Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จับมือ รพ.กรุงเทพหัวหิน อบรมช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้พนักงานโรงแรมรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จับมือ รพ.กรุงเทพหัวหิน อบรมช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้พนักงานโรงแรมรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 นพ.อัศวิน ภูวธนสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการ BDMS อบรมการช่วยชีวิตสำหรับบุคลากรโรงแรม มีนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ ร่วมพิธีเปิด พร้อมด้วยพนักงานโรงแรมในพื้นที่หัวหิน – ชะอำ กว่า 80 คน เข้ารับการอบรม

นพ.อัศวิน ภูวธนสาร กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน จัดกิจกรรมในโครงการ BDMS อบรมการช่วยชีวิต ตามนโยบายของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) หรือ BDMS มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเมืองหัวหิน เป็นหนึ่งในหมุดหมายยอดนิยม โดยเฉพาะในช่วง High Season นี้ ทางโรงพยาบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้ความรู้แก่บุคลากรโรงแรม ให้มีความสามารถในการช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว โดยผู้เข้ารับการอบรมจะมีความรู้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยเบื้องต้น เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนได้อย่างถูกวิธี ก่อนส่งถึงมือแพทย์

การอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการปั๊มหัวใจ (CPR) ที่ถูกวิธี การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) และการช่วยเหลือผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินและภาคีเครือข่าย อาทิ เทศบาลนครหัวหิน และมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ ซึ่งผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับมอบประกาศนียบัตรจาก BDMS ตามแนวคิดที่ว่า แม้ไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ หากเรามีองค์ความรู้และมีความมั่นใจ ผ่านการอบรมและฝึกปฏิบัติจริง โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้หลักการที่เป็นสากล

นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า การช่วยชีวิตคนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็นที่เราทุกคนควรได้รับการฝึกอบรม สิ่งสำคัญคือการช่วยอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะลงมือช่วยเอง หรือการโทรขอความช่วยเหลือด้วยขั้นตอนที่ถูกต้อง เพราะทุกวินาทีมีค่า การอบรมในวันนี้จะช่วยให้ทุกคนมีความมั่นใจในการช่วยชีวิตผู้อื่นขอบคุณทางโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ที่ถ่ายทอดความรู้อันมีประโยชน์ให้แก่บุคลากรโรงแรม เพื่อสร้างความมั่นใจในการพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินจัดเทศกาลงานไวน์แห่งปี ที่คนรักไวน์ห้ามพลาด

หัวหินจัดเทศกาลงานไวน์แห่งปี ที่คนรักไวน์ห้ามพลาด

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอํา นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไปสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลไวน์“กราสซี่หัวหินไวน์เฟสติวัล 2025 Grassy Huahin Wine Festival 2025”ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ แขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวร่วมรับฟัง

นายอำนาจ ป่านแก้ว กล่าวว่า สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน เป็นสนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุมแห่งแรกของประเทศไทย เป็นมรดกล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ สมบูรณ์ด้วยแมกไม้ยืนต้นอายุเก่าแก่นานาชนิด โดยพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงกอล์ฟเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2467 ปีนี้สนามกอล์ฟแห่งนี้มีอายุ 101 ปี สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ร่วมกับบริษัท ฮับสเตอร์ จำกัด และผู้จัดจำหน่ายไวน์นับ 10 บริษัท จัดงานกราสซี่หัวหินไวน์เฟสติวัล 2025 ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้ โดยเนรมิตพื้นที่สนามกอล์ฟแห่งนี้ให้เป็นที่น่าจดจำของคนรักไวน์ ท่านจะได้ลิ้มลองไวน์นับร้อยฉลากจากทั่วโลก เคล้าเสียงดนตรีแจ๊สสด โดย“โก้ มิสเตอร์แซกแมน”ศิลปินแซกโซโฟนอันดับหนึ่ง และ“ชีพชนก ศรียามาตย์” สุดยอดนักกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์ของไทย ปิดท้ายวงฟรีเบิร์ด ที่หลายๆ ท่านยังคงคิดถึง นอกจากนี้ยังมีบูธอาหารที่ผ่านการเลือกสรรมาอย่างดี เตรียมไว้บริการโดยไม่เสียค่าผ่านประตูใดๆ ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นบนแฟร์เวย์ที่สวยที่สุดแห่งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนอันแสนพิเศษ ได้สัมผัสกับอีกมิติหนึ่งของสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน สถานที่แห่งนี้มิได้ต้อนรับแต่เพียงนักกอล์ฟเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับทุกๆ คน สอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่เฟซบุ๊ก : Grassy Hua Hin Wine Festival.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

วนอุทยานเขานางพันธุรัต รับรางวัลพระราชทาน ‘Thailand Tourism Awards 2025’ ประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติดีเด่น

วนอุทยานเขานางพันธุรัต รับรางวัลพระราชทาน ‘Thailand Tourism Awards 2025’ ประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติดีเด่น

นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต เข้ารับพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย 15th Thailand Tourism Awards 2025 จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โดยวนอุทยานเขานางพันธุรัตได้รับพระราชทานรางวัลดีเด่น (Thailand Tourism Outstanding Awards) ประเภทแหล่งท่องเที่ยว (Attraction) สาขาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ (Nature & Park) จัดขึ้นที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอทเอราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา มีนางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี ร่วมแสดงความยินดี ซึ่งรางวัลที่ได้รับดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงคุณค่า ความงดงามทางธรรมชาติ และศักยภาพของวนอุทยานเขานางพันธุรัต ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ได้จัดการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อยกย่องเชิดชูผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีการพัฒนาคุณภาพ และรักษามาตรฐานการให้บริการที่มีความเป็นเลิศ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ผลงานที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะได้รับรางวัล “กินรี” อันทรงคุณค่า เพื่อเป็นเครื่องหมายสะท้อนถึงการรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน รางวัลนี้จึงเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่หน่วยงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะช่วยรับรองการส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่าและน่าประทับใจ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ เสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีความโดดเด่น ทั้งด้านประเพณี วัฒนธรรม อัตลักษณ์ความเป็นไทย ตลอดจนการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อันเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก เพื่อให้ประเทศไทย สามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันและยังคงเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก

สำหรับพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 เป็นส่วนหนึ่งของ Grand Celebration ภายใต้แคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 โดยในปีนี้ได้มีการแบ่งประเภทการประกวดออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ประเภทแหล่งท่องเที่ยว ประเภทที่พักนักทองเที่ยว ประเภทการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประเภทรายการนำเที่ยว และประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน ซึ่งมีผลงานที่ได้รับรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 151 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลเกียรติยศ (Hall of Fame) 6 รางวัล รางวัลยอดเยี่ยม (Thailand Tourism Excellence Awards 17 รางวัล รางวัลดีเด่น (Thailand Tourism Outstanding Awards) 59 รางวัล และรางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards) ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษที่มอบครั้งแรกในปีนี้ ให้แก่ผู้ประกอบการที่มีความยอดเยี่ยมในด้านการบริหารจัดการความยั่งยืน และรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม จำนวน 69 รางวัล.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กรมอุทยานฯ พบลูกเต่ากระฟักตัวรังที่ 16 เกาะทะลุ ชี้อัตราการรอดสูงถึง 72%

กรมอุทยานฯ พบลูกเต่ากระฟักตัวรังที่ 16 เกาะทะลุ ชี้อัตราการรอดสูงถึง 72%

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ได้รับข่าวดีจากการเฝ้าติดตามการฟักไข่ของเต่ากระอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 18 กันยายน 2568 พบการฟักไข่ของลูกเต่ากระ รังที่ 16 บนพื้นที่เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ ซึ่งเป็นความสำเร็จในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่น่าภาคภูมิใจ การฟักไข่ครั้งนี้เป็นผลมาจากการลาดตระเวนร่วมกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม ซึ่งได้เฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของเต่ากระ ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยรังที่ 16 นี้ เต่ากระได้ขึ้นวางไข่เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม และใช้เวลาฟักตัวตามธรรมชาติ สำหรับการฟักไข่รังที่ 16 มีจำนวนไข่ทั้งหมด 147 ฟอง มีลูกเต่าที่ฟักออกเป็นตัว 91 ตัว ซึ่งมีไข่ไม่ได้รับการผสม 10 ฟอง และตายช่วงแรกเกิด 2 ตัว อัตราการรอดตาย 72 % ลูกเต่ากระที่ฟักออกมาทั้งหมด 91 ตัวนี้ ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม โดยจะนำไปอนุบาลต่อในระยะหนึ่ง ก่อนที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตต่อไป

นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าการอนุรักษ์เต่ากระ ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มุ่งมั่นที่จะปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ การค้นพบการฟักไข่ของเต่ากระในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่ และความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชาติ.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 24” นักท่องเที่ยวแน่นหาด

เริ่มแล้ว “เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 24” นักท่องเที่ยวแน่นหาด

วันที่ 13 กันยายน 2568 นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 24 ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วย นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับ พร้อมชิมอาหารจานเด็ดจากเซฟโรงแรมชั้นนำในพื้นที่ชะอำ โดยใช้ปลาหมึกสดที่ได้มาจากประมงพื้นบ้านแจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้ลองทาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักท่องเที่ยวเข้าชมงานกันเป็นจำนวนมาก

เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จัดงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 24 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 20 กันยายน รวม 8 วัน 8 คืน ภายในงาน มีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดเลิศรสที่ปรุงด้วยเมนูหมึกและหอยเป็นหลักและอาหารอื่นๆ อีกหลากหลายจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังใน อ.ชะอำ และ จ.เพชรบุรี กว่า 50 ร้านค้าคุณภาพในราคายุติธรรมและเหมาะสมคุณภาพ อีกทั้งมีการแสดงดนตรีจากวงดนตรีที่ได้รับความนิยมทุกคืน การออกร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นบนถนนคนเดิน รอบบริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ และยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะในงานเทศกาลนี้ 1 ปีมีครั้งเดียว กับบริการนำนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์การลงเรือตกหมึกกลางทะเลที่น่าตื่นเต้นประทับใจทุกวันในราคาถูกเป็นพิเศษ เพียงท่านละ 100 บาท พร้อมอุปกรณ์ตกหมึก “โยธกา” ที่หาชมได้เฉพาะกิจกรรมนี้เท่านั้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเที่ยวชมงานตามวันดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อบจ.ประจวบฯ จัดโครงการ“สราญวิถี สีสันแห่งสายลม”ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด

อบจ.ประจวบฯ จัดโครงการ“สราญวิถี สีสันแห่งสายลม”ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด

วันที่ 12 กันยายน 2568 นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ“สราญวิถี สีสันแห่งสายลม”ที่บริเวณสะพานสราญวิถี อ.เมืองประจวบฯ ประจำปี 2568 มีนายธรรมรัตน์ สิงห์ศรี ปลัด อบจ.ประจวบฯ พร้อมคณะผู้บริหาร อบจ. หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม

อบจ.ประจวบฯ เล็งเห็นความสำคัญของสะพานสราญวิถี จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว“สราญวิถี สีสันแห่งสายลม”ขึ้นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น สร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วม ระหว่างภาครัฐ เอกชนและชุมชน ในการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวร่วมกันเชิงบูรณาการ มีการมอบรางวัลการประกวดคลิปท่องเที่ยว การโชว์บอลลูน การแสดงของลูกหลานชาวประจวบฯ และดนตรีเฮ้าส์แบรนด์ ระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน 2568 รวม 2 วัน

ทั้งนี้ สะพานสราญวิถี เป็นนามสะพานพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดีสิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ตั้งอยู่บริเวณหน้าอ่าวประจวบฯ ในอดีตเคยเป็นสะพานปลาอ่าวประจวบฯ สำหรับการประมง ก่อนจะมีการประกาศยกเลิกใช้สะพานปลาดังกล่าว ต่อมาจังหวัดได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมและก่อสร้างเพิ่มเติม ใช้รูปแบบและสีสันอิงกับสถานีรถไฟของจังหวัด ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่สวยงามโดดเด่น อีกทั้งยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามมากยิ่งขึ้น นอกจากเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงามแล้ว ยังเป็นพื้นที่แสดงออกของคนในจังหวัดประจวบฯ ในงานต่างๆ ด้วย รวมทั้งยังเป็นทางเดินที่สุขสำราญ เพราะทุกวันศุกร์และเสาร์ในแต่ละสัปดาห์ จะมีถนนคนเดินเลียบอ่าวประจวบฯ ซึ่งเมื่อผู้คนเดินเที่ยวภายในถนนคนเดินเสร็จ จะมาเดินพักผ่อนหย่อนใจบนสะพานสราญวิถีแห่งนี้ ซึ่งจะรู้สึกได้ว่ามีความสดชื่น มีความสุขสำราญ.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เปิดแล้ว“Gastronomy @ Prachuapkirikhan #2”ชายหาดบ้านกรูด 12 – 14 ก.ย.นี้

เปิดแล้ว“Gastronomy @ Prachuapkirikhan #2”ชายหาดบ้านกรูด 12 – 14 ก.ย.นี้

วันนี้ 12 กันยายน 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานเทศกาล Gastronomy Food and Culinary @ Prachuapkirikhan#2 ที่บริเวณริมหาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ, นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน, นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด, น.ส.อาทิตา จุ้ยจู่เอี้ยม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (เพชรบุรี), นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการ ทสจ.ประจวบฯ, นายสมหมาย ปานทอง กำนันตำบลธงชัยและอุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นายวิฑูรย์ พุกจันทร์ ส.อบจ.อำเภอบางสะพาน เขต 1 นายบุญลือ ปานทอง ส.อบจ.อำเภอบางสะพาน เขต 2 นายอังกินันท์ แก้วไทรนันท์ ส.อบจ.อำเภอบางสะพาน เขต 4 หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารเทศบาล และอินฟลูสายอาหาร“โหน่งโชว์” มาร่วมทำปรุงเมนูกุ้งสามรส แจกจ่ายให้กับประชาชนและผู้เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีการโชว์ทำอาหารจาก 8 แม่ 8 เมนู จาก 4 ชุมชนของอำเภอตอนล่าง โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาประกอบอาหารให้ผู้ร่วมงานได้ชิม

นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับจังหวัด เพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ชุมชนท้องถิ่น และผู้ผลิตสินค้าพื้นเมือง ซึ่งจะช่วยยกระดับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและยั่งยืนการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ถือเป็นหนึ่งในกระแสการท่องเที่ยวที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคต อาหารไม่ใช่เพียงปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของคนในท้องถิ่นด้วย

ภายในงานพบกับมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มบรรยากาศริมทะเล ที่คัดสรรแต่ของดี ของอร่อย อาหารสายสุขภาพ ฮาลาล Food Truck กว่า 100 บูธ ฟังเพลงไพเราะๆ กับศิลปิน “เล็ก – รัชเมศฐ์ The Voice Thailand” เจ้าของเพลงร้อยล้านวิว และจากวงดนตรีมืออาชีพ ชมการแสดงควงกระบองไฟ จุดเช็คอินถ่ายภาพเก็บความประทับใจ การแข่งขันทำอาหารชิงเงินรางวัลกว่า 30,000 บาท และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย ที่พิเศษสุด การจำหน่ายกุ้งขาวแวนนาไมสด ในราคาพิเศษกว่าท้องตลาด พร้อมกิจกรรมตักกุ้งและนาทีทอง ซื้อกุ้งราคาพิเศษผ่านคูปองส่วนลด โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบฯ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกท่าน เข้าร่วมงานเทศกาลอาหาร Gastronomy@Prachuapkirikhan#2 ระหว่างวันที่ 12 – 14 กันยายนนี้ ที่ชายหาดบ้านกรูด เพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารในรูปแบบใหม่ และบรรยากาศริมทะเล มีการแสดงพลุ และ Fire Show (ควงกระบองไฟ) ทุกค่ำคืน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวแน่นหาดประเพณีปล่อยเรือ “ส่งเคราะห์ทางทะเล” ทำบุญให้บรรพบุรุษ

นักท่องเที่ยวแน่นหาดประเพณีปล่อยเรือ “ส่งเคราะห์ทางทะเล” ทำบุญให้บรรพบุรุษ

วันที่ 7 กันยายน 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วยนายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ คณะกรรมการชุมชนชาวประมงหัวหิน ชมรมวัยสดใส ประชาชนชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ร่วมทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 9 รูป และประกอบพิธีบวงสรวงในพิธีปล่อยเรือส่งเคราะห์ทางทะเลและงานทำบุญประจำปีศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม ข้างโรงแรมฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ตแอนด์สปา เขตเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี พระครูพิสุทธิ์ภาวนาพิธาน (พระปลัดเอกดนัย โชติธัมโม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดหัวหิน ประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นได้ร่วมกันจุดประทัดนับหมื่นดอก ก่อนพร้อมใจกันลากเรือส่งเคราะห์สู่ท้องทะเล มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเก็บภาพไว้ดูด้วยความสนใจ พร้อมกันนี้ประชาชนนักท่องเที่ยวต่างนำเลขเด็ดหางประทัดไปเสี่ยงดวงงวดนี้ตามๆ กัน

การปล่อยเรือส่งเคราะห์ทางทะเลเป็นงานประเพณีเก่าแก่ของชาวหัวหินที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่ประชาชนทั่วไปให้ความเคารพบูชา เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วและนำเถ้าอังคารมาลอยที่บริเวณชายทะเลหัวหิน แต่ไม่เคยได้กลับมาดูแลกราบไหว้ พร้อมทั้งทำบุญสะเดาะเคราะห์ ปล่อยตุ๊กตาปูนปั้นหุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ประมาณ 4,000 ตัว ที่ทาสีสดให้ประชาชนแล้วแต่จิตศรัทธาบริจาคทำบุญเขียนชื่อตนเองหรือญาติมิตรลงกระดาษติดกับตัวตุ๊กตา อธิษฐานขอให้สิ่งชั่วร้ายต่างๆ พ้นไป นำไปวางไว้ในวิมานเรือส่งเคราะห์ทางทะเล พร้อมใจกันลากเรือทั้งลำออกสู่ทะเลบริเวณหินโคร่งที่เป็นแหล่งปลาชุกชุม ก่อนปล่อยวิมานที่บรรจุตุ๊กตาปูนปั้นหุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ลงสู่ก้นทะเลกลายเป็นแหล่งปะการังหากินของสัตว์ทะเลต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

มทร.รัตนโกสินทร์ พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง

มทร.รัตนโกสินทร์ พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง

วันที่ 1 กันยายน 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอําเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการสร้างการรับรู้การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ของการยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การยกระดับนวัตกรรมการสกัดดอกส้มจี๊ดด้วยเทคนิคการสกัดแบบเปียก เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปา สำหรับชุมชนตำบลทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์” ที่ห้องปฏิบัติการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี ผศ.ดร.ธเนศวร นวลใย หัวหน้าโครงการวิจัย คณะทีมวิจัย คณาจารย์ เกษตรกรจากวิสาหกิจชุมชนบางสะพาน และนักศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

นายประสูตร หอมบรรเทิง กล่าวว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความหลากหลาย ทั้งสภาพภูมิอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ อำเภอบางสะพาน มีสภาพภูมิอากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชเฉพาะ และข่าเหลือง เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อำเภอบางสะพาน และมีปัญหาราคาตกต่ำ การแปรรูปเป็นหนทางหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ แต่การแปรรูปโดยขาดองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพต่ำ ไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้ การบูรณาการศาสตร์ความรู้ด้านต่างๆ ย่อมทำให้เกิดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ผู้บริโภค และสามารถแข่งขันทั้งในและนอกประเทศได้ โครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อหาแนวทางในการยกระดับรายได้ครัวเรือนของชุมชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยอาศัยฐานทรัพยากรในชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก

ผศ.ดร.ธเนศวร นวลใย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มีแนวคิดที่จะบริหารจัดการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ปลูก ผู้แปรรูป และผู้จำหน่าย ส้มจี๊ดและข่าเหลือง เพื่อผลักดันให้เกิดเครือข่ายที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์จากส้มจี๊ดและข่าเหลือง โดยอาศัยการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้วยการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัยในเครือข่ายและผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับของผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้การทำงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ให้แก่หน่วยงานราชการ ในฐานะ key-partner และวิสาหกิจชุมชนในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ Stakeholder เพื่อคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพในการเข้ารับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่นักศึกษาในการฝึกวิเคราะห์ ปฏิบัติในรายวิชานวัตกรรมและการพัฒนาผลิตลิตภัณฑ์ชุมชน.

ข่าวแนะนำ

มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จับมือกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนสานต่อ ‘โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประจำปี 2569’

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จับคู่เจรจาธุรกิจการค้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 สร้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ประจวบฯ จับคู่เจรจาธุรกิจการค้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 สร้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

วันที่ 1 กันยายน 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการเจรจาธุรกิจการค้า (Online Business Matching) “PETCH SAMUT KHIRI BUSSINESS FAIR 2025” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 2 กันยายน 2568 ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบฯ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ น.ส.สุวีรยา ปั้นปาน พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร น.ส.ยุพา นาคา พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม น.ส.จินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่ 4 จังหวัดกลุ่มเพชรสมุทรคีรี ร่วมในพิธี

ตามที่จังหวัดประจวบฯ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อดำเนินกิจกรรมเจรจาธุรกิจ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการจำหน่ายสินค้าและบริการ กิจกรรมยกระดับและเชื่อมโยงตลาดสินค้า BCG อัตลักษณ์พื้นถิ่น และ Soft Power เพชรสมุทรคีรี โดยมีกิจกรรมตามโครงการ ประกอบด้วย การประชุมข้าราชการและเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการจัดเจรจาธุรกิจ กิจกรรมอบรมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การจัดทำ E-catalog สินค้า ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การเจรจาธุรกิจการค้าในครั้งนี้ เพื่อเปิดตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งการเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ประกอบการส่งออก ผู้ประกอบการ SMEs สินค้า BCG กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตอุตสาหกรรมด้านเกษตรแปรรูป หัตถกรรมและธุรกิจบริการ ในกลุ่มจังหวัดการภาคกลางตอนล่าง 2 ได้แก่จังหวัดประจวบฯ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร จำนวน 40 ราย รวมทั้งการเจรจาธุรกิจทางออนไลน์ มุ่งให้ผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 มีรายได้สูงขึ้นและมีช่องทางการค้าเพิ่มมากขึ้น

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่า ภาคการส่งออก ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งสินค้าของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 หรือเพชรสมุทรคีรี มีความหลากหลายทั้งสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าประมง รวมถึงการท่องเที่ยว สามารถเป็นตัวเลือกให้กับผู้ประกอบการที่มาร่วมเจรจาธุรกิจการค้าได้เป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าการจัดกิจกรรมในช่วงสองวันนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จากการเจรจาจับคู่ธุรกิจ สิ่งที่อยากฝากถึงผู้ประกอบการผู้ผลิตสินค้า คือเรื่องของการรักษาคุณภาพมาตรฐาน เพราะวันนี้สินค้าของเรากำลังจะไปสู่ตลาดต่างประเทศ ดังนั้นเรื่องมาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องจากทั้งสามจังหวัดที่เดินทางมาจังหวัดประจวบฯ จะได้เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ มีความสวยงามเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระหว่างกันในโอกาสต่อไป.