Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัด “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์” หรือ “Young Digital News Providers” รุ่นที่ 7 ประจำปี 2566

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัด “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์” หรือ “Young Digital News Providers” รุ่นที่ 7 ประจำปี 2566

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัด “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์” หรือ “Young Digital News Providers” รุ่นที่ 7 ประจำปี 2566 ภายใต้ โครงการความร่วมมือองค์กรสื่อขับเคลื่อนพัฒนาวิชาชีพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อเพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในวันที่ 22-24 กันยายน 2566 ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี บริหารจัดการหลักสูตรโดย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้ในทุกมิติของการผลิตข่าวบนโลกดิจิทัล อาทิ ทิศทางในการนำเสนอข่าวสารและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัล, การใช้เครื่องมือบนเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ, การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย, เรียนรู้จริยธรรมการนำเสนอข่าวที่ถูกต้องและเหมาะสม, การวางแผนการตลาดและประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ข่าว และสื่อสังคมออนไลน์ อีกทั้งจัดให้มีการประกวด “เว็บไซต์ข่าวฝึกปฏิบัติยอดเยี่ยมระดับอุดมศึกษา” โดย นิสิต นักศึกษาส่งผลงานจริงเข้าประกวดหลังจากได้รับการฝึกอบรมไปแล้ว เพื่อสร้างผู้ผลิตข่าวรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ ถูกต้อง และมีความเข้าใจบทบาทภารกิจที่แท้จริงของผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ก่อนที่จะก้าวไปสู่การทำงานอย่างมืออาชีพ

เนื้อหา และวิทยากรร่วมโครงการ ดังนี้ SPARK YOURSELF คุณกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการข่าว 3 มิติ, จริยธรรมและกฎหมายที่ควรรู้ในการผลิตข่าวออนไลน์ อ. ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ อาจารย์พิเศษด้านกฎหมายเทคโนโลยี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษากฎหมายสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์, Data Journalism คุณสันติชัย อาภาร์ศรี บรรณาธิการ Rocket Media Lab, Content Strategy คุณชุตินธรา วัฒนกุล บรรณาธิการบริหารข่าวออนไลน์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส, Creative Marketing คุณรัฐโรจน์ จิตรพนาCreative Marketing, THE STANDARD , UX / UI Design คุณณัฐพล เกียรติกอบชัย Lead UX/UI Designer, CLEVERSE

เปิดรับ นิสิต นักศึกษา สาขานิเทศศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์หรือสื่อสารการตลาด, สาขาการออกแบบสื่อดิจิทัล, สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ในชั้นปีที่ 2 เป็นต้นไป รวม 30 คน จากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยต้องมีคุณสมบัติ 3 ด้านๆ ละ 1 คนดังนี้

  1. ด้านการบรรณาธิกรณ์ (Editorial)
  2. ด้านการออกแบบกราฟฟิกและมัลติมีเดีย (UX/UI Design)
  3. ด้านการตลาดเนื้อหาและการสร้างรายได้ (Content Marketing & Monetization)

การรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการมีทั้งแบบ “โควตา” ตัวแทนจากสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 15 คน โดยสถาบันการศึกษาต้องเป็นผู้คัดเลือกและส่งรายชื่อ สถาบันละ 3 คน (ตามความถนัดในแต่ละด้าน) และ รับสมัครผู้เข้าร่วมแบบ “ทั่วไป” อีก 15 คน โดยนักศึกษาต้องสมัครเป็นทีม รายชื่อทีมละ 3 คน (ตามความถนัดในแต่ละด้าน) ซึ่งมีอาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นชื่อรับรอง ทั้งนี้นักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมต้องส่งรายละเอียดเข้าร่วมประกวด “เว็บไซต์ฝึกปฏิบัติยอดเยี่ยม” ระดับอุดมศึกษา อาทิ ชื่อเว็บไซต์ ระยะเวลาการผลิต ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา รายชื่อนักศึกษาพร้อมหน้าที่ในการดำเนินงาน เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

สนใจสมัครร่วมโครงการได้ที่ https://forms.gle/QFBUEK6UNaZQJzhv8 หรือ Scan QR Code  

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พบปลาโรนันขนาดใหญ่ สัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์เกยตื้นทะเลปราณ

พบปลาโรนันขนาดใหญ่ สัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์เกยตื้นทะเลปราณ

วันที่ 11 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากนายพรหมสิงห์ สิงหเสนี อาสาสมัครอนุรักษ์พิทักษ์สิ่งแวดล้อมทะเลปราณบุรี ว่ามีชาวบ้านพบสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ เกยตื้นบริเวณชายหาดแหลมเกด ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีเจ้าหน้าที่ทีมป้องกันบรรเทาสารณภัย อบต.ปากน้ำปราณและชาวบ้านกลุ่มหนึ่งช่วยกันจับปลาโรนัน ขนาดความยาวกว่าสองเมตร หนักประมาณ 80 กิโลกรัม ท่ามกลางชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่คอยลุ้นให้กำลังใจจนปล่อยกลับสู่ทะเลได้สำเร็จ

จากการสอบถามนายอัครพล วงศ์น้อย เลขานุการนายก อบต.ปากน้ำปราณ ผู้ให้การช่วยเหลือปลา เล่าว่าเวลาประมาณ 07.30 น. มีชาวบ้านแจ้งนายก อบต.ปากน้ำปราณ ว่าเจอปลาฉลามอยู่ชายหาด ออกสู่ทะเลไม่ได้ ติดตาวน ตั้งแต่บริเวณตาลสามต้น ตอนแรกคิดว่าเป็นฉลามธรรมดา พอเข้าไปใกล้ตัวถึงรู้ว่าเป็นปลาโรนัน จึงช่วยกันต้อนจากหน้าหาดตาลสามต้น มาถึงหน้าหาดกาสะลอง เพื่อจะยกข้ามสันทราย โรนันตัวนี้ยาวประมาณ 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม มีสภาพอิดโรยเพราะว่าน่าจะเกยตื้นตั้งแต่กลางคืน คงจะไล่กินพวกปลาอะไรอยู่ แล้วกลับข้ามไม่ทันน้ำลง เลยติดอยู่ที่ตาวน พอน้ำทะเลขึ้นเริ่มข้ามสันทราย จึงช่วยกันยกแล้วดันตัวออก ค่อนข้างจะยากเพราะตัวใหญ่และสะบัดแรง ต้องหาคนมา 4 คน ช่วยกันยกแล้วดันออกไป รู้สึกดีใจที่ช่วยชีวิตสัตว์หายากไว้ได้ ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

ปลาโรนัน เป็นปลากระดูกอ่อน มีรูปร่างคล้ายปลาฉลาม แต่มีส่วนหัวแบนแหลมเหมือนปลากระเบน เป็นรอยต่อของวิวัฒนาการจากปลาฉลามมาถึงปลากระเบน โดยวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคจูราสสิกตอนต้น พบในเขตน้ำอุ่นและเขตร้อนทั่วโลก ทั้งทวีปอเมริกาเหนือ, ทวีปแอฟริกา, เอเชีย และออสเตรเลียทางตอนเหนือ

ปลาโรนัน มีปากอยู่บริเวณด้านล่างของลำตัวเหมือนปลากระเบน หรือปลาฉนาก อาศัยและว่ายน้ำรวมกันเป็นฝูงใหญ่ ปกติปลาตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้มาก ออกลูกเป็นตัว โดยไข่พัฒนาอยู่ในลำตัวแม่ เป็นปลาที่พบได้น้อยและมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์แล้วทุกชนิด ในน่านน้ำของไทยเคยพบอยู่บ้างในอดีต ทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทย และเคยถูกเบ็ดหรือแหของชาวประมงเกี่ยวติดขึ้นมาบ้าง แต่เพราะไม่ใช่ปลาเศรษฐกิจ อีกทั้งยังนิยมตกเป็นเกมกีฬา ถูกพบเห็นบ้างโดยนักดำน้ำที่บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน และรอบกองหินริเชริว ปลาโรนันขนาดโตเต็มที่ อาจมีขนาดได้ถึง 3 เมตร น้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม ที่พบในน่านน้ำไทย

ฝากพี่น้องเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ผู้ประกอบการเดินเรือและชาวประมงในพื้นที่ ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและเฝ้าระวังการเกยตื้นซ้ำ หรือการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อปลาชนิดนี้ รวมไปถึงสัตว์ทะเลหายากทุกชนิด หากพบเจอสถานการณ์แบบนี้ให้แจ้งเบาะแสมาได้ที่สายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร.1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเจ้าหน้าที่จะประสานไปยังหน่วยงานในพื้นที่ เข้าตรวจสอบและดำเนินการต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงกีฬา ปั่นกินลม ชมธรรมชาติ แลประวัติศาสตร์ @ ท่าเสด็จ

หัวหินส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงกีฬา ปั่นกินลม ชมธรรมชาติ แลประวัติศาสตร์ @ ท่าเสด็จ

วันที่ 10 กันยายน 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานปล่อยตัวนักกีฬาในกิจกรรม “ปั่นท่องเที่ยววิถีถิ่น กินลม ชมธรรมชาติแลประวัติศาสตร์ @ท่าเสด็จ” ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีพลตรีอาวุธ พุทธิอำนวย ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ น.ส.สุรีย์พร พงษ์พาณิชย์ ผู้อำนวยการ กองตลาดภาคกลาง ผู้แทนผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน พลตรีสมพร ด่อนสิงหะ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายสิบทหารบก นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ แขกผู้มีเกียรติ และนักปั่นจักรยานกว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในค่ายทหาร ลดโลกร้อนโดยใช้จักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและออกกำลังกาย รวมถึงเพื่อหารายได้จากการจัดงานเพื่อสาธารณประโยชน์ ระยะทาง 50 กิโลเมตร เริ่มต้นจากอุทยานราชภักดิ์ มุ่งสู่ท่าเสด็จในค่ายธนะรัชต์ ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามทั้งสองข้างทาง พร้อมทั้งมีประวัติศาตร์ที่เก่าแก่และต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์ให้ศึกษาอย่างมากมาย

ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการปั่นจักรยานเที่ยวชมธรรมชาติ เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นการรักษาสภาพแวดล้อม ลดปัญหาด้านมลพิษ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ Sport Tourism ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ โดยความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน อีกทั้ง “ท่าเสด็จ” ค่ายธนะรัชต์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามตามธรรมชาติ เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้ทรงเสด็จมาทรงพักผ่อนพระราชอริยบถ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าและควรประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวแน่นหาด “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่ 22

นักท่องเที่ยวแน่นหาด “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่ 22

ช่วงค่ำวันที่ 9 กันยายน 2566 นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 22 ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายสมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย นายอำเภอชะอำ นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก ชมรมเชฟชะอำ/หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับ พร้อมชิมอาหารจานเด็ดจากเชฟโรงแรมชั้นนำในพื้นที่ชะอำโดยใช้ปลาหมึกสด ที่ได้มาจากประมงพื้นบ้าน แจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้ลองทาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวงานกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น ในปีนี้เทศบาลเมืองชะอำร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9 – 16 กันยายนนี้ รวม 8 วัน 8 คืน ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ เลิศรส ที่ปรุงด้วยเมนูหอยเป็นหลักและอาหารอีกหลากหลายจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำและจังหวัดเพชรบุรี กว่า 60 ร้าน ในราคายุติธรรมและเหมาะสมกับการที่จังหวัดเพชรบุรี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์อาหาร หรือ Phetchaburi City of Gastronomy อีกทั้งยังจัดให้มีการแสดงดนตรีจากศิลปินที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกคืนตลอดงาน เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป วันที่ 9 ก.ย. แบมๆ แก้มใส วันที่ 10 ก.ย. พลอย เดอะวอยซ์ วันที่ 11 ก.ย. โดนัท วันที่ 12 ก.ย. เรไร ไลฟ์สด วันที่ 13 ก.ย. ข้าว ข้าว ธิดาทิพย์ วันที่ 14 ก.ย. ฝ้ายไทย ไหทองคำ วันที่ 15 ก.ย. พชิหนองหินห่าว เจศุภกฤษ์ และวันที่ 16 ก.ย. หลีช้ง ไหทองคำ

นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น บนถนนคนเดินรอบบริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ และยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะในงานเทศกาลนี้ 1 ปีมีครั้งเดียว กับบริการนำนักท่องเที่ยวลงเรือตกหมึกกลางทะเลที่น่าตื่นเต้นประทับใจทุกคืน (19.00 – 24.00 น.) ในราคาถูกเป็นพิเศษ เพียงท่านละ 100 บาท พร้อมอุปกรณ์ตกหมึก “โยธกา” ไว้บริการบริเวณจุดหน้าทะเล จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเที่ยวชมงานดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดถ้ำแจง ถือฤกษ์ดี 9 เดือน 9 บวงสรวงใหญ่พ่อปู่พญาศรีเพชรคีรีฯ ใหญ่ที่สุดในประเทศ

วัดถ้ำแจง ถือฤกษ์ดี 9 เดือน 9 บวงสรวงใหญ่พ่อปู่พญาศรีเพชรคีรีฯ ใหญ่ที่สุดในประเทศ

วันที่ 9 กันยายน 2566 พระมหา ดร.วิชัย เตชธมฺโม เจ้าคณะตำบลเขาใหญ่ เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง ได้จัดพิธีบวงสรวงพ่อปู่พญาศรีเพชรคีรี มหามุนีนิลปาล ศรีสุทโธนาคราช รูปปั้นพญานาคใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่วัดถ้ำแจง ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีความสูง 31 เมตร ลำตัวเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 2 เมตร ความยาวลำตัวรูปยันต์อุนาโลม มีช่องลอด 9 ช่อง ยาว 227 เมตร มีลวดลายละเอียดงดงาม สีนิลปาล หรือสีเขียวปีกแมลงทับ มีนายประพัฒน์ มะนิสสา (อาจารย์ปื๊ด ปูนปั้น) เป็นผู้ออกแบบและปั้นพญานาคองค์นี้ขึ้นมา ใช้เวลาสร้างนานกว่า 2 ปี บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เศษ โดยมีพระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพ่อต่อ) เจ้าคณะอำเภอชะอำ เจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอชะอำ เอ-พศิน เรืองวุฒิ พิธีกรรายการชื่อดัง ประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากเข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ พระมหา ดร.วิชัย เตชธมฺโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนในพื้นที่จำนวน 130 ทุนๆ ละ 500 – 1,000 บาท มอบเงินจำนวน 1 แสนบาทให้กับโรงพยาบาลชะอำ เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ไว้ช่วยเหลือผู้ป่วย จากนั้นได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ผู้ร่วมงาน และพิธีรำบวงสรวงถวายพ่อปู่พญาศรีเพชรคีรีฯ จากนางรำจิตอาสาและผู้มีจิตศรัทธาองค์พญานาค ทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดกว่า 500 ชีวิต ในชุดไทยสไบสีน้ำเงิน ชุดไทยประยุกต์สีสันสวยงาม ตั้งต้นขบวนบริเวณริมถนนเพชรเกษมไปตามเส้นทางเข้าวัดถ้ำแจง ประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนเริ่มพิธีบวงสรวงพ่อปู่พญาศรีเพชรคีรี มหามุนีนิลปาล ศรีสุทโธนาคราช ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัดเพชรบุรี โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนนักท่องเที่ยวหลายพันคนเข้าร่วมงานอย่างไม่ขาดสาย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

การแห่ขันหมากอย่างยิ่งใหญ่

ข่าวสังคม

กิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีมงคลสมรส ระหว่าง น.ส. อริสรา (ครีม) ภู่งาม ลูกสาวของ ประสิทธิ์ ภู่งาม นายก อบต.แม่รำพึง และกาญจนา ภู่งาม กับวรากร (ฉุย) แดงฉ่ำ บุตรของธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง กับพัชชา แดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ห้วยยาง ที่บ้านอ่าวเทียน ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีการแห่ขันหมากอย่างยิ่งใหญ่ โดยเจ้าบ่าวได้นั่งบนหลังช้าง พร้อมช้างอีก 2 เชือก มีแขกผู้มีเกียรติ ทั้งข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านไปร่วมงานจำนวนมาก.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.บางสะพานน้อย จัดโครงการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ลดสูญเสียจากเด็กจมน้ำ

รพ.บางสะพานน้อย จัดโครงการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ลดสูญเสียจากเด็กจมน้ำ

วันที่ 9 กันยายน 2566 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย เป็นประธานเปิดโครงการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย ที่ นพ.สมพงษ์ พัฒนกิจไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพานน้อย, นายสิทธิชัย ใจสงบ จากบริษัท PARAMEDIC และทีม Teach for life ทีมวิทยากรครูฝึกสอนร่วม 30 คน จัดขึ้นที่อาคารอรุณรักษ์ โรงพยาบาลบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีข้นธ์

นพ.สมพงษ์ พัฒนกิจไพโรจน์ เปิดเผยว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่สีแดงที่มีเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับอีก 10 กว่าจังหวัดในประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคอีสาน และที่สำคัญ ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ไม่มีพื้นที่สีแดงเลย แต่ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคใต้ จะมีเด็กจมน้ำถูกส่งมาที่โรงพยาบาล แล้วเสียชีวิตเกือบ 100 % ดังนั้นเราควรจะป้องกันที่ต้นเหตุ คือเด็กต้องมีทักษะเบื้องต้นในการเอาตัวรอด จึงเป็นที่มาของโครงการในวันนี้ นอกจากนี้ในพื้นที่โรงพยาบาลบางสะพานน้อย มีสระว่ายน้ำเหมาะสมในการฝึกด้วย นอกจากโครงการนี้แล้ว ในอนาคตจะมีการทำแอโรบิคในสระว่ายน้ำสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาข้อเข่าเสื่อมของกลุ่มผู้สูงอายุด้วย

นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะช่วยลดปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิตในพื้นที่ และจะมีการขยายเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาไปยังท้องถิ่นต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งปกติจะมีภารกิจเฝ้าระวังความปลอดภัยเฉพาะทางบก จะต้องเพิ่มทักษะในการช่วยเหลือ หากประสบเหตุพบคนกำลังจะจมน้ำในพื้นที่ เพื่อลดความสูญเสียต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ เปิดศูนย์วินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

รพ.ประจวบฯ เปิดศูนย์วินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

วันที่ 8 กันยายน 2566 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดศูนย์วินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ อ.เมือง จ.ประจวบฯ มี นพ.อภิวัฒน์ บัณฑิตย์ชาติ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เป็นผู้กล่าวรายงาน มีอัยการจังหวัด ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด นายก อบจ.ประจวบฯ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในจังหวัดประจวบฯ ทุกแห่ง สาธารณสุขอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้อำนวยการ รพ.สต.ในเขตอำเภอเมืองประจวบฯ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมในพิธี

เครื่องตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) เป็นเครื่องมือในการตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย โดยใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นความถี่วิทยุ สร้างภาพที่มีความละเอียดสูง เป็นการตรวจที่ให้ความแม่นยำและถูกต้องสูง มีประโยชน์มากสำหรับแพทย์ในการวินิจฉัยโรค เพื่อนำมาใช้การรักษาและติดตามผลการรักษา ส่วนผู้ป่วยก็ไม่ได้รับผลกระทบจากรังสีจากการเอกซเรย์ เช่น MRI สมอง MRI กระดูก เป็นต้น เดิมโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ยังไม่มีเครื่องตรวจด้วย MRI หากแพทย์พิจารณาสั่งตรวจ ต้องส่งผู้ป่วยไปทำการตรวจที่โรงพยาบาลต่างๆ เช่น รพ.หัวหิน, รพ.กรุงเทพหัวหิน และศูนย์ประชาชื่นราชบุรี ทำให้ไม่สะดวกทั้งผู้ป่วยและญาติ ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์จึงได้จัดตั้งศูนย์วินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการ รองรับแพทย์เฉพาะทางทุกสาขาของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เกิดประโยชน์สูงสุดเกิดแก่ผู้รับบริการ ทั้งในเขตอำเภอเมืองและผู้รับบริการที่อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียงต่างๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ได้รับการรักษาที่สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเดินทางไกลเช่นเดิม ลดระยะเวลาในการรอคอย ทำให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจต่อการรับบริการมากยิ่งขึ้น

ด้าน นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า โรงพยาบาลประจวบฯ ตั้งศูนย์วินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพิ่มศักยภาพในการดูแลรักษา รองรับแพทย์เฉพาะทางของโรงพยาบาลที่มีเป็นจำนวนมาก สามารถให้บริการแก่พี่น้องประชาชนในเขตอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์และอำเภอข้างเคียง ให้ได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว ลดระยะเวลารอคอย ซึ่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์กำลังก้าวต่อไป ตามนโยบายคุณภาพ มุ่งมั่นให้บริการที่ดี บนมาตรฐานแห่งวิชาชีพ ตอบสนองความต้องการของประชาชน พัฒนาระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ทันสมัย เพื่อประชาชนสุขภาพดี.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คุมประพฤติประจวบฯ ติวเข้มอาสาสมัคร ฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน

คุมประพฤติประจวบฯ ติวเข้มอาสาสมัคร ฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน

วันที่ 7 กันยายน 2566 นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ โดยมี น.ส.วิลาสินี ชื่นโม หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และอำนวยการ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัด กล่าวรายงาน และมี นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัด นายบุญมา มหาพงษ์ ประธาน อ.ส.ค.อำเภอเมือง นายสมเกียรติ บุญเรือง ประธาน อ.ส.ค.อำเภอกุยบุรี คณะอาสาสมัครคุมประพฤติในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย กุยบุรี เมืองฯ ทับสะแก บางสะพาน บางสะพานน้อย และเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ เข้าร่วมที่ห้องโยธิน โรงแรมหาดทอง อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน และการให้คำปรึกษารายบุคคล ให้กับอาสาสมัครคุมประพฤติแต่ละพื้นที่ อีกทั้งเพื่อให้อาสาสมัครคุมประพฤติเข้าใจบทบาทในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 นอกจากนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้อาสาสมัครคุมประพฤติได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน และร่วมกำหนดทิศทาง นโยบายในการดูแลแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน โดยนายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติฯ เป็นวิทยากรกล่าวบรรยายพิเศษ หัวข้อ “กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานตามประมวลกฎหมายยาเสพติด” และเรื่อง “การดูแลผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดและตาม พ.ร.บ. มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง ปี 2565” และยังได้วิทยากรจากกลุ่มงานจิตเวช รพ.ประจวบฯ นายชาญธาดา ชูแก้ว นักจิตวิทยาคลินิก และ น.ส.นนทภรณ์ รักศีลธรรม นักจิตวิทยาปฏิบัติการ มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้มีปัญหาสุขภาพจิต จิตเวชและผู้ใช้สารเสพติด

นายวสันต์ เภรีวิค กล่าวว่า กรมคุมประพฤติให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) ซึ่ง อ.ส.ค. ทุกท่าน คือผู้ที่จะมาร่วมปฏิบัติงานในการบังคับใช้กฎหมาย และการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดผู้ถูกคุมความประพฤติในชุมชนของท่าน และด้วยในช่วงเปลี่ยนผ่านของกฎหมาย โดยเฉพาะประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 ที่กรมคุมประพฤติจะต้องดูแลผู้ติดยาเสพติด ผู้กระทำผิดที่มีลักษณะการกระทำผิดที่รุนแรง อุกฉกรรจ์เพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากอาสาสมัครคุมประพฤติ ในการช่วยสนับสนุนในการแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริง การติดตาม ควบคุม สอดส่อง และการเฝ้าระวัง ตลอดจนการจัดกิจกรรมในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดเหล่านี้ไม่ให้กระทำผิดซ้ำ หวนกลับไปใช้ยาเสพติด และสามารถยืนหยัดอยู่ในสังคมได้

การจัดโครงการในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสที่นอกจากความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ในการบูรณาการ ด้านการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน ระหว่างภาคีเครือข่ายอาสาสมัครคุมประพฤติกับหน่วยงานของรัฐแล้วนั้น ยังเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้ บทบาท และทักษะในการปฏิบัติงานให้กับอาสาสมัครคุมประพฤติ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน และสังคมอีกประการหนึ่งด้วย

ด้าน น.ส.วิลาสินี ชื่นโม หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์ฯ กล่าวว่า ตามที่มีกฎหมายฉบับใหม่ จำนวน 2 ฉบับ ได้ประกาศใช้ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 และพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซํ้าในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566 ถือเป็นภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของกรมคุมประพฤติ ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวกับการแก้ไขฟื้นฟู ติดตาม ดูแล ช่วยเหลือ และสงเคราะห์ผู้กระทำผิด ทั้งในระบบคุมประพฤติและผู้กระทำผิดภายหลังปล่อย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นที่จะต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดแล้วเซเว่น อีเลฟเว่น สปป.ลาว สาขาแรกอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์

เปิดแล้วเซเว่น อีเลฟเว่น สปป.ลาว สาขาแรกอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์

ท่านบุญเถิง ดวงสะหวัน รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม และการค้า แห่ง สปป.ลาว นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ให้เกียรติเป็นประธานตัดริบบิ้นในพิธีเปิดให้บริการร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาแรกในสปป. ลาว อย่างเป็นทางการ ร่วมกับนายชัยโรจน์ ทิวัตถ์มั่นเจริญ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และ Managing Director International Business บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

โดย เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาแรกนี้ ตั้งอยู่ที่ถนนสุพานุวง บ้านหนองปาใน เมืองสีโคดตะบอง ในนครหลวงเวียงจันทน์ บริหารโดย บริษัท ซีพี ออลล์ ลาว จำกัด ในกลุ่มซีพี ออลล์  ซึ่งจะเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง นำเสนอสินค้ากว่า 5,000 SKUs เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม มุ่งเน้นคุณภาพมาตรฐาน ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารพร้อมทาน รวมถึงสินค้าเอกลักษณ์ที่มีเฉพาะที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น อาทิ สินค้ายอดนิยมตลอดกาลในอย่าง Slurpee หรือเครื่องดื่มชงสด All Café นอกจากนี้ ยังมีสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคภายในประเทศ และผู้ที่มาเยือน สปป. ลาว ซึ่งเพิ่มขึ้นตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงทำให้การคมนาคมขนส่งสะดวกสบายรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปี 2567 นี้ รัฐบาล สปป. ลาวกำหนดให้เป็นปีท่องเที่ยวลาว ซึ่งจะตรงกับวาระที่สปป.ลาว จะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ก็จะทำให้บรรยากาศภายในประเทศคึกคักมากยิ่งขึ้นด้วย.