Categories
ข่าว ทั้งหมด

สถาบันพระปกเกล้าประจวบฯ ร่วมกับโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม จัดเยาวชนต้านโกง รู้เท่าทัน -ไม่ทนต่อการทุจริต

สถาบันพระปกเกล้าประจวบฯ ร่วมกับโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม จัดเยาวชนต้านโกง รู้เท่าทัน -ไม่ทนต่อการทุจริต

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้าฯ ร่วมกับโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม จัดโครงการ“เยาวชนต้านโกง”เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและต่อต้านการทุจริต ที่หอประชุมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ โดยมี ดร.ธีระชัย รัตนรังษี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน มีนายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองฯ จ.ประจวบฯ กล่าวรายงาน และมี น.ส.สกาวเดือน อนันตวรพจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม กล่าวต้อนรับ มีผู้บริหารสถานศึกษา คณะวิทยากร คณะครูและนักเรียนเข้าร่วม โดยได้รับการสนับสนุนการจัดโครงการจากกองทุน ป.ป.ช.
ทั้งนี้มีนายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ และในฐานะรองประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองฯ เป็นวิทยากรบรรยาย หัวข้อ “ผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม แยกให้ออกก่อนสังคมเสีย” และมี น.ส.ธัญลักษณ์ จีนแก้วเปี่ยม เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ และ น.ส.จันทิมา สว่างลาภ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฏิบัติการ จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดประจวบฯ ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “รู้เท่าทันการทุจริต”

ดร.ธีระชัย รัตนรังษี รองผู้อำนวยการ สพม.ประจวบฯ กล่าวว่า การปลูกฝังคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่เยาวชน ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ เพราะเยาวชนในวันนี้ คือกำลังสำคัญที่จะเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่นักเรียนจะได้เรียนรู้เรื่องการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม ตลอดจนการสร้างจิตสำนึกสาธารณะและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ขอชื่นชมศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองฯ จ.ประจวบฯ โรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม และทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ ขอให้นักเรียนทุกคนใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำสิ่งที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่โปร่งใส เป็นธรรม และไม่ทนต่อการทุจริต

ด้านนายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองฯ จ.ประจวบฯ กล่าวว่า การจัดโครงการเยาวชนต้านโกง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและต่อต้านการทุจริต ตระหนักถึงความสำคัญของการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม รวมทั้งเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และปลูกฝังค่านิยมการเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและรณรงค์ให้เกิดสังคมที่ไม่ยอมรับการทุจริต อันจะนำไปสู่การสร้างชุมชนที่โปร่งใส เข้มแข็ง และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคต การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีนักเรียน คณะครูและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมจำนวน 81 คน ได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วนมาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์อันเป็นประโยชน์แก่เยาวชน

จากนั้น คณะผู้จัดโครงการ จัดกิจกรรมกลุ่ม หัวข้อ “ชุมชนโปร่งใส เริ่มต้นได้จากคนรุ่นใหม่” กิจกรรม Workshop หัวข้อ “พลังเครือข่ายเยาวชน สร้างสังคมไม่ทนต่อการโกง” โดย น.ส.เด่นนภา สกลธนาวัฒน์ ผู้ช่วยเลขานุการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองฯ เป็นวิทยากร พร้อมสรุปกิจกรรม มอบเกียรติบัตรก่อนพิธีปิดโครงการ.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“กรมทางหลวง” ลงพื้นที่หัวหิน สำรวจความคิดเห็นโครงการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ปราณบุรี ช่วงชะอำ – ปราณบุรี

“กรมทางหลวง” ลงพื้นที่หัวหิน สำรวจความคิดเห็นโครงการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ปราณบุรี ช่วงชะอำ – ปราณบุรี

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดประชุม “การปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 1)” โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ และสำรวจและออกแบบรายละเอียดและผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ปราณบุรี ช่วงชะอำ – ปราณบุรี ที่ห้องสมอเรียง ชั้น 2 โรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์ พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นายเพิ่มวุฒิ บูรพาศิริวัฒน์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้แทนกรมทางหลวง กล่าวรายงานการประชุม มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมรับฟังโครงการ มีการนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ ด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม โดย นายจิรวัฒน์ ปัญญาโตนะ วิศวกรงานทาง นายณรงค์ฤทธิ์ อุปพลเถียร วิศกรระบายน้ำ และนายอรินทร์ โสมบ้านกวย ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม

นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน กล่าวว่า ในนามของประชาชนในพื้นที่โครงการ ผมขอขอบคุณกรมทางหลวงที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ปราณบุรี ช่วงชะอำ – ปราณบุรี และได้ให้ความสำคัญต่อการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยกำหนดให้มีกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอนการดำเนินงานศึกษาของโครงการ เช่นในวันนี้กรมทางหลวงได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคไปจนถึงระดับท้องถิ่นและประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ เข้าร่วมการประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้กรมทางหลวงและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาสามารถนำไปเป็นข้อมูลเพื่อพิจารณาประกอบการศึกษา การให้มีความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรมด้านสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับการสัญจรของประชาชนในพื้นที่มากที่สุด

นายเพิ่มวุฒิ บูรพาศิริวัฒน์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้แทนกรมทางหลวง กล่าวว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (M8) สายนครปฐม – ปราณบุรี ช่วงชะอำ – ปราณบุรี นับเป็นหนึ่งในโครงข่ายยุทธศาสตร์สำคัญที่จะมีบทบาทในการยกระดับและปฏิรูปการคมนาคมขนส่งมุ่งสู่ภาคใต้ของประเทศ เพื่อเติมเต็มโครงข่ายและช่วยกระจายปริมาณการจราจร ลดภาระสะสมบนถนนเพชรเกษมและถนนพระราม 2 ให้มีความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น เดิมทีกรมทางหลวงได้เคยดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการนี้ไว้แล้วเมื่อปี พ.ศ.2557 อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันบริบททางด้านเศรษฐกิจ สังคม สภาพพื้นที่ ตลอดจนรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินและการขยายตัวของชุมชนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับกรมทางหลวงมีแนวคิดที่จะนำแนวเส้นทางโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบราง หรือ MR-MAP (MR1) มาร่วมพิจารณาศึกษาทบทวนด้วย

“กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา เพื่อดำเนินงานทบทวนผลการศึกษาเดิมให้มีความสอดคล้องกับสภาพการณ์และสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้ครอบคลุมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน นอกเหนือจากมิติทางด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมแล้ว กรมทางหลวงยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน การจัดประชุมปฐมนิเทศโครงการ (สัมนา ครั้งที่ 1) ในวันนี้ จึงมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล ความเป็นมา วัตถุประสงค์ และขอบเขตการศึกษาของโครงการ กลุ่มเป้าหมายและทุกภาคส่วนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ซึ่งคณะผู้ศึกษาจะนำข้อคิดเห็นทั้งหมดไปปรับปรุงใช้ประกอบการศึกษาโครงการให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นมากที่สุด” นายเพิ่มวุฒิ กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน เปิดอบรมปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานในภาวะฉุกเฉิน

เทศบาลนครหัวหิน เปิดอบรมปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานในภาวะฉุกเฉิน

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซี หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรี พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล เจ้าหน้าที่ในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โครงการนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 -12 มิถุนายน โดยมีแกนนำประชาชนและผู้ที่สนใจในเขตเทศบาลเข้ารับการอบรม จำนวน 4 รุ่น รวม 180 คน ทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ ในการช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการปั๊มหัวใจ (CPR) ที่ถูกวิธี การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) และการช่วยเหลือผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ (Choking) ทั้งในผู้ใหญ่และเด็กทารก โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลหัวหิน และเครือข่าย มาเป็นวิทยากรให้ความรู้อย่างใกล้ชิด

นายนพพร กล่าวว่า ปัจจุบันสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรในประเทศไทยส่วนใหญ่เกิดจากโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และหลอดเลือด โรคหัวใจ ความดันโลหิต และอุบัติเหตุจมน้ำ ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเหล่านี้ อาจมีอาการที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย บางรายมีภาวะหยุดหายใจกะทันหัน ถ้าปล่อยไว้นานเกิน 4 นาที แม้จะช่วยให้ฟื้นคืนชีพกลับได้ ก็จะเกิดสภาวะการตายของสมองอย่างถาวร ในกรณีที่เกิดเหตุมีเครื่องกระตุ้นหายใจด้วยกระแสไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) ผู้ช่วยเหลือสามารถปฏิบัติการกู้ชีพร่วมกับการกระตุ้นหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้าได้ ทั้งนี้การกู้ชีพที่รวดเร็วภายใน 3 – 5 นาที หลังจากที่ผู้ป่วยเกิดอาการ ควบคู่กับการดูแลผู้ป่วยที่ชีพฟื้นคืนกลับมาอย่างเหมาะสม อาจเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ถึง 50 – 70 % แต่หากเกิดความล่าช้าโอกาสรอดชีวิตอาจลดลง 10 – 20 % ต่อ 1 นาที การได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างทันท่วงทีและถูกต้อง และมีการส่งต่อผู้ป่วยหรือผู้รับบาดเจ็บไปยังแพทย์หรือสถานพยาบาลอย่างเหมาะสม รวดเร็วและถูกวิธี จะทำให้ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บมีโอกาสรอดชีวิต การอบรมขั้นพื้นฐานจึงเป็นหลักสูตรที่สำคัญซึ่งจะทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ความรู้ที่ถูกต้องและได้รับการฝึกฝนอย่างชำนาญ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้อื่นได้ในภาวะฉุกเฉิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สส.เขต 3 ประจวบฯ ร่วมกับกรมปศุสัตว์ รณรงค์ทำหมันหมา แมว ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

สส.เขต 3 ประจวบฯ ร่วมกับกรมปศุสัตว์ รณรงค์ทำหมันหมา แมว ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า และลดปริมาณสุนัข แมวจรจัดในพื้นที่ ที่สำนักงานเทศบาลตำบลทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์ เขต 7 นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดประจวบฯ นายลือศักดิ์ สุทธิธรรม ปศุสัตว์อำเภอทับสะแก พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลทับสะแก หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ พนักงานเทศบาล และชาวบ้านนำสัตว์เลี้ยงมารับบริการร่วมให้การต้อนรับ

นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ ตนจึงประสานไปยังกรมปศุสัตว์ เพื่อจัดโครงการป้องกันและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า และลดปริมาณสุนัข แมวจรจัดในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดประจวบฯ จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นครั้งที่ 1 ที่เทศบาลตำบลทับสะแก และวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน ที่ อบต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน ที่ อบต.กำเนิดนพคุณ วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน ที่ อบต.ร่อนทอง และที่ อบต.ห้วยทราย เขต.อ.เมือง และอบต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก ตามลำดับ มีเป้าหมายประมาณ 1,000 ตัว สามารถลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน 1,000 – 1,200 บาท ต่อตัว.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

วิว เยาวภา นำเดอะเลเจ้นท์อารีน่า ส่งต่อการเรียนรู้ดนตรี – กีฬา สู่เยาวชนหัวหินและปราณบุรี

วิว เยาวภา นำเดอะเลเจ้นท์อารีน่า ส่งต่อการเรียนรู้ดนตรี – กีฬา สู่เยาวชนหัวหินและปราณบุรี

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เดอะเลเจ้นท์อารีน่า จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ Legend Road Show ที่โรงเรียนเชวงศักดิ์ศึกษา อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชน ผ่านกิจกรรมด้านกีฬา ดนตรี ภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์ ซึ่งโรงเรียนเชวงศักดิ์ศึกษา เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่เข้าร่วมโครงการของเดอะ เลเจ้นท์อารีน่า ในปี 2569 โดยมีเป้าหมายไปจัดกิจกรรมในโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่หัวหิน ปราณบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ ได้ค้นพบความสนใจของตนเอง เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และพัฒนาทักษะอย่างรอบด้าน

“วิว”เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ ปี 2004 ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ กล่าวว่า เราอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่หัวหินและปราณบุรี โดยนำบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เข้าไปสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกและเป็นประโยชน์ให้แก่เด็กๆ โรงเรียนเชวงศักดิ์ศึกษาเป็นโรงเรียนแรกของโครงการ Road Show ในปีนี้ และเราตั้งใจจะเดินทางไปจัดกิจกรรมในอีกหลายโรงเรียน หากโรงเรียนใดสนใจ เรายินดีเข้าไปร่วมจัดกิจกรรม เพื่อสร้างโอกาสและแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน ภายในงาน เด็กๆ ได้ร่วมกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นจากการแนะนำกิจกรรมของเดอะเลเจ้นท์อารีน่า การแสดงกีตาร์คลาสสิก การสาธิตทักษะเทควันโดเตะเป้า การสาธิตมวยไทยล่อเป้า ตลอดจนกิจกรรมด้านภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ก่อนแยกเข้าฐานกิจกรรม เพื่อทดลองเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงร่วมกับทีมครูอย่างใกล้ชิด

“กิจกรรมด้านภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์ ได้รับความร่วมมือจากมนต์ธร เอ็ดดูเคชั่น โดยครูทาร่า ซึ่งนำกระบวนการเรียนรู้ที่สนุก เข้าใจง่าย และช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ส่วนกิจกรรมด้านดนตรี ได้รับความร่วมมือจาก Hua Hin Guitar โดยครูปรีชา ชุมเมฆ ผู้สร้างนักกีตาร์คลาสสิกชั้นนำของเมืองไทย และเป็นบุคลากรด้านดนตรีคนสำคัญ ซึ่งอยู่ในเมืองหัวหิน มาร่วมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนผ่านเสียงดนตรีคลาสสิก และด้านกีฬา เดอะ เลเจ้นท์อารีน่า ได้นำทีมครูผู้ฝึกสอนมาร่วมสาธิตและแนะนำพื้นฐานกีฬาเทควันโดและมวยไทย เพื่อให้เด็กๆ ได้สัมผัสคุณค่าของกีฬา ทั้งในเรื่องวินัย สมาธิ ความกล้าแสดงออก การเคารพผู้อื่น และการดูแลสุขภาพ”

การดำเนินงานและประสานงานกิจกรรมครั้งนี้ นำโดยคุณอภิวงศ์ กิตติขจร ผู้จัดการบริษัทเดอะเลเจ้นท์อารีน่า ซึ่งร่วมวางแผนการจัดกิจกรรมกับโรงเรียนและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เด็กๆ ได้รับประสบการณ์ที่สนุก ปลอดภัย และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เดอะเลเจ้นท์อารีน่า ยังคงเดินหน้าสร้างกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ฝึกฝนวันนี้ เพื่อเป็นตำนาน” โรงเรียนในพื้นที่หัวหิน ปราณบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจเข้าร่วมโครงการ Legend Road Show สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 063 – 9010451 Line Official : @thelegendarena หรือสอบถามข้อมูลได้ที่เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า ชั้น 3 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รวบทันควัน หนุ่มเพี้ยนตระเวนขี่รถจักรยานยนต์ ปาหินใส่รถเก๋งกลางเมืองหัวหินเสียหายหลายคัน

รวบทันควัน หนุ่มเพี้ยนตระเวนขี่รถจักรยานยนต์ ปาหินใส่รถเก๋งกลางเมืองหัวหินเสียหายหลายคัน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.เกรียงไกร รัตนาวสี รอง สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้ก้อนหินปาใส่รถยนต์หลายคันที่จอดไว้ริมถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลนครหัวหิน ได้รับความเสียหาย จึงรายงานให้ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน ทราบ จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมพงษ์ อยู่ยืด รอง ผกก.สอบสวน สภ.หัวหิน ร.ต.อ.แดนไทย จันทร์ศิริทอง รอง สว.สส. พร้อมชุดสืบสวน รุดไปตรวจสอบ พบรถเก๋งรวม 8 คัน ถูกคนร้ายใช้ก้อนหินปาใส่เข้าที่กระจกหน้าและกระจกท้ายรถเก๋งแตกกระจาย ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยมีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบภาพกล้องวรจรปิด พบว่า คนร้ายเป็นชาย 1 คน รูปร่างผอม สูงโปร่ง ใส่เสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน สวมหมวกกันน็อค ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีฟ้า ทะเบียน 1 กร 682 ประจวบฯ เป็นพาหนะ จึงออกติดตามจนสามารถจับตัวได้ ทราบชื่อว่านายชฎายุ หรือโอ๊ต บัวหลวง อายุ 36 ปี ทำงานอยู่แผนกเอกซเรย์ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมรถจักรยานยนต์ เสื้อคลุม และหมวกกันน็อคที่ใช้ก่อเหตุได้ภายในบ้านพักในเขตเทศบาลนครหัวหิน นำตัวมาสอบสวน

พ.ต.อ.กัมปนาท กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัตินายชฎายุ พบว่าเคยเข้ารับการรักษาตัวที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพ เนื่องจากตอนเด็กเคยถูกตีเข้าที่ศีรษะอย่างแรง จนมีอาการประสาท เคยก่อเหตุประเภททำให้เสียทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งทางครอบครัวได้ชดใช้ค่าเสียหายให้จนกระทั่งมาก่อเหตุครั้งนี้อีก เบื้องต้นนายชฎายุให้การวกวนว่าสาเหตุเกิดจากความเครียดประกอบกับขาดยา ทำไปโดยไม่รู้สึกตัว ซึ่งตำรวจจะได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พราวกรุ๊ป จับมือตำรวจ ภาค 7 สานต่อโครงการสนับสนุนบุตรหลานตำรวจผู้เสียสละ

พราวกรุ๊ป จับมือตำรวจ ภาค 7 สานต่อโครงการสนับสนุนบุตรหลานตำรวจผู้เสียสละ

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภาค 7 พร้อมด้วยนางมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7, น.ส.พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว, นายนฐา ชมเสวี ผู้จัดการทั่วไปสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน, น.ส.วันทนี เอมบำรุง รองผู้อำนวยการทรัพยากรบุคคล ร่วมในพิธีลงนามสัญญารับนายธรรมสร ป้อมปราณี บุตรของ ร.ต.ต.วิเวก ป้อมปราณี รอง สว.จราจรสภ.หัวหิน เพื่อทำสัญญาการจ้างงานคนพิการ ประจำปี พ.ศ.2569 ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ด้านเด็กพิเศษ ประจำปี 2569 โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล หัวหิน เงินจำนวน 3,000 บาทตลอดชีวิต พร้อมทำสัญญาทุก 5 ปี ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบฯ มี พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นางณัฐนิช แหวนเพ็ชร ชิ้นทอง ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดประจวบฯ และคณะแม่บ้าน พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ พ.ต.อ.สมชาย ชูแก้ว รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน ข้าราชการตำรวจ และแขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 7 มีทั้งหมด 8 จังหวัด เรามีบุตรหลานของข้าราชการตำรวจที่เป็นเด็กพิเศษอยู่ 42 คน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนเกือบทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดประจวบฯ วันนี้เป็นรายที่ 8 ต้องกราบขอบพระคุณกลุ่มบริษัทพราว ที่ให้การสนับสนุนโครงการดีๆ เหล่านี้ให้กับทางตำรวจ เพราะจะเป็นแรงกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ต้องพะวงอยู่หลังบ้าน โครงการนี้จะมีหลายส่วน มีทั้งโรงงานและสถานประกอบการ ซึ่งจริงๆ แล้วกฎหมายสนับสนุนให้ภาคเอกชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐได้ โครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่องต้องให้เครดิต พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ สมัยที่เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ท่านได้ริเริ่มโครงการและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ด้าน น.ส.พราวพุธ กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจหลายแห่งของกลุ่มบริษัทพราวเติบโตอยู่เคียงข้างเมืองหัวหิน และเราเชื่อมาโดยตลอดว่าความสำเร็จของธุรกิจ ไม่ควรวัดเพียงผลประกอบการเท่านั้น แต่ควรวัดจากการเติบโตของชุมชนและผู้คนรอบข้างไปพร้อมกันด้วย สำหรับโครงการ “ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน” เป็นตัวอย่างที่สะท้อนพันธกิจดังกล่าวได้อย่างชัดเจนที่สุด ประการแรก โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้พิการที่มีความตั้งใจและพร้อมจะเป็นกำลังสำคัญของสังคมได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านการมีงานทำและรายได้ที่มั่นคง และประการที่ 2 ผู้ได้รับการสนับสนุนเหล่านี้ยังเป็นสมาชิกในครอบครัวของข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ที่เสียสละะ ทุ่มเท และทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด เพื่อดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัยและความมั่นคงของชุมชนและสังคมของเรา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สนามกอล์ฟหลวงหัวหินเสริมทักษะอาชีพ ให้แคดดี้เยาวชนในช่วงวันหยุด

สนามกอล์ฟหลวงหัวหินเสริมทักษะอาชีพ ให้แคดดี้เยาวชนในช่วงวันหยุด

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไปสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน กล่าวต้อนรับและปิดโครงการฝึกอบรม ส่งเสริม สืบสาน ส่งต่อมาตรฐานอาชีพแคดดี้อย่างยั่งยืน ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายเสกสรรค์ เขียวไกร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ นายสุชาติ หูทิพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหิน นางชลิกา หูทิพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม นายสหรัฐ เพิ่มทรัพย์ รองหัวหน้างานแนะแนวและศึกษาต่อ โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน น.ส.รัญชนา พวงดอกไม้ งานแนะแนวโรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน นายจงรัก จันทวงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษนายกเทศมนตรีนครหัวหิน ร่วมในพิธี พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรให้กับเยาวชนจากโรงเรียนหัวหิน โรงเรียนหัวหินวิทยาคม โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ที่ผ่านการอบรม จำนวน 12 คน ท่ามกลางแคดดี้ผู้ปกครองร่วมแสดงความยินดี

นายอำนาจ กล่าวว่า หัวหินเป็นเมืองต้นกำเนิดกีฬากอล์ฟของประเทศไทย และสร้างนักกีฬากอล์ฟสู่รายการสากลทั่วประเทศและทั่วโลก อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงให้แก่เมืองหัวหินและประเทศไทยมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทางสนามกอล์ฟหลวงหัวหินได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคลากรในพื้นที่ จึงจัดการฝึกอบรมให้กับบุตรหลานของพนักงาน เพื่อให้แคดดี้ใหม่ได้มีความรู้ ความเข้าใจในกติกากอล์ฟ มารยาท และขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ในสนามอย่างถูกต้อง พัฒนาทักษะการให้บริการ บุคลิกภาพ และการสื่อสารอย่างมืออาชีพ สร้างเสริมทักษะ วิชาชีพ ปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการเล่นกอล์ฟและการดูแลรักษาสภาพสนาม เป็นการส่งต่ออาชีพแคดดี้จากรุ่นสู่รุ่นสืบทอดกันไป อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างรายได้สำหรับดูแลครอบครัว ดูแลน้อง และดูแลตัวเองในการเรียนช่วงระหว่างปิดภาคเรียน หรือเสาร์อาทิตย์ โดยมีวิทยากรที่มีความชำนาญ โปรกอล์ฟชื่อดัง รวมถึงแคดดี้รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์มาให้คำแนะนำโดยตรงในช่วงอบรมวันหยุดเป็นเวลา 1 เดือน

“ปัจจุบัน สนามกอล์ฟหลวงเป็นที่นิยมของนักกอล์ฟต่างชาติจำนวนมากมาใช้บริการในแต่ละวัน สนามเรามีแคดดี้ทั้งหมด 160 คน ซึ่งเราจำกัดจำนวนไว้ เพื่อให้ทุกคนมีรายได้เพียงพอในการดูแลครอบครัวในช่วงโลว์ซีซั่น ประโยชน์ที่ได้รับ คือ ชุมชนสนามกอล์ฟหลวงหัวหินมีรายได้จากการเป็นแคดดี้ในปีที่ผ่านมาอย่างน้อย 50 ล้านบาท สิ่งที่เราคิดคืออยากให้ลูกหลานของแคดดี้สืบสานตำนานกอล์ฟเมืองหัวหิน สืบสานอาชีพแคดดี้ต่อจากครอบครัว ด้วยการมาเป็นบุคลากรกอล์ฟเมืองหัวหิน รวมทั้งในกิจกรรมอื่นๆ เช่น การแข่งขันอาชีพและสมัครเล่น เพื่อให้เด็กมีรายได้และซึมซับวัฒนธรรมกอล์ฟของเมืองหัวหินอย่างยั่งยืนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่เร่งสอบปมสองสามีภรรยาเสียชีวิต คาดเกิดจากปัญหาส่วนตัวรุมเร้า เร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เจ้าหน้าที่เร่งสอบปมสองสามีภรรยาเสียชีวิต คาดเกิดจากปัญหาส่วนตัวรุมเร้า เร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ร.ต.ท.อภิชัย บูรณะกุล รอง สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งเหตุคนตกจากที่สูง ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครหัวหิน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พิสูจน์หลักฐานจังหวัด ชุดสืบสวน และมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพนายศรัณย์ อายุ 43 ปี และภรรยา น.ส.โย อายุ 29 ปี นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่บนพื้นดาดฟ้าชั้น 3 ของโรงแรม สภาพทั้งคู่ศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ก่อนนำศพส่งโรงพยาบาลหัวหิน ให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่าช่วงเกิดเหตุเวลา 02.45 น. ทั้งคู่เดินออกจากห้องพัก หยิบเก้าอี้ที่ชั้น 15 ก่อนขึ้นไปบนชั้นที่ 16 จากนั้นจับมือกอดกันเหยียบบนเก้าอี้ โดดข้ามระเบียงโรงแรมร่วงกระแทกพื้นชั้น 3 เสียชีวิตทันที หลังเกิดเหตุมารดานายศรัณย์ทราบข่าว ได้มาดูที่เกิดเหตุด้วยความเศร้าโศก โดยระบุสั้นๆ ว่าสาเหตุน่าจะมาจากลูกชายและลูกสะใภ้เกิดความเครียดจากหนี้สินนอกระบบที่กู้ยืมมา คิดไม่ออกจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สุวัจน์เปิดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 28 กระตุ้นการท่องเที่ยว หารายได้ช่วยสาธารณกุศล

สุวัจน์เปิดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 28 กระตุ้นการท่องเที่ยว หารายได้ช่วยสาธารณกุศล

ช่วงค่ำวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 28 ที่เวทีร้านมัจฉากาชาด ลานกิจกรรม 25 ไร่ ซอยหัวหิน 102 หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อหารายได้ให้กิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน ในการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ และกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่น มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน นางลิษา อึ้งเห่ง รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน คณะสมาชิกกิ่งกาชาดหัวหินและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมเที่ยวงานอย่างคับคั่ง โอกาสนี้นายสุวัจน์ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้สนับสนุนการจัดงาน พร้อมเดินชมร้านมัจฉากาชาดด้วย

งานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 28 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 14 มิถุนายน 2569 เพื่อจัดหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายในกิจการบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสและกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ในเขตอำเภอหัวหินและใกล้เคียงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการให้ความช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค (ถุงยังชีพ) อุปกรณ์เครื่องครัว ชุดที่นอน ยารักษาโรค การซ่อมสร้างบ้านพักอาศัยผู้ยากไร้ การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง มอบรถวีลแชร์ เป็นต้น

ภายในงานมีการออกร้านมัจฉากาชาดเพื่อการกุศล ร่วมลุ้นรับรางวัลรถจักรยานยนต์ รถจักรยานกว่า 100 คัน ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าและรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ราคาบัตรใบละ 20 บาท สนุกสนานได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.30 – 24.00 น. พบกับการออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีของฝากอำเภอหัวหิน การจำหน่ายสินค้าราคาถูก เครื่องอุปโภคบริโภค เฟอร์นิเจอร์ ไม้ดอกไม้ประดับ บูธอาหารพื้นบ้าน ขนมพื้นถิ่น อาหารทะเลสด สะอาดอร่อย การแสดงของนักเรียนและรำวงย้อนยุค พบกับสวนสนุกเคลื่อนที่กับเครื่องเล่นทันสมัยจากต่างประทศนานาชนิด และศิลปินนักร้องชั้นนำและวงดังอีกหลายคณะทุกค่ำคืนตลอดจัดงาน จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 28 ได้ตามวันดังกล่าว “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา” เงินรายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ของกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน.