Categories
ข่าว ทั้งหมด

“เค.เอส บางสะพานเอ็นจิเนียริ่ง” มอบโล่กำบังกระสุนให้ สภ.บางสะพาน เสริมความปลอดภัยเจ้าหน้าที่

“เค.เอส บางสะพานเอ็นจิเนียริ่ง” มอบโล่กำบังกระสุนให้ สภ.บางสะพาน เสริมความปลอดภัยเจ้าหน้าที่

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายเกษม ฉันท์แต่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.เอส บางสะพานเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้มอบโล่กำบังกระสุน ซึ่งผลิตจากแผ่นเหล็กเกรด SS400 ความหนา 4.5 มิลลิเมตร ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพาน ที่สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เพื่อใช้ในการป้องกันตัวและเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานการณ์ต่างๆ โดยมี พ.ต.อ.ตะวัน ตระการฤกษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางสะพาน เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท. ประหยัด อินทนาศักดิ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.บางสะพาน และ พ.ต.ท. ณัฐพล ทับทิม รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.บางสะพาน เข้าร่วมรับมอบ และมีนายเอกนิรันดร์ จันทร์งาม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ.บางสะพาน และในฐานะนายกเทศมนตรีตำบลร่อนทอง ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมมอบโล่กำบังกระสุนในครั้งนี้ด้วย

นายเกษม จันทร์แต่ง กล่าวว่า การมอบอุปกรณ์ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการตอบแทนสังคมและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยบริษัทมีความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความปลอดภัยให้กับชุมชนในพื้นที่อำเภอบางสะพาน

ทั้งนี้ โล่กำบังกระสุนที่มอบให้ในครั้งนี้ ถูกออกแบบและผลิตจากแผ่นเหล็กคุณภาพสูงเกรด SS400 ซึ่งมีความแข็งแรงและทนทาน ด้วยความหนา 4.5 มิลลิเมตร สามารถช่วยป้องกันอันตรายจากสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจต้องเผชิญในระหว่างการปฏิบัติภารกิจ ทั้งการเข้าระงับเหตุ การตรวจค้น หรือการเผชิญเหตุฉุกเฉิน

ด้าน พ.ต.อ. ตะวัน ตระการฤกษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางสะพาน กล่าวว่า อุปกรณ์โล่กำบังกระสุนที่ได้รับมอบในครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในภารกิจที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนและให้ความสำคัญกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งการสนับสนุนจากภาคเอกชน เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ที่ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ SMEs Access Plus 2569 สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดโครงการ SMEs Access Plus 2569 สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการเปิดประตูเพิ่มทุนเพื่อผู้ประกอบการ SMEs ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบฯ โดยคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดประจวบฯ (คบจ.ปข.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 (โครงการ SMEs Access Plus 2569) มี น.ส.กนกกร เอี่ยมเพชร์ คลังจังหวัด คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดประจวบฯ (คบจ.ปข.) หัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารสถาบันการเงินรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลังในจังหวัดประจวบฯ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมจำนวน 90 ราย

รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังได้เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถฟื้นตัวและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและครบถ้วนในทุกมิติ คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดประจวบฯ จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการเงินและสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน พร้อมทั้งเสริมสร้างองค์ความรู้ทางการเงินที่ตรงจุด เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็ง สามารถขยายกิจการ เพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อันจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นการลงทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ

การดำเนินโครงการ SMEs Access Plus 2569 ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การบรรยายหัวข้อ “การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบจากสถาบันการเงินสังกัดกระทรวงการคลัง และการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ” จากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินฝากค่าใช้จ่ายเก็บภาษีท้องถิ่นร้อยละ 10 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ พร้อมทั้งการออกบูธให้คำปรึกษาด้านการเงิน การเข้าถึงสินเชื่อแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน ให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดประจวบฯ เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SMEs และเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สร้างงาน สร้างรายได้และกระตุ้นการลงทุนในพื้นที่.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ยืนยันมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอไม่ต้องซื้อกักตุน สั่งคุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ตรวจปั๊มน้ำมัน ยืนยันมีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอไม่ต้องซื้อกักตุน สั่งคุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน ปตท.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากการลงพื้นที่ในวันนี้ พบว่าสถานีบริการน้ำมันยังคงเปิดให้บริการตามปกติ มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่าเมื่อวันก่อนมีลูกค้าพากันนำรถมาเติมน้ำมันจำนวนมาก เพราะกังวลว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับราคาสูงขึ้น จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้น้ำมันทุกชนิดหมด จำเป็นต้องปิดให้บริการ จากปกติที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดว่ามีการกักตุน แต่ในวันนี้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในวันนี้ ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการให้ทราบ เกี่ยวกับการห้ามกักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน แต่ขอให้ช่วยกันใช้อย่างประหยัด แม้จะไม่ขาดแคลน เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการสู้รบในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อหรือไม่ พร้อมฝากเตือนประชาชนที่ซื้อน้ำมันใส่แกลลอน อาจสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อน พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุมดูแลป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิด ขอให้แจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือสายด่วน 1569

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องการเฝ้าระวังการก่อเหตุด้านความมั่นคงในพื้นที่ ว่าขณะนี้ทางจังหวัดมีข้อมูลชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และได้กำชับทุกอำเภอ ฝ่ายปกครอง ตำรวจท้องที่ ช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรตารีหัวหิน พานักเรียนด้อยโอกาส จาก รร.ราชประชานุเคราะห์ 47 ชมภาพยนตร์

โรตารีหัวหิน พานักเรียนด้อยโอกาส จาก รร.ราชประชานุเคราะห์ 47 ชมภาพยนตร์

วันที่ 4 มีนาคม 2569 นางศณิสา ศรีอาจ นายกสโมสรโรตารีหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการ “เปิดโลกกว้างสร้างรอยยิ้ม” เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และมอบความสุขให้แก่เยาวชน ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน โดยนางสิริณิกุญช์ เพ็ชร์สุกใส ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี นำคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนชั้นมัธยมต้นปีที่ 3 และมัธยมปลาย ปีที่ 4 รวมกว่า 170 คน เข้าร่วมกิจกรรม มีนายสุรชาติ บัวพรม ผู้จัดการเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขาหัวหิน พร้อมด้วยสมาชิกสโมสรโรตารีหัวหิน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

สโมสรโรตารีหัวหิน ร่วมกับบริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) และมูลนิธิเมเจอร์แคร์ จัดโครงการเปิดโลกกว้างสร้างรอยยิ้ม พาน้องดูหนัง เพื่อจะได้มีประสบการณ์นอกจากภายในโรงเรียน อันเป็นการช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนารู้จักคิดอย่างมีเหตุผล ซึ่งนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลตัวเมืองได้มีโอกาสมาเรียนรู้ประสบการณ์ สร้างรอยยิ้มกับเมเจอร์ซินีเพล็กซ์ และเพื่อได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเรียงความถึงแรงบันดาลใจที่ได้จากภาพยนตร์ อีกทั้งเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นอกจากนี้ สโมสรโรตารีหัวหิน ได้มอบเกียรติบัตรให้กับนายพีรพัฒน์ แสนเกษม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จากการเขียนเรียงความ จากภาพยนตร์เรื่อง“หนุมานไวท์มังกี้”และได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท จากมูลนิธิเมเจอร์ฯ

ทั้งนี้ นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จะเป็นเด็กด้อยโอกาส 10 ประเภท ซึ่งหมายถึงเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาและและมีอุปสรรคต่อการได้รับบริการทางการศึกษาที่เกิดจากความเสียเปรียบ เนื่องจากความแตกต่างในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เช่น เด็กถูกบังคับให้ขายแรงงาน เด็กเร่ร่อน เด็กที่อยู่ในธุรกิจบริการทางเพศ เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ เด็กยากจนมากเป็นพิเศษ เด็กในชนกลุ่มน้อย เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ เด็กในสถานพินิจและคุ้มครอง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดราชายตนบรรพตทำบุญครบรอบ 6 ปี รำลึก “หลวงปู่ก้าน” พระผู้เมตตาของชาวหัวหิน

วัดราชายตนบรรพตทำบุญครบรอบ 6 ปี รำลึก “หลวงปู่ก้าน” พระผู้เมตตาของชาวหัวหิน

วันที่ 4 มีนาคม 2569 วัดราชายตนบรรพต หรือวัดเขาต้นเกด อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ได้จัดงานบำเพ็ญกุศลรำลึกครบรอบ 6 ปี วันมรณภาพ พระเนกขัมมมุนี (หลวงปู่ก้าน ฐิตธัมโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชายตนบรรพต อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน (ธรรมยุต) มีพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ฝ่ายธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมมิการาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี, พระครูธรรมานุจารีย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ วัดเขาเต่า, พระครูภาวนาวิโรจน์ เจ้าอาวาสวัดราชายตนบรรพต, นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ อุบาสกอุบาสิกา ศิษยานุศิษย์และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีสวดทักษิณานุปทาน เจริญพระพุทธมนต์จากพระเถระผู้ใหญ่จำนวน 20 รูป นอกจากนี้ยังได้จัดพิธีสวดมาติกาบังสุกุลให้กับทหารผู้กล้า 42 วีรชนแห่งสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเชิดชูเกียรติยศและความเสียสละของทหารทุกนาย พร้อมกันนี้มีผู้ใจบุญต่างนำอาหาร ผลไม้ และเครื่องดื่มไปออกโรงทานแจกให้กับประชาชนที่มาร่วมงานด้วย

“หลวงปู่ก้าน” ได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2563 สิริอายุ 100 ปี มีนามเดิมว่า ก้าน ด้วงเด่น เกิดเมื่อวันพุธที่ 11 ส.ค.2463 ปีวอก อยู่ที่บ้านโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ในสกุลของพ่อเจียม ด้วงเด่น แม่กุล ด้วงเด่น ท่านเป็นคนกลางของพี่น้อง 3 คน ซึ่งชื่อเรียงกันว่า ใบ ก้าน กิ่ง และบุตรชายในครอบครัวนี้ได้อุปสมบททั้งหมด ท่านเองได้อุปสมบทเมื่อปี 2483 ขณะอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยโยมบิดามารดาได้อุปสมบทให้ที่วัดถนนสุทธาราม จ.อ่างทอง หลังจากนั้นเพียง 4 ปี คือในปี 2487 ท่านก็สอบได้นักธรรมเอก ต่อมาวันที่ 24 ก.ย.2505 หลวงปู่ได้ขออนุญาตสร้างวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2515 โดยเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า “วัดราชายตนบรรพต” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดต้นเกด”

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยของทั้งสองพระองค์ประดิษฐานไว้ที่หน้าบันอุโบสถและทรงปลูกต้นศรีตรังไว้ที่หน้าอุโบสถ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2517 หลวงปู่ก้านเป็นพระมหาเถระซึ่งดำรงอยู่ในวิถีแห่งพระสุปฏิปันโน ท่านเป็นรัตตัญญู ผู้ใดได้ไปกราบสักการะและฟังธรรมท่านแล้วล้วนซาบซึ้งใจ เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีเมตตา เป็นที่เคารพศรัทธาของลูกศิษย์ที่เป็นสงฆ์และฆราวาส หลังจากที่สร้างวัดเพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่และเป็นของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปแล้ว หลวงปู่ก้านก็ไม่เคยย้ายไปอยู่ที่วัดอื่นใดอีกเลยจนกระทั่งมรณภาพ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดอบรมเวชศาสตร์วิถี “นักเรียนไทยสุขภาพดี” ลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดอบรมเวชศาสตร์วิถี “นักเรียนไทยสุขภาพดี” ลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการเวชศาสตร์วิถีชีวิตวัยเรียน เทศบาลนครหัวหิน มีนางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการร่วมโครงการ มีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครูสุขศึกษาและพละศึกษา หัวหน้างานอนามัยโรงเรียน นักโภชนาการ นักเรียนระดับมัธยมศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 82 คน

โครงการดังกล่าว จัดโดยกองการศึกษาเทศบาลนครหัวหิน ระหว่างวันที่ 4 – 6 มีนาคม เพื่อสนับสนุนนโยบายของจังหวัดประจวบฯ ภายใต้เป้าหมาย “เมืองอายุยืน สุขภาวะดี ระบบนิเวศเอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาพ และจุดหมาย Health & Wellness อย่างยั่งยืน” ส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจและทักษะด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต พัฒนาหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและสามารถนำไปใช้ได้จริง สร้างโรงเรียนต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและหน่วยงานสาธารณสุข ป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างยั่งยืน หรือ NCDs เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย และมีแนวโน้มพบในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น การสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเรียน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลดภาระโรคในอนาคต

ซึ่ง “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเป็นระบบ จากการรักษาเมื่อป่วย ไปสู่การสร้างสุขภาพก่อนเกิดโรค ผ่านเสาหลัก 6 ประการ ได้แก่ การบริโภคอาหารที่เหมาะสม การมีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอ การนอนหลับเพียงพอ การหลีกเลี่ยงสารเสพติด การจัดการความเครียด และการมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี โดยมีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมอนามัยและศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ มาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ อาทิ การจัดการความเครียดและการนอนหลับในเชิงการแพทย์ทางเลือก การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพและความสัมพันธ์ในโรงเรียน ทักษะการเป็นโค้ชสุขภาพและการสร้างแรงจูงใจเพื่อคุยกับนักเรียน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยร่วมกับภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine : LM) พลิกโฉมสุขภาพคนไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปรับวิถีชีวิต สร้างสุขภาวะ เพื่อคนไทยแข็งแรง” ซึ่งในส่วนของจังหวัดประจวบฯ ให้ความสำคัญในการป้องกันและจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้บูรณาการพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในกลุ่มเด็กวัยเรียน เพื่อลดปัญหาภาวะอ้วน ลดภาวะฟันผุ เสริมสร้างสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ และได้รับภูมิคุ้มกันตามมาตรฐาน โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงานแบบบูรณาการที่เป็นรูปธรรม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นักเรียนไทยสุขภาพดี การดำเนินงานดูแลสุขภาพของเด็กวัยเรียนวัยรุ่น จำเป็นต้องมีการดำเนินงานควบคู่ ทั้งด้านการแก้ปัญหาสุขภาพเฉพาะประเด็นและการส่งเสริมสุขภาพองค์รวม โดยใช้กลยุทธ์การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์กรรอบด้านสุขภาพ โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายให้สอดคล้องกับนโยบายจังหวัดประจวบฯ ตามโครงการคลินิกเวชศาสตร์ วิถีชีวิตในโรงเรียน ซึ่งโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านสุขภาวะ และสามารถขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นๆ ในจังหวัดประจวบฯ ได้ในอนาคต.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปิดแข่งตบลูกยางรายการอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์ ครั้งที่ 1

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปิดแข่งตบลูกยางรายการอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์ ครั้งที่ 1

วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เป็นประธานปิดการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่หอประชุมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ ในโครงการ “Next Move Aownoi” ส่งเสริมกีฬานักเรียนและสัมพันธ์ชุมชน (วอลเล่ย์บอลอ่าวน้อยวิทยานิคมเกมส์) พร้อมมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศ ซึ่งเป็นถ้วยจากผู้ว่าราชการจังหวัดและออกแบบถ้วยรางวัลโดยผู้ว่าฯ เองด้วย มี น.ส.สกาวเดือน อนันตวรพจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม กล่าวรายงาน มี นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน จ.ประจวบฯ นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติจ.ประจวบฯ พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทร์ทึก รอง ผกก.ป. สภ.อ่าวน้อย พ.ต.เสน่ห์ นุ่มพรมทอง หัวหน้าชุดวิทยากรกองทุนแม่ฯ ที่ 9 กอ.รมน. ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ ครูและนักเรียน คณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะผู้ตัดสิน ตลอดจนนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทั้งในประเภทนักเรียนและประเภทประชาชน เข้าร่วม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าฯ ประจวบฯ กล่าวชื่นชมในความสมานฉันท์และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนักกีฬาทุกทีม ที่ได้ร่วมกันแสดงทักษะทางการกีฬาวอลเล่ย์บอลอย่างเต็มความสามารถ ภายใต้กฎ กติกาและมีความเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง ชัยชนะที่ได้รับในวันนี้ คือผลจากระเบียบวินัยและการฝึกซ้อมที่หนักหน่วง ส่วนความผิดหวังนั้น ขอให้ถือเป็นบทเรียนและแรงผลักดันในการพัฒนาตนเองต่อไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีค่าเหนือกว่าผลการแข่งขัน คือ มิตรภาพและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาวงการกีฬาและบุคลากรของเราสืบไป ขอชื่นชมนักกีฬาทุกคน ที่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ และขอบคุณคณะกรรมการจัดงาน คณะผู้ตัดสิน รวมถึงผู้สนับสนุนทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำให้การแข่งขันในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

น.ส.สกาวเดือน อนันตวรพจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลน้อยวิทยานิคมเกมส์ ได้ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนในเครือข่าย ทั้งโรงเรียนในระดับประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ออกกำลังกาย และพัฒนาศักยภาพนักกีฬาวอลเล่ย์บอล

ทั้งนี้ มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 41 ทีม และการแข่งขันผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ภายใต้กฎกติกาและน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง บัดนี้ การแข่งขันได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีผลการแข่งขัน ดังนี้

1.รุ่นอายุ 12 ปีหญิง ชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลกุยบุรี (วัดวังยาว) อ.กุยบุรี รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนบ้านห้วยน้ำพุ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านบึง ต.อ่าวน้อย อ.เมืองฯ ชมเชย โรงเรียนบ้านดงไม้งาม อ.บางสะพาน 2. รุ่นอายุ 12 ปีชาย ชนะเลิศ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 65 ต.อ่าวน้อย รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนบ้านบึง รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนหาดสนุกราษฎร์บำรุง ต.อ่าวน้อย ชมเชย โรงเรียนบ้านดงไม้งาม
3. รุ่นอายุ 15 ปีหญิง ชนะเลิศ โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อ.เมืองฯ รองอันดับ 1 โรงเรียนบ้านหนองเกด รองอันดับ 2 โรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม 4. รุ่นอายุ 15 ปีชาย ชนะเลิศ โรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม อ.สามร้อยยอด รองอันดับ 1 โรงเรียนกิตติคุณ อ.เมืองฯ รองอันดับ 2 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 65 ชมเชย โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว
5. รุ่นประชาชนหญิง ชนะเลิศ ทีมรวมมิตร รองอันดับ 1 Tiwaz ทีมทีวาซ รองอันดับ 2 ทีมโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม ชมเชย ทีมตั้งรัง 6. รุ่นประชาชนทั่วไปชาย ชนะเลิศ ทีมซุ้มระไก่ชนบ้านนอก กม.4 รองอันดับ 1 ทีมห้วยทราย VC รองอันดับ 2 ทีมผู้ใหญ่เจ๊ก VC ชมเชย ทีมขวัญใจ วีซี.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เร่งผลักดันประจวบฯ เป็นเมืองต้นแบบแห่งการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้ว่าฯ เร่งผลักดันประจวบฯ เป็นเมืองต้นแบบแห่งการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมรับฟังชี้แจงและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการส่งเสริมมาตรการยกระดับอุตสาหกรรรม (Smart and Sustainable Industry) และระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างแผนปฏิบัติการนำร่องไปสู่ชุมชนเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green City) ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมอมารี หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรจากสำนักงานพลังงานจังหวัด ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในจังหวัดประจวบฯ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม เพื่อรับฟังรายละเอียดที่เกี่ยวกับการส่งเสริมมาตรการยกระดับอุตสาหกรรรม กรณีมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ ด้านการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแนวทางส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงานมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางลดการระบายก๊าซเรือนกระจกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อจังหวัดจะได้จัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือและการประชาสัมพันธ์แนวทางการลดการใช้พลังงาน เพื่อผลักดันให้จังหวัดประจวบฯ เป็นเมืองต้นแบบในการลดการปล่อยคาร์บอน พร้อมอนุรักษ์พลังงาน ลดโลกร้อน ก้าวสู่ Net Zero ด้วยนวัตกรรมใหม่ ซึ่งจังหวัดประจวบฯ จะนำอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี AI มาใช้ร่วมกับหม้อแปลงที่ศาลากลางจังหวัด โดยจะเป็นสถานที่ราชการต้นแบบของประเทศแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้หม้อแปลง AI ในการเข้ามาช่วยควบคุมการทำงาน ช่วยในการการประหยัดพลังงานที่มากขึ้นและมีแรงดันไฟฟ้าคงที่ และทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้นอีกด้วย และในอนาคตจะสนับสนุนให้มีการติดตั้งใช้ในวงกว้างมากขึ้น ทั้งในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล รวมถึงในภาคธุรกิจ ซึ่งไปสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด “Next Move Prachuap – ประจวบต้องไปต่อ” ในการที่จะพัฒนาให้ประจวบฯเป็นเมืองอุตสาหรรมกรรมแห่งอนาคต มีการผลิตพลังงานทดแทน เป็นการยกระดับการบริหารจัดการด้านพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสมดุลยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 รับประกันความสด อร่อย

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 รับประกันความสด อร่อย

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า ชะอำเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมง มีหาดทรายนุ่ม สีน้ำตาลอ่อน เหมือนเปลือกไข่สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก มาพักผ่อนเดินเล่นสัมผัสน้ำทะเลได้ชิลๆ เพราะมีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะในวันธรรมดา จันทร์ถึงพฤหัสบดี พอช่วงปลายสัปดาห์ นักท่องเที่ยวจะหนาแน่นแต่ไม่แออัดจนเกินไป ผู้คนสามารถจอดรถริมทะเล วิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ – ทะเลบ้านฉัน” เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เพราะต้องตื่นเช้ากันจริงๆ นั่นคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นหน้าหาด และทำบุญตักบาตรพระภิกษุที่เดินบิณฑบาตยามเช้ารับแสงอรุณสีทองสวยงาม อีกทั้งชะอำยังเป็นเมืองชายทะเลที่มีกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้านออกเรือไปหาปู โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน จะใช้คลองสะพานหินเป็นที่จอดเรือหลบคลื่น ประกอบกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูม้าในทะเลได้มาก นำมาขายในราคาไม่แพง

“อีกทั้งเทศบาลเมืองชะอำยังมีการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ด้วยการมอบพันธุ์ปูม้าให้กับชาวประมงและจัดตั้งธนาคารปูม้าของชุมชนขึ้น เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปูม้าในท้องทะเลชะอำ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถสร้างรายได้จากการออกเรือได้อย่างยั่งยืน “ปูม้าชะอำ” ขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อปูที่แน่นและหวานอร่อย โดยชาวประมงที่นี่มีวิธีการเก็บรักษาความสดของปูด้วยการนำปูใส่ถุงตาข่ายผูกเชือก ห้อยกับราวสะพานเหล็ก เมื่อมีลูกค้ามาซื้อก็จะไปที่สะพาน เพื่อดึงหรือสาวเชือกที่ผูกไว้กับตาข่ายและชักปูขึ้นมาขายและนำไปประกอบอาหารให้ลูกค้า จึงเป็นที่มาของชื่อสะพานปูชัก และด้วยชื่อ “ปูชัก” ที่ตั้งตามลักษณะการขายปูที่มีเอกลักษณ์นี้ เทศบาลเมืองชะอำจึงนำมาใช้เป็นจุดขายของการจัดงานเทศกาลชิมปูชัก เป็นประจำทุกปี เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวหาดชะอำและชิมปูม้าในเทศกาลนี้ซึ่งมีเพียงปีละครั้งตามฤดูกาล”

เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี และ บริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด กำหนดจัดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 ในระหว่างวันที่ 14 – 21 มีนาคม 2569 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสม กว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดินชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR “ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเล” ทุกวัน ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และจะมีการแถลงข่าวเป็นทางการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ที่ชายหาดหน้าโรงแรมลองบีช ชะอำ

นางดวงใจ กล่าวเสริมอีกว่า “ททท. สำนักงานเพชรบุรี ยังได้จัดทำแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวทางเลือก ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา หรือช่วง Off Season และเพื่อตอกย้ำแคมเปญการท่องเที่ยวที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดการรับรู้ และสร้างกระแสตลอดจนกระตุ้นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจทำกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเลือกเดินทางมาท่องเที่ยววันธรรมดาในจังหวัดเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและพันธมิตร สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวแก่งกระจาน ร่วมจัดกิจกรรมโปรโมชั่นพิเศษส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยววันธรรมดา “เที่ยวพักวันธรรมดา @ เพชรบุรี” ภายใต้แคมเปญ “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” Season 2 โดยสถานประกอบการที่พักที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นโรงแรม/ที่พัก ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ CF Hotel หรือ Star Hotel เป็นโครงการ ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

โดย ททท.สำนักงานเพชรบุรี ร่วมกับบริษัท TripNiceDay จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว Online มอบสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวเป็นของขวัญสุด Exclusive เพียงมาท่องเที่ยวและพักผ่อน ณ โรงแรม ที่พัก ที่เข้าร่วมโครงการ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี รับทันทีคูปองเงินสดมูลค่า 200 บาท/ห้อง เพื่อใช้เป็นส่วนลดร้านอาหาร คาเฟ่ ของฝาก และกิจกรรมท่องเที่ยวสาย Green เริ่มแล้วตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม จำกัดจำนวนเพียง 2,000 สิทธิ์เท่านั้น สามารถกดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : ททท.สำนักงานเพชรบุรี หรือที่โทร. 032 – 471005 – 6 หรือที่ https://is.gd/WgntcB.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านบางสะพานแจ้งความ เงินฝากสหกรณ์ฯ หายเกลี้ยง อ้างไม่มีเงินให้ถอน

ชาวบ้านบางสะพานแจ้งความ เงินฝากสหกรณ์ฯ หายเกลี้ยง อ้างไม่มีเงินให้ถอน

วันที่ 1 มีนาคม 2569 นายสุรินทร์ มณฑิล อายุ 53 ปี ตัวแทนกลุ่มสมาชิกสถาบันการเงินชุมชนบ้านดอนสง่า หมู่ 8 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 100 คน เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สมจิตร์ บุญตาม รอง สว.(สอบสวน) ที่สถานีตำรวจภูธรบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ หลังจากที่ไม่สามารถถอนเงินที่ฝากไว้กับสถาบันการเงินดังกล่าวได้

นายสุรินทร์ เปิดเผยว่า ตนได้ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงินดังกล่าวและได้รับมอบอำนาจจากสมาชิกสถาบันการเงินชุมชนบ้านดอนสง่า ตามหนังสือมอบอำนาจ เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน กรณีที่สมาชิกหลายรายนำเงินไปฝากไว้กับสถาบันการเงินชุมชนดังกล่าว แต่เมื่อเดินทางไปขอถอนเงิน กลับได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า “ไม่มีเงินให้ถอน” ส่งผลให้สมาชิกได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถาบันการเงินชุมชนบ้านดอนสง่า หมู่ 8 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ผู้แจ้งและกลุ่มสมาชิกที่มอบอำนาจ มีความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดว่า มีการทุจริตหรือการกระทำความผิดทางอาญาเกิดขึ้นหรือไม่ และหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ขอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ด้าน ร.ต.อ.สมจิตร์ บุญตาม รอง สว.(สอบสวน) ได้รับแจ้งความพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว และจะเร่งดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน