Categories
ข่าว ทั้งหมด

รมช.เกษตรฯ ปล่อยทีมฝนหลวงหัวหินลุยสู้ฝุ่น PM 2.5 ช่วยพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

รมช.เกษตรฯ ปล่อยทีมฝนหลวงหัวหินลุยสู้ฝุ่น PM 2.5 ช่วยพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน Kick off ภารกิจบรรเทาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประจำปีงบประมาณ 2569 ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ณ หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานในพื้นที่ร่วมต้อนรับ

นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ กล่าวว่า ในช่วงเดือนธันวาคม – มีนาคมของทุกปี ประเทศไทยมักประสบกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐานและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากสาเหตุการเผาป่า การก่อสร้าง การคมนาคม การทำอุตสาหกรรม จึงทำให้ส่งผลผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล พื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ภายใต้นโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้คำนึงผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ จึงได้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งเน้นย้ำว่าการปฏิบัติการเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 มุ่งดูแลสุขภาพของประชาชนให้ดีขึ้น และยังเป็นการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศอีกด้วย ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงได้สั่งการให้ตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคเหนือ และพื้นที่เป้าหมายอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก PM 2.5 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป

นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฝนหลวงฯ ในฐานะหน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจด้านการดัดแปรสภาพอากาศ ซึ่งนอกเหนือจากการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนแล้ว ภารกิจการบรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบปัญหาเป็นประจำทุกปีด้วย ในปีงบประมาณ 2569 กรมฝนหลวงฯ ขานรับนโยบายของรัฐบาล และข้อสั่งการของ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้จัดทำแผนการดัดแปรสภาพอากาศ ประจำปี 2569 เพื่อปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยมีแผนการตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ ประกอบด้วยตั้งหน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ และหน่วยฯ จ.ระยอง วางแผนปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ใช้เครื่องบินรวม 5 ลำ ตั้งหน่วยฯ จ.ขอนแก่น วางแผนปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เครื่องบินรวม 2 ลำ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ตั้งหน่วยฯ จ.ตาก และหน่วยฯ จ.พิษณุโลก วางแผนปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พื้นที่ภาคเหนือ ใช้เครื่องบินรวม 2 ลำ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศจะมีการวางแผนการทำงานร่วมกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่การบิน ระดับความสูงและช่วงเวลาการบินตามกฎการบินสากล

“สำหรับการดัดแปรสภาพอากาศ จะดำเนินการโดยใช้ 3 เทคนิค ได้แก่ 1. การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนการก่อกวน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 1 (โซเดียมคลอไรด์) ปฏิบัติการบริเวณต้นลมและโดยรอบมวลของฝุ่นบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อก่อเมฆและเพิ่มปริมาณเมฆในพื้นที่เป้าหมาย 2. การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนการเลี้ยงให้อ้วน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 8 แคลเซียมออกไซด์ หรือสูตร 6 แคลเซียมคลอไรด์ ปฏิบัติการบริเวณต้นลม และโดยรอบมวลของฝุ่นบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมากที่สุด เพื่อเลี้ยงเมฆให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีแรงดูดซับฝุ่นละออง และ 3. การปฏิบัติการเทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผัน โดยการโปรยน้ำแข็งแห้ง เพื่อระบายฝุ่นละอองบริเวณระดับ inversion (ชั้นอุณหภูมิผกผัน) หรือสูงกว่าระดับ inversion (ชั้นอุณหภูมิผกผัน) เพื่อทำให้เกิดช่องระบายฝุ่นละอองขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ากรมฝนหลวงฯ พร้อมปฏิบัติภารกิจทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองตามนโยบายจากรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ประชาชนมีคุณภาพอากาศที่ดี ท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและมีความสุข” นายราเชน กล่าวตอนท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ฝายพังจนชิน ชาวบ้านร้องสื่อหลังซ่อมมา 6 ครั้งแต่ยังใช้ไม่ได้ เกษตรกรวิกฤติ

ฝายพังจนชิน ชาวบ้านร้องสื่อหลังซ่อมมา 6 ครั้งแต่ยังใช้ไม่ได้ เกษตรกรวิกฤติ

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ชาวบ้านหมู่ 6 คลองพันลำ ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้ร้องเรียนมายังผู้สื่อข่าว ให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างฝายดิน วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท หลังสร้างเสร็จไม่นาน กลับชำรุดและได้ซ่อมหลายครั้งแล้วยังใช้การไม่ได้ ขณะที่สัญญาประกันงานกำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 23 ธันวาคมนี้

ต่อมา นายเกิดพงศ์ ทวีศักดิ์สมบูรณ์ ประธานชมรมสตรองอำเภอบางสะพาน พร้อมนายวชรภูมิ ง้าวบุ่งคล้า เลขาชมรมฯ และคณะกรรมการชมรมสตรองจังหวัดประจวบฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณฝายดิน หมู่ 6 หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน จากการตรวจสอบพบว่า โครงการดังกล่าวเริ่มตั้งงบประมาณเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 15 มกราคม 2568 ดำเนินการโดยบริษัท ธนพลทีพี 2000 จำกัด โดยมีระยะเวลารับประกันงานถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน จะหมดประกันแล้ว

นางวรรณา ฉิมพาลี อายุ 66 ปี ซึ่งมีที่ดินติดกับโครงการ เปิดเผยว่า ฝายดินจุดนี้ชำรุดซ้ำตลอด แม้จะมีการซ่อม 5 – 6 ครั้งแล้วก็ตาม แต่ใช้งานได้แค่วันเดียวหรือสองวันก็พังอีก ทำให้ไม่กักเก็บน้ำได้ตามวัตถุประสงค์“คลองพันลำเป็นแหล่งเก็บน้ำสำคัญ ใช้ทำประปาหมู่บ้าน ใช้ทำสวนมะพร้าว ปาล์ม และพืชผักต่างๆ หากฝายดินทำไม่ดี เสียทั้งงบประมาณและชาวบ้านก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย อยากให้หน่วยงานเร่งดูแลก่อนหมดประกัน” นางวรรณากล่าว

นายวชรภูมิ เลขาฯ ชมรมสตรองฯ ระบุว่า ขณะนี้โครงการยังอยู่ในช่วงรับประกันของผู้รับเหมา จึงขอให้ อบต.กำเนิดนพคุณ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างเร่งประสานให้บริษัทเข้ามาซ่อมแซมให้ได้มาตรฐานก่อนหมดสัญญา“ชาวบ้านให้ข้อมูลว่าซ่อมหลายครั้งแล้วยังพัง เพราะพื้นฐานเป็นฝายดิน ไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อ 40 ปีก่อนที่เคยมีประตูน้ำคอนกรีต จึงอยากให้พิจารณาทำเสาเข็ม เทคอนกรีตเพื่อเสริมความแข็งแรง เพราะคลองนี้เกี่ยวข้องกับหลายหมู่บ้าน ทั้งหมู่ 6 หมู่ 5 หมู่ 4 และพื้นที่เกษตรในหลายตำบล” นายวชรภูมิกล่าว ซึ่งชมรมสตรองเตรียมประสานชมรมระดับจังหวัด และ ปปช.จังหวัดประจวบฯ เพื่อเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ก่อนหมดสัญญาประกันงาน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ทั้งหมด สังคม

ข่าวสังคม

ข่าวสังคม

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ…ลำเลียงสิ่งของบริจาคนำไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นำคณะศูนย์รวมน้ำใจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุกทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ลงพื้นที่นำสิ่งของเครื่องอุปโภค – บริโภคที่ประชาชนชาวจังหวัดประจวบฯ ร่วมบริจาคเพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยก่อนหน้านั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มอบหมายให้นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานปล่อยขบวนรถบรรทุกสิ่งของบริจาคเครื่องอุปโภค – บริโภค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่บริเวณหน้า อบต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย โดยครั้งนี้ได้นำสิ่งของบริจาคจำนวนมากขึ้นรถบรรทุก จำนวน 17 คัน มีถุงยังชีพ 4,416 ถุง น้ำดื่มจำนวนกว่า 3,000 แพ็ค และสิ่งของจำเป็น เช่น ยาสีฟัน แปรงสีฟัน กระดาษทิชชู่ และยารักษาโรค เป็นต้น เพื่อนำไปส่งต่อให้พี่น้องชาวภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน.

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ…รับมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.สงขลา

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นางอภิญญา เอี่ยมอําภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ร่วมรับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ จากศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หลังเก่า) อ.เมือง จ.ประจวบฯ มี น.ส.ภลดา อิศราภรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดประจวบฯ ผู้พิพากษา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัด ร่วมกันนำสิ่งของ ประกอบด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม อาหารสัตว์ และสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต มามอบให้เพื่อลำเลียงไปรวมกับสิ่งของบริจาคของทางจังหวัด เพื่อนำไปส่งมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.สงขลา ต่อไป.

“ท่าเรือประจวบ”…จัดกิจกรรม PPC ร่วมใจ สู้ภัยน้ำท่วมภาคใต้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายพิทูล กองเลข หัวหน้าแผนกความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และหลายจังหวัดในภาคใต้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ทางผู้บริหารบริษัท จึงได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภค และบริโภคขึ้นที่ห้องประชุมธราดล อ.บางสะพาน เพื่อเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยมีหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งกลุ่มประมง นำสิ่งของต่างๆ มาร่วมบริจาค พร้อมรวบรวมและแพ็คเป็นถุงยังชีพ และเป็นตัวแทนผู้บริหารนำพนักงานเดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ นำรถสิบล้อที่บรรทุกสิ่งของต่างๆ ที่ได้รับการบริจาคจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ไปมอบให้กับจุดรับมอบ เพื่อส่งต่อไปช่วยเหลือยังผู้ประสบภัยต่างๆ ในพื้นที่แล้ว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประชาชนนับพัน ร่วมกิจกรรม “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ถวายอาลัยแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ประชาชนนับพัน ร่วมกิจกรรม “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ถวายอาลัยแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ช่วงค่ำวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์”ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ถวายอาลัย น้อมดวงใจภักดีพระพันปีหลวง เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยน้อมเสด็จสู่สวรรคาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พล.ต.นิพนธ์ บุญศิริ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายสิบทหารบก ค่ายโยธินศึกษามหามงกุฎ คุณหญิงผกาพันธ์ เทหะมาศ ผู้อำนวยการวังไกลกังวล นายฑปกรณ์ สุววัชรานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหัวหิน นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารเทศบาล หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนหลายพันคนร่วมในพิธี

ตามที่ สำนักนายกรัฐมนตรีได้มีประกาศ เรื่องสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 โดยให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในส่วนของอำเภอหัวหิน ได้กำหนดจัดกิจกรรมแสดงความไว้อาลัยขึ้นในวันนี้ ประกอบด้วยการแสดงโขน ตอนพิเศษ “รามราชจักรี ปราบไพรี น้อมถวายพระพันปีหลวง” กิจกรรมแปรรูปอักษรถวายอาลัยจากนักเรียนโรงเรียนนายสิบทหารบก จำนวน 1,500 นาย กิจกรรมจุดเทียนถวายความอาลัยเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่พระองค์ท่าน กิจกรรมทำโบว์ริบบิ้นสีดำเครื่องหมายแสดงความอาลัยจำนวน 9,300 ชิ้น เพื่อมอบให้แก่ประชาชน พร้อมกันนี้มีการจัดตั้งโรงทานจิตอาสาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีหน่วยงานต่างๆ นำอาหาร ผลไม้ เครื่องดื่มและของว่างไว้สำหรับบริการประชาชนที่มาร่วมงานด้วย.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว “มหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน ครั้งที่ 13” เชื่อมสามัคคี 4 สถาบันการศึกษา

เริ่มแล้ว “มหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน ครั้งที่ 13” เชื่อมสามัคคี 4 สถาบันการศึกษา

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวกิน ครั้งที่ 13 ที่สนามฟุตบอลตะเกียบ เทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.นรินธร สีห์จักร ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหินวิทยาคม เป็นผู้กล่าวรายงาน มี พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรี/นายกสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม นายอมร พัฒน์ทอง รองประธานสภาเทศบาล/เลขานุการนายกสมาคมกีฬาหัวหิน ผู้บริหารสถานศึกษาและสมาคมศิษย์เก่าทั้ง 4 สถาบัน คณะครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน

สมาคมกีฬาหัวหินจัดมหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน ครั้งที่ 13 โดยได้รับความร่วมมือจาก 4 สถาบันการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ได้แก่ โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนหัวหินวิทยาคม โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย และโรงเรียนหัวหิน จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2553 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ 13 โดยปีนี้มีโรงเรียนหัวหินวิทยาคมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เพื่อพัฒนาเยาวชนด้านการกีฬาได้มีเวทีและโอกาสในการแสดงออกซึ่งความสามารถในเชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สร้างความรัก ความสามัคคี ความผูกพันกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ในกลุ่มจตุรมิตรเพื่อสานประโยชน์ร่วมกันต่อไป

แบ่งการแข่งขันออกเป็นฟุตบอลศิษย์เก่า ฟุตบอลศิษย์ปัจจุบัน วอลเลย์บอลนักเรียนชายและหญิง บาสเกตบอล 3×3 ชาย/หญิง ม.ต้น และ ม.ปลาย การแข่งขันกีฬา E-Spot (ROV) ทีมผสมชายหญิง การแข่งขันกีฬาพื้นเมืองของสภานักเรียน จัดแข่งขันในระหว่างวันที่ 1 – 19 ธันวาคมนี้ ที่โรงเรียนหัวหินวิทยาคม สนามบาสเกตบอลโรงเรียนวังไกลกังวล สนามวอลเล่ย์บอลโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย และสนามกีฬาฟุตบอลเทศบาลเมืองหัวหิน (ชุมชนบ้านเขาตะเกียบ) จึงขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมชมและเชียร์นักกีฬาได้ตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เลี้ยงโต๊ะจีนลิงเขาช่องกระจก ช่วงจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์”

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เลี้ยงโต๊ะจีนลิงเขาช่องกระจก ช่วงจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์”

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ร่วมจัดเลี้ยงโต๊ะจีนลิงเขาช่องกระจก ที่บริเวณถนนเลียบชายหาด เขาช่องกระจก อ.เมืองประจวบฯ โดยมีพันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำนาจ มณีแดง รองประธานหอการค้าจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างถ่ายภาพเก็บไว้ดูด้วยความสนใจ

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า โต๊ะจีนลิงที่นำมาเลี้ยงในวันนี้ ได้รับการสนับสนุนจากรองประธานหอการค้าจังหวัด และบริษัทนเรศวรร์อินเตอร์กรุ๊ป ประกอบด้วยผักและผลไม้ต่างๆ อาทิ กล้วย, แตงโม, สับปะรด, ข้าวโพด จำนวนกว่า 10 กระจาด ซึ่งมีลิงน้อยใหญ่จำนวนหลายร้อยตัว ต่างลงจากเขามาหยิบผักและผลไม้ที่จัดไว้ให้กินเป็นระยะๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย โดยการเลี้ยงโต๊ะจีนลิงในครั้งนี้ เนื่องจากในขณะนี้ที่จังหวัดประจวบฯ มีการจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม รวม 10 วัน ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด ทำให้ลิงบางส่วนไม่กล้าลงมาหาอาหารบริเวณด้านล่างเขาช่องกระจกตามปกติ จึงได้มีความคิดจัดเลี้ยงโต๊ะจีนลิง เป็นการแสดงความเมตตาและความห่วงใยต่อสัตว์ในบริเวณนั้น และเพื่อให้ลิงมีอาหารกินโดยไม่อดอยาก ระหว่างช่วงมีการจัดงานดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พิธีโยนหมวกปริญญา ฉลองครบรอบ 30 ปี มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

พิธีโยนหมวกปริญญา ฉลองครบรอบ 30 ปี มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ ได้จัดพิธีโยนหมวกปริญญา เพื่อแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 – 2568 ทั้งระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโท โดยมีบัณฑิต คณาจารย์และครอบครัวเข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น สะท้อนบรรยากาศความผูกพันเสมือนครอบครัวเดียวกัน

โดยพิธีเริ่มจากขบวนธงนานาชาติ นำคณะผู้บริหารและคณาจารย์เข้าสู่ลานพิธีโยนหมวก อันเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ด้านความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัย พร้อมร่วมเฉลิมฉลองวาระสำคัญในโอกาสครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติยินดี

จากนั้น ดร.หยุ่นหลิน หยาง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ได้เชิญชวนบัณฑิตร่วมยืนสงบนิ่ง ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 1 นาที ก่อนกล่าวแสดงความยินดีแก่บัณฑิต ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ และเข้าร่วมพิธีโยนหมวกปริญญาเคียงข้างบัณฑิตทุกคน

พิธีโยนหมวกปริญญา เป็นประเพณีนานาชาติที่สถาบันอุดมศึกษาทั่วโลกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวข้ามจากชีวิตนักศึกษา สู่บทใหม่แห่งการทำงานและความรับผิดชอบ หมวกที่ถูกโยนขึ้นฟ้าเสมือนตัวแทนของการปล่อยวางจากความเหนื่อยยากที่ผ่านมา พร้อมก้าวสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาส ความหวังและความฝัน จึงไม่น่าแปลกใจที่พิธีนี้จะเป็นไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย และกลายเป็นภาพความทรงจำอันงดงามของทั้งบัณฑิต ครอบครัว และผู้ร่วมงานที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง บริเวณลานหน้าอาคารบริหาร

ภายในงาน มหาวิทยาลัยได้ตกแต่งพื้นที่ถ่ายภาพอย่างสวยงาม โดยนักศึกษาปัจจุบันจากทุกสาขาวิชา พร้อมบูธถ่ายภาพ บูธดอกไม้ ของที่ระลึก รวมถึงการบรรเลงดนตรีโดยชมรมดนตรี สร้างบรรยากาศอบอุ่น เปรียบเสมือนการกลับบ้านของสมาชิกในครอบครัวแสตมฟอร์ด เพื่อร่วมส่งต่อความยินดีแก่รุ่นพี่ที่สำเร็จการศึกษา

สำหรับปีการศึกษา 2567 – 2568 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดมีผู้สำเร็จจบการศึกษารวมเกือบ 1,200 คน จากทั้ง 3 วิทยาเขต ครอบคลุมระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก โดยในส่วนของวิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ ปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ได้แก่ สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ, ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร, การจัดการธุรกิจการบิน, การจัดการ และรัฐประศาสนศาสตร์ระดับปริญญาโท ได้แก่ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA) และ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA)

ทั้งนี้ พิธีประสาทปริญญาบัตรประจำปีการศึกษา 2567 – 2568 จะจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เปิดงาน“ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก

ประจวบฯ เปิดงาน“ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก เป็นประธานเปิดงาน“ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก ประจำปี 2568 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข กรรมการสมาคมดินโลก นายมนัส กำเนิดมณี กรรมการสมาคมดินโลก นายต่อพงศ์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดประจวบฯ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์, นายปรีดา สุขใจ, พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัด นายจำนงค์ พร้อมมูล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงาน โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการพัฒนาดิน การจัดการน้ำ การเกษตรยั่งยืน และการอนุรักษ์ผ้าไทย ส่งเสริมความรู้ทักษะด้านดิน น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวและการผลิต สินค้าเกษตรของดีจังหวัดประจวบฯ สร้างรายได้และโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร และผู้ผลิตสินค้าชุมชน รวมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านดินและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ

โอกาสนี้ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเนื่องในวันดินโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาดินในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายรางวัล The Humanitarian Soil Scientist หรือรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม จากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พัฒนาดิน ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงของชีวิต และเป็นทรัพยากรที่ต้องร่วมกันฟื้นฟูดูแล การทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าของดิน คือการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้นได้มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศการประกวดผลผลิตการเกษตร ได้แก่ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์

สำหรับงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” มีกิจกรรมมากมายหลากหลายภายในงานตลอด 10 วันของการจัดงาน ดังนี้ วันที่ 29 พย. การเสวนาวิชาการ เรื่องดินของพ่อ สู่วันดินโลก การประกวดสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ วันที่ 30 พ.ย. เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศคลองบางนางรม อ.เมืองประจวบฯ การเสวนาวิชาการ เรื่องการท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพ วันที่ 1 ธ.ค. การเสวนาวิชาการ เรื่อง Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเสวนาน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 2 ธ.ค. การเสวนาการรับรองคุณภาพคนด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ วันที่ 3 ธ.ค. การเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “สืบสานภูษาศิลป์ น้อมถวายพระพันปีหลวง” วันที่ 4 ธ.ค. กิจกรรมประจวบรักษ์สุขภาพ สานต่อของดีคีรีขันธ์ วันที่ 5 ธ.ค. กิจกรรม “ชวนชิมกุ้งกระพง ดินดีวิถีพ่อ” และการแสดงดนตรีแจ๊ส บทเพลงพระราชนิพนธ์ และวันที่ 6 – 8 ธ.ค. กิจกรรมการแสดงของนักเรียน

ขณะที่ตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน มีการจัดนิทรรศการดิน นิทรรศการผ้าไทย ชุดผ้าไทยพระราชนิยม 8 แบบ การจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชนกว่า 30 ร้านค้า บูธสาธิตอาชีพ 10 บูธ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 – 19.00 น.ของทุกวัน เช่น การทำซาซิมิปลากะพง หมี่ผัดสับปะรด สมูทตี้สับปะรด จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานฟรี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ บรรยายหัวข้อ “กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่” ในงานสมัชชาสุขภาพฯ ครั้งที่ 18

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ บรรยายหัวข้อ “กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่” ในงานสมัชชาสุขภาพฯ ครั้งที่ 18

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายยุทธศาสตร์ ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน 2568 ณ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ภายใต้ประเด็นหลัก“เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน” (New Wealth for Health) ซึ่งเป็นวันที่สองของการประชุม ได้มีการรายงานความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา พร้อมทั้งการกล่าวชื่นชมกลุ่มมติที่มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มมติที่เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งมีการขับเคลื่อนสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดต่างๆ หรือมติชุมชนเป็นศูนย์กลางในการป้องกันยาเสพติด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม (สสส.) ได้จัดทำโครงการชุมชนล้อมรักษ์ ที่ปัจจุบันมีชุมชนต้นแบบในทุกภูมิภาค เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้กล่าวถึงกรอบทิศทางนโยบาย กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่ ส่งเสริมและผลักดันการจัดตั้งกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่แบบมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน และสนับสนุนกลไกที่มีอยู่ในระดับพื้นที่ โดยให้กลไกดังกล่าวมีโครงสร้างยืดหยุ่น เป็นอิสระ และได้รับการยอมรับทางกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่กลางในการปรึกษาหารือข้ามภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างมีส่วนร่วม บนฐานของปัญญา ทั้งนี้ให้ยึดความต้องการของประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับการพัฒนาข้อมูลจากพลเมืองและส่งเสริมการบูรณาการร่วมกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลระดับพื้นที่ ตลอดจนระบบนิเวศเชิงนโยบาย กฎหมายและงบประมาณที่เอื้ออำนวย เพื่อให้กลไกดังกล่าวสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่องและสร้างความสมดุลทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาวะที่ยั่งยืน รวมถึงจังหวัดประจวบฯ ได้จัดทำ PKN Wellness Application ขึ้นเพื่อใช้ในการจัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพและสังคมให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน สามารถนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาจังหวัดและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการ คสช. กล่าวว่า การขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา ถือเป็นการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงอยากให้เกิดเป็นกำลังใจในการทำงาน ส่วนที่ยังไม่สำเร็จ ก็ต้องไม่ท้อถอยและทำต่อไป เพราะทุกการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจะเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญเพื่อวางแผนในการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งกลไกการขับเคลื่อนนอกจากจะมี คสช.ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมี คมส.ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานแล้ว ในระดับพื้นที่ยังมีกลไกคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) รวมถึงสมัชชาสุขภาพจังหวัด ที่สามารถเชื่อมโยงมติไปสู่การขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

‘DLTV’ จับมือพันธมิตรบริจาคสิ่งของบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

‘DLTV’ จับมือพันธมิตรบริจาคสิ่งของบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นางยุวนิตย์ ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (DLTV) อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมฯ พร้อมด้วยสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน และโรงเรียนมัธยมสาธุการวิทยา ร่วมกันแบ่งปันน้ำใจ มอบน้ำดื่มจำนวน 10,800 ขวด พร้อมทั้งสิ่งของอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมกล่อง กระดาษทิชชู ขนม และอาหารสัตว์เลี้ยง ฯลฯ ให้กับมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน เพื่อส่งต่อไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายภัทร์บดินทร์ เรืองจันทร์ ผู้จัดการมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน กล่าวว่า สำหรับความต้องการสิ่งของในพื้นที่จุดน้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา นั้น ยังมีความต้องการสิ่งของบรรเทาทุกข์ทุกชนิด เนื่องจากพื้นที่ประสบภัยมีบริเวณกว้าง มีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก แม้ขณะนี้บางจุด น้ำเริ่มลดระดับลง แต่ยังมีพื้นที่น้ำท่วมขังอยู่ และหลังจากนี้จะเข้าสู่การฟื้นฟู ซึ่งยังต้องได้รับการช่วยเหลืออีกมาก ทั้งนี้มูลนิธิเพชรเกษมหัวหินได้ส่งทีมกู้ภัย – ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ เข้าพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนก่อนหน้านี้แล้ว โดยจัดตั้งโรงครัวเพื่อปรุงอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัย ประมาณ 3,000 – 4,000 กล่อง/มื้อ แต่ละวันปรุงอาหารกว่า 10,000 กล่อง ซึ่งต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมากในการปรุงอาหาร ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนที่ต้องการร่วมสนับสนุนช่วยเหลือ สามารถร่วมบริจาคได้ที่มูลนิธิเพชรเกษม สำนักงานใหญ่หัวหิน หรือร่วมบริจาคได้ที่ศูนย์ฮีโน่ ทักษิณยนตรการ หาดใหญ่ แยกบางกล่ำ จ.สงขลา หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 272 – 1 – 04254 – 8 ชื่อบัญชี : มูลนิธิเพชรเกษม.