Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เลี้ยงโต๊ะจีนลิงเขาช่องกระจก ช่วงจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์”

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เลี้ยงโต๊ะจีนลิงเขาช่องกระจก ช่วงจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์”

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ร่วมจัดเลี้ยงโต๊ะจีนลิงเขาช่องกระจก ที่บริเวณถนนเลียบชายหาด เขาช่องกระจก อ.เมืองประจวบฯ โดยมีพันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำนาจ มณีแดง รองประธานหอการค้าจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างถ่ายภาพเก็บไว้ดูด้วยความสนใจ

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า โต๊ะจีนลิงที่นำมาเลี้ยงในวันนี้ ได้รับการสนับสนุนจากรองประธานหอการค้าจังหวัด และบริษัทนเรศวรร์อินเตอร์กรุ๊ป ประกอบด้วยผักและผลไม้ต่างๆ อาทิ กล้วย, แตงโม, สับปะรด, ข้าวโพด จำนวนกว่า 10 กระจาด ซึ่งมีลิงน้อยใหญ่จำนวนหลายร้อยตัว ต่างลงจากเขามาหยิบผักและผลไม้ที่จัดไว้ให้กินเป็นระยะๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย โดยการเลี้ยงโต๊ะจีนลิงในครั้งนี้ เนื่องจากในขณะนี้ที่จังหวัดประจวบฯ มีการจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม รวม 10 วัน ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด ทำให้ลิงบางส่วนไม่กล้าลงมาหาอาหารบริเวณด้านล่างเขาช่องกระจกตามปกติ จึงได้มีความคิดจัดเลี้ยงโต๊ะจีนลิง เป็นการแสดงความเมตตาและความห่วงใยต่อสัตว์ในบริเวณนั้น และเพื่อให้ลิงมีอาหารกินโดยไม่อดอยาก ระหว่างช่วงมีการจัดงานดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พิธีโยนหมวกปริญญา ฉลองครบรอบ 30 ปี มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

พิธีโยนหมวกปริญญา ฉลองครบรอบ 30 ปี มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ ได้จัดพิธีโยนหมวกปริญญา เพื่อแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 – 2568 ทั้งระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโท โดยมีบัณฑิต คณาจารย์และครอบครัวเข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น สะท้อนบรรยากาศความผูกพันเสมือนครอบครัวเดียวกัน

โดยพิธีเริ่มจากขบวนธงนานาชาติ นำคณะผู้บริหารและคณาจารย์เข้าสู่ลานพิธีโยนหมวก อันเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ด้านความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัย พร้อมร่วมเฉลิมฉลองวาระสำคัญในโอกาสครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติยินดี

จากนั้น ดร.หยุ่นหลิน หยาง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ได้เชิญชวนบัณฑิตร่วมยืนสงบนิ่ง ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 1 นาที ก่อนกล่าวแสดงความยินดีแก่บัณฑิต ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ และเข้าร่วมพิธีโยนหมวกปริญญาเคียงข้างบัณฑิตทุกคน

พิธีโยนหมวกปริญญา เป็นประเพณีนานาชาติที่สถาบันอุดมศึกษาทั่วโลกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวข้ามจากชีวิตนักศึกษา สู่บทใหม่แห่งการทำงานและความรับผิดชอบ หมวกที่ถูกโยนขึ้นฟ้าเสมือนตัวแทนของการปล่อยวางจากความเหนื่อยยากที่ผ่านมา พร้อมก้าวสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาส ความหวังและความฝัน จึงไม่น่าแปลกใจที่พิธีนี้จะเป็นไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย และกลายเป็นภาพความทรงจำอันงดงามของทั้งบัณฑิต ครอบครัว และผู้ร่วมงานที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง บริเวณลานหน้าอาคารบริหาร

ภายในงาน มหาวิทยาลัยได้ตกแต่งพื้นที่ถ่ายภาพอย่างสวยงาม โดยนักศึกษาปัจจุบันจากทุกสาขาวิชา พร้อมบูธถ่ายภาพ บูธดอกไม้ ของที่ระลึก รวมถึงการบรรเลงดนตรีโดยชมรมดนตรี สร้างบรรยากาศอบอุ่น เปรียบเสมือนการกลับบ้านของสมาชิกในครอบครัวแสตมฟอร์ด เพื่อร่วมส่งต่อความยินดีแก่รุ่นพี่ที่สำเร็จการศึกษา

สำหรับปีการศึกษา 2567 – 2568 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดมีผู้สำเร็จจบการศึกษารวมเกือบ 1,200 คน จากทั้ง 3 วิทยาเขต ครอบคลุมระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก โดยในส่วนของวิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ ปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ได้แก่ สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ, ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร, การจัดการธุรกิจการบิน, การจัดการ และรัฐประศาสนศาสตร์ระดับปริญญาโท ได้แก่ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA) และ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA)

ทั้งนี้ พิธีประสาทปริญญาบัตรประจำปีการศึกษา 2567 – 2568 จะจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดงาน“ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก

ประจวบฯ เปิดงาน“ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก เป็นประธานเปิดงาน“ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก ประจำปี 2568 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข กรรมการสมาคมดินโลก นายมนัส กำเนิดมณี กรรมการสมาคมดินโลก นายต่อพงศ์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดประจวบฯ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์, นายปรีดา สุขใจ, พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัด นายจำนงค์ พร้อมมูล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงาน โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการพัฒนาดิน การจัดการน้ำ การเกษตรยั่งยืน และการอนุรักษ์ผ้าไทย ส่งเสริมความรู้ทักษะด้านดิน น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวและการผลิต สินค้าเกษตรของดีจังหวัดประจวบฯ สร้างรายได้และโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร และผู้ผลิตสินค้าชุมชน รวมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านดินและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ

โอกาสนี้ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเนื่องในวันดินโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาดินในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายรางวัล The Humanitarian Soil Scientist หรือรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม จากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พัฒนาดิน ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงของชีวิต และเป็นทรัพยากรที่ต้องร่วมกันฟื้นฟูดูแล การทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าของดิน คือการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้นได้มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศการประกวดผลผลิตการเกษตร ได้แก่ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์

สำหรับงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” มีกิจกรรมมากมายหลากหลายภายในงานตลอด 10 วันของการจัดงาน ดังนี้ วันที่ 29 พย. การเสวนาวิชาการ เรื่องดินของพ่อ สู่วันดินโลก การประกวดสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ วันที่ 30 พ.ย. เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศคลองบางนางรม อ.เมืองประจวบฯ การเสวนาวิชาการ เรื่องการท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพ วันที่ 1 ธ.ค. การเสวนาวิชาการ เรื่อง Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเสวนาน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 2 ธ.ค. การเสวนาการรับรองคุณภาพคนด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ วันที่ 3 ธ.ค. การเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “สืบสานภูษาศิลป์ น้อมถวายพระพันปีหลวง” วันที่ 4 ธ.ค. กิจกรรมประจวบรักษ์สุขภาพ สานต่อของดีคีรีขันธ์ วันที่ 5 ธ.ค. กิจกรรม “ชวนชิมกุ้งกระพง ดินดีวิถีพ่อ” และการแสดงดนตรีแจ๊ส บทเพลงพระราชนิพนธ์ และวันที่ 6 – 8 ธ.ค. กิจกรรมการแสดงของนักเรียน

ขณะที่ตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน มีการจัดนิทรรศการดิน นิทรรศการผ้าไทย ชุดผ้าไทยพระราชนิยม 8 แบบ การจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชนกว่า 30 ร้านค้า บูธสาธิตอาชีพ 10 บูธ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 – 19.00 น.ของทุกวัน เช่น การทำซาซิมิปลากะพง หมี่ผัดสับปะรด สมูทตี้สับปะรด จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานฟรี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ บรรยายหัวข้อ “กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่” ในงานสมัชชาสุขภาพฯ ครั้งที่ 18

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ บรรยายหัวข้อ “กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่” ในงานสมัชชาสุขภาพฯ ครั้งที่ 18

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายยุทธศาสตร์ ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน 2568 ณ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ภายใต้ประเด็นหลัก“เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน” (New Wealth for Health) ซึ่งเป็นวันที่สองของการประชุม ได้มีการรายงานความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา พร้อมทั้งการกล่าวชื่นชมกลุ่มมติที่มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มมติที่เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งมีการขับเคลื่อนสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดต่างๆ หรือมติชุมชนเป็นศูนย์กลางในการป้องกันยาเสพติด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม (สสส.) ได้จัดทำโครงการชุมชนล้อมรักษ์ ที่ปัจจุบันมีชุมชนต้นแบบในทุกภูมิภาค เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้กล่าวถึงกรอบทิศทางนโยบาย กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่ ส่งเสริมและผลักดันการจัดตั้งกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่แบบมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน และสนับสนุนกลไกที่มีอยู่ในระดับพื้นที่ โดยให้กลไกดังกล่าวมีโครงสร้างยืดหยุ่น เป็นอิสระ และได้รับการยอมรับทางกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่กลางในการปรึกษาหารือข้ามภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างมีส่วนร่วม บนฐานของปัญญา ทั้งนี้ให้ยึดความต้องการของประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับการพัฒนาข้อมูลจากพลเมืองและส่งเสริมการบูรณาการร่วมกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลระดับพื้นที่ ตลอดจนระบบนิเวศเชิงนโยบาย กฎหมายและงบประมาณที่เอื้ออำนวย เพื่อให้กลไกดังกล่าวสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่องและสร้างความสมดุลทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาวะที่ยั่งยืน รวมถึงจังหวัดประจวบฯ ได้จัดทำ PKN Wellness Application ขึ้นเพื่อใช้ในการจัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพและสังคมให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน สามารถนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาจังหวัดและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการ คสช. กล่าวว่า การขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา ถือเป็นการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงอยากให้เกิดเป็นกำลังใจในการทำงาน ส่วนที่ยังไม่สำเร็จ ก็ต้องไม่ท้อถอยและทำต่อไป เพราะทุกการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจะเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญเพื่อวางแผนในการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งกลไกการขับเคลื่อนนอกจากจะมี คสช.ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมี คมส.ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานแล้ว ในระดับพื้นที่ยังมีกลไกคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) รวมถึงสมัชชาสุขภาพจังหวัด ที่สามารถเชื่อมโยงมติไปสู่การขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

‘DLTV’ จับมือพันธมิตรบริจาคสิ่งของบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

‘DLTV’ จับมือพันธมิตรบริจาคสิ่งของบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นางยุวนิตย์ ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (DLTV) อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมฯ พร้อมด้วยสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน และโรงเรียนมัธยมสาธุการวิทยา ร่วมกันแบ่งปันน้ำใจ มอบน้ำดื่มจำนวน 10,800 ขวด พร้อมทั้งสิ่งของอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมกล่อง กระดาษทิชชู ขนม และอาหารสัตว์เลี้ยง ฯลฯ ให้กับมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน เพื่อส่งต่อไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายภัทร์บดินทร์ เรืองจันทร์ ผู้จัดการมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน กล่าวว่า สำหรับความต้องการสิ่งของในพื้นที่จุดน้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา นั้น ยังมีความต้องการสิ่งของบรรเทาทุกข์ทุกชนิด เนื่องจากพื้นที่ประสบภัยมีบริเวณกว้าง มีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก แม้ขณะนี้บางจุด น้ำเริ่มลดระดับลง แต่ยังมีพื้นที่น้ำท่วมขังอยู่ และหลังจากนี้จะเข้าสู่การฟื้นฟู ซึ่งยังต้องได้รับการช่วยเหลืออีกมาก ทั้งนี้มูลนิธิเพชรเกษมหัวหินได้ส่งทีมกู้ภัย – ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ เข้าพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนก่อนหน้านี้แล้ว โดยจัดตั้งโรงครัวเพื่อปรุงอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัย ประมาณ 3,000 – 4,000 กล่อง/มื้อ แต่ละวันปรุงอาหารกว่า 10,000 กล่อง ซึ่งต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมากในการปรุงอาหาร ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนที่ต้องการร่วมสนับสนุนช่วยเหลือ สามารถร่วมบริจาคได้ที่มูลนิธิเพชรเกษม สำนักงานใหญ่หัวหิน หรือร่วมบริจาคได้ที่ศูนย์ฮีโน่ ทักษิณยนตรการ หาดใหญ่ แยกบางกล่ำ จ.สงขลา หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 272 – 1 – 04254 – 8 ชื่อบัญชี : มูลนิธิเพชรเกษม.

Categories
ทั้งหมด สังคม

ข่าวสังคม

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน มอบหุ่นฝึกปั๊ม CPR มูลค่าเกือบ 4 หมื่นบาทให้ รพ.หัวหิน

สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน มอบหุ่นฝึกปั๊ม CPR มูลค่าเกือบ 4 หมื่นบาทให้ รพ.หัวหิน

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นำโดย มร.ไบรอัน แอนด์เดอร์สัน นายกสโมสรฯ พร้อมด้วยนางอารีย์ มิตรอุปถัมภ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการภาคพื้นที่ 17 มร.กึนเธอร์ บุช ประธานโครงการ และสมาชิกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ร่วมกันส่งมอบหุ่นจำลองสำหรับฝึกอบรมการทำ CPR จำนวน 13 ตัว มูลค่า 36,400 บาท ให้กับโรงพยาบาลหัวหิน โดยมี นพ.จิตตรัตน์ เตชวุฒิพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหิน เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยนางจารุณี ตั้งใจรักการดี รองผู้อำนวยการภารกิจด้านการพยาบาล นางจินตนา วิชญเศรณี พยาบาลวิชาชีพชำนาญพิเศษ และเจ้าหน้าที่ รพ.หัวหิน ร่วมรับมอบ

มร.ไบรอัน แอนด์เดอร์สัน กล่าวว่า โครงการสอนน้องว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน การฝึกอบรมดังกล่าวจำเป็นต้องใช้หุ่นจำลองเพื่อฝึกทักษะพื้นฐานในการช่วยชีวิต โดยเฉพาะการช่วยหายใจแบบปากต่อปาก และการกดหน้าอก เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเรียนรู้และปฏิบัติได้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ โรงพยาบาลหัวหินมีหุ่นฝึกอบรมเพียง 12 ตัว ซึ่งไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้เข้ารับการอบรมที่เพิ่มมากขึ้น สโมสรโรตารีรอยัลหัวหินจึงได้จัดซื้อหุ่นจำลองมอบให้โรงพยาบาลหัวหิน เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการฝึกอบรมให้สามารถรองรับผู้เข้าอบรมได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นพ.จิตตรัตน์ เตชวุฒิพร ได้กล่าวขอบคุณสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ที่มอบสิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์ ส่งต่อให้พี่น้องชาวหัวหิน กับโครงการมอบหุ่นจำลองสำหรับฝึกอบรมการทำ CPR ให้กับโรงพยาบาลหัวหิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ใช้สอน CPR เพราะในอนาคตประชาชนจะต้องมีความรู้ในเรื่องนี้ ถือเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นหากเจอสถานการณ์จริง และเตรียมวางแผนนำมาฝึกสอนประชาชนโดยเฉพาะในสถานศึกษาต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน มอบป้ายและเกียรติบัตร “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน : SAN” ให้ผู้ประกอบการด้านอาหาร 81 แห่ง

เทศบาลนครหัวหิน มอบป้ายและเกียรติบัตร “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน : SAN” ให้ผู้ประกอบการด้านอาหาร 81 แห่ง

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานพิธีมอบป้ายและเกียรติบัตรรับรองมาตรฐาน “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน : SAN” ให้กับผู้ประกอบกิจการด้านอาหารในเขตเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 81 แห่ง เพื่อยกระดับมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว โดยมี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน รองปลัดเทศบาล และผู้แทนสถานประกอบกิจการด้านอาหาร เข้าร่วมพิธี

ในปี 2568 กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขาภิบาลอาหาร ภายใต้ประเด็น “ที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว ได้มาตรฐาน” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านการท่องเที่ยวด้านอาหาร โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวไทย ตลอดห่วงโซ่ ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อการให้บริการด้านอาหารแก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งมาตรฐาน SAN เป็นมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ โดยเน้นในเรื่องของความสะอาด (Sanitation) ความรับผิดชอบ (Accountability) และการมีเครือข่าย (Network) ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาใช้บริการ

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า อำเภอหัวหินเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักตากอากาศที่สำคัญของประเทศไทยและมีชื่อเสียงระดับโลก ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนและทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก ทำให้การบริการด้านอาหารเจริญเติบโตตามไปด้วย ดังนั้นสถานประกอบกิจการด้านอาหารจึงต้องมีการปรับปรุงและรักษามาตรฐานของสถานประกอบการให้ดีอยู่เสมอ ขอขอบคุณผู้ประกอบกิจการด้านอาหารในเขตเทศบาลนครหัวหินที่ได้ให้ความสำคัญและตั้งใจในการส่งเสริม พัฒนาสถานประกอบให้ได้มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร ภายใต้วิถีชีวิตปกติใหม่ “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน” SAN เพื่อให้ผู้บริโภคได้บริโภคอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรคที่มีอาหารและน้ำเป็นสื่อ ส่งเสริมเมืองหัวหินสู่เมืองอาหารปลอดภัย

โดยในครั้งนี้มีสถานประกอบกิจการด้านอาหารในสถานที่เอกชนจำนวน 61 ราย ที่ได้รับป้ายรับรองมาตรฐาน “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน : SAN” และสถานที่บริการอาหารที่ไม่มีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายจากการรับบริการได้แก่ โรงอาหาร และร้านค้าในสถานศึกษา จำนวน 20 ราย ได้รับเกียรติบัตรรับรองมาตรฐาน “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน : SAN” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เชิดชูเกียรติสถานประกอบการของท่านที่ถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารและเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเชื่อมั่นต่อการให้บริการด้านอาหารที่สะอาดและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ทั้งนี้จะมีการลงพื้นที่มอบป้ายรับรองมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารฯ ให้แก่สถานประกอบกิจการด้านอาหารอีกจำนวน 426 แห่ง ในลำดับถัดไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

‘สส.เซ้ม’ปล่อยคาราวานสิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ – กลุ่มกะตอยรัก(ษ์)หัวหิน รับบริจาคอย่างต่อเนื่อง

‘สส.เซ้ม’ปล่อยคาราวานสิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ – กลุ่มกะตอยรัก(ษ์)หัวหิน รับบริจาคอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ หรือ สส.เซ้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย มูลนิธิแม่ฉลวย ศรีอ่อน และบริษัทโกเซ้มฟาร์ม จำกัด ระดมสิ่งของบริจาคจำนวนมากจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอหัวหินอำเภอปราณบุรี รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนออกเดินทางนำคาราวานสิ่งของช่วยเหลือไปยังอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัยที่กำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบากในขณะนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักธุรกิจจังหวัดราชบุรีและเพชรบุรี ส่งรถบรรทุกพ่วง 2 คัน และรถบรรทุกสิบล้ออีก 1 คัน เข้าร่วมขนส่งเพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างเร็วที่สุด

ส่วนที่สถานีรถไฟหัวหิน (หลังเก่า) บรรยากาศรับบริจาคสิ่งของเพื่อไปช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้เป็นไปอย่างคึกคัก โดยกลุ่ม “กะตอยรัก(ษ์)หัวหิน” ร่วมกับ “เพจมาดิวัยรุ่น” และสถานีรถไฟหัวหิน เปิดพื้นที่รับบริจาคสิ่งของเป็นวันที่ 3 แล้ว มีประชาชนต่างทยอยนำสิ่งของทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มและเสื้อผ้ามาร่วมบริจาคกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน นำรถสไลด์และรถกระบะมารับสิ่งของต่อ เพื่อจะนำไปใส่รถบรรทุกคันใหญ่และนำสิ่งของทั้งหมดไปให้ผู้ประสบภัยทางภาคใต้ต่อไป

นายอนันทชัย หรือเบียร์ แจ้งเหตุ ประธานกลุ่ม “กะตอยรัก(ษ์)หัวหิน” กล่าวว่า ทางเรารับแต่สิ่งของบริจาค ไม่รับเป็นเงิน จากนั้นจะมีน้องๆ นักศึกษาจากวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล มาช่วยกันแพ็คเป็นถุงๆ มีทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค แพมเพิร์ส ผ้าอนามัย อาหารสัตว์ นมผงเด็ก ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก มาม่า ปลากระป๋อง เหมือนถุงยังชีพพร้อมใช้ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาคัดแยกที่ปลายทาง ซึ่งของบริจาคทั้งหมด เมื่อวานมูลนิธิเพชรเกษมหัวหินได้นำรถ 6 ล้อใหญ่สีแดง มาขนไปทั้งหมด ทั้งน้ำและถุงยังชีพ ประมาณ 500 – 600 แพ็ค วันนี้มูลนิธิเพชรเกษมหัวหินก็มารับเพิ่มอีกประมาณ 600 กว่าชุด เราเปิดรับบริจาคทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น แต่บางวันหลัง 5 โมงเย็น ก็มีบางคนที่เพิ่งจะเลิกงาน เราก็อยู่ต่อจนถึงหัวค่ำ จะเปิดรับบริจาคเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ ในหัวหินมีรับบริจาคอยู่หลายจุด ใครสะดวกที่ไหนไปที่นั่น แล้วแต่กำลัง มีน้อย ทำน้อย มีแรงก็มาช่วยกันแพ็คของได้ นอกจากมูลนิธิเพชรเกษมจะมารับแล้ว ยังมีการรถไฟฯ ซึ่งมีขบวนพิเศษมารับสิ่งของบริจาค เขาจะแจ้งมาและจอดตามไหล่ทาง เพราะขณะนี้รถไฟสามารถเดินทางลงสู่ภาคใต้ได้แล้ว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองนายกเทศมนตรีหัวหิน เข้าร่วมประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18“เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน”

รองนายกเทศมนตรีหัวหิน เข้าร่วมประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18“เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน”

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายไซนัล นิรมาณกุล ผู้อำนวยการกองการแพทย์ เทศบาลนครหัวหิน เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายยุทธศาสตร์ ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน 2568 ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ภายใต้ประเด็นหลัก “เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน” โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน มีสมาชิกสมัชชาสุขภาพฯ ประชาชน เยาวชนคนรุ่นใหม่ เข้าร่วมผ่านทางระบบ online และ on-site อย่างเนืองแน่นหลายพันคน

ภายในงาน นายโสภณ ซารัมย์ ได้ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพไทย จะพัฒนาอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ : โอกาสและความท้าทายใหม่” โดยสาระสำคัญระบุถึงประโยชน์ของสมัชชาสุขภาพฯ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วม และช่วยพัฒนาคนให้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบสังคม ผ่านการจัดทำนโยบายสาธารณะ พร้อมกับชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจกับสุขภาพ เพราะเมื่อประชาชนมีสุขภาพดี ก็จะมีผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศควบคู่กันไปด้วย

นายโสภณ กล่าวว่า ประเด็นทางสุขภาพ ถือเป็นเงื่อนไขนำต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และยังถือเป็นผลลัพธ์ที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ฉะนั้นหากมีการจัดการที่ดีในเรื่องของปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพในกลุ่มประชากรต่างๆ โดยเฉพาะประชากรที่ยากจนและเปราะบาง ย่อมทำให้เกิดสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นธรรม มีสภาพเศรษฐกิจที่พัฒนาและเป็นสังคมที่มีสุขภาวะได้ สำหรับระเบียบวาระทั้ง 5 ประเด็น ที่จะพิจารณาในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 เป็นเรื่องที่ทันสมัยและมีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่กำลังให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ ผลกระทบจากการค้าระหว่างประเทศ สังคม ภัยธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จึงถือเป็นโอกาสที่ทุกคนจะร่วมกันผลักดันนโยบายสาธารณะ และร่วมกันขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติอย่างเป็นองคาพยพ ตามทิศทางเข็มมุ่งของรัฐบาลต่อไป

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีการมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติให้กับหน่วยงาน องค์กร เครือข่าย ที่ได้ขับเคลื่อนงานนโยบายสาธารณะ แบ่งออกเป็นโล่รางวัลเชิดชูเกียรติสนับสนุนการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 5 รางวัล และโล่รางวัลเชิดชูเกียรติการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา พ.ศ.2568 จำนวน 6 รางวัล และใบประกาศเกียรติคุณ จำนวน 12 กลุ่มเครือข่ายที่ขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพฯ รวมถึงการมอบรางวัลประกวดคลิปวิดีโอ และ TitTok งานธรรมนูญสถานศึกษา ให้กับนักเรียน นิสิตนักศึกษา.