16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. ที่โรงแรมเนินชเล หัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ติวเข้มครูโค้ชภาษาต่างประเทศ ปั้นยุวมัคคุเทศก์ต่อยอดท่องเที่ยวเมืองระดับสากล

เทศบาลนครหัวหิน ติวเข้มครูโค้ชภาษาต่างประเทศ ปั้นยุวมัคคุเทศก์ต่อยอดท่องเที่ยวเมืองระดับสากล

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาสมรรถนะครูโค้ชด้านภาษาต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมศักยภาพนักเรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การเป็นยุวมัคคุเทศก์ของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน” ที่ห้องประชุมโรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรี รองปลัดเทศบาล ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศระดับขั้นพื้นฐานและมัธยมศึกษา รวมถึงบุคลากรทางการศึกษาด้านวิชาการจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหินทุกแห่ง เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 61 คน

การจัดอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะภาษาต่างประเทศแก่ครู เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นครูโค้ชด้านมัคคุเทศก์ที่ดี พัฒนาศักยภาพครูนำความรู้ไปออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ถ่ายทอดสู่นักเรียน เปิดโอกาสให้ครูโค้ชแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนำไปพัฒนางานยุวมัคคุเทศก์ในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว สืบเนื่องมาจากข้อเสนอแนะในการประชุมประชาคมเมืองเทศบาลนครหัวหิน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ต้องการมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนมีทักษะภาษาต่างประเทศ ควบคู่กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นของเมืองหัวหิน ซึ่งการยกระดับครูผู้สอนให้ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดการเรียนรู้ โค้ช พี่เลี้ยง ผู้สร้างแรงบันดาลใจและผู้ประเมินเพื่อการพัฒนา จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นยุวมัคคุเทศก์ ที่มีความพร้อมและร่วมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่อำเภอหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สุชาติแสดงความเสียใจ ช้างป่ากุยฯ ทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต สั่งเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มที่

สุชาติแสดงความเสียใจ ช้างป่ากุยฯ ทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต สั่งเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มที่

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 บ้านวังไทร ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ว่ามีชาวบ้านชื่อนายสยาม (สงวนนามสกุล) ออกไปช่วยผลักดันช้างป่า แล้วหายตัวไป ทางญาติไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยความเป็นห่วง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยติดตาม ต่อมาอุทยานฯ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านเดินเรียงหน้ากระดาน ค้นหาจากจุดที่ได้ยินเสียงลูกโป้ง (ประทัดเสียง) จนกระทั่งเวลา 14.30 น. วันเดียวกันชุดค้นหาฯ ได้แจ้งวิทยุกลับมาว่าพบร่างนายสยามแล้ว บริเวณพิกัด 47P E 0576778 N1350489 สันนิษฐานเบื้องต้นว่าถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต เนื่องจากตามร่างกายมีบาดแผลหลายจุด แขนขวาหัก มีแผลฉีกขาด บริเวณหลังเท้าซ้ายมีบาดแผลขนาดใหญ่ จากการตรวจพื้นที่รอบๆ จุดเกิดเหตุ พบต้นไม้หักหลายต้นและร่องรอยตีนช้างป่าอยู่เต็ม เบื้องต้นคาดว่านายสยามน่าจะเดินเข้าไปในด่านช้างป่า (เส้นทางเดินช้างป่า) เพื่อต่อเชือกที่ผูกลูกโป้งที่ชำรุด เพื่อส่งสัญญาณกันช้างป่า จังหวะนั้นมีช้างป่าวิ่งสวนออกมา นายสยามไม่ทันได้หนี ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลสามร้อยยอด เพื่อให้แพทย์ชันสูตรยืนยันสาเหตุการตายอีกครั้ง และมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดสามร้อยยอดต่อไป

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยหลังได้รับรายงาน มีราษฎรในพื้นที่บ้านวังไทร หมู่ 7 ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัวผู้สูญเสียอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของพี่น้องประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตและทำมาหากินอยู่ใกล้พื้นที่ที่มีช้างป่า ผมได้กำชับกรมอุทยานฯ ให้ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวก การประสานงาน และการเยียวยาตามสิทธิและหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยขอให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ครอบครัวต้องเผชิญความสูญเสียเพียงลำพัง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำอาหารมอบให้ครอบครัวเปราะบาง ในกิจกรรม “หัวหินอิ่มใจ ปันอาหาร ปันสุข ปลูกคุณภาพชีวิต”

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำอาหารมอบให้ครอบครัวเปราะบาง ในกิจกรรม “หัวหินอิ่มใจ ปันอาหาร ปันสุข ปลูกคุณภาพชีวิต”

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “หัวหินอิ่มใจ ปันอาหาร ปันสุข ปลูกคุณภาพชีวิต”ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ชุมชน วัดเขาอิติสุคโต อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีพระครูสุนทรคีรีวงศ์ (หลวงพ่อนก) เจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นพ.สฤษดิ์พงศ์ แซ่หลี แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายชวพล จึงสมาน ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการอาหารจากมูลนิธิเอสโอเอส ประเทศไทย น.ส.ศิรพร หาญณรงค์ ประธานศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจหมุนเวียนวัดเขาอิติสุคโต คณะผู้บริหารเทศบาล ภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ชุมชน และอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จ.ประจวบฯ เข้าร่วมกิจกรรม

ภายในงานมีการเสวนาเรื่อง “รสชาติแห่งความห่วงใยจากวัตถุดิบที่เหลือสู่มื้ออิ่มในบ้าน” พร้อมชมบูธนิทรรศการ “เส้นทางความอิ่ม”, แพลตฟอร์ดิจิทัล ส่งอิ่ม, แสดงเจตนารมณ์ “เปลี่ยนหัวหินให้ดีกว่า” และคูปองส่งอิ่ม หลังจากนั้นนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้ร่วมปรุงอาหารเมนูผัดกะเพราไก่ – ไข่ดาว ให้อาสาสมัคร “นักส่งอิ่ม” นำไปส่งมอบครอบครัวเปราะบางในพื้นที่ และร่วมปล่อยขบวนรถส่งอาหาร และนักส่งอิ่ม เพื่อส่งต่ออาหารที่จัดการแล้วไปยังครอบครัวเป้าหมาย

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า โครงการหัวหินอิ่มใจ ปันอาหาร ปันสุข ปลูกคุณภาพชีวิต เป็นการสานต่อแนวคิด “อิ่มถึงบ้าน” เชื่อมอาหารส่วนเกินกับกลุ่มเปราะบาง ดึงเทศบาล SOS และชุมชนร่วมสร้างระบบแห่งการแบ่งปัน เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “อิ่มถึงบ้าน” เชื่อมโยงอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพจากผู้ประกอบการและภาคีเครือข่าย ส่งต่อไปยังผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และกลุ่มเปราะบางในชุมชน กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของกลุ่มหยก ว่าการพัฒนาไม่ควรมองเพียงความเจริญทางเศรษฐกิจหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องมองถึงคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่มด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจยังเข้าไม่ถึงทรัพยากรและบริการพื้นฐานอย่างเท่าเทียม

นายณัฐพงศ์ รอดมี กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครหัวหิน และสถาบันพระปกเกล้า โดยหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำเมืองยุคใหม่ (A-List) รุ่น 1 กลุ่มหยก พัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคม ภายใต้ “โครงการอิ่มถึงบ้าน” ซึ่งเป็นการนำอาหารส่วนเกิน กลับมาใช้ประโยชน์ในการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุด จะเริ่มจากฐานข้อมูลและความต้องการที่แท้จริงของคนในชุมชน ในการนี้ ชุมชนวัดเขาอิติสุคโตได้รับการเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องในการทดลองระบบ ตั้งแต่กระบวนการจัดตั้งครัวชุมชน การบริหารจัดการอาหาร ไปจนถึงการจัดส่งผ่านอาสาสมัคร “นักส่งอิ่ม” ถึงหน้าบ้านของครัวเรือนเป้าหมายของทางเทศบาลนครหัวหินและภาคีเครือข่าย พร้อมจะนำถอดบทเรียนและผลการประเมินจากการทดลองในครั้งนี้ นำไปพัฒนาปรับปรุงกลไกให้เข้ากับบริบทของเมือง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้ชุมชนดูแลกันเองได้อย่างเข้มแข็ง และพร้อมขยายผลสำเร็จนี้ไปสู่ชุมชนอื่นๆ ในพื้นที่ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกนิกรจุดเทียนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกนิกรจุดเทียนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

วันที่ 12 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา, นายประทีป บริบูรณ์รัตน์, นายปรีดา สุขใจ, พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิ์ศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาล นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาร่วมขบวนแห่จิตอาสาพระราชทาน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและพลังสามัคคีของชาวจังหวัดประจวบฯ และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ (12 สิงหาคม) จากบริเวณร้านโกลเด้นเพลส หัวหิน ไปตามถนนเพชรเกษม ระยะทาง 1.5 กม. สิ้นสุดยังสถานีรถไฟหัวหิน อาคารเก่า

จากนั้น นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานในพิธีจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ พร้อมชมชุดการแสดงยิ่งใหญ่อลังการตระการตา จากนักเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน ในชุดการแสดงถวายอาลัยพระพันปีหลวง

ทั้งนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันสำคัญของชาติไทย โดยกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย 2 ประการ ได้แก่ วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมทั้งสืบสานความหมายของวันแม่แห่งชาติให้คงอยู่เป็นวันสำคัญของประเทศต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมทรัพยากรชวนทุกภาคส่วน เร่งฟื้นระบบนิเวศพรุแม่รำพึง หวั่นกระทบชุมชนทั้งระบบ

กรมทรัพยากรชวนทุกภาคส่วน เร่งฟื้นระบบนิเวศพรุแม่รำพึง หวั่นกระทบชุมชนทั้งระบบ

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาเบื้องต้น โครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจและออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง จ.ประจวบฯ ที่อาคารบี นิรินทร์รีเวอร์ไซด์สตูดิโอ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ มี สว.มาเรีย เผ่าประทาน นายวิฑูรย์ บัวลอย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่เข้าร่วมรับฟัง โดยมี ดร.เทพรัตน์ วิริโยธิน ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและประสานมวลชน กองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ กล่าวรายงานถึงผลการดำเนินโครงการ ซึ่งคณะที่ปรึกษาโครงการได้รายงานผลการศึกษาเบื้องต้น ชี้ให้เห็นถึงโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งจัดการ โดยเฉพาะ 5 ปัญหาหลักที่กำลังกดดันระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำดังนี้

วิกฤตที่ 1 “ไฟป่าพรุ” ลุกใต้ดิน ดับยาก ทำลายระบบราก ในช่วงฤดูแล้ง เมื่อชั้นดินพรุสูญเสียความชุ่มชื้น ความเสี่ยงจากไฟป่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และอาจเกิดลักษณะไฟกึ่งผิวดิน กึ่งใต้ดิน ซึ่งสามารถคุกรุ่นและลุกลามในชั้นอินทรียวัตถุได้ยาวนาน ส่งผลกระทบต่อรากพืชและโครงสร้างระบบนิเวศโดยตรง โจทย์ใหญ่จึงไม่ใช่เพียงแค่ดับไฟ แต่ต้องทำให้พื้นที่พรุมีความชุ่มชื้นเพียงพอและมีระบบเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ

วิกฤตที่ 2 “น้ำเค็มรุก” ดันสมดุลน้ำจืดถอย อีกแรงกดดันสำคัญ คือการรุกตัวของน้ำเค็ม โดยเฉพาะในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง กระทบต่อระบบน้ำจืดและพืชพรรณพื้นถิ่นในพื้นที่พรุ หากระบบน้ำเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่พรุ แต่มีโอกาสเชื่อมโยงถึงระบบนิเวศโดยรอบและการใช้ประโยชน์ของชุมชน

วิกฤตที่ 3 “คลองแม่รำพึงตื้นเขิน” ทางน้ำสะดุด ระบายน้ำลดลง การสะสมของตะกอนและอินทรียวัตถุ ทำให้เส้นทางน้ำบางส่วนมีสภาพตื้นเขิน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำและการเก็บกักน้ำจืด ประเด็นนี้จึงถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในหัวใจของการบริหารจัดการน้ำ เพราะพื้นที่ชุ่มน้ำจะทำหน้าที่เป็นฟองน้ำธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อระบบน้ำยังสามารถไหลเวียนและเชื่อมโยงกันได้

วิกฤตที่ 4 “ปลาหมอคางดำ” บุกกดดันสัตว์น้ำท้องถิ่น การแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และสามารถกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร กำลังกลายเป็นอีกโจทย์ที่ต้องจับตา ผลกระทบไม่ได้แค่เรื่องความสมดุลทางธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมโยงกับทรัพยากรประมงและรายได้ของชุมชนที่พึ่งพาแหล่งน้ำและระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ

วิกฤตที่ 5 “แนวเขต – ที่ดินเปลี่ยนสภาพ” เสี่ยงปิดกั้นทางน้ำธรรมชาติ อีกปัญหาที่มีความละเอียดอ่อน คือแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำและรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน หากเกิดการเปลี่ยนแปลงจนกระทบเส้นทางน้ำตามธรรมชาติ อาจส่งผลต่อทั้งระบบการไหลเวียนของน้ำและความสมบูรณ์ของพื้นที่พรุ

ทั้ง 5 วิกฤต จึงเป็นโจทย์ที่ต้องอาศัยข้อมูลพื้นที่จริง การมีส่วนร่วมของชุมชน และการประสานงานของหลายหน่วยงานควบคู่กัน“พรุแม่รำพึง” ไม่ใช่แค่ป่า แต่คือแก้มลิงธรรมชาติของบางสะพาน ท่ามกลาง 5 วิกฤต พื้นที่พรุแม่รำพึงยังมีคุณค่าทางระบบนิเวศอย่างมหาศาล ทั้งการเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน แหล่งผลิตแพลงตอนและอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน รวมถึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับและชะลอน้ำตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ โดยข้อมูลการศึกษาระบุว่าพบนกมากกว่า 137 ชนิด รวมถึงสัตว์ป่า สัตว์น้ำ และพรรณไม้ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ หากพรุยังสมบูรณ์ ประโยชน์จะตกถึงทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ พื้นที่เกษตร แหล่งน้ำ ไปจนถึงพื้นที่ชายฝั่งและชุมชน

ดังนั้น กรมทรัพยากรน้ำวางกลยุทธ์เพื่อกู้พรุ โดยมีแนวทางฟื้นฟูที่อยู่ระหว่างการศึกษาครอบคลุม 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. บริหารจัดการน้ำในพื้นที่พรุ รักษาความชุ่มชื้นและคุณภาพน้ำ
2. ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าพรุ ลดการสูญเสียพื้นที่ป่า เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และจัดทำฐานข้อมูล
3. ป้องกันไฟป่า พัฒนาแนวกันไฟแบบเปียก ระบบเฝ้าระวัง และการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า
4. สร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ ดึงชุมชน เยาวชนและประชาชน เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพรุ
5. ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวิสาหกิจชุมชน โดยไม่ทำลายฐานทรัพยากร

ในร่างแนวทางโครงการ ยังมีข้อเสนอจัดทำศูนย์การเรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง สะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติ หอดูนก คันกั้นน้ำเค็ม และแนวกันไฟ ที่สำคัญคือแนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการโดยชุมชน เปิดให้ผู้นำและประชาชนในพื้นที่เข้ามามีบทบาทร่วมกำหนดกติกาและแนวทางการใช้ทรัพยากร ขณะที่หน่วยงานรัฐทำหน้าที่สนับสนุนและกำกับติดตาม

การประชุมในวันนี้ จึงมีความสำคัญในฐานะเวทีเปิดข้อมูลผลการศึกษาเบื้องต้น พร้อมรับฟังเสียงจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหา การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ การใช้ทรัพยากร ความต้องการและข้อกังวลต่อแนวทางการฟื้นฟู
ทุกความคิดเห็นจะถูกนำไปประกอบการปรับปรุงผลการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป โดยโครงการเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านการประชุมปฐมนิเทศและประชุมกลุ่มย่อยมาแล้ว ก่อนเข้าสู่เวทีรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ จากนั้นจะมีการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 4 และครั้งที่ 5 ภายในเดือนกันยายน การประชุมปัจฉิมนิเทศภายในเดือนธันวาคม และกำหนดสิ้นสุดโครงการในวันที่ 20 ธันวาคม 2569

5 วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น อาจเป็นทั้งสัญญาณเตือน และโอกาสครั้งใหญ่ เพราะการฟื้นพรุแม่รำพึง ไม่ใช่เพียงการรักษาผืนป่าแห่งหนึ่ง แต่คือการรักษาแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร แหล่งประมง เกราะป้องกันน้ำหลาก และฐานทรัพยากรของชุมชน คำถามสำคัญจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่าจะฟื้นพรุอย่างไร ? แต่คือจะทำอย่างไรให้คนกับพรุ อยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ทำให้ธรรมชาติพัง และไม่ทำให้ชุมชนต้องสูญเสียฐานทรัพยากรของตัวเอง เพราะหากวันนี้ยังปล่อยให้ ไฟ น้ำเค็ม ตะกอน สัตว์น้ำต่างถิ่นและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ เดินหน้าพร้อมกัน วิกฤตของพรุแม่รำพึงอาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นปัญหาที่กระทบทั้งระบบของบางสะพานในอนาคต.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกหนุ่ยลงพื้นที่ชุมชนทุ่งยายอึ่ง เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมรับมือฤดูฝนครอบคลุมทั้ง

นายกหนุ่ยลงพื้นที่ชุมชนทุ่งยายอึ่ง เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมรับมือฤดูฝนครอบคลุมทั้งเมือง

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธวรรณ มิตรดี เลขานุการนายกเทศมนตรี, สมาชิกสภาเทศบาล, น.ส.มาดี รักษา ผู้อำนวยการกองช่างสุขาภิบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่สำนักช่างและฝ่ายเทศกิจ ร่วมลงพื้นที่ชุมชนทุ่งยายอึ่ง บริเวณซอยชลประทาน 70, 72 และ 74 เพื่อติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ พร้อมดูแลการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับพี่น้องประชาชน

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและระบายน้ำ ซอย 70, 72 และ 74 เป็นหมู่บ้านที่เกิดขึ้นมาก่อนทำถนนใหม่ ก่อนทำถนนเส้นเลียบคลอง ทำให้ตัวถนนและบ้านเรือนของชาวบ้านค่อนข้างต่ำกว่า ตอนนี้แก้ปัญหาโดยการเชื่อมซอย 70 ลงคลองเรียบร้อยแล้ว เหลือซอย 72 และ 74 ที่ต้องดำเนินการเชื่อมในลักษณะเดียวกัน เพื่อให้น้ำจากซอย ไหลลงคลองได้ พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับระดับน้ำในคลองระบายน้ำ ตั้งแต่ช่วงแพไม้ไปจนถึงบ่อฝ้าย ที่ต้องมีระดับน้ำต่ำกว่าน้ำในซอย เพราะถ้าระดับน้ำในคลองสูงกว่า น้ำจะไม่สามารถไหลออกไปได้ ก็จะช่วยทั้งการสูบน้ำและการเชื่อมท่อใหม่

สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนในภาพรวม ได้ลอกคลองตั้งแต่ช่วงแพไม้ถึงบ่อฝ้าย และทิศใต้ตั้งแต่บ่อนไก่จนถึงหมู่บ้านตะเกียบเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการลอกท่อระบายน้ำบนถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เพิ่มเติมอีก 194 เส้น รวมถึงลอกร่องน้ำในซอย 102 เสร็จสิ้นแล้ว ถือว่ามีการเตรียมความพร้อมไว้อย่างดี

สำหรับพื้นที่ที่หมู่บ้านเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งยังมีปัญหาในลักษณะนี้อีกหลายจุด ทางเทศบาลจะทยอยดำเนินการแก้ไข เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมีคณะสมาชิกสภาเทศบาล เลขานุการ ผู้อำนวยการกองช่างสุขาภิบาล ผู้อำนวยการส่วนการโยธา สำนักช่าง เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และฝ่ายเทศกิจมาร่วมดูแลเรื่องการจราจรและการแก้ไขปัญหา การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่การจะแก้ปัญหาได้ 100% ไม่ให้มีน้ำท่วมเลยคงเป็นเรื่องยาก เพราะต้องขึ้นอยู่กับระดับน้ำในคลองด้วย

แนวทางการป้องกันน้ำท่วมบริเวณถนนลงสู่ทะเล สำหรับถนนที่เชื่อมลงทะเล เทศบาลดำเนินการปรับระดับน้ำบนผิวจราจรในซอยให้ต่ำกว่าถนนเพชรเกษม เพื่อให้น้ำไหลลาดเอียงไปตามผิวจราจรได้ ส่วนซอยที่ถนนสูงกว่าถนนเพชรเกษม อาจต้องทำกัตเตอร์ดักน้ำ เพื่อระบายน้ำเข้าสู่ระบบลงสู่ทะเลต่อไป ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแขวงทางหลวงและเทศบาลในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวหัวหินอย่างดีที่สุด.