Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ทับสะแกจัดเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 3 วันที่ 10 – 11 พ.ค.นี้

ทับสะแกจัดเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 3 วันที่ 10 – 11 พ.ค.นี้

ช่วงเย็นวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายทวีวิทย์ รัตนวิจิตร ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสุ โชคกิจการ นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก นายวิบูลย์ เทียนทอง นายก อบต.ทับสะแก นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก และนายสุทิน ตั้งเขาทอง พร้อมคณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 ที่บริเวณลานทรายเขื่อนบ้านทุ่งประดู่ ชายหาดทับสะแก หมู่ 2 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก ในฐานะคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า ชุมชนบ้านทุ่งประดู่เป็นหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน จากอดีตที่ผ่านมาช่วงฤดูกาลหน้ามรสุมหรือหน้าว่าว ตั้งแต่เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ ชาวบ้านมักออกมาทำว่าวเล่น ไม่ว่าจะเป็นว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา ว่าวแฟนตาซีต่างๆ แต่ทุกวันนี้กีฬาชนิดนี้เริ่มสูญหายไป เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยรู้จักการผลิตว่าว ในฐานะที่ตนเป็นประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก ได้ตระหนักถึงเรื่องการอนุรักษ์ว่าว อนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ ที่มีมาในอดีต ในปีนี้จึงได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ อบจ.ประจวบฯ จัดเทศกาลว่าวนานาชาติขึ้น เป็นครั้งที่ 3 มีการแข่งขันประดิษฐ์ว่าว การวาดภาพระดับเยาวชน โดยมีถ้วยรางวัล งานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 – 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.00 น.- 23.00 น. ส่วนภาคกลางคืนจะมีอาหารพื้นบ้านมาจำหน่ายและมีดนตรีให้ชมกันตลอดงาน

สำหรับการแข่งขันประดิษฐ์ว่าวแฟนตาซี ประเภทประชาชนทั่วไปไม่จำกัดอายุ ประเภททีม 3 คน สามารถประดิษฐ์ว่าวมาจากบ้านได้ เป็นว่าวชนิดใดก็ได้ แต่ต้องประดิษฐ์ขึ้นจากทีมงาน โดยมีภาพถ่ายยืนยันขณะประดิษฐ์ ให้ผู้แข่งขันตั้งชื่อว่าวและอธิบายแนวความคิดให้คณะกรรมการทราบ โครงว่าว ตัวว่าว และวัสดุตกแต่งจะทำจากวัสดุใดๆ ก็ได้ ไม่จำกัดขนาดของว่าวและความยาวของเชือกชัก.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประธาน กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้งเทศบาลนครหัวหิน ก่อนถึงวันใช้สิทธิเลือกตั้ง 11 พฤษภาคมนี้

ประธาน กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้งเทศบาลนครหัวหิน ก่อนถึงวันใช้สิทธิเลือกตั้ง 11 พฤษภาคมนี้

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง ลงพื้นที่เพื่อติดตามและสังเกตการณ์การอบรมเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหิน และนายกเทศมนตรีนครหัวหิน และประชุมการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์แอนด์พลาซ่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน/ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน คณะกรรมการการเลือกตั้ง หัวหน้าส่วนงาน หน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การต้อนรับ

โดยวันนี้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน ผู้อำนวยการ การเลือกตั้งประจำจังหวัดประจะวบคีรีขันธ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหินและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร วัสดุอุปกรณ์และการประชาสัมพันธ์ โดยทุกภาคส่วนได้แสดงความมุ่งมั่นในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย

การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี เป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th Facebook แฟนเพจ “สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง” Application Smart Vote หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการสายด่วน 1444.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิสว่างหัวหินฯ ซื้ออุปกรณ์ตัดถ่าง มูลค่า 1.5 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพในการช่วยเหลือประชาชน

มูลนิธิสว่างหัวหินฯ ซื้ออุปกรณ์ตัดถ่าง มูลค่า 1.5 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพในการช่วยเหลือประชาชน

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 นายบุญเกิด อรรธนิศากร ประธานมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน เป็นประธานรับมอบอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ระบบไฮดรอลิค พร้อมนำคณะกรรมการมูลนิธิและเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย ร่วมอบรมหลักสูตรการใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ระบบไฮดรอลิค รับรองหลักสูตรจาก Alberta Vehicle Extrication Association ประเทศแคนาดา ที่หอประชุมเตชะไพบูลย์ มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายบุญเกิด อรรธนิศากร กล่าวว่า อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างของเดิมที่มูลนิธิฯ เคยมีใช้อยู่ 2 เครื่องนั้น เก่าและชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้สะดวกและไม่มีประสิทธิภาพ เพราะมีอายุงานมากว่า 20 ปี เมื่อเกิดอุบัติเหตุหนักๆ และมีผู้ประสบเหตุติดอยู่ในรถ ถ้าเราไม่ใช้เครื่องตัดถ่างที่มีประสิทธิภาพ อาจจะไม่สามารถนำผู้บาดเจ็บออกมาได้ทันท่วงที จึงมีความจำเป็นที่ต้องซื้อเครื่องตัดถ่างชุดใหม่ ซึ่งมีอุปกรณ์ทั้งหมดรวม 12 ชิ้น มูลค่ารวม 1,500,000 บาท จะทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิสว่างหัวหินสามารถช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้นในพื้นที่หัวหินครับ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์

เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดเขาบ้านกลาง หมู่ 1 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.ประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัด ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัด นายจามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัด นายอำนาจ เขม่นกิจ สปก.จังหวัด น.ส.พัชรี ทิพยาภรณ์ ตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัด น.ส.ลัดดาวัลย์ วรรณวิไลย สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด นายเชาร์ เอี่ยมสุขขา นายก อบต.นาหูกวาง นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้แทนจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรอำเภอทับสะแกเข้าร่วมงาน

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ มีวัตถุประสงค์ให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วและอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกัน ระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาพื้นฟูเกษตรกรให้สามารถผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมการเกษตรเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตามรายไตรมาส ปีละ 4 ครั้ง ภายในงานประกอบด้วยการเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำนวน 13 คลินิก ได้แก่ คลินิกดิน คลินิกพืช คลินิกข้าว คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย คลินิกส่งเสริมการเกษตร คลินิกยางพารา คลินิกเกษตรและสหกรณ์ และคลินิกพืชอาหารสัตว์ รวมถึงการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตร ไม่น้อยกว่า 300 คน.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมศุลกากรบูรณาการหลายฝ่าย ลดการลักลอบเติมน้ำมันเขียว

กรมศุลกากรบูรณาการหลายฝ่าย ลดการลักลอบเติมน้ำมันเขียว

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วยนายวิศิษฐ วชิรวิรุฬห์ ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 7 ผู้แทนจากกรมสรรพสามิต และว่าที่ พ.ต.ต.ธีรพงษ์ ดีนุช สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 6 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมสังเกตการณ์วิธีปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (โครงการน้ำมันเขียว) และเข้าตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันในเขตต่อเนื่อง (Tanker) ณ สถานีบริการวีนัส 10 ของบริษัท ไทยแหลมทองค้าน้ำมันประมง จำกัด เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรค รวมถึงข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องต่างๆ ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการน้ำมันเขียว

นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ออกประกาศกรมศุลกากรที่ 210/2567 เรื่อง พิธีการศุลกากรว่าด้วยการนำน้ำมันดีเซลออกไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยประกาศกรมศุลกากรฉบับดังกล่าว เป็นการปรับปรุงแก้ไขประกาศกรมศุลกากร ที่ 68/2561 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับประกาศกรมสรรพสามิตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการจัดทำประกาศกรมศุลกากรฉบับล่าสุด เป็นผลจากการหารือร่วมกันของผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ค้าน้ำมันในเขตต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาวประมง และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในด้านการป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมายอีกด้วย

อธิบดีกรมศุลกากร ยังกล่าวอีกว่า โครงการน้ำมันเขียวจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในการลดต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในกิจการประมง อันจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนอีกทางหนึ่ง ทั้งสามหน่วยงานจึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นที่มาของการตรวจเยี่ยมในวันนี้ หลังจากนี้ ทั้งสามหน่วยงานจะบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การปฏิบัติตามโครงการดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ ในส่วนของกรมศุลกากร จะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการขนถ่ายน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายให้กับเรือประมงในเขตต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย มิให้มีการกระทำความผิดทางศุลกากรเกิดขึ้น.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง คอนเสิร์ตริมเล #3 พบกับเหล่าขุนพลเพลงเพื่อชีวิตในเทศกาลดนตรีสุดอลังการ ริมทะเลปากน้ำปราณ

กลับมาอีกครั้ง คอนเสิร์ตริมเล #3 พบกับเหล่าขุนพลเพลงเพื่อชีวิตในเทศกาลดนตรีสุดอลังการ ริมทะเลปากน้ำปราณ

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ตเพื่อชีวิตสุดยิ่งใหญ่ “Rimlay #3 เพื่อชีวิตริมเล Presented by Carabao_& Tawandang” ที่โรงแรมวินแดม หัวหินปราณบุรี รีสอร์ตแอนด์วิลล่า จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี, นางศุภรัตน์ ผาสุก สมาชิกสภา อบจ.ประจวบฯ เขต 2, นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ, นายสุรสิทธิ์ สมะพงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายพงษ์พัฒน์ เพ็ญโชติรส กรรมการบริษัท พาซานกรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก ก่อนปิดท้ายงานแถลงข่าวเรียกน้ำย่อยจากศิลปินรุ่นใหญ่“น้าหงา”คาราวาน และวงละมัย ตัวแทนศิลปินที่มาร่วมการันตีความมันส์

นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ “คอนเสิร์ตริมเล # 3”ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อำเภอปราณบุรี และ อบต.ปากน้ำปราณ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่ครั้งแรกประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะที่ตำบลปากน้ำปราณ มีทะเลสวยงาม อาหารทะเลสด หมึกแดดเดียวแสนอร่อย และมาร่วมส่งท้ายฤดูร้อน ปี 2025 กับคอนเสิร์ตริมเล #3 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งจะขนเหล่าขุนพลเพลงเพื่อชีวิต และรวมถึงศิลปินสุดฮอตมากมายหลายหลากสไตล์ อาทิ คาราบาว, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์, ทอม ดันดี, แฮมเมอร์, Hugo, ลาบานูน, ลำไย ไหทองคำ มาสร้างความสุข ความสนุกกำลังลั่นความมันส์กำลังสนั่นริมหาด ! ในวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 บริเวณลานมหาราช ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี ซึ่งขณะนี้ทราบว่ายอดจองโรงแรม ที่พัก ช่วงคอนเสิร์ตริมเล #3 ในพื้นที่อำเภอปราณบุรี เต็มเกือบ 100 % แล้ว และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน มีเงินหมุนเวียนในพื้นที่ประมาณ 50 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนสโมสรฟุตบอลเยาวชนปากน้ำปราณ ผู้ที่สนใจสามารถสามารถจองซื้อบัตรได้ที่ Inbox เพจ: Pazanmusicfestival / Line official: @pazanmusicfestival หรือ โทร: 098 – 8282187.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปลัดเทศบาลหัวหิน นำพนักงานข้าราชการและเจ้าหน้าที่เวียนเทียนวันวิสาขบูชา

ปลัดเทศบาลหัวหิน นำพนักงานข้าราชการและเจ้าหน้าที่เวียนเทียนวันวิสาขบูชา

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา ณ วัดบุษยะบรรพต (เขาต้นงิ้ว) โดยมีพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน/เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์ 9 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายผ้าไตรจีวร จตุปัจจัยไทยทาน ปะพรหมน้ำพระพุทธมนต์ มีพนักงานข้าราชการและเจ้าหน้าที่เทศบาล กว่า 100 คน เข้าร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล และสืบทอดประเพณีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป หลังจากนั้นพระครูวิจิตรธรรมวิภัช ได้นำพนักงานข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ร่วมเดินเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ 3 รอบ เป็นอันเสร็จพิธี

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล เพราะชาวพุทธทุกนิกายจะพร้อมใจกันจัดพิธีพุทธบูชาในวันนี้พร้อมกันทั่วทั้งโลก ซึ่งไม่เหมือนวันมาฆบูชาและวันอาสาฬหบูชา ที่เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่นิยมนับถือกันเฉพาะในประเทศไทย, ลาว, และกัมพูชา และด้วยเหตุนี้ ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติจึงยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล ตามข้อมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ โดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่างๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันคล้ายวันที่ “ประสูติ” ของเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงกอปรไปด้วยพระบริสุทธิคุณ, พระปัญญาคุณ ผู้ได้ทรงสั่งสอนประกาศพระสัจธรรม คือความจริงของโลกแก่ชนทั้งปวงโดยพระมหากรุณาธิคุณ จวบจนทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานในวาระสุดท้าย ทั้งสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องในวันเพ็ญเดือน 6 นี้ ทำให้พระพุทธศาสนาได้บังเกิดและสืบต่อมาอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายฝ่ายเข้าช่วยเหลือช้างป่าบาดเจ็บ ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

หลายฝ่ายเข้าช่วยเหลือช้างป่าบาดเจ็บ ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากนายสุวรรณ วงค์นรัตน์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กร 3 ด่านสิงขร ว่าได้พบช้างป่าม อาการบาดเจ็บบริเวณขาหลังข้างซ้าย มีลักษณะบวม เดินไม่ปกติ บริเวณอ่างเก็บน้ำโจน หมู่ 12 บ้านน้ำโจน ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จึงได้มอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามและชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า เข้าตรวจสอบ โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ บินค้นหาและตรวจสอบ

ต่อมาวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี นายสัตวแพทย์อนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี พร้อมทีมสัตวแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรบ้านอ่าวน้อย เข้าร่วมตรวจสอบและให้การรักษาช้างป่าที่มีอาการบาดเจ็บดังกล่าว สัตวแพทย์ฯ ได้วางยาให้ช้างซึม และทำการรักษาด้วยการล้างบาดแผล ให้ยาฆ่าเชื้อ ยาบำรุง สารน้ำ ผ่านเส้นเลือดดำ หลังใบหู พบว่าช้างป่ามีบาดแผลฉกรรจ์ ซึ่งต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปราม ติดตามและเฝ้าระวัง พร้อมรายงานสถานการณ์ของช้างป่าตัวนี้ต่อไป.

ขอบคุณภาพจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการตามพระราชประสงค์หมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ จ.ประจวบฯ – เพชรบุรี

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการตามพระราชประสงค์หมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ จ.ประจวบฯ – เพชรบุรี

วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานกรรมการอำนวยการโครงการตามพระราชประสงค์หมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ บ้านป่าเด็ง – ป่าละอู หุบกะพง ดอนขุนห้วย หนองพลับ – กลัดหลวง จ.ประจวบฯ และ จ.เพชรบุรี ร่วมการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2568 โดยมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายเสรี กัณฑโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ

โครงการตามพระราชประสงค์หมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ บ้านป่าเด็ง – ป่าละอู หุบกะพง ดอนขุนห้วย หนองพลับ – กลัดหลวง จ.ประจวบฯ และ จ.เพชรบุรี เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชประสงค์เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ยากจนให้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน และให้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเข้มแข็งและยั่งยืนสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งขอบเขตการดำเนินงานออกเป็นจำนวน 4 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการใหญ่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ ป่าเด็ง – ป่าละอู จัดตั้งในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 2) โครงการพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หุบกะพง ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี 3) โครงการจัดสรรที่ดินตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย ต.ดอนขุนห้วย อ.ชะอำ และ ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และ 4) โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หนองพลับ – กลัดหลวง จ.ประจวบฯ และ จ.เพชรบุรี นอกจากนี้ ยังมีสหกรณ์อีก 6 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด สหกรณ์โคนมไทย – เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด สหกรณ์การเกษตรหนองพลับรุ่งเรือง จำกัด สหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จำกัด สหกรณ์การเกษตรดอนขุนห้วย จำกัด และสหกรณ์การเกษตรกลัดหลวง จำกัด

การประชุมในวันนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลการใช้ประโยชน์พื้นที่ในโครงการ รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาแนวเขตและการถือครองที่ดินโครงการพัฒนาดินตามพระราชประสงค์หนองพลับ – กลัดหลวง โดยมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์แก่ราษฎรในโครงการ รวมถึงการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรในพื้นที่โครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ต จัดแข่งจักรยานขาไถ มีนักปั่นรุ่นเยาว์จากทั่วประเทศร่วมชิงชัย

บลูพอร์ต จัดแข่งจักรยานขาไถ มีนักปั่นรุ่นเยาว์จากทั่วประเทศร่วมชิงชัย

วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดการแข่งขันจักรยานขาไถสำหรับเด็ก ภายใต้ชื่องาน“Bluport Hua Hin Balance Bike Thailand 2025”ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศจากนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ซึ่งศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ร่วมกับกลุ่มขาไถ Thailand มีเยาวชนอายุระหว่าง 1.6 – 10 ปี จากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันและผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน ที่หัวหินคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ตหัวหิน การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นในรูปแบบ Racing ทางเรียบ แบ่งออกเป็น 29 รุ่นการแข่งขัน โดยมี น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหารบริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด ร่วมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขัน มีนายบุญธรรม ใจวังกา ผู้จัดงานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น สร้างความประทับใจให้แก่บรรดาผู้ปกครองและผู้ชมที่มาร่วมให้กำลังใจน้องๆ ขาไถรุ่นจิ๋วเป็นอย่างมาก

การแข่งขันในครั้งนี้เป็นเวทีให้น้องๆ ได้แสดงศักยภาพด้านกีฬาจักรยานขาไถ พร้อมส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม ผ่านกิจกรรมที่ช่วยฝึกการทรงตัว การใช้กล้ามเนื้อ และการเรียนรู้กติกาอย่างมีวินัย มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ อันเป็นรากฐานสำคัญในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต อีกทั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหินให้คึกคักยิ่งขึ้น ติดตามรายละเอียดกิจกรรม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ตหัวหิน โทร. 032 – 905111 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official และ Line: @Bluport.