Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดตัว “Wellness Tourism 2026” ดันเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่ระดับนานาชาติ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดตัว “Wellness Tourism 2026” ดันเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่ระดับนานาชาติ

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “Wellness Tourism 2026” ที่หาดทุ่งน้อย อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นายนพพล สุกิจปาณีนิจ นายอำเภอกุยบุรี นายสุวิทย์ อินกงลาด ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองประจวบฯ ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ร่วมแถลงถึงแนวทางการจัดกิจกรรม และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดันจังหวัดประจวบฯ สู่การเป็นเมืองแห่งสุขภาวะอย่างยั่งยืน การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทย และรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในอนาคต

นายสิทธิชัย กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ มีศักยภาพโดดเด่น ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ชายหาดที่สวยงาม อาหารทะเลคุณภาพสูง รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนสำคัญในการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดมหกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งกลุ่มสินค้า OTOP ภาคเกษตร ประมง และธุรกิจบริการด้านสุขภาพ สำหรับการจัดงานในปีนี้กำหนดขึ้นใน 2 พื้นที่ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย กิจกรรมครั้งที่ 1 ณ หาดทุ่งน้อย อ.กุยบุรี ระหว่างวันที่ 26 – 28 มิถุนายน 2569 ภายใต้บรรยากาศชายหาดธรรมชาติที่สวยงาม โดยมีกิจกรรมเด่น อาทิ ปั่นจักรยานเลียบชายทะเลระยะทาง 40 กิโลเมตร กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และเสวนาด้าน Wellness Economy

ส่วนกิจกรรมครั้งที่ 2 ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ ระหว่างวันที่ 3 – 5 กรกฎาคม 2569 จะเน้นกิจกรรมด้านสุขภาพใจและไลฟ์สไตล์คนเมือง อาทิ การแข่งขันวิ่ง Night Run ระยะ 5 และ 10 กิโลเมตร โซนอาหารเพื่อสุขภาพ นิทรรศการศิลปะและภาพถ่าย ตลอดจนพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะแบบครบวงจร ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลต์สำคัญในรูปแบบ The Sound of Wellness คอนเสิร์ตริมชายหาดและแลนด์มาร์กเมืองท่องเที่ยว ที่รวบรวมศิลปินชื่อดังของประเทศมาสร้างสีสันทุกค่ำคืน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น. รวมถึงการแสดงกระบองไฟและโชว์พิเศษสุดตระการตา เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีโซน Therapy & Wisdom ที่รวบรวมอาหารทะเลสดจากชาวประมง สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพจากชุมชน รวมถึงศาสตร์การแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และบริการสปาเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสมิติของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างแท้จริง จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมงานได้ตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คุมประพฤติติวเข้ม อ.ส.ค.ทั่วประเทศ เสริมทักษะเทคนิคการให้คำแนะนำปรึกษาช่วยผู้ที่ก้าวพลาดคืนสู่สังคม

คุมประพฤติติวเข้ม อ.ส.ค.ทั่วประเทศ เสริมทักษะเทคนิคการให้คำแนะนำปรึกษาช่วยผู้ที่ก้าวพลาดคืนสู่สังคม

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นางปฐมา เอียดบัว ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ จังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ นำคณะอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) จ.ประจวบฯ เข้าร่วมโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครคุมประพฤติ ทักษะการให้คำปรึกษาแบบสั้น BA – BI (Brief Advice & Brief Intervention) สำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติคดียาเสพติด ซึ่งเชื่อมโยงการอบรมผ่านระบบออนไลน์ไปยังสำนักงานคุมประพฤติ 105 แห่งทั่วประเทศ โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานเปิดโครงการ ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ มีนายปราโมศย์ ตั้งซุยยัง ประธานอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ (ประธาน อ.ส.ค. อ.บางสะพานน้อย) นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม ประธาน อ.ส.ค.อำเภอบางสะพาน นางมณเฑียร ศรวิไล ประธาน อ.ส.ค.อำเภอเมืองฯ นายสมเกียรติ บุญเรือง ประธาน อ.ส.ค.อำเภอกุยบุรี และนายสุรพัศ ตั้งเขาทอง ประธาน อ.ส.ค.อำเภอทับสะแก ร่วมนำอาสาสมัครในแต่ละอำเภอทั้ง 5 อำเภอ เข้าร่วมกว่า 40 คน ที่ศูนย์ฝึกอบรมมวลชน (ศูนย์ฝึกสมานมิตร) ถ.ปินอนุสรณ์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้ กรมคุมประพฤติได้นำเทคนิคการให้คำปรึกษาแบบสั้น BA – BI ซึ่งเป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง ที่ได้รับการยอมรับทางวิชาการมาใช้พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครคุมประพฤติ เพื่อยกระดับบทบาทจากผู้สอดส่องดูแลสู่การเป็น “ผู้อำนวยการเปลี่ยนแปลง”ที่สามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้กระทำผิด ตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ด้วยตนเอง อันจะช่วยลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ชุมชนอย่างแท้จริง

อาสาสมัครคุมประพฤติถือเป็นพลังสำคัญของภาคประชาชน ในการสนับสนุนภารกิจแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและคืนคนดีสู่สังคม โดยเฉพาะการดูแลช่วยเหลือผู้ถูกคุมความประพฤติในคดียาเสพติด ซึ่งต้องอาศัยทั้งความเข้าใจ ความเสียสละ และทักษะในการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน

สำหรับการอบรมครั้งนี้ มีอาสาสมัครคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศเข้าร่วม 3,150 คน โดยเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผ่านการบรรยายเรื่องธรรมชาติของผู้ติดยาเสพติด หลักการสร้างแรงจูงใจ การให้คำแนะนำแบบสั้น และการให้คำปรึกษาแบบสั้น รวมถึงการฝึกปฏิบัติในกลุ่มย่อย เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือ ดูแล และสร้างโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดสามารถกลับตัวกลับใจเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ลดการกระทำผิดซ้ำ และร่วมสร้างความปลอดภัย ความสงบสุขให้แก่ชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหิน ชวนเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ ในงาน PRIDE 2026 : The Gentle Rainbow

บลูพอร์ตหัวหิน ชวนเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ ในงาน PRIDE 2026 : The Gentle Rainbow

ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ร่วมกับบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน), เทศบาลนครหัวหิน พร้อมด้วยพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month 2026 จัดงาน PRIDE 2026 ภายใต้แนวคิด The Gentle Rainbow – Softly Proud, Deeply Well เชิญชวนทุกคนร่วมส่งต่อพลังแห่งความภาคภูมิใจ ความเท่าเทียม และการดูแลสุขภาวะกายใจ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ที่ออกแบบมาเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่บลูพอร์ต หัวหิน

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บลูพอร์ตหัวหิน มุ่งมั่นผลักดันกิจกรรม Pride อย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างบรรยากาศแห่งความเท่าเทียมในเมืองหัวหิน จนได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว เราเชื่อว่าความหลากหลายคือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้หัวหินเป็นเมืองแห่งการต้อนรับสำหรับทุกคน ปีนี้เรานำเสนอ Pride ในมิติใหม่ ที่ผสานเรื่องความเท่าเทียมเข้ากับการดูแลสุขภาวะอย่างรอบด้าน สอดรับกับเทรนด์ Wellness ที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคนอย่างแท้จริง

ภายในงาน PRIDE 2026: The Gentle Rainbow – Softly Proud, Deeply Well พบกับกิจกรรมหลากหลายตลอดทั้งวัน Pride Flow Run กิจกรรมเดิน – วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 3 กิโลเมตร ชวนทุกคนเริ่มต้นวันด้วยพลังบวก พร้อมร่วมวิ่งไปกับนักแสดงสาว แจ็คกี้ – ชาเคอลีน มึ้นช์ พร้อมด้วยคุกกี้ – ญดา สุวรรณปัฏนะ และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์มากมาย ตั้งแต่เวลา 06.00 – 09.30 น. ณ ลานเดอะ สแควร์ ด้านหน้าบลูพอร์ต Pride Workshop Series พื้นที่แห่งการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ค้นหา แสดงออก และแสดงความเป็นตัวเองผ่านกิจกรรมเวิร์กชอปหลากหลายรูปแบบ เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ทางเข้าสวนพฤกษาภิรมย์ ชั้น G Pride Pickle กิจกรรมกีฬา Pickleball เทรนด์กีฬาสุดฮอตที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ชวนทุกคนมาร่วมออกกำลังกาย พบปะเพื่อนใหม่ และสัมผัสความสนุกของกีฬาที่ใครๆ ก็เล่นได้ เวลา 13.00 – 15.00 น. ณ Arena Pickleball Club ชั้น 3 Pride Matcha Experience เวิร์กชอปชงมัทฉะที่ผสานศิลปะแห่งความละเมียดละไมและการใช้ชีวิตอย่างมีสุนทรียะ ผ่านประสบการณ์การชงและลิ้มรสมัทฉะแบบต้นตำรับ เวลา 15.30 – 17.00 น. ณ Museo Auto Classica ชั้น 2 โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่: https://forms.gle/MxHRkecTqLh81gKk9

นอกจากนี้ บลูพอร์ต ยังจัดโปรโมชั่นพิเศษตลอดเดือนมิถุนายน เพื่อร่วมฉลอง Pride Month ให้ทุกความหลากหลายได้เปล่งประกายในแบบของตัวเอง ระหว่างวันที่ 1 – 30 มิถุนายน อาทิ Pride Sip & Shine ช้อปสินค้าในหมวด Fashion & Beauty ครบ 1,500 บาท รับฟรี เครื่องดื่ม Pride Special Drink “Love in Colors” และ Hit the Court, Enjoy Museo เล่น Pickleball ที่ Arena Pickleball Club ครบ 5 ครั้ง รับสิทธิ์เข้าชม Museo Auto Classica ฟรี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนสานต่อ ‘โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประจำปี 2569’

มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนสานต่อ ‘โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประจำปี 2569’

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมจี หัวหิน รีสอร์ทแอนด์มอลล์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ โดยการสนับสนุนของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ เป็นการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเป็นครั้งแรกของโครงการในปี 2569

โดยโรงเรียนในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีจันธ์ที่เข้าร่วมโครงการ มี 11 โรงเรียน ประกอบด้วยโรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง (ญาณวิลาสอุทิศ) , โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ , โรงเรียนอนุบาลหัวหิน (บ้านหนองขอน) , โรงเรียนบ้านหนองตะเภา , โรงเรียนเทศบาลบ้านตะเกียบ (ไกรลาศวิทยาทาน) , โรงเรียนเทศบาลบ้านเขาเต่า , โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก , โรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้าย (สังฆประชาอุทิศ) , โรงเรียนสมถวิลหัวหิน , โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์  และโรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน โดยใช้หนังสือพิมพ์หัวหินสารเป็นเครื่องมือในการสอน  

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ที่เข้าร่วมโครงการ โรงเรียน ครูและนักเรียน โดยสื่อมีโอกาสในการเข้าถึงผู้อ่านมากขึ้นผ่านโรงเรียน ครูและนักเรียน ส่วนโรงเรียนจะเกิดกิจกรรมสร้างเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน จะเกิดประโยชน์กับเสริมสร้างมาตรฐานคุณค่าการศึกษา ส่วนครูจะได้เรียนรู้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้หนังสือพิมพ์รวมทั้งสื่ออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน สำหรับนักเรียนเป็นการสร้างภูมิกันให้เกิดการรู้เท่าทันเนื้อหาสาระที่สื่อนำเสนอ

รศ.สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จึงได้ออกแบบโครงสร้างของกิจกรรมและเนื้อหา แบ่งสัดส่วนเป็นการส่งเสริมการอ่าน 20 เปอร์เซ็นต์ การเรียนรู้ทักษะเท่าทันสื่อ 50 เปอร์เซ็นต์ และการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 30 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้จะมีการถอดบทเรียนทั้งครูและนักเรียน รวมทั้งภาคีสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนระดับชั้นป.5 ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการว่าหลังจากเข้าร่วมโครงการแล้วได้ผลลัพธ์ ทักษะการเท่าทันสื่อเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร เพื่อพัฒนาและขยายผลในโอกาสต่อไป

สำหรับรายละเอียดที่สำคัญของโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างเสริมศักยภาพให้แก่บุคลากรทางการศึกษา โดยมีกำหนดจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนปลาย 9 ครั้งทั่วประเทศ โดยมีครูเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 150 คน เพื่อให้ครูนำความรู้ที่ได้ไปบูรณาการในการเรียนการสอนในห้องเรียน โดยมุ่งหวังผลลัพธ์เชิงคุณภาพที่สำคัญสูงสุด คือการทำให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนไม่น้อยกว่า 3,000 คนมีทักษะรู้เท่าทันสื่อในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านอบรมนวดไทย “หัตถการอิงมณี” ชู Soft Power ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านอบรมนวดไทย “หัตถการอิงมณี” ชู Soft Power ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานปิดการอบรมโครงการอบรมเพิ่มพูนทักษะการนวดไทย “หัตถการอิงมณี” จ.ประจวบฯ ประจำปี 2569 ที่สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี นพ.อมรเทพ บุตรกตัญญู นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ วิทยากร พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมการอบรมเข้าร่วมพิธี โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวให้โอวาทพร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเชิดชูผู้ที่มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพด้านการนวดไทยและการแพทย์แผนไทย

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจสุขภาพ ของจังหวัดประจวบฯ ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย การนวด และสปา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเศรษฐกิจสำคัญตามยุทธศาสตร์ “ประจวบฯ ต้องไปต่อ” เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชน สำหรับศาสตร์ “หัตถการอิงมณี” เป็นศาสตร์ที่ช่วยยกระดับทักษะการนวดไทย ผสมผสานองค์ความรู้ด้านการแพทย์พื้นบ้าน มีความเฉพาะทางในการดูแลกล้ามเนื้อและปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย โดยมีการจัดการเรียนการสอนและประเมินผลตามมาตรฐาน ภายใต้การถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ทั้งนี้ การอบรมจัดขึ้นตามหลักสูตรจำนวน 150 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 1 – 15 มิถุนายน 2569 มีผู้เข้ารับการอบรมจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 20 คน และผ่านการประเมินตามหลักสูตรครบทั้ง 20 คน โดยผู้สำเร็จการอบรมจะสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว อันเป็นการเสริมสร้างศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดประจวบฯ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมลงนาม MOU “ครัวชุมชนสู่สากล” ยกระดับร้านอาหารและแผงลอยสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมลงนาม MOU “ครัวชุมชนสู่สากล” ยกระดับร้านอาหารและแผงลอยสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการ “ครัวชุมชนสู่สากล ในการพัฒนาร้านอาหารและแผงลอยเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน” ที่ปราณบุรี คาบานา รีสอร์ท อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ มี นพ.อมรเทพ บุตรกตัญญู นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ/ประธานภาคีเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการร้านค้าอาหารและตลาดสด กลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตก นายประมุข เมืองจันทบุรี นายก อบต.สามร้อยยอด นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ชมรมเชฟชะอำ/หัวหิน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และผู้ประกอบการด้านอาหารจำนวน 120 คน เข้าร่วมพิธีลงนาม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า โครงการครัวชุมชนสู่สากล เป็นการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยท้องถิ่น ผ่านการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาวัตถุดิบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การพัฒนาดังกล่าวประกอบด้วยแนวทางสำคัญคือ การยกระดับมาตรฐานอาหาร เน้นสุขาภิบาลอาหารตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข เพื่อสุขอนามัยที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมผู้ประกอบการในการใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงระบบร้านค้าและการจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมอาหาร การชู Soft Power นำเสนออัตลักษณ์อาหารถิ่นเพื่อผลักดันวัฒนธรรมอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ มีการจัดกิจกรรมอบรมและยกระดับฝีมือพ่อครัวแม่ครัวท้องถิ่นให้เป็นเชฟชุมชนต้นแบบ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ดร.สิริกร หน่อทิม กล่าวว่า การลงนามร่วมกันในครั้งนี้ เกิดจากเจตนารมณ์ร่วมกันของสมาคมผู้ประกอบการ ร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ ภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการค้าด้านอาหารและตลาดสด กลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตก และพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 19 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพร้านอาหารและแผงลอยในพื้นที่ ส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร ความปลอดภัย และสุขอนามัยของผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และช่องทางการตลาด รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่นอันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากและเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ในระยะยาวต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นักเต้นนับร้อย ร่วมมหกรรม Aerobic & Zumba เพื่อสุขภาพที่สามร้อยยอด

นักเต้นนับร้อย ร่วมมหกรรม Aerobic & Zumba เพื่อสุขภาพที่สามร้อยยอด

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายประมุข เมืองจันทบุรี นายก อบต.สามร้อยยอด เป็นประธานเปิดกิจกรรมเต้นแอโรบิคเพื่อสุขภาพ “Imoak Imjai Samroiyod Aerobic & Zumba” ภายใต้โครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ “ขยับกายสบายชีวา” ที่สนามฟุตบอลองค์การบริหารส่วนตำบลสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ โดยมี ดร.สิริกร หน่อทิม ประธานองค์กรภาคีเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาด กลุ่ม 8 จังหวัด ภาคกลางตะวันตก /นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ ผู้จัดกิจกรรม นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมด้วยชาวบ้านและกลุ่มนักเต้นแอโรบิค จากพื้นที่อำเภอปราณบุรี – สามร้อยยอด กว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี Fit & Fun by Kru Oay ครูอ้อย ปัณฑารีย์ พันพิพัฒน์ พร้อมทีมงาน มารับหน้าที่เป็นผู้นำเต้น

โดยก่อนเริ่มกิจกรรม มีการยืนถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 นาที แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

นายประมุข เมืองจันทบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่หันมาใส่ใจการออกกำลังกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านเสียงเพลง โดย อบต.สามร้อยยอด จะสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสุขภาพที่ดีของชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการส่งเสริมให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างความสามัคคีในชุมชน และส่งเสริมสังคมแห่งสุขภาวะอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมกันผลักดันกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว กีฬา และสุขภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอำเภอสามร้อยยอดและจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้าน Wellness Tourism ที่น่าสนใจในอนาคต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการมีสุขภาพที่ดี และร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน.

ข่าวแนะนำ

มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนสานต่อ ‘โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประจำปี 2569’

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกนิกรถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ด้วยบรรยากาศโศกเศร้า

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกนิกรถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ด้วยบรรยากาศโศกเศร้า

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ห้องพิธีการชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ศาล ทหาร ตำรวจ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด และข้าราชการทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมในพิธีด้วยบรรยากาศโศกเศร้า

ภายหลังจากสำนักพระราชวังได้มีประกาศ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ และเรื่องการถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2569

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงอุทิศพระองค์ ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม รวมถึงผู้ต้องขัง โดยได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไปตามหลักมนุษยธรรม ทั้งทรงรับเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ภัยพิบัติที่รุนแรง ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตอย่างปกติสุข สนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ ภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” รวมไปถึงการน้อมนำพระบรมราโชบายที่จะให้อนุรักษ์ป่าและช้าง และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างมีความสุข ผ่านโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ และ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จ.กาญจนบุรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการพัฒนาชุมชนตำบลไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน รรวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อความมั่นคงของประเทศ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศาลเยาวชนประจวบฯ ติวเข้มเครือข่าย “ร่วมใจไกล่เกลี่ย” ลดความขัดแย้ง

ศาลเยาวชนประจวบฯ ติวเข้มเครือข่าย “ร่วมใจไกล่เกลี่ย” ลดความขัดแย้ง

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายชูเกียรติ ภานุกรอุดม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ร่วมใจ ไกล่เกลี่ย 2569” มี น.ส.ศรีชมภู อุ่นจิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน และมี น.ส.ภลดา อิศราภรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดประจวบฯ นายคมศักดิ์ วงศ์เนียม ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลจังหวัด นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ รองประธานคณะผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนฯ คณะผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวฯ คณะผู้ประนีประนอมประจำศาลเยาวชนฯ ทนายความคลินิกยุติธรรม ผู้แทนยุติธรรมจังหวัด ผู้แทนสภาทนายความจังหวัด ทนายความ ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน – กรมคุ้มครองสิทธิฯ คณะอาสาสมัครคุมประพฤติ – กระทรวงยุติธรรม ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจน เจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ เข้าร่วม ที่ห้องทองนพคุณ โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายชูเกียรติ ภานุกรอุดม กล่าวว่า ตามที่รับฟังรายงานโครงการ เป็นการจัดกิจกรรมที่ช่วยให้ความรู้ ความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แก่ผู้ปฏิบัติโดยตรง นอกจากนี้ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีช่องทางในการเจรจาระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ด้วยความสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย ลดความขัดแย้ง ยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์ เน้นความต้องการของประชาชนผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง ให้สามารถเจรจากันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล ยุติข้อพิพาทด้วยความพึงพอใจของทุกฝ่าย ตลอดจนรณรงค์เผยแพร่ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และพัฒนาระบบไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทของศาลฯ ให้มีประสิทธิภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ด้าน น.ส.ศรีชมภู อุ่นจิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานประจำศาลเยาวชนฯ กล่าวว่าด้วยศาลยุติธรรม มีนโยบายให้ศาลยุติธรรมทั่วประเทศจัดกิจกรรมรณรงค์การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ขึ้นในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีช่องทางในการเจรจาระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย ลดความขัดแย้ง ยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์ เน้นความต้องการของประชาชนผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางให้ความช่วยเหลือประชาชน์ ให้สามารถเจรจากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิ์ผล รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหานและยุติข้อพิพาทให้แก่ประชาชน ด้วยความพึงพอใจของทุกฝ่าย ตลอดจนรณรงค์เผยแพร่ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และพัฒนาระบบไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทของศาลฯ ให้มีประสิทธิภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ โครงการร่วมใจไกล่เกลี่ย 2569 กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท จัดบรรยาย และประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้กับบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการไกล่เกลี่ย และทนายความ จำนวน 40 คน.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือ กองทุนสื่อฯ เดินหน้าปั้นเยาวชน 3,000 คนรู้เท่าทันสื่อด้วยหนังสือพิมพ์

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือ กองทุนสื่อฯ เดินหน้าปั้นเยาวชน 3,000 คนรู้เท่าทันสื่อด้วยหนังสือพิมพ์

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่โรงแรมรอยัลซิตี้ มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ได้จัด Kick Off โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ซึ่งเป็นได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่า มูลนิธิสภาการสื่อมวลชนและสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ในฐานะองค์กรวิชาชีพที่ทำหน้าที่กำกับดูแลจริยธรรมสื่อ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างทักษะรู้เท่าทันสื่อ ซึ่งต้องเริ่มจากรากฐานสำคัญคือการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โครงการนี้จึงเป็นการนำองค์ความรู้จากวิชาชีพสื่อมวลชนมาผสานกับกลไกทางการศึกษา โดยในปี 2569 นี้ ทางโครงการฯ มีเป้าหมายที่จะขยายผลสร้างกระบวนการเรียนรู้และส่งต่อไปยังเยาวชนไม่น้อยกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน โรงเรียน และหน่วยงานด้านการศึกษา

“เราเชื่อมั่นว่า ‘หนังสือพิมพ์’ ทั้งในรูปแบบฉบับพิมพ์และออนไลน์ เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากเป็นสื่อที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง บรรณาธิกรความถูกต้อง และยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพอย่างเข้มงวด” นายชวรงค์ กล่าว

ด้าน ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า กองทุนฯ ตระหนักถึงความสำคัญและให้การสนับสนุนโครงการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เนื่องจากการหยิบยกหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อวิชาชีพที่ผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองอย่างรอบด้าน มาเป็นเครื่องมือสอนให้เด็กอ่านเป็น คิดวิเคราะห์เป็น และจำแนกแยะแยะข้อเท็จจริงได้ ถือเป็นการถ่ายทอดนวัตกรรมเชิงกระบวนการเรียนรู้ที่ชาญฉลาดและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

“โครงการนี้สอดคล้องกับภารกิจหลักของกองทุนฯ ที่มุ่งส่งเสริมให้สังคมไทยมีนิเวศสื่อที่ปลอดภัย มีการรู้เท่าทันสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้องและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติท่ามกลางมรสุมข้อมูลข่าวสารและภัยลวงในโลกออนไลน์ยุคปัจจุบัน” ดร.ชำนาญ กล่าว

สำหรับรายละเอียดที่สำคัญของโครงการฯ ประจำปี 2569 มุ่งเน้นไปที่การสร้างเสริมศักยภาพให้แก่บุคลากรทางการศึกษา โดยมีกำหนดการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนปลายจำนวน 9 ครั้งทั่วประเทศ โดยมีครูเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 150 คน เพื่อให้ครูสามารถนำความรู้ที่ได้ไปบูรณาการในการเรียนการสอนในห้องเรียน โดยมุ่งหวังผลลัพธ์เชิงคุณภาพที่สำคัญสูงสุด คือการทำให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนไม่น้อยกว่า 3,000 คนมีทักษะรู้เท่าทันสื่อในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง

กิจกรรมอบรมครู จะเริ่มในวันที่ 16 – 26 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่หนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค ได้แก่ หนังสือพิมพ์หัวหินสาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ หนังสือพิมพ์ปทุมมาลัย จ.อุบลราชธานี หนังสือพิมพ์ประชามติ จ.ตราด หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส จ.สงขลา หนังสือพิมพ์ส่องใต้นิวส์ จ.สตูล และหนังสือพิมพ์ประชามติ จ.พิษณุโลก และวันที่ 6- 10 กรกฎาคม 2569 กลุ่มหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ มติชน กรุงเทพธุรกิจ ไทยรัฐ  และวันที่ 20 – 24 กรกฎาคม 2569 จะดำเนินกิจกรรม “สัปดาห์การสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” พร้อมกันทุกโรงเรียนทั่วประเทศ โดยคุณครู ที่มาเข้าร่วมการอบรม จะนำองค์ความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรม เรียนรู้หนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ และการรู้เท่าทันสื่อ ไปถ่ายทอดให้กับนักเรียน ในระยะเวลา 5 วัน

ก้าวแรกของโครงการส่งเสริมทักษะรู้เท่าทันสื่อด้วยหนังสือพิมพ์นี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2547 ภายใต้ “โครงการอบรมส่งเสริมการอ่านหนังสือพิมพ์ในกลุ่มเยาวชน” ซึ่งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจัดร่วมกับสถาบันพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมหนังสือพิมพ์โลก ต่อมาในปี 2554 สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัด “โครงการสัปดาห์ส่งเสริมการอ่านหนังสือพิมพ์ในโรงเรียน” ด้วยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และล่าสุดในปี 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ได้สานต่อแนวทางดังกล่าวอีกครั้ง โดยจัด “โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสานต่อเป็น “โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” ในปี 2569 นี้ โดยภาคีหนังสือพิมพ์ที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน กรุงเทพธุรกิจ และหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค ได้แก่ หนังสือพิมพ์หัวหินสาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ หนังสือพิมพ์ประชามติ จ.ตราด หนังสือพิมพ์ปทุมมาลัย จ.อุบลราชธานี หนังสือพิมพ์ประชามติ จ.พิษณุโลก หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส จ.สงขลา หนังสือพิมพ์ส่องใต้นิวส์ จ.สตูล.