Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สุวัจน์ฉลองครบ 9 ปี บลูพอร์ต ส่งท้ายปีเปิดไฟต้นคริสต์มาสใหญ่สุดของเมืองหัวหิน

สุวัจน์ฉลองครบ 9 ปี บลูพอร์ต ส่งท้ายปีเปิดไฟต้นคริสต์มาสใหญ่สุดของเมืองหัวหิน

ช่วงค่ำวันที่ 13 ธันวาคม 2567 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานฉลองครบรอบ 9 ปี บลูพอร์ตหัวหิน และเทศกาลเปิดไฟต้นคริสต์มาส “The New Chapter of Journey Celebrating 9th Anniversary” เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ที่ลานเดอะสแควร์ ด้านหน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด.รรท.ผบช.ตชด. นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ รองผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน พร้อมด้วยแขกรับเชิญ “ดินสอสี” พนิดา เขื่อนจินดา นางสาวไทย ประจำปี 2567 ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก รองอันดับ 2 นางสาวไทยประจำปี 2567 แขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากร่วมงานและร่วมชมมินิคอนเสิร์ตจาก “ส้ม มารี”

บลูพอร์ตหัวหิน เฉลิมฉลองกับความสำเร็จครบรอบ 9 ปี โดยเนรมิตพื้นที่ด้านหน้าลานเดอะแสควร์ให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขกับสวนคริสมาสต์ยักษ์ สุดอลังการที่ใหญ่ที่สุดแห่งเดียวในหัวหิน ประดับตกแต่งด้วยไฟและแสง สี เสียง พร้อมเครื่องเล่นในบรรยากาศและกลิ่นอาย ธีมดิสโก้ ยุค 70’s ตอกย้ำการเป็นจุดเช็คอินแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขของเมืองหัวหิน กับจุดถ่ายรูปเช็คอินสุดปังและลานโรลเลอร์สเก็ตที่มาเพิ่มสีสันแห่งความสนุกและความสดใส พร้อมกองทัพเหล่าบรรดา Elf และซานต้า ที่ยกขบวนมาร่วมสร้างความสุขและรอยยิ้ม และไฮไลท์ในปีนี้กับการกลับมาของหิมะ ที่หลายๆ คนรอคอย พร้อมกับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษเปิดเวทีแห่งความสุข เรียกเสียงกรี๊ดให้ดังกระหึ่มกับมหกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่ขนทัพกันมาแบบจัดเต็ม ตลอดเดือนธันวาคม วันที่ 26 ธันวาคม พบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินวงลิปตา และ No One Else วันที่ 27 ธันวาคม มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินสาวเสียงหวาน เอิ้ต ภัทรวี และส่งท้ายปีเก่าพร้อมรับปีใหม่ วันที่ 31 ธันวาคม ชมมินิคอนเสิร์ตจากเจ เจตริน เจ้านาย และเจ้าขุน 3 หนุ่มหล่อ 3 สไตล์ ที่เตรียมมาเรียกเสียงกรี้ดจากแฟนๆ เพลง

นอกจากนี้ยังมีโซนอาหารและเครื่องดื่มที่ขนกันมาทุกร้านเด็ด ร้านดังให้ได้มาลองชิม นั่งชิลล์กันแบบยาวๆ ในทุกค่ำคืน ที่ลานเดอะสแควร์ แล้วมาเช็คอิน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลแห่งความสุขกับงานเฉลิมฉลองสุดอลังการ จนถึง 31 ธันวาคมนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มนพรสั่งกรมท่าฯ ถกแอร์ไลน์เปิดบินข้ามภาคเพิ่ม หลังยอดผู้โดยสารสนามบินหัวหินพุ่ง

มนพรสั่งกรมท่าฯ ถกแอร์ไลน์เปิดบินข้ามภาคเพิ่ม หลังยอดผู้โดยสารสนามบินหัวหินพุ่ง

วันที่ 13 ธันวาคม 2567 นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงคมนาคม นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เดินทางมาตรวจแผนพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายรัฐพล เจริญผล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานหัวหิน นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนให้การต้อนรับ และประชุมร่วมกันระหว่างกรมท่าอากาศยาน บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และสถาบันการบินพลเรือน เพื่อรับฟังรายงานแผนการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน พร้อมตรวจอาคารที่พักผู้โดยสาร ตรวจพื้นที่สำหรับใช้ก่อสร้างอาคาร Support Building ที่บริเวณด้านหน้าหอควบคุมการบินหัวหิน และไปยังโรงเก็บอากาศยานของศูนย์ฝึกการบินหัวหิน เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ฝึกศิษย์การบิน Robinson R 44

นางมนพร เจริญศรี กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณผู้โดยสารท่าอากาศยานหัวหินเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แตะระดับกว่า 75,000 คน ภายในช่วงปีงบประมาณ 2567 สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเติบโตอย่างชัดเจน หลังจากที่ซบเซาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ซึ่งผู้โดยสารกว่า 80% เป็นนักท่องเที่ยวที่บินข้ามภูมิภาคระหว่างเส้นทางเชียงใหม่ – หัวหิน จึงได้มอบหมายและสนับสนุนให้กรมท่าอากาศยาน หารือกับสายการบิน ถึงความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางบินข้ามภูมิภาคอื่นๆ อาทิ เส้นทางอีสาน – ใต้ หรืออีสาน – เหนือ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการกลับมาเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังจากที่เคยรองรับเที่ยวบินตรงจากประเทศ เส้นทางกัวลาลัมเปอร์ – หัวหิน มาแล้ว นอกจากนี้ได้เร่งรัดให้สานต่อโครงการงานก่อสร้างขยายความกว้างทางวิ่งและเสริมผิวทางวิ่ง พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบินให้มีความกว้าง 45 เมตร ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ พร้อมทั้งเดินหน้าพิจารณาโครงการใหม่ โดยให้พิจารณาปรับปรุง หรือขยายอาคารที่พักผู้โดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้น ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม

ขณะเดียวกันยังกำชับให้เร่งดำเนินการตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน การขอใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ และการประกาศให้เป็นท่าอากาศยานนานาชาติให้แล้วเสร็จ ภายในไตรมาส 4/2568 เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการรองรับเที่ยวบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงการประชาสัมพันธ์จุดเด่นของจังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือกิจกรรมทางทะเล และจัดกิจกรรมภายในท่าอากาศยาน ตามแนวคิด“สนามบินมีชีวิต”เพื่อขับเคลื่อนให้หัวหินเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล
พร้อมกันนี้ ได้ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกับสถาบันระดับอุดมศึกษาในท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กในภูมิภาคมีโอกาสเข้ามาศึกษาในสถาบันการบินพลเรือน ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับในเรื่องการสร้างศักยภาพของนักบิน อยากให้ทำโครงการ 1 นักบิน 1 จังหวัด หรือ 1 ทุน 1 นักบิน โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.จะเข้ามามีส่วนร่วมกับสถาบันการบินพลเรือน โดยสถาบันการบินพลเรือนเป็นผู้ฝึกสอน ส่วนกระทรวง อว. จะมีทุนการศึกษาสนับสนุนให้ แต่ต้องดูว่าสถาบันการบินพลเรือนสามารถรับนักศึกษาหลักสูตรไหนได้บ้าง

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า แผนพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน ประกอบด้วยการดำเนินงาน 2 โครงการ คือ 1.งานก่อสร้างขยายความยาวทางวิ่งและเสริมผิวทางวิ่ง พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน โดยขยายความกว้างทางวิ่งผิวแอสฟัลติกคอนกรีต ให้มีขนาด 45 เมตร เพื่อรองรับอากาศยานแบบ B737 และ A320 วงเงินลงทุน 239,897,600 บาท ปัจจุบันดำเนินงานแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการตรวจสอบมาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ 2.งานก่อสร้างอุโมงค์ถนนและขยายพื้นที่ปลอดภัยปลายทางวิ่ง บริเวณหัวทางวิ่ง 16 เนื่องจาก กพท. ได้ตรวจพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย บริเวณพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง (Runway Strip) และพื้นที่ปลอดภัยปลายทางวิ่ง (RESA) กรมท่าอากาศยานจึงได้ขอรับจัดสรรงบประมาณ เมื่อปีงบประมาณ 2566 วงเงิน 300 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอุโมงค์ถนน และขยายพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่ง บริเวณหัวทางวิ่ง 16 ตรงอุโมงค์รถยนต์และรถไฟ จากเดิมด้านละ 40 เมตร เป็น 60 เมตร และพื้นที่ปลอดภัยปลายทางวิ่ง ตรงอุโมงค์รถไฟให้มีความกว้างตามมาตรฐาน 90 เมตร เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของอากาศยานที่อาจไถลออกนอกทางวิ่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาขอความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ภายในเดือนธันวาคม 2567 เริ่มดำเนินงานตามสัญญาได้ในเดือนมกราคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาในเดือนเมษายน 2569

ปัจจุบันท่าอากาศยานหัวหินมีขีดความสามารถในการรองรับอากาศยานแบบ B737 ได้ 2 ลำในเวลาเดียวกัน อาคารที่พักผู้โดยสารรองรับผู้โดยสารได้ 300 คน/ชั่วโมง หรือ 0.86 ล้านคน/ปี ลานจอดรถยนต์รองรับได้ 90 คัน โดยเปิดให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศโดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เส้นทางเชียงใหม่ – หัวหิน ในวันอาทิตย์ จันทร์ พุธ และศุกร์ วันละ 1 เที่ยวบิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชายเร่ร่อนคิดสั้น กระโดดใส่หน้ารถบรรทุกพ่วงใกล้สี่แยกประจวบฯ ก่อนโดนทับร่างดับอนาถ

ชายเร่ร่อนคิดสั้น กระโดดใส่หน้ารถบรรทุกพ่วงใกล้สี่แยกประจวบฯ ก่อนโดนทับร่างดับอนาถ

เมื่อเวลา 11.50 น. ของวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ร.ต.อ.หญิง รัตนาภรณ์ ทองจีน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าพบคนนอนเสียชีวิตอยู่บนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ ช่วงหลัก กม.ที่ 309 + 800 ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงเมืองประจวบฯ ประมาณ 500 เมตร หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจวบฯ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวง และเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงประจวบ ร่วมกันตรวจสอบท

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบชายอายุประมาณ 50 – 60 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพก้มหน้า สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีแดง นุ่งกางเกงขายาวสีดำ มีเลือดไหลออกนองพื้นถนน ที่บริเวณหัวไหล่ขวามีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่จากการถูกรถเหยียบ ภายในตัวไม่พบเอกสารใดๆ และติดต่อหาญาติไม่ได้ จึงยังไม่ทราบชื่อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นบุคคลเร่ร่อน จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลประจวบฯ เพื่อติดตามหาญาติต่อไป ห่างออกมาประมาณ 500 เมตร ใกล้กับแยกสัญญาณไฟแดงสี่แยกเมืองประจวบฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ มีรถบรรทุกพ่วงยี่ห้ออีซูซุ FXZ 350 สีขาว ทะเบียนส่วนหัว 70 – 5251 ทะเบียนตัวพ่วง 70 – 5252 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ข้างทาง มีรองเท้าแตะสีน้ำเงิน-ดำ ข้างซ้าย คาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิตติดอยู่บริเวณซุ้มบังโคลนล้อหลังซ้าย มีนายวุฒิชัยยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

จากการสอบถามนายวุฒิชัย คนขับรถบรรทุกพ่วง เล่าว่า ตนขับรถเดินทางมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี กำลังจะไปบุรีรัมย์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถขับตามมาบอกว่ารถของตนได้เหยียบคนตาย จึงจอดรอเจ้าหน้าที่ซึ่งตนตกใจมาก เพราะขับรถมาตามปกติ มองแต่ข้างหน้าไม่ได้สังเกตที่กระจกมองข้าง ซึ่งเมื่อมาเปิดกล้องวงจรปิดหน้ารถย้อนหลังดู พบว่าเมื่อเวลาประมาณ 11.29 น.ที่ผ่านมา มีชายที่เสียชีวิตเดินสวนเลน พอใกล้ถึงรถบรรทุกพ่วงของตน มีลักษณะเหมือนจะเตรียมกระโดดใส่รถ จากนั้นภาพชายเร่ร่อนก็หลุดเฟรมกล้องไป ไม่คิดว่าจะกระโดดใส่รถของตนจริงๆ

ส่วนพลเมืองดีที่ขับรถกระบะมาพบเหตุ แล้วจอดบังร่างชายผู้เสียชีวิตไว้ ป้องกันรถที่ตามหลังมาเหยียบซ้ำ กล่าวว่า ขับรถมาจากชุมพร จะมาบรรทุกมะพร้าวที่อ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบฯ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถกระบะที่ขับข้างหน้ารถของตนได้เบี่ยงรถหลบ เมื่อมาถึงพบว่ามีคนนอนอยู่ จึงจอดรถบังร่างไว้เพื่อไม่ให้รถมาเหยียบ.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แม่นางตะเคียนประทับร่างทรง บอกชาวบ้านขอเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ รำคาญวัยรุ่นเมาเสียงดังนอนไม่หลับ

แม่นางตะเคียนประทับร่างทรง บอกชาวบ้านขอเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ รำคาญวัยรุ่นเมาเสียงดังนอนไม่หลับ

วันที่ 13 ธันวาคม 2567 ที่ร้านอาหารตามสั่งจุดชมวิวอ่างเก็บน้ำคลองบึงตามโครงการพระราชดำริ หมู่ 12 บ้านย่านซื่อ ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีกลุ่มชาวบ้านจับกลุ่มนั่งวิพากษ์วิจารณ์ตามความเชื่อถึงเจ้าแม่ตะเคียนนางสุภัทรา หลังจากมีร่างทรงจากอำเภอกุยบุรีได้เข้ามาทำพิธีบวงสรวงเข้าทรงแม่นางตะเคียน ที่ชาวบ้านได้ทำพิธียกไม้ตะเคียน ส่วนโคนและรากขึ้นมาจากอ่างเก็บน้ำ พร้อมทำศาลากันแดดและฝนให้เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งร่างทรงได้บอกกับชาวบ้านว่าแม่นางตะเคียนขอให้ชาวบ้านย้ายที่อยู่ให้ใหม่ ไปอยู่ในที่ห่างไกลจากจุดกางเต็นท์ชมวิวเดิม เนื่องจากที่ผ่านมามีวัยรุ่นชอบมากางเต็นท์นอน กินเหล้าเมาสุราแล้วทะเลาะวิวาทกันเสียงดัง ทำให้แม่นางตะเคียนหนวกหูรำคาญนอนไม่หลับ ถ้าหากไม่ทำตาม จะทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีสภาพแย่ลงไปเรื่อยๆ และร้างไปในที่สุด แต่ถ้าหากทำตาม จะช่วยให้เจริญรุ่งเรืองกว่านี้

ทั้งนี้ชาวบ้านมีความเชื่อว่าอาจจะจริง เนื่องจากในอดีตเคยขายอาหารมีรายได้ดี แต่ปัจจุบันขายได้น้อยลงไปมาก และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่น้อยลง แถมยังห่ออาหารมากินเองโดยที่ไม่มาซื้อที่จุดชมวิว ดังนั้นชาวบ้านมีความเห็นพ้องว่าถ้าหากย้ายแล้วทำให้เศรษฐกิจการค้าขายดีขึ้น ก็ยินดีที่จะย้ายแม่นางตะเคียนไปจุดที่ห่างไกลคนพลุกพล่าน แต่ติดปัญหาอุปสรรคเรื่องเงิน

นางปทุม คล้ายสังข์ อายุ 73 ปี แม่ค้าขายน้ำและกาแฟอยู่ที่บริเวณจุดชมวิว เล่าว่าในขณะที่ร่างทรงมาทำพิธี ตนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยร่างทรงบอกว่าแม่นางตะเคียนไม่อยากอยู่ตรงจุดนี้แล้ว เนื่องจากวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวชอบมากางเต็นท์นอน แล้วกินเหล้าเมาทะเลาะวิวาทกันและเอะอะโวยวายเสียงดัง ทำให้หนวกหูรำคาญนอนไม่หลับ จึงอยากย้ายไปอยู่จุดอื่นที่ห่างไกลจากจุดกางเต็นท์ ไม่ต้องทำสถานที่ให้หรูดูดีก็ได้ อยู่แบบง่ายๆ ไม่มีหลังคาก็อยู่ได้ และไม่ต้องเอาพวงมาลัยผ้าสามสีมาผูก เนื่องจากอึดอัดหายใจไม่ออก โดยขณะทำพิธีร่างทรง ก็ได้รื้อพวงมาลัยและผ้าสามสีที่ผูกตอตะเคียนไว้ออกจนหมด นอกจากนี้ร่างทรงยังบอกอีกว่าหลังจากนี้แม่นางตะเคียนขอให้มาดูแลทำความสะอาดให้บ้าง อย่าปล่อยให้สกปรกฝุ่นจับ รกรุงรัง และเอาพระมาทำพิธีทำบุญให้เขาบ้าง หากทำตามที่บอก จะช่วยให้สภาพบรรยากาศการท่องเที่ยวจุดนี้เฟื่องฟูดีขึ้นเรื่อยๆ กว่านี้ แต่ถ้าหากไม่เชื่อ ไม่ยอมทำตาม จะทำให้สถานที่ตรงนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาและร้างไปในที่สุด นางปทุม เล่าต่ออีกว่า โดยส่วนตัวสิ่งเหล่านี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ เพราะเรามองไม่เห็น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งตนและชาวบ้านคนอื่นๆ เห็นพ้องต้องกัน หากย้ายแล้วการค้าขายดีขึ้น ก็อยากให้ย้าย แต่จะตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ ต้องให้ทุกฝ่ายเห็นด้วย

นางปทุม เล่าเพิ่มเติมว่า ในช่วงแรกๆ ตอนที่ยกไม้ตะเคียนขึ้นมาจากน้ำใหม่ๆ มีคนมาขอหวยแล้วถูกกันบ่อยมาก และวันนี้ก็มีคนมาแก้บนเนื่องจากถูกหวย ลูกของตนก็เคยไปบนแม่นางตะเคียนไว้ขอให้ถูกหวย แล้วจะมาสร้างกำแพงรั้วให้ ซึ่งก็เพิ่งถูกไปได้เงินมาประมาณหนึ่งแสน แต่ทำกำแพงรั้วได้แค่หน่อยเดียว ประมาณ 6,000 บาท ที่เหลือนำไปใช้หนี้ครึ่งแสน แต่มาในระยะหลังมีคนถูกกันน้อยลง ไม่เหมือนเมื่อก่อน นางปทุมกล่าว

นายสง่า คลับคล้าย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านย่านซื่อ เปิดเผยว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากมีร่างทรงจากอำเภอกุยบุรี มาเที่ยวกางเต็นท์นอน แล้วเกิดหายใจไม่ออก นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เมื่อกลับไปที่บ้านก็ยังมีอาการนี้อยู่ จึงกลับมาประกอบพิธีเข้าร่างทรงที่ศาลนางตะเคียนสุภัทรา ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ชาวบ้านโทรไปบอกแล้วเล่าให้ฟัง ซึ่งถ้าหากย้ายแล้วนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจดีกว่านี้ ตนก็จะย้ายให้ชาวบ้าน และตั้งใจว่าจะทำบุญปีใหม่ให้แม่ตะเคียนตามที่ชาวบ้านร้องขอ แต่เรื่องการย้ายตอไม้แม่นางตะเคียนไปไว้จุดอื่นนั้น ต้องหารือกับร่างทรงคนเดิม ซึ่งเคยมาทำพิธียกไม้ตะเคียนท่อนนี้ขึ้นมาจากน้ำในตอนแรกก่อน ว่ามีแนวคิดเดียวกันกับร่างทรงที่กุยบุรีหรือไม่ แต่ถ้าทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ก็จะดำเนินการย้ายให้ แต่ติดปัญหาและอุปสรรคเรื่องเงิน เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีเงินสำหรับย้าย โดยศาลหลังเก่าใช้เงินสร้างไปกว่า 80,000 บาท แต่ถ้าหากมีผู้ใจบุญที่สนใจจะร่วมบุญ สามารถติดต่อมาที่ผู้ใหญ่บ้านได้ โทร. 087 – 9866065.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวหัวหินต้อนรับนายกฯ อิ๊งค์ และทักษิณ แน่นสถานีหนองแก

ชาวหัวหินต้อนรับนายกฯ อิ๊งค์ และทักษิณ แน่นสถานีหนองแก

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 ธันวาคม 2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายทักษิณ ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรี สส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทยประมาณ 400 คน ขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ ROYAL BLOSSOM รวม 5 โบกี้ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อเดินทางไปสัมมนาพรรค ภายใต้กิจกรรม “โครงการเสริมศักยภาพ สส.และบุคลากรทางการเมือง” ระหว่างวันที่ 13 – 14 ธันวาคม ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบฯ ทันทีที่ขบวนรถไฟถึงสถานีหนองแก อ.หัวหิน มีบุคคลสำคัญ เช่นนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตำรวจ ทหาร มาคอยต้อนรับ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากร่วมมอบช่อดอกไม้และของที่ระลึกให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายทักษิณ ชินวัตร ด้วยบรรยากาศอบอุ่น ก่อนที่คณะนายกรัฐมนตรีและผู้ที่ติดตามทั้งหมดจะขึ้นรถตู้ เพื่อไปเข้าร่วมสัมมนาพรรคในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พบเลียงผา สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ที่เขาสามร้อยยอด

พบเลียงผา สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ที่เขาสามร้อยยอด

วันที่ 13 ธันวาคม 2567 นายพงศธร พร้อมขุนทด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า ระหว่างการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้พบเลียงผา สัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ปรากฏตัวอยู่บนยอดเขาหินปูนสูงชัน สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จากระยะไกล นับเป็นภาพที่หาชมได้ยากและสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ เลียงผา (Serow) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเยียงผา หรือโครำ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Bovidae ที่มีวิวัฒนาการทางร่างกายเหมาะสมกับการอาศัยอยู่บนหน้าผาและภูเขาสูงชัน ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ตามบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List) และได้รับการคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าสงวนตามกฎหมายไทย

“อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 98,000 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย (Ramsar Site) ประกอบด้วยระบบนิเวศที่หลากหลายทั้งภูเขาหินปูน ป่าชายเลน ทุ่งหญ้าและพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาว 300 ชนิด การพบเลียงผาครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการอนุรักษ์และการทำงานอย่างทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการดูแลผืนป่าและสัตว์ป่า พร้อมเน้นย้ำขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ และแจ้งเบาะแสหากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าได้ที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ” นายพงศธร กล่าว

นอกจากความสำคัญด้านระบบนิเวศแล้ว เขาสามร้อยยอดยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดประจวบฯ ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม ถ้ำที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนตลอดทั้งปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าคณะภาค 15 มอบตราตั้งแต่งตั้ง เจ้าอาวาสวัดหนองตาแต้ม เป็นเจ้าคณะอำเภอปราณบุรี

เจ้าคณะภาค 15 มอบตราตั้งแต่งตั้ง เจ้าอาวาสวัดหนองตาแต้ม เป็นเจ้าคณะอำเภอปราณบุรี

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีมอบตราตั้งและแต่งตั้งพระครูวิริยาธิการี หรือหลวงพ่อเปี๊ยก กิตฺติวณฺโณ อายุ 70 พรรษา 47 วิทยฐานะ น.ธ.เอก เจ้าอาวาสวัดหนองตาแต้ม รองเจ้าคณะอำเภอปราณบุรี ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอปราณบุรี มีอำนาจหน้าที่ปกครองพระสงฆ์ในเขตอำเภอของตน ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ แต่งตั้ง ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 โดยมีพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พระเถรานุเถระ พระสงฆ์สมณศักดิ์ พร้อมด้วยนายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เข้าร่วมพิธี ท่ามกลางศิษยานุศิษย์ร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมากที่วัดหนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ

วัดหนองตาแต้ม เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2497 เพื่อบรรเทาความยากลำบากในการเดินทางไปบำเพ็ญกุศลยังวัดใกล้เคียงของหมู่บ้านที่อยู่ห่างกว่า 10 กิโลเมตร ชาวบ้านจึงได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดนาห้วย มาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ จากนั้นเริ่มมีการก่อสร้างศาลาการเปรียญทรงไทยและอุโบสถขึ้น โดยได้รับการยกฐานะเป็นวัด เมื่อปี พ.ศ. 2511 ใช้ชื่อว่าวัดเฉลิมประดิษฐาราม และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่เป็นวัดหนองตาแต้ม เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้าน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ.2513 ต่อมาได้มีการก่อสร้างเสนาสนะ กุฏิ พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และเป็นประโยชน์แก่ชุมชน ซึ่งปัจจุบันมี “พระครูวิริยาธิการี” เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองตาแต้ม.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ เตรียมจัดกิจกรรมขึ้นเขาห่มพระ เขาช่องกระจก รับปีใหม่ 2568

ประจวบฯ เตรียมจัดกิจกรรมขึ้นเขาห่มพระ เขาช่องกระจก รับปีใหม่ 2568

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ เป็นประธานประชุมเตรียมพร้อมจัดกิจกรรมขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพร ปีพุทธศักราช 2568 ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองประจวบฯ โดยมี น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นายธณัท ปภพธนานนท์ รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุม

สำหรับกิจกรรมขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพร จัดขึ้นในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โดยปีที่จะถึงนี้เป็นครั้งที่ 19 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้บรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ได้ให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวและร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาช่องกระจก และสัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของเมืองประจวบฯ อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีการห่มผ้าพระบรมสารีริกธาตุให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับจังหวัดอีกทาง

โดยที่ประชุมกำหนดจัดพิธีสวดมนต์ข้ามปีในคืนวันที่ 31 ธันวาคม และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งช่วงเช้าวันที่ 1 มกราคม ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบฯ กิจกรรมพิชิตเขาช่องกระจก 396 ขั้น เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมตามรอยพระบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จพระราชดำเนินบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาช่องกระจก ซึ่งผู้ที่สามารถขึ้นไปถึงยอดเขาสำเร็จจะได้รับใบประกาศนียบัตรและของที่ระลึก การจัดขบวนแห่อัญเชิญผืนผ้าประทักษิณาขึ้นสู่ยอดเขาช่องกระจก เพื่อทำพิธีห่มองค์พระธาตุเจดีย์สีทองที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนเขาช่องกระจก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชาวไทยและชาวต่างประเทศในกิจกรรมอันเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ จึงขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพรปีใหม่ 2568.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

การรถไฟฯ พร้อมรับนายกฯ อิ๊ง – ทักษิณ นั่งขบวน Royal Blossom สัมมนาพรรคที่หัวหิน

การรถไฟฯ พร้อมรับนายกฯ อิ๊ง – ทักษิณ นั่งขบวน Royal Blossom สัมมนาพรรคที่หัวหิน

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 จากการที่ พรรคเพื่อไทย จัดสัมมนาพรรค ภายใต้กิจกรรม “โครงการเสริมศักยภาพ สส.และบุคลากรทางการเมือง” ระหว่างวันที่ 13 – 14 ธันวาคม 2567 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบฯ นั้น โดยจะเดินทางโดยขบวนรถไฟ SRT Royal Blossom ออกจากสถานีหัวลำโพงไปยังหัวหิน นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. แกนนำ และ สส. ประมาณ 400 คน นั้น มีรายงานเบื้องต้นว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะมาร่วมสัมมนาครั้งนี้ด้วย โดยที่พรรคเพื่อไทยเชิญเข้าร่วมในฐานะนักวิชาการ และนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ในฐานะสมาชิกพรรค จะมารถไฟขบวนนี้ด้วย โดยทั้งสองวันมีกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่บนรถไฟมีกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพบุคลากร “ระดมสมองประลองนโยบาย” ส่วนที่โรงแรมเริ่มด้วยกิจกรรมละลายพฤติกรรมสานสัมพันธ์ หัวหน้าพรรคแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพูดคุย การแบรนด์ดิ้งพรรคให้ทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้น เป็นต้น โดยวันที่ 13 ธันวาคม น.ส.แพทองธาร ได้ลาราชการ และหลังเสร็จการสัมมนาแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยขบวนรถไฟเดียวกันจากสถานีรถไฟหนองแกไปยังสถานีรถไฟหัวลำโพง

สำหรับบรรยากาศที่สถานีรถไฟหนองแก จุดที่คณะนายกรัฐมนตรีมาลงรถไฟ และอยู่ใกล้กับโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหินรีสอร์ท สถานที่พรรค พท.ใช้สัมมนา พบว่ามีการตกแต่งสถานที่เตรียมการต้อนรับไว้อย่างสวยงาม โดยนายธงชัย ถนอมสิงห์ นายสถานีรถไฟหนองแก กล่าวว่าสถานีรถไฟหนองแกได้เตรียมความพร้อมในการต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่จะเดินทางมาร่วมสัมมนาในวันพรุ่งนี้ โดยคณะจะมาถึงสถานีรถไฟหนองแกเวลา 12.00 น. ด้วยขบวนรถไฟ SRT Royal Blossom เป็นรถไฟท่องเที่ยวที่หรูหราสุดในไทย ซึ่งการรถไฟมีความพร้อม ทั้งในเรื่องของสถานที่ ที่พักรับรอง และการรักษาความสะอาดไว้เรียบร้อยแล้ว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“อ.เบียร์ คนตื่นธรรม” บรรยายธรรมเสริมความคิดให้นักเรียนวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล

“อ.เบียร์ คนตื่นธรรม” บรรยายธรรมเสริมความคิดให้นักเรียนวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม อินฟลูเอนเซอร์ดาวติ๊กต๊อกธรรมะชื่อดังยอดล้านวิว ได้เดินทางมาบรรยายธรรม ในโครงการ “เสริมสร้างความคิดอย่างมีระบบและการแก้ไขชีวิตในประจำวัน” ที่อาคารเรียน 1 วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จัดโดยชมรมวิชาชีพการบัญชี วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล มีนายอนุชาติ แก้วมาลา รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ น.ส.จุไรวรรณ รักสมยา รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา นายชนม์ธวัช ภู่ระย้า รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร คณะครู นักเรียนและนักศึกษากว่า 500 คน ให้การต้อนรับและร่วมรับฟังด้วยบรรยากาศรอยยิ้มและความสนุกสนานตลอดการบรรยายธรรมเต็มหนึ่งชั่วโมง

นายเทพสุริยะ อรุณแสนไชยา ครูที่ปรึกษา อวท. วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่าได้เสนอให้นักเรียนทำกิจกรรม และนำโครงการนี้ขึ้นมาปรึกษาครูที่ปรึกษาทั้งหมด ว่าจะเชิญอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ที่นักเรียนสนใจอยากให้มาบรรยายธรรมที่วิทยาลัยฯ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

น.ส.ธนพร ทองทวี หัวหน้าแผนกวิชาการบัญชี วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล กล่าวว่าอาจารย์เบียร์ได้นำเอาคำสั่งสอนในพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เด็กสมัยนี้ขาดการขัดเกลา ติดมือถือมาก จะได้หันมาฟังธรรมมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความคิด ทั้งด้านการเรียน สติปัญญา นำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ในการเรียน ในการฝึกงาน และในการทำงานต่อไป.