Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านสุดทนถูกทำลายป้ายค้านบ่อขยะเถื่อน หลังถูกเมินจากหน่วยงานรัฐ

ชาวบ้านสุดทนถูกทำลายป้ายค้านบ่อขยะเถื่อน หลังถูกเมินจากหน่วยงานรัฐ

วันที่ 22 มกราคม 2568 ตัวแทนชาวบ้านจากหลายหมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 8 ,10, 11,12 และหมู่อื่นๆ ในพื้นที่ตำบลห้วยทราย กว่า 50 คน รวมตัวกันนำป้ายมาปักตามทางแยกต่างๆ พร้อมไลฟ์สดผ่านโซเชียลระบายแสดงความอัดอั้นในใจ เพื่อคัดค้านไม่เอาบ่อขยะที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำ หมู่ 10 ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยข้อความในป้ายระบุว่าชาวบ้านพึ่งใคร ผู้นำตำบลห้วยทรายไปไหน อย่าลืมวันที่พวกท่านมายกมือไหว้ขอคะแนนประชาชน ท่านเป็นตัวแทนชาวบ้าน หรือขี้ข้านายทุน นอกจากนี้ภายในป้ายอื่นๆ ยังมีข้อความระบุว่า ขอคัดค้านสร้างบ่อขยะ โดยเอาขยะที่ไม่ใช่ของตำบลห้วยทรายมาทิ้งในพื้นที่ของพี่น้องชาวตำบลห้วยทราย อย่าเห็นชาวบ้านเป็นขี้ข้าของท่าน อย่าข้ามหัวประชาชน เป็นต้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ชาวบ้านมีการปักป้ายคัดค้านแสดงประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านไม่เอาบ่อขยะที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด ขอให้เข้ามาตรวจสอบและช่วยเหลือชาวบ้าน เนื่องจากบ่อขยะดังกล่าวไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์และไม่มีการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมให้ชาวบ้านได้รับทราบก่อน อีกทั้งยังไม่ได้ผ่านการเห็นชอบของสภาตำบลห้วยทราย ซึ่งหลังจากที่ได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าให้กับชาวบ้านทราบผลแต่อย่างใด และต่อมาป้ายคัดค้านที่ชาวบ้านได้ปิดประกาศไว้ถูกมือดีทำลายได้รับความเสียหายทั้งหมดทุกป้าย ชาวบ้านจึงได้รวมตัวบริจาคเงินจัดทำป้ายคัดค้านขึ้นมาใหม่ แล้วนำมาติดตั้งซ้ำในจุดเดิมที่ถูกทำลายไป พร้อมกับเดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรคลองวาฬ เจ้าของพื้นที่รับผิดชอบเพื่อให้ช่วยหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชาวบ้านเปิดเผยว่า การที่รวมตัวกันมาปักป้ายใหม่ในวันนี้ เนื่องจากป้ายเดิมถูกมือดีทำลายได้รับความเสียหายทั้งหมด คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ ซึ่งชาวบ้านทั้งหมดประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าไม่เอาบ่อขยะนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำ อยู่เหนือหมู่บ้านสูงกว่าระดับน้ำทะเล 130 เมตร กลัวว่าจะได้รับผลกระทบในระยะยาว ทั้งด้านมลพิษและด้านอื่นๆอีกมากมายที่จะตามมา อีกทั้งโรงเรียนและวัดก็อยู่ใกล้กับบ่อขยะ ปัจจุบันผู้นำท้องที่ทุกหน่วยงานไม่เคยออกมาอธิบายศึกษาผลกระทบ และให้เหตุผลกับชาวบ้าน หน่วยงานรัฐก็เงียบเฉย ปล่อยให้ชาวบ้านต่อสู้คัดค้านเพียงลำพัง

ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าชาวบ้านหมู่ 10 ลงชื่อเห็นชอบให้มีบ่อขยะนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากวันนั้นเป็นวันประชุมประจำเดือนของหมู่บ้านตามปกติ ผู้นำหมู่บ้านได้นำเรื่องต่างๆ มาพูดให้ชาวบ้านฟัง รวมถึงบ่อขยะนี้ บอกว่าเป็นขยะที่เอามาจากในพื้นที่ตำบลห้วยทรายเอง ไม่ได้นำเอาขยะจากภายนอกเข้ามาในพื้นที่ แต่ปรากฏว่าไม่ได้เป็นตามที่ได้บอกกับชาวบ้าน ในวันประชุมมีการลงชื่อผู้เข้าร่วมประชุมและลงชื่อรับแจกข้าวสารเท่านั้น ไม่ได้เป็นการลงชื่อเพื่ออนุญาตให้มีบ่อขยะ.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ส่งมอบปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ส่งมอบปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน

วันที่ 22 มกราคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีส่งมอบปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็มและอาหารที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน ให้แก่โครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีนส่วนพระองค์ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรีตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อส่งมอบให้กับพลเรือตรีกรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รอง ผบ.ทรภ.1 มีนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน, นายชลธี ศรีชะเอม นายกสมาคมชาวประมงอำเภอบางสะพาน, นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ประธานกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางสะพาน พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางสะพาน ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชนในพื้นที่, น.ส.แววตา โต๊ะทอง ตัวแทนเครือข่ายชาวประมงอำเภอบางสะพาน เครือข่ายชาวประมงประจวบคีรีชันธ์เข้าร่วมในพิธีที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน กล่าวว่า โครงการต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันนี้ ได้ร่วมกันสนับสนุนโครงการฯ มีการรวบรวมปลากะตักแห้ง 2,100 กิโลกรัม เกลือไอโอดีน 3,060 กิโลกรัม และปลากระป๋อง 1,000 กระป๋อง ส่งมอบให้กับผู้แทนกองทัพเรือ รับไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป ต้องขอขอบคุณผู้นำองค์กรภาคประมงต่างๆ ที่เป็นการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่นำความปรารถนาดีของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปส่งมอบให้พี่น้องในพื้นที่ห่างไกลในครั้งนี้.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาการสื่อมวลชนฯ จัดอบรมครูประจวบฯ – เพชรบุรี ช่วยเด็กรู้เท่าทันสื่อ กระตุ้นการวิเคราะห์ผ่านการอ่านหนังสือพิมพ์

สภาการสื่อมวลชนฯ จัดอบรมครูประจวบฯ – เพชรบุรี ช่วยเด็กรู้เท่าทันสื่อ กระตุ้นการวิเคราะห์ผ่านการอ่านหนังสือพิมพ์

วันที่ 22 มกราคม 2568 ที่ห้องประชุม โรงแรมจีหัวหิน รีสอร์ทแอนด์มอลล์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หนังสือพิมพ์หัวหินสาร จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ โดยมีนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เป็นประธานเปิดสัมมนา มีคณะครูระดับชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ ในอำเภอหัวหิน 15 โรงเรียน และในจังหวัดเพชรบุรี 10 โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรม

ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การบรรยาย‘รู้จักหนังสือพิมพ์’โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการกล่าวแนะนำ “หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์หัวหินสาร” โดยนายชลวิวัฒน์ โฆษิตชัยวัฒน์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์หัวหินสาร การกล่าวแนะนำ “หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์เพชรภูมิ” โดยนายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ กิจกรรมสัปดาห์สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ รวมถึงการเวิร์กช็อปสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ จงลิไลเกษม, คุณครูนิภารัตน์ ยังพระเดช และนายฐิติชัย อัฏฏะวัชระ

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูมีแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่กระตุ้นให้นักเรียนรักการอ่าน รู้จักคิดวิเคราะห์ให้หลากหลาย รู้เท่าทันสื่อและความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้น โดยใช้หนังสือพิมพ์เป็นสื่อการเรียนการสอน รวมถึงเพื่อให้นักเรียนมีองค์ความรู้เท่าทันสื่อและความเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้น จากเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อ เครือข่ายโรงเรียน เครือข่ายนักเรียน และส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดกลไกและกระบวนการคัดกรอง เฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อ จากเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อ เครือข่ายโรงเรียน และเครือข่ายนักเรียน นิเวศสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์

ทั้งนี้ การสร้างภูมิการเรียนรู้อย่างเท่าทันสื่อ และการสร้างการเรียนรู้ด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ ในวัยเด็กระดับชั้นประถมศึกษา จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้จากการอ่าน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการแสวงหาความรู้ และใช้ความรู้ที่ได้จากการอ่านในการปรับตัว เป็นทักษะด้านการรับรู้ที่สำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องมือเรียนรู้สิ่งต่างๆ อันเป็นรากฐานของการเรียนรู้แต่ละสาขาวิชา และเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ ความสามารถของผู้อ่าน ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ได้ผลระยะยาวมากที่สุด และยังได้เสริมสร้างชุดทักษะความรู้ จากกระบวนโต้ตอบ การพูดคุย ซักถาม ผ่านกิจกรรมในกระบวนการระหว่างการเรียนรู้จากการอ่าน.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เตรียมจัดงานรากเหง้าภูมิปัญญามวยไทย เกรียงไกรสู่ชาวโลก ที่อุทยานราชภักดิ์ 5 – 6 กุมภาพันธ์นี้

เตรียมจัดงานรากเหง้าภูมิปัญญามวยไทย เกรียงไกรสู่ชาวโลก ที่อุทยานราชภักดิ์ 5 – 6 กุมภาพันธ์นี้

วันที่ 21 มกราคม 2568 ดร.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา เป็นประธานแถลงข่าวงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568“Amazing MuayThai World Festival 2025”ในวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย น.ส.วราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นางพัชรินทร์ สิทธิพรรณโยธา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม ฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, พล.ต.พิพัฒน์ จงวัฒนาไพศาล ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก และผู้ให้การสนับสนุนร่วมการแถลงข่าวที่ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกมวยไทยลุมพินี กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ กองทัพบกประสานความร่วมมือกับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง รวมทั้งภาคเอกชนและส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ กำหนดจัดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568 “Amazing MuayThai World Festival 2025” ในวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) องค์พระบิดามวยไทย ในโอกาสครบ 323 ปีแห่งวันขึ้นครองราชย์ (ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568) เพื่อส่งเสริมให้มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติไทยและมรดกของชาติไทย

รวมทั้งเป็นการแสดงให้เห็นถึงรากเหง้าของศิลปะทางปัญญาของบรรพบุรุษไทย ในการต่อสู้ในระยะประชิด ซึ่งเป็นวิชาการป้องกันตัวของนักรบไทย อีกทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย“ปัญญา”และ“สร้างสรรค์”เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้ประสบความสำเร็จ และผลักดันซอฟพาวเวอร์ไทย ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอด สร้างสรรค์สินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง

โดยมีกิจกรรมที่สำคัญที่เน้นไปถึงการย้อนอดีตในแง่ประวัติศาสตร์ จารีต ประเพณีและวัฒนธรรม ที่ใช้นักแสดงกว่า 2,000 คน ประกอบด้วย 1. พิธีย้อนประวัติศาสตร์รากเหง้าสู่ความยิ่งใหญ่มวยไทย ของบรรพบุรุษไทยโบราณที่ได้คิดค้น ฝึกฝนและพัฒนาการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเพื่อใช้ในการป้องกันตัว และปกป้องประเทศชาติจากการทำศึกสงคราม 2. การแปรรูปขบวนทหารเป็นตัวเลขไทย 323 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงบิดามวยไทย 3. การแสดงผลสัมฤทธิ์ของกีฬามวยไทยไปสู่ความเป็นสากล และการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยและรำไหว้ครู อันงดงามยิ่งใหญ่ของคนที่มาร่วมในพิธีทั้งคนไทยและต่างชาติ ประกอบแสง สี เสียง และการจุดพลุเฉลิมฉลองประเพณีมวยไทยอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

สำหรับในปีนี้จะมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ พิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ 7 พระองค์ และสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ), การถวายพระราชสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, การจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์มวยไทย, การแข่งขันชกมวยไทย, กิจกรรมส่งเสริมในอุตสาหกรรมมวยไทย, การจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นเมืองของจังหวัดประจวบฯ กว่า 60 ร้านจากร้านดังทั่วจังหวัด และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีเมืองประจวบฯ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานกว่า 10,000 คน จากสมาชิกทั่วทุกมุมโลกที่จะมาเข้าร่วมในการจัดงานครั้งนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินตรวจสอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า หลังเกิดแพลงก์ตอนบลูม จนน้ำสีเขียวขุ่น

เทศบาลหัวหินตรวจสอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า หลังเกิดแพลงก์ตอนบลูม จนน้ำสีเขียวขุ่น

วันที่ 20 มกราคม 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วยนายกิติศักดิ์ บัวลาด ประมงอำเภอหัวหิน นายภูมิรินทร์ สุขประเสริฐ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ รักษาการหัวหน้าฝ่ายควบคุมและจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองหัวหิน และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบน้ำภายในอ่างเก็บน้ำเขาเต่า โครงการตามพระราชดำริ อ.หัวหิน หลังจากที่หลายวันมานี้น้ำมีสีเขียวขุ่น มีคราบสีเขียวปนฟ้า ลอยเป็นแพบนผิวน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นเล็กน้อย แต่มีนักท่องเที่ยวบางส่วนยังทำบุญปล่อยสัตว์น้ำลงอ่างฯ ตามปกติ

นายนพพร กล่าววว่า จากการตรวจสอบ พบว่าเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า “แพลงก์ตอนบลูม” หรือ ปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปี เกิดจากสาหร่ายเซลล์เดียวหรือแพลงก์ตอนพืช เพิ่มจำนวนมากขึ้น จนทำให้สีของน้ำเปลี่ยนไปจากสีปกติ เนื่องจากสีของสารสี (คลอโรฟิลล์เหมือนในพืช) ที่อยู่ในเซลล์ ส่งผลทำให้น้ำมีสีเขียวและกำลังจะย่อยสลาย แต่ยังไม่พบว่ามีสัตว์น้ำตายแต่อย่างใด ก่อนที่ลมพัดเอาสาหร่ายหรือแพลงก์ตอนดังกล่าวไปรวมไว้บริเวณริมอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ทั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของน้ำด้วย ลักษณะนี้จะเกิดประมาณไม่เกินหนึ่งเดือนก็จะหายไปเอง ตอนนี้เทศบาลได้ประสานไปทาง ผูอำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 ว่าจะช่วยดำเนินการเติมน้ำใหม่เข้าไปในอ่างฯ เพื่อเร่งในการแก้ปัญหาดังกล่าวได้เร็วขึ้น ขอให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องกังวลใจว่าเกิดน้ำเน่าเสียแต่อย่างใด

ด้านนายกิติศักดิ์ บัวลาด ประมงอำเภอหัวหิน กล่าวว่าปกติสำนักงานประมงจะตรวจสัตว์น้ำและตรวจสภาพน้ำเป็นประจำอยู่แล้ว เราเพิ่งตรวจไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วพบว่าค่า PH คุณภาพของน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เราพบตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ทางกรมประมงถือว่าเป็นเรื่องปกติ สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เดี๋ยวก็จะหายไปเอง ส่วนผลกระทบกับสัตว์น้ำนั้นค่อนข้างมีน้อย แต่ในอีกส่วนหนึ่งมันก็เป็นอาหารของสัตว์น้ำด้วยเช่นกัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดค่ายลูกเสือ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เปิดค่ายลูกเสือ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วันที่ 20 มกราคม 2568 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการค่ายลูกเสือเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ที่ค่ายลูกเสือจังหวัดประจวบฯ มี ดร.กันยมาส ชูจีน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ในฐานะหัวหน้าสำนักงานลูกเสือจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู ผู้บริหารสถานศึกษา ลูกเสือ เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่จากโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดประจวบฯ ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1, สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาประจวบฯ เขต 2, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ (โรงเรียนเอกชน) และสำนักงานเทศบาลเมืองประจวบฯ จำนวน 26 โรงเรียน ลูกเสือ เนตรนารี 130 คน ผู้บังคับบัญชา จำนวน 26 คน รวมทั้งสิ้น 156 คน ร่วมในพิธี

ทั้งนี้ ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงศึกษาธิการ มีความประสงค์ที่จะตกลงความร่วมมือ และพัฒนางานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยพลังเยาวชน โดยมีสาระสำคัญคือการจัดการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานและการจัดตั้งกองลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสร้างเครือข่ายลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ จึงกำหนดจัดโครงการค่ายลูกเสือเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดทุกจังหวัด หรือค่ายลูกเสือเขตพื้นที่

สำนักงานลูกเสือจังหวัดประจวบฯ ตระหนักถึงการสร้างจิตสำนึกเยาวชนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงจัดโครงการค่ายลูกเสือเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกเสือ เนตรนารี มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล

ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล

วันที่ 19 มกราคม 2568 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ที่ตำบลสามร้อยยอด มีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และน้องปรายฟ้า มิสแกรนด์ประจวบฯ 2024 เข้าร่วมกิจกรรมด้วย โดยรัฐมนตรีได้ปล่อยเต่าตนุ ปลา กุ้ง แม่พันธุ์ปูม้าไข่นอกกระดอง ลูกปูม้าวัยเจริญพันธุ์ คืนสู่ท้องทะเล เพื่อให้ขยายพันธ์ุต่อไป

ด้วยชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด โดยนายสุเมษ เจริญสุข ประธานชมรม น.ส.ชะมาพิมพ์ เขมิจาณัฐฐกุณ ประชาสัมพันธ์ชมรม พร้อมสมาชิกร่วมกับกลุ่มประมงพื้นบ้านตำบลสามร้อยยอด จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อสร้างความสมบูรณ์และสมดุลของแหล่งอาหาร ให้เกิดประโยชน์จากธรรมชาติอย่างยั่งยืนตามวิถีประมงพื้นบ้าน และส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติชายหาดสามร้อยยอดในอนาคต และได้สร้างบ้านปลาจำนวน 100 หลังอีกด้วย.

ฐิตชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กองบิน 5 ทำพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ในวันกองทัพไทย ปี 2568

กองบิน 5 ทำพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ในวันกองทัพไทย ปี 2568

วันที่ 18 มกราคม 2568 นาวาอากาศเอก พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568 เพื่อแสดงถึงความเป็นทหารอาชีพที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน โดยมีผู้บังคับบัญชา หัวหน้าหน่วยขึ้นตรง ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ ทหารกองประจำการ สมาชิกชมรมแม่บ้านทหารอากาศกองบิน 5

โอกาสนี้ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมพิธี ณ ลานจอดอากาศยาน แผนกช่างอากาศ กองเทคนิค กองบิน 5 ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เมียอดีตรองผู้การประปาประจวบฯ ทำกับข้าวใส่ซาเล้งเร่ขายหารายได้ หลังเกษียณไม่มีเงินบำนาญ

เมียอดีตรองผู้การประปาประจวบฯ ทำกับข้าวใส่ซาเล้งเร่ขายหารายได้ หลังเกษียณไม่มีเงินบำนาญ

วันที่ 18 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเห็นนางพัฒาลี สุขสมวัฒน์ วัย 65 ปี หรือป้าแต๋ว ภรรยาอดีตรองผู้การประปาสาขาประจวบคีรีขันธ์ ทุกวันจะขับซาเล้งตระเวนขายกับข้าวและขนมไปตามสถานที่ราชการต่างๆ ทั่วอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวในชีวิตหลังวัยเกษียณ เนื่องจากสามีหลังจากเกษียณอายุการทำงาน ไม่ได้มีเงินบำนาญเหมือนข้าราชการคนอื่นๆ

นางพัฒาลี สุขสมวัฒน์ เปิดเผยว่า ตนใช้ชีวิตอยู่กับสามีเพียงลำพัง หลังจากที่สามีเกษียณอายุงานในตำแหน่งรองผู้การประปาสาขาประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากลูกๆ เรียนจบและไปทำงานใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ แต่สามีไม่ได้ทำงานเป็นข้าราชการจึงไม่มีเงินบำนาญไว้เป็นรายได้เลี้ยงชีพประจำเดือนเหมือนข้าราชการคนอื่นๆ ตนจึงได้ทำกับข้าว แล้วนำใส่ซาเล้งออกเร่ขายตามสถานที่ราชการ พร้อมกับขนมที่ไปรับมาขายเพื่อกำไรในราคาถุงละ 2 บาท รายได้ในแต่ละวันก็พออยู่ได้ ไม่ลำบาก ซึ่งก็ขายหมดทุกวัน โดยจะตื่นแต่เช้าประมาณ 04.00 น. มาทำอาหาร เริ่มขายจากสำนักงานสรรพากร เวลาประมาณ 08.00 น. และถึงที่ศาลากลางจังหวัด ประมาณ 11.30 น. ก็จะขายหมดแล้ว ปัจจุบันลูกค้าประจำจะคอยโทรถามว่ามาขายหรือไม่ และถึงบริเวณไหนแล้ว หากวันไหนจะหยุดขาย จะบอกลูกค้าเสมอเพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่ต้องรอ

ป้าแต๋ว เล่าเพิ่มเติมว่าราคากับข้าวและขนมที่นำมาขาย ราคาไม่แพง เนื่องจากตนขายให้คนทำงานราชการเป็นส่วนใหญ่ และรู้ดีว่าข้าราชการมีเงินเดือนน้อย ราคาเริ่มต้นที่ 25 บาท ต่อถุงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกับข้าวถุง หรือข้าวกล่องและขนม สำหรับลูกค้าที่สนใจ สอบถามได้ที่โทร. 089 – 9188461.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เน้นย้ำทุกฝ่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เน้นย้ำทุกฝ่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

วันที่ 19 มกราคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมมอบนโยบายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้านและชุมชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้กับปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 100 คน ที่หอประชุมอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีนายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ปปส.ภาค 7 นางมัลลิกา ตะติยาพรพันธ์ ข้าราชการบำนาญกระทรวงสาธารณสุข นายสำเริง เจริญสุข กำนันตำบลทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง นายอนันต์ แสงบุญ อดีตผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการป้องกันปัญหายาเสพติด ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ นายสุรศักดิ์ สมบัติ กำนันตำบลชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ นายสุชาติ ปะสิ่งชอบ ผู้ใหญ่บ้านคลองปูน อ.แกลง จ.ระยอง มาเป็นวิทยากรแนะนำแนวทางในการปฏิบัติงานแก่ผู้เข้าร่วมประชุม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในสังคม จึงจำเป็นต้องบูรณาการทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ปกครองท้องที่ ต้องร่วมกันปฎิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยความอย่างจริงจังและเร่งด่วนในการรักษาความสงบและสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่หมู่บ้านชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่อย่างมีความสุข ให้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันทำงาน ใช้แนวทางจากผู้มีประสบการณ์ที่ทำแล้วได้ผลสำเร็จเป็นต้นแบบในการทำงาน โดยให้ทุกหน่วยงานจับมือกันทำงานอย่างเข้มข้นและเข้มแข็ง แก้ไขปัญหาไม่ว่าจะทั้งเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพัฒนาการท่องเที่ยวและด้านการเสริมสร้างพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดอยู่ได้อย่างมีความสุข รวมถึงต้องการให้ทุกคนมีความเป็นผู้นำ ให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลที่ต้องการลุกขึ้นสู้ ฝ่ายปกครองก็พร้อมที่จะร่วมกับทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาสิ่งไม่ดีต่างๆ เพื่อแผ่นดินและพี่น้องลูกหลานประชาชนชาวประจวบฯ จากนี้และต่อไป.