Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

พัฒนาการประจวบฯ เปิดตลาดสร้างสุขเพิ่มรายได้ชุมชน ยลหมู่บ้านนวัตวิถี

พัฒนาการประจวบฯ เปิดตลาดสร้างสุขเพิ่มรายได้ชุมชน ยลหมู่บ้านนวัตวิถี

วันที่ 27 กันยายน 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน“ยลเสน่ห์วิถีถิ่น สร้างศิลป์ชุมชน ตลาดพัฒนาสร้างสุข”ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน แขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมงาน มีการเสวนาเรื่อง“บูรณาการ งานฝีมือชุมชน สู่งานศิลป์ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน”จากคุณสายฝน คอลลินส์ ศิลปินผู้สร้างงานศิลป์ ผ่านงานสาน Hua Hin Art ติดล้อ พร้อมชมการแสดงชุด“ดินผาแดง สีแห่งความมงคล”และการแสดงแฟชั่นโชว์ชุดผ้ามัดย้อมของจังหวัดประจวบฯ

นายดำรงค์ มากระจัน กล่าวว่า พัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ จัดกิจกรรมโครงการตลาดพัฒนาสร้างสุข ภายใต้ชื่อ“ยลเสน่ห์วิถีถิ่น สร้างศิลป์ชุมชน”ระหว่างวันที่ 27 – 29 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้น กระตุ้นให้เกิดความต้องการจับจ่ายซื้อสินค้าภายในชุมชน ทำให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการชุมชน OTOP, ผู้ผลิตสินค้าชุมชน, ชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถี, กลุ่มสัมมาชีพชุมชน, กลุ่มอาชีพสตรีและอื่นๆ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และเพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าชุมชนได้ในราคาที่เป็นธรรม สามารถลดค่าครองชีพของประชาชน

ภายในงาน นอกจากมีการเปิดบูธขายสินค้าจากชุมชน กว่า 50 บูธ แล้ว ยังมีการบูรณาการส่วนต่างๆ ที่จะเพิ่มรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน อาทิ งานฝีมือชุมชนสู่งานศิลป์ โดยเชิญกลุ่มศิลปินมาแนะนำไอเดียเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าชุมชน รวมถึงบูรณาการด้านอาหารอร่อย ปลอดภัย โดยนำเชฟมาปรุงอาหารเมนูเด็ด“แกงคั่วยอดมะพร้าวหอยแมลงภู่”ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น ยอดมะพร้าว น้ำกะทิสด จากอำเภอทับสะแก และหอยแมลงภู่สด ๆ จากอำเภอสามร้อยยอด มาให้ทุกท่านได้ลองชิม ชมตัวอย่างโคกหนองนา สู่การสร้างชีวิตที่ยั่งยืน รักษา ต่อยอดเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดซึ่งมุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ รวมถึงการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นจนเกิดความยั่งยืน นอกจากนี้ จะพาทุกท่านไปท่องเที่ยววิถีถิ่นใกล้ชิดธรรมชาติ หมู่บ้านนวัตวิถี และชุมชนน่าเที่ยวมากมายในจังหวัดประจวบฯ ที่สำคัญมีรางวัลพิเศษเป็นตั๋วท่องเที่ยวฟรี 1 วัน จำนวน 10 ท่าน แจกภายในงาน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตชด.ประจวบฯ เกษียณ ปลดเป้ วางปืน คืนผู้บังคับบัญชา

ตชด.ประจวบฯ เกษียณ ปลดเป้ วางปืน คืนผู้บังคับบัญชา

วันที่ 26 กันยายน 2567 พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผกก.ตชด.14 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ฉลาม พงษ์เพชร รอง ผกก.กก.ตชด.14 รักษาราชการแทน ผกก.กก.ตชด.14 เป็นประธานในพิธีปลดเป้ วางปืน ข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนสังกัดกองกำกับการที่ 14 ที่เกษียณอายุราชการในปี พ.ศ.2567 จำนวน 12 นาย ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ค่ายพระมงกุฎเกล้าฯ ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี ผบ.ร้อย ตชด.ที่ 141 – 147 เข้าร่วมพิธี

พิธีอำลาชีวิตข้าราชการของตำรวจตระเวนชายแดนครั้งนี้ มีการประกอบพิธีลอดซุ้มปืน โดยให้ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ นั่งรถยนต์หุ้มเกราะวี 150 วิ่งวนรอบ กก.ตชด.14 จากนั้นตำรวจที่เกษียณอายุราชการพร้อมคู่สมรส เดินลอดซุ้มปืนตามลำดับ ที่บริเวณหอประชุมสราญรมย์ จากนั้นทำพิธีปลดเป้ วางปืน มอบคืนให้แก่ผู้บังคับบัญชาประธานในพิธี พร้อมรับมอบใบประกาศเกียรติคุณและของที่ระลึกจากประธาน และรับฟังการกล่าวแสดงกตเวทิตาจิตแด่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ จากนั้นจึงได้ประกอบพิธีอำลาหน่วย ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 เพื่อให้ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุพร้อมคู่สมรส เดินผ่านกองเกียรติยศ พร้อมรับช่อดอกไม้จากผู้บังคับบัญชา และเพื่อนข้าราชการตำรวจที่ยังทำงานอยู่

พ.ต.ท.ฉลาม พงษ์เพชร รอง ผกก.รักษาราชการแทน ผกก.กก.ตชด.14 เปิดเผยว่า ภารกิจของตำรวจตระเวนชายแดน เป็นภากิจเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของประเทศ ในอดีตจะมีภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ ตำรวจตระเวนชายแดนจึงก่อตั้งขึ้นมา โดยคัดเลือกจากตำรวจทั่วประเทศ มารับภารกิจปราบคอมมิวนิสต์ แต่เนื่องจากภารกิจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ตามพื้นที่ต่างๆ จะมีการลาดตระเวน มีการพบปะกับภัยคุกคาม เช่น คอมมิวนิสต์ต่างๆ และไปในที่ถิ่นทุรกันดารที่มีความแร้นแค้น และมีประชาชนอาศัยอยู่ ฉะนั้นตำรวจตระเวนชายแดนจึงมีคุณลักษณะ 3 ประการ คือ 1.รบได้อย่างทหาร 2.จับกุมได้อย่างตำรวจ และ 3.พัฒนาได้อย่างข้าราชการพลเรือน เพื่อเสริมความมั่นคงในการป้องกันประเทศ จึงเป็นที่มาของการแจกอาวุธปืนและเป้สัมภาระ เพราะจะต้องเดินลาดตระเวนไปในพื้นที่ต่างๆ ในการค้นหาภัยคุกคามและการปราบปรามผู้ก่อการร้าย และพัฒนาช่วยเหลือประชาชนควบคู่ไปด้วย และถ้าเกิดมีเหตุอาชญากรรมตามแนวชายแดน ก็สามารถจับกุมได้เหมือนตำรวจ ซึ่งถือเป็นประเพณี ถ้าเป็นตำรวจที่จบมาใหม่จะได้รับการแจกอาวุธปืน แจกเป้สัมภาระ ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งของคู่กายกับตำรวจตระเวนชายแดนมาตั้งแต่เริ่มต้น และเมื่อถึงวันเกษียณอายุราชการ จึงต้องปลดภาระโดยการคืนปืน คืนเป้ วางมือจากภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งตำรวจตระเวนชายแดนทุกนายมีเกียรติ และมีความเสียสละอย่างสูงในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ตำรวจตระเวนชายแดนได้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความมั่นคงของประเทศชาติตามแนวชายแดนมาโดยตลอด.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บึงนครสร้างฝายต้นแบบ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แก้ปัญหาภัยแล้ง

บึงนครสร้างฝายต้นแบบ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แก้ปัญหาภัยแล้ง

วันที่ 26 กันยายน 2567 นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ เดินทางเข้าสอดส่องโครงการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งเป็นโครงการจัดซื้อวัสดุซ่อมสร้างฝ่ายขะลอน้ำเฉลิมพระเกียรติ บ้านแพรกตะคร้อ หมู่ 11 ต.บึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งการขยายผลเกษตรเพื่ออาหารกลางวันอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารึ งบประมาณ 100,000 บาท หน่วยดำเนินการ คือ ที่ทำการปกครองอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้รับผิดชอบโครงการ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน

นายประยูร ขันแก้ว นายก อบต.บึงนคร กล่าวว่า พื้นที่แพรกตะคร้อ ต.บึงนคร เป็นหมู่บ้านที่ใช้น้ำจากแหล่งต้นน้ำของน้ำตกแพรกตะคร้อ สำหรับดำรงชีวิตและประกอบการเกษตร จึงมีความประสงค์ที่จะสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อชะลอการไหลของน้ำจากน้ำตกแพรกตะคร้อ ลดการชะล้างและการพังทลายของหน้าดิน ช่วยในการดักตะกอนดิน ตะกอนทรายและเศษวัสดุกับลำน้ำก่อนไหลลงสู่ลำคลอง ซึ่งเป็นพื้นพื้นที่รับน้ำในพื้นที่ รวมถึงอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพพื้นที่ของป่าต้นน้ำให้เกิดขึ้น จึงซ่อมแซมฝ่ายชะลอน้ำเดิม ให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้ดีอยู่เสมอ สำหรับวิธีการทำนั้น ได้จัดซื้อวัสดุ คือหินขนาดใหญ่ และใช้รถแม็คโครปรับพื้นที่ นำหินใหญ่วางเรียง โดยมีชาวบ้านในพื้นที่จิตอาสา ช่วยกันนำหินก้อนขนาดเล็กใส่เรียงลงไปให้แน่นเป็นฝายกั้นน้ำ ระดับความสูงประมาณ 1.50 เมตร หลังจากดำเนินการก่อสร้าง มีน้ำป่าไหลหลากลงมา แต่ฝายอยู่ได้ไม่พังทลายไปกับน้ำ สามารถเก็บกักน้ำได้ดี

หลังจากได้พบผู้บริหารท้องถิ่นและปลัดอำเภอหัวหินแล้ว คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กล่าวชื่นชม การจัดทำโครงการดังกล่าว ที่ใช้งบประมาณเพียงแค่ 1 แสนบาท จัดซื้อวัสดุและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ได้จ้างงาน แต่มาช่วยกันดำเนินการ ทำให้ฝายสามารถเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นตัวอย่างการกักเก็บน้ำที่ดี และแนะนำให้ อบต.บึงนคร จัดทำโครงการเพิ่มอีกหลายๆ จุด หรืออาจจะยกระดับฝายที่มีอยู่แล้วให้สูงขึ้น เพื่อให้ระดับเก็บกักน้ำเพิ่มมากขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ในอนาคต.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านร้องให้สอบวินัยผู้ใหญ่บ้าน ทำตัวเป็นนายหน้าค้าที่ดินให้นายทุนรุกตัดไม้ป่าสงวน

ชาวบ้านร้องให้สอบวินัยผู้ใหญ่บ้าน ทำตัวเป็นนายหน้าค้าที่ดินให้นายทุนรุกตัดไม้ป่าสงวน

วันที่ 25 กันยายน 2567 กลุ่มตัวแทนชาวบ้านหนองไม้แก่นหลายราย รวมตัวพร้อมชูป้ายให้ถอดถอนผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่รายหนึ่ง ที่บริเวณด้านหน้าอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมีข้อความให้ตรวจสอบวินัยผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว อ้างว่าไม่สนใจความเดือดร้อนของชาวบ้าน ชอบหาผลประโยชน์เพื่อตนเองรับใช้นายทุน ขณะที่ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านทั้งหมดพากันเดินเข้าไปเพื่อเข้าพบปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่จึงนำกลุ่มชาวบ้านไปที่ห้องประชุม เพื่อรอให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับนายสุวิทย์ อินกงลาด ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยก่อนจะมีการพูดคุย ปลัดอำเภอขอให้กลุ่มตัวแทนชาวบ้านทั้งหมดได้ทำความเข้าใจ เพื่อให้ผู้ร้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน เนื่องจากต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ก่อนที่จะมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อผู้ใหญ่บ้านผู้ถูกร้อง

ด้านนายกิตติ นามบุญลือ ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า สืบเนื่องจากตัวแทนชาวบ้านร้องเรียนขอให้ตรวจสอบวินัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านหนองไม้แก่น ต.เกาะหลัก ที่ศูนย์ดำรงธรรมศาลากลางจังหวัด ต่อมามีหนังสือจากอำเภอเมืองประจวบฯ ลงวันที่ 19 กันยายน 2567 ขอให้ผู้ร้องเข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมที่อำเภอเมืองประจวบฯ ในวันที่ 24 กันยายน กลุ่มตัวแทนชาวบ้านทั้งหมดจึงเดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมยื่นเอกสารเพิ่มให้ตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐในหมู่ 7 ที่มีการหมกเม็ด ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนหลายเรื่อง ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการทุจริตให้ดำเนินการในทางปกครองต่อไป

ทั้งนี้ ระหว่างรอให้ถ้อยคำในห้องประชุมกับปลัดอำเภอเมือง นายสนั่น เซ็งเฮง ผู้ร้องรายหนึ่ง ขอให้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยกับผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 เนื่องจากชอบทำตัวเป็นนายหน้าติดต่อซื้อที่ดินของชาวบ้านให้นายทุน ใช้อิทธิพลข่มขู่ชาวบ้านที่ไม่ต้องการขายที่ดินให้ ทั้งยังเข้าไปตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี รวมถึงให้ตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐในหมู่ 7 อีกด้วย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน บริจาคสิ่งของให้หลวงพ่ออลงกต นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV และเด็กกำพร้า

มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน บริจาคสิ่งของให้หลวงพ่ออลงกต นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV และเด็กกำพร้า

วันที่ 24 กันยายน 2567 พระราชวิสุทธิประชานาถ (หลวงพ่ออลงกต) วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และคณะ เดินทางมารับสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ ขนมปังปี๊บ น้ำหวาน นมข้นหวาน นมกล่อง สิ่งของอุปโภคบริโภคในการดำรงชีพ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์ ผู้ชราอนาถาติดเตียง เด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส ที่มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน อ.หัวหิน มีนายบุญเกิด อรรธนิศากร ประธานมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถานและคณะกรรมการ ร่วมถวายของบริจาค จากนั้นพระราชวิสุทธิประชานาถ (หลวงพ่ออลงกต) วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรีและคณะ เดินทางไปยังจุดรับบริจาคต่างๆ ในอำเภอหัวหิน อาทิ ห้างทองเจริญดี, ร้านเจ๊หมวย ข้างโรงเรียนสมถวิล เพื่อนำสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ป่วยของวัดต่อไป

วัดพระบาทน้ำพุ หรือวัดพระพุทธบาทประทานพร ตั้งอยู่เชิงเขาน้ำพุ หมู่ 3 ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี มีพระราชวิสุทธิประชานาถ เป็นเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้ได้เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีรอยพระพุทธบาท และเป็นสถานรักษาพักฟื้นผู้ติดเชื้อ HIV และเป็นที่ตั้งของมูลนิธิธรรมรักษ์ รอยพระพุทธบาทถูกครอบอยู่ภายใต้มณฑป อยู่ห่างจากอาคารสำนักงานมูลนิธิธรรมรักษ์ ประมาณ 150 เมตร มีโครงการธรรมรักษ์นิเวศน์ที่พักฟื้นและรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้าย ที่เริ่มต้นรักษาและพักฟื้นผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2535 และได้ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน โดยแยกออกเป็นสองส่วน คือ 1.รับดูและรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ทั่วไปทั่วประเทศ 2.การรับอุปการะเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากบิดามารดาที่ติดเชื้อ ซึ่งในแต่ละเดือน วัดจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท ทั้งค่าอาหาร ค่ายา ค่าบริหารจัดการวัด รวมไปถึงค่าเผาศพซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐเดือนละ 100,000 บาท ที่เหลือจะเป็นผู้ที่มีจิตศรัทธาบริจาค ทั้งนี้วัดประสบปัญหาการเงิน แต่ด้วยการประชาสัมพันธ์ ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้วัดได้รับการบริจาคจนสามารถพ้นวิกฤติต่างๆ มาได้ตลอด.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงาน “Let’s Go ประจวบ…ชวนเที่ยว” กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่น

ประจวบฯ จัดงาน “Let’s Go ประจวบ…ชวนเที่ยว” กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงกรีนซีซั่น

วันที่ 24 กันยายน 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรมส่งเสริมการขายการท่องเที่ยว “Let’s Go ประจวบ…ชวนเที่ยว” จัดโดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ น.ส.พัชรศรี สมบัติทวีพูน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นายทิวัตถ์ แจ่มสว่าง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ คุณธัญชนก จอมทรักษ์ ผู้อำนวยการภาคสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน พร้อมด้วยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มิสประจวบคีรีขันธ์ 2024 และสื่อมวลชนร่วมรับฟัง

นายคมกริช กล่าวว่า จังหวัดประจวบฯ เป็นเมืองหลักสำคัญทางการท่องเที่ยวของประเทศ ด้วยพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ มีสภาพทางภูมิศาสตร์และกายภาพที่เป็นปัจจัยหนุนศักยภาพทางการท่องเที่ยวของจังหวัดได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ มีวิสัยทัศน์สำคัญในการเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัด มุ่งเน้นการใช้กลไกการท่องเที่ยวให้เกิดการเดินทางกระจายไปทั้ง 8 อำเภอ เป็นการกระจายประโยชน์ลงไปในพื้นที่อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งจะอำนวยประโยชน์แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่น

นายทิวัตถ์ แจ่มสว่าง กล่าวว่าการจัดงานดังกล่าวมีขึ้นในวันที่ 4 – 6 ตุลาคม 2567 ที่ลานด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน เป็นกิจกรรมสำคัญของสมาคมฯ เป็นการเปิดตัวสมาคมฯ อีกทั้งต้องการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมาคมฯ ได้นำผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม สินค้าชุมชน การแสดง และอาหารพื้นถิ่นผลิตภัณฑ์ของดีทั้ง 8 อำเภอ มาออกบูธในรูปแบบงาน Consumer Fair เสนอขายในราคาพิเศษ ที่นักท่องเที่ยวจะหาได้จากภายในงานนี้เท่านั้น โดยเฉพาะบัตรกำนัลโรงแรมที่พักชั้นนำในอำเภอต่างๆ ของประจวบฯ ขณะนี้มีประมาณ 25 บูธ พิเศษสุด คือมีการจับรางวัลบัตรโดยสารเครื่องบินจากสายการบินไทยแอร์เอเชียและการแสดงดนตรี ได้ทั้งของดีราคาพิเศษ และความบันเทิง

ด้านนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่า ททท.ประจวบคีรีขันธ์ ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมของสมาคมฯ ซึ่งเป็นภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด เป้าหมายเพื่อโหมการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกรีนซีซั่นของจังหวัดประจวบฯ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปยังอำเภอตอนล่างของจังหวัดประจวบฯ รวมถึงจะใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและของดีของอำเภอต่างๆ ของจังหวัดประจวบฯ สร้างการรับรู้ให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมงานดังกล่าวในช่วงวันที่ 4 – 6 ตุลาคมนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คณะสงฆ์ทับสะแกและลูกศิษย์ บุกโรงพยาบาล กรณีเจ้าหน้าที่ใส่ร้ายพระผู้ใหญ่ระดับเจ้าคณะอำเภอ

คณะสงฆ์ทับสะแกและลูกศิษย์ บุกโรงพยาบาล กรณีเจ้าหน้าที่ใส่ร้ายพระผู้ใหญ่ระดับเจ้าคณะอำเภอ

วันที่ 23 กันยายน 2567 นายประพัฒณ์พงศ์ พุ่มไชย ทนายความ พร้อมด้วยคณะศิษย์ยานุศิษย์ พระครูผาสุกวิหารการ หรือ หลวงพ่อสมพงษ์ เจ้าอาวาสวัดอ่างสุวรรณ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก พร้อมคณะสงฆ์อำเภอทับสะแก เดินทางไปยังโรงพยาบาลทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพบ นพ.นพรัตน์ ชัยเจริญวิมลกุล รักษาการผู้อำนวยการ รพ.ทับสะแก พร้อมผู้บริหารโรงพยาบาลทับสะแก และนายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก จากกรณีเวลาประมาณเที่ยงคืนของคืนวันที่ 9 ต่อเนื่องวันที่ 10 กันยายน พระครูผาสุกวิหารการ หรือหลวงพ่อสมพงษ์ เจ้าอาวาสวัดอ่างสุวรรณ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เกิดอาพาธด้วยอาการปวดท้องอย่างฉับพลัน และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขนาดปัสสาวะเล็ด จนทนต่อไปไม่ไหว ได้โทรศัพท์หาญาติโยม รวมทั้งนายโจ้คนขับรถของวัด ที่อยู่ไม่ไกลจากกุฏิ ทุกคนจึงรีบมาและนำส่งโรงพยาบาลทับสะแก ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดทันที แต่เมื่อไปถึงบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลทับสะแก กลับไม่พบบุคลากรทางการแพทย์ใดๆ แม้แต่เวรเปลก็ยังเฉย ไม่ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ จนนายโจ้ต้องไปเอารถเข็นมาให้หลวงพ่อนั่ง เพราะขณะนั้นแทบจะยืนทรงตัวไม่ไหว แล้วเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เรียกให้บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่เวรมาช่วย เมื่อหลวงพ่อเข้าไปห้องฉุกเฉินแล้ว นายโจ้และแม่ชี ที่ตามไปด้วย ถูกไล่ให้ไปรอข้างนอก บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่เวรแสดงอาการเฉยเมย แล้วพูดกับหลวงพ่อว่า “ป่วยเป็นอะไรมา ทำไมเวลากลางวันไม่รู้จักมา” หลวงพ่อก็ตอบว่า “มันเพิ่งปวดเมื่อประมาณเที่ยงคืนนี่เอง ตอนกลางวันมันก็ยังดีอยู่” จากนั้นบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่เวรคนเดิม ก็พูดขึ้นว่า “พระนี่ใช่ไหม ที่รักษาคนถูกงูกัด จนทำให้ถูกตัดขามาหลายคนแล้ว” โดยไม่ได้มาสนใจใยดี หรือให้การช่วยเหลือรักษาพยาบาลแต่อย่างใด เพียงแต่ให้ขึ้นไปนอนรออยู่บนเตียง แล้วเดินจากไป

หลวงพ่อนอนรออยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแลแม้แต่คนเดียว จึงฝืนทรงตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วข่มความเจ็บปวดลุกขึ้นเดินออกมานอกห้อง บอกกับนายโจ้คนขับรถวัดและแม่ชีศิริพร ว่าเราไปโรงพยาบาลประจวบฯ กันเถอะ ที่นี่เขาไม่สนใจที่จะช่วยเหลือเรา ขืนนอนรอที่นี่ต่อไปคงต้องตายเปล่าเป็นแน่

หลังจากนั้นไปถึงโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี ผลการตรวจพบว่าป่วยด้วยโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบรุนแรง ต้องทำการสวนท่อปัสสาวะ ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่หลวงพ่อมีอายุมากแล้ว บ่อยครั้งที่ต้องนั่งทำพิธีหรือเป็นพระอุปัชฌาย์พระหลายๆ รูป ต้องอั้นปัสสาวะเป็นเวลานานๆ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว คณะศิษย์ของหลวงพ่อสมพงษ์ เจ้าอาวาสวัดอ่างสุวรรณ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เห็นว่าการกระทำของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลทับสะแก ที่อยู่เวรในวันดังกล่าวทั้งหมด โดยเฉพาะคนที่พูดจาต่อว่าและดูหมิ่นเหยียดหยามหลวงพ่อ เป็นการกระทำที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามหลวงพ่อซึ่งหน้า ด้วยการนำข้อความอันเป็นเท็จมากล่าวร้ายใส่ความหลวงพ่อต่อบุคคลที่สาม ทำให้พลวงพ่อถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ทำให้ได้รับความอับอาย โดยเฉพาะกระทำต่อพระผู้ใหญ่ ระดับเจ้าคณะอำเภอ จึงเป็นการกระทำที่ไม่น่าให้อภัย ไม่ไว้ใจให้กลุ่มบุคคลที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ดังกล่าว ดูแลสุขภาพของชาวทับสะแกและไม่ต้องการให้อยู่ในพื้นที่นี้ทุกหน้าที่อีกต่อไป จึงขอเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทุกลำดับชั้นของบุคคลดังกล่าว ดำเนินการ ดังนี้

1.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรมและตรวจสอบพร้อมคืนความเป็นธรรมให้หลวงพ่อสมพงษ์อัคคปัญโญ เจ้าอาวาสวัดอ่างสุวรรณ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก

2.ลงโทษทั้งทางวินัยและการพิจารณาความดีความชอบประจำปี

3.พิจารณาย้ายบุคลากรทางการแพทย์ดังกล่าวทั้งหมดออกนอกพื้นที่อย่างถาวร เพื่อสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดีของชาวทับสะแกต่อไป

จากนั้นทั้งหมดเดินทางไป สภ.ทับสะแก แจ้งความลงบันทึกประจำวันเพื่อดำเนินการต่อไป พร้อมตรวจสอบวันเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อที่จะได้ดำเนินการต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดมหกรรมวิชาการ ส่งเสริมการมีรายได้ให้นักศึกษาระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ

ประจวบฯ เปิดมหกรรมวิชาการ ส่งเสริมการมีรายได้ให้นักศึกษาระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ

วันที่ 23 กันยายน 2567 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดมหกรรมวิชาการ ส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) ที่ลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอภิชาติ โชติแสงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (กสร.) ประจำจังหวัดประจวบฯ นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พระครูโอภาสกาญจนธรรม เจ้าคณะตำบลหัวหินเขต 2 เจ้าอาวาสวัดสะพานขี้เหล็ก หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู นักศึกษา และประชาชนจำนวนมาก เข้าร่วมกิจกรรม มีการเดินแฟชั่นโชว์ผลิตภัณฑ์เด่นจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนของสำนักงาน กสร. ทั้ง 8 อำเภอ

โครงการมหกรรมวิชาการ ส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการฝึกอาชีพให้กับนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ที่ต้องการเข้าสู่อาชีพใหม่ เป็นการเสริมสร้างทักษะใหม่ เพิ่มสมรรถนะ หรือทบทวนทักษะ ให้แก่นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่มีความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพ จบแล้วมีงานทำ ช่วยเพิ่มโอกาสหรือพัฒนาต่อยอดอาชีพเดิมให้มีรายได้ เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถและความถนัดของตนเอง รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ตามนโยบายการศึกษา เรื่องส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ โดยระยะที่ 1 จัดฝึกอบรมนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ในรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ตั้งแต่ 31 ชั่วโมงขึ้นไป ในพื้นที่ กสร.ระดับอำเภอทั้ง 8 แห่งๆ ละ 4 หลักสูตร มีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม จำนวน 352 คน ส่วนระยะที่ 2 คือการจัดกิจกรรมในวันนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม จำนวน 610 คน มีการฝึกอาชีพระยะสั้น หลักสูตรละ 3 ชั่วโมงขึ้นไป 60 หลักสูตร และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์/สินค้าจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน พร้อมการเสวนาในหัวข้อ “อาชีพของโลกยุคใหม่กับการพัฒนาเด็กไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน” เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาด้านแรงงานในปัจจุบัน และร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการด้านแรงงานของสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ

นายองครักษ์ ทองนิรมล กล่าวว่า โครงการนี้มีประโยชน์ต่อนักศึกษาและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง มีการส่งเสริมการจัดฝึกอาชีพให้กับนักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจต้องการเข้าสู่อาชีพใหม่ เพิ่มโอกาสหรือพัฒนาต่อยอดอาชีพเดิมให้มีรายได้ เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถและความถนัดของตน มีโลกทัศน์ด้านอาชีพที่กว้างไกล สามารถพัฒนาตนเองให้มีทักษะด้านอาชีพ มีความพร้อมเพื่อการเข้าสู่ตลาดแรงาน ซึ่งเป็นทักษะที่มีความจำเป็นในการดำเนินชีวิต อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้มแข็ง การส่งเสริมการมีรายได้ให้กับชุมชน.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ปิดฉาก Bluport Basketball 3X3 Championship 2024 ชิงเงินรางวัลกว่า 120,000 บาท

ปิดฉาก Bluport Basketball 3X3 Championship 2024 ชิงเงินรางวัลกว่า 120,000 บาท

วันที่ 22 กันยายน 2567 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ร่วมกับบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), เดอะเลเจ้นด์อารีน่า กลุ่มบริษัทพราว และสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเหล่าพันธมิตร จัดบาสเกตบอล 3X3 สุดมันส์ในร่มครั้งแรกในหัวหิน รายการ Bluport Basketball 3X3 Championship 2024 Presented by ไทยประกันชีวิต มีนายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย วิว เยาวภา บุรพลชัย ผู้บริหารเดอะเลเจ้นด์อารีน่า และนายปิยพงศ์ พิรุณ เลขาธิการสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ที่มาร่วมเปิดงานและให้กำลังใจน้องๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน มีทีมสมัครเข้าร่วมแข่งขันอย่างคับคั่ง รวมนักกีฬากว่า 100 คน ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 120,000 บาท การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ บลูพอร์ต หัวหิน มุ่งเน้นนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมกีฬาเยาวชน เพื่อพัฒนาวงการบาสเกตบอลประเภทการแข่งขัน 3X3 ของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งจะเป็นการพัฒนาตั้งแต่ระดับเยาวชน ไปจนถึงระดับอาชีพและรวมไปถึงการพัฒนาและยกระดับบุคลากรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความสามารถทัดเทียมระดับนานาชาติ กระตุ้นการท่องเที่ยว เศรษฐกิจและการกีฬา เพื่อตอกย้ำในความเป็นเมืองกีฬาของหัวหินอีกด้วย

นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน กล่าวว่า“ปัจจุบัน กีฬาบาสเกตบอล 3X3 ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งบลูพอร์ตหัวหินมีนโยบายสนับสนุนด้านกีฬาให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ หันมาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญในการให้เยาวชนมีโอกาสเรียนรู้ ผ่านการฝึกฝนกีฬาบาสเกตบอล เนื่องจากเป็นกีฬาที่เข้าถึงได้ง่าย และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนได้ซึมซับน้ำใจนักกีฬาและความสามัคคี และการร่วมมือกับบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างสรรค์ประสบการณ์การแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลที่ยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพทางด้านกีฬาของเมืองหัวหิน พร้อมทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมในการที่จะผลักดันเมืองหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาร่วมสัมผัสการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อีกด้วย”      

การแข่งขัน“Bluport Basketball 3X3 Championship 2024 Presented by ไทยประกันชีวิต”ครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 22 กันยายน จัดการแข่งขันตามมาตรฐานสากล เน้นเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์เพิ่มเข้ามา วันเปิดสนามมีการแสดงของกลุ่มน้องๆ จากสนามเด็กเต้น ทำให้การแข่งขันมีสีสันมากยิ่งขึ้น และการแข่งขันรายการนี้ได้รับการรับรองเข้าระบบการนับคะแนนเพื่อจัดอันดับนักบาสเกตบอล โดยสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (FIBA) เปิดรับสมัครแบบโอเพ่น พบกันหมดในสาย มีทีมเข้าร่วมจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ และที่สำคัญยังได้ทีมนักกีฬาดาวรุ่ง ทีมดังในบาสเกตบอลไทยลีก (BTL) ระดับทีมชาติเข้ามาร่วมสร้างสีสัน เรียกเสียงกรี้ดจากแฟนบาสทั่วสนาม ทำให้การแข่งขันดุเดือดแบบทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก ผลการแข่งขันดังนี้ รุ่น 18 ปี ชาย ชนะเลิศ Arena Hua Hin ชนะ Suankularb 21 – 16 ชิงที่ 3 Saraburi JR ชนะโรงเรียนอรุณประดิษฐ์ 21 – 6 ทีมหญิง ชนะเลิศ Bester ชนะ JINGJAI 8 – 6 รุ่นประชาชนชาย ชนะเลิศ TGE Eagles ชนะ Hitech Titans 20 – 14 ชิงที่ 3 ทีมหญิง ชนะเลิศ CT Sripatum ชนะ FBA – ACADEMY 19 – 21 ชิงที่ 3 หนมปัง ISB ชนะ SPU Basketball Club 14 – 12.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“รีเบ็คก้า สแรมโคว่า” คว้าแชมป์ “แอลไลด์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 สุวัจน์เตรียมขยับเทนนิสสู่ “ดับเบิลยูทีเอ 500”

“รีเบ็คก้า สแรมโคว่า” คว้าแชมป์แอลไลด์ ไทยแลนด์โอเพ่น 2024 สุวัจน์เตรียมขยับเทนนิสสู่ “ดับเบิลยูทีเอ 500”

วันที่ 22 กันยายน 2567 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาจัดการแข่งขัน เป็นประธานปิดการแข่งขันเทนนิสอาชีพหญิงรายการใหญ่ที่สุดของอาเซียน ดับเบิลยูทีเอ 250 รายการ“แอลไลด์ ไทยแลนด์โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ดบาย แคล – คอมพ์”ชิงเงินรางวัลรวม 267,082 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเกือบ 10 ล้านบาท ที่เซ็นเตอร์คอร์ท อารีน่าหัวหิน จ.ประจวบฯ ไฮไลท์ประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ“รีเบ็คก้า สแรมโคว่า”นักเทนนิสจากจากสโลวาเกีย มืออันดับ 102 ของโลก พบกับ“เลอร่า ซีเก้มุนด์”นักเทนนิสจากเยอรมนี วัย 36 ปี มืออันดับ 99 ของโลก และผลการแข่งขัน ปรากฏว่า รีเบ็คก้า ที่เล่นได้ดี โดยเฉพาะเกมท้ายคอร์ตและลูกหยอดหน้าเน็ต เป็นฝ่ายเอาชนะได้ 2 – 0 เซต ด้วยสกอร์ 6 – 4 ทั้งสองเซต ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง คว้าแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยว พร้อมรับเงินรางวัล 35,250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,160,782 บาท และคะแนนสะสมอันดับโลก 250 คะแนน ส่วนรองแชมป์หญิงเดี่ยว ได้รับเงินรางวัล 20,830 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 685,931 บาท พร้อมคะแนน 163 คะแนน

หลังจบการแข่งขัน ได้มีพิธีมอบรางวัล โดย ฯพณฯ สุวัจน์ เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลให้แก่ รีเบ็คก้า สแรมโคว่า ผู้ชนะเลิศ ด้าน นายพีระเกียรติ ศิริฤทัยวัฒนา กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท แอลไลด์ พรีซิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้มอบดอกไม้ให้ ขณะที่ นายธนะศักดิ์ จรรยาพูน กรรมการบริษัท Cal-Comp Electronics (Thailand) Public Company Limited มอบถ้วยรางวัลให้แก่ เลอร่า ซีเก้มุนด์ รองชนะเลิศ และนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้มอบดอกไม้ให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคัก มีแฟนเทนนิสเข้าชมเกมการแข่งขันคู่ชิงชนะเลิศเป็นจำนวนมาก รวมถึง บาร์โบร่า เครย์ชิโคว่า นักเทนนิสสาวเช็กวัย 28 ปี ปัจจุบันเป็นมืออันดับ 11 ของโลก เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม วิมเบิลดัน 2024 และเฟร้นช์ โอเพ่น 2021 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางมาฝึกซ้อมที่อารีน่า หัวหิน ก็ได้เข้าร่วมชมการแข่งขันรอบชิงฯ ครั้งนี้ด้วย โดยในโอกาสนี้ ฯพณฯ สุวัจน์ ได้มอบดอกไม้ และตุ๊กตา “น้องวานะ” จากสวนน้ำวานา นาวา ให้แก่ บาร์โบร่า เครย์ชิโคว่า เป็นการต้อนรับอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนี้ ทั้งคู่ยังได้ถ่ายภาพร่วมกันที่รูปปั้น “สปอร์ตแมน” สัญลักษณ์ของ อารีน่า หัวหิน ด้วย

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก พล.ท.สิริพงศ์ พชรกนกกุล รองผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบริหาร สถานีโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5), Mr.Pattrick Both Regional General Manager Luxury & Lifestyle IHG Hotels and Resorts, นายนพเดช กรรณสูตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บี กริมม์, นายชินทร์ เหล่าฤกษ์อุทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมไอสนุก หัวหิน

นายณฤพล พงษ์พานิช Senior Marketing Manager บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด โดยเครื่องดื่มอัดลมทางเลือกเพื่อสุขภาพ 100พลัส, ดร.ชลันดา ชอบจิตร ผู้อำนวยการกองบริหารงานและประเมินผลกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายภราดร ศรีชาพันธุ์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันฯ และ นายนฐา ชมเสวี Cluster General Manager สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล /อารีน่า หัวหิน/ อันดามันดา ภูเก็ต

ฯพณฯ สุวัจน์ เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาที่ได้ตำแหน่งชนะเลิศ และรองชนะเลิศ เป็นเกมการแข่งขันที่สนุกมาก ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขัน สำหรับปีนี้เป็นปีพิเศษที่ได้จัด ไทยแลนด์ โอเพ่น ในระดับ ดับเบิลยูทีเอ 250 ถึง 2 ครั้ง ทั้งนี้ มีความสนใจที่จะขยับไปจัดในระดับที่ใหญ่กว่าคือ ดับเบิลยูทีเอ 500 แต่การจะขยับขึ้นไป ต้องให้ทาง สมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง หรือ ดับเบิลยูทีเอ มาตรวจและให้คะแนน ทั้งมาตรฐานการจัด หรือสนามที่ใช้จัดการแข่งขัน

“ถ้าเราได้จัด ดับเบิลยูทีเอ 500 จะทำให้เกมการแข่งขันยิ่งใหญ่กว่านี้มาก เนื่องจากระดับ 250 นักเทนนิสที่มีอันดับโลกสูงกว่า 30 ขึ้นไป ไม่สามารถเข้าแข่งขันได้ แต่ถ้าระดับ 500 ตั้งแต่มือ 1 ของโลก ก็เข้าแข่งขันได้ ดังนั้น จึงคิดว่าจะพยายามจัดให้ได้ อีกเรื่องที่สำคัญคืองบประมาณในการจัด ซึ่งระดับ 250 ใช้ประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 66 ล้านบาท ส่วนระดับ 500 ต้องมีถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 170 ล้านบาท”ประธานที่ปรึกษาจัดการแข่งขันฯ กล่าวต่อว่า หากได้จัดระดับ 500 จะส่งให้ประเทศไทย เป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของเอเชีย ที่สามารถจัดการแข่งขันได้ หลังจากนั้นก็จะเลือกว่าจะไปจัดที่จังหวัดไหน เพราะผู้ชมก็จะเยอะตามไปด้วย มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก จะเป็นอีกช่องทางในการประชาสัมพันธ์ประเทศที่ได้ผลมาก ๆ การจัดระดับ 500 จะมีมาตรฐานที่กำหนดอยู่ หลักๆ จะดูเรื่องเมือง มีฐานประชากรเท่าไหร่ โครงสร้างพื้นฐานของเมือง ความพร้อมของเมืองเป็นอย่างไร รวมถึงความพร้อมของสนาม ซึ่งสนามต้องสามารถจุผู้ชมได้อย่างน้อย 5,000-10,000 คน

“ตอนนี้ ดับเบิลยูทีเอ เชื่อมือเราแล้วว่า ในเรื่องการจัดการแข่งขัน คนไทยสามารถทำได้ แต่การลงทุนในเรื่องสนาม และการลงทุนในเรื่องของการจัด ซึ่งจะต้องใช้งบเยอะ เราจะสามารถทำได้หรือไม่” ฯพณฯ สุวัจน์ กล่าวปิดท้าย.