Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 เพชรบุรี ช่วยเหลือกระทิงบาดเจ็บ

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 เพชรบุรี ช่วยเหลือกระทิงบาดเจ็บ

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบกระทิงได้รับบาดเจ็บบริเวณบ้านกระทุ่น ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยในราชการทหาร ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งกระทิงตัวดังกล่าวตัวโตเต็มวัย อายุค่อนข้างมาก มีร่างกายซูบผอมและได้รับบาดเจ็บที่ขา ทำให้เดินกะเผลก โดยมักออกมาหากินตามลำพังบริเวณทุ่งหญ้าในหมู่ 5 บ้านกระทุ่น ในช่วงเช้าเป็นประจำ ทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้นำทีมเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วยนายสัตวแพทย์อนุรักษ์ สกุลพงษ์ เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี สัตวบาล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสุขภาพสัตว์ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย พร้อมเวชภัณฑ์ เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ

นายอรรถพงษ์ กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ นับว่าสุดท้าทาย เพราะการเข้าถึงตัวกระทิงค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าทึบและมีหลุมหุบเหว ทีมงานจึงต้องใช้ความพยายามในการค้นหาและวางยาสลบกระทิงเพื่อทำการรักษา สำหรับปฏิบัติการเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยใช้อากาศยานไร้คนขับในการค้นหา แต่ไม่พบตัวกระทิง จึงเปลี่ยนแผนเป็นการเดินเท้าปูพรมติดตาม จนกระทั่งเวลา 14.00 น. จึงพบกระทิงในร่องห้วย แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าถล่ม ทำให้ไม่สามารถยิงยาซึมได้ทันที ทีมเจ้าหน้าที่ได้วางแผนหลอกล่อให้กระทิงออกมาอยู่แนวชายป่า และสามารถยิงยาซึมสำเร็จในเวลา 16.40 น. จากนั้นได้เข้าทำการรักษา พบว่ากระทิงมีข้อเท้าขาหน้าด้านขวาถูกบ่วงสลิงรัดจนเป็นแผลลึก มีลวดสลิงติดอยู่ภายในแผล ทีมสัตวแพทย์ได้รักษาด้วยการล้างแผล ขัดเศษเนื้อตายและสิ่งสกปรกออก ใช้ยาฆ่าเชื้อ พันแผล ให้สารน้ำ ฉีดยาปฏิชีวนะ ยาลดปวดและลดอักเสบ ยากำจัดปรสิตภายนอก วิตามินบำรุงร่างกาย และยาแก้ฤทธิ์ยาสลบ การปฏิบัติการช่วยเหลือสิ้นสุดลงเวลา 17.45 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าดูอาการกระทิงจนถึงเวลา 18.00 น. ก่อนถอนกำลังออกจากพื้นที่ ถือเป็นความสำเร็จในการช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บ และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในการอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าอาวาสวัดดังบางสะพาน โดนสอบละเมิดจริยาคณะสังฆาธิการ ชาวบ้านเชื่อเหตุขวางผลประโยชน์

เจ้าอาวาสวัดดังบางสะพาน โดนสอบละเมิดจริยาคณะสังฆาธิการ ชาวบ้านเชื่อเหตุขวางผลประโยชน์

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดเขาถ้ำม้าร้อง หมู่ 10 ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีชาวบ้านกว่าร้อยคนรวมตัวหน้ากุฏิเจ้าอาวาส เพื่อมาให้กำลังใจพระอธิการคำนึง ปคุโณ เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาม้าร้อง หลังจากที่เจ้าคณะอำเภอบางสะพานมีหนังสือแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องพระสังฆาธิการละเมิดจริยา โดยมีพระมหาสมจริง สุวณฺณโชโต รองเจ้าคณะอำเภอเป็นประธาน พร้อมพระปลัดธรรมฤทธิ์ ธมมฺจารี เจ้าคณะตำบลพงศ์ประศาสน์ พร้อมคณะกรรมการคณะสงค์ในพื้นที่บางสะพานเข้าร่วม และมีนายธนาชัย บัวช่วง นายก อบต.พงศ์ประศาสน์ พร้อมคณะผู้บริหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านร่วมรับฟัง

สืบเนื่องจากเจ้าคณะตำบลพงศ์ประสาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้แจ้งความผิดต่อพระอธิการคำนึง ปคุโณ เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาม้าร้อง ละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ตามกฎหมายมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ข้อ 4(1) ข้อ 55(1) ทุจริตต่อหน้าที่ และ (2) ตามคำสั่งอันชอบด้วยการคณะสงฆ์ และการขัดคำสั่งนั้นเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่คณะสงฆ์ และขอให้ดำเนินการถอดถอนพระอธิการคำนึง ปคุโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาม้าร้อง

นายวิเชียร พันปี อายุ 67 ปี ชาวบางสะพาน กล่าวว่า หลังทราบว่าจะมีกรรมการมาสอบเจ้าอาวาสเรื่องดังกล่าว ตนและคณะลูกศิษย์ได้มาให้กำลังใจเจ้าอาวาส เกรงว่าเจ้าอาวาสอาจถูกสั่งปลดจากการเป็นเจ้าอาวาสแบบไม่ถูกต้องเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมา เจ้าอาวาสได้ออกมาคัดค้านการใช้งบประมาณในการพัฒนาถ้ำน้ำทิพย์และโครงการนั้นถูกยกเลิกไป อาจเป็นเหตุให้กลุ่มผู้มีผลประโยชน์กับโครงการดังกล่าวไม่พอใจ จึงหาเหตุให้เจ้าอาวาสพ้นจากตำแหน่งก็เป็นไปได้ และน่าจะมีการตั้งธงเอาไว้แล้วว่าต้องปลดเจ้าอาวาสให้ได้

พระปลัดธรรมฤทธิ์ ธมมฺจารี เจ้าคณะตำบลพงศ์ประศาสน์ กล่าวว่า ตนเดินทางมาตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในสองข้อกล่าวหา คือทุจริตต่อหน้าที่ และขัดคำสั่งอันชอบด้วยคณะสงฆ์ และการขัดคำสั่งนั้นเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่คณะสงฆ์ และขอให้ดำเนินการถอดถอนพระอธิการคำนึง ปคุโณ เจ้าอาวาสวัดม้าร้อง ตามหนังสือของเจ้าคณะตำบลพงศ์ประศาสน์ ที่ จต.พศ.20/2567 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2567

พระอธิการคำนึง ปคุโณ เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาม้าร้อง กล่าวว่า ตนบวชเรียนอยู่ที่วัดนี้ตั้งแต่เป็นสามเณร จนกระทั่งเป็นเจ้าอาวาส รวมกว่า 36 พรรษา ขอยืนยันว่าตนไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาทั้งสอง ซึ่งได้เตรียมหลักฐานพร้อมชี้แจงให้กรรมการทราบ “การตั้งคณะกรรมเพื่อถอดถอนอาตมา อาตมาก็ได้แต่เพียงส่งหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอความเป็นธรรม อาตมายินยอมให้ตรวจสอบในทุกเรื่อง เพราะอาตมามั่นใจว่าอาตมามิได้กระทำความผิดใด ไม่ว่าจะเป็นเงินต่างๆ ของวัด ในส่วนเรื่องการขอใช้พื้นที่วัดจากป่าไม้ อาตมาได้เคยทำหนังสือไปแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่าพื้นที่ดังกล่าว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ขอใช้ประโยชน์ไปก่อนหน้านี้แล้ว ตนจึงไม่สามารถทำอะไรได้ จนเป็นที่มาของคำสั่งปลดอาตมา เรื่องทุจริตต่อหน้าที่ และขัดคำสั่งอันชอบด้วยคณะสงฆ์”พระอธิการคำนึงกล่าว

ในที่ประชุมสรุป คณะกรรมการสงฆ์ชี้แจงให้ทราบถึงการทำผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง เกี่ยวกับการเงินของวัดปี 2564 และผิดคำสั่ง ผู้บังคับบัญชาสงฆ์ เรื่องไม่ขอใช้ที่ดินกับกรมป่าไม้ โดยจะยื่นหนังสือให้มีการถอดถอนออกจากเจ้าอาวาสและดำเนินการตามกฎหมายด้านความผิดการเงิน คณะกรรมการสงฆ์ นำโดยรองเจ้าคณะอำเภอบางสะพาน โดยในที่ประชุมจะดำเนินการยื่นหนังสือ ตามขั้นตอนต่อสำนักพุทธศาสนา เพื่อให้ถอดถอนเจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาม้าร้อง ภายใน 15 วันต่อไป

ขณะที่มีชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าวัดบางวัดในพื้นที่อำเภอบางสะพาน ที่มีการทอดกฐินได้เงินปีละกว่าล้านบาท และยังมีการจัดงานประจำปี รวมถึงงานแสดงสินค้าปีละหลายครั้ง ไม่มีการพัฒนาด้านพุทธศาสนาแต่อย่างใด หรือมีใครเข้ามาครอบงำดูแลเรื่องการเงินของวัด แต่ไม่มีการตรวจสอบบ้าง.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ต ซ้อมรับมืออัคคีภัยเสมือนจริง สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ

บลูพอร์ต ซ้อมรับมืออัคคีภัยเสมือนจริง สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ นายจิรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน เจ้าหน้าที่ ร.พ.ซานเปาโลหัวหิน ส.ภ.หัวหิน ร่วมสังเกตการณ์การฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัยขั้นรุนแรงในสถานที่ประกอบการ ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน โดยมีการจำลองสถานการณ์พบเหตุเพลิงลุกไหม้รถยนต์ ที่บริเวณสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ลานจอดรถชั้น 1 มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองหัวหิน และเจ้าหน้าที่ทีมไฟร์แมนของศูนย์การค้าฯ เข้าระงับเหตุด้วยการดับไฟรูปแบบต่างๆ ทั้งด้วยถังดับเพลิงเคมีและการใช้น้ำ พร้อมค้นหาผู้บาดเจ็บเพื่อให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล รวมถึงขั้นตอนการอพยพพนักงาน ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่ภายในศูนย์การค้าออกนอกอาคารเพื่อความปลอดภัย

นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กล่าวว่าบลูพอร์ตหัวหิน ได้ทำการฝึกซ้อมระงับอัคคีภัยฯอย่างต่อเนื่องทุกปี ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องการป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัยในสถานประกอบการ ในการทำงานของพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยกำหนดให้พนักงานของสถานบริการมีการอบรมอัคคีภัยปีละไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถปฏิบัติตามแผนระงับอัคคีภัยขั้นต้นและระงับอัคคีภัยขั้นรุนแรงได้ และเพื่อกระตุ้นให้พนักงานทราบถึงผลเสียหายเมื่อเกิดอัคคีภัยและช่วยป้องกัน พัฒนาและเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับพนักงานในการเข้าระงับเหตุ เตรียมความพร้อมของพนักงานและอุปกรณ์การป้องกันอัคคีภัย เพื่อให้เกิดการคล่องตัวและประสานงานที่ดีกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สร้างความมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งผลการฝึกซ้อมในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดีเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน ประชุมเตรียมพร้อมยกฐานะเป็นเทศบาลนครหัวหิน

เทศบาลหัวหิน ประชุมเตรียมพร้อมยกฐานะเป็นเทศบาลนครหัวหิน

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 ภายใต้ “โครงการวิจัยเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ” ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ มีศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พวงงาม นักวิจัยและที่ปรึกษาโครงการวิจัย นายสุทธิเกียรติ อังกาบูรณะ นักวิจัยและที่ปรึกษาโครงการวิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ จันใด นักวิจัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน สมาคม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้นำชุมชนต่างๆ เข้าร่วมรับฟัง

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดประชุมโครงการวิจัยดังกล่าว เพื่อสำรวจสภาพพื้นที่และสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปของเมืองหัวหิน รวมถึงแนวโน้ม ความท้าทายและข้อจำกัดการพัฒนาและการบริหารจัดการพื้นที่เขตเทศบาลเมืองหัวหินเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยมีศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พวงงาม นักวิจัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนให้เมืองหัวหินเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ แม้ว่าเทศบาลเมืองหัวหินกำลังยกฐานะเป็นเทศบาลนคร ที่คาดว่าจะได้ประกาศในช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2568 ก็ไม่ซ้ำซ้อนกับการศึกษาวิจัยเทศบาลเมืองหัวหินเป็นเมืองพิเศษแต่อย่างใด เพราะเทศบาลนครยังเป็นรูปแบบเทศบาลเหมือนเดิม มีอำนาจหน้าที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โครงสร้างองค์กรใหญ่ขึ้น แต่ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ถึงความเป็นอิสระและหน้าที่และอำนาจที่จะเอื้อต่อการพัฒนาเมืองที่มีความพิเศษด้านการท่องเที่ยวแต่อย่างใด แม้กระทั่งเมืองพัทยาที่เป็นเมืองรูปแบบพิเศษ แต่ในวันนี้บทบาทหน้าที่และอำนาจเหมือนเทศบาลนคร จึงหวังว่าการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ จะทำปลดล็อคปัญหาข้อจำกัดของเทศบาลและเมืองพัทยาไปพร้อมๆ กัน

“ในครั้งนี้จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับแนวโน้มการพัฒนาเชิงพื้นที่ ตลอดจนประเมินความเป็นไปได้ และวิเคราะห์ถึงจุดเด่น หรือจุดแข็ง จุดด้อย หรือจุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของการพัฒนาเชิงพื้นที่ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผมเชื่อมั่นว่าหลังจากโครงการศึกษาวิจัยนี้แล้วเสร็จ ก้าวต่อๆ ไปของการบริหารเมืองรูปแบบพิเศษหัวหินจะเป็นต้นแบบให้กับการปกครองท้องถิ่นไทย นำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ และมีประสิทธิภาพต่อไป” นายนพพร กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมงานเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมงานเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ

วันที่ 21 ตุลาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเทิดพระเกียรติ อาศิรวาทราชสดุดีสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมอบเกียรติบัตรแก่พยาบาลดีเด่นประจำปี 2567 ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ปี 2567 ที่ห้องคีรีขันธ์ ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนางนันทพร พลีบัตร ปฏิบัติราชการแทนรองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล รพ.ประจวบฯ ในฐานะผู้แทนสภาการพยาบาลจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน และมี นพ.ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นพ.อภิวัฒน์ บัณฑิตย์ชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบฯ นายอุดมศักดิ์ แสงวณิช รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร นางสมเนตร ทองอยู่, นางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง, นายสำราญ เพ็งสวัสดิ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด บุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขในจังหวัด พยาบาลวิชาชีพจากทุกโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ สมาชิกสภาการพยาบาลจังหวัด และสมาชิก พอ.สว. เข้าร่วม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้วางพานพุ่มดอกไม้ เปิดกรวยดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และอ่านคำอาเศียรวาทราชสดุดีเทิดพระเกียรติฯ และร่วมขับร้องบทเพลงมาร์ชพยาบาลร่วมกับเหล่าพยาบาลวิชาชีพจากทุกโรงพยาบาล

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบประกาศนียบัตรแก่พยาบาลดีเด่น ประจำปี 2567 ดังนี้ พยาบาลดีเด่นด้านบริหารการพยาบาล ได้แก่ 1. นางจารุณี ตั้งใจรักการดี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ รพ.หัวหิน 2. นางวฤณดา ฝั่งสินธุ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ปราณบุรี 3. น.ส.สุพรรณภรณ์ วิชิตะกุล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สามร้อยยอด 4. นางศิมิตรา บุญเกิด พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.กุยบุรี 5. น.ส.รัชนี ทรัพย์สงเคราะห์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ 6. นางกัญญ์กนิษฐ์ ประเสริฐสุข พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ทับสะแก 7. นางประพิมพรรณ ยุทธนาวราภรณ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ รพ.บางสะพาน 8. น.ส.พัชรี ทศพลทรงพร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ รพ.บางสะพานน้อย

สำหรับพยาบาลดีเด่นด้านบริการพยาบาล ได้แก่ 1. น.ส.ระพีพร พั่วพันธุ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.หัวหิน 2. นางกรแก้ว ฐานะวงศ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ปราณบุรี 3. นางสายฝน พันธุวงศ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สามร้อยยอด 4. น.ส.นันทนา ด้วงทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.กุยบุรี 5. นางอาทิตยา อินจีน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ 6. นางวาสนา อัจนาธรรม รพ.ทับสะแก 7. นางสุพัตรา พวงทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.บางสะพาน 8. นางพีรันธร หงษ์ทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.บางสะพานน้อย 9. น.ส.วัลภา ฤกษ์ศิลปวิทยา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองฯ 10. นางเฉลิมศรี บำรุงสุข รพ.สต.ห้วยน้ำพุ

ส่วนพยาบาลดีเด่นด้านพยาบาลผู้ทำประโยชน์แก่สังคม 1. นายภาณุวัฒน์ วัดโลก พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.หัวหิน 2. นางภรภัทร ดอกรัก พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ปราณบุรี 3. นางพรพิมล ท้าวแผนบุญ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สามร้อยยอด 4. นางสมหญิง วีระจินตนา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.กุยบุรี 5. นางเสาวลักษณ์ สายหยุดทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ รพ.ประจวบฯ 6. น.ส.อนงค์ เกาะเกตุ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ประจวบฯ 7. น.ส.เมตตา โภคากรณ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ทับสะแก 8. นางพเยาว์ อภิเนาวนิเวศน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.บางสะพาน และ 9. น.ส.สุริยา เกียรติภัทรชัย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.บางสะพานน้อย

นางนันทพร พลีบัตร ผู้แทนสภาการพยาบาลจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการพยาบาลไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงเจริญตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก“พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขไทย”ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจด้วยพระเมตตา พระวิริยะอุตสาหะ ในการพัฒนาสุขภาพอนามัย และคุณภาพชีวิตของพสกนิกรทั่วประเทศ ทรงจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน ในการดูแลรักษาพยาบาลประชาชนในหมู่บ้านห่างไกล ทรงเป็นพระมิ่งขวัญ เป็นแบบอย่างอันประเสริฐแก่ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล จึงได้กำหนดให้วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็น“วันพยาบาลแห่งชาติ”

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับผู้แทนสภาการพยาบาลประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้จัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2567 ขึ้น ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวิชาชีพพยาบาล เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลได้ตระหนักและสำนึกในหน้าที่ของตน เยี่ยงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติเสมอมา เป็นการเดินตามรอยพระบาท ในการสร้างสรรค์สุขภาพดีถ้วนหน้าให้แก่ประชาชน ดังคำขวัญวันพยาบาลแห่งชาติ“การพยาบาลก้าวไกล เพราะน้ำใจเหล่าพยาบาล เสียสละและบริการ ตามปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนี” และเพื่อเป็นศูนย์รวมความสามัคคี ของพยาบาลทั่วทั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์จำนวน 39 รูป พิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พิธีมอบประกาศนียบัตรแก่พยาบาลดีเด่นจังหวัด รวม 27 ราย และการประชุมวิชาการพัฒนาศักยภาพพยาบาล เพื่อให้มีสมรรถนะที่เหมาะสมกับวิชาชีพต่อไป

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่าจากคำกล่าวรายงานของผู้แทนสภาการพยาบาลประจำจังหวัด รู้สึกชื่นชมที่ได้ทราบว่าผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล มีความตระหนักถึงภารกิจในวิชาชีพแห่งตน ว่าเป็นงานบริการพยาบาล งานบริการสุขภาพที่มีคุณค่ายิ่งแก่สังคม พระราชดำรัสของสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ในพิธีทรงเปิดการประชุมพยาบาลแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ว่า“…พยาบาลเป็นผู้ที่สมควรได้รับการยกย่อง เพราะเป็นผู้ที่มิใช่เพียงแต่ประกอบวิชาชีพโดยใช้กำลังแรงและกำลังกายเท่านั้น แต่ต้องใช้กำลังใจอย่างแรงกล้า ในการปฏิบัติงานด้วยความกล้าหาญ อดทน พร้อมทั้งรักษาความซื่อสัตย์ สุจริต และมีเมตตากรุณา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพยาบาล…”ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลทุกคนจึงควรตระหนักถึงบทบาทหน้าที่แห่งตน ช่วยพัฒนาวิชาชีพการพยาบาลให้ก้าวไกล รวมทั้งช่วยกันสานต่อเจตนารมณ์และเดินตามรอยพระบาทของสมเด็จย่า ในการสร้างสรรค์สุขภาพดีถ้วนหน้าแก่ประชาชนสืบไป.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ เปิดศูนย์บริการคนพิการแบบเบ็ดเสร็จ อำนวยสะดวกให้กับผู้พิการ

รพ.ประจวบฯ เปิดศูนย์บริการคนพิการแบบเบ็ดเสร็จ อำนวยสะดวกให้กับผู้พิการ

วันที่ 21 ตุลาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดศูนย์บริการคนพิการแบบเบ็ดเสร็จโรงพยาบาลประจวบฯ มี น.พ.อภิวัฒน์ บัณฑิตย์ชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบฯ เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลประจวบฯ ร่วมพิธีที่กลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ ชั้น 2 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบฯ ซึ่งศูนย์บริการแห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาการให้บริการผู้ป่วยคนพิการ การประเมินออกใบรับรองความพิการ การขึ้นทะเบียนคนพิการ เพื่อให้คนพิการได้รับสิทธิ สวัสดิการและความช่วยเหลือได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ในการพัฒนาจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการแบบเบ็ดเสร็จในโรงพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการในการรับบริการด้านต่างๆ สามารถให้บริการคนพิการได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจประเมินสภาพความพิการ การพิจารณาออกบัตรประจำตัวคนพิการ การยื่นขอรับสิทธิสวัสดิการทุกประเภท ภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556 รวมถึงการขอเปลี่ยนสิทธิการรักษาพยาบาล ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ เครื่องช่วยความพิการ ให้คำปรึกษา บริการประสานส่งต่อหน่วยงานทางด้านสังคมอื่นๆ

ปัจจุบันศูนย์บริการแห่งนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ประจวบฯ และศูนย์บริการคนพิการ จ.ประจวบฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ รพ.ประจวบฯ เป็นเจ้าหน้าที่รับคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการ และออกบัตรประจำตัวคนพิการ ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ โดยเปิดให้บริการทุกวันอังคาร เวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ

ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ มีคนพิการที่ได้รับการออกบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน 14,342 คน พบว่าส่วนใหญ่พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย จำนวน 6,553 คน คิดเป็นร้อยละ 45.69 รองลงมาเป็นความพิการทางการได้ยิน หรือสื่อความหมาย จำนวน 2,794 คน และพิการทางจิตใจ หรือพฤติกรรม จำนวน 1,229 คน ตามลำดับ และจากสถิติผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน พบว่ามีแนวโน้มความเสี่ยงที่ผู้สูงอายุจะมีความพิการร่วมด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

น้ำทะเลเบียดหัวหิน ชาวบ้านแห่จับปลานำไปประกอบอาหารกันคึกคัก

น้ำทะเลเบียดหัวหิน ชาวบ้านแห่จับปลานำไปประกอบอาหารกันคึกคัก

วันที่ 21 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณชายหาดหัวหิน จ.ประจวบฯ ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมามีชาวบ้านจำนวนมากต่างใช้อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ เช่น อวน แห สวิง ลงจับสัตว์ทะเลจำนวนมากที่ลอยแพขึ้นหายใจเต็มทะเลหัวหินกันอย่างต่อเนื่อง จากปรากฏการณ์“น้ำเบียด – น้ำกัน”ตั้งแต่บริเวณสวนหลวงราชินี 19 ไร่ ตลอดแนวไปจนถึงหมู่บ้านเขาตะเกียบ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีชาวประมงต่างนำเรือประมงขนาดเล็ก แล่นออกไปในทะเลบริเวณชายฝั่ง นำอวนตาข่ายลงไปลากปลาเข้าฝั่ง ได้มาตั้งแต่ 50 – 100 กิโลกรัม โดยชาวบ้านแต่ละรายสามารถจับปูและปลา มีทั้งปลาเก๋า ปลาลิ้นหมา ปลาทราย และฉลามหิน นำกลับไปประกอบอาหารที่บ้าน ส่วนปลาที่มีขนาดใหญ่หน่อยก็นำไปขาย โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ยืนถ่ายภาพแชร์ในสังคมโซเชียลด้วยความสนใจ และหากในช่วงเย็นน้ำทะเลลดลง จะมีชาวบ้านลงจับปลามากกว่านี้

นายนัท (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี อาชีพพ่อครัวโรงแรมแห่งหนึ่ง เล่าว่ามีเพื่อนๆ แจ้งมาว่าน้ำทะเลหัวหินเบียด ก็เลยมาจับปลา แต่ปีนี้น้ำทะเลเบียดน้อย สัตว์ทะเลขึ้นมาไม่มากเหมือนปีก่อนๆ ประกอบกับมีเรือประมงขนาดเล็กได้วางอวนดักปลาช่วงต้นน้ำบางส่วนแล้ว ทำให้ปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ เข้ามาไม่มาก ปลาที่ได้ส่วนใหญ่ขนาดเล็ก ปลาขนาดใหญ่มีน้อยมาก ปลาที่ได้จะเอาไปประกอบอาหาร ที่เหลือใส่เกลือ ตากแดด ซึ่งเมนูเด็ดเลยคือ “ปลาลิ้นหมาแดดเดียวทอดกรอบ” ครับ

สำหรับปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดจากมีฝนตกหนักในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ทำให้มีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากไหลลงสู่ทะเล จนปรากฏการณ์ที่เรียกว่า“น้ำเปลี่ยนสี”หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า“น้ำเบียด – น้ำกัน”ส่งผลให้น้ำทะเลมีค่าออกซิเจนที่น้อยลง สัตว์ทะเลจึงลอยขึ้นเหนือน้ำเพื่อหายใจ และหลังจากนี้หากไม่มีฝนตกต่อเนื่อง สถานการณ์ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับสัตว์ทะเลที่นำไปบริโภค ชาวบ้านยืนยันว่าไม่มีผลกระทบใดๆ เนื่องจากมีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุกปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผบ.กรมทหารราบ 19 เป็นประธานทอดกฐินสำนักสงฆ์เขาตาม่องล่าย ได้เงินกว่าครึ่งล้าน

ผบ.กรมทหารราบ 19 เป็นประธานทอดกฐินสำนักสงฆ์เขาตาม่องล่าย ได้เงินกว่าครึ่งล้าน

วันที่ 20 ตุลาคม 2567 พ.อ.(พิเศษ) เฉลิมพล สังข์ต้อง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีถวายองค์กฐินสามัคคี เพื่อเป็นการส่งเสริมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ที่สำนักสงฆ์เขาตาม่องลาย ชุมชนม่องล่าย เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพระใบฎีกา สิทธิศักดิ์ ปิยธัมโม รักษาการเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เขาตามองล่าย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มี พ.อ.เพียว เลี้ยงชีพชอบ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ พร้อมด้วยผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล พุทธศาสนิกชนเข้าร่วมบุญกฐินสามัคคีครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ภายในงานมีการออกโรงทานเลี้ยงพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธีจำนวนหลายร้านตั้งแต่ช่วงเช้า จากนั้นเวลา 11.00 น. ร่วมกันถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร จนกระทั่งเวลา 13.00 น. ถวายองค์กฐินสามัคคีแด่เจ้าอาวาส (ประธานฝ่ายสงฆ์) โดยประธานองค์กฐินถวายยอดเงินให้กับทางวัด จำนวน 69,999 บาท (หกหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน) จากคณะศิษย์ยานุศิษย์บูชาธรรม 80 ปี หลวงพ่อธัมมชโย วัดธรรมกาย ตามโครงการกฐินสามัคคีทั่วไทย 30,000 วัด ประจำปี พ.ศ.2567 ยอดเงินกฐินถวายจำนวน 100,260 บาท (หนึ่งแสนสองร้อยหกสิบบาทถ้วน) และยอดกฐินสามัคคีจากพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่ร่วมบุญ รวมยอดเงินจำนวนทั้งสิ้นทั้งหมดที่ถวายให้กับสำนักสงฆ์เขาตาม่องล่าย เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 547,445บาท (ห้าแสนสี่หมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยสี่สิบห้าบาทถ้วน) เพื่อให้สำนักสงฆ์ไว้ใช้ในกิจการสงฆ์และทำนุบำรุงสืบทอดพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองคงอยู่สืบไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตร.ปส.จับนักข่าวค้ายาบ้า พร้อมของกลางกว่า 2,000 เม็ด

ตร.ปส.จับนักข่าวค้ายาบ้า พร้อมของกลางกว่า 2,000 เม็ด

วันที่ 20 ตุลาคม 2567 ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกับ สภ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ นำหมายจับศาลอาญา ที่ 533/2567 ลงวันที่ 27 กันยายน 2567 เข้าจับกุมตัวนายบี (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ภายในบ้านพัก ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พร้อมของกลางยาบ้า 2,200 เม็ด และเงินสด 90,000 บาท รถกระบะ MG สี่ประตู สีดำ กระจกหลังและประตูด้านคนขับ ติดสติกเกอร์สำนักข่าวแห่งหนึ่ง นำตัวมาสอบสวน

สืบเนื่องจากก่อนหน้านั้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. และตำรวจ ภ.จ.ชุมพร ได้ตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ อ.หลังสวน จ.ชุมพร และสามารถตรวจจับยาบ้าได้กว่า 1 ล้านเม็ด จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนขยายผล และตรวจสอบเส้นทางการเงินจนมีความเชื่องโยงกับนายบี จึงขออนุมัติหมายจับและเข้าตรวจค้นบ้านพักนายบี พบยาบ้าดังกล่าวซุกซ่อนฝังดินอยู่ข้างรั้วบ้าน จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปสอบสวนขยายผลหาพวกร่วมขบวนการที่ บช.ปส. ต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทอดกฐินวัดหัวหินคึกคัก ได้เงินกว่า 2.2 ล้านบาท

ทอดกฐินวัดหัวหินคึกคัก ได้เงินกว่า 2.2 ล้านบาท

วันที่ 20 ตุลาคม 2567 พระครูพิสุทธิ์ภาวนาพิธาน (เอกดนัย โชติธัมโม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีทอดกฐินสามัคคีวัดหัวหิน ประจำปี 2567 มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายไพโรจน์ มากหมู่ ประธานชุมชนชาวประมงหัวหิน ศิษยานุศิษย์และประชาชนกว่าสองพันคนร่วมในพิธี พร้อมกันนี้มีผู้ใจบุญต่างนำอาหารคาวหวาน ผลไม้ เครื่องดื่ม ข้าวสาร ไข่ไก่ มาออกร้านโรงทานแน่นหน้าวิหารหลวงพ่อนาค กว่า 400 ร้าน เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้รับประทานฟรี โดยวัดหัวหินได้ยอดเงินจากการทอดกฐินในปีนี้ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,200,000 บาท ซึ่งทางวัดจะได้นำไปบูรณสถานต่างๆ ภายในวัดหัวหินต่อไป

“วัดหัวหิน”เดิมชื่อว่า“วัดอัมพาราม”ซึ่งชาวหัวหินได้พร้อมใจกันสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งนั้น ขุนศรีเสละคาม (พลอย กระแสสินธุ์) กำนันโตและผู้ใหญ่กล่ำ เป็นตัวแทนชาวบ้านไปอาราธนา“หลวงปู่นาค”ปุญญนาโค หรือพระครูวิริยาธิการี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังมาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก เพราะเป็นที่เคารพเลื่อมใสของคนในท้องถิ่นนั้น นับแต่นั้นมา ท่านได้พัฒนาวัดหัวหินจนกระทั่งมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมวัดอื่นๆ มีความมั่นคงสืบทอดมาและได้มีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 10 รูป.