Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ขบวนซุปเปอร์คาร์ระดับโลกบุกหัวหิน ในงาน “STREET KINGS เยือนหัวหิน ถิ่นมนต์ขลัง”

ขบวนซุปเปอร์คาร์ระดับโลกบุกหัวหิน ในงาน “STREET KINGS เยือนหัวหิน ถิ่นมนต์ขลัง”

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 นายสมเกียรติ อำนวยพรพิพัฒน์ ผู้จัดการส่วนธุรกิจภาคใต้ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด และนายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน ร่วมให้การต้อนรับขบวนซูเปอร์คาร์กว่า 70 คัน ในงาน “STREET KINGS เยือนหัวหิน ถิ่นมนต์ขลัง” ที่บริเวณลานเดอะสแควร์ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชมและถ่ายภาพเก็บไว้ดูด้วยความสนใจ จัดโดยศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน, เดอะคอลเลคชั่น หัวหิน, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหินรีสอร์ท, กลุ่มบริษัทพราว, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท คาร์ทรัส จำกัด และกลุ่ม Street King

กิจกรรมในครั้งนี้ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา และรอคอยการมาเยือนเพื่อร่วมถ่ายรูปกันเป็นอย่างมาก นับเป็นการรวมตัวรถซูเปอร์คาร์ที่มากที่สุดในหัวหิน ไม่ว่าจะเป็น Lamborghini Aventador, Lamborghini Huracan STO, Ferrari 296, Ferrari SF90, Ferrari F8 และสุดยอดซูเปอร์คาร์ในตระกูล McLaren อย่าง McLaren 720s และMcLaren 570s เป็นสีสันส่งท้ายปลายปีของเมืองหัวหิน รวมไปถึงกิจกรรมการแสดงดนตรีสด Live Band โดยน้องๆ นักเรียนของโรงเรียนในพื้นที่หัวหินที่มาร่วมโชว์ฝีมือ สร้างความสนุกภายในงาน พร้อมการจัดแสดงแสง สี เสียง ประกอบการแสดงโชว์รถซูเปอร์คาร์อีกด้วย

นอกจากนี้ กลุ่ม Street King ยังสานต่อกิจกรรมแบ่งปันความสุขเพื่อสังคมมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่จงหวัดประจวบฯ 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านอ่าวน้อย, โรงเรียนบ้านห้วยใหญ่, โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์, โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก, โรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง และร่วมสนับสนุนให้กับศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นแหล่งพักพิงและช่วยเหลือสุนัขจรจัดต่อไป

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กล่าวว่า การจัดงาน STREET KINGS เยือนหัวหิน ถิ่นมนต์ขลัง ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวเมืองหัวหินและนักท่องเที่ยวที่รอคอยการมาเยือนของขบวนซูเปอร์คาร์ แต่ยังเป็นการตอกย้ำและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเมืองหัวหินในการเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวและยานยนต์ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในด้านยานยนต์ให้มาเยือนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ เพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างรายได้แก่ชุมชน และที่สำคัญยังเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของหัวหินและบลูพอร์ตในการเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะด้านและสามารถรองรับการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ร่วมกับ ททท.เพชรบุรี นำสมาชิกสมาคมฯ ชมการผลิตไวน์

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ร่วมกับ ททท.เพชรบุรี นำสมาชิกสมาคมฯ ชมการผลิตไวน์

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมด้วยนางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นำสมาชิกสมาคมฯ และสื่อมวลชน เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เรื่องไวน์ ที่บริษัท สยามไวเนอรี่ จำกัด จ.สมุทรสาคร มีนายประยุทธ ว่องไว ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลและบริหารทรัพยากรองค์กร บริษัท สยามไวน์เนอรี่ จำกัด และคณะให้การต้อนรับ พร้อมนำชมวีดิทัศน์ รวมถึงขั้นตอนการผลิต การหมักไวน์ในถังไม้โอ๊ก และการบรรจุผลิตภัณฑ์การส่งถึงมือผู้บริโภค

นายประยุทธ ว่องไว กล่าวว่า สยามไวเนอรี่ เป็นผู้ผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ จ.สมุทรสาคร ในปี 2529 ด้วยปริมาณการผลิตมากกว่า 80 ล้านลิตรต่อปี และปัจจุบันได้ผ่านมาตรฐานการรับรองคุณภาพจาก ISO 9001 : 2015 อีกด้วย พร้อมให้บริการเยี่ยมชมโรงผลิตไวน์แบบมืออาชีพด้วยกระบวนการผลิตไวน์ที่ทันสมัยและไวน์ไทยระดับพรีเมียม โดยองุ่นที่นำมาผลิตไวน์ชั้นดี นำมาจากไร่องุ่นของสยามไวเนอรี่ ที่ ต.ทับกวาง จ.สระบุรี ที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ และที่ไร่องุ่นมอนซูนแวลลีย์ วินยาร์ด เป็นไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดของสยามไวเนอรี่ บนพื้นที่ 300 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมด 1,500 ไร่ ที่หมู่ 9 บ้านคอกช้างพัฒนา ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ ที่ช้างป่าเคยอาศัยอยู่ สภาพดินและสภาพอากาศจึงเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตขององุ่นหลากสายพันธุ์ต่าง ๆ เช่น พันธุ์โคลอมบาร์ด เชอนินบลองก์ ชีราซ บรูเนลโล เป็นต้น

ที่สำคัญไร่แห่งนี้ปลูกองุ่นด้วยน้ำฝนจากธรรมชาติ บวกกับไร่แห่งนี้มีที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเล ทำให้ไร่องุ่นแห่งนี้ได้รับลมทะเลอยู่ตลอด พร้อมกับพื้นที่แห่งนี้เป็นดินร่วนทราย ที่มีสารอาหารอันประเมินค่าไม่ได้ จึงทำให้ผลองุ่นที่ได้มีกลิ่นหอมและมีรสชาติดี เมื่อนำไปผลิตไวน์ จึงได้ไวน์ที่ดีและมีคุณภาพสูง จนได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมายจากเวทีชั้นนำทั่วโลกมากกว่า 400 รางวัล ไร่องุ่นแห่งนี้นอกจากเป็นแหล่งผลิตไวน์ไทยมาตรฐานระดับโลกอันโด่งดังของบริษัทสยามไวเนอรี่แล้ว ยังพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ บริเวณไร่องุ่นล้อมรอบด้วยทิวเขาที่ให้บรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติค ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต

จากนั้นคณะทั้งหมดได้เดินทางไปเยี่ยมชมสวนเลม่อนขนาดใหญ่ที่สุด บนเนื้อที่ 30 ไร่ ที่สวน Fresh-1 Lemon Farm ใน ต.ดอนขุนห้วย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นสวนเลม่อนปลอดสาร มีทั้งหมด 3,000 ต้น โดยเจ้าของสวนเน้นแปรรูปขายเอง ผ่านออนไลน์และขายส่ง จำหน่ายทั้งเลม่อนสดและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเลม่อน มีทั้งเลม่อนบ่มน้ำผึ้ง เลม่อนทาน้ำผึ้งอบแห้ง เลม่อนอบแห้ง น้ำเลม่อนหมักน้ำผึ้ง เหล้าเลม่อน น้ำเลม่อนเลโมเนต และต้นเลมอนในกระถาง ปัจจุบันสวนเกษตรเลมอน Fresh-1 กำลังจัดทำเป็นท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อการเรียนรู้การปลูกเลมอนในพื้นที่ดินของจังหวัดเพชรบุรี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านหินเทิน ต้อนรับกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบฯ 2025

วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านหินเทิน ต้อนรับกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบฯ 2025

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ ในฐานะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน และคณะกรรมการ พร้อมนางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก น.ส.ปรียาภรณ์ จีนจิ๋ว เกษตรอำเภอทับสะแก ให้การต้อนรับ คุณภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 นายสุกริน เลาหบุญญานุกูล อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และผู้เข้าร่วมประกวด 12 สาวงาม ที่บ้านหินเทิน หมู่ 5 ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 ได้ให้วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการค้นหาสาวงามที่จะเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปประกวดในเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 ต่อไป

นอกจากนั้นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จับมือพันธมิตร มอบรางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ครั้งที่ 10 ประจำปี 2567 (Digital News Excellence Awards 2024)

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2567 เมื่อเวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องมรกต ชั้น 3 โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, โคแฟค ประเทศไทย (Cofact Thailand), บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารออมสิน, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัท ที.เอช.นิค จำกัด ได้จัดโครงการประกวด “รางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2567” (Digital News Excellence Awards 2024) เพื่อส่งเสริมสื่อมวลชนออนไลน์ ที่มีความทุ่มเทในการทำงาน สร้างสรรค์และพัฒนาวงการข่าวออนไลน์ โดยการผลิต “ข่าวดิจิทัลคุณภาพ” ตรงกับมาตรฐานวิชาวารสารศาสตร์ จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ จึงได้มีการจัดให้มีงานประกาศผล มอบรางวัลพร้อมมอบโล่เกียรติยศ และเวทีเสวนา หัวข้อ “Thailand Digital Newsroom 2025” การปรับตัว อนาคตห้องข่าวดิจิทัล ความท้าทาย ก้าวต่อไปของวงการสื่อไทย ดำเนินรายการโดย คุณรังสิมา ศฤงคารนฤมิตร ผู้ประกาศข่าว อมรินทร์ ทีวี

ทั้งนี้ คุณฤทธิกร มหาคชาภรณ์ บรรณาธิการบริหาร ไทยรัฐออนไลน์ กล่าวว่า หากย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว วงการสื่อ เคยเผชิญกับดิจิทัล ดิสรัปชั่น ทำให้วงการสื่อเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แต่สำหรับปีหน้าการมาของ AI ในฐานะคนทำข่าวต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมว่าจะเรียนรู้และใช้ AI อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ

“ในแง่มุมของประเด็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ภายในประเทศหรือต่างประเทศ ล้วนแต่มีกระทบวนกลับมาที่เรื่องเดียวกัน คือ เศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และในปี 2568 เราพยายามมุ่งหน้าสู่ Quality Content เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน เพื่อนำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น”

คุณคณิศ บุณยพานิช บรรณาธิการบริหารด้านข่าวสืบสวน ThaiPBS กล่าวว่า การมาของ AI เราเห็นพัฒนาการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เริ่มมีการพูดถึงการใช้ให้ AI เขียนข่าว การผลิตภาพ ในฐานะเจ้าของกิจการอาจจะตั้งคำถามว่า การมาของ AI จะต้องปลดคนอีกหรือไม่ แต่ในฐานะคนทำข่าว เราอาจจะมีคำถามแตกต่างกันออกไป คือ เราจะวางแผนยืมมือ AI มาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับการทำข่าวที่มีคุณภาพ

“การเกิดขึ้นของ AI อาจจะมาทดแทนพวกเราได้บางเรื่อง แต่เราก็สามารถนำนักข่าวไปทำในสิ่งที่ AI ทำไม่ได้ หรือทำเรื่องที่สื่อทั่วไปทำไม่ได้ เช่นการทำข่าวที่มีคุณภาพมากกว่าการนำเสนอข่าวอย่างฉาบฉวย ซึ่งอาจจะดีกว่าการหยิบคลิปไวรัลมานำเสนอข่าว ไม่เช่นนั้นเราอาจจะถึงคราวล่มสลายของคนทำสื่อ หากเราไม่ปรับตัว”

คุณณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว THE STANDARD กล่าวว่า ทิศทางในอนาคตเราปฏิเสธ AI ไม่ได้แน่ ๆ และเชื่อว่าวงการสื่อก็ไม่เคยต้องหยุดปรับตัว เพราะหลายครั้งเราเผชิญหน้ากับพายุที่โหมกระหน่ำใส่ตลอด การมาของ AI ก็เป็นพายุอีกลูกที่กำลังเข้ามากระแทกเราอย่างหนัก เป็นโจทย์ที่แต่ละองค์กรต้องศึกษาและปรับตัวให้ทัน

คุณณัฏฐา กล่าวอีกว่า ในปีที่กำลังจะถึงนี้ เราเริ่มวางแผนการทำงานในเชิงลึก ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการทำงานของนักข่าว หากดูพฤติกรรมของคนรับสื่อ อาจจะเห็นว่าคนสนใจข่าวชาวบ้าน ข่าวกระแสสังคม แต่ในทางกลับกันคนยังคาดหวังให้สื่อนำเสนอประเด็นข่าวที่สะท้อนปัญหา และสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคม

“นอกจากการจับสัญญาณโลก สิ่งที่เราจับตาในปีหน้า คือ ตัวเลขหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น ในฐานะสื่อสารมวลชนต้องนำสิ่งเหล่านี้มานำเสนอให้ประชาชนรับรู้ในวงกว้าง ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการหาวิธีนำเสนอให้เข้าถึงคนได้อย่างถูกต้อง”

รองศาสตราจารย์ พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล นักวิจัย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปี 2568 อาจเป็นปีที่ไม่น่าสดใสของวงการสื่อ แต่เชื่อว่าพื้นที่สื่อออนไลน์ยังเป็นโอกาสที่สำคัญในการทำงาน และปัจจุบันคนต้องการสื่อที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

“คนทำข่าวอาจจะต้องตีโจทย์ให้ออกว่า คนอ่านข่าวของเราเป็นอย่างไร ในอนาคตจะเป็น Niche Market มากขึ้น เช่น ข่าวเศรษฐกิจที่เราพบว่ามีการเน้นเรื่องลงทุนมากขึ้น แต่สิ่งที่เราขาดอยู่คือ ประเด็นข่าวเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับนโยบาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสร้างผลกระทบโดยตรงให้กับประชาชน”

คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact (ประเทศไทย) กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤตก็อาจจะมีโอกาส หากมีความคิดสร้างสรรค์และทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เราเชื่อว่ายังเป็นโอกาสทองของคนทำสื่อในการครองใจคนที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ขณะเดียวกันเรามีองค์กรที่ต้องการสนับสนุนให้สื่อทำงานที่มีคุณภาพมากมาย เรื่องนี้เป็นโจทย์ขององค์กรสื่อที่อาจจะต้องออกแบบหน่วยงานให้รองรับทั้งการผลิตเพื่อธุรกิจ รวมถึงการรองรับหน่วยงานที่ยังทำหน้าที่สื่อสารมวลชนได้อย่างมีอิสระ

“อยากเอาใจช่วยคนทำสื่อทุกคนในวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น ขณะเดียวกันอยากรณรงค์ให้สื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีความถูกต้อง นอกเหนือจากการนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหว เราอยากให้เน้นเรื่องการตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างสื่อกับอินฟลูเอ็นเซอร์ได้อีกด้วย”

หลังจบการเสวนา ผู้ดำเนินรายการ คุณธัญญารัตน์ ถาม่อย พิธีกร ผู้ประกาศข่าว PPTV ได้นำเข้าสู่ช่วงการประกาศผล “รางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2567” โดยในปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดจำนวนทั้งสิ้น 176 ผลงาน จาก 52 องค์กร แบ่งออกเป็น 6 ประเภทข่าว ประกอบด้วย
1. ข่าวหรือสารคดีออนไลน์เชิงข่าวสืบสวนยอดเยี่ยม (Investigative News & News Feature) (จำนวน 22 ผลงาน)
2. ข่าวออนไลน์จากประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ยอดเยี่ยม (News Development from Social Media Agenda) ซึ่งเป็นการพัฒนาข่าวจากวาระข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ (จำนวน 28 ผลงาน)
3. ข่าวออนไลน์ส่งเสริมสังคมยอดเยี่ยม (Social Development News) (จำนวน 31 ผลงาน)
4. ข่าวออนไลน์ที่นำเสนอในรูปแบบคลิปวิดีโอยอดเยี่ยม (Video Clip News) (จำนวน 27 ผลงาน)
5. ข่าวออนไลน์ที่นำเสนอในรูปแบบอินโฟกราฟิกยอดเยี่ยม (Infographic News) (จำนวน 37 ผลงาน)
6. ภาพข่าวออนไลน์ยอดเยี่ยม (Photojournalist) (จำนวน 31 ผลงาน)

ในปีนี้ นับเป็นปีแรกที่จัดให้มีรางวัลพิเศษ “ผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ยอดเยี่ยม” (Young Digital News Providers Award) สนับสนุนโดย บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด เป็นการต่อยอดจากโครงการประกวดและอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ ที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาร่วมโครงการได้นำความรู้ ประสบการณ์ กลับไปพัฒนาสร้างสรรค์ผลงานสกู๊ปข่าวออนไลน์ ส่งเข้าร่วมประกวดรางวัลดังกล่าว

รางวัลประเภทผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567

รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล

ชื่อข่าว: เดิมพันชีวิตติดพนันออนไลน์  (https://www.facebook.com/share/v/64f4ZLStCofm3Rmv/?mibextid=Ls6BEq)
ชื่อสถาบัน: มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

รางวัลชมเชย 2 รางวัล

ชื่อข่าว: Carbon Credit ช่วยวิกฤตโลกเดือด เปลี่ยนต้นไม้เป็นรายได้! (https://www.facebook.com/share/v/VHSJYtbyvN5FFEoX/)
ชื่อสถาบัน:  สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

ชื่อข่าว: “วิกฤตบุหรี่ไฟฟ้า: เยาวชนไทยกำลังเผชิญอะไร”

(https://fb.watch/vnw_7HaYbo/)
ชื่อสถาบัน: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

รางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ครั้งที่ 10 ประจำปี 2567 (Digital News Excellence Awards 2024) มีดังนี้

ประเภทข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวออนไลน์เชิงสืบสวนยอดเยี่ยม

รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล

ชื่อข่าว: น้ำตาแห่งเมียนมา (https://www.youtube.com/watch?v=h4y5bByWw4k)
ชื่อองค์กร: บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (PPTV HD36)

รางวัลชมเชย 2 รางวัล

ชื่อข่าว:  Scam City นรกแก๊งคอลเซ็นเตอร์  อาชญากรรมที่เข้าถึงคนไทยได้ทุกหลังคาเรือน (https://www.youtube.com/watch?v=8kpsSn7IMW4&t=226s)
ชื่อองค์กร: บริษัท เดอะ สแตนดาร์ด จำกัด

ชื่อข่าว:  ซีรีส์ผลงานงานสื่อ : ลอกคราบ ‘ไอโอ’ ชายแดนใต้ (https://www.the101.world/tag/%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%

E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89/)
ชื่อองค์กร: บริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด

ประเภทข่าวออนไลน์จากประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ยอดเยี่ยม (News Development from Social Media Agenda)

รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล

ชื่อข่าว:  “ขนมไทย…ถูกไปป้ะ ?”  (https://theactive.net/data/value-of-thai-desserts/)
ชื่อองค์กร: องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส

รางวัลชมเชย 2 รางวัล

ชื่อข่าว:  เหยียดนมโรงเรียน ทำไม? พฤติกรรม ที่ตอกย้ำความไม่เท่าเทียม (https://tnnthailand.com/news/tnnexclusive/164212/)
ชื่อองค์กร: บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด

ชื่อข่าว: ลิงโลกเก่าในเมืองใหม่: ลิงลพบุรี ปัญหา ‘ลิงแก้แห’ ที่ควรแก้ได้ (https://www.the101.world/the-monkeys-of-lopburi/)
ชื่อองค์กร: บริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด

ประเภทข่าวออนไลน์ส่งเสริมสังคมยอดเยี่ยม (Social Development News)

รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล

ชื่อข่าว:  ชุดผลงาน Spotlight เรื่อง ‘เด็กนอกสายตา’ (https://www.the101.world/category/left-behind-children/)
ชื่อองค์กร: บริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์

รางวัลชมเชย 2 รางวัล

ชื่อข่าว:  ราตรีสีนีออน กับกฎหมายสีเทาๆ: เปิดโลก Sex Workers สู่ความหวังที่จะได้รับการคุ้มครอง (https://thematter.co/social/lives-of-sex-workers/224672)
ชื่อองค์กร: บริษัท วิธิตา กรุ๊ป จำกัด (The Matter)

ชื่อข่าว:  รีไซเคิลบนดิน-ความสูญสิ้นของสายน้ำ: ‘โรงงานรีไซเคิลคลองกิ่ว’ ความผิดแทบทุกตารางนิ้วที่กฎหมายกลายเป็นเศษกระดาษ (https://www.the101.world/recycle-factory-klong-kiew/)
ชื่อองค์กร: บริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์

ประเภทข่าวออนไลน์ที่นำเสนอในรูปแบบคลิปวิดีโอยอดเยี่ยม (Video Clip News)

รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล

ชื่อข่าว: Scam City นรกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมที่เข้าถึงคนไทยได้ทุกหลังคาเรือน (https://www.youtube.com/watch?v=8kpsSn7IMW4&t=226s)
ชื่อองค์กร: บริษัท เดอะ สแตนดาร์ด จำกัด

รางวัลชมเชย 2 รางวัล

ชื่อข่าว: สารคดี”น้ำตาเมียนมา” (https://youtu.be/h4y5bByWw4k?si=_vPB6Pfp6qoZAOIC)
ชื่อองค์กร: บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (PPTV HD36)

ชื่อข่าว:  สรุปให้ จุดเริ่มต้นความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล กับ ปาเลสไตน์ ที่มีมานับพันปี (https://www.youtube.com/watch?v=FM4KJNsYpks)
ชื่อองค์กร: บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) (Spring News)

ประเภทข่าวออนไลน์ที่นำเสนอในรูปแบบอินโฟกราฟิกยอดเยี่ยม (Infographic News)

รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล

ชื่อข่าว:  เมื่อฉันดื่มชาเย็น 10 แบรนด์ 30 แก้วจนกลายเป็น Data (https://thematter.co/lifestyle/data-thai-tea/224340)
ชื่อองค์กร: บริษัท วิธิตา กรุ๊ป จำกัด (The Matter)

รางวัลชมเชย 2 รางวัล

ชื่อข่าว:  คู่มือก่อนตาย: เพราะความตายไม่ใช่เรื่อง ‘น่ากลัว’ แต่เป็นเรื่อง ‘น่าเตรียม’ (https://teroasia.com/news/262881)
ชื่อองค์กร: บริษัท เทโร เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ชื่อข่าว:  หรือสาววายจะครองโลก? จิกหมอนฟินจนตาพร่ากับ DATA ซีรีส์วายในรอบ 10 ปี (https://thematter.co/entertainment/data-series-y/216129)
ชื่อองค์กร: บริษัท วิธิตา กรุ๊ป จำกัด (The Matter)

ประเภทภาพข่าวออนไลน์ยอดเยี่ยม (Photo Journalist)

รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล

ชื่อข่าว:  โซ่ข้อกลาง (https://drive.google.com/open?id=15ZQ-RYGEId1hb1opseT9CTRtWi4tyb–)
ชื่อองค์กร: บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (PPTV HD36)

รางวัลชมเชย 2 รางวัล

ชื่อข่าว: เอเลี่ยนคางดำ (https://drive.google.com/open?id=1lUb3wzp5vtWjETXGqqc0ebr_SCob2SHT)
ชื่อองค์กร: บริษัท เดอะ สแตนดาร์ด จำกัด

ชื่อข่าว:  สุดเอื้อม (https://drive.google.com/file/d/19KvOaWlumtFzO_n5dMXyz0SHreidFKKw/view?usp=drive_link)
ชื่อองค์กร: บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด (เดลินิวส์ออนไลน์)

ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการตัดสิน และได้ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ ผลงานโดยรวมในปีนี้โดย

อาจารย์ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดปีนี้มีคุณภาพมากขึ้น เห็นถึงความตั้งใจจริงของกองบรรณาธิการในการขุดคุ้ยข้อมูลข้อเท็จจริง ทำให้สังคมได้ประโยชน์จากมุมมองใหม่จากการได้รับข้อมูลเหล่านี้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดี ด้านวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นพัฒนาการของคลิปวิดีโอประกวดปีนี้ ที่มีความยาวมากขึ้นกว่าปีก่อน รวมถึงการนำเสนอเนื้อหาแบบอธิบายมากขึ้น และมีประเด็นที่สร้างผลกระทบต่อสังคมมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าคนทำสื่อออนไลน์สามารถเป็นที่พึ่งในการเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับประชาชนได้

อาจารย์ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ให้ความเห็นว่า ผลงานข่าวปีนี้มีความหลากหลาย ข่าวที่มีการคิดบวกต่อสังคม ข่าวที่ส่งเสริมจริยธรรมและขนมธรรมเนียมได้รับรางวัลหลายตัว น่าจะทำให้คนรุ่นใหม่มาสนใจข่าวที่ดีมากขึ้น

คุณ น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวไว้ว่า รู้สึกประทับใจในความหลากหลาย และคุณภาพที่ดีของเนื้อหาข่าว หลายข่าวมีการหยิบยกประเด็นที่สังคมมองไม่เห็นมาตีแผ่ และมีการเรียบเรียงการนำเสนอที่ดูตื่นเต้นเร้าใจเป็นอย่างมาก

คุณระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า ผลงานข่าวออนไลน์ปีนี้ดีมาก ทั้งที่ส่งมาประกวดและไม่ได้ส่งมาประกวด เห็นพัฒนาการของการทำข่าวถูกพัฒนาบนพื้นฐานของวารสารศาสตร์อย่างแท้จริง อยากให้กำลังใจคนสร้างผลงานในการทำหน้าที่ต่อไป

คุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ Chief Product Officer, Pantip.com กล่าวว่า ผลงานดีเกินคาดจนน่าตกใจ ทำลายความเชื่อที่ว่าวิดีโอบนสื่อออนไลน์ต้องสั้นเท่านั้น แต่ถ้านำเสนอเนื้อหาได้ดีเพียงพอ บนแพลตฟอร์มที่เหมาะสม ก็สามารถผลิตวิดีโอที่อาจจะมีความยาวได้

คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ผลงาน Infographic หลายชิ้นยังมีการมีใช้แผนภูมิประกอบอย่างผิดหลักการอยู่บ้าง แต่ภาพที่ส่งประกวดปีนี้มีการจับช่วงเวลาในการเล่าเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม

คุณวสันต์ วณิชชากร ช่างภาพ สำนักข่าวต่างประเทศ กล่าวว่า ภาพข่าวที่ดีหลาย ๆ ภาพ ผ่านการทำการบ้าน การวางแผน การคิดไตร่ตรอง การรอจังหวะอย่างยิ่งยวด เทคโนโลยีใหม่ ๆ สามารถทำให้ได้ภาพที่ดีขึ้นได้

ในการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากตัวแทนหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนชั้นนำที่เล็งเห็นความสำคัญของการร่วมพัฒนาคุณภาพข่าวดิจิทัลให้การสนับสนุนรางวัลและเข้าร่วมงาน ได้แก่ คุณสุธาทิพ ลาภสมทบ ผู้เชี่ยวชาญ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact (ประเทศไทย) , คุณพูนทรัพย์ มิ่งวัฒนบุญ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ คุณธนิยะ วงษ์เสือนุ่ม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด

สามารถรับชมบรรยากาศงานรางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2567 (Digital News Excellence Awards 2024) ย้อนหลังได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=dxs1i3ROezs

#SONP #ข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม2024 #สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินเตรียมจัดงานย้อนยุค “113 ปี หัวหินถิ่นมนต์ขลัง” ถ่ายทอดเรื่องราวอดีต

หัวหินเตรียมจัดงานย้อนยุค “113 ปี หัวหินถิ่นมนต์ขลัง” ถ่ายทอดเรื่องราวอดีต

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ ททท.สำนักงานประจวบฯ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ อำเภอหัวหิน สภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน นายสถานีรถไฟหัวหิน และหน่วยงานต่างๆ ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อเตรียมความพร้อมจัดงานหัวหินถิ่นมนต์ขลัง “ตอน 113 ปี หัวหิน ถิ่นมนต์ขลัง” ระหว่างวันที่ 20 – 21 ธันวาคมนี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (หลังเก่า)

น.ส.บุษบา โชคสุชาติ กล่าวว่า เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดงาน “หัวหินถิ่นมนต์ขลัง 113 ปี” ขึ้น เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีชีวิตความเป็นเมืองหัวหินอันเก่าแก่ จากอดีตสู่ปัจจุบัน ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติของหัวหินในอดีต เช่น วังไกลกังวล สถานีรถไฟหัวหิน สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ตลาดฉัตร์ไชย เป็นต้น รวมถึงการประกอบอาชีพ วิถีชีวิตการกินอยู่ของชาวหัวหินที่มีมายาวนานถึง 113 ปี ให้เยาวชนรุ่นหลังได้รับทราบ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ความสุขแก่ประชาชน โดยผสมผสานจัดกิจกรรมเล่าเรื่องผ่านสื่อแสงสีเสียงและนิทรรศการประเพณีวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวหัวหินในอดีต ให้ชาวไทยและต่างชาติได้เห็น แบ่งเป็น 7 โซน ได้แก่ เทศกาลแห่งแสงสีเสียงและสื่อผสม ที่จะพาคุณย้อนเวลาไปกับเรื่องราวแห่งมนต์เสน่ห์ จาก “สมอเรียงสู่หัวหิน” โดยแบ่งเป็น “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” การแสดงแสงสีเสียงและสื่อผสม 113 ปี, “มนต์กาลแห่งล้นเกล้า” นิทรรศการบ้านพ่อ ในหลวงรัชกาลที่ 9, “มนตราแห่งราตรี” นิทรรศการแสงไฟ , “มนต์วิถีแห่งหัตถศิลป์” กิจกรรมการเรียนรู้สาธิตศิลปะและงานฝีมือ, “มนต์สมัยแห่งอาภรณ์” การเดินแบบย้อนยุคกิตติมศักดิ์การกุศล, “มนต์มหัศจรรย์แห่งแดนดิน” การประกวดมนต์มหัศจรรย์หนูน้อยหัวหิน, “มนต์จวักพื้นถิ่นแห่งภูมิปัญญา” การออกบูธอาหารที่มีรสชาติอันเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นและสินค้าพื้นถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชม จึงเชิญชวนทุกท่านแต่งกายชุดผ้าไทย ร่วมชมงานดังกล่าวได้ ระหว่างวันที่ 20 – 21 ธันวาคมนี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (หลังเก่า).

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“ทีเส็บ” ชวนผู้ประกอบการไมซ์ทั่วไทยอัพสกิล ติดอาวุธธุรกิจดิจิทัล เสริมศักยภาพธุรกิจยุคใหม่

“ทีเส็บ” ชวนผู้ประกอบการไมซ์ทั่วไทยอัพสกิล ติดอาวุธธุรกิจดิจิทัล เสริมศักยภาพธุรกิจยุคใหม่

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 นางสาวกฤษกร เตกิตติพงษ์ หัวหน้าฝ่าย Consumer Product & Partnership เปิดการสัมมนา “จุดประกายธุรกิจไมซ์ ติดอาวุธธุรกิจอย่างยั่งยืน” อัพเดทความรู้ เปิดโลกการตลาดยุคใหม่ที่ชาวไมซ์ต้องรู้ ที่ห้องประชุม โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วานา นาวา หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี นายนราศักดิ์ ม่วงแก้ว ผู้จัดการฝ่ายไมซ์อินเทลลิเจนซ์ และนวัตกรรม ทีเส็บ , นายฐิติพันธ์ จินาจันทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดิจิตอลนุก จำกัด และเจ้าของเพจ Digitalnook มาเป็นวิทยากรบรรยายและให้ความรู้กับผู้ประกอบการไมซ์ กว่า 50 คน ที่เข้าร่วม

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB ประกาศความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการ “IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY จุดประกายธุรกิจไมซ์ ติดอาวุธธุรกิจอย่างยั่งยืน” นำพาผู้ประกอบการไมซ์ทั่วประเทศสู่การเติบโตทางธุรกิจในมิติใหม่ โดยเน้นกลยุทธ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งในยุคดิจิทัล สอดรับกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมชูแพลตฟอร์ม “Thai MICE Connect” เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงธุรกิจ เพิ่มช่องทางการตลาด และขยายเครือข่ายสู่ลูกค้าองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเสนอโมเดลการพัฒนาธุรกิจไมซ์ให้แข็งแกร่งและยั่งยืนสู่อนาคต ช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับผู้ประกอบการไมซ์ทั่วไทย ทั้งในด้านการจัดการธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ระดับโลกด้วยความมั่นใจ โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ทีเส็บใช้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ให้สอดรับกับเทรนด์ใหม่ของโลก มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไมซ์ทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมงานสัมมนา “จุดประกายธุรกิจไมซ์ ติดอาวุธธุรกิจอย่างยั่งยืน” ที่จัดขึ้นใน 4 ภูมิภาคหลักของประเทศ ได้แก่ ภาคใต้(สงขลา) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(นครราชสีมา) ภาคเหนือ(เชียงราย) และภาคกลาง(ประจวบคีรีขันธ์)

นางหริสุดา บุญยวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายไมซ์อินเทลลิเจนซ์และนวัตกรรม TCEB กล่าวว่า กิจกรรมนี้จะช่วยยกระดับทักษะให้ผู้ประกอบการไมซ์ไทยสามารถแข่งขันในระดับสากล โดยเน้นสองทักษะสำคัญ ได้แก่ การจัดการธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่สอดรับกับกระแสความต้องการทั่วโลก และการตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยังเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการจากทุกภูมิภาคได้มาพบปะ สร้างเครือข่าย และพัฒนาทักษะสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจไมซ์ด้วยมุมมองแห่งความยั่งยืนและเทคโนโลยีดิจิทัล

สำหรับผู้เข้าร่วมแพลตฟอร์ม “Thai MICE Connect” ภายใต้โครงการ “IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อเสริมโอกาสในการขยายธุรกิจ ได้แก่ โอกาสได้รับเลือกเป็น 1 ในจุดหมายปลายทางใน 16 เส้นทางไมซ์ ที่จะได้รับการโปรโมตจาก TCEB ไปยังองค์กรชั้นนำทั่วประเทศ ช่วยเสริมชื่อเสียงและขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่าย Thai MICE Connect รวมถึงมีสิทธิ์ได้รับดิจิทัลคูปองส่งเสริมการตลาด มูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท และการโปรโมตธุรกิจผ่านองค์กรชั้นนำกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเชื่อมต่อไปถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในเส้นทางการทำธุรกิจที่เน้นความยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สสส. สร้างแรงบันดาลใจ ยกย่องเชิดชูชุมชนคนสู้เหล้า/ชุมชนแหล่งเรียนรู้

สสส. สร้างแรงบันดาลใจ ยกย่องเชิดชูชุมชนคนสู้เหล้า/ชุมชนแหล่งเรียนรู้

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบศีรีขันธ์ เป็นประธานประชุมและมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติชุมชนคนสู้เหล้า, ชุมชนแหล่งเรียนรู้ ในเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นเพื่อเรียกร้องในการปกป้องและลดผลกระทบด้านปัจจัยเสี่ยงเด็ก เยาวชนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ห้องประชุมทองนพคุณ โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีชันธ์ มี น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดประจวบฯ (สคล.สสส.) นายสุวรรณ ทองกลอยประธานอนุกรรมการพิจารณาคดีประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตัวแทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะครูตัวแทนเยาวชนจากโรงเรียนประจวบวิทยาลัยกิตติคุณ พร้อมด้วยประธานเครือข่ายชุมชนต่างๆ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และผู้รับมอบใบประกาศเชิดชูเกียรติชุมชนคนสู้เหล้า/ชุมชนแหล่งเรียนรู้ เข้าร่วมเสนากว่า 100 คน

น.ส.ธนพร บางบัวงาม กล่าวว่า โครงการในวันนี้เป็นเวทียกย่องเชิดชูชุมชนคนสู้เหล้า และชุมชนแหล่งเรียนรู้ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 จากที่เคยดำเนินการเรื่องคนต้นแบบ งดเหล้าเข้าพรรษาอย่างเดียว ต่อเนื่องมาเป็นชุมชนคนสู้เหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา แล้วมีชุมชนแหล่งเรียนรู้ ที่เป็นนามธรรมและกลายเป็นรูปธรรม ส่วนโครงการในวันนี้ คือแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญมาก โดยใช้ประเด็นความห่วงใยของเยาวชน คือร่วมรณรงค์และให้การจัดงานบุญประเพณีและเทศกาลต่างๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปลอดเหล้า ปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุความสูญเสีย ลดปัญหาทะเลาะวิวาท อาชญากรรมและความรุนแรงในครอบครัว และไม่ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษาและชุมชน การร่วมส่งเสริมกิจกรรมที่แสดงถึงคุณค่าทางประเพณีวัฒนธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กเยาวชนและครอบครัว ร่วมรณรงค์ชุมชนคนสู้เหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา ให้ชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อน ช่วยชม เชียร์ ลดละเลิก และควบคุมบังคับใช้กฎหมายกฎกติกาชุมชน ลดความรุนแรง ลดอุบัติเหตุ ลดการเจ็บป่วยและส่งเสริมครอบครัวให้เข้มแข็ง มีความสุข การส่งเสริมสนับสนุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติดต่างๆ ที่สำคัญสถานศึกษา การเปิดพื้นที่กิจกรรมชุมชนร่วมสมัย สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพในอนาคตอันนี้ เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินงานของปีนี้

ด้านนายสุวรรณ ทองกลอย ทนายที่ปรึกษาผู้ประสานงาน สสส. กล่าวว่ากฎหมายยาเสพติดตอนนี้แก้ไขใหม่ ประกาศใช้แทนกฎหมายเก่า พระราชบัญญัติ 10 ปี 2522 ต่อมาได้พัฒนาและแก้ไขใหม่เป็นประมวลกฎหมายยาเสพติดปี 2564 ซึ่งเนื้อหาสาระก็ใกล้เคียงกัน แต่ว่าลักษณะของจำนวนยาเสพติดในการครอบครองนั้น ในกฎหมายเก่า พ.ศ.2522 บัญญัติไว้ว่าถ้าใครครอบครองเกิน 15 เม็ด ให้ถือว่าครอบครองไว้เพื่อจำหน่าย แต่ใน พ.ศ. 2564 พฤติการณ์ในการจำหน่ายนั้นจะต้องให้ตำรวจหรือเจ้าพนักงานอัยการฟ้องโจทก์ จะต้องเป็นคนนำสืบว่าจำเลยทำความผิด กลายเป็นว่าต่อไปต้องนำสืบ เพราะในการจำหน่ายจะต้องมีพฤติการณ์ในการค้าขาย เช่น มีการขาย มีการซื้อ หรือต้องมีการล่อซื้อ แต่เพิ่มโทษจากกฎหมายเก่า ต่อมาครอบครองเพื่อจำหน่าย ก็จะมีความผิดมูลฐานหนักกว่าเดิม หรือเหมือนกัน ใช้มาตรา 145 ครอบครองธรรมดา ตั้งแต่ 0 ปี ถึง 2 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 1,000,000 บาท แต่ถ้าเข้าวรรค 2 คือเพื่อการขายและมีอาวุธปืนด้วย พวกนี้อัตราโทษหนักขึ้นไปอีก ต่อไปถ้าเป็นผู้ค้าหรือเป็นผู้ผลิต หรือผู้ค้ารายใหญ่ อาจจะโดนถึงประหารชีวิต ปรับตั้งแต่ 1,000,000 ถึง 5,000,000 บาท กฎหมายเดิม เมื่อมีการกักขังแทนค่าปรับแล้ว ออกมาถือว่าจบ แต่ปัจจุบันถ้าเราถูกปรับ ค่าปรับนี้จะเหมือนประมวลกฎหมายแพ่ง คือการยึดทรัพย์ มีอายุความ 10 ปี ถ้าบุคคลนั้นพ้นโทษออกมาแล้วยังไม่ได้ชำระค่าปรับ หากมีทรัพย์สินใด ก็สามารถยึดเข้ากองทุนได้ อันนี้คือความแตกต่างกฎหมายเก่าปี 2522 กับกฎหมายใหม่ ปี 2564 ทนายสุวรรณ ทองกลอยกล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผกก.เมืองประจวบฯ ตรวจเข้มยุทโธปกรณ์สายตรวจ ชุดปะฉะดะ ต้องพร้อมทุกนายก่อนออกปฏิบัติหน้าที่

ผกก.เมืองประจวบฯ ตรวจเข้มยุทโธปกรณ์สายตรวจ ชุดปะฉะดะ ต้องพร้อมทุกนายก่อนออกปฏิบัติหน้าที่

เช้าวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าแถวเคารพธงชาติและเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ โดยมีการตรวจความพร้อมด้านเครื่องแต่งกายและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชุดปะ ฉะ ดะ ให้มีความพร้อมตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนด ก่อนปล่อยแถวออกปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตรับผิดชอบ

“พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีความพร้อมทางด้านยุทโธปกรณ์ต่างๆ เช่น ไฟฉาย กุญแจมือ เสื้อเกราะ กล้องติดหน้าอกตามระเบียบ พ.ร.บ.อุ้มหาย อาวุธปืนพร้อมแม็กกาซีน รวมถึงยุทโธปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น โดยเฉพาะกล้องติดหน้าอกประจำกาย จะต้องมีครบทุกนาย เนื่องจากในปัจจุบันการปฏิบัติหน้าที่และมีการจับกุม หรือเข้าระงับเหตุทุกเหตุที่ได้รับแจ้งมาจากศูนย์ 191 จะต้องมีการบันทึกภาพเพื่อเป็นหลักฐานทุกครั้ง ส่วนการเข้าระงับเหตุผู้ป่วยจิตเวช หรือคนที่สติไม่ดี คุ้มคลั่งอาละวาด ในรถของสายตรวจจะมีไม้ง่ามเตรียมพร้อมไว้อยู่บริเวณท้ายกระบะรถ โดยจะมีการตรวจแถวทุกวันก่อนปล่อยออกไปปฏิบัติหน้าที่ จึงขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากบางส่วนได้เกษียณอายุราชการไปบ้างแล้วก็ตาม”.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาองค์กรผู้บริโภคประจวบฯ ขยายผลจัดการรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยสู่โรงเรียนต้นแบบ

สภาองค์กรผู้บริโภคประจวบฯ ขยายผลจัดการรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยสู่โรงเรียนต้นแบบ

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 นายนันทปรีชา คำทอง ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภคจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิด
ประชุมกลไก – ภาคีเครือข่ายการจัดการรถนักเรียนปลอดภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขยายผลการจัดการรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย พัฒนาโรงเรียนขยายผลสู่โรงเรียนต้นแบบ มี น.ส.ธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการจัดประชุม พร้อมเชิญคณะทำงานรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย โรงเรียนประจวบวิทยาลัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ โรงเรียนในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่มีความเสี่ยง ขนส่งจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด เข้าร่วมประชุม โดยกลไกภาคีเครือข่ายการจัดการรถนักเรียนปลอดภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเสนอรายชื่อโรงเรียนขยายผลต่อ เพื่อโรงเรียนมีฐานข้อมูล ทั้งคนขับรถ ถนนที่มีความเสี่ยงในแต่ละเส้นทางของรถโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนประจวบวิทยาลัยเป็นโมเดลแรกของจังหวัดประประจวบขีรีขันธ์

นายเดชา ศิริพิบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนประจวบวิทยาลัย กล่าวว่า โรงเรียนอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนโดยยึดหลักความร่วมมือและหาองค์ความรู้ ผ่านกระบวนการทำงานและการวางแผน ไปจนถึงการประเมินและปรับปรุงพัฒนา
การพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนจึงพัฒนาจากการมีส่วนร่วม และมีระบบจัดการแบบ PS school หรือการใช้ระบบสื่อสารของโรงเรียน เพื่อให้ครูสามารถไปเยี่ยมบ้านนักเรียนได้ ซึ่งพบว่าร้อยละ 60 ของนักเรียนในจังหวัดประจวบฯ เป็นนักเรียนบ้านไกล ร้อยละ 30 เดินทางมาด้วยรถรับส่ง ส่วนที่เหลือใช้บริการสาธารณะและมีผู้ปกครองมาส่ง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

ทั้งนี้โรงเรียนประจวบวิทยาลัย มีเป้าหมายที่จะไปให้ถึงระบบตามเกณฑ์เป้าหมาย 9 ข้อ ภายในปี 2568 ทั้งการพัฒนาจุดจอดรถ มีลานจอดรถได้ 100 คัน และพัฒนาความร่วมมือในภาคส่วนต่างๆ อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ คือเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือในภาคส่วนต่างๆ ที่จะเริ่มดำเนินการให้ได้ตามเป้าหมายภายในปีนี้ และอยากให้มีการขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ อีก เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน นายเดชากล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

บลูพอร์ตบูมตลาดอิ่มใจ รองรับสินค้าเกษตรอินทรีย์มากมาย เอาใจสายคนรักสุขภาพ

บลูพอร์ตบูมตลาดอิ่มใจ รองรับสินค้าเกษตรอินทรีย์มากมาย เอาใจสายคนรักสุขภาพ

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 นายนิพัฒน์ ลูกอินทร์ ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนและสาธารณูปโภค นายคมกฤช ธงศรี ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสบริหารพื้นที่เช่า ตัวแทนผู้บริหารบลูพอร์ตหัวหิน ให้การต้อนรับนายพลกฤต  พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายขุนพล งามคง เกษตรอำเภอหัวหิน นายพิทยา คณะมะ ปศุสัตว์อำเภอหัวหิน นายอนุสรณ์ กาญจนวณิชย์ พัฒนาการอำเภอหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ สื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมตลาดอิ่มใจ ออแกนิก ที่ชั้น G ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ จัดโดยศูนย์การค้าบลูพอร์ต ร่วมกับอำเภอหัวหิน สำนักงานเกษตรอำเภอหัวหิน และกลุ่มตลาดอิ่มใจออร์แกนิค สนับสนุนกิจกรรมตลาดเกษตรสร้างสุข ภายใต้โครงการ“หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนเข้าสู่ปีที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อำเภอหัวหินและใกล้เคียง ลดปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน รวมถึงสร้างพื้นที่แหล่งผลิตเกษตรอินทรีย์แห่งใหม่ โดยเฉพาะหัวหินเมืองท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีอัตลักษณ์โดดเด่น สู่มือผู้บริโภคที่รักสุขภาพและรักษ์สิ่งแวดล้อมในราคายุติธรรม ถือเป็นความสำเร็จในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

“ตลาดอิ่มใจ”จัดขึ้นเดือน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและเกษตรกรได้มาแลกเปลี่ยนความรู้และสนับสนุนสินค้าคุณภาพสูงจากเกษตรกรท้องถิ่น เป็นแหล่งรวมสินค้าการเกษตร อาทิ ผลไม้สด พืชผักอินทรีย์ ปลอดสารพิษ สดจากไร่ ส่งตรงจากเกษตรกร สินค้า OTOP รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Organic Thailand และ GAP มาออกบูธกว่า 50 ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นขนมไทยบ้านไร่จากทับสะแก, สับปะรดสยามโกลด์ สวนเพชรรุ่งเรือง, น้ำผักสกัดเย็น หนูชอบกินผัก, ผักสด ไร่สามัคคีปรีดา, น้ำพริกทะเลแปรรูปแม่แต๋ว, ปลากะพงจากเขาแดง, ปิ้งงบทะเลของดีหัวหิน, กาแฟโรบัสต้าหัวหิน บ้านไร่ธรรมโชติ, กระยาสารทสามอ่าว, โกโก้ ไร่ภูวิชิต และฮันนี่คราฟ อร่อยตาตื่นสดชื่นตาแตก และผลิตภัณฑ์แปรรูปอีกมากมาย ให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพ ในราคามิตรภาพจากผู้ผลิตส่งตรงถึงมือผู้ซื้อ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคมนี้ ที่ลานอีเว้นท์พอร์ต ชั้น G บลูพอร์ตหัวหิน และติดตามตลาดอิ่มใจได้ทุกเดือน ที่บลูพอร์ตหัวหิน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 032 – 905111 เฟซบุ๊ก : BluportHuaHinOfficial และ Line official @bluport.