Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนุ่มพม่าคลั่ง ควงมีดไล่ฟันตำรวจ โดนวิสามัญฯ ดับคาที่

หนุ่มพม่าคลั่ง ควงมีดไล่ฟันตำรวจ โดนวิสามัญฯ ดับคาที่

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2566 ร.ต.อ.สมยงค์ บานเย็น พนักงานสอบสวน รับแจ้งว่ามีเหตุหนุ่มคลั่งถือมีดไล่ฟันชาวบ้าน เจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าระงับเหตุกลับถูกฟันที่แขน จึงยิงสวนดับคาที่ บริเวณหน้าห้องเช่าริมถนนสายบ้านบน – บ้านยางชุม บ้านหนองมะซาง หมู่ 3 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.วรวัชร แค้มป์วงศ์ ผกก.สภ.กุยบุรี ทราบ และนำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เหตุเป็นห้องแถวจำนวน 9 ห้อง พบร่างชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นหน้าห้องที่ 3 สวมเสื้อยืดสีดำ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนจำนวน 2 นัด ที่ขาและใบหน้า ที่มือซ้ายยังกำมีดเหน็บ ยาวประมาณ 25 – 30 เซนติเมตร อยู่แน่น ห่างออกไป 2 เมตร พบมีดอีกเล่ม ยาว 40 เซนติเมตร ตกอยู่ที่พื้น ใกล้กันพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.จำนวน 2 ปลอก และวิทยุสื่อสารของตำรวจตกอยู่ ตรวจสอบชายที่นอนคว่ำหน้า พบว่าเสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ นายอ่าวโก อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.ประจวบฯ และแพทย์จากโรงพยาบาลกุยบุรี ร่วมตรวจสอบ

ก่อนหน้านั้น มีชาวบ้านแจ้งไปที่ สภ.กุยบุรี ว่ามีชายเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ถือมีดไล่ฟันชาวบ้าน ร.ต.อ.วัฒนชัย คีรีนิล ร้อยเวรจึงนำกำลังชุดสืบสวนเข้าระงับเหตุ แต่นายอ่าวโก เมื่อเห็นตำรวจกลับถือมีดสองมือ วิ่งเข้าหาตำรวจ ทำให้ตำรวจใช้ปืนไฟฟ้ายิงใส่ ซึ่งนายอ่าวโกชะงักล้มลงไปชั่วครู่ จากนั้นลุกขึ้นมาใช้มีดทั้งสองไล่ฟันตำรวจ ทำให้ต้องถอยหนีตั้งหลัก แต่ ส.ต.ต.ธีรภัทร จันทร์สุข ตำรวจชุดสืบสวนที่ร่วมระงับเหตุ เกิดหกล้ม ทำให้นายอ่าวโก ปรี่เข้ามาใช้มีดฟันที่ต้นแขนซ้าย ส.ต.ต.ธีรภัทร จึงชักปืนยิงสวนไป 2 นัด เพื่อป้องกันตัว จนนายอ่าวโกล้มลง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรแจ้งรถพยาบาลให้มารับนายอ่าวโกไปรักษา แต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว

ด้านนายปรีชา โออิด อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคู่เขยของนายอ่าวโก เล่าว่า ตนเป็นผู้แจ้งตำรวจมาระงับเหตุ เนื่องจากนายอ่าวโก เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ถือมีดสองมือเดินไปมา ตนจึงห้ามปราม ซึ่งปกตินายอ่าวโกจะฟังตน แต่ครั้งนี้กลับไม่ฟัง แถมยังวิ่งไล่ฟันตนอีกด้วย ตนจึงวิ่งหนีและโทรแจ้งตำรวจ เมื่อตำรวจมาถึง ก็เข้าไปสั่งให้นายอ่าวโกวางมีดลง เพื่อมาพูดคุยกัน แต่นายอ่าวโกกลับไม่ฟัง ท้าทายต่างๆ นานา พูดจาภาษาไทยปนเมียนมา และคว้ามีดวิ่งไล่ฟัน ตนก็วิ่งหนี จากนั้นได้ยินเสียงปืน จึงได้ทราบว่านายอ่าวโกถูกยิง

นายปรีชา เล่าต่อว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน นายอ่าวโกเคยเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ใช้มีดเฉือนแขนตัวเอง และจะไล่ฟันชาวบ้าน ซึ่งครั้งนั้นตนแจ้งตำรวจมาระงับเหตุได้ทันก่อน โดยนายอ่าวโกเคยมีอาการคล้ายคนที่ของขึ้น คือขึ้นปีนต้นไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วคล้ายกับลิง ซึ่งนายอ่าวโกได้สักยันต์รูปหนุมานไว้ที่ด้านหลังด้วย

ด้าน ร.ต.อ.วัฒนชัย คีรีนิล รอง สวป.สภ.กุยบุรี ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดระงับเหตุ เล่าว่ารับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีคนคุ้มคลั่ง ไล่ฟันชาวบ้าน จึงนำกำลังพร้อมอุปกรณ์ไม้ง่ามสำหรับจับผู้ป่วยจิตเวช หรือคนคุ้มคลั่ง มาถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าผู้ตายยืนอยู่หน้าห้องที่ 3 ในมือทั้งสองข้างถือมีดอยู่ จึงได้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชานำอุปกรณ์ไม้ง่ามลงไปเพื่อเตรียมจับ หลังจากพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง นายอ่าวโก ผู้ตายได้วิ่งใส่ตำรวจ ซึ่งตำรวจใช้ปืนไฟฟ้ายิงใส่ จนทำให้นายอ่าวโกล้มลง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำไม้ง่ามเข้าไปจะจับ แต่นายอ่าวโก กลับลุกขึ้นมาได้ และไล่ฟันตำรวจ จน ส.ต.ต.ธีรภัทร หกล้มหนีไม่ทัน ถูกฟันแขนซ้าย จึงถูกยิงสวนเสียชีวิตดังกล่าว

จากการตรวจสอบที่แขนของ ส.ต.ต.ธีรภัทร พบว่ามีรอยถูกฟันจนแขนเสื้อขาด และรอยแดงๆ ที่แขนเท่านั้น ไม่ได้รับบาดเจ็บมากแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากแพทย์ ฝ่ายปกครอง และตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ร่วมกันตรวจสอบแล้วจึงได้ให้กู้ภัยนำร่างผู้ตายนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ เปิดเวทีฟังความเห็นพันธมิตรร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัด ปี 67

ททท.ประจวบฯ เปิดเวทีฟังความเห็นพันธมิตรร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัด ปี 67

 

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพันธมิตรด้านท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนการตลาดท่องเที่ยวพื้นที่จังหวัดประจวบฯ รวมถึงทิศทางการดำเนินงานด้านตลาดการท่องเที่ยวของ ททท.ประจวบฯ ในปี 2567 โดยมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมรับฟังแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานด้านตลาดการท่องเที่ยวของ ททท.สำนักงานประจวบฯ ประจำปี 2567 ว่ามุ่งสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดประจวบฯ ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของจังหวัด ขายสินค้าที่เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวแก่กลุ่มเป้าหมาย เพิ่มความถี่ เพิ่มการพักค้าง เพิ่มการใช้จ่ายในการเดินทางมาพื้นที ประจวบคีรีขันธ์ 365 วัน เที่ยวได้ทั้งปี ใช้แนวคิดนำเสนอความสุขที่ประจวบคีรีขันธ์ ผ่านทุนวัฒนธรรม 5 F ตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในทุกพื้นที่และการจัดกิจกรรมกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงทั้ง 8 อำเภอของจังหวัด โดยโครงการที่เป็นเรือธงของ ททท.สำนักงานประจวบฯ ได้แก่ Prachuap Hap นำเสนอแนวคิดในการส่งเสริมตลาดและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในเรื่องของความสุขดีและสุขภาพดี ผ่านการนำเสนอขายสินค้าการท่องเที่ยวไปยังกลุ่มเป้าหมาย อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกิจกรรม Hua Hin Yoga Festival การท่องเที่ยวเชิงกีฬา Muang Thai Triahtlon 2024 การท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา กิจกรรมแคมป์ปิ้งฮีลใจ การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยพิชิตเขาล้อมหมวก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว กิจกรรมงาน Hua Hin Wine Expo 2023 กิจกรรมดนตรี งานประเพณีเทศกาล เป็นต้น

“โครงการ Amazing Weekday Prachuap Khiri Khan เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดและช่วงเทศกาล กระจายนักท่องเที่ยวให้เดินทางในพื้นที่ที่นำเสนอขาย ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนทำงานในองค์กร ผ่านกิจกรรมด้านการตลาดและการสื่อสาร โครงการ Internal Tourism@Prachuap เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยให้เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดประจวบฯ ผ่านการนำเสนอขายสินค้า 5 F และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นรูปแบบการเปิดประสบการณ์ เช่น กิจกรรม Amazing ช้างป่ากุยบุรี โครงการ Life Long lay Hua Hin ความสุขหยุดเวลา เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอหัวหิน ผ่านสินค้าและกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น Wellness Vacations, สินค้า 5 F, ทุเรียนป่าละอู, การท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ มวยไทย, กิจกรรมอาหาร, งานเทศกาลและประเพณีต่างๆ ของหัวหิน”

ทั้งนี้โครงการ Prachuap STAR Premium เป็นการเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคุณภาพที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหัวหินและประจวบคีรีขัน ธ์ด้วยการนำเสนอสินค้ามูลค่าสูง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างมีระดับและตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายรายได้สูง ผ่านนำเสนอขายสินค้าการท่องเที่ยวมาตรฐาน ความยั่งยืนรางวัล STAR หรือรางวัล Tourism Awards สินค้าและบริการท่องเที่ยวระดับ Mid – High Spa Health & Wellness สินค้าการท่องเที่ยวประเภท Pet Friendly

ทั้งนี้ ททท.ประจวบคีรีขันธ์ ถือโอกาสรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานพันธมิตรและสื่อมวลชนและขอขอบคุณภาคีเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกันทำงานอย่างแน่นแฟ้น ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา เชื่อมั่นว่าในปี 2567 จะร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปสู่หมุดหมายความยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ต ซ้อมรับมืออัคคีภัย สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

บลูพอร์ตซ้อมรับมืออัคคีภัย สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 พ.ต.อ.ทัยเลิศ ลือปือ ผกก.1 บก.ทท.3, พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สว.ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน, ร.ต.ท.ชาญณรงค์ ชูชื่น รอง สวป.สภ.หัวหิน, จ่าเอกลิขิต หนูนิน รองปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน, นพ.พงษ์ศักดิ์ บุณยะลีพรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และนายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน ร่วมสังเกตการณ์การฝึกซ้อมระงับอัคคีภัยและอพยพหนีไฟที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีการจำลองสถานการณ์พบเหตุไฟฟ้าลัดวงจร บริเวณสต๊อคเก็บลังกระดาษจุดโหลดสินค้า ชั้น G มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองหัวหิน และเจ้าหน้าที่ทีมไฟร์แมนของศูนย์การค้าฯ เข้าระงับเหตุด้วยการดับไฟรูปแบบต่างๆ ทั้งด้วยถังดับเพลิงเคมีและการใช้น้ำ พร้อมค้นหาผู้บาดเจ็บเพื่อให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล รวมถึงขั้นตอนการอพยพพนักงานและนักท่องเที่ยวที่อยู่ภายในศูนย์การค้าออกนอกอาคารเพื่อความปลอดภัย

นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กล่าวว่าบลูพอร์ตหัวหิน ได้ฝึกซ้อมระงับอัคคีภัยอย่างต่อเนื่องทุกปี ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องการป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัยในสถานประกอบการในการทำงานของพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยกำหนดให้พนักงานของสถานบริการมีการอบรมอัคคีภัยปีละไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถปฏิบัติตามแผนระงับอัคคีภัยขั้นต้นและระงับอัคคีภัยขั้นรุนแรงได้ และเพื่อกระตุ้นให้พนักงานทราบถึงผลเสียหายเมื่อเกิดอัคคีภัยและช่วยป้องกัน พัฒนาและเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับพนักงานในการเข้าระงับเหตุ เตรียมความพร้อมของพนักงานและอุปกรณ์การป้องกันอัคคีภัย เพื่อให้เกิดการคล่องตัวและประสานงานที่ดีกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สร้างความมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งผลการฝึกซ้อมในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดีเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สทท. จับมือ สสว. ติวเข้ม SME สู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ สร้างรายได้แบบยั่งยืน

สทท. จับมือ สสว. ติวเข้ม SME สู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ สร้างรายได้แบบยั่งยืน

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 นายอดุลชัย รักดำ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เป็นประธานเปิดโครงการ “SME Restart เตรียมพร้อม SME สู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ เชื่อมโยงชุมชน สร้างรายได้แบบยั่งยืน” ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า จ.ประจวบฯ มีนางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ และสมาชิกสมาคม อาจารย์ยงยุทธ เจริญรัตน์ ที่ปรึกษาโครงการฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา อาจารย์กฤติเดช ทองเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเมืองเก่าเพชรบุรี, ชุมชนท่องเที่ยวถ้ำรงค์ และผู้ประกอบการ SME กว่า 50 คน เข้าร่วมรับฟัง

นายอดุลชัย รักดำ กล่าวว่า ในวาระแรกสมัยที่เข้ามารับตำแหน่งประธาน สทท. ได้ร่วมกันทำโครงการ SME Restart ในปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นที่ภูเก็ต พังงา และสุราษฎร์ธานี ช่วงนั้นประเทศไทยเริ่มมีการเปิด Sandbox เป็นประเทศแรกๆ ของโลก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ สทท. ได้เข้าไปให้ความรู้เรื่อง New Normal เรื่องมาตรฐาน SHA และร่วมกันทำ Workshop กำหนดรูปแบบขั้นตอนการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย จนประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับโลก และได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบ New Normal มากกว่า 4 แสนคนในปี 2562 สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นรายได้รวมมากกว่า 20,000 ล้านบาท ในปี 2566 นี้ สทท. ตั้งเป้าหมายว่าจะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 ล้านคน และจะมากกว่า 40 ล้านคน ในปี 2567 เพื่อไม่ให้ภาคการท่องเที่ยวถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เราได้ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยุคใหม่ให้สมดุลใน 4 มิติ คือ 1.สมดุลผู้ประกอบการรายใหญ่ รายเล็ก SME ต้องอยู่รอด 2.สมดุลเมืองหลัก เมืองรอง ต้องมีการกระจายรายได้และเชื่อมโยงกัน 3.สมดุล Natural – Man made ต้องมีการเพิ่มสินค้าและบริการที่มนุษย์สร้างขึ้น 4.สมดุลแผนระยะสั้น ระยะยาว ต้องมีทั้งแบบ Quick Win และยั่งยืน มีทั้ง Hard Power และ Soft Power

“แต่เดิม การท่องเที่ยวของไทยขายเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ เราต้องเพิ่มมิติของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกีฬา การเป็นเมืองเกษียณโลก เพิ่มมิติของการท่องเที่ยวสีเขียว BCG/SDG และเพิ่มเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยดิจิทัล ในยุคนี้คนท่องเที่ยวต้องเก่งขึ้น มีรายได้มากขึ้นจากการใช้ Marketing Tech ต่างๆ ทั้ง Youtube Tiktok Facebook Metaverse ไปจนถึงการใช้ Technology มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เรื่องต่างๆ เหล่านี้คือหลักสูตร Tourism Transform ที่ สสว. และ สทท. ได้พัฒนาร่วมกันเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว SME ให้มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวยุคใหม่และผมมั่นใจว่าการจัดกิจกรรมครั้งแรกนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการขยายความสำเร็จไปทั่วประเทศ และเป็นจุดหมายที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งของโลกด้านการท่องเที่ยว” นายอดุลชัย กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“หลวงพ่อห่วย” พระเกจิดังเมืองเพชรบุรี ละสังขารสงบ สิริอายุ 87 ปี พรรษา 67 คอหวยแห่แทงเลขเด็ดงวดนี้

“หลวงพ่อห่วย” พระเกจิดังเมืองเพชรบุรี ละสังขารสงบ สิริอายุ 87 ปี พรรษา 67 คอหวยแห่แทงเลขเด็ดงวดนี้

 

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูฌานวัชราภรณ์ (หลวงพ่อห่วย จกฺกวโร) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอชะอำ อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยทรายใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้มรณภาพด้วยอาการอันสงบ ณ โรงพยาบาลหัวหิน จ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม เวลา 22.27 น. หลังอาพาธเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหิน เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สิริอายุรวม 87 ปี พรรษา 67 ท่ามกลางความโศกเศร้าของศิษยานุศิษย์และประชาชนที่ทราบข่าว ทั้งนี้ทางวัดจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ พระครูฌานวัชราภรณ์ ที่ชั้น 2 ศาลาการเปรียญ วัดห้วยทรายใต้ ในวันที่ 20 ตุลาคม เวลา 17.00 น. โดยจะตั้งบำเพ็ญกุศลศพพระครูฌานวัชราภรณ์ เป็นเวลา 100 วัน จากนั้นจึงจะพิจารณาวันพระราชทานเพลิงศพต่อไป ขณะที่ประชาชนต่างนำเลขอายุอดีตเจ้าอาวาสไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้

“พระครูฌานวัชราภรณ์” นามเดิม ห่วย ประมงกิจ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2479 ที่บ้านบางเก่า ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2499 ที่วัดโตนดหลวง ต.บางเก่า อ.ชะอำ โดยมีพระครูพินิจสุตคุณ (หลวงพ่อทองสุข อินทโชโต) วัดโตนดหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวชิรรังสี (หลวงพ่อจันทร์ ธัมมสโร) วัดมฤคทายวัน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูพินิจสมณคุณ (หลวงพ่อหล่อ) วัดหนองศาลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา จักกวโร อยู่จำพรรษาที่วัดโตนดหลวงมาตลอด จนหลวงพ่อทองสุข อินทโชโต เจ้าอาวาสและเป็นอาจารย์ของท่านมรณภาพ ต่อมาหลวงพ่อแผ่ว ปัณทิโต หรือพระครูภาวนาวัชโรภาส เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน หลวงพ่อหรือที่ใครๆ เรียกติดปากว่า “พระอาจารย์ห่วย” ยังคงอยู่ประจำวัดโตนดหลวง จนวันที่ 6 กรกฎาคม 2532 ได้มีชาวบ้านห้วยทรายใต้ และคณะกรรมการวัด พิจารณาว่าวัดห้วยทรายใต้ ไม่มีผู้ปกครองดูแล ไม่มีผู้นำทางที่พึ่งทางจิตใจ เนื่องจากหลวงพ่อโต (น้อย) จุนฺโท อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยทรายใต้ ได้มรณภาพลงด้วยโรคชรา จึงพร้อมใจกันไปกราบอาราธนาพระอาจารย์ห่วย รองเจ้าอาวาสวัดโตนดหลวง มาเป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยทรายใต้จนถึงปัจจุบัน สำหรับวิทยาฐานะของท่าน พ.ศ.2539 สอบได้นักธรรมเอกจากสำนักเรียนวัดเขาทะโมน พ.ศ.2543 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบล ชั้นโท ในราชทินนามที่พระครูฌานวัชราภรณ์ พ.ศ.2551 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม พ.ศ.2556 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอ ชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม

หลวงพ่อห่วย เป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นที่เคารพบูชาของชาวพุทธศาสนิกชนอีกรูปหนึ่งของเมืองเพชรบุรี เป็นพระที่ผู้ใดได้เข้ากราบไหว้จะพบว่าท่านเป็นพระที่เรียบง่าย ใจดี พูดจาไพเราะ ใจเย็น ยิ้มแย้มแจ่มใสกับทุกคน เปี่ยมไปด้วยเมตตา ต้อนรับทุกคนด้วยความเสมอภาค พูดคุยกับญาติโยมอย่างเป็นกันเอง ปัจจุบันวัดห้วยทรายใต้ โดยการนำของหลวงพ่อห่วย ได้ทำการก่อสร้างอาคารเสนาสนะถาวรวัตถุต่างๆ มีพระรัตนเจดีย์ศรีมหาธาตุ สูง 6 ชั้น ตั้งตระหง่านสีแดงทองสวยงาม ภายในจะเป็นรูปปั้นหลวงพ่อโตขนาดใหญ่สูงเท่าตึก 3 – 4 ชั้น ชั้นบนสุดจะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุให้ทุกท่านได้กราบไหว้บูชา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผวา ! คนเลี้ยงวัวเจอลูกกระสุนปืนใหญ่ตกอยู่ใกล้กับบ่อน้ำ

ผวา ! คนเลี้ยงวัวเจอลูกกระสุนปืนใหญ่ตกอยู่ใกล้กับบ่อน้ำ

 

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 พ.ต.อ.อภิธาน ปานอุทัย ผกก.สภ.ปราณบุรี พร้อมด้วย ร.ต.ท.วศิน บูรณศักดิ์ รอง สว.สอบสวน ปลัดฝ่ายปกครองอำเภอปราณบุรี เดินทางมาตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งว่ามีคนเลี้ยงวัวเจอวัตถุคล้ายระเบิดขนาดใหญ่ ที่บริเวณบ้านวังวน หมู่ 8 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางทหาร

ที่เกิดเหตุเป็นป่ากระถิน อยู่ใกล้บ่อน้ำ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นลูกกระสุนปืนใหญ่ ขนาด 105 มม. ตกอยู่ สภาพยังสมบูรณ์ คนเลี้ยงวัวได้นำก้อนหินมาวางไว้รอบๆ และนำลวดหนามมาล้อมไว้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำ Police Line มาล้อมกันไม่ให้เข้าไปใกล้ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิดนำไปทำลาย

จากการสอบถามนายบุญลือ คนเลี้ยงวัว เล่าว่าตนมาที่บ่อน้ำ เพื่อดูว่าในบ่อจะมีน้ำให้วัวกินหรือไม่ เพราะช่วงนี้มีฝนตกบ่อย แต่ต้องตกใจเมื่อเห็นวัตถุคล้ายลูกระเบิดตกอยู่ข้างทางที่วัวลงไปกินน้ำ ห่างจากวัตถุต้องสงสัยไม่ถึงเมตร ตนจึงนำเอาก้อนหินมาล้อมไว้ กันคนไม่รู้จะเข้ามาเหยียบ และนำลวดหนามมาล้อมไว้อีกครั้งป้องกันวัวเดินเข้ามาเตะจะทำให้เกิดระเบิดได้

คาดว่าน่าจะเป็นของทหารที่มีการซ้อม แล้วลอยข้ามเขามาตกดังกล่าว โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมเยี่ยมครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอลที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมเยี่ยมครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอลที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

 

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.อ.วีระชัย ศิระสากร รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอเมืองประจวบฯ นางสุพัตรา ไพฑูรย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบฯ นายนคร ศรีสุทานันท์ รองนายก อบต.อ่าวน้อย นายยูซุป โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวแรงงานไทยที่ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามจำนวน 1 ครอบครัว ที่บ้านเลขที่ 42/4 หมู่ 16 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ พร้อมทั้งให้กำลังใจนางสารภี ช้างทอง อายุ 60 ปี มารดาของนายนราธิป ช้างทอง อายุ 36 ปี ที่ไปทำงานเก็บผลไม้ที่อิสราเอลได้แค่ 2 เดือนจากสัญญาจ้าง 2 ปี โดยได้พูดคุยกับนายนราธิป ผ่านวิดีโอคอลนานกว่า 10 นาที ทราบว่าเจ้าตัวอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและประสงค์จะขออยู่ทำงานต่อ

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯ มีประชาชนในพื้นที่เดินทางไปทำงานประเทศอิสราเอลจำนวนรวม 4 ราย และเดินทางกลับประเทศไทยแล้วเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 1 ราย พร้อมกันนี้เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับครอบครัวนายนราธิปแรงงานไทยในอิสราเอลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป.

 

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รวบตัวแล้ว สาววัย 16 ทิ้งศพทารกในถังขยะห้องน้ำปั๊มน้ำมัน

รวบตัวแล้ว สาววัย 16 ทิ้งศพทารกในถังขยะห้องน้ำปั๊มน้ำมัน

 

จากกรณีที่มีการพบศพทารกถูกทิ้งลงถังขยะในห้องน้ำของปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท.โรงสูบ ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันก่อน

ล่าสุดวันที่ 17 ตุลาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามพบรถจักรยานยนต์และบุคคลต้องสงสัย ตามที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิด จึงได้นำตัวผู้ต้องสงสัยคือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พร้อมมารดา มาสอบสวนที่ สภ.ปราณบุรี

นางสาวเอ ยอมรับว่าได้ไปเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าวจริง โดยในขณะนั้นตนมีอาการปวดท้อง ระหว่างเข้าห้องน้ำนั้น มีก้อนเลือดออกมาจากช่องคลอด ติดกับผ้าอนามัยที่ตนใส่ น.ส.เอ จึงใช้ผ้าอนามัยห่อก้อนเลือดดังกล่าวทิ้งในถังขยะในห้องน้ำ อ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นร่างทารก จากนั้นจึงชำระร่างกายก่อนเดินออกจากห้องน้ำไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มารดาจอดรออยู่แล้วขับออกไป

ทั้งนี้ น.ส.เอ อ้างว่าไม่ทราบว่าตั้งท้องตั้งแต่เมื่อไร และไม่ทราบว่าก้อนเลือดที่ออกมานั้นเป็นร่างทารก จึงทิ้งไว้ในถังขยะและไม่ได้บอกให้มารดาทราบแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบสวนปากคำ น.ส.เอ เบื้องต้น และส่ง น.ส.เอ ไปตรวจร่างกาย เพื่อจะทำการสอบสวน รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พช.ประจวบฯ ดึงต้นแบบ ‘โคก หนอง นา โมเดล’ สร้างอาชีพผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ

พช.ประจวบฯ ดึงต้นแบบ ‘โคก หนอง นา โมเดล’ สร้างอาชีพผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ

วันที่ 17 ตุลาคม 2566 นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ เข้าพบนายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบฯ เพื่อหารือประเด็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังสู่การจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ OTOP 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าในเรือนจำ ตามแนวทาง โคก หนอง นา โมเดล ซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบฯ และเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ให้การต้อนรับและนำชมการดำเนินงานดังกล่าวในพื้นที่ซึ่งมีฐานการเรียนรู้ต่างๆ เช่น การทำการเกษตรแบบผสมผสาน การเลี้ยงสัตว์ การเพาะเห็ด การปลูกถั่วงอกในบ่อซีเมนต์ การทำปุ๋ยหมัก การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากไส้เดือนดิน เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้พื้นที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการพัฒนาฝีมือให้แก่ผู้ต้องขัง เพื่อที่จะสามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้หลังจากได้รับอิสรภาพ

ทั้งนี้กรมการพัฒนาชุมชนได้น้อมนำแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชนบท ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวคิดทฤษฎีใหม่ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความสุข ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง โดยจัดทำโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม การพึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการตนเองและชุมชนให้มีความสุขได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ ทั้งนี้ หลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 เห็นชอบอนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้เน้นย้ำไปยังจังหวัดทั้ง 73 จังหวัดทั่วประเทศ ออกหนังสือขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 73 จังหวัด 571 อำเภอ 3,246 ตำบล 25,179 ครัวเรือน ร่วมดำเนินการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภ.เมืองประจวบฯ ทำบุญให้บรรพบุรุษตำรวจและเหล่าตำรวจวีรชนผู้กล้าสงครามโลก ในวันตำรวจ

สภ.เมืองประจวบฯ ทำบุญให้บรรพบุรุษตำรวจและเหล่าตำรวจวีรชนผู้กล้าสงครามโลก ในวันตำรวจ

วันที่ 17 ตุลาคม 2566 พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทร์ทึก รอง ผกก.ปราบปราม พ.ต.ท.พจกรณ์ พรมมายะกูล รอง ผกก.สอบสวน, พ.ต.ท.ศักดา จำปาทอง รอง ผกก.สืบสวน, พ.ต.ท.ทินพรรณ สุจจานันท์ สารวัตรปราบปราม นำเจ้าหน้าที่ข้าราชการตำรวจในสังกัด แม่บ้านตำรวจและคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ – สามเณร จำนวน 5 รูป พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีไหว้พระพุทธ ไหว้ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ ศาลตายาย บรรพบุรุษตำรวจ วีรชนตำรวจผู้กล้าสงครามโลกครั้งที่ 2 และพิธีวางพวงมาลัยอนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่บริเวณสถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถนนสละชีพ เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ

ทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลสร้างขวัญกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานและครอบครัวของข้าราชการตำรวจ เนื่องในวันตำรวจ 17 ตุลาคม 66 อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกและอุทิศบุญกุศลไปให้ข้าราชการตำรวจที่ได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่และบรรพบุรุษตำรวจที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว รวมถึงวีรชนตำรวจผู้กล้าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในอดีต การถือกำเนิดตำรวจ เกิดขึ้นเมื่อ 163 ปี ตั้งแต่ยุคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยทรงโปรดเกล้าฯ จัดตั้งกองโปลิศขึ้นในปี พ.ศ.2403 มีภารกิจในการรักษาความสงบภายในประเทศ

เดิมวันตำรวจตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เนื่องจากวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2458 เป็นวันประกาศรวม “กรมพลตระเวน” กับ “กรมตำรวจภูธร” เป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า “กรมตำรวจ” จึงถือเอาวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันตำรวจ ต่อมาในปี พ.ศ.2560 ได้มีการเปลี่ยนแปลงวันตำรวจเป็นวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปี เพราะวันที่ 13 ตุลาคม ตรงกับวันนวมินทรมหาราช วันเสด็จสวรรคตในหลวง รัชกาลที่ 9 จึงได้ยึดตามวันที่มีการเปลี่ยนแปลงจากกรมตำรวจเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2541 และยึดเอาวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันตำรวจจนถึงปัจจุบัน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน