Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวนับพันคน ร่วมห่มผ้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่วัดห้วยมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันแม่แห่งชาติ

นักท่องเที่ยวนับพันคน ร่วมห่มผ้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่วัดห้วยมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันแม่แห่งชาติ

เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 9 สิงหาคม 2568 นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม“ห่มผ้าหลวงปู่ทวดครั้งที่ 12”ที่ลานหน้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา (12 สิงหาคม 2568) และเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มวันพักค้างในการเดินทาง กระจายรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่น และกระตุ้นคนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยมีพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ประธานฝ่ายสงฆ์พร้อมคณะสงฆ์จำนวน 30 รูปในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลฯ พร้อมด้วย น.ส.วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคกลาง ททท. นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน น.ส.บุษบา โชคสุชาติ นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ รวมทั้งประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ กว่า 1,000 คนร่วมในพิธี

เสร็จแล้วได้ร่วมกันถือผ้าสีเหลืองส้ม กว้าง 3 เมตร ยาว 247 เมตร เดินเวียนทักษิณาขึ้นห่มหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ พระนามาภิไธยย่อ สก ด้วยความศรัทธา ท่ามกลางการประดับตกแต่งด้วยระบบแสงสีเสียงตระการตา หลังเสร็จพิธีแล้ว พระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ได้เมตตาแจกวัตถุมงคล“หลวงปู่ทวดหลังเตารีด”ให้กับทุกคนที่มาร่วมงานได้เดินทางกลับด้วยความสวัสดิภาพ.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง“เทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล 2025”กับบรรยากาศสุดชิลริมทะเลปากน้ำปราณ

กลับมาอีกครั้ง“เทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล 2025”กับบรรยากาศสุดชิลริมทะเลปากน้ำปราณ

วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล 2025 และ Mini Balloon Festival @ปราณบุรี ร่วมกับนายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี, นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ, นางศุภรัตน์ ผาสุก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ เขต 2, นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ, นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ปลัด อบต.ปากน้ำปราณ, นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ รองผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคกลาง (ททท.) พร้อมร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง อบต.ปากน้ำปราณ กับ อบจ.ประจวบฯ ในการจัดงานครั้งนี้ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมเป็นสักขีพยานที่ลานแหลมเกด ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจอำเภอปราณบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 สิงหาคมนี้ ที่บริเวณลานมหาราช ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี

นายนำลาภ อิ่มทั่ว กล่าวว่า เทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล จัดต่อเนื่องกันมาหลายปี ด้วยความร่วมมือระหว่าง อบต.ปากน้ำปราณ อบจ.ประจวบฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอีกหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท ในพื้นที่ให้การสนับสนุน โดยไม่ทิ้งเสน่ห์ของงานคือหมึกแดดเดียวที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าหมึกในพื้นที่ปากน้ำปราณ มีรสชาติหวานจากธรรมชาติ นุ่มและไม่เหนียวเหมือนหมึกทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี ถือเป็นฤดูกาลของปลาหมึก เพราะได้รับอิทธิพลของน้ำจืดจากแม่น้ำปราณบุรีที่ไหลลงสู่ทะเล จะนำแพลงตอนที่เป็นอาหารหมึกมาสะสมอยู่ในทะเล ทำให้หมึกมีรสชาติดี หมึกที่นี่จึงกลายเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของอำเภอปราณบุรี ในอดีตชาวประมงตำบลปากน้ำปราณได้คิดค้นวิธีการจับหมึกมาตั้งแต่แต่ปี 2520 เริ่มจากใช้ตะเกียงเจ้าพายุเป็นแสงสว่าง ในการล่อหมึกให้มารวมตัว จนพัฒนามาเป็นเรือปั่นไฟไดหมึกและหรี่ไฟลง เพื่อให้หมึกมารวมตัวกัน จากนั้นใช้แหครอบ ซึ่งแต่ละปีหมึกมีการเจริญเติบโตขึ้นตามลำดับ“หมึกแดดเดียวปากน้ำปราณ”จึงกลายเป็นทั้งอัตลักษณ์ของท้องถิ่นและเมนูเรียกแขกกระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่ จนได้ขึ้นชื่อว่าหมึกแดดเดียวอร่อยที่สุดต้องหมึกแดดเดียวปากน้ำปราณ พร้อมบรรยากาศสุดฟินริมหาด ชมบอลลูนหลากสีสันสดใส ลอยลมเหนือท้องทะเล เคล้าเสียงคลื่น เสียงดนตรีและกลิ่นหอมของอาหารทะเลสดใหม่ ที่จะทำให้คุณหลงรักปากน้ำปราณยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชิมหมึกแดดเดียวที่แสนอร่อยแล้ว ภายในงานยังพบกับร้านอาหารทะเลสด และร้านค้าชุมชนกว่า 100 ร้านค้าสุดอร่อยในราคาที่ไม่แพง รถฟู้ดทรัคหลากหลายสไตล์ พบกับการประกวดเมนูหมึกแดดเดียวอร่อยที่สุด การแข่งขันกินอาหารทะเลเร็วที่สุด บูธเล่นกิจกรรม ร่วมเล่นเกมลุ้นรับของรางวัลจากผู้สนับสนุนท้องถิ่น จุดเช็คอินสุดปัง ถ่ายรูปเก๋ๆ ได้ทุกมุม การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังจัดเต็ม 3 คืน 3 สไตล์ วันที่ 8 สิงหาคม พบกับ MUSKETEERS & ESTUARY วันที่ 9 สิงหาคม พบกับ LANDOKMAI & วงการบันเทิง วันที่ 10 สิงหาคม พบกับ NO ONE ELSE & MESSILY BAND พร้อมชมบรรยากาศริมทะเลและแสงเขียวจากเรือไดหมึก สุดยอดเสน่ห์ทะเลปากน้ำปราณ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวพาครอบครัวมานั่งทานอาหารและฟังเพลงกับบรรยากาศทะเลยามเย็นได้ตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ เป็นเมืองหลักที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงของประเทศ มีผู้เยี่ยมเยือนในแต่ละปีกว่า 10 ล้านคน ลูกค้าของจังหวัดประจวบฯ จึงมีความหลากหลายตามพฤติกรรม รสนิยม กิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมการตลาดของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ซึ่งการจัดงานเทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล และ Mini Balloon Festival @ ปราณบุรี ในครั้งนี้จะช่วยให้เกิดการเดินทาง การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และที่สำคัญเป็นการสื่อสารอัตลักษณ์อาหารทะเลพื้นถิ่นของพี่น้องชาวปราณบุรีไปยังนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดด้วย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ลูกเต่ากระที่เกาะทะลุ ฟักตัวได้ 126 ชีวิต เตรียมคืนสู่ทะเลอ่าวสยาม

ลูกเต่ากระที่เกาะทะลุ ฟักตัวได้ 126 ชีวิต เตรียมคืนสู่ทะเลอ่าวสยาม

วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้รับรายงานข่าวที่สร้างความยินดีแก่เหล่านักอนุรักษ์และผู้สนใจ เมื่อลูกเต่ากระชุดใหม่จำนวน 126 ตัว ได้ฟักออกจากไข่ที่เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ นับเป็นรังที่ 5 ของฤดูกาลนี้ที่ให้กำเนิดชีวิตน้อยๆ สู่ท้องทะเล การค้นพบครั้งนี้เป็นผลจากการทำงานอย่างใกล้ชิด ระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ที่ได้ร่วมกันลาดตระเวนและเฝ้าติดตามการขึ้นวางไข่และการฟักไข่ของเต่ากระมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

สำหรับรังที่ 5 นี้ แม่เต่ากระได้ขึ้นมาวางไข่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 และใช้เวลาฟักตัวนาน 60 วันพอดี ก่อนที่จะฟักออกมาเป็นลูกเต่าตัวน้อยๆ ในวันนี้ โดยมีไข่ทั้งหมด 158 ฟอง ฟักออกมาเป็นตัว 126 ตัว มีไข่ที่ไม่ได้รับการผสม 31 ฟอง และมีลูกเต่าเสียชีวิตก้นหลุม 1 ตัว ซึ่งถือเป็นอัตราการรอดชีวิตที่สูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ โดยลูกเต่ากระชุดใหม่นี้จะได้รับการอนุบาลจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยามอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะถึงเวลาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในทะเลอ่าวสยามต่อไป ทั้งนี้ นายเอกฤทธิ์ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เฝ้าระวังและเก็บข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกชีวิตน้อยๆ เหล่านี้จะปลอดภัยและเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูประชากรเต่าทะเลของไทย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ขานรับนโยบายท่องเที่ยว เร่งประชาสัมพันธ์อีเว้นท์ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ขานรับนโยบายท่องเที่ยว เร่งประชาสัมพันธ์อีเว้นท์ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้

วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ประจำเดือนกรกฎาคม ครั้งที่ 3/2568 ที่ห้องประชุมโรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า จ.ประจวบฯ มีคณะกรรมการ สมาชิกสมาคมเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน โอกาสนี้ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน ได้มาพูดเรื่องนโยบายการพัฒนาเทศบาลนครหัวหิน 8 ด้าน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการเปิดตัวอนิเมชัน Lion’s journey ของสโมสรไลออนส์หัวหินด้วย โดยในที่ประชุมสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำได้นำเสนอการมีส่วนร่วมด้านการท่องเที่ยว และการทำงานประสานงานกับเทศบาลนครหัวหิน หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนการแจ้งปฏิทินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของหน่วยงานต่างๆ ในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายนนี้

นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เตรียมพร้อมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน – ชะอำ อย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะในช่วงกรีนซีซั่น ได้หารือกับสมาชิกเพื่อวางแผนกิจกรรมหลากหลายรูปแบบตลอดช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคม – กันยายนนี้ ที่คาดว่าจะเป็นเดือนแห่งเทศกาลและความคึกคักจากกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านวัฒนธรรม กีฬา ดนตรี และอาหาร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยสมาคมจะร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เพื่อจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมภาพลักษณ์และดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมเพื่อการกุศล หรือโครงการที่เชื่อมโยงกับชุมชน อาทิ เทศกาลหัวหิน – ชะอำ กอลฟ์เฟสติวัล 2025, งานประกวดวงดนตรีเยาวชนระดับประเทศ ‘Hua Hin Music Contest 2025’ ซึ่งจะกลับมาสร้างสีสันให้กับหัวหินอีกครั้ง, เทศกาลอาหารหัวหิน 2025 โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครหัวหิน เตรียมพบกับความหลากหลายของอาหารเลิศรสจากผู้ประกอบการท้องถิ่นและโรงแรมชื่อดังบนชายหาด ที่จะมาสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่น่าประทับใจช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายนนี้

“นอกจากนี้สมาคมฯ จัดทำกลุ่ม “ไลน์โอเปอเรเตอร์” ส่งเสริมการขายและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว โดยให้สมาชิกนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวและห้องพักราคาพิเศษ รองรับอีเวนต์และเทศกาลที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการในพื้นที่หัวหิน – ชะอำ แม้ว่าปัจจุบันอัตราการจองห้องพักจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 40% ซึ่งยังไม่สูงมากนัก เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ แต่สมาคมคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจะเริ่มเข้ามาจองและติดต่อสอบถามมากขึ้น เมื่อถึงใกล้ช่วงเทศกาล สมาคมฯ ยังคงมุ่งมั่นในการสำรวจและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆ ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างความประทับใจไม่รู้จบในการมาเยือนหัวหินและชะอำ โดยจะทำงานร่วมกับสมาชิกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความคาดหวังของนักท่องเที่ยวได้อย่างดีที่สุด” นายกิติพงษ์ กล่าวตอนท้าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงาน ‘OTOP ของดีคีรีขันธ์’ จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ผู้บริโภค

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงาน ‘OTOP ของดีคีรีขันธ์’ จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ผู้บริโภค

วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน OTOP ของดีคีรีขันธ์ “Farm to Table โครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดเกษตรปลอดภัย ประจวบคีรีขันธ์” ปี 2568 ที่ลานหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบฯ น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดประจวบฯ นายเศรษฐศักดิ์ ลาทอง ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ผู้ประกอบการ OTOP และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ พร้อมร่วมกันปรุงเมนู “ข้าวผัดสับปะรดสามอ่าว” โดยชมรมเชฟชะอำ – หัวหิน แจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานและนักท่องเที่ยวได้ลองชิมด้วยความอร่อย

งาน OTOP ของดีคีรีขันธ์ “Farm to Table” จัดโดยศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ และบริษัทประชารัฐสามัคคีประจวบฯ ระหว่างวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม 2568 เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดของกลุ่มผู้ผลิต ประกอบการสินค้าเกษตรปลอดภัย และเพื่อเป็นการทดสอบตลาดถึงความต้องการและความสนใจของผู้บริโภคเกี่ยวกับอาหารปลอดภัย เพื่อกำหนดทิศทางในการจัดทำแผนการขับเคลื่อนกิจการอาหารปลอดภัยต่อไป ภายในงานมีการออกบูธสินค้าเกษตรปลอดภัย อาหารสด อาหารแปรรูป ผัก ผลไม้สด เครื่องดื่มออแกนิค ผลิตภัณฑ์งานแฮนด์เมด ของใช้ ของตกแต่ง จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในพื้นที่ กลุ่มผู้ประกอบการ OTOP และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน กว่า 35 ร้านค้า มาวางจำหน่าย

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ กำหนดนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนการทำเกษตรปลอดภัย การใช้วัตถุดิบปลอดภัยในครัวเรือนในการแปรรูปเพื่อจำหน่าย เพื่อเป็นแหล่งอาหารปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค กิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าที่ดี มีคุณภาพ จะทำให้มีการไหลเวียนของกระแสเงิน ผู้ผลิตสินค้าชุมชนมีโอกาสได้นำสินค้ามาทดสอบตลาด ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตสินค้าชุมชนมีความเข้มแข็ง มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

วัดห้วยมงคล ชวนนักท่องเที่ยวอิ่มบุญร่วม“ห่มผ้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ครั้งที่ 12”ในเดือนแม่แห่งชาติ

วัดห้วยมงคล ชวนนักท่องเที่ยวอิ่มบุญร่วม“ห่มผ้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ครั้งที่ 12”ในเดือนแม่แห่งชาติ

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 พระพิศาลสิทธิคุณ หรือท่านเจ้าคุณไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่าวัดห้วยมงคล ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภาคกลาง กำหนดจัดกิจกรรมสร้างบุญมหามงคล“ห่มผ้าหลวงปู่ทวด ครั้งที่ 12”เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 12 สิงหาคม 2568 ระหว่างวันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2568 โดยวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 18.00 น. จะมีพิธีสวดตัดเคราะห์ต่อชะตา เสริมสิริมงคลบริเวณลานหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ วันที่ 9 สิงหาคม เวลา 18.00 น. คณะสงฆ์อำเภอหัวหินเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลฯ จากนั้นร่วมกิจกรรมเพิ่มพลังบุญด้วยศรัทธาถือผ้าสีเหลืองส้ม มีความกว้าง 3 เมตร ความยาว 399 เมตร เดินเวียนทักษิณา 3 รอบขึ้นห่มหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ท่ามกลางประดับตกแต่งด้วยระบบแสงสีเสียงเพิ่มความเข้มขลังตระการตา และที่พิเศษสุด สำหรับผู้ที่ร่วมพิธีรับบุญทันตาวัตถุมงคล“หลวงปู่ทวด”กลับไปบูชาเป็นสิริมงคลคนละ 1 องค์ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมกิจกรรมห่มผ้าหลวงปู่ทวด ครั้งที่ 12 ที่วัดห้วยมงคล ได้ตามวันดังกล่าว

“วัดห้วยมงคล”เดิมใช้ชื่อว่า“วัดห้วยคต”ต่อมาในปี 2495 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมาตั้งโครงการพระราชดำริแห่งแรกขึ้นและทรงได้พระราชทานนามใหม่จาก“ห้วยคต”เป็น“ห้วยมงคล”ภายหลัง พล.อ.วิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์ มีดำริที่จะสร้างหลวงปู่ทวด องค์ใหญ่ ซึ่งหล่อด้วยโลหะผสม หน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร บนฐานสูง 3 ชั้น เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร เททองหล่อองค์หลวงปู่ทวด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 และพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ สก ขึ้นประดิษฐานที่หน้าองค์รูปหล่อองค์หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ตั้งแต่นั้นมา ปัจจุบันวัดห้วยมงคลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอหัวหิน ที่ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบสักการะหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่กันเป็นจำนวนมาก.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ จัดหลักสูตรพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ จัดหลักสูตรพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการสร้างเมืองท่องเที่ยวปลอดภัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 หลักสูตรพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวด้านมาตรฐานการท่องเที่ยวมาตรฐานความปลอดภัย และมาตรฐานการบริการ เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง และมอบนโยบายด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในระดับประเทศ ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม บุคลากรด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐและเอกชน กว่า 100 คน ที่โรงแรมเดอะเกษตร หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

มีการบรรยายในหัวข้อต่างๆ อาทิ เรื่องบทบาทของตำรวจท่องเที่ยวต่อความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว โดย พ.ต.ต.ชโนวิทก์ สีเนหะ สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3, มาตรการความปลอดภัยของระบบคมนาคม โดยนายฤทธิชัย แสงทวีป นายช่างตรวจสภาพรถชำนาญการ สำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบฯ, มุมมองจากผู้ประกอบการท้องถิ่นต่อการจัดการความเสี่ยง โดยนางพุทธิยา พันแสง อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, กิจกรรมเวิร์กช็อปอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน, การฝึกปั้มหัวใจ (CPR), การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED), การช่วยเหลือผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ (Choking) โดยทีมงานโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน

ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ กล่าวว่า การจัดอบรมบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านมาตรการความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในวันนี้เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าใจมาตรการที่ภาครัฐกำหนดขึ้นอย่างถูกต้องและตรงกัน สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปีนี้ถือว่ามีการขยายตัวที่ดี มีการเติบโตทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ คาดว่าทิศทางจะเป็นไปในทางบวก และเชื่อว่านโยบายต่างๆ จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง หัวหินฟู๊ดเฟส ออนเดอะบีช 2025 กระตุ้นเศรฐกิจ

กลับมาอีกครั้ง หัวหินฟู๊ดเฟส ออนเดอะบีช 2025 กระตุ้นเศรฐกิจ

วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายบุญยืน พูลลาภ ประธานชมรมเชฟหัวหิน – ชะอำ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน เพื่อเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมงาน เทศกาลอาหารหัวหิน 2025 “Hua Hin Food Fest on the beach 2025”ระหว่างวันที่ 22 – 24 สิงหาคมนี้ ที่บริเวณชายหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ อ.หัวหิน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วงฤดูฝน นำเสนอ Soft Power ประสบการณ์ด้านอาหาร และสื่อสารภาพลักษณ์การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารของหัวหิน

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า เทศบาลนครหัวหิน ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดงานเทศกาลอาหารหัวหินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรฐกิจช่วง Green Season โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาร่วม“ชม ช็อป ชิม แชะ”สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนกระจายสู่ท้องถิ่น ภายในงานปีนี้มีการออกร้านจำหน่ายอาหารท้องถิ่น เครื่องดื่ม และอาหารชื่อดังจากโรงแรมระดับ 5 ดาว ในพื้นที่หัวหิน – ชะอำ ในราคาพิเศษสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวกว่า 100 บูธ การแข่งขันแกะสลักผักและผลไม้ การแข่งขันการประกอบอาหาร การประกวดตกแต่งบูธสวยงาม การประกวดตกแต่งจานอาหาร การแข่งขัน “ส้มตำลีลา” กิจกรรมการเรียนรู้การผสมเครื่องดื่ม กิจกรรมเวิร์กช็อปลาน Art & Craft ให้นักท่องเที่ยวได้เพ้นท์กระเป๋าผ้า ฟรี ! เก็บเป็นที่ระลึก

การโชว์บอลลูนหลากสีสันริมหาด โชว์น้ำพุเริงระบำประกอบแสงสีเสียงสุดตระการตา การประดับประดาไฟอย่างอลังการ 1 ล้านดวง เพื่อเป็นจุดเช็คอินถ่ายภาพเก็บภาพความประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยว และกิจกรรมบันเทิงบนเวทีทุกค่ำคืน พบกับศิลปินดัง สิงโต นำโชค, อ๊อฟ ปองศักดิ์ มาสร้างความสุขเสียงเพลงริมหาด โดยเฉพาะไฮไลท์วันเปิดงานที่ 22 สิงหาคม พบกับอาหารจานเด็ด“กุ้งผัดพริกเกลือ”88 กิโลกรัม 88 กระทะ สื่อถึงยกฐานะเทศบาลนครหัวหินจากอดีตจนถึงปัจจุบันครบ 88 ปี โดยเชฟรับเชิญจากโรงแรมต่างๆ มาประกอบอาหารแจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวในงานได้ลองลิ้มรสด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหัวหิน และเข้าชมงานตามวันดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ลูกค่างแว่นสีทองเขาล้อมหมวก อวดโฉมความซุกซน นักท่องเที่ยวไทยแห่ชมความน่ารัก

ลูกค่างแว่นสีทองเขาล้อมหมวก อวดโฉมความซุกซน นักท่องเที่ยวไทยแห่ชมความน่ารัก

วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณเชิงเขาล้อมหมวกกองบิน 5 อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยเดินทางมาลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งกองบิน 5 จัดเจ้าหน้าที่มาตั้งจุดเปิดรับลงทะเบียนและให้บริการด้านต่างๆ ในกิจกรรมพิชิตยอดเขาล้อมหมวกความสูง 902 ฟุต ในช่วงวันหยุดยาว 4 วัน เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา

แต่อีกไฮไลท์ในกิจกรรมนี้และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือค่างแว่นถิ่นใต้ ที่อาศัยอยู่บริเวณเขาล้อมหมวก โดยเฉพาะลูกค่างแว่นตัวสีทอง ที่มาเล่นอวดโฉมความน่ารักให้กับนักท่องเที่ยวได้เห็น โดยมีพ่อแม่ของมันคอยนั่งประกบอยู่อย่างใกล้ชิด ซึ่งพฤติกรรมของลูกค่างแว่นตัวสีทองนี้ จะกระโดดปีนป่ายไต่ตามกิ่งไม้และตัวของพ่อแม่มัน ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจและอดไม่ได้ที่จะยกโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพ พร้อมกับเซลฟี่เก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนที่จะเดินขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเอง พร้อมกราบไหว้สักการะรอยพระพุทธบาทจำลองที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาล้อมหมวก เมื่อพิชิตยอดเขาล้อมหมวกและกลับลงมาถึงด้านล่างแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้รับใบประกาศกลับบ้านอีกด้วย

ทั้งนี้ กองบิน 5 เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ท้าทายความสามารถในการพิชิตยอดเขาล้อมหมวกความสูง 902 ฟุต เป็นเวลา 4 วัน ระหว่างวันที่ 10 – 13 กรกฎาคม 2568 โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 06.00 น. และปิดรับลงทะเบียนในเวลา 09.00 น.ของทุกวัน ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน จะมีแสงแดดอ่อนๆ ทำให้บรรยากาศของการปีนเขาเป็นแบบสบายๆ อากาศกำลังดีไม่ร้อนเกินไป แต่ที่สำคัญกองบิน 5 ให้คำแนะนำ คือต้องใส่รองเท้าหุ้มส้นสำหรับปีนเขา และสวมใส่ถุงมือ เพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าไม่ได้เตรียมมา ที่จุดบริการมีจำหน่ายให้ในราคาถูก เช่น ถุงมือ หมวก และของที่ระลึกต่างๆ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หว้ากอเตรียมเปิดพื้นที่ชายหาดทำสปาทราย หมกแร่ควอตซ์ – แร่ฟันม้า

หว้ากอเตรียมเปิดพื้นที่ชายหาดทำสปาทราย หมกแร่ควอตซ์ – แร่ฟันม้า

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จ.ประจวบฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่อง “สปาทราย” และยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านสปาทรายกับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้กับผู้ที่สนใจในการประกอบอาชีพการให้บริการสปาทรายกว่า 20 คน เพื่อขานรับนโยบายส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 ข้อ ประจวบต้องไปต่อ next move prachuap

ภายในกิจกรรมจัดฝึกอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสปาทราย เรียนรู้คุณสมบัติทรายและประโยชน์ของแร่ธาตุต่างๆ ที่อยู่ในทราย รวมถึงรูปแบบการให้บริการสปาทราย การเตรียมทรายและการต้อนรับลูกค้าอย่างถูกวิธี เพื่อยกระดับมาตรฐานของการให้บริการที่มีคุณภาพกับลูกค้าทุกระดับ

นายวราวุธ พยัคฆพงษ์ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มาเห็นหาดทรายที่สวยสะอาดของหว้ากอ จึงมีแนวคิดที่จะพลิกฟื้นการให้บริการสปาทรายให้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง เป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวตามนโยบาย 10 ข้อ ประจวบ ต้องไปต่อ (next move prachuap) และยังเป็นสานต่ออาชีพสปาทรายและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดประจวบฯ มีพื้นที่หาดทรายยาวตลอดแนวจนถึงจังหวัดชุมพร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ในการนำทรายไปตรวจหาคุณสมบัติและแร่ธาตุต่างๆ ที่อยู่ในทรายบริเวณนี้ โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พบว่าแร่ควอตซ์และแร่ฟันม้ามีอยู่จำนวนมาก และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ อวกาศ เพื่อให้ประชาชนนำวิถีชีวิตความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไปใช้ ซึ่งสปาทรายเป็นตัวอย่างที่ดี ที่จะนำสิ่งที่มีอยู่เดิมอยู่แล้วมาสร้างจุดขายและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น สร้างโอกาสให้กับชาวบ้าน จากการสำรวจกระแสน้ำบริเวณชายหาดหว้ากอ เป็นกระแสน้ำวนออกไปแล้วกลับเข้ามา ดังนั้นทรายและสิ่งต่างๆ จะมาจากคลองวาฬ อ่าวประจวบฯ และบางสะพาน ไหลวนกลับเข้ามาที่อ่าวหว้ากอ หลังจากนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จะเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ จากความรู้ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ถ่ายทอดไว้ให้ พร้อมกับเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ในส่วนประชาชนที่ผ่านการอบรมไปแล้ว มีความรู้ความสามารถ มีทักษะด้านการสปาทราย สามารถเข้ามาใช้พื้นที่แห่งนี้ได้โดยที่ไม่ต้องมีการลงทุนอะไรมากมาย เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติอยู่แล้ว อนาคตจะมีการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการโรงแรม ที่พักและรีสอร์ทต่างๆ ต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจจะใช้พื้นที่หาดทรายของอุทยานหว้ากอ เพื่อบริการสปาทรายให้กับนักท่องเที่ยว สามารถติดต่อได้ที่กลุ่มงานลานกางเต็นท์ค่ายเด็กของอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ หรือโทร.093 – 4747859

รองศาสตราจารย์ ดร.พนารัตน์ ศรีแสง ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน เปิดเผยว่า จากการที่ได้เก็บตัวอย่างทรายในหลายพื้นที่ ตั้งแต่อำเภอหัวหินไปถึงอำเภอบางสะพาน พบว่าทรายมีคุณสมบัติในเชิงวิทยาศาสตร์และการรักษา โดยคุณสมบัติหลักของทรายมี 2 ส่วน คือ แร่ควอตซ์ (Quartz) กับเฟลด์สปาร์ (feldspar) หรือแร่ฟันม้า แร่ควอตซ์มีประโยชน์ในด้านของการปรับพลังงานในร่างกาย ส่วนแร่ฟันม้า หรือเฟลด์สปาร์ มีประโยชน์ในเรื่องของการคลายเครียด ช่วยปรับสมดุลของระบบประสาท หากใครได้มาทำสปาหมกทราย จะได้ประโยชน์ในเรื่องของการผ่อนคลายเป็นหลัก ซึ่งการหมกทรายในแต่ละครั้งควรจะประมาณ 20 นาที เพื่อไม่ให้นานเกินไปหรือน้อยเกินไป โดยก่อนการหมกทรายจะต้องตรวจสุขภาพและเตรียมความพร้อมของร่างกาย ซึ่งข้อควรระวังผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันสูง มีรอบเดือนและหญิงตั้งครรภ์ ไม่เหมาะกับกิจกรรมห่มทราย.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน