Categories
ข่าว ทั้งหมด

อำเภอปราณบุรี ร่วมกับไร่สุรพัศฟาร์มจิ้งหรีด จัดเอามื้อสามัคคี ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล

อำเภอปราณบุรี ร่วมกับไร่สุรพัศฟาร์มจิ้งหรีด จัดเอามื้อสามัคคี ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล

วันที่ 14 มิถุนายน 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการเอามื้อสามัคคี ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล และเปิดศูนย์เรียนรู้การพัฒนา คุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นาโมเดล” อำเภอปราณบุรี มีว่าที่พันตรี อภิญญา ศักดินันท์ นายอำเภอปราณบุรี พล.ต.นิรินธน์ ปุณโณทก ผบ.ศสร พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเครือข่าย ผู้นำชุมชน ครูและนักเรียนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม มี น.ส.ช่อฟ้า เจียมสกุล พัฒนาการอำเภอปราณบุรี นายสุรพัศ และ น.ส.ธาริณี สัมพันธ์แต่จริง เจ้าของไร่สุรพัศ ให้การต้อนรับที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ ‘โคก หนอง นาโมเดล” หมู่ 5 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

น.ส.ช่อฟ้า พัฒนาการอำเภอปราณบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567และเพื่อเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2567 เพื่อขยายผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการบูรณาการขับเคลื่อนการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักทฤษฎีใหม่สู่การปฏิบัติจนเป็นวิถี สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และภูมิสังคม เพื่อต่อยอดพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” สู่การพัฒนาพื้นที่แบบเกษตรตามแนวพระราชดำริ เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยโคก หนอง นาโมเดล

นายสุรพัศ สัมพันธ์แต่จริง เปิดเผยว่า จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี เพื่อทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล แล้วยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การจัดการขยะรีไซเคิลเป็นกระถางต้นไม้ ปลูกต้นเกด ที่เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดประจวบฯ ต้นมะริด ทำฝายชะลอน้ำ ปลูกหญ้าแฝก ห่มดินจากกาบมะพร้าว ปลูกพืชในยางรถยนต์ เรียนรู้การเลี้ยงจิ้งหรีดและการแปรรูปจิ้งหรีด เป็นเฟรนด์ฟรายกุ้ยช่ายจิ้งหรีด และยังเวทีเสวนาอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดตัว “น้องจูลี่” MUT Phetchaburi 2024 ชิงนางงามจักรวาล

เปิดตัว “น้องจูลี่” MUT Phetchaburi 2024 ชิงนางงามจักรวาล

วันที่ 15 มิถุนายน 2567 ดร.เกศรา เกิดศุข และคุณธนภัทร อรัญดร ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสยูนิเวอร์ส เพชรบุรี 2024 และประธานผู้อำนวยการ Next Legend Thailand คุณวาทานิกา พันคง ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เพชรบุรี 2024 ร่วมเปิดตัวน้องจูลี่ น.ส.มิรินทร์ มาโน วาเลอรี่ ลิพเพอร์ท สาวลูกครึ่ง ไทย – ฝรั่งเศส อายุ 20 ปี เป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เพชรบุรี 2024 (MUT Phetchaburi 2024) ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี นายวรพจน์ ลิมาคม ประธาน กต.ตร.สภ.หัวหิน นายเทียนเส็ง เมธานพคุณ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมแสดงความยินดี พร้อมกันนี้ “น้องมุก” น.ส.ชนิกานต์ สังวาลพาณิชย์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เพชรบุรี 2023 ได้ขึ้นเวทีอำลาตำแหน่งด้วย

กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (MUT) ผู้ถือลิขสิทธิ์ในการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจําปี 2567 เพื่อเฟ้นหาสาวงามตัวแทนประเทศไทย ที่พร้อมดํารงตําแหน่งทูตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศไทย และเป็นตัวแทนหญิงไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe) ครั้งที่ 73 โดยจะมีสาวงามตัวแทนแต่ละจังหวัดทั้งประเทศมาเก็บตัวที่จังหวัดประจวบฯ ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2567 เพื่อร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยเน้นการนําอัตลักษณ์วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีและผลิตภัณฑ์ของชุมชนในจังหวัดนั้นๆ ของตนให้รู้จักอย่างแพร่หลาย ก่อนสาวงามทั้งหมดจะขึ้นเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 กับคอนเซ็ปต์ “BEYOND UNIVERSE” เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแสดงศักยภาพบนเวทีโลก โดยการประกวดมิสยูนิเวอร์สไทยแลนด์ 2024 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม และจะเปิดตัวผู้เข้าประกวดอย่างเป็นทางการครั้งแรกคือวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ในรอบ First Gate to The Universe.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกรนิกรร่วมเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติในหลวง อย่างสมพระเกียรติ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำพสกรนิกรร่วมเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติในหลวง อย่างสมพระเกียรติ

วันที่ 15 มิถุนายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รับมอบธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ ที่ อบต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ ในกิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จากจังหวัดชุมพร โดยนายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นผู้ส่งมอบ มี รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดประจวบฯ รับมอบธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ จากจังหวัดชุมพร เป็นการรวมสายของสายที่ 8 (ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย) และสายที่ 9 (ภาคใต้ฝั่งอันดามัน)

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ส่งมอบธงให้นายอำเภอแต่ละอำเภอ นำเคลื่อนขบวนเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ เคลื่อนขบวนจากอำเภอบางสะพานน้อย ส่งต่อให้กับอำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก โดยเคลื่อนขบวนไปตามถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม เพื่อนำไปเก็บรักษาที่ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ ต่อไป

ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ ขอเชิญประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองตราสัญลักษณ์ฯ เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรม นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ ในวันที่ 16 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 14.45 น. เป็นต้นไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผลักดันฝีมือศิลปะแกะสลักอาหารเป็น Soft Power ของประจวบฯ

ผลักดันฝีมือศิลปะแกะสลักอาหารเป็น Soft Power ของประจวบฯ

วันที่ 13 มิถุนายน 2567 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรม ศิลปะการแกะสลัก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2567 ให้กับตัวแทนเยาวชนนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และประชาชนครอบครัวละ 1 คน มีผู้ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการประมาณ 100 คน ระหว่างวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2567 ที่ห้องประชุมหิรัญญิการ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ ในโรงเรียนประจวบวิทยาลัย เขตเทศบาล อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี มล.เพ็ญประไพ หอยทอง ประธานคณะอนุกรรมการบริหาร กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายธีระชัย รัตนรังษี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมเในพิธี

นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพงานช่างฝีมือศิลปะการแกะสลักให้เป็น Soft Power ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วยทุนทางวัฒนธรรม และเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดยการส่งเสริมผลักดัน Soft Power ไทยไปทั่วโลก เริ่มต้นจากการพัฒนาคน นโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power โดยจะเฟ้นหาศักยภาพของคนไทยทุกครอบครัวๆ ละ 1 คน เพื่อนำมาส่งเสริมบ่มเพาะศักยภาพผ่านศูนย์บ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์ที่จะมีในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านไปจนถึงระดับประเทศ กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมสวัสดิการสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาจัดกิจกรรมฝึกอาชีพงานแกะสลักให้กับนักเรียนนักศึกษาจากสถานศึกษาต่างๆ และประชาชนจากชุมชนคุณธรรมต้นแบบของจังหวัดประจวบฯ ที่จะนำไปต่อยอดในร้านอาหาร ผู้ประกอบการต่างๆ ซึ่งอาหารนอกจากความอร่อยแล้ว จะต้องมีความสวยงามด้วย จะทำให้อาหารน่ารับประทานยิ่งขึ้น.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อำเภอทับสะแก นำกำลังเจ้าหน้าที่ยึดวัวเถื่อนคาสวนมะพร้าว

อำเภอทับสะแก นำกำลังเจ้าหน้าที่ยึดวัวเถื่อนคาสวนมะพร้าว

วันที่ 14 มิถุนายน 2567 นายราม สิงทโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก มอบหมายให้นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ห้วยยาง หน่วย ฉก.จงอางศึก ตำรวจสันติบาลประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่สำนักการข่าว กอ.รมน. ร่วมกันตรวจยึดโคเพศผู้ จำนวน 12 ตัว บริเวณข้างถนนสวนสาธารณะและสวนมะพร้าว หมู่ 5 บ้านหนองมะค่า อ.ทับสะแก โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิด ฐานร่วมกันนำหรือพาสัตว์มีชีวิตเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้ผ่านพิธีการทางศุลกากร อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 อีกทั้งยังร่วมกันนำเข้าส่งออก หรือนำผ่านสัตว์มีชีวิตเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2548 มาตรา 31

จากการสอบถามนายสมหมาย ฉายแสง อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบศีรีขันธ์ เปิดเผยว่าโคเพศผู้ จำนวน 12 ตัว ที่มีคนนำมาไว้บริเวณข้างถนนสาธารณะและสวนมะพร้าว ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด ประกอบกับบริเวณหมู่บ้าน ในตำบลอ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นหมู่บ้านที่ติดชายแดนไทย – เมียนมา มักจะมีการลักลอบนำโค กระบือ เข้าประเทศตามช่องทางธรรมชาติอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ราคาโคกระบือในประเทศราคาตกต่ำ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบว่าเป็นโคที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเพื่อนบ้านหรือไม่ ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมนำของการส่งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงานเทศกาลอาหารพื้นบ้าน ขนมหวานพื้นถิ่น @ อ่าวประจวบ ครั้งที่ 7

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดงานเทศกาลอาหารพื้นบ้าน ขนมหวานพื้นถิ่น @ อ่าวประจวบ ครั้งที่ 7

ช่วงเย็นวันที่ 14 มิถุนายน 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลอาหารพื้นบ้าน ขนมหวานพื้นถิ่น @ อ่าวประจวบ ครั้งที่ 7 ที่บริเวณถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ มีนายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนผู้บังคับการกองบิน 5 หน่วยงานต่างๆ และประชาชนเข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง จัดโดยเทศบาลเมืองประจวบฯ ร่วมกับชมรมส่งเสริมสินค้าไทย หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัด และให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รู้จักอาหารและขนมหวานที่ขึ้นชื่อของจังหวัด รู้จักผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่น ของฝาก ของที่ระลึกของจังหวัด อีกทั้งเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ

การจัดกิจกรรมนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 14 – 23 มิถุนายน 2567 สำหรับพิธีเปิดวันนี้ มีการแข่งขันทำแกงคั่วสับปะรดหอยแมลงภู่ ชิงเงินรางวัลพร้อมใบเกียรติบัตร วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน มีการประกวดเต้นโคฟเวอร์แดนซ์ การประกวดดนตรีโฟล์คซองของเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ชิงเงินรางวัลพร้อมใบเกียรติบัตร และวันอังคารที่ 18 มิถุนายน มีประกวดร้องเพลงลูกทุ่งสำหรับชุมชน ชิงเงินรางวัล รวมทั้งมีการจำหน่ายสินค้าจากชมส่งเสริมสินค้าไทยตลอดการจัดงาน เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดประจวบฯ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยนำอาหารพื้นบ้านและขนมหวานพื้นถิ่น มาสร้างจุดขายให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนในเขตเทศบาลฯ และผู้ประกอบการ ที่พักโรงแรม ร้านขายอาหาร ร้านขายของฝากของที่ระลึกในจังหวัดประจวบฯ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมชมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บ้านพักเด็กประจวบฯ ร่วมกับสภาเด็กอำเภอทับสะแก ฝึกทำขนมให้กับเยาวชนในพื้นที่

บ้านพักเด็กประจวบฯ ร่วมกับสภาเด็กอำเภอทับสะแก ฝึกทำขนมให้กับเยาวชนในพื้นที่

วันที่ 14 มิถุนายน 2567 นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอาชีพทำขนม ของเยาวชนสภาเด็กอำเภอทับสะแก มี น.ส.วารุณี ดอกจันทร์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบศีรีขันธ์ นายชัชวาล เกิดมาก หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ อบต.เขาล้าน มาเป็นวิทยากร นายณัฐชานนท์ กลิ่นหอม เหรัญญิกของสภาเด็กและเยาวชนอำเภอทับสะแก เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เยาวชนในพื้นที่อำเภอทับสะแก ร่วมกิจกรรม

เนื่องจากสภาเด็กและเยาวชนอำเภอทับสะแก เห็นว่าปัจจุบันยังมีปัญหาครอบครัวยากจน รายได้น้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ ทั้งจากปัจจัยส่วนบุคคล เช่น การศึกษาต่ำ การขาดทักษะในการประกอบอาชีพ การไม่มีที่ดินทำกิน มีภาระหนี้สินมาก เป็นต้น และปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น โครงสร้างของระบบราชการยังไม่เอื้อต่อการแก้ปัญหาความยากจน โครงสร้างของกฎหมายปรับเปลี่ยนไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง และโครงสร้างการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ขาดประสิทธิภาพความเสมอภาคและเป็นธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมที่รุนแรงขึ้น ดังนั้น สภาเด็กและเยาวชนอำเภอทับสะแก จึงสนับสนุน ให้เด็กและเยาวชนในอำเภอทับสะแก มีความรู้ในการทำบัวลอยมะพร้าวอ่อนและข้าวเหนียวเปียกข้าวโพดมะพร้าวอ่อน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายภายในครัวเรือน ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพทางเลือกได้ รู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นระหว่างเด็กและเยาวชนด้วยกันเองอีกด้วย.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมสถานีรถไฟหัวหิน ชมปรับปรุงขบวนได้สวยงามมีเอกลักษณ์

นายกฯ ตรวจเยี่ยมสถานีรถไฟหัวหิน ชมปรับปรุงขบวนได้สวยงามมีเอกลักษณ์

วันที่ 14 มิถุนายน 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6 ) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบฯ จากนั้นเดินทางต่อไปสถานีรถไฟหัวหิน (สถานีใหม่) เพื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีรถไฟหัวหิน (สถานีเดิม) และติดตามความคืบหน้าเปิดเดินรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ช่วงนครปฐม – ชุมพร เพื่อยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส่งเสริมอัตลักษณ์ของหัวหิน พร้อมกันนี้นายกฯ ยังรับฟังสรุปแผนการเดินรถรองรับการท่องเที่ยว STR Royal Blossom สอดรับกับนโยบายรัฐบาล IGNITE TOURSIM THAILAND โดยมีนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ

ทันทีที่นายเศรษฐาเดินทางถึง ได้ทักทายประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาให้การต้อนรับ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชายไต้หวันได้มาเข้าทักทายและขอถ่ายรูปกับนายกด้วย จากนั้นนายกฯ เดินเยี่ยมชมขบวนรถไฟพร้อมรับฟังบรรยายสรุป โดยนายเศรษฐากล่าวชื่นชมการปรับปรุงขบวนรถไฟว่ามีความสวยงาม มีเอกลักษณ์แสดงถึงความเป็นไทย ซึ่งคาดว่าจะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว สำหรับขบวนรถไฟท่องเที่ยว “SRT Royal Blossom” เป็นขบวนรถโดยสารที่ รฟท.ได้รับมอบจากประเทศญี่ปุ่น และนำมาดัดแปลงเป็นขบวนท่องเที่ยวโดยฝีมือคนไทยทั้งหมด แล้วเสร็จชุดแรกจำนวน 5 คัน ภายใต้แนวคิดต้องการให้เป็นรถเพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ มีสันทนาการบนรถ ออกแบบหน้าต่าง บานกระจกกว้างเป็นพิเศษ เพื่อให้สัมผัสบรรยากาศวิวสองข้างทางอย่างเต็มที่ มีมุมคาเฟ่บริการ สร้างความรู้สึกว่าได้ท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

สถานีรถไฟหัวหิน เป็นสถานีที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทย มีพลับพลาจตุรมุขเป็นเอกลักษณ์ของสถานี สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 อาคารหลังแรกของสถานีรถไฟหัวหิน ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2454 ต่อมาในปี พ.ศ.2469 ได้ปรับปรุงสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ ซึ่งอาคารหลังนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบครึ่งตึกครึ่งไม้ โดยได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมวิคทอเรีย ตัวอาคารตกแต่งด้วยสีครีม ตัดด้วยสีแดงเข้ม มีลวดลายประดับอย่างสวยงาม มีหอสัญญาณประแจกล สะท้อนถึงคุณค่าทางประวัตศาสตร์ที่ยาวนานนับร้อยปี แม้ปัจจุบันจะมีการเปิดใช้สถานีรถไฟหัวหินแห่งใหม่เพื่อรองรับโครงการรถไฟทางคู่ แต่อาคารสถานีรถไฟหัวหินแห่งเดิมนี้ยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีจากการรถไฟแห่งประเทศไทย และมีแผนการปรับปรุงอาคารสถานีและพลับพลาจตุรมุข เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ เป็นจุดเช็คอินสำคัญที่ช่วยส่งเสริมอัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองหัวหิน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กาชาดหัวหินฯ ชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตครบรอบ 20 ปี เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก

กาชาดหัวหินฯ ชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตครบรอบ 20 ปี เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก

วันที่ 14 มิถุนายน 2567 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วย ว่าที่พันตรี อภิญญา ศักดินันท์ นายอำเภอปราณบุรี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี แห่งการขอบคุณผู้บริจาคโลหิต เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก ที่งานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายชยาธร เฉียบแหลม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหัวหิน น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ นายกสโมสรไลออนส์หัวหิน และสมาชิกฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง

องค์การอนามัยโลก (WHO) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) สหพันธ์ผู้บริจาคโลหิตระหว่างประเทศ (FIODS) และสมาคมบริการโลหิตระหว่างประเทศ (ISBT) ได้กำหนดให้วันที่ 14 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันผู้บริจาคโลหิตโลก เพื่อให้เป็นวันที่ระลึกถึง ดร.คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ (Karl Landsteiner) ชาวออสเตรีย ผู้ค้นพบหมู่โลหิตระบบเอบีโอครั้งแรก ถือว่าเป็นการค้นพบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานบริการโลหิตทั่วโลก จึงสมควรอย่างยิ่งที่สภากาชาดทั่วโลก จะร่วมจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองเพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก ที่ได้มอบของขวัญอันล้ำค่าให้แก่เพื่อนมนุษย์ คือการบริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย
 

วันผู้บริจาคโลหิตโลกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2547 โดยในปี 2567 ปีนี้มีคำขวัญว่า “20 years of celebrating giving : Thank you, blood donors! – ฉลอง 20 ปีแห่งการให้ ขอบคุณจากใจถึงผู้บริจาคโลหิต ”ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยจึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลอง 20 ปีแห่งการให้ ในโครงการ “วันผู้บริจาคโลหิตโลก 2567 World Blood Donor Day 2024” ระหว่างวันที่  10 – 14 มิถุนายน 2567 เพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิต พลาสมา และเกล็ดเลือด พร้อมสร้างความตระหนักถึงความจำเป็นของการบริจาคโลหิต รณรงค์ให้ผู้บริจาคโลหิตมีส่วนร่วมในการช่วยชีวิตผู้ป่วย เพราะโลหิตยังคงเป็นยารักษาโรคที่สำคัญ ซึ่งต้องได้มาจากการบริจาคเท่านั้น ผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯ จะได้รับเสื้อยืดวันผู้บริจาคโลหิตโลก เป็นที่ระลึกแทนคำขอบคุณ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คอทุเรียนห้ามพลาด งานมหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ครั้งที่ 11 กระตุ้นการท่องเที่ยวหัวหิน

คอทุเรียนห้ามพลาด งานมหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู ครั้งที่ 11 กระตุ้นการท่องเที่ยวหัวหิน

วันที่ 14 มิถุนายน 2567 นายนพพล วัฒนากร ปลัดอำเภอหัวหิน ตัวแทนนายอำเภอหัวหิน น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายวัชระ กำพร นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมผลไม้และของดีป่าละอู” ครั้งที่ 11 ที่หน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ นายกสโมสรไลอ้อนส์หัวหิน นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก พร้อมชมการเดินแบบจาก “น้องฟ้า” ผู้เข้าประกวดธิดาทุเรียนป่าละอูจำแลง 2024 โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มิถุนยาน -3 กรกฎาคม ที่บริเวณลานกิจกรรม ข้าง อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทุเรียนให้กับผู้บริโภคโดยตรง ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนตามมา ภายในงานมีเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ กว่า 70 ราย นำผลไม้และพืชผลทางการเกษตร อาทิ เงาะ มังคุด สับปะรด และของดีต่างๆ ในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ มาจำหน่าย โดยเฉพาะทุเรียนป่าละอู ทั้งพันธุ์หมอนทองและชะนี ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกได้คัดทุเรียนป่าละอูเกรด A จากสวนโดยตรง นำมาจำหน่ายและให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิมที่ศูนย์แสดงสินค้าโอทอป ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ในราคาเดียวกันทุกร้าน กิโลกรัมละ 250 บาท นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้าน สินค้าโอทอป สินค้าเกษตรแฟร์ ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ เครื่องมือการเกษตร เฟอร์นิเจอร์ สินค้าโรงงานมาร่วมจำหน่ายตลอดงาน พบกับการประกวดทุเรียนป่าละอู ชิงรางวัลและบัตรประกาศนียบัตรจากผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ การประกวดธิดาทุเรียนป่าละอูจำแลง 2024 พร้อมศิลปินนักร้องดังบนเวทีทุกค่ำคืน ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชิมทุเรียนป่าละอูแสนอร่อยจากสวนโดยตรงแล้ว ยังได้ชมวิถีชีวิตหมู่บ้านชาวไทยภูเขา และน้ำตกป่าละอูเลื่องชื่อ ที่มีความสวยงาม สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทั้งปี

ทั้งนี้ทุเรียนป่าละอู เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองพระราชทาน ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ทรงพระราชทานให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดนนำไปปลูกที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ครั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนอานันท์ ที่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2509 จนกลายเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันในพื้นที่ เมื่อนำมาปลูกในพื้นที่ป่าละอูที่มีความพิเศษบนพื้นที่สูง สภาพอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของดิน อีกทั้งเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ จึงทำให้ได้ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพ มีรสหวาน เนื้อหนา เหนียว เนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้ง มีความมันมากกว่าความหวาน เม็ดลีบเล็ก กลิ่นไม่รุนแรง ได้รับการยอมรับจากผู้โปรดปรานทุเรียน ว่ามีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับเครื่องหมายสินค้า GI (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 แสดงถึงแหล่งเพาะปลูกที่เจาะจงแค่ที่ใดที่หนึ่ง เป็นสินค้าเด่นของชุมชน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าการเกษตร โดยผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมาย GI ได้แก่ เกษตรกรผู้ผลิตในพื้นที่เป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งได้ร่วมกันรักษาคุณภาพมาตรฐานชื่อเสียงและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นนี้เอาไว้.