Categories
ข่าว ทั้งหมด

วุฒิสภาแถลง กรณีดีเอสไอรับเรื่องให้สอบสวนการได้มาซึ่ง สว. ปี 2567 เป็นคดีพิเศษ

วุฒิสภาแถลง กรณีดีเอสไอรับเรื่องให้สอบสวนการได้มาซึ่ง สว. ปี 2567 เป็นคดีพิเศษ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยพลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่อาคารรับรอง 2 โรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ รับเรื่องจากกลุ่มตัวแทน สว.สำรอง และผู้สมัครรับเลือก สว.จำนวนกว่า 40 คน กรณีขอให้สอบสวนการได้มาซึ่ง สว.ปี 2567 เป็นคดีพิเศษ เพราะเชื่อว่าเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ระบุว่าอำนาจในการตรวจสอบการเลือก สว. เป็นของคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ สว.ชุดนี้เมื่อได้รับการรับรองจาก กกต.ให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ก็ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ให้ความร่วมมือกับ กกต.มาโดยตลอด ในการส่งข้อมูลตามที่ได้รับการร้องขอ ยืนยันว่า สว.ที่ได้รับเลือกเข้ามาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ฝักใฝ่หรือเกี่ยวข้องกับผู้หนึ่งผู้ใด การที่หน่วยงานที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบออกมาให้ข่าว อาจสร้างความเสียหาย และถือว่าเป็นหน้าที่ ที่ สว.ต้องออกมาปกป้องสิทธิ ปกป้องศักดิ์ศรี เชื่อว่าการยื่นเรื่องให้ตรวจสอบครั้งนี้ มีกลุ่มขบวนการที่ต้องการให้เข้าสู่วังวนวิกฤตรัฐธรรมนูญอีกครั้ง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลุ่ม สว.สำรอง และตัวแทนผู้สมัครรับเลือก สว.จำนวนกว่า 40 คน นำโดยพลตำรวจโท คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้สอบสวนการได้มาซึ่ง สว.ปี 2567 เป็นคดีพิเศษ เพราะเชื่อว่าเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งแต่เดิมกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับการร้องขอให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนการได้มาซึ่ง สว.ไว้ดำเนินการแล้ว และได้รับการร้องเรียนเพิ่มเติมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ซึ่งในการร้องขอครั้งก่อนหน้า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสืบสวนกรณีดังกล่าวตั้งแต่ได้รับการร้องเรียนในเดือนกรกฎาคม 2567 โดยมีการออกเลขสืบสวนที่ 151/2567 ทำการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานเบื้องต้น และได้แจ้งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาว่าจะรับเรื่องไปดำเนินการหรือจะมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ ซึ่งตามกฎหมายให้อำนาจหน้าที่ กกต.เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยที่ผ่านมา กกต.ได้ตั้งคณะร่วมทำการสืบสวนในกรณีนี้ด้วยหลายหน่วยงาน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปปง. ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 กกต.ได้มีหนังสือสอบถามว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมีการรับเรื่องไว้จำนวนเท่าไร มีผลการดำเนินการเป็นเช่นไร กรมสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งผลการดำเนินงานไปยัง กกต.เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 พร้อมสอบถามความคืบหน้าว่าจะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการอย่างไร ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการพิจารณาของ กกต.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เตรียมจัดฟูลมูนครั้งแรกทึ่หัวหิน พบกับศิลปินเหล่าดีเจชั้นแนวหน้า

เตรียมจัดฟูลมูนครั้งแรกที่หัวหิน พบกับศิลปินเหล่าดีเจชั้นแนวหน้า

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์อำเภอหัวหิน โดยนายณัฐฎวนัย จารุเพ็ง นายนิติพัฒน์ วรกิจเรืองจินดา และ น.ส.นงนภัส มูรติ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน นางศณิศา ปลั่งศรีสกุล ศรีอาจ ตัวแทนสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายธีรยุทธ สุขลาภ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “Full Moon Party ครั้งที่ 1″ ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น. ที่บริเวณหน้าชายหาดหัวดอน (ท่าเรือเฟอร์รี่) หมู่บ้านเขาตะเกียบ อ.หัวหิน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมรับฟัง

นายณัฐฎวนัย จารุเพ็ง กล่าวถึงการจัดงาน “Full Moon Party ครั้งที่ 1″ ว่าเป็นครั้งแรกของหัวหินในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์งานฟูลมูนปาร์ตี้ให้เป็นที่รู้จักและดึงดูดนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ ทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาในอำเภอหัวหิน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองหัวหินให้เกิดความคึกคักในช่วงหน้าฤดูร้อนก่อนเดือนเมษายน สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ผับ บาร์ และผู้ค้ารายย่อย รวมถึงผลักดันให้เมืองหัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติต่อไป

ภายในงานพบกับศิลปินเหล่าดีเจชั้นแนวหน้าของเมืองไทยและต่างประเทศที่มีชื่อเสียง มาเปิดเพลงให้ทุกคนได้สนุกและระเบิดความมันส์ไปพร้อมๆ กันถึง 2 เวที ในบรรยากาศ EDM Party ที่จัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก พร้อมกับระบบสีแสงเสียงรอบๆ พื้นที่ชายหาด ในคืนแห่งพระจันทร์เต็มดวงแบบ มีความสุข อิ่มอร่อยไปกับเมนูต่างๆ มากมายจากร้านค้าที่มาร่วมกันออกบูธ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก สภ.หัวหิน คอยดูแลความปลอดภัยตลอดงาน ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรได้ท่านละ 650 บาท ที่เพจ : Full Moon Party Huahin หรือที่ www.ticketmelon.com ทั้งสองช่องทาง.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เทศบาลเมืองหัวหิน แจ้งดำเนินคดีกับคนทำลายรูปปั้น“คนสู้ฉลาม”หลังตั้งได้แค่ 2 สัปดาห์

เทศบาลเมืองหัวหิน แจ้งดำเนินคดีกับคนทำลายรูปปั้น“คนสู้ฉลาม”หลังตั้งได้แค่ 2 สัปดาห์

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหัวหิน หัวหน้างานรับเรื่องราวร้องทุกข์ กลุ่มงานนิติการ สำนักปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ลงพื้นที่ตรวจสอบรูปปูนปั้น“คนสู้ฉลาม”ขนาดความสูง 1.90 เมตร มูลค่า 359,000 บาท ที่ถอดแบบมาจากรูปปั้นคนสู้ฉลามในอดีต นำกลับมาปั้นใหม่ทดแทนของเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม บนโขดหินริมทะเลบริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมหัวหิน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังทราบข่าวว่ามีคนทำลายรูปปั้นได้รับความเสียเสียหาย บริเวณฟันฉลามทั้งบนและล่าง หักหายไปทั้งแถบ และวาดสัญลักษณ์รูปดวงตาไว้ที่บริเวณช่องปากฉลามแทน

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า การกระทำความเสียหายดังกล่าวนี้ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพราะรูปปั้นคนสู้ฉลามนั้นเป็นเรื่องของจิตใจของชาวหัวหิน และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหัวหิน การที่มีบุคคลมากระทำการสร้างความเสียหายแบบนี้ จึงถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่งและไม่ควรจะเกิดขึ้น บุคคลที่กระทำการดังกล่าวควรตระหนักถึงผลกระทบทางจิตใจของคนหัวหินด้วย ขณะนี้ได้ให้นิติกรเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ทุบรูปปั้นคนสู้ฉลามไว้ที่ สภ.หัวหิน แล้ว เบื้องต้นเจ้าตัวยอมรับว่าได้ติดสติ๊กเกอร์รูปดวงตาจริง แต่ไม่ได้ทำความเสียหายฟันฉลาม ซึ่งยังอยู่ขั้นตอนการสอบสวนของตำรวจ

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าประจวบฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายืนยันว่ายังไม่มีหน่วยงานราชการใด หรือภาคเอกชนรายใด ยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่ของกรมเจ้าท่า บริเวณด้านหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมริมหาดหัวหิน เพื่อวางตั้งรูปปั้นคนสู้ฉลาม หลังเกิดเรื่องนี้เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ทำการตรวจสอบ พร้อมเปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคเอกชน ขอใช้พื้นที่บริเวณโขดหินซึ่งเป็นจุดเดิมที่เคยมีการตั้งรูปปั้นดังกล่าวไว้ในอดีต เพื่อโอกาสในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งสำนักงานเจ้าท่าฯ จะต้องนำเรื่องเข้าพิจารณาในคณะกรรมการสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจังหวัดต่อไป แต่ในระหว่างนี้ควรยกรูปปั้นดังกล่าวออกจากจุดที่วางไว้ จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่บริเวณน้ำท่วมถึงจากกรมเจ้าท่าก่อน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หาดหัวหินมอสเขียวขึ้นเต็มโขดหินปกคลุมทั่ว นักท่องเที่ยวเก็บภาพไม่ขาดสาย

หาดหัวหินมอสเขียวขึ้นเต็มโขดหินปกคลุมทั่ว นักท่องเที่ยวเก็บภาพไม่ขาดสาย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณชายหาดหัวหิน จ.ประจวบฯ ได้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติมอสสีเขียว ขึ้นปกคลุมโขดหินสะดุดตา ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิม ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ตลอดแนวไปทางหาดเขาตะเกียบ หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า รวมระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร โดยเฉพาะบริเวณแนวโขดหินหน้าชายหาดโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีช รีสอร์ทแอนด์วิลลา หัวหิน ช่วงบ่ายเวลาน้ำทะเลลง จะเห็นโขดหินใหญ่น้อยที่เรียงรายนับร้อยๆ ก้อนโผล่เห็นมอสสีเขียวขจี มีลำต้นยาวเกาะติดแน่น สลับชั้นบนโขดหินที่ครึ่งจมและครึ่งลอยน้ำอย่างสวยงามชวนหลงใหล ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก ต่างพากันยืนบนโขดหินแม้จะลื่นก็ตาม เพื่อให้ได้ภาพเก็บเป็นที่ระลึก ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนลงเล่นน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางอากาศแจ่มใส ซึ่งมอสสีเขียวไม่ส่งกระทบต่อร่างกายแต่อย่างใด สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการร้านค้าไปตามๆ กัน ทั้งนี้ปรากฏการณ์มอสสีเขียวที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลบริเวณดังกล่าว ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นที่หัวหินมาหลายวันแล้วและคาดว่าอีกไม่นาน มอสเขียวก็จะแห้งหลุดลอยหายไปในทะเลกลับเป็นปกติดังเดิม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โลมาว่ายน้ำเล่นที่หาดสามร้อยยอดอีกครั้ง หลังจากเคยกระโดดน้ำโชว์ตัวบริเวณตลาดลงเล

โลมาว่ายน้ำเล่นที่หาดสามร้อยยอดอีกครั้ง หลังจากเคยกระโดดน้ำโชว์ตัวบริเวณตลาดลงเล

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 นายยุทธนา น้ำเพชร (ไต๋หนึ่งหนวดงาม) เจ้าของร้านอาหารตำข้างจิ๋ม เปิดเผยว่าได้ถ่ายคลิปปลาโลมาว่ายน้ำเล่นที่ปากคลองหนองข้าวเหนียว บริเวณแปลงเลี้ยงหอยแมลงภู่ ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งช่วงนี้เวลาเช้าๆ จะสามารถพบเห็นปลาโลมาออกมาว่ายน้ำเล่นบ้าง หรือกระโดดโชว์ตัวเหนือผิวน้ำบ้าง ที่บริเวณหาดสามร้อยยอดได้ตลอดแนว รวมถึงแถวบริเวณปากคลองหนองข้าวเหนียว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถไปชมความสวยงามของแสงยามเช้าตอนพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นพร้อมๆ กับเห็นโลมาได้บ่อยๆ ที่หาดสามร้อยยอดนี้ได้ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในทะเลสามร้อยยอด พร้อมกับชายหาดที่สะอาด รวมทั้งบนเกาะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาะนมสาว หรือเกาะโครำ เพราะผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารในพื้นที่ รวมถึงชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด จะช่วยกันเก็บขยะตามแนวชายหาด และบนเกาะอยู่เป็นประจำ ทำให้หาดสามร้อยยอดเป็นชายหาดที่สะอาด อยากให้ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่ทิ้งขยะลงในทะเลหรือตามแนวชายหาด เพื่อให้ทรัพยากรทางทะเลยังคงความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ตลอดไป

ไต๋หนึ่งยังบอกอีกว่า ช่วงนี้จะมีโอกาสได้เห็นปลาโลมาว่ายน้ำเล่นและกระโดดโชว์ได้บ่อยๆ แต่จะต้องมาช่วงประมาณ 6 – 8 โมงเช้า ยิ่งถ้านั่งเรือออกไปจะเจอได้ทุกเช้าเลย อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวที่หาดสามร้อยยอดกันครับ.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวหัวหินเซ็ง ! รูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมริมหาดมูลค่าเกือบ 4 แสนบาท แค่ 2 สัปดาห์ ถูกมือเลวทำลาย

ชาวหัวหินเซ็ง ! รูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมริมหาดมูลค่าเกือบ 4 แสนบาท แค่ 2 สัปดาห์ ถูกมือเลวทำลาย

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 หลังจากที่เทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ ร่วมกับมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน นำรูปปูนปั้นคนสู้ฉลาม ขนาดความสูง 1.90 เมตร มูลค่า 359,000 บาท ที่ถอดแบบมาจากรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่ สัญลักษณ์ในอดีตของหัวหินเกือบ 70 ปี ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาและมาปั้นแล้วตั้งใหม่บนโขดหินริมทะเลบริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมหัวหิน ทางลงชายหาดหัวหิน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ได้ถ่ายภาพและเป็นจุดเชคอินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ขณะที่เทศบาลเมืองหัวหินเตรียมแนวทางในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเยี่ยมชมธรรมชาติทะเลอันสวยงาม และได้ทราบเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหิน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ารูปปั้นคนสู้ฉลาม ที่ตั้งบริเวณชายหาดหัวหินดังกล่าว ถูกคนทำลาย ได้รับความเสียเสียหาย จึงไปตรวจสอบ พบว่าที่บริเวณฟันฉลามทั้งบนและล่างถูกทุบหักหายไปทั้งแถบ กลายเป็นฉลามฟันหลอ ดูแล้วไม่สวยงาม อีกทั้งยังวาดสัญลักษณ์รูปตาไว้ที่บริเวณช่องปากฉลามแทน

จากการสอบถามชาวหัวหินหลายคน ต่างให้ความเห็นว่าดูแล้วไม่สวยงาม อีกทั้งรูปปั้นดังกล่าวต้องการให้เป็นสัญลักษณ์ชายหาดหัวหินเวลานักท่องเที่ยวมาเยือนได้ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก ไม่น่าทำลาย สำหรับสัญลักษณ์รูปตาดังกล่าว ที่ผ่านมาหลายปีเห็นมีวาดไว้ทั่วตามที่สาธารณะในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ดูแล้วสกปรก รกสายตาไม่สมเป็นเมืองท่องเที่ยว สร้างความกังขาให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือน แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับเพิกเฉย เมื่อเกิดเรื่องนี้ชาวหัวหินจึงอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาดเสียที.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาการสื่อมวลชนฯ เยี่ยมชมโรงเรียนสอนเด็กรู้เท่าทันสื่อจากการอ่านหนังสือพิมพ์ที่หัวหิน

สภาการสื่อมวลชนฯ เยี่ยมชมโรงเรียนสอนเด็กรู้เท่าทันสื่อจากการอ่านหนังสือพิมพ์ที่หัวหิน

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 นายชาย ปถะคามินทร์ ผู้อำนวยการบริหาร สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางมาเยี่ยมชมการเรียนการสอนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์” ของสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ประจำปี 2568 ส่วนภูมิภาค ที่โรงเรียนดรุณศึกษา และโรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้าย (สังฆประชาอุทิศ) อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยร่วมกับหนังสือพิมพ์หัวหินสาร หนังสือพิมพ์ประจำจังหวัดประจวบฯ ที่ร่วมในโครงการ ซึ่งบรรยากาศการเรียนการสอนเต็มไปด้วยความสุขความสนุกสนาน เปิดโลกใบใหม่ให้กับเด็กยุคปัจจุบัน ซึ่งเด็กบางคนไม่เคยได้สัมผัสการอ่านหนังสือพิมพ์ หรือไม่เคยรู้จักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นแต่ละแห่งมาก่อน ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การอ่านหนังสือและติดตามข่าวสารมักจะเห็นได้จากสื่อออนไลน์

นายชาย ปถะคามินทร์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดโดยสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นการจัดโครงการเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องของหนังสือพิมพ์ ทักษะของการเท่าทันสื่อและส่งเสริมการอ่าน เราได้จัดอบรมคุณครูในส่วนของกรุงเทพฯ แล้ว ส่วนของภูมิภาคเราได้จัดที่ จ.เชียงใหม่ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกับโรงเรียนจังหวัดสตูล ส่วนที่หัวหิน เราจัดร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี ตอนนี้อยู่ในช่วงของระยะเวลาของการจัดสัปดาห์อ่านสร้างเสริมทักษะ ซึ่งคุณครูได้สอนเรื่องข้อมูล ความรู้ หรือทักษะต่างๆ จากการอบรมมา เพื่อสอนให้เด็กเรียนรู้กับหนังสือพิมพ์ พอเราได้จัดกิจกรรมนี้แล้ว เด็กๆ ดูตื่นเต้นมาก รู้สึกดีใจมากครับ

ด้านนางจุฑามาส พรมเวียง ครูโรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้าย กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก จากที่เด็กๆ ละเลยในเรื่องของการอ่านหนังสือพิมพ์ ก็หันกลับมาติดตามข่าวสารจากหนังสือพิมพ์มากขึ้น เพราะว่าปัจจุบันเราจะเห็นว่าเด็กๆ เริ่มจะอ่านหนังสือน้อยลง โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ที่วางขายในท้องตลาดน้อยลง เด็กๆ ยังสามารถที่จะเข้าไปอ่านในเว็บไซต์ได้อีกด้วย อีกทั้งยังได้รับแนวทางในการอ่านข่าวและติดตามข่าวมากขึ้น ประโยชน์ที่นักเรียนได้รับ คือ จะได้รู้ประเภทของข่าวที่มีอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะว่าข่าวที่พบอยู่ในหน้าเว็บไซต์นักเรียนไม่สามารถแยกออกว่าเป็นข่าวประเภทอะไร

ด.ช.ทรงพล ตันเจริญ อายุ 10 ขวบ กล่าวว่า วิชาที่เรียนวันนี้สนุกมาก ได้ความรู้ที่ได้จากข่าว เช่นข่าวการเมืองว่าไปถึงไหนแล้วและมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง ปกติที่บ้านก็มีหนังสือพิมพ์อยู่แล้วแต่ไม่ค่อยได้อ่าน ส่วนมากจะดูจากโทรศัพท์มือถือ มีอยู่วันหนึ่งที่บ้านไฟดับ คุณพ่อก็จะให้หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านบ้างครับ คิดว่าหนังสือพิมพ์มีประโยชน์มากในด้านการให้ความรู้ และทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นครับ

นายชลวิวัฒน์ โฆษิตชัยวัฒน์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์หัวหินสาร กล่าวว่า จุดประสงค์ที่เข้าร่วมโครงการนี้กับสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เพราะต้องการให้นักเรียนได้รู้จักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น รู้จักการแยกแยะข่าว ยิ่งในยุคปัจจุบันที่มีข่าวหลากหลายประเภท รวมถึงข่าวเฟคนิวส์ต่างๆ รู้จักการตรวจสอบ เพื่อให้รู้เท่าทันและเรียนรู้ข่าวสารต่างๆ ได้ในอนาคต.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ จัด ‘Hua Hin Yoga Festival 2025’ สุดชิลล์ริมหาด ชูท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ททท.ประจวบฯ จัด ‘Hua Hin Yoga Festival 2025’ สุดชิลล์ริมหาด ชูท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ ร่วมกับเทศบาลเมืองหัวหิน, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ, สายการบินไทยแอร์เอเชีย หัวหิน, กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC จังหวัดประจวบฯ, โรงแรมเวอร์โซ หัวหิน – อะ วีรันดา คอลเลคชั่น หัวหิน, โรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน, ชัคติ โยคะ และหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรม ‘Hua Hin Yoga Festival 2025’ ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 21 – 23 กุมภาพันธ์นี้ ที่บริเวณหาดเขาตะเกียบ หน้าโรงแรมเวอร์โซ หัวหิน – อะ วีรันดา คอลเลคชั่น หัวหิน ชวนนักท่องเที่ยวร่วมทำกิจกรรม Workshop เรียนโยคะกับครูสอนโยคะ ทั้งไทยและต่างชาติที่นักโยคะรู้จักชื่อเสียงเป็นอย่างดี ซึ่งจะมาถ่ายทอดความรู้ในช่วงเย็นของทั้งสามวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ก่อนพระอาทิตย์ตกยามเย็น ไม่มีค่าใช้จ่าย มุ่งใช้กิจกรรม Soft Power 5 F การท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พำนักทำงานในประเทศไทย (Expat) และนักท่องเที่ยวคนไทยกลุ่ม Millennium ที่ชื่นชอบโยคะ โดยเฉพาะกลุ่ม Expat ในพื้นที่และจากกรุงเทพฯ ให้เดินทางมาท่องเที่ยวและร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Hua Hin Yoga Festival 2025 ในพื้นที่หัวหิน เน้นการสร้างกระแสการเดินทางโดยการสื่อสารตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ชัดเจนการท่องเที่ยวหัวหิน ในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของกลุ่ม Expat

ก่อนหน้านั้น ททท.สำนักงานประจวบฯ ได้จัดกิจกรรม Workshop เรียนโยคะกับครูสอนโยคะที่มีชื่อเสียง ที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ต วิลเลจหัวหิน, ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน และบริเวณชายหาดหัวหิน ซอยหัวหิน 85 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ กิจกรรมโยคะเป็นรูปแบบการออกกำลังทั้งร่างกายและการฝึกจิตใจที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่น้อยกว่ากิจกรรมกีฬาหรือรูปแบบการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ เนื่องจากโยคะเป็นการออกกำลังกายที่มีความเหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งการเล่นโยคะอาจจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ ที่สำคัญคือมีส่วนสำคัญในการสร้างการผ่อนคลาย สร้างสมาธิในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม Hua Hin Yoga Festival ในปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกลุ่ม Expat จำนวนมาก เนื่องจากเป็นการจัดกิจกรรมโยคะชายหาดที่มีเสน่ห์ของหัวหิน ได้รับการแชร์และการบอกต่อจากนักท่องเที่ยว ททท.สำนักงานประจวบฯ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมกิจกรรมสามารถสมัครผ่านแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ทางแฟนเพจ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ หรือสมัครหน้างานในวันที่จัดกิจกรรมรับจำนวนจำกัด.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

บางสะพานวิทยา จัดวิ่งการกุศลครั้งที่ 2 ในโอกาสครบ 56 ปี

บางสะพานวิทยา จัดวิ่งการกุศลครั้งที่ 2 ในโอกาสครบ 56 ปี

เช้าวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวิ่งการกุศล “Bangsaphanwittaya Run” ครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสที่โรงเรียนบางสะพานวิทยา ครบ 56 ปี มีนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายประมวล พงษ์ถาวราเดช สส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.ประจวบฯ พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม ผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ อดีตนายก อบจ.ประจวบฯ น.ส.นิชาภา สุวรรณนาค ร่วมกันเปิด

ทั้งนี้ นายเกียง กิตติพงศ์ธนกิจ นายกสมาคมผู้ปกครองและครู นายอนุภาส อื้อพรรณรังษี ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบางสะพานวิทยา กำนันสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย น.ส.สุภาวดีสมทรง กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ นายวิเชียร เกตุงาม อดีตกำนันตำบลกำเนิดนพคุณ นายประสงค์ กลิ่นบรม ผู้อำนวยการโรงเรียนบางสะพานวิทยา คณะครู นักเรียนบางสะพานวิทยา (บว.) ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อให้ประชาชน หน่วยงานองค์กร ทุกภาคส่วนร่วมงานกิจกรรมวิ่งการกุศลดังกล่าว แบ่งการวิ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะ 3.5 กิโลเมตร 5.5 กิโลเมตร และระยะ 10.5 กิโลเมตร มีนักวิ่งและผู้เข้าร่วมงานเกือบ 1,000 คน โดยมีเจ้าหน้าที่จราจร ตำรวจ สภ.บางสะพาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย อำเภอบางสะพานร่วมดูแลความปลอดภัย

นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า โครงการวิ่งการกุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 56 ปี เป็นการจัดวิ่งของโรงเรียนครั้งที่ 2 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ส่งเสริมทักษะอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ตามแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเรียนดี มีความสุขของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ทุกคนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทางด้านสังคม อารมณ์และสติปัญญาสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ดีและมีความสุข ตามอัตลักษณ์ของโรงเรียนที่ว่า “สถาบันสอนให้เราได้ดี” รวมทั้งส่งเสริมทักษะอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ในการจัดโครงการวิ่งการกุศลครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากนายเกียง กิตติพงศ์ธกิจ ประธานคณะกรรมการสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนบางสะพานวิทยา ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนบางสะพานวิทยา นายอนุภาส อื้อพรรณรังษี ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาชั้นพื้นฐานโรงเรียนบางสะพานวิทยา กลุ่มเหล็กสหวิริยา, ร้านศึกษาภัณฑ์, ผู้จัดการกู๊ดคาแคร์ ห้างหุ้นส่วนสามัญทวีทรัพย์อินเตอร์เทรด บริษัทไอทีโซนบางสะพาน จำกัด บริษัท บางกอกซอฟต์แวร์ พร้อมด้วยผู้สนับสนุนร้านอาหารต่างๆ ให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมวิ่งแข่งขัน และอีกหลายทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ และเป็นทรัพยากรที่มีค่าของสังคม และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้งานบรรลุวัตถุประสงค์.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งคึกคักร่วม “วิ่ง ไป มันส์” รายได้ให้กับนักเรียนโรงเรียนวังฯ ที่เรียนดีแต่ยากจน

นักวิ่งคึกคักร่วม “วิ่ง ไป มันส์” รายได้ให้กับนักเรียนโรงเรียนวังฯ ที่เรียนดีแต่ยากจน

ช่วงเย็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์เเสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวิ่งสานใจไกลกังวล “วิ่ง ไป มันส์” ครั้งที่ 1 มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายชุมพล โชคสุชาติ นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนวังไกลกังวล หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ และนักวิ่งกว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรมที่สวนหลวงราชินี 19 ไร่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ

สมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนวังไกลกังวล จัดวิ่งการกุศลในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง สร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันของโรงเรียนวังไกลกังวลฯ ครู ผู้ปกครองและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเงินรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำเข้าสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนวังไกลกังวล เพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวลที่มีความประพฤติดี แต่มีฐานะยากจนในวันแม่และวันพ่อแห่งชาติ ช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนธันวาคมของทุกปี รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยและสร้างรายได้ให้กับประชาชนจากการขายอาหารและสินค้าชุมชนในพื้นที่

กิจกรรมนี้เป็นการวิ่งการกุศลระยะสั้น ประเภทการวิ่ง ฟันรัน ระยะ 3 กิโลเมตร เป็นการเดิน – วิ่ง เพื่อสุขภาพ ความสนุกสนาน ผ่อนคลาย ไม่มีการแข่งขัน โดยเริ่มที่สวนหลวงราชินี 19 ไร่ ผ่านถนนเลียบวังไกลกังวล แวะถ่ายภาพที่ระลึกหน้าโรงเรียนวังไกลกังวลฯ เลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรเกษม ผ่านหน้าวัดไกลกังวล เลี้ยวขวาเข้าซอยหัวหิน 19 กลับเข้าสู่บริเวณจัดกิจกรรม โดยในการวิ่งจะมีจุดบริการน้ำดื่ม การดูแลปฐมพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เดินวิ่งไม่ไหว และเมื่อถึงเส้นชัย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถใช้คูปอง แลกอาหาร น้ำดื่ม จับรางวัล และเล่นเกมต่างๆ ทั้งปาเป้า ป่าโป่ง ยิงปืน โยนห่วง ตักไข่ และในบริเวณจัดกิจกรรมจัดดนตรีรำวงย้อนยุค เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมสนุกสนานตามอัธยาศัย รวมทั้งสามารถซื้ออาหารพื้นบ้านซึ่งมีถึง 24 ร้าน อันเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่อีกส่วนหนึ่ง.