Categories
ข่าว ทั้งหมด

แสตมฟอร์ด จัดเวทีเสวนาเอกอัครราชทูตสตรีระดับนานาชาติ เนื่องในวันสตรีสากล 2569

แสตมฟอร์ด จัดเวทีเสวนาเอกอัครราชทูตสตรีระดับนานาชาติ เนื่องในวันสตรีสากล 2569

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2569 เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในเวทีผู้นำระดับโลก การทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศ ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ จ.เพชรบุรี มี ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ดร.หยุ่นหลิน หยาง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ ผศ.ดร.บำเพ็ญ ไมตรีโสภณ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์ ดร.เรวิตา สายสุด หัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่หัวหิน และจังหวัดเพชรบุรีกว่า 200 คน ร่วมให้การต้อนรับ

ไฮไลต์สำคัญของงานคือ การเสวนาพิเศษระดับนานาชาติ ในหัวข้อ “Women in Diplomacy and Global Leadership in a Changing World” มีเอกอัครราชทูตสตรีประจำประเทศไทยจากหลายประเทศ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ มุมมองด้านภาวะผู้นำ และบทบาทของสตรีในเวทีการทูตระหว่างประเทศ ได้แก่ H.E. Mrs. Edirisinghe Arachchilage Sriyani Wijayanthi Edirisinghe (เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา) H.E. Mrs. Shirley Dennise Aguilar Barrera (เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกัวเตมาลา) H.E. Mrs. Daniela – Brîndușa Băzăvan (เอกอัครราชทูตโรมาเนีย) และ H.E. Ms. Szilvia Szalóki (เอกอัครราชทูตฮังการี) ภายในเวทีเสวนา ผู้เข้าร่วมงานได้รับฟังมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในโลกการทูต ความท้าทายของผู้นำสตรีในบริบทสากล และความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในยุคโลกาภิวัตน์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ผศ.ดร.บำเพ็ญ ไมตรีโสภณ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ได้นำเสนอศักยภาพด้านการท่องเที่ยวในชุมชนของจังหวัดเพชรบุรี พร้อมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงชุดวิถีศิลป์ถิ่นไทยดำ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่ ในช่วงบ่ายคณะผู้แทนเดินทางไปเยี่ยมชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของประเทศไทย

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ในการส่งเสริมบทบาทของสตรี ภาวะผู้นำระดับนานาชาติ และความร่วมมือด้านการทูตระหว่างประเทศ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษา คณาจารย์ และผู้เข้าร่วมงาน ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้นำสตรีระดับโลก และเสริมสร้างความเข้าใจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในบริบทของโลกยุคใหม่.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี รวบ 3 พรานโหดล่าสัตว์ในเขตอุทยาน พร้อมซากแมวดาวและยาบ้า

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี รวบ 3 พรานโหดล่าสัตว์ในเขตอุทยาน พร้อมซากแมวดาวและยาบ้า

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยถึงผลการกวาดล้างขบวนการลักลอบทำลายสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าเจ้าหน้าที่ได้เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเข้มข้นตามนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างจริงจัง โดยล่าสุด นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ กร.4 (หุบมะซาง) เข้าดักซุ่มบริเวณหุบตาชิด บ้านหนองเป่าปี่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบเข้าพื้นที่ กระทั่งสามารถสกัดจับรถยนต์กระบะที่ขับเข้ามาในเขตอุทยานฯ พบผู้ต้องหาชาย 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ซากแมวดาว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง อาวุธปืนลูกซองพร้อมเครื่องกระสุน มีด เลื่อยโซ่ยนต์ครบชุด อุปกรณ์ส่องสัตว์ รวมถึงยาบ้าจำนวนหนึ่ง สะท้อนพฤติการณ์ลักลอบล่าและทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างชัดเจน

จากการสอบสวนเบื้องต้น หนึ่งในผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ยิงและชำแหละแมวดาวภายในเขตอุทยานฯ ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอ้างว่ามารับจ้างตัดไม้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวม 7 ฐานความผิดหนัก ครอบคลุมทั้ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562, พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545, พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 และประมวลกฎหมายยาเสพติด

นายนิทัศน์ นุ่นสง ย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังและปราบปรามการกระทำผิดในพื้นที่อนุรักษ์ โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมประกาศจุดยืนชัด “จับจริง ดำเนินคดีจริง ไม่มีข้อยกเว้น” ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มผู้ลักลอบล่าสัตว์และทำลายป่า ว่าพื้นที่อนุรักษ์ไม่ใช่แหล่งแสวงหาผลประโยชน์ และเจ้าหน้าที่พร้อมเดินหน้าปกป้องผืนป่ากุยบุรีอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ให้คนรุ่นต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน เปิดฝึกอบรมว่ายน้ำให้เยาวชนช่วงปิดเทอมหน้าร้อน

เทศบาลนครหัวหิน เปิดฝึกอบรมว่ายน้ำให้เยาวชนช่วงปิดเทอมหน้าร้อน

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมกีฬาขั้นพื้นฐาน (ฝึกอบรมว่ายน้ำ) ประจำปี 2569 ที่สระว่ายน้ำโรงเรียนนายสิบทหารบก ค่ายโยธินศึกษามหามงกุฎ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 2 เมษายน มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวรายงาน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน/ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี คณะผู้บริหารเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่กองการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับ มีเด็กนักเรียนในสังกัดโรงเรียนเทศบาลจำนวน 76 คน และนอกสังกัด 29 คน รวม 105 คน เข้ารับการอบรม โดยมีวิทยากรเป็นผู้ฝึกสอนจากอดีตนักว่ายน้ำทีมชาติไทยมาให้ความรู้

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่าในช่วงภาคฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม เป็นช่วงที่สถานศึกษาส่วนใหญ่ปิดภาคเรียน เทศบาลนครหัวหินมีความห่วงใยในเยาวชนจึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้ออกกำลังกาย พัฒนาทักษะด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ควบคู่กับการสร้างระเบียบวินัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยกีฬาว่ายน้ำ มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีทักษะพื้นฐานด้านการว่ายน้ำ สามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเด็กและเยาวชนจะได้รับการฝึกทักษะการว่ายน้ำอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการจากวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้งเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ เทศบาลนครหัวหินคาดหวังว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม และสามารถนำความรู้ ทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัวและชุมชนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

depa ขับเคลื่อนโครงการ “ทุเรียนดิจิทัล” ในจังหวัดประจวบฯ ยกระดับเกษตรกรไทยสู่มาตรฐานสากล

depa ขับเคลื่อนโครงการ “ทุเรียนดิจิทัล” ในจังหวัดประจวบฯ ยกระดับเกษตรกรไทยสู่มาตรฐานสากล

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมเชิดชูเกียรติเกษตรกร ภายใต้โครงการทุเรียนดิจิทัลของจังหวัดประจวบฯ ที่โรงเรียนอานันท์ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัด ผู้แทนสำนักงานสภาเกษตกร 10 จังหวัดภาคกลาง คณะวิทยากร และเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมกิจกรรม

นางอภิญญา เอี่ยมอำภา กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ได้นำโครงการ OTOD ทุเรียนดิจิทัล มาส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตร ในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านการเพาะปลูกทุเรียน ทั้งด้านการสนับสนุนดิจิทัลแพลตฟอร์ม และระบบ iot เพื่อบริหารจัดการน้ำในสวนทุเรียน โดยจังหวัดประจวบฯ มีทุเรียนที่เป็นที่รู้จักและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด นั่นคือ “ทุเรียนป่าละอู” นับเป็นผลไม้ชนิดแรกของจังหวัดที่ได้รับการจดทะเบียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีจุดเด่นคือรสหวาน เนื้อหนา เนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน กลิ่นไม่แรง อีกทั้งยังมีทุเรียนพันธุ์หมอนทองบางสะพาน ซึ่งเป็นพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว มีจุดเด่นคือเนื้อสีเหลืองทอง กลิ่นหอม เม็ดเล็ก รสมันอมหวาน ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคและกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาดระดับประเทศ

สำหรับโครงการทุเรียนดิจิทัล เป็นหนึ่งโครงการที่ส่งเสริม และสนับสนุนภาคการผลิตทุเรียนให้มีมาตรฐาน GAP ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อตรวจสอบว่ากระบวนการเพาะปลูกทุเรียนนั้นมีมาตรฐานที่ดี สร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและผู้บริโภค อีกทั้งเกษตรกรยังสามารถต่อยอดไปสู่การส่งออก และคู่ค้าในต่างประเทศได้อีกด้วย ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ depa ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ คณะวิทยากร และผู้สนับสนุนโครงการจากภาคเอกชน จัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติเกษตรกรเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เกษตรกรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยดิจิทัลในการทำเพาะปลูกทุเรียน อีกทั้งยังจัดกิจกรรม Workshop สำหรับเกษตรกรที่อยากขอรับรอง GAP ผ่านการจดบันทึกข้อมูลด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม การใช้ระบบ iot เพื่อการบริหารจัดการน้ำในสวนทุเรียน รวมถึงการถึงโอกาสใหม่ของเกษตรกรสู่การส่งออกทุเรียนไทย และการสร้างการตลาดออนไลน์ด้วยแพลตฟอร์ม Tiktok สำหรับเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรได้รู้จักช่องทางการค้าผ่านตลาด E-Commerce ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ต้องขอบคุณ depa ที่ได้เลือกจังหวัดประจวบฯ เป็นตัวแทนพี่น้องเกษตรภาคกลางในการจัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติเกษตรกร ซึ่งชาวสวนทุเรียนประจวบฯ สามารถเพาะปลูกทุเรียนคุณภาพสูงได้เทียบเท่ากับพื้นที่เพาะปลูกอื่นๆ ของประเทศ และการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นที่เกษตรกรจะต้องปรับตัว เพื่อสามารถเข้าถึงช่องทางความรู้ข่าวสารเทคโนโลยีตัวช่วยใหม่ๆ เพื่อนำมาเพิ่มประสิทธิภาพ การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ สามารถตรวจสอบได้ และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือสามารถเจรจาหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อกำหนดราคาขายที่เหมาะสมได้ อันจะนำมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นของพี่น้องเกษตรกร และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่มั่นคงต่อไป” นางอภิญญากล่าว.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักปั่นคึกคัก ระดมทุนเพื่อการอนุรักษ์โลมาและทุนการศึกษานักเรียน

นักปั่นคึกคัก ระดมทุนเพื่อการอนุรักษ์โลมาและทุนการศึกษานักเรียน

วันที่ 22 มีนาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดงานปั่นจักรยานการกุศลครั้งที่ 8 “Bike for the dolphins 2026 ปั่นด้วยรักษ์ พิทักษโลมา”ที่ลานมหาราช ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มีนายศรัณยู ชเนศร์ รองกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทและกล้วยน้ำไทมูลนิธิ นายสมบัติ เสียมทอง นายอำเภอสามร้อยยอด นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ นายถนัดศิลป์ วุฒิวงศ์อังคณา ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ จากนั้นได้ร่วมกันปล่อยตัวนักปั่นจักรยานเกือบ 400 คน เส้นทางธรรมชาติปากน้ำปราณ – สามร้อยยอด ไปกลับระยะทาง 60 กิโลเมตร ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

นายศรัณยู ชเนศร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และกล้วยน้ำไทมูลนิธิ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโลมา ซึ่งเป็นสัตว์สงวนโดยเฉพาะโลมาหัวบาตรหลังเรียบ หรือโลมาอิรวดี ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก ปัจจุบันมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากจำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากการติดเครื่องมือประมง มลภาวะทางทะเล และการถูกทำลายของแหล่งที่อยู่อาศัย จึงได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศลครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และระดมทุนสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดกิจกรรมนี้จะนำไปสนับสนุนการอนุรักษ์โลมา ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส โดยมอบทุนการศึกษาด้านวิชาชีพในโครงการนักเรียนฝึกงาน พนักงานโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน อีกทั้งกิจกรรมดังกล่าวยังช่วยส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชน เยาวชน และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสร้างความสามัคคีในสังคม และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ปากน้ำปราณและสามร้อยยอดอีกด้วย.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จัดแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ที่หัวหิน

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จัดแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ที่หัวหิน

วันที่ 21 มีนาคม 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยสมาคมศิษย์เก่าราชภัฏเพชรบุรี และกองทัพบก จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 ที่สนามกอล์ฟสวนสนประดิพัทธ์ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกสวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วยนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และผู้เข้าแข่งขันร่วมให้การต้อนรับ

นางปนัดดา เจริญจิตมั่น ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กล่าวว่า “การจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลประเพณีชิงถ้วยพระราชทานในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อนำรายได้จัดเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสในการศึกษาจนจบระดับปริญญาตรี นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมความสามัคคี สร้างเครือข่าย และส่งเสริมสุขภาพให้แก่นักกอล์ฟผู้เข้าร่วมการแข่งขันด้วย”

ด้านนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ประธานพิธี ได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยระบุว่าการแข่งขันกอล์ฟในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมสุขภาพและการสร้างความสมัครสมานสามัคคีของบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ แต่ยังมีวัตถุประสงค์ที่น่ายกย่องในการจัดหารายได้เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่ขาดแคลน ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้กับประเทศ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เลี้ยงส่งคณะอัยการจังหวัดหัวหิน ในโอกาสย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่ด้วยบรรยากาศอบอุ่น

เลี้ยงส่งคณะอัยการจังหวัดหัวหิน ในโอกาสย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่ด้วยบรรยากาศอบอุ่น

วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ร้านอาหารชมวิวซีฟู้ด อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมด้วยนางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคม และคณะกรรมการสมาคม พร้อมแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก อาทิ นายรณรงค์ วุฒิกุล อธิบดีอัยการสำนักงานการบังคับคดี นายสรรเพชร ตรีเทพ อธิบดีสำนักงานคดีปกครองเพชรบุรี นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน ดร.สิริกร หน่อทิม ประธานองค์กรภาคีเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาด กลุ่ม 8 จังหวัด ภาคกลางตะวันตก/นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ ร่วมงานเลี้ยงส่งและมอบของที่ระลึกให้แก่คณะอัยการจังหวัดหัวหิน จำนวน 6 ท่าน ในโอกาสย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่ ได้แก่ 1.นายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน ที่ย้ายไปดำรงตำแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดี อาญา 9 รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 2.นายสมเกียรติ ชัยวีรสกุล ไปดำรงตำแหน่ง อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัว จ.ประจวบฯ 3.นายอรรถากร คงวัดใหม่ ไปดำรงตำแหน่ง อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัว จ.ชุมพร 4.น.ส.ตวงพร ช่างเรียน ไปดำรงตำแหน่งรองอัยการ จ.ประจวบฯ 5.นายอดุล ชินรัตนพิสิทธิ์ ไปดำรงตำแหน่งรองอัยการ จ.อุดรธานี และ 6.น.ส.สรัญญา คุณเลิศกิจ รองอัยการจังหวัด ซึ่งทั้งหมดจะเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ในวันที่ 1 เมษายนนี้ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น

นายภาณุมาศ อจลบุญ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่หัวหิน ได้ร่วมกับที่ปรึกษาและคณะกรรมการภาคประชาชน สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่อำเภอหัวหิน ปราณบุรี และสามร้อยยอด อาทิ การติดตั้งกล้อง CCTV ให้กับโรงเรียนบ้านวังข่อย การปลูกป่าชายเลน ณ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด การทอดกฐิน ณ จังหวัดระยอง และการทอดผ้าป่าเพื่อสนับสนุนการก่อสร้างห้องน้ำและสาธารณประโยชน์ให้วัดในพื้นที่อำเภอสามร้อยยอด

“ขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ อาทิ นายอำเภอหัวหิน เทศบาลนครหัวหิน อบต.เขาแดง สถานีตำรวจภูธรหัวหิน สภ.ปราณบุรี สภ.สามร้อยยอด สภาวัฒนธรรมหัวหิน สภาทนายความหัวหิน สโมสรโรตารีหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอย (แห่งประเทศไทย) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงสื่อมวลชน ที่ได้ให้การสนับสนุนและร่วมแสดงความยินดีในโอกาสดังกล่าวอย่างอบอุ่น” นายภาณุมาศ กล่าวตอนท้าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อบจ.ประจวบฯ ปลุกกระแสท่องเที่ยวผ่านโลกดิจิทัล ประกวดสื่อสร้างสรรค์ “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู V.2” ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท

อบจ.ประจวบฯ ปลุกกระแสท่องเที่ยวผ่านโลกดิจิทัล ประกวดสื่อสร้างสรรค์ “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู V.2” ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท

วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายจตุรนต์ ภักดีพานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานแถลงข่าวการประกวดสื่อสร้างสรรค์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ภายใต้ชื่อ “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู V.2” ร่วมกับนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวประจวบฯ ดร.สิริกร หน่อทิม ประธานองค์กรภาคีเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาด กลุ่ม 8 จังหวัด ภาคกลางตะวันตก/นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ นายกอบโชค เดชคง ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ร่วมแถลงข่าว มี ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ผ.ศ.นภาพร นาคทิม รองอธิการบดี ประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ผศ.ดร.ภาสกร ศรีสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ดร.เรวิตา สายสุด หัวหน้าโครงการ MBA มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนร่วมรับฟัง พร้อมกันนี้ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสานต่อโครงการดังกล่าว

นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และแพลตฟอร์มโซเชียลยอดนิยม TikTok จัดโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ครั้งนี้ภายใต้แนวคิด “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู V.2” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัด โดยการนำเสนอภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประจวบฯ ในมุมมองใหม่ที่ทันสมัยและเข้าถึงไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ และเพื่อเฟ้นหาไอเดียและพลังสร้างสรรค์ที่จะมาบอกเล่าเสน่ห์ของประจวบฯ ในมุมมองสดใหม่ สนุก ซึ้ง และทรงพลัง โดยเปิดโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้ร่วมแสดงความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ท่องเที่ยวในรูปแบบวิดีโอสั้นที่มีเอกลักษณ์ มีความคิดสร้างสรรค์และสื่อถึงอารมณ์ในแบบ “Next vibe” ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรมท้องถิ่น คาเฟ่สุดชิค ที่พัก การเดินทาง หรือวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ในแง่มุมมองที่ทำให้ “ใจฟู” ได้อย่างแท้จริง ซึ่งครั้งที่ผ่านมามีผู้ที่สนใจส่งคลิปเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก และนำไปประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประจวบฯ ได้เป็นอย่างดี

สำหรับหลักเกณฑ์การส่งเข้าประกวดแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) ประเภท Influencer ระดับ Micro Influencers โดยมีช่องในสื่อออนไลน์ Tiktok facebook หรือ Youtube หรือ Instagram ที่มีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 10,000 คน ขึ้นไป 2) บุคคลทั่วไป บุคคลหรือทีมได้ไม่เกิน 5 คน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ส่งคลิปเข้าประกวดได้ไม่เกิน 2 ผลงาน (แต่รับรางวัลสูงสุดได้เพียงรางวัลเดียว) คลิปที่ส่งเข้าประกวดเป็นคลิปแนวตั้ง ขนาด 9:16 ความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล ความยาวไม่น้อยกว่า 60 วินาที และไม่เกิน 90 วินาที ต้องเป็นการถ่ายทำใหม่ด้วยตนเองตั้งแต่วันประกาศรับสมัคร โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดถือเป็นสิทธิ์ร่วมโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ และขอสงวนสิทธิ์ไม่รับสมัครผลงานของผู้ที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการประกวด “เที่ยวประจวบฮีลใจให้ใจฟู2567” และ “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู” เพื่อเป็นการกระจายโอกาสให้แก่ผู้เข้าร่วมประกวดรายอื่นอย่างทั่วถึง เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม – 21 กรกฎาคม 2569 ทาง Google Form ผ่าน QR Code หรือลิงก์ที่กำหนด อัปโหลดคลิปวิดีโอลงใน TikTok ส่วนตัว พร้อมติดแฮชแท็ก (Hashtag) บังคับ #เที่ยวประจวบNextVibeให้ใจฟูV2 #อบจประจวบคีรีขันธ์ ประกาศผลการตัดสินวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผ่านทางเพจ Facebook และ Tiktok อบจ.ประจวบคีรีขันธ์

รางวัลการประกวด ประเภท Influencer ระดับ Micro Influencers ผู้ชนะอันดับ 1 เงินสด 30,000 บาท อันดับ 2 เงินสด 20,000 บาท อันดับ 3 เงินสด 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศและใบประกาศเกียรติคุณทุกรางวัล / ประเภทบุคคลทั่วไปหรือทีม ผู้ชนะอันดับ 1 เงินสด 15,000 บาท อันดับ 2 เงินสด 10,000 บาท อันดับ 3 เงินสด 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศและใบประกาศเกียรติคุณทุกรางวัล และรางวัลสมนาคุณบัตรกำนัล ห้องพักโรงแรม รีสอร์ท สุดหรู จากผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในจังหวัดประจวบฯ และกิ๊ฟวอยเชอร์จากเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ สามารถดูรายละเอียดหลักเกณฑ์การประกวดเพิ่มเติมได้ที่ www.prachuap.go.th / Facebook : อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ / Tiktok : อบจ.ประจวบคีรีขันธ์.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบเงินให้นักกีฬาประจวบฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในซีเกมส์ครั้งที่ 33

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบเงินให้นักกีฬาประจวบฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในซีเกมส์ครั้งที่ 33

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลให้แก่นักกีฬาจังหวัดประจวบฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568 มีพันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ น.ส.สุวลี บัวแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดประจวบฯ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นายสุทธิพงษ์ บุญโยธิน รองปลัด อบจ.ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ฝึกสอน นักกีฬา และผู้ปกครองร่วมแสดงความยินดี

จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนากีฬาจังหวัดประจวบฯ ได้จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เหล่านักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและจังหวัดประจวบฯ อย่างสมเกียรติ ที่คว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ผ่านมา จำนวน 8 คน ได้แก่ 1. นายบัลลังก์ (น้องหยู) ทับทิมแดง – เหรียญทอง เทควันโด ประเภทต่อสู้ ได้รับเงินสด 10,000 บาท 2. นายมาร์ติน ฟานเดอะแฮร์ต – เหรียญทอง คาราเต้ทีมชาย ได้รับเงินสด 10,000 บาท (ผู้ปกครองรับแทน) 3. น.ส.นรินันท์ (น้องไนซ์) กิตติพลภูวรักษ์ – เหรียญทอง โปโลน้ำทีมหญิง ได้รับเงินสด 10,000 บาท 4. นายโจเซฟ โจนาธาน เวสตัน – เหรียญเงิน ไคท์บอร์ด ได้รับเงินสด 5,000 บาท 5.น.ส.ชลกร ชยวัฑโฒ – เหรียญเงิน เทควันโด ประเภทพุมเซ่ทีมหญิง และเหรียญทองแดง ประเภทพุมเซ่ คู่ผสม ได้รับเงินสด 5,000 บาท และ 3,000 บาท (ผู้ปกครองรับแทน) 6. พลทหาร คุณากร ใจทัศน์ – เหรียญทองแดง ฮอกกี้ ทีมชาย ได้รับเงินสด 3,000 บาท (ตัวแทนรับแทน) 7. น.ส.เปี่ยมสุข สาธุภาพ – เหรียญทองแดง กีฬายูยิตสู ประเภท Duo Mix ได้รับเงินสด 3,000 บาท และ 8. นายปุณณพัฒน์ ส่งสิงห์ – เหรียญทองแดง กีฬายูยิตสู ประเภท Duo Mix ได้รับเงินสด 3,000 บาท พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวให้โอวาทและแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล ก่อนถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บางสะพานน้อย เรือจอดนับสิบ – ปลาขาดตลาด ท่องเที่ยวสะดุด จากวิกฤติน้ำมัน

บางสะพานน้อย เรือจอดนับสิบ – ปลาขาดตลาด ท่องเที่ยวสะดุด จากวิกฤติน้ำมัน

วันที่20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณคลองหาดสน ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ พบเรือประมงชายฝั่งและเรือนำเที่ยวจอดเรียงราย กว่า 50 ลำ สะท้อนภาพวิกฤติที่กำลังบีบคั้นวิถีชีวิตชุมชนชายทะเลอย่างหนัก กระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งชาวประมงพื้นบ้าน แม่ค้า ไปจนถึงผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว หลังจากไม่สามารถหาน้ำมันเติมเรือได้

นายอุดม ทองคำ ชาวประมงพื้นบ้าน เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนทำให้ชาวประมงเดือดร้อนอย่างหนัก ปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 2 แห่ง ไม่มีน้ำมันจำหน่าย ต้องเดินทางไปซื้อไกล บางครั้งต้องนำแกลลอนไปใส่ แต่กลับถูกปฏิเสธการขาย เนื่องจากปั๊มกังวลเรื่องการกักตุน

“ทั้งที่ความจริงเราจะเอาไปใส่เรือออกทะเล แต่พอปั๊มไม่ขาย ก็ต้องกลับมือเปล่า หลายคนเลยต้องหยุดทำประมง” นายอุดมกล่าว พร้อมระบุว่า ราคาน้ำมันยังพุ่งจากลิตรละ 31 บาท เป็น 36 บาท ยิ่งซ้ำเติมต้นทุนเข้าไปอีก

ด้านผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว เผยสถานการณ์ไม่ต่างกัน นายประจักษ์ ทองรัตน์ เจ้าของเรือดำน้ำ ระบุว่า ปัจจุบันต้องใช้วิธี “เวียนเทียนซื้อน้ำมัน” เนื่องจากปั๊มจำกัดการขายเพียงครั้งละ 500 บาท ทั้งที่การออกเรือต้องใช้น้ำมันอย่างน้อย 100 ลิตร ทำให้บางวันต้องจอดเรือ งดให้บริการนักท่องเที่ยว

“ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว แต่กลับต้องมาเจอปัญหาน้ำมันแบบนี้ หากไม่เร่งแก้ไข ธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จะเสียหายหนัก” นายประจักษ์กล่าว ทั้งนี้ ปั๊มน้ำมันในพื้นที่เปิดขายเฉพาะช่วงที่มีรถขนน้ำมันมาส่ง โดยขายเพียงวันละ 1 – 2 ครั้งๆ ละไม่เกิน 1 – 2 ชั่วโมง และเมื่อหมดจะขึ้นป้าย “น้ำมันหมด” ทันที

นอกจากนี้ กลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องใช้เครื่องยนต์สูบน้ำ ก็เผชิญปัญหาเดียวกัน ต้นทุนพุ่ง แต่ราคาสินค้ากลับลดลง
ชาวประมงและผู้ประกอบการต่างเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ก่อนวิกฤติจะลุกลามกระทบเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน