Categories
ข่าว ทั้งหมด

ลุงขี่จักรยานยนต์ชนรถท้ายพ่วงจอดข้างทางเสียชีวิต

ลุงขี่จักรยานยนต์ชนรถท้ายพ่วงจอดข้างทางเสียชีวิต

เมื่อเวลา 05.37 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2568 ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วง บนถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ ก่อนถึงแยกไฟแดงกุยบุรี 200 เมตร อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงส่งรถพยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นสปาร์ค 115 สีขาว – ดำ ทะเบียน 1 กฉ 9617 ประจวบคีรีขันธ์ ล้มตะแคงติดอยู่กับรถพ่วง ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนตัวแม่ 70 – 2394 ประจวบฯ ตัวลูกทะเบียน 70 – 7415 นนทบุรี ซึ่งคนขับจอดนอนอยู่ไหล่ทาง ที่บริเวณท้ายรถพบร่างชายคนหนึ่งนุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงินขายาว สวมเสื้อแขนยาวสีดำ มีเลือดไหลจากศีรษะนองพื้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบไม่พบชีพจร จึงทำการปั๊มหัวใจ (CPR) พร้อมประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลกุยบุรี ร่วมตรวจสอบ หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปั๊มหัวใจ รวมทั้งใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติให้การช่วยเหลือ ก่อนนำส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาว่านายกลม ชาวแพรกน้อย อายุ 62 ปี ชาวบ้านหนองตาเสือ ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

โชเฟอร์รถบรรทุกคันหนึ่งที่พบเหตุ เล่าว่าตนขับรถมาเห็นรถจักรยานยนต์ล้มอยู่บนถนน และมีคนเจ็บนอนอยู่ท้ายรถพ่วง จึงจอดลงมาดู พร้อมทั้งใช้ไฟฉายส่องเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน แต่ก็ไม่ทัน มีรถเก๋งคันหนึ่งไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อ ขับมาชนรถจักรยานยนต์ที่ล้มอยู่ จนรถกระเด็นไปติดกับตัวพ่วงของรถพ่วง แต่ไม่ได้ชนคน และขับต่อไปโดยไม่ได้จอดลงมาดู ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่านายกมล ผู้ตาย ทำงานเป็นลูกจ้างของเทศบาลตำบล กม.5 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ เพิ่งขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากบ้านภรรยาที่ตำบลกุยเหนือ เพื่อกลับบ้านหนองตาเสือ ต.กุยบุรี แต่ไม่ทราบว่าทำไมผู้ตายถึงขี่รถย้อนกลับมาทางสี่แยกกุยบุรีอีก ส่วนของคนขับรถพ่วงนั้น เจ้าหน้าที่ต้องไปปลุกให้ตื่นจากหน้ารถ โดยไม่ทราบว่ามีรถจักรยานยนต์มาชนท้ายรถของตนแต่อย่างใด ซึ่งพนักงานสอบสวนจะสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้ง.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าประจวบฯ เปิดงานปิดทองฝังลูกนิมิต วัดหนองพังพวย

รองผู้ว่าประจวบฯ เปิดงานปิดทองฝังลูกนิมิต วัดหนองพังพวย

วันที่ 25 มกราคม 2568 ที่วัดหนองพังพวย ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบฯ พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเปิดงานผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิตวัดหนองพังพวย มีพระเมธีคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ เจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก พระอธิการประสาร ปิยสาโร เจ้าอาวาสวัดหนองพังพวย พร้อมคณะสงฆ์ นายสุวิทย์ เยื่อใย นายก อบต.เกาะหลัก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติและพุทธศาสนิกชนร่วมในพิธีและปิดทองกันเป็นจำนวนมาก งานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ รวม 10 วัน 10 คืน

โดยได้รับความร่วมมือร่วมใจของชาวตำบลเกาะหลักและผู้มีจิตศรัทธาจัดงานดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกำหนดเขตวิสุงคามสีมา สำหรับพระภิกษุพระสงฆ์ใช้เป็นสถานที่ประชุมทำสังฆกรรมตามพระวินัยในโอกาสต่างๆ เปิดโอกาสให้ประชาชนในตำบลเกาะหลักและใกล้เคียงได้มาร่วมทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิตถือว่าเป็นการทำบุญที่เป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ หากใครได้มีโอกาสได้ทำ จะทำให้ผู้นั้นได้รับอนิสงส์ผลบุญ ส่งผลให้มีทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา ผิวพรรณผ่องใส อายุยืนยาวปราศจากโรคภัย ได้เกิดในภพภูมิที่ดี ชาติตระกูลสูง อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบไปอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สิ้นเทพเจ้าแห่งเขาพรานธูป “หลวงปู่นน” ฉายา “ปลัดขิกดิ้นได้” นักเสี่ยงโชคนำอายุหลวงปู่ไปเสี่ยงโชคกันคึกคัก

สิ้นเทพเจ้าแห่งเขาพรานธูป “หลวงปู่นน” ฉายา “ปลัดขิกดิ้นได้” นักเสี่ยงโชคนำอายุหลวงปู่ไปเสี่ยงโชคกันคึกคัก

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 มกราคม 2568 ที่สำนักสงฆ์เขาพรานธูป ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานงานบำเพ็ญกุศลสรงน้ำศพพระครูสังฆรักษ์นน จนฺทวิโร หรือหลวงปู่นน จันทวิโร อายุ 94 ปี พรรษา 23 พระเกจิชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เขาพรานธูป มีนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พระเถระชั้นผู้ใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศิษยานุศิษย์และประชาชนจำนวนมากร่วมในพิธี พร้อมกันนี้นักเสี่ยงโชคต่างนำอายุหลวงปู่ไปเสี่ยงโชคลาภงวดที่จะถึงนี้กันอย่างคึกคัก

สำหรับประวัติของหลวงปู่นน จันทวิโร สำนักสงฆ์เขาพรานธูป พระเกจิอาจารย์เรืองอาคมแห่งหัวหิน เป็นน้องชายแท้ๆ ของหลวงพ่อยิด อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถเสกปลัดขิกดิ้นได้เช่นเดียวกับหลวงพ่อยิด ท่านเกิดในตระกูลกล่ำเรือง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2474 ปีมะแม ที่บ้านนาพรม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก เมื่ออายุ 21 ปี ได้อุปสมบทที่วัดประดิษฐวนาราม (วัดนาพรม) จ.เพชรบุรี โดยมี หลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังบวชได้อยู่ปรนนิบัติหลวงพ่อหวล จันทสิริ เจ้าอาวาสวัดนาพรม ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง พร้อมๆ กับหลวงพ่อยิด ซึ่งหลวงพ่อหวลได้ถ่ายทอดวิชาทางด้านสมุนไพร วิชาทำปลัดขิก และการลงจารอักขระให้ ทั้งนี้หลวงพ่อหวลมีศักดิ์เป็นน้าและพระกรรมวาจาจารย์ของหลวงยิด อีกทั้งเป็นอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทถ่ายทอดวิชาทำปลัดขิกให้กับหลวงพ่อยิด จนมีชื่อเสียงโด่งดังกล่าวขานอยู่จนถึงทุกวันนี้อีกด้วย

หลวงพ่อนนได้จาริกแสวงบุญอยู่นาน จึงได้กลับมาที่วัดหนองจอก ซึ่งในขณะนั้น หลวงพ่อยิดท่านมีชื่อเสียงด้านปลัดขิกและมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ด้วยความที่มั่นใจในความแก่กล้าทางวิชาอาคมของหลวงพ่อนน และเป็นศิษย์รุ่นน้องร่วมอาจารย์เดียวกันหลวงพ่อยิด จึงให้หลวงพ่อนนช่วยลงอักขระลงบนปลัดขิก ซึ่งการลงอักขระนี้ หลวงพ่อยิดต้องเลือกเฟ้นคนที่ไว้ใจได้และมีความสามารถ เพื่อให้วัตถุมงคลมีความศักดิ์สิทธิ์ หลังจากหลวงพ่อยิดมรณภาพ หลวงพ่อนนจึงออกธุดงค์ต่อและได้ร่ำเรียนศึกษาวิชา รักษากระดูก และวิชาแก้คุณไสย จากนั้นได้มาจำพรรษาที่วัดมาลัยทับใต้ หัวหิน และที่วัดนี้เอง ท่านได้สร้างปลัดขิกในนามของท่าน เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน โดยท่านได้อยู่พัฒนาวัดมาลัยทับใต้ต่อมาอีกหลายปี จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ จึงได้เตรียมตัวจาริกอีกครั้ง ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างมาขอให้ท่านมาอยู่เป็นประธาน ช่วยจัดสร้างสำนักสงฆ์เขาพรานธูป หลวงพ่อนน จึงได้มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์เขาพรานธูป ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา จนเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2558 พระราชภัทรญานฯ มอบตราตั้งฐานานุกรมและพัดยศเป็น “พระครูสังฆรักษ์” ให้แก่หลวงปู่นน เจ้าสำนักสงฆ์เขาพรานธูป ให้เป็นพระครูสังฆรักษ์นน จนฺทวิโร โดยมีพิธีมอบขึ้นภายในอุโบสถของสำนักสงฆ์เขาพรานธูป ในช่วงระยะเวลา 3 – 5 ปี ที่ผ่านมา หลวงปู่นนได้อาพาธจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ก่อนเข้ารักษาตัวอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมรณภาพ เมื่อคืนวันที่ 23 มกราคม 2568 ที่โรงพยาบาลหัวหิน โดยทางวัดจะตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่สำนักสงฆ์ เป็นเวลา 30 วัน ก่อนบรรจุสรีรสังขารไว้ในโลงแก้วต่อไป

หลวงปู่นน ท่านสามารถเสกปลัดขิกดิ้นได้เช่นเดียวกับหลวงพ่อยิด ด้วยกิตติศัพท์อันเลื่องลือ ทำให้ท่านได้รับกิจนิมนต์ร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์มากมาย มีผู้คนเข้าไปกราบท่านไม่ขาดสาย ผู้คนต่างได้รับประสบการณ์ดีๆ ที่เกิดจากท่าน พระเครื่องของท่านมากมาย และเครื่องรางของท่านเป็นที่นิยมอย่างแผ่กว้างไปเรื่อยๆ ถึงต่างประเทศ วัตถุมงคลของหลวงปู่นนที่ขึ้นชื่อ คือปลัดขิก ที่สร้างปาฏิหาริย์บินได้ เป็นที่นิยมกว้างขวางในหมู่ทหารและตำรวจ เพราะเชื่อกันว่าใครมีปลัดขิกของหลวงปู่นนติดตัวแล้ว จะดีเด่นในด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง อีกทั้งมีผู้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งแคล้วคลาดและโชคลาภ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รถตู้นักท่องเที่ยวฝรั่งชนท้ายรถน้ำมันปาล์ม เจ็บหลายราย

รถตู้นักท่องเที่ยวฝรั่งชนท้ายรถน้ำมันปาล์ม เจ็บหลายราย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มกราคม 2568 พ.ต.ท.ปณสิทธิ์ ฤทธิรงค์ สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถตู้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเต็มคัน ชนท้ายรถบรรทุกน้ำมันปาล์ม มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนเพชรเกษม ขาขึ้นกรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 253 + 600 บ้านหนองคาง หมู่ 9 ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงประสานอาสาหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเมธีธรรมสถานสามร้อยยอด อาสาสมัครกู้ภัยทางหลวงจุดสามร้อยยอด รุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งชายและหญิง รวม 11 คน ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและใบหน้า เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลสามร้อยยอด บนถนนพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 30 – 0353 ข้างประตูรถ มีข้อความ FAME Tour & Servive จอดอยู่ บริเวณหน้ารถไฟด้านซ้ายมีร่องรอยการชนอย่างแรงจนยุบเข้าไป ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร พบรถบรรทุกน้ำมันปาล์ม ยี่ห้อฮีโน่ สีฟ้า ทะเบียน 70 – 8860 สุราษฏร์ธานี จอดอยู่ ที่บริเวณกันชนท้ายมีร่องรอยการถูกชนยุบและยางระเบิด ส่วนคนขับนั่งรอเจ้าหน้าที่อยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงได้ช่วยกันทำความสะอาดถนน นำทรายมาโรยน้ำมันเครื่อง กันลื่นเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน จนสามารถใช้งานได้ตามปกติ

คนขับรถตู้ เล่าว่านำนักท่องเที่ยวมาจากเกาะเต่า จ.ชุมพร จำนวน 11 คน กำลังไปส่งที่กรุงเทพฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนขับมาเลนซ้าย เห็นรถบรรทุกน้ำมันที่วิ่งอยู่ข้างหน้า จึงจะแซงเปลี่ยนไปเลนขวา แต่หักพวงมาลัยรถไม่พ้น จึงชนท้ายรถน้ำมันอย่างจัง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้านคนขับรถน้ำมัน เล่าว่า ตนขับรถบรรทุกมันน้ำมันปาล์มมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังไปส่งโรงงานที่ปทุมธานี ขณะขับมา ได้ยินเสียงดังจนรถสะเทือนที่บริเวณท้ายรถ ตนจึงหยุดรถลงมาดูก็พบว่ามีรถมาชนท้ายดังกล่าว.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

จับขบวนการขนแรงงานต่างด้าวลักลอบส่งมาเลย์ หนีเข้าที่ประจวบฯ

จับขบวนการขนแรงงานต่างด้าวลักลอบส่งมาเลย์ หนีเข้าที่ประจวบฯ

ช่วงค่ำวันที่ 22 มกราคม 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้นายอุดร ผโประการณ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังพลเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ออกลาดตระเวนในพื้นที่ หลังทราบว่าจะมีขบวนการค้าแรงงานเถื่อนข้ามชาติ นำแรงงานต่างด้าวเข้ามาพักในพื้นที่ ก่อนจะส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย ระหว่างออกลาดตระเวนพบรถต้องสงสัยเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตู สีดำ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน กต 6561 ราชบุรี วิ่งผ่านมาลักษณะมีพิรุธ จึงส่องดูที่บริเวณท้ายกระบะปิดคลุมด้วยผ้าสแลนไนลอนสีเขียว มีหัวมนุษย์โผล่ขึ้นมา และภายในห้องโดยสารมีผู้โดยสารนั่งอัดมาในรถจนแน่น เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้จอดรถเพื่อตรวจสอบ แต่คนขับได้ขับรถกระบะซิ่งรถหลบหนีเจ้าหน้าที่ไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงขับรถตามจากบริเวณบ้านหนองปรือ ไปถึงตลาดนัดยายชุบ บ้านหนองเสือ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึกให้ช่วยสกัดจับ จากนั้นรถขนแรงงานเถื่อนได้วนกลับหนีมาที่หมู่บ้านทุ่งเคล็ด หมู่ 6 ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบฯ ก่อนที่ผู้นำพาซึ่งเป็นผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 2 ราย ได้จอดรถยนต์และชักกุญแจ วิ่งหลบหนีเข้าไปในหลังบ้านพักหลังหนึ่ง โดยจอดรถทิ้งไว้บริเวณหน้าบ้าน บนถนนสายรองเพชรเกษม – บ้านทุ่งเคล็ด พร้อมกับทิ้งแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 10 คนไว้ จึงได้โทรประสานผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ แต่ไม่รับสาย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงได้ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ตรวจค้นภายในรถและสัมภาระเดินทางของแรงงานชาวเมียนมา เพื่อหาสิ่งของผิดกฎหมาย แต่ไม่พบ จึงตรวจสอบทำประวัติ จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมด 10 คน เป็นชาย 9 คนหญิง 1 คน อายุระหว่าง 19 – 36 ปี เดินทางมาจากพญาตองซู ฝั่งเมียนมา แล้วเดินเท้าข้ามแดน ผ่านช่องทางธรรมชาติในจังหวัดกาญจนบุรี มายังฝั่งไทย แล้วนั่งรถนำพามายังจุดพักคอยในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยนั่งรถมาแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง เปลี่ยนรถ 3 ครั้ง จนถึงอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ แล้วรอรถมารับไปส่งที่ประเทศมาเลเซีย ผ่านทางเรือ โดยเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าผู้นำพา คนละ 520,000 จ๊าด หรือเงินไทยประมาณ 15,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมจัดทำประวัติบันทึกการจับกุมและยึดรถของกลางนำพาแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ส่งพนักงนสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดโครงการ “สานพลังจิตพอเพียงต้านทุจริต”

รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดโครงการ “สานพลังจิตพอเพียงต้านทุจริต”

วันที่ 24 มกราคม 2568 นายณัฏฐ์กฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประธานชมรม STRONG สผ.องค์กรพอเพียงต้านทุจริต สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการ “สานพลังจิตพอเพียงต้านทุจริต ของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568” ระหว่างวันที่ 24 – 25 มกราคม 2568 ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัสคาราเพซ หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวต้อนรับ น.ส.สิริธร ลิปพยอม ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศ รองประธานชมรม STRONG สผ.องค์กรพอเพียงต้านทุจริต สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวรายงาน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สมาคมต่างๆ และสื่อมวลชน เข้าร่วมอบรม

ภายในงานมีการเสวนาโดยนายณัฏฐ์กฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประธานชมรม STRONG สผ.องค์กรพอเพียงต้านทุจริต สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายเศรษฐพงษ์ ศรีเลิศ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมและรองประธานชมรม STRONG สผ.องค์กรพอเพียงต้านทุจริต สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นางนวลใย นิลบรรพ์ ประธานโค้ชชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน

นายณัฏฐ์กฤษฎ์ วงศ์เจริญ กล่าวว่าเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเครือข่ายองค์กรพอเพียงต้านทุจริตได้ให้ความสำคัญเรื่องการรักษาความเข้มแข็งด้านการป้องกันและการต่อต้านการทุจริต มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันการทุจริต ผสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระหว่างหน่วยงาน อีกทั้งเพื่อขยายผลการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย เพื่อสร้างสังคมแห่งความดีที่ไร้การทุจริต นำพาองค์กรให้มีความสุจริต ความโปร่งใส เพื่อให้ประเทศไทยใสสะอาด ปราศจากการทุจริต โครงการครั้งนี้จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในการสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนงานด้านองค์กรพอเพียงต้านทุจริตและเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันการทุจริต รวมทั้งผสานความร่วมมือองค์กรพอเพียงต้านทุจริตกับเครือข่ายจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือการขับเคลื่อนชมรม STRONG เพื่อพัฒนาแนวทางการป้องกันการทุจริต ในสถานการณ์ Digital Disruption ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รอง ผบ.ตร. เน้นตำรวจหัวหิน ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีน

รอง ผบ.ตร. เน้นตำรวจหัวหิน ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีน

วันที่ 23 มกราคม 2568 พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อประชุมติดตามการปฏิบัติการนำร่องในการขับเคลื่อนและยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยมี พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิธ ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.พนิช อ่วมสอาด รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 (ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน) นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผ๔้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมวางแนวทางและมาตรการด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึง หลังจากการประชุมแล้ว รอง ผบ.ตร. ได้มอบสิ่งของให้แก่ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาล

สำหรับเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ เป็นปีที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับนโยบายการท่องเที่ยวเที่ยวปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ได้นำแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถดาวโหลดเพื่อใช้งานทางโทรศัพท์ได้ทุกระบบ เป็นทางเลือกให้สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงานราตรีการกุศลนานาชาติ 2025

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงานราตรีการกุศลนานาชาติ 2025

ช่วงค่ำวันที่ 23 มกราคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานราตรีการกุศลนานาชาติ ชาวประจวบฯ ร่วมใจ สานสายใยเพื่อสังคม ที่ศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและคึกคักจากผู้เข้าร่วมงาน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายในงานมีบุคคลสำคัญร่วมให้การต้อนรับ อาทิ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ ดร.หยุ่นหลิน หยาง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด มร.ไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก

งานเริ่มต้นด้วยคำกล่าวสนับสนุนจากตัวแทนองค์กรต่างๆ ได้แก่ ดร.หยุ่นหลิน หยาง มร.ไบรอัน แอนเดอร์สัน ต่อด้วยการกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานโดยนายเมธพนธ์ สังข์น้อย นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ประธานจัดงานชี้แจงว่างานราตรีการกุศลนานาชาติเป็นโครงการประจำปีที่มุ่งระดมทุนช่วยเหลือโรงเรียนและนักเรียนผู้ขาดแคลนในจังหวัดประจวบฯ โดยรายได้ส่วนหนึ่งในปีนี้จะมอบให้กับโรงเรียนชลประทานปราณบุรี สาขาบ้านวังปลา เพื่อจัดซื้อแบตเตอรี่สำหรับโซล่าเซลล์ โต๊ะและเก้าอี้เรียน อุปกรณ์การเรียน กีฬา รวมถึงเลี้ยงอาหารกลางวันและจัดกิจกรรมเสริมภาษาอังกฤษในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ เป็นโครงการแรก

ู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้กล่าวเปิดงาน พร้อมชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่จัดโครงการดีๆ นี้ เป็นตัวอย่างที่ดีในการปลูกฝังจิตสาธารณะให้เยาวชน และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ตลอดจนชาวต่างชาติในพื้นที่ ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้ ทั้งยังเน้นถึงความสำคัญของการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนผ่านกิจกรรม เช่น การประกวดชุดนานาชาติ การแสดงความสามารถพิเศษ และการแสดงศิลปะ ซึ่งล้วนเป็นเวทีที่ช่วยพัฒนาทักษะและความมั่นใจของเยาวชน ไฮไลท์ของงานได้แก่ แฟชั่นโชว์ International Walk โดยนางงามชื่อดัง อาทิ คุณอภิสรา ธาดาดลทิพย์ มิสไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024, คุณเจมม่า สุธิดา ยาร์โนส มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2568 และคุณอีฟ บุญสิตา เกิดก้าน มิสประจวบคีรีขันธ์ 2024 ที่ปรากฏตัวในชุดราตรีอันงดงามตระการตา สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน

ต่อเนื่องด้วยอีกหนึ่งไฮไลท์ คือการประกวด International Costume and Talent Contest 2025 สำหรับนักเรียนอายุ 13 – 15 ปี จากทั่วประเทศ ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 36,000 บาท โดยผู้เข้าแข่งขันได้แสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่

งานราตรีการกุศลนานาชาติครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความสามัคคีของชุมชนในจังหวัดประจวบฯ อีกทั้งยังสะท้อนถึงพลังของการร่วมมือร่วมใจกันเพื่อสังคมอย่างแท้จริง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คู่รักนั่งรถไฟไปจดทะเบียนเท่าเทียม พร้อมฮันนีมูนสุดโรแมนติก

คู่รักนั่งรถไฟไปจดทะเบียนเท่าเทียม พร้อมฮันนีมูนสุดโรแมนติก

วันที่ 23 มกราคม 2568 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารใหม่) จ.ประจวบฯ บรรดาคู่รักรวม 6 คู่ นั่งรถไฟขบวน Royal Blossom ออกจากสถานีหัวลำโพง มาที่สถานีรถไฟหัวหิน เพื่อจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมครั้งแรกในประเทศไทย ร่วมกับคู่รักอีก 17 คู่ รวมทั้งหมด 23 คู่ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี นายศรัณยศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายสราวุธ เจริญธนาสกุล ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัทหัวหิน แอสเสท จำกัด พร้อมคนในวงการบันเทิง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และแขกผู้มีเกียรตินับพันคน ร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในครั้งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของหัวหินและจังหวัดประจวบฯ ในการแสดงออกถึงการยอมรับและสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และคุณค่าของความรักในทุกมิติ ซึ่ง Hua Hin Grand Inter Pride 2025 ไม่เพียงแต่เป็นงานที่สะท้อนถึงการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของหัวหิน ในฐานะเมืองที่เปิดกว้างและเต็มไปด้วยความอบอุ่น สร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเป็นอย่างแท้จริง โดยหัวหิน ถือเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ไม่เพียงแต่ในด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมเศรษฐกิจของความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งการจัดงานในวันนี้ คือส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบที่ครอบคลุมและสร้างโอกาสใหม่ ทั้งในด้านของธุรกิจโรงแรม การบริการ ร้านอาหาร และกิจกรรมท้องถิ่น ที่จะช่วยกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนในพื้นที่ ที่สำคัญยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เมืองหัวหินและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกของนักท่องเที่ยว ที่ยกระดับในการเป็นเมืองที่พร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม”

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัทหัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ว่า ในฐานะที่บลูพอร์ตหัวหิน เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญในการจัดงาน Hua Hin Grand Inter Pride 2025 เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้หัวหินเป็นเมืองที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างเต็มที่ ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีความเท่าเทียม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานระหว่างธุรกิจการท่องเที่ยวและการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมในสังคมไทย ถือเป็นก้าวแรกในการปูทางสู่การจัดกิจกรรม Pride Month ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2568 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยเสริมความน่าสนใจให้กับหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจในระดับโลก ที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนความเท่าเทียม แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับความหลากหลายได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งการสร้างความน่าสนใจให้กับหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQIAN+ ที่กำลังกลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเมืองหัวหินมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กองทัพบก ร่วมใจแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

กองทัพบก ร่วมใจแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

ตามนโยบายของกองทัพบกในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ซึ่งสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น กองกำลังสุรสีห์ โดย พ.อ.ชูพงษ์ สายอุบล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก มอบหมายให้ พ.อ.เพรียว เลี้ยงชีพชอบ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ร่วมบูรณาการความร่วมมือกับชุดปฏิบัติการไฟป่าและหมอกควันของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นำโดยนายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด นำโดยนายพงศธร พร้อมขุนทด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ไฟป่าและข้อมูลจุดความร้อนในพื้นที่ รวมถึงประสานการปฏิบัติในการกำหนดแนวทางการป้องกันและควบคุมไฟป่า ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

ในการนี้ หน่วยได้จัดชุดวิทยากรเผยแพร่ความรู้ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ของหน่วย ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุกและสร้างการรับรู้มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งแจกจ่ายอุปกรณ์เวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิเช่น หน้ากากอนามัย และกระบอกสำหรับล้างจมูก ให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่ของตำบลอ่าวน้อยและตำบลคลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน