Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมลงนาม MOU “ครัวชุมชนสู่สากล” ยกระดับร้านอาหารและแผงลอยสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมลงนาม MOU “ครัวชุมชนสู่สากล” ยกระดับร้านอาหารและแผงลอยสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการ “ครัวชุมชนสู่สากล ในการพัฒนาร้านอาหารและแผงลอยเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน” ที่ปราณบุรี คาบานา รีสอร์ท อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ มี นพ.อมรเทพ บุตรกตัญญู นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ/ประธานภาคีเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการร้านค้าอาหารและตลาดสด กลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตก นายประมุข เมืองจันทบุรี นายก อบต.สามร้อยยอด นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ชมรมเชฟชะอำ/หัวหิน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และผู้ประกอบการด้านอาหารจำนวน 120 คน เข้าร่วมพิธีลงนาม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า โครงการครัวชุมชนสู่สากล เป็นการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยท้องถิ่น ผ่านการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาวัตถุดิบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การพัฒนาดังกล่าวประกอบด้วยแนวทางสำคัญคือ การยกระดับมาตรฐานอาหาร เน้นสุขาภิบาลอาหารตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข เพื่อสุขอนามัยที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมผู้ประกอบการในการใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงระบบร้านค้าและการจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมอาหาร การชู Soft Power นำเสนออัตลักษณ์อาหารถิ่นเพื่อผลักดันวัฒนธรรมอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ มีการจัดกิจกรรมอบรมและยกระดับฝีมือพ่อครัวแม่ครัวท้องถิ่นให้เป็นเชฟชุมชนต้นแบบ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ดร.สิริกร หน่อทิม กล่าวว่า การลงนามร่วมกันในครั้งนี้ เกิดจากเจตนารมณ์ร่วมกันของสมาคมผู้ประกอบการ ร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ ภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการค้าด้านอาหารและตลาดสด กลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลางตะวันตก และพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 19 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพร้านอาหารและแผงลอยในพื้นที่ ส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร ความปลอดภัย และสุขอนามัยของผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และช่องทางการตลาด รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่คนในท้องถิ่นอันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากและเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ในระยะยาวต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นักเต้นนับร้อย ร่วมมหกรรม Aerobic & Zumba เพื่อสุขภาพที่สามร้อยยอด

นักเต้นนับร้อย ร่วมมหกรรม Aerobic & Zumba เพื่อสุขภาพที่สามร้อยยอด

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายประมุข เมืองจันทบุรี นายก อบต.สามร้อยยอด เป็นประธานเปิดกิจกรรมเต้นแอโรบิคเพื่อสุขภาพ “Imoak Imjai Samroiyod Aerobic & Zumba” ภายใต้โครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ “ขยับกายสบายชีวา” ที่สนามฟุตบอลองค์การบริหารส่วนตำบลสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ โดยมี ดร.สิริกร หน่อทิม ประธานองค์กรภาคีเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาด กลุ่ม 8 จังหวัด ภาคกลางตะวันตก /นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ ผู้จัดกิจกรรม นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมด้วยชาวบ้านและกลุ่มนักเต้นแอโรบิค จากพื้นที่อำเภอปราณบุรี – สามร้อยยอด กว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี Fit & Fun by Kru Oay ครูอ้อย ปัณฑารีย์ พันพิพัฒน์ พร้อมทีมงาน มารับหน้าที่เป็นผู้นำเต้น

โดยก่อนเริ่มกิจกรรม มีการยืนถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 นาที แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

นายประมุข เมืองจันทบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่หันมาใส่ใจการออกกำลังกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านเสียงเพลง โดย อบต.สามร้อยยอด จะสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสุขภาพที่ดีของชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการส่งเสริมให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างความสามัคคีในชุมชน และส่งเสริมสังคมแห่งสุขภาวะอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมกันผลักดันกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว กีฬา และสุขภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอำเภอสามร้อยยอดและจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้าน Wellness Tourism ที่น่าสนใจในอนาคต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการมีสุขภาพที่ดี และร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกนิกรถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ด้วยบรรยากาศโศกเศร้า

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกนิกรถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ด้วยบรรยากาศโศกเศร้า

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ห้องพิธีการชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ศาล ทหาร ตำรวจ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด และข้าราชการทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมในพิธีด้วยบรรยากาศโศกเศร้า

ภายหลังจากสำนักพระราชวังได้มีประกาศ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ และเรื่องการถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2569

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงอุทิศพระองค์ ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม รวมถึงผู้ต้องขัง โดยได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไปตามหลักมนุษยธรรม ทั้งทรงรับเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ภัยพิบัติที่รุนแรง ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตอย่างปกติสุข สนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ ภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” รวมไปถึงการน้อมนำพระบรมราโชบายที่จะให้อนุรักษ์ป่าและช้าง และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างมีความสุข ผ่านโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ และ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จ.กาญจนบุรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการพัฒนาชุมชนตำบลไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน รรวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อความมั่นคงของประเทศ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศาลเยาวชนประจวบฯ ติวเข้มเครือข่าย “ร่วมใจไกล่เกลี่ย” ลดความขัดแย้ง

ศาลเยาวชนประจวบฯ ติวเข้มเครือข่าย “ร่วมใจไกล่เกลี่ย” ลดความขัดแย้ง

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายชูเกียรติ ภานุกรอุดม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ร่วมใจ ไกล่เกลี่ย 2569” มี น.ส.ศรีชมภู อุ่นจิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน และมี น.ส.ภลดา อิศราภรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดประจวบฯ นายคมศักดิ์ วงศ์เนียม ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลจังหวัด นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ รองประธานคณะผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนฯ คณะผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวฯ คณะผู้ประนีประนอมประจำศาลเยาวชนฯ ทนายความคลินิกยุติธรรม ผู้แทนยุติธรรมจังหวัด ผู้แทนสภาทนายความจังหวัด ทนายความ ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน – กรมคุ้มครองสิทธิฯ คณะอาสาสมัครคุมประพฤติ – กระทรวงยุติธรรม ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจน เจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ เข้าร่วม ที่ห้องทองนพคุณ โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายชูเกียรติ ภานุกรอุดม กล่าวว่า ตามที่รับฟังรายงานโครงการ เป็นการจัดกิจกรรมที่ช่วยให้ความรู้ ความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แก่ผู้ปฏิบัติโดยตรง นอกจากนี้ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีช่องทางในการเจรจาระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ด้วยความสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย ลดความขัดแย้ง ยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์ เน้นความต้องการของประชาชนผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง ให้สามารถเจรจากันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล ยุติข้อพิพาทด้วยความพึงพอใจของทุกฝ่าย ตลอดจนรณรงค์เผยแพร่ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และพัฒนาระบบไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทของศาลฯ ให้มีประสิทธิภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ด้าน น.ส.ศรีชมภู อุ่นจิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานประจำศาลเยาวชนฯ กล่าวว่าด้วยศาลยุติธรรม มีนโยบายให้ศาลยุติธรรมทั่วประเทศจัดกิจกรรมรณรงค์การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ขึ้นในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีช่องทางในการเจรจาระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย ลดความขัดแย้ง ยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์ เน้นความต้องการของประชาชนผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางให้ความช่วยเหลือประชาชน์ ให้สามารถเจรจากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิ์ผล รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหานและยุติข้อพิพาทให้แก่ประชาชน ด้วยความพึงพอใจของทุกฝ่าย ตลอดจนรณรงค์เผยแพร่ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และพัฒนาระบบไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทของศาลฯ ให้มีประสิทธิภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ โครงการร่วมใจไกล่เกลี่ย 2569 กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท จัดบรรยาย และประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้กับบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการไกล่เกลี่ย และทนายความ จำนวน 40 คน.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือ กองทุนสื่อฯ เดินหน้าปั้นเยาวชน 3,000 คนรู้เท่าทันสื่อด้วยหนังสือพิมพ์

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือ กองทุนสื่อฯ เดินหน้าปั้นเยาวชน 3,000 คนรู้เท่าทันสื่อด้วยหนังสือพิมพ์

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่โรงแรมรอยัลซิตี้ มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ได้จัด Kick Off โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ซึ่งเป็นได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่า มูลนิธิสภาการสื่อมวลชนและสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ในฐานะองค์กรวิชาชีพที่ทำหน้าที่กำกับดูแลจริยธรรมสื่อ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างทักษะรู้เท่าทันสื่อ ซึ่งต้องเริ่มจากรากฐานสำคัญคือการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โครงการนี้จึงเป็นการนำองค์ความรู้จากวิชาชีพสื่อมวลชนมาผสานกับกลไกทางการศึกษา โดยในปี 2569 นี้ ทางโครงการฯ มีเป้าหมายที่จะขยายผลสร้างกระบวนการเรียนรู้และส่งต่อไปยังเยาวชนไม่น้อยกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน โรงเรียน และหน่วยงานด้านการศึกษา

“เราเชื่อมั่นว่า ‘หนังสือพิมพ์’ ทั้งในรูปแบบฉบับพิมพ์และออนไลน์ เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากเป็นสื่อที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง บรรณาธิกรความถูกต้อง และยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพอย่างเข้มงวด” นายชวรงค์ กล่าว

ด้าน ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า กองทุนฯ ตระหนักถึงความสำคัญและให้การสนับสนุนโครงการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เนื่องจากการหยิบยกหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อวิชาชีพที่ผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองอย่างรอบด้าน มาเป็นเครื่องมือสอนให้เด็กอ่านเป็น คิดวิเคราะห์เป็น และจำแนกแยะแยะข้อเท็จจริงได้ ถือเป็นการถ่ายทอดนวัตกรรมเชิงกระบวนการเรียนรู้ที่ชาญฉลาดและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

“โครงการนี้สอดคล้องกับภารกิจหลักของกองทุนฯ ที่มุ่งส่งเสริมให้สังคมไทยมีนิเวศสื่อที่ปลอดภัย มีการรู้เท่าทันสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้องและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติท่ามกลางมรสุมข้อมูลข่าวสารและภัยลวงในโลกออนไลน์ยุคปัจจุบัน” ดร.ชำนาญ กล่าว

สำหรับรายละเอียดที่สำคัญของโครงการฯ ประจำปี 2569 มุ่งเน้นไปที่การสร้างเสริมศักยภาพให้แก่บุคลากรทางการศึกษา โดยมีกำหนดการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาตอนปลายจำนวน 9 ครั้งทั่วประเทศ โดยมีครูเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 150 คน เพื่อให้ครูสามารถนำความรู้ที่ได้ไปบูรณาการในการเรียนการสอนในห้องเรียน โดยมุ่งหวังผลลัพธ์เชิงคุณภาพที่สำคัญสูงสุด คือการทำให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนไม่น้อยกว่า 3,000 คนมีทักษะรู้เท่าทันสื่อในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง

กิจกรรมอบรมครู จะเริ่มในวันที่ 16 – 26 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่หนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค ได้แก่ หนังสือพิมพ์หัวหินสาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ หนังสือพิมพ์ปทุมมาลัย จ.อุบลราชธานี หนังสือพิมพ์ประชามติ จ.ตราด หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส จ.สงขลา หนังสือพิมพ์ส่องใต้นิวส์ จ.สตูล และหนังสือพิมพ์ประชามติ จ.พิษณุโลก และวันที่ 6- 10 กรกฎาคม 2569 กลุ่มหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ มติชน กรุงเทพธุรกิจ ไทยรัฐ  และวันที่ 20 – 24 กรกฎาคม 2569 จะดำเนินกิจกรรม “สัปดาห์การสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” พร้อมกันทุกโรงเรียนทั่วประเทศ โดยคุณครู ที่มาเข้าร่วมการอบรม จะนำองค์ความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรม เรียนรู้หนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ และการรู้เท่าทันสื่อ ไปถ่ายทอดให้กับนักเรียน ในระยะเวลา 5 วัน

ก้าวแรกของโครงการส่งเสริมทักษะรู้เท่าทันสื่อด้วยหนังสือพิมพ์นี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2547 ภายใต้ “โครงการอบรมส่งเสริมการอ่านหนังสือพิมพ์ในกลุ่มเยาวชน” ซึ่งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจัดร่วมกับสถาบันพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมหนังสือพิมพ์โลก ต่อมาในปี 2554 สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัด “โครงการสัปดาห์ส่งเสริมการอ่านหนังสือพิมพ์ในโรงเรียน” ด้วยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และล่าสุดในปี 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ได้สานต่อแนวทางดังกล่าวอีกครั้ง โดยจัด “โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสานต่อเป็น “โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” ในปี 2569 นี้ โดยภาคีหนังสือพิมพ์ที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน กรุงเทพธุรกิจ และหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค ได้แก่ หนังสือพิมพ์หัวหินสาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ หนังสือพิมพ์ประชามติ จ.ตราด หนังสือพิมพ์ปทุมมาลัย จ.อุบลราชธานี หนังสือพิมพ์ประชามติ จ.พิษณุโลก หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส จ.สงขลา หนังสือพิมพ์ส่องใต้นิวส์ จ.สตูล.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ร่วมกับศูนย์การเรียนรู้ชุมชนฯ เปิดอบรมโครงการออกกำลังกายในน้ำ ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพ

เทศบาลนครหัวหิน ร่วมกับศูนย์การเรียนรู้ชุมชนฯ เปิดอบรมโครงการออกกำลังกายในน้ำ ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพ

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ ออกกำลังกายในน้ำ ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพ ที่โรงแรมนารีภิรมย์ หัวหิน ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรี พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล กรรมการและสมาชิกศูนย์การเรียนรู้ชุมชนฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยมีนางวราพร สื่อยรรยงศิริ ประธานศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หัวหินถิ่นมนต์ขลัง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ

ด้วยศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หัวหินถิ่นมนต์ขลัง จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการออกกำลังกายในน้ำ ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ให้สมาชิกมีความรู้ขั้นพื้นฐานและสามารถในการออกกำลังกายในน้ำได้อย่างถูกวิธี สำหรับการดำเนินโครงการนี้ มีผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งเป็นสมาชิกของศูนย์การเรียนรู้ฯ รวมทั้งหมด 50 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ 3 คน และมีวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากกลุ่มงานกายภาพบำบัด โรงพยาบาลหัวหิน เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลจากศูนย์บริการสาธารณสุขแนบเคหาสน์ และเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทางน้ำ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครหัวหิน

นายนพพร กล่าวว่า โครงการนี้ต้องการให้สมาชิกของศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หัวหินถิ่นมนต์ขลัง มีความรู้ขั้นพื้นฐานและสามารถในการออกกำลังกายในน้ำได้อย่างถูกวิธี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของเทศบาลนครหัวหิน หัวหินเมืองแห่งความสุข และกองทุนหลักประกันสุขภาพที่มุ่งเน้นการสนับสนุนให้ชมรม หรือกลุ่มมวลชนจัดโครงการและกิจกรรมเพื่อให้สมาชิกของชมรมหรือกลุ่มมวลชนได้รับการบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ฟื้นฟูสมรรถภาพ และรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุก รวมถึงการจัดกระบวนการหรือกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ซึ่งหากคนเรามีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี ก็จะส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุขในการดำเนินชีวิตไปด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน รณรงค์ป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง ลดอัตราป่วยและป้องกันการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก

เทศบาลนครหัวหิน รณรงค์ป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง ลดอัตราป่วยและป้องกันการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง ที่โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน มี น.ส.ไพลิน กองพันธ์ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรี นายเจนวิทย์ ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล จ่าเอกลิขิต หนูนิน รองปลัดเทศบาล อาสาสมัครสาธารณสุข งานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม แกนนำชุมชน อสม. เครือข่าย SRRT
นักเรียน ครู และประชาชนทั่วไป จำนวน 400 คน เข้าร่วม

นายนพพร กล่าวว่า โครงการรณรงค์ป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง ซึ่งโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะ โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การป้องกันควบคุมโรค จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษาและประชนในชุมชน การจัดโครงการครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และกระตุ้นให้ทุกคนร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อันจะนำไปสู่การลดอัตราการเจ็บป่วยและสร้างชุมชนที่ปลอดภัยจากโรคติดต่อนำโดยแมลงอย่างยั่งยืน ดีใจที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ และได้ร่วมมือกันในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง เพื่อให้หัวหินเป็นเขตปลอดโรคติดต่อนำโดยแมลง

สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 45,269 ราย อัตราป่วย 69.04 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 41 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 5 – 14 ปี รองลงมา 15 – 24 ปี และ 0 – 4 ปี ตามลำดับ แม้จำนวนผู้ป่วยในภาพรวมจะลดลง เมื่อเทียบกับค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี แต่โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจึงเป็นช่วงที่ยุงลายมีการแพร่พันธุ์สูงสุด

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่เขตเทศบาลนครหัวหิน ปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยไข้เลือดออกรวม 45 ราย แม้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่พบการกระจายตัวของผู้ป่วยในหลายชุมชน โดยเฉพาะชุมชนบ่อฝ้าย ชุมหัวนา และชุมชนหนองแก ขณะเดียวกันยังพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3 ราย จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าโรคติดต่อที่มียุ่งลายเป็นพาหะ ยังคงเป็นภัยใกล้ตัวและอาจขยายวงกว้างได้ หากขาดความร่วมมือในการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ดังนั้นงานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.กระตุ้นให้ประชาชนทุกครัวเรือนตระหนักและมีส่วนร่วมในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 2.ลดค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายในโรงเรียน ชุมชน และสถานที่สาธารณะให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 3.ลดอัตราป่วยและป้องกันการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯหัวหิน-ชะอำ ส่งเสริมการเต้นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ พร้อมผลักดันหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯหัวหิน-ชะอำ ส่งเสริมการเต้นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ พร้อมผลักดันหัวหินสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

ช่วงเย็นวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคม ได้ร่วมกิจกรรม HUAHIN AEROBIC – ZUMBA & MIXEDANCE ที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน สร้างรอยยิ้ม และพลังแห่งการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพสอดคล้องกับนโยบาย “ประจวบรักสุขภาพ” พร้อมกันนี้ ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของหัวหิน ในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่นักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถมาออกกำลังกายเล่นกีฬา และร่วมกิจกรรมสร้างสุขภาพได้ตลอดทั้งปี

สำหรับกิจกรรม HUAHIN AEROBIC – ZUMBA & MIXEDANCE ครั้งนี้ มีครูเอ็มและครูอ้อย เป็นผู้นำเต้น Aerobic • Zumba • Mixed Dance ท่ามกลางขาแด๊นซ์มาออกสเตปวาดลวดลายอย่างคึกคัก เติมพลังบวกและชวนทุกคนขยับร่างกายไปพร้อมกัน

ดังนั้น สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพื่อให้หัวหินเป็นจุดหมายปลายทางที่ครบทั้งการท่องเที่ยว การพักผ่อน และการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จัดกิจกรรมเต้นออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนมิถุนายนนี้ วันจันทร์ – เอวอ่อนเอวหวานกับครูเอ็ม & ครูอ้อย HUAHIN AEROBIC – ZUMBA &MIXEDANCE วันพุธ – มันส์แบบไขมันกระจาย กับ Zin Bas สนุกกับ Zumba & Aerobic จัดเต็มกันยาวๆ ในกิจกรรม NON STOP GROOVE DANCE วันศุกร์ – ฟิตแบบไม่อ่อมกับตัวตึง JETTS FITNESS ครู Ammo / Mob/ Benz พร้อมมอบความสนุกระดับฟิเอสต้า ในกิจกรรม JETTS DANCE Fiesta Fun ใครสะดวกวันไหนมาจอยกันได้เลย ตั้งแต่ 18.00 – 19.30 น. ที่ลานด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหินเร่งขุดลอกคลองเปิดทางน้ำ รับมือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เศรษฐกิจช่วงฤดูฝน

เทศบาลนครหัวหินเร่งขุดลอกคลองเปิดทางน้ำ รับมือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เศรษฐกิจช่วงฤดูฝน

วันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย น.ส.ไพลิน กองพันธ์ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรี สท. เจ้าหน้าที่กองช่างและที่เกี่ยวข้องนำเครื่องจักรกลดำเนินการขุดลอกเพื่อเปิดทางน้ำ และปรับปรุงแนวระบายน้ำ ภายในซอยหัวหิน 102 และคลองพระราชดำริโซนใต้ ตั้งแต่บ่อนไก่จนถึงสะพานหน้าวัดเขาลั่นทม รวมถึงติดตามการลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่ชุมชนตะเกียบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในช่วงฤดูฝน ลดปัญหาน้ำท่วมขังบนเส้นทางสัญจร ชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ และการเกษตรของประชาชน พร้อมรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนแก้ไขปัญหาต่อไป

นายนพพร กล่าวว่า การขุดลอกคูคลองตั้งแต่บ่อนไก่ ถึงสะพานหน้าวัดเขาลั่นทม ระยะทางทั้งหมด 5.7 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 2.7 ล้านบาท ทุกๆ ปีเราจะขุดลอกทุกหน้าฝน แต่ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าถ้ามีปริมาณของตะกอนและวัชพืชมาก เราอาจจะดำเนินการเป็นปีละ 2 ครั้ง ซึ่งเทศบาลดำเนินการต่อจากโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหัวหินและวังไกลกังวล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2547 คลองนี้สามารถรับน้ำฝนและระบายได้สะดวกและมีความพร้อม คิดว่าถ้าปริมาณฝนไม่มากจนเกินไปหรือมีพายุที่เกินกำลังมากๆ ก็รับมือได้สบาย ส่วนด้านทิศเหนือ ตั้งแต่แพไม้ถึงบ่อฝ้าย ตอนนี้ได้ผู้รับจ้างแล้วจะเริ่มดำเนินการสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ ส่วนที่นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการน้ำเทศบาลนครหัวหิน เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครหัวหินที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น ถนนเพชรเกษม หน้าตลาดฉัตร์ไชย ซอยหัวหิน 88, 102 และ 112 ซึ่งมักมีน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักเกิน 90 มิลลิเมตร สาเหตุจากปัญหาด้านการระบายน้ำไม่เต็มประสิทธิภาพ มีวัชพืชและขยะจำนวนมากกีดขวางทางระบายน้ำ ช่องรับน้ำลงท่อระบายมีขนาดเล็ก ปัญหาเรื่องระดับพื้นที่บางจุดเป็นทางโค้งทำให้น้ำไหลย้อนกลับ การขวางทางน้ำของแบริเออร์ รวมทั้งน้ำหลากจากเขาหินเหล็กไฟและวัดพุทธไชโยไหลเข้าสู่ตัวเมือง

ด้าน ดร.รอยล ได้เสนอแนวคิด “ทฤษฎีตัดน้ำ” มาประยุกต์ใช้ ด้วยการตัดกระแสน้ำก่อนจะหลากเข้าพื้นที่เมืองหัวหิน โดยใช้คลองพระราชดำริฯ ซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำหลัก พร้อมแนะนำให้ติดตั้งระบบสูบน้ำและระบบดักตะกอนดิน พร้อมทั้งวางแผนติดตั้งระบบประเมินสถานการณ์น้ำฝนแบบ “Ground Control Point” เพื่อช่วยประเมินปริมาณน้ำและฝนในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการขุดขยายสระน้ำภายในสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน เพื่อรับน้ำฝนจากเขาหินเหล็กไฟ พร้อมทั้งเสนอให้เทศบาลประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอใช้พื้นที่ดำเนินการเปิดร่องน้ำสองข้างทางรถไฟ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและแก้ปัญหาวัชพืชกีดขวางทางน้ำ ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนรับมือกับน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งแห่ร่วมงาน“วิ่งกันดุ๊ #3” สนาม 6 ที่บ้านกรูดอย่างคึกคัก

นักวิ่งแห่ร่วมงาน“วิ่งกันดุ๊ #3” สนาม 6 ที่บ้านกรูดอย่างคึกคัก

เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน 2569 พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Run Khan Do III วิ่งกันดุ๊ 3” สนามที่ 6 ที่บริเวณชายหาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ โดยมีพันจ่าเอกหญิงดนุภา สิทธิศักดิ์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการออกกำลังกายตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต ซึ่งสอดรับกับนโยบายการพัฒนาเมืองแห่งสุขภาวะของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกช่วงวัยหันมาใส่ใจสุขภาพ ลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พร้อมสร้างสังคมคุณภาพที่มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

นอกจากการส่งเสริมสุขภาพแล้ว โครงการวิ่งกันดุ๊ #3 ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอ สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านค้า ชุมชน และภาคบริการ ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับปี 2569 กิจกรรมวิ่งกันดุ๊ #3 ได้เพิ่มความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการเดิน – วิ่งเพื่อสุขภาพ การวิ่งเทรล และกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งสิ้น 12 กิจกรรม ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม จนถึงเดือนกรกฎาคม 2569

ขณะที่บรรยากาศบริเวณชายหาดบ้านกรูด เต็มไปด้วยความคึกคัก นักวิ่งและประชาชนต่างร่วมกิจกรรมด้วยความสนุกสนาน ท่ามกลางทัศนียภาพชายทะเลอันงดงามของบ้านกรูด สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างสังคมสุขภาพดี ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน