Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สมาคมทหารผ่านศึกฯ ส่วนแยกปราณบุรี จัดมินิคอนเสิร์ตการกุศล

สมาคมทหารผ่านศึกฯ ส่วนแยกปราณบุรี จัดมินิคอนเสิร์ตการกุศล

วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 พ.อ.(พิเศษ) วราพันธุ์ สุดทำ ประธานสมาคมทหารผ่านศึกกรุงเทพฯ (ส่วนแยกปราณบุรี) พร้อมด้วย อส.ทพ.เอนก ทองกระจ่าง รองประธานฯ, พ.อ.(พิเศษ) สมเพชร ปาปะโข ที่ปรึกษากฎหมายสมาคม และคณะกรรมสมาคม ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “มินิคอนเสิร์ตการกุศล รำวงย้อนยุค อ้อดโฟร์เอส” ในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.00 – 14.30 น. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน ท่ามกลางสมาชิกจำนวนมากร่วมรับฟังที่สำนักงานสมาคมทหารผ่านศึกกรุงเทพฯ (ส่วนแยกปราณบุรี) อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

พ.อ.(พิเศษ) วราพันธุ์ สุดทำ กล่าวว่า จากที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) กรุงเทพฯ มีคำสั่งให้ทุกจังหวัดต้องมีสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดขึ้น ด้วยเหตุนี้สมาชิกทหารผ่านศึกทั้ง อ.ปราณบุรี และ อ.หัวหิน รวมถึงทุกอำเภอได้เห็นถึงความสำคัญนี้ จึงได้ประชุมสมาชิกและจัดตั้งคณะกรรมและประธานสมาคมทหารผ่านศึกกรุงเทพมหานคร (ส่วนแยกปราณบุรี) ขึ้น เพื่อดูแลสมาชิกที่เจ็บป่วย, ชราภาพ ทุพพลภาพและเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกอยู่ประมาณ 100 คน พร้อมทั้งเตรียมจัดมินิคอนเสิร์ตการกุศล รำวงย้อนยุค อ้อดโฟร์เอส เพื่อหารายได้เป็นกองทุนช่วยเหลือสมาชิกดังกล่าว รวมถึงจัดหาคุรุภัณฑ์การแพทย์ช่วยเหลือครอบครัวทหารผ่านศึกและส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาคช่วยเหลือหน่วยงานอื่นๆ ที่ขาดแคลนภายในจังหวัดประจวบฯ และจัดหาเครื่องแต่งกายให้กับกองเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึกใช้ในพิธีฌาปนกิจทหารผ่านศึกที่เสียชีวิตด้วย

สำหรับบัตรจำหน่ายมี 2 ราคา คือ 1,000 บาท (2 ที่นั่ง) และ 2,000 บาท (4 ที่นั่ง) พร้อมอาหารว่างบริการ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อซื้อบัตรได้ที่สมาชิกของสมาคมที่ออกไปประชาสัมพันธ์ หรือสอบถามได้ที่ พันเอก(พิเศษ) วราพันธุ์ สุดทำ โทร. 095 – 6942516 ประธานสมาคมทหารผ่านศึกฯ และพันเอก(พิเศษ) สมเพชร ปาปะโข โทร.081 – 4963025 ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายสมาคมทหารผ่านศึกฯ.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองฯ จัดเดินวิ่งการกุศล RESCUES SAVES LIVES 2023

มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองฯ จัดเดินวิ่งการกุศล RESCUES SAVES LIVES 2023

วันที่ 2 กรกฎาคม 2566 นายสมเจตร์ เจริญทรง นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานเปิดการแข่งขันเดิน – วิ่งการกุศล RESCUES SAVES LIVES 2023 ที่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จัดโดยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน มีนายเสียวเง็ก จิรวัฒนาภรณ์ ประธานมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน กล่าวรายงาน และมีนายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี นายสราวุธ ลิ้มอรุณลักษณ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก นายวสุ โชคกิจการ นายลือยศ ภู่ทอง ส.จ.อำเภอทับสะแก นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว กำนันตำบลเขาล้าน นายภัควัฒน์ วิทยาปัญญานนท์ หัวหน้ากู้ภัยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน ร่วมในพิธีเปิด

มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานเป็นองค์กรการกุศล ในรูปสังคมสงเคราะห์หน่วยหนึ่งของชาวอำเภอทับสะแก มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบอุบัติเหตุในกรณีต่างๆ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ และช่วยเหลือสังคม ซึ่งมีอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยของมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจ ในการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยทุกครั้งจะต้องมีหัวใจสำคัญในการปฏิบัติภารกิจ คือบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์กู้ชีพ และยานพาหนะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีประสิทธิภาพและศักยภาพควบคู่กันไป

ดังนั้น อุปกรณ์กู้ชีพที่ติดตั้งในยานพาหนะกู้ชีพจึงมีความสำคัญไม่แพ้สิ่งใด ปัจจุบันมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน มีรถกู้ชีพฉุกเฉินจำนวน 2 คัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจที่เกิดขึ้น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงได้บริจาครถตู้เปล่าให้แก่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานเพื่อใช้สำหรับเป็นรถกู้ชีพฉุกเฉิน แต่ยังขาดอุปกรณ์กู้ชีพที่จำเป็นต้องติดตั้งภายใน ราคาประมาณ 500,000 บาท ทางมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานจึงมีความประสงค์จัดกิจกรรมระดมทุน เพื่อใช้ในการปรับปรุง และพัฒนารถกู้ชีพฉุกเฉินของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานให้มีเครื่องมือกู้ชีพที่มีประสิทธิภาพและมีศักยภาพ เพื่อนำไปช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบเหตุหรือประสบภัยในพื้นที่อำเภอทับสะแกและพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คนเก็บของเก่าเจอกล่องต้องสงสัย เกรงเป็นซากทารกถูกนำมาทิ้ง

คนเก็บของเก่าเจอกล่องต้องสงสัย เกรงเป็นซากทารกถูกนำมาทิ้ง

วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรปราณบุรี รับแจ้งจากอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างแผ่ไพศาลธรรมสถานปราณบุรี ว่ามีคนเก็บของเก่าพบกล่องพัสดุต้องสงสัยวางทิ้งไว้ใต้ต้นหนามพุงดอ ภายซอยดูโอ บ้านตำหรุ หมู่ 2 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นป่ารกทึบ เกรงว่าจะเป็นวัตถุอันตราย หรือไม่ก็มีการเอาทารกที่ถูกแม่ใจร้ายนำเอามาทิ้งไว้ก็เป็นได้ จึงประสาน ร.ต.ต.สุวรรณ จงดี สายตรวจรถยนต์ไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฯ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบกล่องพัสดุต้องสงสัยวางอยู่ในพุ่มต้นหนามพุงดอ เป็นกล่องพัสดุสีขาว มีชื่อผู้ส่งและผู้รับ ถูกปากเคมีเขียนทับไว้ มีแต่ที่อยู่ ซึ่งเป็นที่อยู่ๆ ใกล้จุดที่พบกล่อง มีเชือกพลาสติกสีเขียวมัดไว้เรียบร้อย แต่มีพวงมาลัยดอกมะลิวางอยู่บนกล่องดังกล่าวอยู่ด้วย จึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นวัตถุอันตราย แต่อาจจะเป็นร่างทารกหรือสัตว์

เจ้าหน้าที่จึงนำกล่องออกมาเพื่อเปิดดู ก็พบผ้าเช็ดตัวสีขาว ห่อหุ้มบางอย่างและมีกลิ่นเหม็นเน่าลอยขึ้นมา เมื่อเปิดผ้าออกมา เป็นแมวสีขาวนอนตาย สภาพเริ่มเน่า จึงได้นำร่างแมวไปฝัง

จากการสอบถามคนเก็บของเก่า เล่าว่าตนกำลังเดินเก็บขยะในบริเวณนี้ เมื่อเดินมา สังเกตเห็นกล่องพัสดุสีขาววางอยู่ใต้ต้นหนามพุงดอ ด้วยความสงสัยจึงเดินเข้ามาดูใกล้ๆ แต่ไม่กล้าเปิดดู ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ

ประจวบฯ จัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีทบทวนคำปฏิญานและสวนสนามของลูกเสือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2566 ที่อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนางกันยมาส ชูจีน หัวหน้าสำนักงานลูกเสือจังหวัดประจวบฯ ลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษาและผู้บังคับบัญชาจากสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดประจวบฯ รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 500 คน จากนั้นมีการเดินสวนสนามของกองลูกเสือ เนตรนารี เชิญธงลูกเสือประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่วมทบทวนคำปฏิญาณของลูกเสือและเนตรนารีอย่างพร้อมเพรียงกัน

เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2566 สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้กำหนดให้สำนักงานลูกเสือทุกจังหวัด จัดงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 พร้อมกันทั้งประเทศ และการจัดงานชุมชุมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ เป็นอย่างดี ประกอบด้วยอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อบต.คลองวาฬ สถานีตำรวจภูธรคลองวาฬ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก หน่วยลูกเสือจิตอาสาที่ลูกเสือ เนตรนารีเข้าร่วมพิธีในวันนี้

โอกาสนี้ ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีรับเครื่องหมายเข็มเชิดชูเกียรติลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน และผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน โดยมีผู้ที่ได้รับเครื่องหมายเข็มเชิดชูเกียรติลูกเสืออาสาพระราชทาน และผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน จำนวน 99 คน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประสานกรมฝนหลวงฯ เร่งทำฝนเทียมเติมน้ำดิบในอ่างขนาดกลางสองอำเภอ

ประสานกรมฝนหลวงฯ เร่งทำฝนเทียมเติมน้ำดิบในอ่างขนาดกลางสองอำเภอ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 เปิดเผยว่าหลังจากพื้นที่อำเภอบางสะพานและบางสะพานน้อย ประสบภัยแล้งอย่างหนัก ประชาชนได้รับความเดือดร้อนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค เนื่องจากประปาส่วนภูมิภาคขาดแคลนน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำหลักขนาดกลางเพื่อนำมาผลิตน้ำประปา จากการพยากรณ์ล่วงหน้าคาดว่าหลังจากนี้ ฝนทิ้งช่วงนานกว่า 3 – 4 เดือน

นายประมวล กล่าวว่าเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน ล่าสุดได้ประสานไปยังนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอให้ระดมเครื่องบินฝนหลวงจากหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ทำการขึ้นปฏิบัติการทำฝนหลวง ในวันที่ 3 – 5 กรกฎาคม นี้ ตามโครงการ pilot project ในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อยและบางสะพาน ทั้งนี้วันที่ 5 กรกฎาคม อธิบดีกรมฝนหลวงฯ จะเดินทางลงพื้นที่สองอำเภอ เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

ล่าสุด สถานการณ์ภัยแล้งที่อำเภอบางสะพานน้อย คาดว่าอีกไม่เกิน 5 วัน ประชาชนจะขาดน้ำเพื่อการอุปโภค เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำช้างแรก จะเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ส่งผลกระทบกับประชาชนกว่า 4,000 ครัวเรือน

ด้านนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย ลงพื้นที่ดูแหล่งน้ำสำรอง ร่วมกับ ส.จ.ปราโมทย์ ตั้งซุยยัง ปภ.จังหวัด ปภ.เขต 4 นายก อบต.บางสะพาน บริเวณบ่อทราย ทั้ง 3 บ่อ ตรงข้ามวัดต้นตาล อ.บางสะพานน้อย เพื่อนำน้ำไปผลิตน้ำประปาส่วนภูมิภาค ประคองสถานการณ์ภัยแล้งก่อน โดยการประปาจะนำโมบายแพนท์ มาติดตั้งในบริเวณนี้ ประมาณวันที่ 10 – 15 กรกฎาคมนี้ ขนาด 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง แต่คาดว่าจะผลิตน้ำได้เพียง 80 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น เนื่องจากน้ำมีความขุ่นมาก ในหนึ่งวันจะสามารถผลิตน้ำได้เพียง 2,000 ลูกบาศก์เมตร ในช่วงที่รอการติดตั้ง อาจจะทำให้ผู้ใช้น้ำประปาขาดน้ำได้ ขณะนี้การประปาส่วนภูมิภาคกำลังประคองสถานการณ์เพื่อให้มีน้ำใช้ในช่วงที่รอติดตั้งโมบายแพนท์ ในช่วง 2 – 3 เดือนข้างหน้านี้ น้ำประปาอาจจะมีสีขุ่นบ้าง ควรงดนำน้ำไปดื่มกินโดยตรง.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดสวนสนามในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2566

หัวหินจัดสวนสนามในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2566

วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย นำถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สนามโรงเรียนหัวหิน พร้อมกล่าวให้โอวาท โดยโรงเรียนหัวหินจัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามลูกเสือ เนื่องในวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2566 เป็นปีที่ 112 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี มีว่าที่พันตรีกิตติธัช แสนภูวา ผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียนหัวหิน นายอมร พัฒน์ทอง รองประธานสภาเทศบาลเมืองหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี มีผู้บังคับบัญชาลูกเสือสามัญ สามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสือวิสามัญ ลูกเสือเนตรนารี โรงเรียนหัวหิน โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก โรงเรียนเทศบาลบ้านตะเกียบ โรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้าย โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย รวมทั้งสิ้น 1,425 คน ร่วมประกอบพิธี กล่าวทบทวนคำปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ จากนั้น ประธานในพิธีมอบเข็มลูกเสือผู้บำเพ็ญประโยชน์ประจำปี 2565 ของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ จากประกาศการคัดเลือกลูกเสือที่กระทำตัวเป็นประโยชน์ต่อกิจการลูกเสือไทย มีลูกเสือผู้บำเพ็ญประโยชน์ชั้นที่ 2 โรงเรียนหัวหินจำนวน 2 ราย และชั้นที่ 3 จำนวน 1 ราย

พิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีอีกวาระหนึ่ง เป็นปี ที่ 112 ของการลูกเสือไทย สำหรับในปีที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชาลูกเสือโรงเรียนและผู้นำสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ ได้จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชน เพื่อฝึกทักษะความมีระเบียบวินัยต่อตนเองและส่วนรวม อันเป็นแนวทาง ในการที่จะฟื้นฟูพัฒนากิจการลูกเสือให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เยาวชนไทยได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติที่มีต่อคณะลูกเสือไทย นอกจากการพัฒนาฟื้นฟูกิจการลูกเสือแล้ว ทุกกิจกรรมที่จัดขึ้นยเพื่อสร้างความสมานฉันท์และความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของคณะลูกเสือทั้งปวง.

สุทธิศรี อนุคฤหานนท์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รถกระบะเบรกกะทันหัน รถทัวร์ตามหลังมาชนสนั่นบนถนนบายพาส มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

รถกระบะเบรกกะทันหัน รถทัวร์ตามหลังมาชนสนั่นบนถนนบายพาส มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 1 กรกฎาคม 2566 พ.ต.ท.สุนทร พราหมณ์สังข์ สว.สอบสวน สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้น เสียหลักตกลงไปข้างทาง บนถนนบายพาสชะอำ – ปราณบุรี หลักกิโลเมตรที่ 10+200 ขาล่องใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานรถกู้ชีพ รพ.ชะอำ กู้ภัยสว่างสรรเพชรฯ กู้ภัยทางหลวง มูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน รถดับเพลิงเทศบาลเมืองชะอำ นำเครื่องตัดถ่างออกช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณแยกไฟแดงห้วยตะแปด พบรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้น ทะเบียน 15 – 6377 กรุงเทพฯ ตกลงไปข้างทาง กระจกหน้าแตก หน้ารถได้รับความเสียหาย มีผู้โดยสารชาวไทยนั่งมาด้วย 46 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขาขวา ทราบชื่อคือนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี ชาวนราธิวาส ใกล้จุดเกิดเหตุพบรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ทะเบียน นข – 6643 จ.นครศรีธรรมราช มีผู้โดยสารมาจำนวน 5 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

นอกจากนี้ยังพบรถกระบะสีขาว 4 ประตู ทะเบียน กบ – 9391 นครปฐม ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ขาข้างซ้ายหัก 1 ข้าง ติดภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยนำตัวออกมาจากซากรถ นำส่งโรงพยาบาลชะอำ ทราบชื่อคือนายบี (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี เป็นคนขับ ภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อนางซี (นามสมมุติ) 46 ปี โดยรถกระบะและรถตู้มีรอยถูกชนพังยับ ได้รับความเสียหายทั้งสองคัน จากการสอบถามคนขับรถทัวร์ ให้การอ้างว่าก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถพาส่งผู้โดยสารออกมาจากกรุงเทพฯ เพื่อไปที่สุไหงโกลก พอมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นรถกระบะ 4 ประตูสีขาวเบรกรถกะทันหัน ตนจึงเหยียบเบรกตาม แต่ไม่อยู่ จึงตัดสินใจหักรถทัวร์ลงซ้าย แต่ไม่พ้นไปชนรถตู้ก่อนเสียหลักตกลงข้างทาง เบื้องต้นผู้โดยสารทั้ง 46 ราย ได้ย้ายสัมภาระไปขึ้นรถทัวร์คันใหม่ที่มารับเปลี่ยนผู้โดยสารเพื่อเดินทางต่อไปยังสุไหงโกลก ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานเขาสามร้อยยอด เตรียมทำพิธีสาปแช่งผู้ลักลอบตัด – ครอบครองหินพระธาตุ

อุทยานเขาสามร้อยยอด เตรียมทำพิธีสาปแช่งผู้ลักลอบตัด – ครอบครองหินพระธาตุ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่าเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดได้วางแผนจับกุมผู้ลักลอบเข้ามาตัดหินพระธาตุ บริเวณถ้ำมังกร หมู่ 5 บ้านเกาะไผ่ ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด โดยมีการเปิดบ่อเก่าและบ่อใหม่ รวมจำนวน 3 บ่อ พบว่ามีการตัดหินทิ้งไว้แล้วเพื่อรอการขนย้ายลงมา จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ประจวบฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ดักซุ่มจนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 7 คน พร้อมของกลางเป็นหินพระธาตุสีแดงและสีน้ำตาล น้ำหนักก้อนละไม่ต่ำกว่า 20 – 30 กิโลกรัม จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด จัดทำบันทึกการจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

“พร้อมกันนี้ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เพิ่มความเข้มข้นในการออกตรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพื้นที่ หรือ SMART Patrol ตลอดจนการทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชนและราษฎรในพื้นที่ ว่าการเข้ามาลักลอบตัดหินในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นการกระทำผิดกฎหมายพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ซึ่งปัจจุบันมีโทษหนัก และขอเตือนไปยังผู้รับซื้อหินจากผู้ลักลอบตัดหินในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ว่าหากมีหลักฐานสามารถเชื่อมโยงไปยังผู้รับซื้อหิน ถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด โดยได้รับรายงานจากผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ว่าจะมีการจัดพิธีกรรมเพื่อสาปแช่งผู้เข้ามาลักลอบตัดหินพระธาตุ ผู้รับซื้อหินพระธาตุ ตลอดจนผู้ครอบครองหินพระธาตุเหล่านี้ ดังนั้นผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดและผู้ครอบครองหินพระธาตุอาจโชคไม่ดีด้วย”

ทั้งนี้ “หินพระธาตุ” เป็นที่ต้องการของกลุ่มนายทุนผู้รับซื้อที่ต้องการนำไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปและเครื่องประดับเพื่อจำหน่าย ตามความเชื่อของคนบางกลุ่มว่าพระธาตุเหล่านี้เกิดจากพระอรหันต์มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นที่ต้องการและมีราคาสูง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อำเภอบางสะพานร่วมแสดงมุทิตา เจ้าอาวาสวัดห้วยทรายขาวเป็นพระอุปัชฌาย์

อำเภอบางสะพานร่วมแสดงมุทิตา เจ้าอาวาสวัดห้วยทรายขาวเป็นพระอุปัชฌาย์

วันที่ 27 มิถุนายน 2566 พระครูเมตตาปุญโญภาส เจ้าคณะอำเภอบางสะพาน เป็นประธานมอบตราตั้งพระอุปัชฌาย์ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 9 แห่งกฎหมายเถรสมาคม ฉบับที่ 17 พ.ศ.2536 ว่าด้วยการแต่งตั้ง ถอดถอนพระอุปัชฌาย์ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 จึงแต่งตั้งให้พระมหาสมจริง ฉายาสุวรรณชูโต อายุ 52 ปี พรรษา 31 วิทยฐานะ ป.ธ.ท 7 น.ธ.เอก วัดห้วยทรายขาว ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันมีตำแหน่งทางปกครองคณะสงฆ์ เป็นเจ้าคณะตำบลพงศ์ประศาสน์ ดำรงตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ในเขตที่ปกครอง มีหน้าที่เป็นประธานและรับผิดชอบในการบรรพชาอุปสมบท และมีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎมหาเถรสมาคม

โดยมีนายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้อ่านตราตั้งพระอุปัชฌาย์ พร้อมด้วยนายบุญเริ่ม เหมือนแท้ อดีตกำนันตำบลกำเนิดนพคุณ นายวิเชียร เกตุงาม กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ นางสุรางค์ แซ่ตั้ง นายกเทศมนตรีตำบลกำเนิดนพคุณ และคณะครูโรงเรียนบางสะพานวิทยา นักเรียน ชาวอำเภอบางสะพาน ร่วมแสดงมุทิตาแสดงความยินดีกับตำแหน่งพระอุปัชฌาย์วัดห้วยทรายขาว

ทั้งนี้ขบวนแห่ตราตั้งพระอุปัชฌาย์ เริ่มจากวัดนาผักขวง มีประชาชนร่วมขบวนแห่รถยนต์กว่าร้อยคัน พร้อมขบวนแห่กลองยาว จากหน้าตลาดนัดวันพฤหัสบดี แห่เข้ามาในวัด วนรอบโบสถ์ 3 รอบ มีระนาดเอกจากนักเรียนโรงเรียนบางสะพานวิทยา มาบรรเลงหน้าโบสถ์ มีประชาชนมาร่วมแสดงมุทิตากับตำแหน่งพระอุปัชฌาย์วัดห้วยทรายขาว กว่า 100 คน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

ข่าวแนะนำ

ชิงเก้าอี้ สส.เขต 3 ประจวบฯ ดุเดือด “กำนันสวาป – มนัญญา” ส่ง “เดียร์-พงษ์พันธ์” สวมเสื้อภูมิใจไทย ยื่นสมัครได้เบอร์ 7 หวังล้มแชมป์เก่า“ประมวล-กล้าธรรม” ส่วนม้ามืด “ซี-นิติ” ปชป. มีเบียดลุ้น

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตังเกดวงกุด ! เชือกอวนขาดดึงร่างจมดับกลางทะเล

ตังเกดวงกุด ! เชือกอวนขาดดึงร่างจมดับกลางทะเล

เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 29 มิถุนายน 2566 ร.ต.อ.อาทิตย์ บุตรละคร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกประจวบคีรีขันธ์ หรือ PIPO ว่ามีลูกเรือประมงจมน้ำเสียชีวิต นำมาขึ้นฝั่งแล้วรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจชันสูตร ที่บริเวณสะพานปลาอ่าวน้อย หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังรับแจ้งจึงเดินทางพร้อมด้วย ด.ต.จักรพงษ์ อินทนพ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองประจวบฯ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน ร่วมตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ

เมื่อไปถึงสะพานปลา พบว่าเรือประมงอวนลาก ขนาด 70.17 ตันกรอส กำลังเข้าจอดเทียบท่าเรือที่สะพานปลา มีศพแรงงานประมงชายไทยนอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นเรือ มีผ้าคลุมร่างเอาไว้ ท่ามกลางชาวบ้านและไทยมุงยืนดูจำนวนมาก ทราบชื่อต่อมาคือนายประสิทธิ์ สายทอง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 265 หมู่ 8 ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง เนื่องจากตัวเริ่มแข็งทื่อ จากการตรวจสอบตามร่างกายพบรอยสักทั้งแขนและขา หัวไหล่ซ้ายสักคำว่า “พ่อ” ไหล่ขวาสักคำว่า “แม่” แต่ไม่พบบาดแผลใดๆ นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีน้ำตาลแดง สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายภาพบันทึกเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมให้มูลนิธินำศพส่งให้แพทย์โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ตรวจชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะประสานติดต่อให้ญาติมารับศพกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

จากการสอบสวนลูกเรือคนอื่น เล่าว่าขณะกำลังทำการประมงเรืออวนลากอยู่กลางทะเล ห่างจากฝั่งประมาณ 7 ไมล์ทะเล ระหว่างนั้นผู้เสียชีวิตได้จับประคองอวนตาข่ายไว้ แต่เชือกสำหรับผูกรั้งตาข่ายอวนเกิดขาด ทำให้เชือกของอวนลากดึงร่างของผู้เสียชีวิตตกลงไปในทะเล เป็นเหตุให้สำลักน้ำเสียชีวิต โดยลูกเรือได้พยายามช่วยกันปั๊มหัวใจและปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อยื้อชีวิตแล้ว แต่ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญลูกเรือ ไต๋เรือและนายท้ายเรือ รวมไปถึงเจ้าของผู้จัดการเรือ มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ