Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหิน ชวนตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ส่งท้ายปีรับโชคปีใหม่

บลูพอร์ตหัวหิน ชวนตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ส่งท้ายปีรับโชคปีใหม่

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งและถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2567 ในวันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม 2566 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานเดอะสแควร์ ด้านหน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน โดยงานนี้บลูพอร์ตหัวหินจัดขึ้นเพื่อให้บุคลากรในองค์กร ร้านค้า ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งเพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมโชคลาภ และความราบรื่นในชีวิตการงาน เริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปีพุทธศักราชใหม่ 2567 อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บลูพอร์ตหัวหิน โทร.032 – 905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินสุ่มตรวจกระเช้าของขวัญปีใหม่ สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

หัวหินสุ่มตรวจกระเช้าของขวัญปีใหม่ สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

วันที่ 23 ธันวาคม 2566 น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบฯ, กอ.รมน.ประจวบฯ, สาธารณสุขจังหวัด, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด, ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบกระเช้าของขวัญที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและสถานประกอบการในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2567 ซึ่งส่วนใหญ่จะนำผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญจำหน่ายให้กับประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพของสินค้า การแสดงป้ายราคาสินค้า การแสดงรายการสินค้า ขนาด น้ำหนักต่อหน่วย ปริมาณการบรรจุและราคาสินค้า รวมทั้งการแสดงวันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดของสินค้าแต่ละรายการต้องมีระยะเวลาก่อนหมดอายุอย่างน้อย 6 เดือน และห้ามบรรจุเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกระเช้า

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการต่างๆ ได้ดำเนินการตามกฎหมาย มีการแสดงราคาสินค้าตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 65 พ.ศ.2566 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2566 เรื่องการแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ หากฝ่าฝืนไม่แสดงราคาต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายกระเช้าของขวัญให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำสินค้าใกล้หมดอายุ หรือไม่มีคุณภาพมาจัดกระเช้าของขวัญปีใหม่ ในส่วนของผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในด้านราคาสินค้า ปริมาณสินค้า หรือค่าบริการ สามารถแจ้งขอรับความเป็นธรรม หรือแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบฯ โทรศัพท์ : 032 – 611972 หรือสายด่วน 1569.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายหน่วยงานระดมรถดับเพลิงดับไฟไหม้ป่าข้างทาง ควันท่วมถนนทำรถติดยาว

หลายหน่วยงานระดมรถดับเพลิงดับไฟไหม้ป่าข้างทาง ควันท่วมถนนทำรถติดยาว

ช่วงเย็นวันที่ 22 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งล่องใต้ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 273 บ้านหนองหมู หมู่ 7 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกิดเพลิงลุกไหม้ป่าหญ้าข้างทาง บวกกับมีกระแสลมแรง ทำให้เพลิงโหมลุกลามอย่างรวดเร็ว เทศบาลตำบลกุยบุรีได้ระดมรถดับเพลิงมาสกัดเพลิงที่อาจลุกลามเข้าบ้านและสถานที่ราชการ

สำหรับจุดที่มีเพลิงลุกไหม้นั้น เป็นป่าต้นธูปฤาษี และเป็นป่าละเมาะ ต้นเพลิงอยู่ห่างจากถนนประมาณ 300 เมตร อีกทั้งวันนี้มีกระแสลมแรงทั้งวัน บวกกับอากาศแห้ง ทำให้เพลิงได้ลามอย่างรวดเร็วมาใกล้ถนนเพชรเกษม ทำให้มีควันลอยเข้ามาในถนนจนทัศนวิสัยไม่ดี มองเห็นได้แค่ระยะใกล้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยตำรวจทางหลวง ต้องปิดถนน 1 เลน และคอยอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งเตือนให้รถที่สัญจรผ่านจุดดังกล่าวขับด้วยความระมัดระวัง ต่อมายังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เทศบาลกุยบุรีจึงประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ ใกล้เคียง เพื่อขอรถดับเพลิงมาช่วย รวมถึงหน่วยงาน ปภ.จังหวัดประจวบฯ รถดับเพลิงจากทหารกองบิน 5 และอำเภอสามร้อยยอด ซึ่งนายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอสามร้อยยอด เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์และช่วยอำนวยความสะดวก โดยมีนายไพศาล ช่อผกา นายอำเภอกุยบุรี คอยควบคุมสถานการณ์อยู่ ซึ่งรถดับเพลิงทั้งหมดที่มา ทำได้เพียงอยู่บนถนนและฉีดน้ำสกัดเท่านั้น เพราะจุดที่เพลิงไหม้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำขัง จึงต้องปล่อยให้เพลิงลุกจนหมดเชื้อไฟ ส่วนจุดไหนที่ใกล้บ้านเรือนหรืออาคารราชการ ก็ฉีดน้ำป้องกันไฟลุกลามเข้าอาคารบ้านเรือนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงให้สงบได้.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อดีตเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า วัยเกษียณ โดนอ้างกรมบัญชีกลาง หลอกให้โหลดแอพ สูญเงินเกลี้ยงบัญชี

อดีตเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า วัยเกษียณ โดนอ้างกรมบัญชีกลาง หลอกให้โหลดแอพ สูญเงินเกลี้ยงบัญชี

วันที่ 22 ธันวาคม 2566 นายสมพงษ์ กรีดกราย อดีตเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าโดนแก๊งค์มิจฉาชีพหลอกให้โหลดแอปพลิเคชันจากลิงค์ โดยหลอกให้เชื่อว่าเป็นแอปฯ จากกรมบัญชีกลาง เพื่อจะจ่ายเงินค่าตอบแทนหลังจากเกษียณราชการ จากนั้นถูกดูดเงินจากบัญชีจนเกลี้ยง

นายสมพงษ์เล่าว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมาได้รับโทรศัพท์จากสายหนึ่ง อ้างว่าเป็นฝ่ายการเงินจากกรมอุทยานฯ ถามว่า หลังจากเกษียณแล้ว กรมฯ มีเงินค่าตอบแทนพิเศษให้หรือไม่ จากนั้นได้แจ้งว่าตอนนี้ทางกรมฯ มีโครงการจะจ่ายเงินค่าตอบแทน เป็นเงินตกเบิกให้ก้อนหนึ่ง เกือบ 6 หมื่นบาท แต่ต้องให้ข้อมูลกับกรมบัญชีกลางเสียก่อน หลังจากนั้นไม่นานมีสายเข้ามาเป็นอีกเบอร์หนึ่ง แจ้งว่าจากกองบำเหน็จบำนาญ สอบถามหลอกล่อว่ามีเงินตกเบิกจะจ่ายให้ แต่ต้องให้ยื่นคำร้อง โดยการกดลิงค์เข้าไป แล้วให้ใส่ข้อมูลต่างๆ หลังจากทำตามขั้นตอนต่างๆ ที่ระบบแจ้งมา สักพักมียอดเงินโอนเข้าบัญชี 17,000 บาท เป็นยอดแรก แล้วจะมีโอนตามมาอีกยอด ทำให้ตนเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง ระหว่างนั้นมิจฉาชีพสาวได้โทรมาทางไลน์อีกว่า ให้โอนเงินจากบัตรเครดิตของธนาคารเข้ามาให้ในบัญชีธนาคารกรุงไทยของตน ในตอนนั้นตนเห็นว่ามีเงินเข้ามาในบัญชี 17,000 บาทแล้ว ไม่ได้เฉลียวใจ จึงกดโอนเงินจากบัตรเครดิตเข้าในบัญชีอีกจำนวน 33,000 บาท แต่เนื่องจากการโอนเงินจากบัตรเครดิตต้องใช้เวลาสักระยะ ระหว่างนั้นตนรู้สึกแปลกใจที่ทุกอย่างเงียบไป ไม่มีการแจ้งยอดเงินที่เหลือ อีก 47,000 บาทเข้ามา ตนจึงเข้าเช็คยอดเงินจากแอปพลิเคชันของธนาคาร และพบว่ายอดเงินเหลือ 0 บาท จึงทำให้ทราบว่า ตนโดนแฮกข้อมูลตามที่เคยได้ยินข่าวมาบ้างแล้ว จึงโทรเข้าไปยังธนาคาร ขอให้ระงับการใช้งานบัญชีของตนชั่วคราว แล้วตรวจสอบจากแอปพลิเคชันของธนาคาร พบว่ายอดเงินทั้งหมดของตน ซึ่งมีเงินอยู่ 29,410 บาทรวมอยู่ด้วย ถูกโอนไปยังบัญชีของนายไชยมงคล กาศักดิ์ ส่วนยอดเงินที่จะโอนจากบัตรเครดิตนั้น เคราะห์ดีที่ยอดเงินยังไม่ทันเข้าบัญชี ทำให้มิจฉาชีพได้เงินไปเพียงยอดเดิมที่มีอยู่ในบัญชีเท่านั้น ตนจึงได้รวบรวมหลักฐาน เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี เพื่อแจ้งความเอาผิดกับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ โดยพนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะส่งเรื่องดังกล่าวให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ดำเนินการต่อไป

นายสมพงษ์ กล่าวในตอนท้ายว่าฝากเตือนไปยังทุกคน ว่าหากได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานต่างๆ และหากมีการบอกให้โหลดแอปฯ อะไร อย่าได้หลงเชื่อทำตามโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นอาจจะโดนหลอกแบบตน.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทางหลวงประจวบฯ รวบหนุ่มบัญชีม้า อ้างว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชีออนไลน์

ทางหลวงประจวบฯ รวบหนุ่มบัญชีม้า อ้างว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชีออนไลน์

ตามข้อสั่งการ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. ให้ตำรวจทางหลวงระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนถึงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 18 – 27 ธันวาคม 2566 ต่อมาวันที่ 22 ธันวาคม พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ท.กฤตย์ ธีรเวศย์สุวรรณ รอง ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ต.พุทธางกูร เรืองธรรม สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. (ประจวบฯ) ร.ต.อ.คมสัน วรรณสกุล รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมนายชัชนันท์ ธิมาบุตร อายุ 23 ปี ที่อยู่ 75/1 หมู่ 3 ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.109/2566 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

ก่อนหน้านั้นตำรวจทางหลวงประจวบฯ ตั้งจุดตรวจบริเวณหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงห้วยมงคล ถนนบายพาสชะอำ – ปราณบุรีขาเข้า หลักกิโลเมตรที่ 39 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พบรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 3 ฒฆ – 4933 กรุงเทพฯ บรรทุกสิ่งของมีผ้าใบคลุมมิดชิดวิ่งผ่านมา จึงเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ก่อนขอดูใบอนุญาตขับขี่ ทราบชื่อว่านายชัชนันท์ จึงตรวจสอบข้อมูลอาชญากรรมผ่านระบบข้อมูลอาชญากรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (CRIMES) ทราบว่านายชัชนันท์มีหมายจับอยู่ เบื้องต้นนายชัชนันท์ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน และอ้างว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชีออนไลน์ธนาคาร จึงควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่ง สภ.เวียงสา จ.น่าน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ ชวนเที่ยวงาน“Happy คลองวาฬ แสง สี New Year 2024”ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ททท.ประจวบฯ ชวนเที่ยวงาน“Happy คลองวาฬ แสง สี New Year 2024”ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

วันที่ 21 ธันวาคม 2566 นางบุญเยี่ยม วินิจ นายกเทศมนตรีตำบลคลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ กล่าวว่า เทศบาลตำบลคลองวาฬ ร่วมกับ ททท.สำนักงานประจวบฯ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและเผยแพร่อัตลักษณ์ชุมชน ในงาน“Happy คลองวาฬ แสง สี New Year 2024” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ที่บริเวณสะพานปลาคลองวาฬเก่า ริมอ่าวคลองวาฬ ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ โดยจะมีการออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น อาหารทะเลจากผู้ค้าในชุมชนคลองวาฬ การแสดงดนตรี การลอยกระทงสาย และไฮไลต์ การจุดพลุเฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2567 ท่ามกลางฉากหลังของเขาคลองวาฬที่สวยงาม พร้อมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีที่วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง และการทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลในเช้าวันที่ 1 มกราคม 2567 จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานดังกล่าว ชาวคลองวาฬพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับผู้มาเยือนทุกคน

ด้านนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า ททท.สำนักงานประจวบฯ ให้การสนับสนุนเทศบาลตำบลคลองวาฬ ร่วมกับพันธมิตรหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมสำคัญส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “Happy คลองวาฬ แสง สี New Year 2024”เพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์ถึงความเป็นคลองวาฬ ว่าเป็นอีกจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของจังหวัดประจวบฯ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี“สุขทันที ที่มาเที่ยวประจวบคีรีขันธ์”ทั้งนี้ตำบลคลองวาฬ เป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสามารถเดินทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ใน อ.เมืองประจวบฯ เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ อ่าวมะนาว วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เขาช่องกระจก ตลาดนัดถนนคนเดินริมอ่าวประจวบฯ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเที่ยวงานได้ตามวันดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ คนใหม่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ คนใหม่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น

วันที่ 21 ธันวาคม 2566 นายนิติ วิวัฒน์วานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คนใหม่ พร้อมด้วยนางปัทมา วิวัฒน์วานิช ภริยา เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลที่ศาลหลักเมืองประจวบฯ สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ หลังเก่า และไหว้พระพุทธรูป ณ ห้องปฏิบัติงาน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นำเจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ นายนิติ วิวัฒน์วานิช ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงมหาดไทย ประเภทผู้บริหารระดับสูง 28 ราย และประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ 3 ราย รวมทั้งหมด 31 ราย เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา

จากนั้นนายนิติ วิวัฒน์วานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมภริยา เดินทางเข้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ไหว้สักการะศาลพระภูมิและพระภายในบ้านพัก ก่อนออกมาพบปะกับบรรดาหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคเอกชน และประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรับปากจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขให้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ โอกาสนี้ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ และคณะ ได้มอบดอกไม้แสดงความยินดี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น

สำหรับประวัติ นายนิติ วิวัฒน์วานิช อายุ 54 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2512 จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต, ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประวัติรับราชการ นายอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อปี 2560, ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2563, รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เมื่อปี 2563, รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เมื่อปี 2564, ปัจจุบัน ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินตื่นตัวเดินรณรงค์ป้องกันโรคไวรัสซิกา หลังพบผู้ป่วย 14 ราย

หัวหินตื่นตัวเดินรณรงค์ป้องกันโรคไวรัสซิกา หลังพบผู้ป่วย 14 ราย

วันที่ 21 ธันวาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Big Cleaning Day” รณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อโดยแมลง (โรคติดเชื้อไวรัสซิกา, โรคไข้เลือดออก, โรคไข้ปวดข้อยุงลาย) ที่สวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อสม. ชุมชนต่างๆ คณะครูและนักเรียนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ตั้งแต่สวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาล ก่อนแยกย้ายไปสำรวจและทำลายแหล่งเพาะลูกน้ำยุงลายในพื้นที่เป้าหมาย

นายพลกฤต พวงวลัยสิน กล่าวว่า สถิติของอำเภอหัวหิน ขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาจำนวน 14 ราย ใน 3 ตำบล จึงร่วมกับสาธารณสุขอำเภอ และเครือข่ายต่างๆ จัดกิจกรรมรณรงค์ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา โดยเฉพาะยุงลายที่เป็นพาหะ ประชาชนให้ความสนใจ มีการแจกปลาหางนกยูงให้ไปกำจัดลูกน้ำยุงลาย แจกทรายอะเบท เราทำกิจกรรมเหมือนกับไข้เลือดออกทุกอย่าง เน้นในเรื่องของบ้านเรือน ขยะต่าง ๆ แหล่งน้ำ ที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง เนื่องจากการพ่นหมอกควันตามถนน จะเข้าไม่ถึงบ้านเรือน ต้องอาศัยความร่วมมือตรงนี้ รวมถึงเด็กๆ สนุกสนานกับกิจกรรมนี้ นำกลับไปเผยแพร่ที่โรงเรียน ไปบอกผู้ปกครอง กระจายไปยังเพื่อนบ้าน หมู่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ เพื่อจะได้ช่วยกันสร้างความเข้มแข็งและป้องกันโรคจากยุงลายครั้งนี้

ด้านนายเจนวิท ผลิศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้มีผู้ป่วย 14 ราย หลักสำคัญคือเราจะต้องรณรงค์ป้องกันเพื่อไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ไม่ให้ยุงกัด เราก็จะไม่ป่วย การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ต้องร่วมมือพร้อมๆ กันทุกหลังคาเรือน เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนในพื้นที่ หลังจากที่ทุกคนมาร่วมกิจกรรมนี้ได้กลับไปทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายที่บ้าน ไม่ให้มีลูกน้ำที่จะไปแพร่กระจายในพื้นที่อำเภอหัวหินของเราต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประธาน ป.ป.ช.เปิดสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดประจวบฯ

ประธาน ป.ป.ช.เปิดสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดประจวบฯ

วันที่ 21 ธันวาคม 2566 พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธานเปิดที่ทำการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวรายงาน และมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายปฏิวัติ ธนากรรัฐ อัยการจังหวัด พล.ต.ต.จำลอง งามเนตร ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ น.อ.สามารถ ว่องทรงเจริญ รอง ผบ.กองบิน 5 นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ กรรมการ ป.ป.ช. รองเลขาฯคณะกรรมการ ป.ป.ช. หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน ภาคเอกชน ชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริต เครือข่ายภาคประชาชน เข้าร่วม มี น.ส.จุฑารัตน์ เหลืองเพิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบฯ ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ในเขตพื้นที่ภาค 7 ร่วมต้อนรับ ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบฯ ถนนประจวบคีรีขันธ์ ต.ประจวบฯ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ ฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานพิธีสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์จำนวน 9 รูปสวดเจริญพระพุทธมนต์

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ด้านป้องกันการทุจริต ด้านปราบปรามทุจริต และด้านตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช. มีการแบ่งส่วนราชการในส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค จำนวน 9 แห่ง และ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด อีกจำนวน 76 จังหวัด เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระดับพื้นที่ ให้สามารถครอบคลุมได้ทั่วประเทศ อีกทั้งเพื่อประโยชน์ในการให้บริการแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการด้านป้องกันการทุจริต ด้านปราบปรามการทุจริต รวมถึงด้านตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินได้อย่างสะดวก ตนมั่นใจว่า ประชาชนทุกคนที่มารับบริการ ณ ที่ทำการแห่งนี้ จะได้รับการบริการด้วยความจริงใจ อย่างมืออาชีพ ด้วยกระบวนการยุติธรรมที่เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้แก่ข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบฯ และเจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่ภาค 7 ทุกคน เป็นกำลังสำคัญในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานในการต่อต้านการทุจริตและสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาฯ ป.ป.ช. กล่าวถึงประวัติความเป็นมา และวัตถุประสงค์การก่อสร้างอาคารที่ทำการหลังใหม่ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าที่ทำการในจังหวัดประจวบฯครั้งแรกในปี 2556 ในชื่อ“สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์”ได้รับความอนุเคราะห์จาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ให้ใช้สถานที่เป็นที่ทำการของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชั่วคราวและต่อมาได้มีการย้ายที่ทำการของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด อีกหลายครั้ง รวมแล้วถึง 4 ครั้ง

ต่อมาในปี 2565 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 37,300,000 บาท เพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบฯ พร้อมสิ่งก่อสร้าง บนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ปข. 611 (บางส่วน) ต.ประจวบคีรีขันธ์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 3 ไร่ 1.60 ตารางวา ของกรมธนารักษ์ โดยอาคารหลังนี้ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 450 วัน อาคารที่ทำการหลังนี้ตั้งอยู่ เลขที่ 187 ถนนประจวบคีรีขันธ์ ต.ประจวบฯ อ.เมือง จ.ประจวบฯ โครงสร้างถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอย เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น

อาคารสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประชาชนมาติดต่อราชการ รองรับการบริการด้านปราบปรามการทุจริต ด้านการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ด้านการส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยประสานความร่วมมือกับ ภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ ให้ได้รับการบริการที่มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนงานด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานราชการ ซึ่งปัจจุบัน สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบฯ มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่จำนวน 16 คน.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

วนอุทยานเขานางพันธุรัต จับมือราชภัฏเพชรบุรี เตรียมตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน

วนอุทยานเขานางพันธุรัต จับมือราชภัฏเพชรบุรี เตรียมตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน

วันที่ 18 ธันวาคม 2566 นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต พร้อมด้วย ผศ.พจนารถ บัวเขียว รอ’อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ลงพื้นที่วนอุทยานเขานางพันธุรัต อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนเตรียมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวภายในวนอุทยานเขานางพันธุรัต ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยจะดำเนินการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น ซึ่งอยู่บริเวณพื้นที่ หรือจัดกิจกรรมต่างๆ โดยเน้นให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรมของวนอุทยานเขานางพันธุรัต

นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ กล่าวว่าปัจจุบันวนอุทยานเขานางพันธุรัต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เป็นจุดเช็คอินของอำเภอชะอำ เช่น กระจกนางพันธุรัต ถนนสีรุ้ง จุดชมวิวทุ่งเศรษฐี บ่อชุบตัวพระสังข์ ลานหินดึกดำบรรพ์ เป็นต้น อีกทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมปั้น – ยิงเมล็ดพันธุ์แห่งความดี กิจกรรมดูนก ชมฟอสซิล กิจกรรมเพาะชำนำสุข และในปีนี้ วนอุทยานเขานางพันธุรัตได้เชิญชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านนายาง เข้ามาเป็นเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยาน (อส.อส.) เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พัฒนาการท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งวนอุทยานฯ มีการท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงครอบครัว การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล การท่องเที่ยวที่เป็นกลางทางคาร์บอน การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ซึ่งการที่วนอุทยานเขานางพันธุรัตได้จับมือร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ ให้เป็นอีกหนึ่งการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสามารถส่งเสริมพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม.