Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปรากฏการณ์สาหร่ายสีเขียวมรกตกว่า 3 กิโลเมตร เตือนอันตรายห้ามลงไปเหยียบ

ปรากฏการณ์สาหร่ายสีเขียวมรกตกว่า 3 กิโลเมตร เตือนอันตรายห้ามลงไปเหยียบ

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณขั้นบันไดกันคลื่น ชายหาดปราณบุรี ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้กลายเป็นสีเขียวมรกตตลอดแนว ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร เนื่องจากสาหร่ายสีเขียวมาเกาะ เมื่อกระทบเกลียวคลื่นจะระยิบระยับสวยงาม มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ มาเดินเที่ยวและประหลาดใจว่าตามขั้นบันไดกลายเป็นสีเขียวยาวตลอดแนวชายหาด ซึ่งหากจะมาเที่ยวชมหรือถ่ายภาพ ต้องมาช่วงเวลาที่น้ำทะเลลดลง ตั้งแต่ช่วงเที่ยงถึงเย็น จึงจะเห็นได้ชัดเจนและสวยงาม

สำหรับปรากฏการณ์สาหร่ายสีเขียวมรกต จะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยจะเกิดขึ้นบริเวณชายหาดที่มีโขดหิน หรือวัตถุที่เป็นปูน ซึ่งมีน้ำทะเลใสสะอาด มีแสงแดดที่สาดส่องลงมาช่วงเวลาที่น้ำทะเลขึ้นลง บวกกับอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศน์ จนเกิดสาหร่ายทะเลสีเขียวมรกต แต่ต้องระวังห้ามเดินลงไป เพราะมีนักท่องเที่ยวเกิดอุบัติเหตุลงไปเหยียบสาหร่ายแล้วลื่นล้มได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลปากน้ำปราณ และ อบต.ปากน้ำปราณ ได้นำป้ายมีข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ “ระวัง ลื่นตะไคร่น้ำ” Please beware of moss มาตั้งไว้ริมชาดหาดเป็นระยะๆ ตลอดแนว ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม แต่ก็ยังมีคนฝ่าฝืนจนได้รับบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ หลังจากที่ผ่านพ้นเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้ว น้ำทะเลท่วมไม่ถึง สาหร่ายที่เกิดขึ้นก็จะถูกแสงแดดแผดเผาจนตาย บริเวณเขื่อนกันคลื่นก็จะกลับสู่สภาวะปกติ

นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ กล่าวว่าตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ บริเวณเขื่อนกันคลื่นจะมีสาหร่ายสีเขียวเหมือนกำมะหยี่ มาเกาะตามขั้นบันได ทำให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำ และนำไปแชร์ในโลกออนไลน์ ด้วยความสวยงาม แต่มักจะมีนักท่องเที่ยวเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง ทาง อบต.ปากน้ำปราณจึงนำป้ายมาติดตั้งไว้เพื่อเตือน ตลอดแนวระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้า โรงแรมได้ช่วยกันทำป้ายประชาสัมพันธ์เตือนให้นักท่องเที่ยวได้ระมัดระวัง

นายพรหมสิงห์ สิงหเสนี อาสาสมัครอนุรักษ์พิทักษ์สิ่งแวดล้อมทะเลปราณบุรี กล่าวว่าในช่วงสามเดือนที่เกิดปรากฏการณ์นี้ จะเกิดอุบัติบ่อย เพราะนักท่องเที่ยวจะมองไม่ค่อยเห็นในช่วงที่บันไดลื่น จะลงมาชมชาดหาดแล้วลื่น มีทั้งหัวแตก แขนขาถลอก ฝากเตือนนักท่องเที่ยว หากต้องการที่จะมาถ่ายรูปต้องใช้ความระมัดระวัง ถ้าเกิดอุบัติเหตุสามารถติดต่อได้ที่กลุ่มไลน์จิตอาสา อบต.ปากน้ำปราณ หรือ 1669.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รถบรรทุกคนงานเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง ตาย 4 เจ็บระนาว

รถบรรทุกคนงานเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง ตาย 4 เจ็บระนาว

ช่วงเย็นวันที่ 31 มกราคม 2567 ตำราจ สภ.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะบรรทุกคนงานเสียหลักพลิกคว่ำ ชนกับต้นไม้ข้างทางมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก บนถนนสายห้วยสัตว์ใหญ่ – ป่าละอู ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ กจ.7 เขาหุบเต่า ประมาณ 1 กิโลเมตร ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จึงพร้อมด้วยกู้ชีพงิ้วแดง กู้ชีพ อบต.หนองพลับ มูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน รุดไปยังที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง พบรถกระบะตอนครึ่งมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน บบ – 6595 ประจวบฯ บรรทุกคนงานก่อสร้างมาเต็มคันรถ ในสภาพด้านข้างชนกับต้นไม้ข้างทางพังเสียหาย มีคนงานนับสิบคน ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงและคนไทยที่นั่งมาด้านหลัง กระเด็นออกนอกตัวรถ นอนร้องระงมด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลหัวหิน และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลจำนวน 4 ราย และได้รับบาดเจ็บ 11 ราย รวม 15 คน

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่าขณะคนขับบรรทุกคนงานทั้งหมดกลับมาจากทำงานที่อำเภอหัวหิน มุ่งหน้าเพื่อไปส่งคนงานที่ป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคาดว่าคนขับอาจเกิดหลับใน ประกอบกับเป็นทางโค้ง รถเสียหลักตกข้างทาง ชนต้นไม้อย่างแรง จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามตำรวจได้เร่งตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

มทร.รัตนโกสินทร์ เปิดราชมงคลวังไกลกังวลเกมส์ ครั้งที่ 21

มทร.รัตนโกสินทร์ เปิดราชมงคลวังไกลกังวลเกมส์ ครั้งที่ 21

วันที่ 31 มกราคม 2567 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาภายใน “ราชมงคลวังไกลกังวลเกมส์” ครั้งที่ 21 ประจำปี 2566 ที่สนามกีฬาปดิพัทธ์ราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวให้โอวาทนักกีฬา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐศักดิ์ พรพุฒิศิริ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมการผลิต คณะอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (นักกีฬาอาวุโส) นำทัพนักกีฬากล่าวปฏิญาณตน พร้อมด้วย ผศ.นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล อาจารย์พงศ์ภูมิ ศรชมแก้ว หัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการ สำนักงานวิทยาเขตวังไกลกังวล คณะผู้บริหาร คณาจารย์ ให้การต้อนรับ มีนักศึกษาแต่ละสาขาวิชาเข้าร่วมขบวนพาเหรดอย่างสวยงามและนักศึกษาประมาณสองพันคน ร่วมส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน

การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย ให้นักศึกษามีความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งเดียวกัน ส่งเสริมสุขภาพให้นักศึกษา มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันสามารถปฏิบัติตนให้อยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยจัดการแข่งขันกีฬารวม 5 ประเภท มีฟุตซอล วอลเล่ย์บอลชายหญิง บาสเกตบอลชายหญิง แบดมินตันชายหญิง และกรีฑา พร้อมทั้งมีประกวดขบวนพาเหรดและกองเชียร์ด้วย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 31 มกราคม 2567 ใช้เวลาแข่งขันรวม 3 วัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หมอเชิดชัย เปิดงานประชุมวิชาการเครือข่ายหัวใจ ครั้งที่ 15

หมอเชิดชัยเปิดงานประชุมวิชาการเครือข่ายหัวใจ ครั้งที่ 15

วันที่ 31 มกราคม 2567 รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการเครือข่ายหัวใจ ครั้งที่ 15 “CNF 15th Cardiac Network Forum 2024 : บูรณาการ ประสานพลัง สร้างนวัตกรรมใหม่ หัวใจไร้กังวล” ที่ห้องประชุมโรงแรมรีเจ้นท์ชะอำ จ.เพชรบุรี จัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานเขตสุขภาพที่ 5 โดยโรงพยาบาลหัวหิน สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมแพทย์มัณฑนากรหัวใจและหลอดเลือดแห่งประเทศไทย สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) และสมาคมพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2567 ที่โรงแรมรีเจ้นท์ชะอำ มี นพ.กิตติ กรรภิรมย์ สาธารณสุขนิเทศก์ และผู้อำนวยการสำนักเขตสุขภาพที่ 5, นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ, นพ.จิตตรัตน์ เตชวุฒิพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหิน , นพ.พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการ สุขภาพ ( Service Plan ) สาขาโรคหัวใจและประธานคณะกรรมการฝ่ายวิชาการและประเมินผลงานทางวิชาการ Cardiac Network Forum 2024, นพ. พลพรรธน์ อยู่สวัสดิ์ แพทย์หัวหน้าศูนย์หัวใจ รพ.หัวหิน ประธาน Service Plan โรคหัวใจ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นพ.พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการ สุขภาพ ( Service Plan ) สาขาโรคหัวใจและประธานคณะกรรมการฝ่ายวิชาการและประเมินผลงานทางวิชาการ Cardiac Network Forum 2024 , ทีมงานศูนย์หัวใจ และทีมงานสหวิชาชีพ รพ.หัวหิน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก สาธารณสุขนิเทศก์จากโรงพยาบาลต่างๆ รวม 13 เขต กว่า 700 คน เข้าร่วมการประชุม จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ การนำองค์ความรู้ใหม่ นวัตกรรม รูปแบบการดำเนินงานที่ดี รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน สร้างความสามัคคีของผู้ปฏิบัติงานในสาขาโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกภาคส่วน พร้อมทั้งการนำเสนอรูปแบบการบริการที่เป็นเลิศเข้าถึงผู้รับบริการ

รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้นำเอาทีมเวิร์คต่างๆ จากทั่วประเทศ ที่มีประสบการณ์ทางการทำงาน มาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับทราบ พร้อมได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลางและมหาวิทยาลัย มาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม เพื่อฝึกสอนและให้ความรู้ด้านโรคหัวใจให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ และที่ 1 ของโลก หากรักษาได้อย่างทันท่วงที ก็สามารถรอดชีวิตได้ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ฉะนั้นโรคหัวใจต้องการเครื่องมือที่ทันสมัย เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพื่อให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ ความชำนาญทางด้านโรคหัวใจและทำงานเป็นทีมเวิร์ค ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่พบบ่อยคืออาการหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และโรคอื่นๆ ที่มีผลต่อโรคหัวใจ เนื่องจากคนไทยปรับเปลี่ยนพฤติการณ์การรับประทานอาหารแบบชาติตะวันตกมากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

สองนักหวดสาวระดับโลก ติวเข้มทักษะการเล่นให้เยาวชน

สองนักหวดสาวระดับโลก ติวเข้มทักษะการเล่นให้เยาวชน

วันที่ 30 มกราคม 2567 เครื่องดื่มอัดลมทางเลือกเพื่อสุขภาพ“100พลัส” จัดกิจกรรม 100 Plus Tennis Clinic By Paradorn Academy เปิดเทนนิส คลินิกติวเข้มทักษะให้กับน้องๆ เยาวชนโดยนักกีฬาเทนนิสระดับโลก ณ สนามเทนนิส อารีน่าหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในระหว่างการแข่งขันเทนนิสหญิง ดับเบิลยูทีเอ 250 รายการไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ โดยกิจกรรมเทนนิสคลินิกครั้งนี้มี นายฐิตพล กาญจนะ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมการขาย บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด โดยเครื่องดื่มอัดลมทางเลือกเพื่อสุขภาพ 100 พลัส เป็นประธานจัดกิจกรรม และเชิญดาลม่า กัลฟี นักหวดสาวระดับโลกจากฮังการี ร่วมสอนทักษะการตีเทนนิสอย่างถูกต้องให้กับน้องๆ เยาวชนที่มาร่วมกิจกรรม ทั้งการจับแร็กเกต การเสิร์ฟ การหวดโต้ลูก และเทคนิคการตีเทนนิสในรูปแบบต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้องๆ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ต่างสนุกสนานกับการเรียนรู้ทักษะการเล่นเทนนิสจากนักหวดมืออาชีพระดับโลกที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับน้องๆ อย่างเป็นกันเอง และได้โอกาสใกล้ชิดกับนักกีฬาเทนนิสชั้นนำของโลก

ขณะเดียวกัน วิลสัน (Wilson) แบรนด์ผู้นำด้านกีฬาชั้นแนวหน้าของโลก ได้จัดกิจกรรมเทนนิส“Demo Day by Wilson”ที่สนามเทนนิส ภายในอารีน่าหัวหิน โดยมี เบรนด้า ฟรูห์เวอร์โตว่า นักเทนนิสชื่อดังมืออันดับ 96 ของโลกจากสาธารณรัฐเช็ก มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ สอนทักษะการตีเทนนิสให้กับเยาวชน กิจกรรมนี้จัดโดยซูเปอร์สปอร์ต ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ร้านค้ากีฬาอันดับหนึ่งของประเทศไทย ผู้จัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Wilson ที่ร่วมสนับสนุนศึกไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ โดยเปิดให้บุคคลทั่วไปได้ร่วมฝึกทักษะการเล่นเทนนิสกับนักกีฬาระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งทดสอบแร็กเกตทั้งหมด 4 รุ่น Wilson Clash V2 เหมาะกับการตีแบบ All around, Wilson Ultra V4 เหมาะกับสาย Power, Wilson Blade V8 เหมาะกับสาย Control และ Wilson SHIFT เหมาะกับสาย S

นอกจากนี้ วิลสันยังเปิดโอกาสให้นักเทนนิสรุ่นจิ๋วที่มาร่วมกิจกรรมได้ร่วมสนุกไปกับการเล่นเทนนิส ด้วยการร่วมสนุกชิงของรางวัลจากแบรนด์วิลสัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด, หมวก, กางเกง, รองเท้า และอื่นๆ อีกมายมาย รวมไปถึงการถ่ายรูปร่วมกับ Serena และ Arty มาสคอตเสือดาวและกระต่าย มาสคอตจากซูเปอร์สปอร์ตกันอย่างสนุกสนานด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานฯ กุยบุรี รวบเมียนมา พกยาบ้านับร้อยเม็ดหลบหนีเข้าเมือง

อุทยานฯ กุยบุรี รวบเมียนมา พกยาบ้านับร้อยเม็ดหลบหนีเข้าเมือง

วันที่ 29 มกราคม 2567 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.3 (ด่านสิงขร) ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ได้ร่วมกันลาดตระเวนและดักซุ่มเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางป่าไม้และกลุ่มคนลักลอบหลบหนีเข้าเมืองในพื้นที่อุทยานฯ บริเวณช่องทางบ้านหนองไม้แก่น ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบฯ ระหว่างการลาดตระเวนเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงเดินเท้าของบุคคลต้องสงสัย จึงดักซุ่มจนสามารถจับกุมตัวได้ เป็นชาวเมียนมา ชาย 1 คน หญิง 1 คน รวม 2 คน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ ตรวจค้นในตัวพบยาบ้า จำนวน 279 เม็ด สอบถามทั้งคู่ได้ให้การเป็นภาษาไทยว่าจะนำยาบ้าข้ามไปยังประเทศตน โดยผ่านช่องทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบฯ เพื่อนำตัวชาวเมียนมาทั้งสองคนไปดำเนินการตามกฏหมายต่อไป.

ขอบคุณภาพจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เปิดแล้ว ศึกไทยแลนด์โอเพ่น 2024 มือท็อปโลกร่วมล่าแชมป์ที่อารีน่าหัวหิน

เปิดแล้ว ศึกไทยแลนด์โอเพ่น 2024 มือท็อปโลกร่วมล่าแชมป์ที่อารีน่าหัวหิน

การแข่งขันเทนนิสหญิง ดับเบิลยูทีเอ 250 รายการไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ ชิงเงินรางวัลรวมสูงถึง 267,082 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเกือบ 10 ล้านบาท ที่อารีน่าหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธี ในงานมีการแสดงชื่อชุด “เภรีปราบอรินทร์ ลือระบิลนักรบไทย” ซึ่งเป็นการแสดงจากเยาวชนที่ร่วมกันฝึกแม่ไม้มวยไทย ที่เป็นวัฒนธรรมการต่อสู้อันยาวนานและสานต่อมาถึงปัจจุบัน เพื่อสืบทอดความเป็นไทย เป็นการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมของประเทศไทยให้โด่งดังไปทั่วโลก และระหว่างพิธีเปิด นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และนายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยังได้มอบพวงมาลัยดอกไม้สดให้แก่เทย์ลาห์ เพรสตัน นักเทนนิสสาวออสเตรเลีย วัย 18 ปี จากออสเตรเลีย และ จู หลิน นักหวดจีนวัย 30 ปี แชมป์เก่าไทยแลนด์โอเพ่น 2023 ก่อนถ่ายภาพร่วมกับผู้สนับสนุนการแข่งขัน

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่าการแข่งขันเทนนิสรายการไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ จัดเป็นครั้งที่ 4 แล้วภายใต้มาตรฐานการจัดกีฬาระดับโลก แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของไทยในการบริหารจัดการกีฬาระดับโลก และเป็นชื่อเสียงของประเทศ ขณะเดียวกันยังก้าวแรกของนักกีฬาเทนนิสระดับโลก ในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพแบบเต็มตัว และมืออันดับ 1 ของโลกหลายคน ก็เติบโตมาจากรายการที่หัวหิน อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักเทนนิสไทยได้แข่งขันกับนักกีฬานานาชาติ นอกจากเรื่องของการกีฬาแล้ว ยังได้เรื่องการท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการแข่งขันไทยแลนด์ โอเพ่น ซึ่งต้องขอบคุณผู้สนับสนุนที่ทำให้เราได้เจ้าภาพจัดกีฬาระดับโลกในครั้งนี้ และต้องขอบคุณนักกีฬาเทนนิสระดับโลกที่มาแข่งขัน ที่ช่วยกันส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย ผ่านกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย

ในพิธีเปิดครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ ประธานการจัดการแข่งขัน, นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์, นายวสุ กลมเกลี้ยง Executive Vice President บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน), พลเอกนิรันดร ศรีคชา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก, นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บลูพอร์ตหัวหิน, นายภราดร ศรีชาพันธุ์ ผู้อำนวยการแข่งขันไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บาย อีเอและอีกหลายคน

การแข่งขันเทนนิสไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ) จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ที่อารีน่าหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชิงชัยระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 มีนักเทนนิสระดับมือท็อป 25 – 100 ของโลก เดินทางมาร่วมชิงชัยมากถึง 88 คน และเป็นโอกาสดีของแฟนเทนนิสชาวไทยที่จะได้ชมการแข่งขันเทนนิสระดับโลกแบบติดขอบสนาม ในเมืองตากอากาศอย่างเมืองหัวหิน และมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกและในประเทศไทยผ่านช่อง ททบ.5 และทางทรูวิชั่น ช่องทรูเทนนิส 670.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ วิ่งกรุงเทพฯ – สงขลา ระดมทุนสร้างอาคารผู้ป่วยและญาติ

มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ วิ่งกรุงเทพฯ – สงขลา ระดมทุนสร้างอาคารผู้ป่วยและญาติ

วันที่ 29 มกราคม 2567 คณะนักวิ่งจากมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จัดโครงการวิ่งระดมทุน “Thank You Run” เพื่อสร้างอาคารเย็นศิระ 3 เป็นอาคารผู้ป่วยและญาติ เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ – สงขลา ใช้เวลา 9 วัน ระยะทาง 1,039 กิโลเมตร วิ่งมาสองวันถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว เริ่มวันที่ 3 ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ออกสตาร์ทที่อำเภอปราณบุรี วิ่งฝ่าสายฝนมาตามถนนเพชรเกษม โดยมีรถตำรวจนำหน้า พร้อมรถโมบายไลน์สด มีนักวิ่งและรถบัสคอยรับนักวิ่งที่คอยผลัดเปลี่ยนกันวิ่งเป็นระยะ รวมถึงมีรถพยาบาลของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และรถพยาบาลของมูลนิธิในพื้นที่ ที่คณะนักวิ่งผ่านคอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางจนถึง รพ.สต.ชัยเกษม

วันที่ 30 มกราคม เข้าสู่วันที่ 4 ของการวิ่ง คณะนักวิ่งจะออกจาก รพ.สต.ชัยเกษม ช่วงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 367 – 368 ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ตั้งแต่เวลา 04.00 น. มุ่งหน้าสู่ อ.เมือง จซชุมพร รวมระยะทางในการวิ่ง 119.9 กิโลเมตร

สำหรับการก่อสร้างอาคารเย็นศิระ 3 มีวัตถุประสงค์ดังนี้
1. เพื่อจัดให้เป็นสถานที่พักอาศัยของผู้ป่วยและญาติ ให้การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเรื้อรังที่รักษายากและซับซ้อน หรือที่เรียกกันในสายการแพทย์ว่าผู้ป่วยระดับตติยภูมิ ให้ได้รับการรักษาพยาบาลตามแผนการรักษาของแพทย์
2. เพื่อให้ผู้ป่วยยอมรับและเข้าใจธรรมชาติ เห็นคุณค่าของชีวิต อยากมีชีวิตที่ยืนยาว สามารถดูแลตนเองและผู้อื่น เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และเอื้ออาทรต่อกันฉันท์กัลยาณมิตร
3. เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ ได้ใช้เป็นแหล่งศึกษา บ่มเพาะการเรียนรู้ของแพทย์ นักศึกษาแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด้านการช่วยเหลือผู้ป่วย ให้เข้าใจในมิติทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยและญาติ อันได้แก่ เรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา สิ่งที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญให้คุณค่า จะช่วยบรรเทาโรคร้ายของผู้ป่วย และช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตอันยืนยาว
4. เพื่อให้เป็นสถานที่ปลูกฝัง หล่อหลอม ฝึกปฏิบัติให้กับนักเรียน นักศึกษาคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ให้รู้จักการให้ ความมีน้ำใจ การแบ่งปัน การเอื้ออาทร รู้สึกถึงความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ อันเป็นการสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีน้ำใจ มีจิตสาธารณะ มีความเห็นอกเห็นใจ และคำนึงถึงศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์
5. เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะขององค์รวม และสร้างเครือข่ายกัลยาณมิตรในสังคม
6. เพื่อให้เป็นแหล่งการศึกษา ค้นคว้าวิจัย

ร่วมให้กำลังใจนักวิ่งได้ตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ – สงขลา ผ่านการไลฟ์สด อาคารเย็นศิระ•มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ระหว่างวันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 074 – 451020.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แผนพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตสหกิจชุมชนต้นแบบ ด้านเศรษฐกิจระดับประเทศ

แผนพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตสหกิจชุมชนต้นแบบ ด้านเศรษฐกิจระดับประเทศ

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2567 นายนิมิตร วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย เป็นประธานเปิดงานแผนพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตสหกิจชุมชน มีนายธิรวัฒน สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก นายนันทปรีชา คำทอง สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายธนวัฒน์ ชื่นชอบทรัพย์ กำนันตำบลช้างแรก น.ส.อังคณา หงษ์ศา เกษตรอำเภอบางสะพานน้อย พร้อมทั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นตำบลช้างแรกร่วมต้อนรับคณาจารย์จากมหาลัยราชภัฏเพชรบุรีและผู้เข้าร่วมประชุม จากนั้น ผศ.พจนารถ บัวเขียว รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้กล่าวชี้แจงความเป็นมาวัตถุประสงค์ โดยเริ่มจาก 3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันโครงการมีความก้าวหน้ามากน้อยแค่ไหน บทบาทภารกิจของสถาบันการศึกษาที่จะให้องค์ความรู้ ติดอาวุธทางความคิด รวมถึงยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมได้อย่างไร เป็นการบูรณาการร่วมกันจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้พัฒนาอย่างมีทิศทาง เกิดการร่วมมืออย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม

นายนันทปรีชา คำทอง สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัชเพชรบุรี นำโดย ผศ.พจนารถ บัวเขียว, ผศ.ดร.พรรณี คอนจอหอ รองอธิการบดีฯ, อ.ปิยวรรณ คุสินธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พร้อมด้วยคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ ได้ทำโครงการแผนพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตสู่วิสาหกิจชุมชนต้นแบบด้านเศรษฐกิจระดับประเทศ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืช นำผลของโกโก้มาแปรรูปได้หลากหลายผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้คุณภาพที่มาตรฐาน เริ่มที่ต้นน้ำคือเลือกสายพันธุ์โกโก้ที่ดี กระบวนการจัดการบริหารแปลงปลูกที่เป็นรูปแบบของเกษตรอินทรีย์ กลางน้ำ คือเกษตรกรมีความรู้ มีการรวมตัวเป็นกลุ่มที่จะบริหารจัดการในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน มีหลักธรรมาภิบาลในการดูแลจัดการบริหารทั้งระบบ ปลายน้ำ คือช่วยหาวิธีการด้านการตลาด เพื่อสร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มในผลผลิต ให้กลับมาสู่ชุมชน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และพร้อมกันนี้จัดให้มีโครงการชุมชน ดิจิตอล เป็นโครงการต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาต่อยอดในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในชุมชน หรือสังคมภายนอกทั่วไปอย่างถูกต้องและเท่าทัน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมไร้พรมแดน เน้นการพึ่งพาพาตนเองตามศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างสังคมตื่นตัว ตื่นรู้ โดยมีทุกกลุ่มเป้าหมายเพื่อบูรณาการร่วมกันในชุมชน อาทิเช่น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สถานศึกษา เกษตรอำเภอ พัฒนาการอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ กศน.สภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมาชิกเครือข่ายวิถีเกษตรธรรมชาติ กลุ่มโกโก้ตะนาวศรี และพี่น้องเกษตรกรที่สนใจ นายนันทปรีชา กล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หาบัญชีม้าแบบใหม่ หลอกเหยื่อไปทำงานขายออนไลน์ต่างแดนก่อนขังตัวไว้ เอาบัญชีไปหลอกรับโอนเงิน

หาบัญชีม้าแบบใหม่ หลอกเหยื่อไปทำงานขายออนไลน์ต่างแดนก่อนขังตัวไว้ เอาบัญชีไปหลอกรับโอนเงิน

วันที่ 29 มกราคม 2567 น.ส.อุษา ถือแก้ว อายุ 31 ปี ชาวบ้านอำเภอกุยบุรี พร้อมด้วยนายณัฐพงศ์ ทองศรี อายุ 29 ปี สามี และผู้เสียหายอีก 3 ราย มาพบผู้สื่อข่าวเพื่อร้องทุกข์ ว่ากลุ่มของตนจำนวน 6 ราย ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวงให้ไปทำงานในกัมพูชา ไปแจ้งความแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถช่วยเหลือได้

น.ส.อุษา เล่าว่าเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ตนได้รับการติดต่อจาก น.ส.ตุ้ง ที่รู้จักคุ้นเคยกันอย่างดี อีกทั้งยังเคยช่วยหาแหล่งกู้เงินให้กับตน ถามมาว่ามีงานให้ทำ 15 วัน ได้ค่าตอบแทน 30,000 บาท ซึ่งตนและสามีก็สนใจ จึงสอบถามไปว่า งานผิดกฎหมายหรือเปล่า ทาง น.ส.ตุ้ง ยืนยันว่าไม่ผิดกฎหมายแน่นอน เป็นงานขายของออนไลน์ ต้องไปทำที่ชายแดนฝั่งประเทศกัมพูชา แต่มีเงื่อนไขว่า ทุกคนต้องเปิดบัญชีหลายๆ บัญชี โดยบอกว่า เมื่อข้ามไปฝั่งเพื่อนบ้าน บางบัญชีอาจไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตทำให้ใช้งานไม่ได้ เลยขอให้เปิดไปเผื่อ พวกตนหลงเชื่อ จึงได้ชักชวนพี่เขยและญาติสนิทอีก 4 คน ไปเปิดบัญชี จากนั้น น.ส.ตุ้งได้พาพวกตนทั้งหมด ไปทำพาสปอร์ตที่จังหวัดเพชรบุรี โดยออกค่าใช้จ่ายและค่ารถให้ทั้งหมด

ต่อมาวันที่ 6 มกราคม น.ส.ตุ้ง ได้พาพวกตนไปพักค้างคืนที่บ้านแฟนของ น.ส.ตุ้ง ที่ลพบุรี และวันที่ 7 มกราคมได้พาไปยัง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนข้ามแดนไป ได้นำโทรศัพท์มือถือมาให้พวกตนคนละ 1 เครื่อง และให้โหลดแอปธนาคารต่างๆ ที่ไปเปิดมาลงเครื่องที่ให้มา พยายามชักจูงต่างๆ นานา ว่าเพื่อความสะดวกในการรับเงิน เพื่อไม่ให้ปะปนกับบัญชีที่พวกตนมีใช้อยู่ก่อน และบอกว่าเมื่อเสร็จงานก็ให้ลบแอปฯ ออกจากโทรศัพท์ ก็จะไม่มีใครใช้งานได้ จากนั้นเมื่อผ่านด่าน ตม. มีการประทับตราอย่างถูกต้อง เมื่อนั่งรถไปถึงตึก 3 ชั้นแห่งหนึ่ง ห่างจากชายแดนประมาณ 2 กิโลเมตร ให้พวกตนขึ้นไป บอกว่าห้องทำงานอยู่ชั้น 2

น.ส.อุษาเล่าต่อว่า เมื่อตนเห็นสภาพของตึกและประตูเหล็กที่ปิดอยู่ มีการ์ดคอยยืนคุมอยู่ตลอด จึงบอก น.ส.ตุ้งไปว่าขอเปลี่ยนใจไม่ทำงานแล้วได้ไหม แต่ น.ส.ตุ้งพยายามคะยั้นคะยอให้ตนขึ้นไปทำงาน บอกว่าไม่มีอะไรหรอก ก่อนที่ น.ส.ตุ้งรีบกลับประเทศไทยทันที พวกตนทั้งหมดจึงจำยอมเดินเข้าไปในตึก เพราะเห็นการ์ดถือกระบองไฟฟ้า และกดช๊อตไฟเสียงดังจนน่ากลัว เหมือนเป็นการข่มขู่พวกตนไปในตัว

ระหว่างที่ถูกกักตัวอยู่นั้น มีคนมายึดโทรศัพท์ที่ น.ส.ตุ้งมอบให้ไว้ก่อนเข้ามาของทุกคนไป และสอบถามรหัสผ่านของแอปฯ ธนาคารต่างๆ ที่ทุกคนเปิดเอาไว้ พวกของตนไม่กล้าขัดขืนจึงให้ไปทั้งหมด ระหว่างนั้นพยายามสอบถามจากคนที่อยู่มาก่อน ก็ได้ความว่า ทุกคนถูกหลอกให้มาทำงานและถูกยึดแอปฯ ธนาคารไปเหมือนกัน แต่ไม่มีใครกล้าที่จะขอความช่วยเหลือจากใคร ต่อมาวันที่ 13 ตนพร้อมสามีและเพื่อนอีกคนหนึ่ง ถูกปล่อยตัว ก่อนกลับได้ส่งเงินให้พวกตนคนละ 3 หมื่นบาท พวกตนทั้ง 3 คนจึงมาพักรออยู่ในฝั่งประเทศไทย แต่ไม่กล้าจะขอความช่วยเหลืออะไรจากใคร เนื่องจากเกรงว่าพวกที่เหลืออีก 3 คนจะไม่ปลอดภัย

ต่อมาวันที่ 18 และ 19 มกราคม พวกตนที่เหลือทั้งหมด ได้รับการปล่อยตัวกลับมายังฝั่งไทยโดยปลอดภัย และได้เงินกลับมา บางคนได้ 3 หมื่น บางคนได้ 2 หมื่นบาท จากนั้นพวกตนได้พากันกลับบ้านที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จึงได้ทราบว่าสามีของตนและพี่เขย มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน คนละ 1 หมาย ของสามีตนจาก สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ส่วนของพี่เขยที่ สภ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี

วันรุ่งขึ้นได้พากันไปแจ้งขอใช้ซิมใหม่เบอร์เดิม เนื่องจากซิมโทรศัพท์ถูกยึดไปตั้งแต่ตอนอยู่ฝั่งกัมพูชา แล้วไปขอความช่วยเหลือจากที่ต่างๆ ที่ดังๆ ในโซเชียล แต่ทุกที่บอกว่าอยู่ในระหว่างตรวจสอบและพิจารณา ต่อมาไปที่ สภ.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ ซึ่งเป็นท้องที่ที่พวกตนอยู่ พนักงานสอบสวนให้เพียงลงบันทึกประจำวันว่าพวกตนถูกหลอกไปทำงาน เมื่อนำใบบันทึกดังกล่าวไปให้หลายที่ดู ก็บอกว่าใบนี้ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ พวกตนจึงพากันมาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว

น.ส.อุษากล่าวว่า ตอนนี้ทุกคนเดือดร้อนหนักมาก เพราะไปตรวจสอบกับธนาคารแล้ว พบว่าแต่ละบัญชีของพวกตนถูกอายัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายจังหวัด คาดว่าอีกไม่นานคงมีหมายเรียกออกมา สามีของตนเกรงว่าอาจติดคุก ถึงกับชวนตนฆ่าตัวตาย เพราะเครียดต้องมาเป็นหนี้และโดนคดีที่พวกตนไม่ได้ก่อ จนตอนนี้ตนต้องคอยปลอบและให้กำลังใจทั้งสามีและคนอื่น ให้พยายามหาทางออกจากปัญหาให้ได้

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.วรวัชร แคมป์วงษ์ ผกก.สภ.กุยบุรี ถึงเรื่องดังกล่าว ทาง ผกก.กล่าวว่าได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนแล้ว ในตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า ทั้ง 6 คนนี้ ถูกหลอกจริงหรือเปล่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน เชิญทั้งหมดไปสอบสวนใหม่ เพื่อหาข้อเท็จจริง และแจ้งความเอาผิดกลุ่มมิจฉาชีพในโอกาสต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน