Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานฯ กุยบุรี รวบพรานป่าคาหุบนกกาฮัง ย้ำมาตรการเชิงรุกลักลอบทำลายทรัพยากรชาติ

อุทยานฯ กุยบุรี รวบพรานป่าคาหุบนกกาฮัง ย้ำมาตรการเชิงรุกลักลอบทำลายทรัพยากรชาติ

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยรายงานจากนายบำรุงรัตน์ พลายดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ถึงความสำเร็จในการจับกุมพรานป่า ขณะเตรียมการล่าสัตว์ในพื้นที่ชั้นใน ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติตามมาตรการเชิงรุกภายใต้นโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการ “จับก่อนล่า” เพื่อปกป้องสัตว์ป่าอย่างทันท่วงที เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปราม ชุดที่ 1 ร่วมกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.6 (แพรกตะลุย) ได้สนธิกำลังลาดตระเวนเชิงเข้มข้นบริเวณหุบนกกาฮัง ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ หลังได้รับรายงานสายข่าวว่าพบการลักลอบเข้าพื้นที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบแสงไฟต้องสงสัยในลักษณะส่องสัตว์ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อภายหลัง คือนายรณชัย (สงวนนามสกุล) ชาวอำเภอหัวหิน พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว ขนาดเบอร์ 12 (ไม่มีทะเบียน) 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 3 นัด ปลอกกระสุนปืนที่ใช้แล้ว 2 ปลอก อุปกรณ์เดินป่าและล่าสัตว์ อาทิ ไฟฉายคาดศีรษะ, มีดพกและเป้สะพายหลัง จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าแอบลักลอบเข้าเขตอุทยานฯ เพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดใน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี กล่าวเน้นย้ำว่า “การจับกุมในครั้งนี้คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ และนโยบาย “จับก่อนล่า” ของรัฐมนตรี เราไม่ได้รอให้สัตว์ป่าถูกฆ่าตายก่อนจึงจับกุม แต่เราใช้การวิเคราะห์จุดเสี่ยงและดักซุ่ม เพื่อยับยั้งเจตนาตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อรักษาชีวิตสัตว์ป่าและทรัพยากรของชาติไว้อย่างเข้มงวดที่สุด” และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนว่าหากท่านพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการล่าสัตว์ป่า การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย หรือการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โปรดแจ้งสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พาณิชย์ประจวบฯ คุมเข้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ป้องปรามฉวยโอกาสขึ้นราคาเอาเปรียบชาวบ้าน

พาณิชย์ประจวบฯ คุมเข้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ป้องปรามฉวยโอกาสขึ้นราคาเอาเปรียบชาวบ้าน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ออกติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า ลงพื้นที่ติดตามการจำหน่ายยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งปุ๋ยเคมีของร้านค้าท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ พบว่า ภาพรวมราคายังทรงตัว ยกเว้นปุ๋ยเคมีบางสูตรมีการปรับราคาตามต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยทั่วไปปริมาณสินค้ายังคงมีเพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในตลาดสดและร้านค้าท้องถิ่น พบว่าภาพรวมยังคงอยู่ในระดับปกติ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อโค น้ำมันพืช ราคาทรงตัว ยกเว้นสินค้าผักสด ต้นหอม ผักชี มะนาว พริกสด ไข่ไก่ มีการปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อย และปรับราคาขึ้นตามต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนอาหารทะเล ปรับราคาขึ้น เนื่องจากเรือประมงได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น หยุดออกเรือชั่วคราว ส่งผลให้ปริมาณอาหารทะเลในตลาดลดลง แต่ยังคงเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำผู้ค้าผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน ไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา หรือจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร

ขณะที่ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดประจวบฯ นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเพื่อการจำหน่าย จำนวน 1 แห่ง สถานีบริการน้ำมัน จำนวน 9 แห่ง และผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 2 ราย ผลการตรวจสอบไม่พบพฤติกรรมการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือการปฏิเสธการจำหน่ายในสถานประกอบการแต่อย่างใด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน คัดเลือกนักเรียนเตรียมเข้าชิงชัย “ท่าโขลง วิชาการ 69“ ที่ปทุมธานี

เทศบาลนครหัวหิน คัดเลือกนักเรียนเตรียมเข้าชิงชัย “ท่าโขลง วิชาการ 69“ ที่ปทุมธานี

วันที่ 20 มีนาคม 2569 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ระดับเทศบาล ของนักเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.รุ่งนภา คำลอยฟ้า ศึกษานิเทศก์ กองการศึกษาเทศบาลนครหัวหิน กล่าวรายงาน ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดเทศบาล คณะกรรมการตัดสินจากโรงเรียนในเขตเทศบาล เจ้าหน้าที่กองการศึกษา และนักเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหินให้การต้อนรับ

น.ส.ไพลิน กองพันธ์ กล่าวว่าการแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับเทศบาล ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสู่มาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนา ผู้เรียน สมรรถนะครูและบุคลากรอย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรและการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเพื่อให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาอย่างเต็มตามศักยภาพ และเพื่อคัดเลือกนักเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 19 “ท่าโขลง วิชาการ 69“ ระหว่างวันที่ 20 – 23 กรกฎาคมนี้ ที่เทศบาลเมืองท่าโขลง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน

เทศบาลนครหัวหิน ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมและเพิ่มเทคนิคการพ่นสารเคมี เพื่อควบคุมและกำจัดยุงลาย ประจำปี 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มีคณะผู้บริหารเทศบาล เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข เทศบาลนครหัวหิน และผู้นำชุมชนต่างๆ เข้ารับการอบรม

นายนพพร กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ ได้เชิญเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมาติวเข้มกันอย่างจริงจัง เป้าหมายคือเพื่อให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีทักษะความชำนาญในการใช้เครื่องพ่นสารเคมี ทั้งแบบพ่นหมอกควันและเครื่องพ่นแบบละอองฝอย (ULV) ที่สำคัญคือ เราเน้นย้ำเรื่องการผสมสารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงการเตรียมความพร้อมประสานงานกับชุมชน ก่อนลงพื้นที่จริง โรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาสำคัญที่เราต้องป้องกันไว้ก่อน เทศบาลนครหัวหินมุ่งหวังว่าทีมงานที่ผ่านการอบรมในวันนี้ จะนำความรู้ไปใช้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก

ทั้งนี้ โรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาสำคัญทางการแพทย์และสาธารณสุขในระดับประเทศ เนื่องจากความรุนแรงของโรคแปรผันตรงต่ออัตราตาย การป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก จึงส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย ชุมชน สังคม และประเทศชาติตามลำดับ หากมีการตรวจวินิจฉัยขั้นต้นที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะช็อคและเสียชีวิตได้ แต่เดิมระบาดวิทยาของโรคไข้เลือดออกจะพบบ่อยในกลุ่มเด็กอายุ ระหว่าง 5 – 9 ปี แต่ปัจจุบันมักพบผู้ป่วยได้ในทุกกลุ่มอายุ และโรคไข้เลือดออกนี้มียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ ดังนั้น เทศบาลนครหัวหิน ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อป้องกัน เฝ้าระวัง ควบคุมโรคและลดปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยเน้นให้บ้าน ชุมชน วัด โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทำการควบคุมป้องกันและสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานในการป้องกันและควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจหน่วยงานภาครัฐ พัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ยกระดับคะแนนการประเมิน ITA ปี 2569

ประจวบฯ เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจหน่วยงานภาครัฐ พัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ยกระดับคะแนนการประเมิน ITA ปี 2569

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบนโยบายโครงการยกระดับคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จังหวัดประจวบฯ ที่ห้องโยธิน โรงแรมหาดทอง อ.เมืองประจวบฯ มี น.ส.จีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากส่วนราชการ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมกว่า 100 คน โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือที่เรียกว่าการประเมิน ITA เป็นเครื่องมือเชิงบวกในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐเครื่องมือหนึ่ง ที่มุ่งพัฒนาระบบราชการไทยเชิงสร้างสรรค์มากกว่ามุ่งจับผิด เสมือนเครื่องมือตรวจสุขภาพองค์กรประจำปี เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ ได้รับทราบถึงสถานะและปัญหาการดำเนินงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใสขององค์กร ผลการประเมินที่ได้จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกและตอบสนองต่อประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้น การประเมิน ITA จึงไม่ได้เป็นเพียงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชน รวมถึงเป็นการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน เพื่อให้ทราบถึงจุดอ่อนหรือข้อควรปรับปรุงสำหรับนำไปจัดทำแนวทางมาตรการต่างๆ ในการป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ถือเป็นอีกปีที่มีความท้าทาย เนื่องจากหลักเกณฑ์การประเมิน ITA ได้มีการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายประเด็น การเข้าร่วมโครงการในวันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐจะได้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถดำเนินการตามแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ได้อย่างถูกต้อง นำไปสู่แนวทางการดำเนินการยกระดับการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ของหน่วยงานให้สูงขึ้นต่อไป

สำหรับการจัดโครงการในวันนี้ มีวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 และสํานักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมอภิปรายในหัวข้อต่างๆ ได้แก่ การถอดบทเรียนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน – ภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568, การส่งเสริมจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ, การสร้างวัฒนธรรมในการปฏิเสธการรับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy), หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ, แนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (TA) ประจำปิงบประมาณ พ.ศ.2569 และการจัดทำข้อมูลและการตอบแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจบุคลากรหน่วยงานภาครัฐของจังหวัดประจวบฯ ให้สามารถดำเนินการตามแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ มีผลการประเมิน ITA ในภาพรวมพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้คะแนน 92.96 คะแนน มีหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 61 หน่วยงาน หรือคิดเป็นร้อยละ 98.39 อยู่ลำดับที่ 42 ของประเทศ ส่วนปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จังหวัดประจวบฯ ได้คะแนน 94.56 คะแนน สูงขึ้นกว่าปี 2567 ร้อยละ 1.6 มีหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวน 61 หน่วยงาน หรือคิดเป็นร้อยละ 98.39 อยู่ลำดับที่ 37 ของประเทศ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรและให้โอวาทบัณฑิตใหม่

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรและให้โอวาทบัณฑิตใหม่

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีการศึกษา 2568 ที่โรงแรมแอทที บูทีค ต.คลองวาฬ อ.เมืองฯ จ.ประจวบฯ มีนายสมชาย ทิพย์ประเสริฐสุข ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบฯ คณะผู้บริหาร คณะครู อาจารย์ ผู้ปกครองและนักเรียนผู้สำเร็จการศึกษาเข้าร่วมในพิธี เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและเชิดชูเกียรติแก่นักเรียน นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของวิทยาลัย เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักเรียนนักศึกษา ผู้ปกครองและคณาจารย์ และเพื่อเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้นักเรียน นักศึกษาในการก้าวสู่การศึกษาต่อหรือการประกอบอาชีพในอนาคต อีกทั้งยังปลูกฝังความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมใจต่อสถาบันการศึกษา ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทวิชาอุตสาหกรรม และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประเภทวิชาพาณิชยกรรม ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และประเภทวิชาอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น 127 คน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมและการทำงาน ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความต้องการบุคลากรสายอาชีพที่มีทักษะสูงของประเทศ ล้วนเป็นความท้าทายและโอกาสที่รอให้ทุกคนก้าวไปเผชิญ จึงฝากข้อคิด 3 ประการ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย 1.ทักษะวิชาชีพคือรากฐาน ควรพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยความรู้ที่ได้รับจากสถาบันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โลกแห่งการทำงานในยุคปัจจุบันต้องการผู้ที่ไม่หยุดเรียนรู้ ต้องหมั่นเพิ่มทักษะใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ภาษาต่างประเทศ และทักษะการคิดวิเคราะห์ เพราะในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทนที่งานซ้ำซาก สิ่งที่จะทำให้มนุษย์มีคุณค่า คือความคิดสร้างสรรค์และทักษะเฉพาะทางที่ลึกซึ้ง 2. ซื่อสัตย์ อดทน และมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไปไปไกลเพียงใด นายจ้างและสังคมล้วนต้องการบุคคลที่ตรงต่อเวลา รับผิดชอบต่อหน้าที่ และมีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักษาคุณค่าเหล่านี้ไว้ตลอดชีวิตการทำงานและนำไปใช้ในชีวิต 3. เป็นพลเมืองที่ดีของท้องถิ่นและประเทศชาติ ความสำเร็จส่วนตัวจะมีความหมายยิ่งขึ้นหากนำกลับมาพัฒนาบ้านเมือง ขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่ชุมชน ครอบครัว และสังคมเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่รุ่นน้องและเยาวชนรุ่นต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.กรุงเทพหัวหิน ให้ความรู้ “The Power of Early Detection” เทคโนโลยีแม่นยำเพื่อการป้องกันโรค

รพ.กรุงเทพหัวหิน ให้ความรู้ “The Power of Early Detection” เทคโนโลยีแม่นยำเพื่อการป้องกันโรค

วันที่ 19 มีนาคม 2569 โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ร่วมกับโรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital และโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ จัดงานสัมมนาครั้งพิเศษ “The Power of Early Detection” เทคโนโลยีแม่นยำเพื่อการป้องกันที่เหนือกว่า ที่โรงแรมเชอราตันหัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี นพ.อัศวิน ภูวธนสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ให้การต้อนรับ และกล่าวถึงความก้าวหน้าของโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ในปี 2569 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ผู้ประกอบการสถานพยาบาล กลุ่มตัวแทนบริษัทประกัน และผู้ประกอบการคลินิกต่างๆ กว่า 200 คน เข้าร่วมรับฟัง

นพ.อัศวิน ภูวธนสาร กล่าวว่า เราจัดสัมมนาเกี่ยวกับการคัดกรองโรค หรือพูดง่ายๆ ว่าคัดกรองก่อนเกิดโรค เราจึงใช้คำว่า “The Power of Early Detection” ซึ่งคำว่า Early Detection คือการตรวจพบก่อนที่จะเกิดโรคด้วยซ้ำ และคำว่า The Power คือพลังของการมาตรวจคัดกรองก่อน อย่างที่ทราบกันว่าเดี๋ยวนี้มีโรคมะเร็งหลายโรคที่ถ้าตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถรักษาได้ ก่อนที่จะกลายเป็นระยะลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่นๆ เราจึงอยากรณรงค์เรื่องการทำ Early Detection หรือการทำ Screening ที่คนไทยชอบเรียกว่า “เช็กอัพ” ตรวจสุขภาพนั่นเอง ครั้งนี้เราได้นำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปของเราเลย ไม่ว่าจะเป็นจากหัวหิน หรือจากส่วนกลางคือโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ซึ่งเป็นทีมจาก “วัฒโนสถ” เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีในการรักษาที่มีความปลอดภัย แม่นยำ และการป้องกันโรคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดย นพ.เธียรชัย บรรณาลัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital / ผู้ช่วยบริหารฝ่ายการแพทย์ ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ บรรยายหัวข้อ “ความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยมะเร็งให้เข้าถึงการรักษาของโรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital” รศ.นพ.ธัญญ์ อิงคะกุล ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการผ่าตัดช่องท้อง ด้วยการส่องกล้องและหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด โรงพยาบาลกรุงเทพ บรรยายหัวข้อ “ก้าวข้ามขีดจำกัดศัลยกรรมยุคใหม่ ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่แม่นยำ” นพ.ณัฐพร นวลอุทัย ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บรรยายหัวข้อ “แผลเล็ก ผลลัพธ์ใหญ่ : ทำไมการผ่าตัดส่องกล้องจึงเป็นทางเลือกหลักในปัจจุบัน” นพ.วิศว์ เจียมวิจิตรกุล อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บรรยายหัวข้อ “การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้และมะเร็งตับ” และ นพ.ภาคย์ ธารไพรสาณฑ์ วิสัญญีแพทย์ เวชศาสตร์ความปวด โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บรรยายหัวข้อ “นวัตกรรมการรักษาปวดหลัง ปวดคอ ปวดมะเร็ง ที่ทันสมัย ไม่ต้องผ่าตัด”

พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ “หนุ่ย นันทกานต์” ศิลปินผู้ที่เคยผ่านการต่อสู้มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และก้าวข้ามจนประสบความสำเร็จ ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ พร้อมโชว์พิเศษ Acoustic “Love & Hope” เพราะความรัก…จึงทำให้มีความหวัง บทเพลงที่สื่อถึงพลังใจอันงดงาม และมอบกำลังใจให้แก่ผู้ที่กำลังต่อสู้กับความเจ็บป่วย รวมถึงทุกคนที่ต้องการความเข้มแข็งในชีวิตอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เรือนจำประจวบฯ ผนึกพลังอาสาราชทัณฑ์ระดมแนวทาง จัดตั้งบ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส”

เรือนจำประจวบฯ ผนึกพลังอาสาราชทัณฑ์ระดมแนวทาง จัดตั้งบ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส”

วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายบรรพต รัตนจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมกำหนดพื้นที่ในการจัดตั้งบ้านกึ่งวิถี“บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” นําร่องภายในเขตจังหวัดประจวบฯ ที่ห้องประชุมเรือนจำจังหวัด โดยนมัสการ พระครู ดร.โสภณธำรงกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดหุบตาโคตร อ.สามร้อยยอด ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านกึ่งวิถี ของสำนักงานคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ มีนายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติฯ นายธมน โพธิ์งาม ประธานอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) อำเภอหัวหิน นายสำอาง หรั่งวัด ประธาน อ.ส.ค. อ.สามร้อยยอด นายบรรเจิด พ่วงสวัสดิ์ ผู้ประนีประนอมประจำศาลจังหวัดหัวหิน นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนของแผ่นดิน จ.ประจวบฯ นายเสริมพงษ์ ลิบลับ ผู้ช่วย สว.นิชาภา สุวรรณนาค สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบฯ อาสาสมัครราชทัณฑ์ (อสรท.) ประจำเรือนจำจังหวัด คณะอาสาสมัครคุมประพฤติในแต่พื้นที่ เครือข่ายศูนย์ยุติธรรมชุมชน ตลอดจนผู้นำชุมชนเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้มีนายวิโรจน์ ชุ่มชื่นจิต ผู้อำนวยการส่วนสวัสดิการและสงเคราะห์ราชทัณฑ์ นายจิรายุ พลวิโรจน์ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน น.ส.กัญภัสสร์ ชัยนรา นักจิตวิทยาปฏิบัติการ น.ส.เธียรธิดา สุขปัญ นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ เรือนจำจังหวัดให้การต้อนรับ โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานประชุมในรูปแบบ Onsite และ Online พร้อมเชื่อมต่อไปเรือนจำจังหวัดทั่วประเทศ และเรือนจำจังหวัดที่เป็นพื้นที่จัดตั้งบ้านกึ่งวิถี “บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” ณ ห้องประชุมอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชั้น 2 อาคารกรมราชทัณฑ์ จ.นนทบุรี

นายบรรพต รัตนจันทร์ กล่าวว่า เรือนจำจังหวัดประจวบฯ ได้นำเสนอพื้นที่เป้าหมายในการจัดตั้งบ้านกึ่งวิถีนำร่อง 2 พื้นที่ ได้แก่ บ้านกึ่งวิถีวัดหุบตาโคตร อ.สามร้อยยอด และสถานที่เพื่อให้การสงเคราะห์ วัดสะพานขี้เหล็ก อ.หัวหิน โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ สาขาหัวหิน ที่กำหนดบ้านกึ่งวิถี ของกรมคุมประพฤติแต่เดิมอยู่แล้ว จึงเห็นว่าทั้งสองพื้นที่บ้านกึ่งวิถีนั้น สามารถนำมาใช้เป็นพื้นที่เป้าหมายของกรมราชทัณฑ์ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ในการประชุมนี้ ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งอาสาสมัครราชทัณฑ์ในแต่ละพื้นที่ทั้งจังหวัด ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ เพื่อให้ข้อมูลรูปแบบการดำเนินงานบ้านกึ่งวิถี สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ทั้งในด้านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ การจัดกิจกรรมการดำเนินงานของบ้านกึ่งวิถี ความคืบหน้าการขับเคลื่อนบ้านกึ่งวิถี เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานบ้านกึ่งวิถีของเรือนจำต่อไป

บ้านกึ่งวิถี“บ้านก้าวใหม่ให้โอกาส” เป็นการสร้างพื้นที่แห่งความหวังและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยมุ่งหวังให้เป็นกลไกสำคัญในการคืนคนดีมีคุณภาพกลับสู่สังคม ขอขอบคุณอาสาสมัครราชทัณฑ์ ที่ร่วมเป็นพลังสนับสนุนการสร้างสังคมแห่งการทำความเข้าใจ การให้อภัยและการมอบโอกาส เพื่อสร้างความสงบสุขให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน

สำหรับบ้านกึ่งวิถีในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับรองรับผู้พ้นโทษ โดยอาศัยความร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ผู้พ้นโทษก่อนกลับคืนสู่สังคม ทั้งในด้านที่พักอาศัยและการดำรงชีวิตภายหลังพ้นโทษ มุ่งเน้นให้ผู้พ้นโทษมีที่พักพิงในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน ระหว่างการหางานทำ เพื่อให้สามารถปรับตัวและใช้ชีวิตร่วมกับชุมชนได้อย่างปกติสุข เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการช่วยเหลือผู้พ้นโทษ และสามารถขยายผลรูปแบบการจัดตั้งบ้านกึ่งวิถีให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ มุ่งให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษ รวมทั้งมีบริการช่วยเหลือทั้งผู้ต้องขังในเรือนจำและผู้พ้นโทษให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้ มีการจัดกิจกรรมอบรมผู้ต้องขังในเรือนจำ และการจัดหางาน สนับสนุนการประกอบอาชีพ ที่พักอาศัย การศึกษาแก่ผู้พ้นโทษ การช่วยเหลือและอุปการะลูกของผู้ต้องโทษและผู้พ้นโทษ

หลายครั้งผู้ที่ผ่านเรือนจำออกมาแล้ว ไม่สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เพราะต้องกลับไปที่เดิม บรรยากาศเดิม และเมื่อต้องตั้งหลักใหม่ บรรยากาศเหล่านั้นคอยแต่จะฉุดรั้งให้ก้าวไปข้างหน้าไม่สำเร็จ และหลายคนต้องกลับไปกระทำผิดกฎหมายอีกครั้งหรือหลายครั้ง หนึ่งในแนวทางที่ช่วยบรรเทาปัญหาการกระทำผิดซ้ำและตั้งหลักให้พวกเขาได้ คือบ้านกึ่งวิถี ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องอยู่ในการคุมประพฤติ และผู้ที่พ้นจากการต้องโทษมาแล้ว แนวคิดบ้านกึ่งวิถียังถูกนำไปใช้เพื่อช่วยผู้ติดยาเสพติดด้วย โดยแนวคิดสำคัญของบ้านกึ่งวิถี คือการช่วยเป็นบ้านพักชั่วคราวให้แก่ผู้ที่ไม่พร้อมจะกลับสู่สังคม ลดการกระทำผิดซ้ำและนำไปสู่สังคมที่ปลอดภัย กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในบ้านกึ่งวิถีของไทยนั้นเป็นไปตามการประเมินมาตรฐานของแต่ละแห่ง ซึ่งบางแห่งมีความพร้อมด้านที่พักอาศัยและความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์ในการปรับตัว ทั้งด้านกาย จิตใจ สังคม และการแนะแนวและฝึกอาชีพแก่ผู้เข้าพักอาศัยอีกด้วย.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลตำบลบ้านกรูด คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ประเภทพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

เทศบาลตำบลบ้านกรูด คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ประเภทพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีมอบรางวัล “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ประจำปี 2568 โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกว่า 500 คน ซึ่งจัดต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับพื้นที่ ระดับประเทศ ประจำปี 2568 ซึ่งในการดำเนินงานได้พัฒนาตัวชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน 4 องค์ประกอบ 23 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1.เมืองอยู่ดี 2.คนมีสุข 3.สิ่งแวดล้อมยั่งยืน 4.เมืองแห่งการบริหารจัดการที่ดี สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบาย วางแผนและติดตามประเมินผลการพัฒนาเมืองประกอบกับได้จัดการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนควบคู่กันไป เพื่อสรรหาแบบอย่างการดำเนินงานที่ดีและขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

สำหรับการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ปี 2568 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อไป ซึ่งรางวัลชนะเลิศเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทรางวัล กล่าวคือ 1.ประเภทพื้นที่ทั่วไป ได้แก่ เทศบาลเมืองป่าตอง จ.ภูเก็ต เทศบาลตำบลพุเตย จ.เพชรบูรณ์ อบต.นาเกตุ จ.ปัตตานี 2.ประเภทพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ได้แก่ เทศบาลนครมาบตาพุด จ.ระยอง เทศบาลเมืองบางกะดี จ.ปทุมธานี เทศบาลตำบลบ้านกลาง จ.ลำพูน ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ในระดับประเทศประเภทพื้นที่ทั่วไปและประเภทเขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศทั้งหมด มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 31 แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลนคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 10 แห่ง เทศบาลตำบล 15 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 4 แห่ง และผ่านเกณฑ์ระดับพื้นที่ จำนวน 80 แห่ง แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ดีเยี่ยม 31 แห่ง ดีมาก 20 แห่ง และดี 29 แห่ง

ในโอกาสนี้ เทศบาลตำบลบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ประเภทพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยนายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด เข้ารับมอบรางวัลจากนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วยนางลลิดา มากมูล รองนายกเทศมนตรี และ น.ส.ณพิชญา เนตรน้อย นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ เทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมแสดงความยินดี พร้อมกันนี้ นายกเทศบาลตำบลบ้านกรูด ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กลุ่มองค์กรต่างๆ และประชาชนชาวบ้านกรูดทุกท่าน ที่ร่วมกันมุ่งมั่นขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคีเครือข่าย และทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทำให้บ้านกรูดมีความน่าอยู่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภ.ห้วยยาง เปิดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ

สภ.ห้วยยาง เปิดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืน หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง หมู่ 11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ ที่สั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง พระมหาสัญญา สิทธิญาโณ เจ้าคณะตำบลห้วยยาง พร้อมนายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะเเก ร่วมกันเปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมีนายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะเเก น.ส.วิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะเเก ผู้แทนพัฒนาการอำเภอทับสะเเก นายสราวุธ ทอดสนิท ประธานหมู่บ้าน หมู่ 11 ผู้แทนกำนันตำบลห้วยยาง นางพัชชา เเดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ห้วยยาง นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ร.ต.เอนก รูปโคม เจ้าหน้าที่ทหาร  ฉก.จงอางศึก น.ส.ทิพวรรณ อิ่มชื่น รักษาการผู้อำนวยการ รพ.สต.ห้วยยาง นางศศิมน พิมลสกลวงศ์ ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านเนินดินแดง ร่วมพิธีเปิดศูนย์บำบัดในชุมชน

โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้เข้าร่วมโครงการ ครั้งที่ 1 กิจกรรมพบหมอ สร้างแรงบันดาลใจและปรับทัศนคติผู้กล้า ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อ เป้าหมายในการ “ลด ละ เลิก” จำนวน 33 คน

พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า การดำเนินงานในโครงการตำบลยั่งยืนของ สภ.ห้วยยาง ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนที่ 2 ขั้นปฏิบัติการ โดยได้ประชาสัมพันธ์โครงการ ลงพื้นที่ เดินตรวจปัสสาวะประชาชนอายุ 12 – 65 ปี เพื่อค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพยาเสพติด ในหมู่บ้านทุ่งยาว หมู่ 3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง หมู่ 11 ต.ห้วยยาง พบผู้เสพที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการบำบัด จำนวน 33 ราย ได้ทำการคัดกรองบุคคล ประเมินผู้เสพยาเสพติดที่มีอาการทางจิต เพื่อบันทึกข้อมูลการบำบัดรักษา/ฟื้นฟูผู้ติดยา (บสต.) และจะทำกิจกรรมบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Based Treatment and Care : CBTx) จำนวน 16 ครั้ง ในระยะเวลา 3 เดือน นับจากวันทำพิธีเปิดในวันนี้ ซึ่งคณะกรรมการพร้อมภาคีเครือข่าย และ ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง จะช่วยกันขับเคลื่อนดำเนินงานตามแนวทางที่เคยทำมาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน