Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ชวนชิมทุเรียน GI ในงานมหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ครั้งที่ 13

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ชวนชิมทุเรียน GI ในงานมหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ครั้งที่ 13

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ครั้งที่ 13 ประจำปี 2569 ที่ลานกิจกรรมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบฯ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายวัชระ กำพร นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 5 กรกฎาคมนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรและของดีในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ทุเรียนป่าละอู เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองพระราชทาน ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ทรงพระราชทานให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดนนำไปปลูกที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ครั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนอานันท์ ที่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2509 จนกลายเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันในพื้นที่ เมื่อนำมาปลูกในพื้นที่ป่าละอูที่มีความพิเศษบนพื้นที่สูง สภาพอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของดิน อีกทั้งเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ จึงทำให้ได้ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพ มีรสหวาน เนื้อหนา เหนียว เนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งมีความมันมากกว่าความหวาน เม็ดลีบเล็ก กลิ่นไม่รุนแรง ได้รับการยอมรับจากผู้โปรดปรานทุเรียนว่ามีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับเครื่องหมายสินค้า GI (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 แสดงถึงแหล่งเพาะปลูกที่เจาะจงแค่ที่ใดที่หนึ่ง เป็นสินค้าเด่นของชุมชน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าการเกษตร โดยผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมาย GI ได้แก่เกษตรกรผู้ผลิตในพื้นที่เป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งได้ร่วมกันรักษาคุณภาพมาตรฐานชื่อเสียงและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นนี้เอาไว้

สำหรับทุเรียนป่าละอู จะเริ่มออกผลผลิตสู่ท้องตลาด ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม โดยขณะนี้เริ่มมีทุเรียนป่าละอูบางส่วนออกจำหน่ายแล้ว อำเภอหัวหิน จึงร่วมกับ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ จัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทุเรียนให้กับผู้บริโภคโดยตรง ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนตามมา ภายในงานจะมีเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่นำผลไม้และพืชผลทางการเกษตร อาทิ เงาะ มังคุด สับปะรด กล้วยหอมกะเหรี่ยง และของดีต่างๆ ในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ มาจำหน่าย โดยเฉพาะทุเรียนป่าละอู ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกได้คัดทุเรียนป่าละอู เกรด A จากสวนโดยตรงนำมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวในราคาเดียวกันทุกร้าน กิโลกรัมละ 200 บาท พร้อมเน้นย้ำให้เกษตรกรตัดทุเรียนที่มีคุณภาพมาจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้าน สินค้าโอทอป มาร่วมจำหน่ายตลอดงาน ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชิมทุเรียนป่าละอูแสนอร่อยจากสวนโดยตรงแล้ว ยังได้ชมวิถีชีวิตหมู่บ้านชาวไทยภูเขา และน้ำตกป่าละอู เลื่องชื่อที่มีความสวยงาม สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทั้งปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดยุทธการกวาดล้างสินค้าหนีภาษีซุกมากับขบวนรถไฟ ยึดของกลางได้กว่า 3.5 แสนบาท

ประจวบฯ เปิดยุทธการกวาดล้างสินค้าหนีภาษีซุกมากับขบวนรถไฟ ยึดของกลางได้กว่า 3.5 แสนบาท

เช้าวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายวิทยา พรมโยธา สรรพสามิตพื้นที่ประจวบฯ นายสัตวแพทย์วรพงษ์ รังผึ้ง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ประจวบฯ สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 พ.อ.ธัชเดช อาบัวรัตน์ ผบ.ฉก.จงอางศึก และนายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบฯ เข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีเข้าสู่กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนด้านการปกป้องสังคมของรัฐบาล กรมศุลกากร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีฯ และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่กวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจากการตรวจสอบตู้สัมภาระ เจ้าหน้าที่พบกล่องพัสดุต้องสงสัยถูกอำพรางไว้ใต้สัมภาระอื่น เมื่อตรวจสอบภายในพบซากหมูป่าชำแหละรวม 250 กิโลกรัม ที่ไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ รวมถึงเหล้าและไวน์ต่างประเทศยี่ห้อดังอีก 8 ลัง รวม 96 ขวด โดยไม่มีหลักฐานการเสียภาษี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 350,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามฐานความผิด พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 โดยซากสัตว์ดังกล่าวจะถูกส่งมอบให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลสืบสวนหาตัวการใหญ่และผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ หน่วยงานศุลกากร สรรพสามิต และด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันความมุ่งมั่นในการปราบปรามสินค้าหนีภาษีที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสุขอนามัยของประชาชน โดยได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามศุลกากรปราณบุรี ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมถึงด่านตรวจเฉพาะทางต่างๆ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ทั้งทางรถไฟ ทางบก และทางไปรษณีย์อย่างต่อเนื่อง.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ภาครัฐชี้แจงชัด ห้ามใช้เครื่องจักรบุกรุกคลอง – ป่าสงวน แต่ร่อนทองได้

ภาครัฐชี้แจงชัด ห้ามใช้เครื่องจักรบุกรุกคลอง – ป่าสงวน แต่ร่อนทองได้

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นางวนิดา ทวีศิลป์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับนายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายบุญยฤทธิ์ แดงรักษา ปลัด อบต.ร่อนทอง เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม และนายนิพัฒน์ หอยสกุล ปลัดอำเภอบางสะพาน ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและชี้แจงกรณีการร้องเรียนเรื่องการขุดดินสินแร่ในลำคลองสาธารณะ

การประชุมครั้งนี้ได้อธิบายขั้นตอนการขอใบแจ้งการร่อนแร่ รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการร่อนทองวิถีชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง โดยชาวบ้านที่เข้าร่วมต่างรับทราบและเข้าใจแนวทางปฏิบัติร่วมกัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ย้ำว่าการร่อนทองตามวิถีชุมชนที่ดำเนินการตามกฎหมายสามารถทำได้ แต่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ลักลอบใช้รถแบ็กโฮหรือเครื่องจักรกลหนักขุดร่อนทองในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและคลองสาธารณะ เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชน

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการกำลังเข้าจับกุมผู้ลักลอบกระทำผิด ยึดเครื่องจักร และดำเนินคดีตามกฎหมายมาแล้วหลายครั้ง

นอกจากนี้ อำเภอบางสะพานยังมอบหมายให้ อบต.ร่อนทอง ร่วมกับฝ่ายปกครอง เร่งรังวัดแนวเขตพื้นที่พิพาทให้ชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกคลองสาธารณะและการขุดดินสินแร่ในระยะยาว เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กับการคงไว้ซึ่งวิถีชีวิตและภูมิปัญญาการร่อนทองของชุมชน ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดแล้ว“Kui Buri Foodscape PRACHUAP 2026” ดันประจวบฯ สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ

เปิดแล้ว“Kui Buri Foodscape PRACHUAP 2026” ดันประจวบฯ สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ

เมื่อค่ำวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.ณัชธพงศ์ ประเสริฐโสภา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “Kui Buri Foodscape PRACHUAP ประจำปี 2569” ภายใต้มหกรรม Wellness Tourism 2026 ที่บริเวณชายหาดทุ่งน้อย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ท่ามกลางผู้บริหารจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 มิถุนายน 2569 เพื่อผลักดันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Destination) พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ชุมชน สินค้า OTOP ภาคเกษตร ประมง และธุรกิจบริการด้านสุขภาพ ผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานธรรมชาติ กีฬา ศิลปวัฒนธรรม และความบันเทิงไว้อย่างลงตัว

ก่อนพิธีเปิด มีการแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นเป็นการแสดงชุด “ประจวบคีรีขันธ์ ประตูสู่สวรรค์แดนใต้” ก่อนประธานกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมการแสดงพลุสุดตระการตาชุด “WELLNESS OF THE SEA” ความยาว 4 นาที สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานอย่างยิ่ง

ภายในงานยังมีเวทีเสวนา Wellness Economy แลกเปลี่ยนแนวคิดการขับเคลื่อนจังหวัดสู่เมืองแห่งสุขภาวะและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์เมนูอาหารท้องถิ่น โดยเชฟบิ๊ก แชมป์ STARS CHEF THAILAND 2023 การแสดงกระบองไฟริมชายหาด และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เป้ อารักษ์ และ ซานิ ที่สร้างสีสันและความคึกคักตลอดค่ำคืน

สำหรับวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นักท่องเที่ยวจะได้พบกับคอนเสิร์ตจาก Your Mood และไรอัล ยุ้งข้าวเรคคอร์ด พร้อมกิจกรรมปั่นจักรยานเลียบชายทะเลระยะทาง 47 กิโลเมตร การจำหน่ายอาหารทะเลคุณภาพ อาหารพื้นถิ่น สินค้า OTOP และสินค้าชุมชนกว่า 100 ร้านค้า รวมถึงบริการนวดผ่อนคลายริมชายหาด เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานฟรี

ทั้งนี้ มหกรรม Wellness Tourism 2026 จะจัดขึ้นต่อเนื่องอีกหนึ่งพื้นที่ ระหว่างวันที่ 3 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสานต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และยกระดับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทยอย่างยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรงเรียนหัวหินจับมือสถาบันการศึกษานานาชาติ ยกระดับมาตรฐานทางการศึกษาก้าวสู่ระดับสากล

โรงเรียนหัวหินจับมือสถาบันการศึกษานานาชาติ ยกระดับมาตรฐานทางการศึกษาก้าวสู่ระดับสากล

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 โรงเรียนหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสถาบันการศึกษานานาชาติ (Institute of International Education: IIE), Inc. อย่างเป็นทางการ ในการเปิดศูนย์ทดสอบภาษาอังกฤษ TOEFL ITP โรงเรียนหัวหิน เพื่อเป็นศูนย์กลางรองรับผู้เข้าสอบในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยนายเสกสรรค์ เขียวไกร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมกับ ดร.สุชาติ หูทิพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหิน และคณะผู้บริหารโรงเรียน ด้านภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) นำโดย Dr.Jonathan Lembright (IIE Regional Director for Southeast Asia) และ ดร.สินชัย เล็กวานิชกุล ผู้จัดการฝ่ายบริหารการสอบโทเฟิล ไอทีพี ประจำประเทศไทย เข้าร่วมลงนามและมอบประกาศนียบัตรรับรองศูนย์สอบอย่างเป็นทางการ

การร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและเปรียบเทียบมาตรฐานทางการศึกษาของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล พร้อมทั้งส่งเสริมศักยภาพทางภาษาอังกฤษของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งผลสอบ TOEFL ITP จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนในการใช้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา การยื่นขอทุนการศึกษา และการเปิดรับโอกาสในเวทีระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ในช่วงบ่าย ที่ศูนย์ทดสอบฯ ได้จัดการทดสอบ TOEFL ITP ครั้งปฐมฤกษ์ โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ทั้งจากโรงเรียนหัวหินและโรงเรียนในเครือข่ายสมัครเข้าร่วมทดสอบ ถถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการเริ่มต้นขับเคลื่อนเยาวชนไทยสู่ความเป็นสากลอย่างยั่งยืน ซึ่งโรงเรียนหัวหินและสถาบัน IIE พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาศูนย์ทดสอบแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการวัดระดับทางภาษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับทุกคนในชุมชนและจังหวัดประจวบฯ ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานกุยบุรี นำทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือช้างป่าบาดเจ็บ แต่พลาดท่าถูกช้างป่าทำร้ายเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย

อุทยานกุยบุรี นำทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือช้างป่าบาดเจ็บ แต่พลาดท่าถูกช้างป่าทำร้ายเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจากนายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรณีนายพิเชษฐ์ อินเรือง หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่ กร.7 (คลองบึง) พบช้างป่าเพศผู้ (มีขนาย) อายุประมาณ 20 – 25 ปี มีอาการบาดเจ็บ ลักษณะการเดินผิดปกติ ขาหลังข้างขวาไม่สามารถลงน้ำหนักได้ ที่ฝ่าเท้าขาหลังข้างขวามีลักษณะหลุดจากตำแหน่งปกติ แต่ยังสามารถเดินหากินได้ที่บริเวณหุบตาเสริฐ นอกเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พิกัด 47P 0569963E 1320628N ท้องที่หมู่ที่ 12 บ้านน้ำโจน ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา จากนั้นได้ประสานสัตวแพทย์ประจำ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี เข้าตรวจสอบเพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บด้วยวิธีวางยาซึม เข็มที่ 3 แต่เกิดเหตุสุดวิสัย ช้างป่าตัวดังกล่าวเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ชุดติดตามส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย จึงต้องยุติภารกิจ เนื่องจากสภาพพื้นที่และทัศนวิสัยในช่วงกลางคืน ไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจ และมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยได้วางแผนเข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อประเมินอาการและทำการรักษาช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง

สำหรับเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจวบฯ มีนายพิเชษฐ์ อินเรือง หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่ กร.7 (คลองบึง) ได้รับบาดเจ็บบริเวณชายโครงขวามีร่องรอยฟกช้ำ และมีบาดแผลถลอกบริเวณแผ่นหลัง สะโพกและหัวไหล่ จากผลการเอ็กซเรย์ไม่พบความเสียหายต่อกระดูก แต่เนื่องจากปอดได้รับการกระทบกระเทือนและมีรอยช้ำ แพทย์จึงลงความเห็นให้พักรักษาตัวเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนอีกราย คือนายอาวุธ จิตสวา สายตรวจลาดตระเวนประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่ กร.7 ได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่าข้างขวาจากการวิ่งหลบหนีขณะช้างป่าเข้าทำร้าย จากผลการเอ็กซเรย์ไม่พบความเสียหายต่อกระดูก แพทย์ได้ลงความเห็นให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้

ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีและทีมสัตวแพทย์ ร่วมวางแผนเข้าทำการรักษาช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยทีมสัตวแพทย์ทำการวางยาซึมเพื่อทำความสะอาดบาดแผลและใส่เจลฆ่าเชื้อในแผล พร้อมทั้งโรยผงกำจัดหนอนแมลงและพ่นสเปย์ฆ่าเชื้อทับอีกครั้ง จากนั้นได้ทำการฉีดยาปฏิชีวนะ ยาลดปวดลดอักเสบ ยากำจัดปรสิตและวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก พร้อมทั้งให้สารน้ำ หลังจากทำการรักษาเสร็จสิ้น สัตวแพทย์ได้ให้ยาแก้ฤทธิ์ยาซึม จากนั้นจึงถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกมายังพื้นที่ปลอดภัย โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีบางส่วน เฝ้าติดตามและสังเกตอาการช้างป่าตัวดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกฯ “อนุทิน” เป็นประธานพิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อทวด ‘รุ่นปลอดโรค ปลอดภัย’

นายกฯ “อนุทิน” เป็นประธานพิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อทวด ‘รุ่นปลอดโรค ปลอดภัย’

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่ลานหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีพุทธาภิเษกเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” มี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี หรือ สอน. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้เกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธี โดยก่อนเริ่มพิธี ได้มีการบวงสรวง บูชาฤกษ์ สักการะหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ พระนามาภิไธยย่อ ส.ก. หลังจากนั้นจึงประกอบพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์บทมหาสมัยสูตร และอิติปิโส 108 คาถาเงินล้าน คาถาหลวงพ่อทวด เพื่อความเป็นสิริมงคล แคล้วคลาด ปลอดภัย และเจริญรุ่งเรือง โดยชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” ส่วนหนึ่งมาจากการรวบรวม “แผ่นทอง” ที่ผ่านการอธิษฐานจิตจากเกจิอาจารย์ชื่อดังในแต่ละภูมิภาค จาก สอน.ทั่วประเทศ และมีการประกอบพิธีหลอมชนวนมวลสารที่วัดปริวาสราชสงคราม กทม. เมื่อวันที่ 8 มี.ค.69

สำหรับการจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหารายได้สนับสนุนการพัฒนามูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี หรือ สอน. และสถานีอนามัยพระราชทาน รวม 92 แห่งทั่วประเทศ ตลอดจนสนับสนุนงานของมูลนิธิส่วนกลาง ซึ่งจะเน้นเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมูลนิธิ สอน.เป็นหน่วยงานกลางในการสนับสนุนและพัฒนา สอน. 92 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็น “สถานีอนามัยต้นแบบ” ทั้งในด้านอาคารสถานที่ ภูมิทัศน์ และคุณภาพการบริการให้เป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยจะระดมทรัพยากร งบประมาณ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้แก่ สอน.เพื่อให้การดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิมีความเข้มแข็งขึ้น เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันเยี่ยมบ้าน “สอน.Buddy” ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ทันที ไม่ต้องกลับมาบันทึกข้อมูลใหม่ มีระบบ Telemedicine และระบบ AI (Voice-to-Text) ที่สามารถแปลงเสียงพูดบันทึกเป็นข้อความได้ เป็นต้น

การจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” ประกอบด้วย เหรียญเสมา จำนวน 5 เนื้อ ได้แก่ เนื้อทองคำแท้ (ตามจำนวนสั่งจอง) เนื้อเงิน 300 เหรียญ เนื้อชุบทองลงยา 4 แบบ แบบละ 250 เหรียญ เนื้อทองทิพย์ (ผิวไฟ) 2,000 เหรียญ และเนื้อทองแดง (รมดำมันปู) 2,000 เหรียญ / แบบเตารีดใหญ่ เนื้อชนวนมวลสาร 2,569 องค์ / แบบพระผง เนื้อว่าน 2,569 องค์ / เหรียญเม็ดแตงเนื้ออัลปาก้า 3,000 เหรียญ และเหรียญเม็ดแตงลงยา 4 แบบ แบบละ 500 เหรียญ

ทั้งนี้ประชาชนสามารถจองเช่าบูชาได้ที่ สอน.ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือที่มูลนิธิฯ เลขที่ 88/44 ชั้น 2 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร. 0-2193-7099 หรือสั่งจองทางระบบออนไลน์ NexGen eCommerce ผ่าน QR code ในโบรชัวร์ ยอดเงินจากการเช่าบูชาสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“ท่าเรือประจวบ” เติมฝันเด็กพิเศษ ! ระดมพนักงานจิตอาสาปรับโฉมโรงเรียน สร้างสนาม BBL

“ท่าเรือประจวบ” เติมฝันเด็กพิเศษ ! ระดมพนักงานจิตอาสาปรับโฉมโรงเรียน สร้างสนาม BBL

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด จัดกิจกรรมจิตอาสา “ท่าเรือเข้มแข็ง แต้มสีเติมฝันเพื่อน้อง” นำพนักงานลงพื้นที่ปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ให้แก่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หน่วยบริการบางสะพาน) โรงเรียนบ้านอ่าวยาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

กิจกรรมนี้จัดโดยหน่วยงานมวลชนสัมพันธ์ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด ซึ่งให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับชุมชนรอบพื้นที่โครงการในรัศมี 5 กิโลเมตร โดยเลือกโรงเรียนการศึกษาพิเศษเป็นพื้นที่ดำเนินกิจกรรม เนื่องจากเป็นสถานศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเด็กพิเศษให้สามารถเรียนรู้และใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งพนักงานจิตอาสาได้ร่วมแรงร่วมใจปรับปรุงพื้นที่หน้าอาคารเรียน ทาสีฟุตบาท ปรับพื้นอาคาร สร้างสนาม BBL (Brain-Based Learning) ขนาดกว้าง 1.80 เมตร ยาว 18 เมตร พร้อมตกแต่งสีสันสดใส เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวและการพัฒนาทักษะของเด็กๆ อีกทั้งยังปรับภูมิทัศน์โดยรอบให้สะอาด สวยงาม และปลอดภัยต่อการใช้งาน

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม นายธนาวุฒิ ธนะไชย ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการท่าเรือ พร้อมด้วยนายกฤษณ เคลือบสุวรรณ ผู้จัดการแผนกความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน และพนักงานจิตอาสา ได้ร่วมส่งมอบลานกิจกรรมและสนาม BBL ให้แก่ น.ส.สุวัยบะห์ มะลีติ หัวหน้าหน่วยบริการบางสะพาน ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อใช้เป็นพื้นที่พัฒนาทักษะและการเรียนรู้ของเด็กพิเศษในระยะยาว

นายพิทูล กองเลข หัวหน้าแผนกความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมทั้งหัวหน้าทีมมวลชนสัมพันธ์ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้กำหนดแผนดำเนินกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่องทุกปี ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่รอบบริษัท โดยปีนี้เลือกโรงเรียนการศึกษาพิเศษ เนื่องจากอยู่ใกล้พื้นที่ดำเนินงาน และเด็กๆ ยังต้องการการสนับสนุนทั้งด้านสภาพแวดล้อม อุปกรณ์การเรียน และกำลังใจ เพื่อให้สามารถเติบโตและก้าวสู่อนาคตได้อย่างมีคุณภาพ

ขณะที่ น.ส.บุษยมาศ สายน้ำเขียว เจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะการสร้างสนาม BBL ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือของพนักงานทุกฝ่าย จนสามารถดำเนินการแล้วเสร็จและส่งมอบให้เด็กๆ ได้ใช้อย่างสมบูรณ์

กิจกรรม “ท่าเรือเข้มแข็ง แต้มสีเติมฝันเพื่อน้อง” นอกจากจะช่วยพัฒนาสภาพแวดล้อมทางการศึกษาแล้ว ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาคเอกชนกับชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน ปลูกฝังจิตสำนึกด้านจิตอาสา และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินสอนทักษะเยาวชนเอาตัวรอดจากการจมน้ำช่วงปิดเทอม ลดอัตราการจมน้ำเสียชีวิตของเด็ก

หัวหินสอนทักษะเยาวชนเอาตัวรอดจากการจมน้ำช่วงปิดเทอม ลดอัตราการจมน้ำเสียชีวิตของเด็ก

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมทักษะการว่ายน้ำขั้นพื้นฐานและการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ อำเภอหัวหิน ประจำปี 2569 ให้กับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาในเขตอำเภอหัวหิน รวม 5 โรงเรียน จำนวน 50 คน ที่สวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายวัชรพงษ์ ขลังธรรมเนียม ผู้อำนวยการกลุ่มฝ่ายการตลาด สวนน้ำวานา นาวา น.ส.มุจจรินทร์ น้ำคำภา ผู้อำนวยการกลุ่มฝ่ายขาย สวนน้ำวานา นาวา ทีมวิทยากรไลฟ์การ์ดสวนน้ำวานา นาวา และคณะครูให้การต้อนรับ

นายศุภชัย กล่าวว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 904 คนต่อปี ข้อมูลที่น่าตกใจเด็กไทยจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 2 คน โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อนและตรงกับช่วงปิดเทอม เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพียงเดือนเดียว พบว่ามีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 28 ราย จาก 22 เหตุการณ์ หรือเฉลี่ยเกือบวันละ 1 ราย ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม โครงการนี้จะสอนทักษะขั้นพื้นฐานให้เด็กรู้จัก “ว่ายน้ำ-ตะโกน-โยน-ยื่น” เอาชีวิตรอด ช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้หลังจบการอบรม ซึ่งรุ่นต่อไปจะเปิดอบรมในเขตเทศบาลตำบลหนองพลับ ที่สวนน้ำแบล็คเมาเทน หัวหิน

นายวัชรพงษ์ กล่าวว่า สวนน้ำวานา นาวา เล็งเห็นความสำคัญของเมืองหัวหินที่เป็นเมืองชายหาด ทำอย่างไรจะช่วยลดอัตราการจมน้ำของเด็กให้ได้มากที่สุด ทางสวนน้ำเรามีทีมไลฟ์การ์ดที่คอยดูแลลูกค้าอยู่ในทุกๆ วัน นอกเหนือจากไลฟ์การ์ดแล้ว สิ่งที่เขามีก็คือทักษะการเอาตัวรอดทางน้ำที่ยอดเยี่ยม ได้รับประกาศนียบัตรจากสมาคมกีฬาทางน้ำของประเทศไทยแล้ว ยังจบหลักสูตรจากประเทศสหรัฐอเมริกาเรามองว่าบุคลากรที่เรามีหลักสูตรนอกเหนือจะใช้เพื่อการท่องเที่ยวแล้ว สามารถช่วยให้อัตราการจมน้ำของเด็กในหัวหินลดลง ก็หวังว่าโครงการนี้จะจัดต่อเนื่องต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ลงนาม MOU ขับเคลื่อนโครงการทูบี นัมเบอร์วัน

เทศบาลนครหัวหิน ลงนาม MOU ขับเคลื่อนโครงการทูบี นัมเบอร์วัน

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการ ชาวนครหัวหิน ร่วมต่อต้าน เอาชนะปัญหายาเสพติด ภายใต้โครงการ TO BE NUMBER ONE โดยมีตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ตัวแทนชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมที่หอประชุมวิริยะสมิต โรงเรียนหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวว่า เทศบาลนครหัวหินตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน จึงได้ลงนามในประกาศนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (TO BE NUMBER ONE) โดยมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งสถานศึกษา ชุมชน/หมู่บ้าน สถานประกอบการ และสำนักงานคุมประพฤติ เพื่อให้เยาวชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไขปัญหา และสร้างค่านิยม “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด” รวมถึงให้โอกาสผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาภายใต้โครงการ “ใครติดยา ยกมือขึ้นและให้โอกาสผู้เข้ารับการบำบัดคืนคนดีสู่สังคม”

เพื่อให้เจตนารมณ์ดังกล่าวสำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เทศบาลนครหัวหินจึงลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) หน่วยงานภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย : หน่วยงานภาครัฐและความมั่นคง ได้แก่ สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ, สาธารณสุขอำเภอหัวหิน, สถานีตำรวจภูธรหัวหิน, กองการศึกษา เทศบาลนครหัวหิน กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครหัวหิน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ ระดับอำเภอหัวหิน สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาหัวหิน, อาสาสมัครสาธารณสุขเทศบาลนครหัวหิน สถาบันการศึกษา ได้แก่ โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน, โรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้าย, โรงเรียนหัวหิน, โรงเรียนหัวหินวิทยาคม, โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย, โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล ภาคเอกชน : ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน บริษัท ซีพีเอ็กซ์ตร้า จำกัด (แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส หัวหิน) ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ภาคประชาสังคมและชุมชน : ชมรมแกนนำสุขภาพนครหัวหิน ชมรม LGBTQ นครหัวหิน, ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลนครหัวหิน

การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของเทศบาลนครหัวหินในการผสานพลังจากทุกมิติ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรม พัฒนาศูนย์เพื่อนใจให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ และร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อคุ้มครองอนาคตของชาติให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและห่างไกลยาเสพติดอย่างยั่งยืน

บรรยากาศภายในงาน ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัย จากนั้นเป็นพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเทศบาลนครหัวหิน กับภาคีเครือข่าย 3 ภาคส่วน โรงเรียน ชุมชน และสถานประกอบการ เครือข่ายชุมชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน การแสดงความสามารถของชมรม TO BE NUMER ONE ของสถานศึกษา และการแสดงของชมรม แอโรบิค แกนนำสุขภาพนครหัวหิน.