Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน คว้ารางวัลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ยอดเยี่ยมรับถ้วยพระราชทานจากกรมสมเด็จพระเทพฯ

เทศบาลหัวหิน คว้ารางวัลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ยอดเยี่ยมรับถ้วยพระราชทานจากกรมสมเด็จพระเทพฯ

วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ กล่าวภายหลังเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศเทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2565 จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วังสระปทุม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า “รางวัลนี้เป็นรางวัลของพวกเราชาวหัวหินทุกคน เป็นรางวัลของความภาคภูมิใจของเมืองหัวหิน ซึ่งในปี 2565 เราเป็นที่หนึ่งของประเทศในเรื่องของการใช้นวัตกรรมที่นอนหลอด คือหลอดพลาสติกที่ใช้ดูดน้ำ การใช้หลอดดูดน้ำเราใช้แค่คนๆ เดียว ใช้หลายคนก็ไม่ได้ เวลาทานในมื้อนั้นเสร็จแล้วก็ทิ้งไป หน้าที่ของหลอดก็จบสิ้นอยู่แค่นั้น แต่เราเป็นเมืองท่องเที่ยวมีสถานประกอบการจำนวนมาก ต้องใช้หลอดดูดน้ำเยอะในแต่ละวัน เทศบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหาผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อมเพราะพลาสติกย่อยสลายได้ยาก สุดท้ายต้องไปฝังกลบสร้างปัญหาผลกระทบเรื่องโลกร้อน จึงจุดความคิดดำเนินการแก้ไขโดยใช้แม่บ้านของเทศบาลเมืองหัวหิน ซึ่งตอนนี้เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนอยู่แล้ว ใช้เครือข่ายในการป้อนวัตถุดิบ คือหลอดดูดน้ำพลาสติกที่เหลือทิ้งจำนวนมากจากสถานประกอบการต่างๆ มาทำที่นอนจากหลอด จากของที่ไม่มีคุณค่าและต้องนำไปกำจัดฝังกลบ ก็ถูกนำมาให้เกิดเป็นคุณค่าที่ใช้ซ้ำได้ต่อ”

แนวทางต่อไปที่จะพัฒนายกระดับเมืองหัวหิน เราขับเคลื่อนอยู่ทั้งหมด 5 ด้าน คือ ด้านสุขภาพเป็นสำคัญ เพราะหัวหินมีอากาศที่ดีมากที่สุดของประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ ดูจากปี 2565 ที่ผ่านมา พอเข้ามาในพื้นที่จะมีเรื่อง Sea Sand Sun ทั้งเมืองแห่งท้องทะเล เมืองแห่งแสงแดด เมืองแห่งหาดทราย เรามีครบตอบโจทย์นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติชอบมาก เรามีโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน โรงพยาบาลซานเปาโลหัวหิน แล้วมีศูนย์หัวใจโรงพยาบาลหัวหิน ตอนนี้การแพทย์ของเราดีขึ้นมาก เรื่องของที่พัก ที่กิน ที่เที่ยวแบบตอบโจทย์ มีทั้งโรงแรมชั้นนำ สนามกอล์ฟที่ได้รับรางวัลของเอเชียและออสเตรเลียรวมกัน 2 ทวีป ประจำปี 2014 ที่เราได้รับรางวัลจากผู้มาใช้บริการและโหวตให้เราให้เป็นเมืองในฝันของกอล์ฟ ผมมองว่าเราต้องตั้งเป้าหมายว่าหัวหินจะต้องเป็นเมืองแห่งห้องทำงานโลก เพราะเรื่องของการสื่อสารที่รวดเร็ว เป็นพื้นที่ ที่เหมาะสมสามารถทำงานไปด้วย ท่องเที่ยวไปด้วย แล้วมีอาหารดีๆ กินด้วย

ด้านที่ 2 คือ ด้านของความปลอดภัยเรื่องของชีวิตและทรัพย์สิน เรามีโครงการกล้องวงจรปิด การทำสมาร์ตซิตี้โซน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านที่ 3 ด้านสิ่งแวดล้อม ดำเนินการในเรื่องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ที่จะทำให้โลกนี้ร้อนน้อยลง เกี่ยวกับการบริหารจัดการเรื่องขยะ ทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง และให้ความรู้กับประชาชนด้วย ด้านที่ 4 เราบอกว่าเราเป็นเมืองอินเตอร์ เป็นเมืองระดับโลกแล้ว แต่ถ้าเราเป็นเมืองที่ไม่พร้อมรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย เราจะเป็นเมืองที่บอกว่าเรามีความพร้อมระดับโลกไม่ได้ มีผู้พิการที่ผมจำคำพูดของเขาว่า เขาจะไม่เป็นผู้พิการ ทั้งที่เขาเป็นผู้พิการโดยสภาพร่างกาย แต่ถ้าเมืองไม่พิการ ยังไงเขาก็ไปได้ คำพูดนี้เป็นคำพูดที่สะท้อนให้เห็นว่า เราต้องขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาเข้าถึงในทุกพื้นที่ในเขตเราให้ได้มากที่สุด นั่นคือเมืองไม่พิการ คือ Smart city เมืองทันสมัย อันนี้เราก็ขับเคลื่อนเพื่อให้คนนั้นเข้าถึงซึ่งข้อมูล เข้าถึงเรื่องของการบริการที่รวดเร็วขึ้น นี่แหละครับ 5 ด้านที่เรากำลังขับเคลื่อนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลเมืองประจวบฯ จัดขบวนแห่เทียนพรรษาถวายวัดหลวง 2 แห่ง

เทศบาลเมืองประจวบฯ จัดขบวนแห่เทียนพรรษาถวายวัดหลวง 2 แห่ง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีสืบสานประเพณีหล่อและถวายเทียนพรรษา ให้กับวัดหลวงจำนวน 2 แห่ง ประจำปีพุทธศักราช 2566 มีนางกุหลาบ แฝงแก้ว ประธานสภาเทศบาล นางวรรณา ศรีจุฬางกูร รองนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายสุทธิพร เที่ยงธรรม ปลัดเทศบาล พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล คณะผู้บริหาร ประธานชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียนในเขตเทศบาล และประชาชนชาวพุทธ เข้าร่วมโดยพร้อมเพียง โดยเริ่มขบวนแห่ประกวดเทียนพรรษาของชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาล และสถานศึกษาในเขตเทศบาล ไปตามถนนรอบตัวเมือง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมชมการประกวดเทียน และร่วมสืบสานประเพณีหล่อและถวายเทียนพรรษา

นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์จัดงานสืบสานประเพณีหล่อและถวายเทียนพรรษาขึ้นเป็นประจำทุกปี และทำสืบต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน ในปีนี้มีขบวนแห่ประกวดเทียนพรรษาไปตามถนนต่างๆ ในเขตเทศบาล มีชุมชนต่างๆ และสถานศึกษาในเขตเทศบาล ส่งเทียนพรรษาเข้าร่วมประกวดและร่วมขบวนแห่ โดยจะมีการตัดสินผลการประกวดด้านความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงามและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในส่วนเทียนของเทศบาลมีจำนวน 2 เล่ม วันที่ 25 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. จะแห่เทียนไปถวายให้วัดธรรมิการามวรวิหาร พระอารามหลวง และเวลา 10.00 น. จะแห่เทียนอีกเล่มไปถวายให้วัดเกาะหลัก พระอารามหลวง ส่วนของชุมชนและโรงเรียนก็จะนำไปถวายให้กับวัดที่แต่ละหน่วยงานได้ตั้งใจไว้ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนที่สนใจเข้าร่วมพิธีถวายเทียนพรรษาให้กับวัดหลวงร่วมกับเทศบาลได้.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พช.ประจวบฯ ไกล่เกลี่ยหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และฝึกอบรมทำไม้กวาดทางมะพร้าว

พช.ประจวบฯ ไกล่เกลี่ยหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และฝึกอบรมทำไม้กวาดทางมะพร้าว

วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานไกล่เกลี่ยหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และเยี่ยมให้กำลังใจผู้ฝึกอบรมทำไม้กวาดทางมะพร้าว โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เข้าร่วมกิจกรรมที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา หน้าศาลากลางจังหวัด

โครงการไกล่เกลี่ยและลดความเดือดร้อนให้แก่ลูกหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นการขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นหนึ่งภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนที่ผู้บริหารให้ความสำคัญและติดตามการขับเคลื่อนงานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของพี่น้องสตรีในพื้นที่ กลไกการขับเคลื่อน ภาคีเครือข่าย สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน มีส่วนสำคัญที่จะทำให้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเกิดความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมกันของทั้งองคาพยพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับสตรีในพื้นที่ นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมโครงการเสริมสร้างความมั่นคงด้านรายได้ผู้สูงอายุและผู้ว่างงาน โดยการพัฒนาศักยภาพการผลิตไม้กวาดทางมะพร้าว เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ให้คนในชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พช.ประจวบฯ กระตุ้นพลังเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน

พช.ประจวบฯ กระตุ้นพลังเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประกวดหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ตามโครงการการพัฒนาและยกระดับหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน สู่การเป็นต้นแบบด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กิจกรรมการประกวดหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับจังหวัด ณ ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีนายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยคณะทำงานติดตามและประกวดหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นคณะกรรมการในการคัดเลือกครั้งนี้ โดยมีกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับอำเภอ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทั้ง 8 อำเภอ เข้าร่วมการนำเสนอข้อมูลและจัดแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานกิจกรรมการประกวดหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน อำเภอได้ร่วมกับเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอ พิจารณาคัดเลือกกองทุนแม่ของแผ่นดินที่มีความพร้อม และมีความเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อำเภอละ 1 แห่ง เสนอชื่อเข้ารับการประกวดกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับจังหวัดประจำปีนี้ และจัดทำเอกสารผลงานส่งจังหวัด ซึ่งหลังจากนี้เมื่อมีการรวมสรุปผลคะแนน จังหวัดจะประกาศผลการประกวดกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 และจัดทำใบประกาศเกียรติคุณมอบให้หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับจังหวัด และงบประมาณ 10,000 บาท เพื่อสนับสนุนให้หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับจังหวัด เพื่อพัฒนากองทุนในลำดับต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เร่งค้นหาลูกเรือประมงพื้นบ้าน หลังพลัดตกน้ำในทะเล

ประจวบฯ เร่งค้นหาลูกเรือประมงพื้นบ้าน หลังพลัดตกน้ำในทะเล

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่หารือร่วมกับหน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จ.ประจวบฯ, ปภ.จังหวัดประจวบฯ, หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวน้อย (ประจวบคีรีขันธ์), สมาคมประมงพื้นบ้านอ่าวประจวบฯ, มูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน และเจ๊ทสกี ในการออกค้นหาร่างผู้สูญหายทางทะเล ซึ่งก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง ศรชล.จ.ประจวบฯ ได้รับแจ้งจาก นายวิษณุ ปิ่นอบเชย เจ้าของเรือประมงพื้นบ้าน ชื่อเรือ อ.ลาภวิษณุ ว่าลูกเรือของตน คือนายภคพล ชมชอบ อายุ 19 ปี ชาวบางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้พลัดตกเรือจมหายไปในทะเลบริเวณน่านน้ำ หน้าเทศบาลตำบลคลองวาฬ ห่างจากฝั่งประมาณ 3.5 ไมล์ทะเล หลังรับแจ้งได้ประสานเรือประมงพื้นบ้านจำนวน 32 ลำ เรือตรวจการณ์ประมง จำนวน 2 ลำ และเจ็ทสกีอาสา 2 ลำ ออกค้นหาในรัศมี 6 – 7 ไมล์จากจุดเกิดเหตุตลอดทั้งวัน แต่ก็ยังไม่พบร่างผู้สูญหาย และยกเลิกภารกิจเนื่องจากมืดค่ำและสภาพอากาศไม่อำนวย

ทั้งนี้ในวันที่ 25 กรกฎาคม สำนักงาน ปภ.จังหวัด ได้จัดระบบการค้นหาและจัดกำลังเรือ โดยให้หน่วย ศรชล.ประจวบฯ เป็นผู้กำหนดการปฏิบัติและการสื่อสารติดตามในทะเล สำหรับภาคพื้นดินให้ ปภ.จังหวัด ประสานหน่วยงานและสนับสนุนการปฏิบัติทางน้ำ ประกอบด้วยเรือหน่วยกู้ภัย ตำรวจทางหลวง เรือสปีดโบ๊ทกับเจ็ทสกี พร้อมกันที่ทางลงทะเลหน้าอเมซอนหัวบ้าน ริมรั้วกองบิน 5 ในเวลา 07.00 น.เพื่อออกปฎิบัติการค้นหา พร้อมกันนี้ ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ยังได้เน้นย้ำปฏิบัติการค้นหาลูกเรืออย่างเต็มที่ พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ครอบครัว ขอให้พบผู้ประสบเหตุให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเร็วไวและปลอดภัย พร้อมทั้งยังได้สนับสนุนน้ำมันบางส่วนให้กับเจ็ตสกีที่อาสามาช่วยอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สโมสรไลออนส์หัวหิน ได้ “เฌอมาลย์” นั่งเก้าอี้นายกฯ ต่ออีกวาระ

สโมสรไลออนส์หัวหิน ได้ “เฌอมาลย์” นั่งเก้าอี้นายกฯ ต่ออีกวาระ

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 นายพงศ์ศักดิ์ เกตุสวัสดิวงศ์ รองประธานที่ปรึกษาสภาผู้ว่าการไลออนส์ภาครวม 310 เป็นประธานในพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหาร สโมสรไลออนส์หัวหิน ปี 2566 – 2567 แทนชุดเก่าที่หมดวาระลง ที่โรงแรมเวอโซ หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสุรวีย์ นิ่มวชิระสุนทร ผู้ว่าการไลออนส์ภาค 310 D, นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน, พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.หัวหิน คณะกรรมการสโมสรไลออนส์หัวหินและสมาชิก แขกผู้มีเกียรติ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีสถาปนาครั้งนี้ และผลลงมติปรากฏว่า น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ ดำรงตำแหน่งนายกสโมสรไลออนส์หัวหินอีกวาระหนึ่งอย่างเป็นเอกฉันท์ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดีกับนายกสโมสรไลออนส์หัวหินคนใหม่

น.ส.เฌอมาลย์ กล่าวว่า สโมสรไลออนส์หัวหิน ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ในสมัยวาระที่ 2 นี้ ยังคงทำกิจกรรมเหมือนเดิม กิจกรรมที่ผ่านมา มีโครงการสงเคราะห์ผู้ที่ยากไร้ ผู้ที่ประสบกับภัยธรรมชาติ โครงการมอบทุนการศึกษาให้เด็กในโรงเรียนพื้นที่อำเภอหัวหิน โครงการมอบแพมเพิร์ส โครงการวีลแชร์ ที่มอบเป็นประจำทุกเดือน ร่วมกับ กอ.รมน.ประจวบฯ อำเภอหัวหิน กิ่งกาชาด เทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ผู้ด้อยโอกาส และยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ร่วมปลูกป่าและปล่อยพันธุ์ปลาลงอ่างเก็บน้ำ โครงการมอบแว่นตาซึ่งเป็นนโยบายหลักของสโมสรไลออนส์สากล เป็นการมอบโอกาสทางด้านสายตากับคนที่มองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ทั้งนี้สโมสรไลออนส์ทุกสโมสรเป็นสโมสรที่มีอุดมการณ์ที่จะร่วมกันประกอบกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้ หรือประสบเคราะห์กรรม โดยมิหวังผลประโยชน์ทดแทนเป็นส่วนตัวแต่ประการใด สโมสรไลออนส์เป็นเสมือนผู้ประสานงาน หรือสื่อกลางที่จะให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือทั่วไป ดังคติของทุกสโมสรที่ว่า “เรายินดีบริการ” WE SERVE.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สสว.จัดเสวนา “กลยุทธการขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยให้เป็นหนึ่ง” ที่หัวหิน

สสว.จัดเสวนา “กลยุทธการขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยให้เป็นหนึ่ง” ที่หัวหิน

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการเสวนา “กลยุทธการขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยให้เป็นหนึ่ง” ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี นายกิตติ พรศิวะกิจ ประธานคณะอนุกรรมการ Smart Tourism คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ น.ส.แสงจันทร์ แก้วปทุมรัสมี ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางวาสนา ศรีกาญจนากรรมการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย/นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ นายชณัฏฐ์ พงศ์ธราธิก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และแขกผู้เกียรติ เข้าร่วม

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ กล่าวว่า โครงการ SME Restart เป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (สสว.) กับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจให้มีความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในด้านสินค้า การตลาด และเทคโนโลยี และเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวไปยังชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ เป็นการเพิ่มทักษะ (Upskill) และ ฝึกฝนทักษะ (Reskill) แก่ผู้ประกอบการ และนอกจากนี้สภาฯ ยังได้เร่งผลักดันให้กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ได้ยื่นเรื่องเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลเรื่องการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจการโรงแรม

นายกิตติ พรศิวะกิจ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่ม SME ให้มีทักษะความรู้ มีการยกระดับในเรื่อง smart greenwell ซึ่งประธานสภาอุตสาหกรรมไทยมีนโยบายว่า จะต้องช่วยพี่น้องผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้สามารถใช้เครื่องมือดิจิตอลในการให้บริการลูกค้า ในการหาลูกค้า ในการวิเคราะห์ข้อมูล เรานำ 3 เทคโนโลยีที่สำคัญในเรื่องของ smartism มาแบ่งปันให้กับพี่น้องชาวหัวหินและชะอำ เครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงนี้ คือการใช้ tiktok มาเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์แล้วสร้างรายได้ AI ที่ฮิตที่สุดวันนี้คือตัวแชท GMT จะมาช่วยในการสร้างเนื้อหา โพสต์บนโลกโซเชียลมีเดีย เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือแห่งอนาคต

นางวาสนาศรี กาญจนา กล่าวว่า ในส่วนของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ขอขอบคุณคณะผู้จัดการทำโครงการ ที่เลือกพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบฯ เป็นพื้นที่นำร่องสำหรับการอบรมให้ความรู้ในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้ up skill และ Reskill และได้รับความรู้เพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างประกอบธุรกิจของตนเองให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพคนเมืองสูงวัยอย่างมีคุณค่า

รพ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพคนเมืองสูงวัยอย่างมีคุณค่า

วันที่ 24 กรกฎาคม 66 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมมหกรรมสุขภาพเพื่อคนสูงวัย ภายใต้ชื่อโครงการ “คนเมืองสูงวัยอย่างมีคุณค่า” ที่บริเวณอาคารผู้ป่วยนอกชั้น 1 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบฯ โดยโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อให้ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ สามารถเข้าถึงระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุมเพิ่มมากยิ่งขึ้น มีนายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม มีผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปให้ความสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม มหกรรมสุขภาพ “คนเมืองสูงวัยอย่างมีคุณค่า” ถือเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะรองรับการดูแลผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์และในเขตตำบลประจวบคีรีขันธ์ ที่มีประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และจากปัญหาด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ เช่น โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ความสามารถในการกลั้นปัสสาวะลดลง ปัญหาด้านการมองเห็น การเคลื่อนไหว ปัญหาสุขภาพช่องปาก ส่งผลกระทบต่อรายจ่ายด้านสวัสดิการและสุขภาพ เมื่อผู้สูงอายุที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ได้พัฒนาระบบบริการเพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุ และในปีงบประมาณ 2566 โรงพยาบาลประจวบฯ ยังให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการพัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพเพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุตามปัญหาสุขภาพที่สำคัญ ทั้งในสถานบริการและเชิงรุกในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

กิจกรรมนี้ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มาให้บริการตรวจรักษาโรคและให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ อาทิเช่น การตรวจมวลกระดูก ด้วยเครื่องตรวจมวลกระดูก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแคสป้าฟาร์มาซูติคอล และบริษัท CPF ประเทศไทย จำกัด มหาชน คุณสุรีย์ เขียวสละและครอบครัว ให้การสนับสนุนอาหารว่างสำหรับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีบริการตรวจสุขภาพ ดวงตา จอประสาทตา ต้อหิน การตรวจสุขภาพในช่องปาก และมะเร็งช่องปาก การให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และแนะนำให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและกล้ามเนื้อของคนสูงวัย รวมไปถึงการเปิดรับบริจาคอวัยวะและดวงตา เป็นต้น.


ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปิคอัพหลับในชนเสาเหล็กข้างทาง ดับคาพวงมาลัย 1 สาหัส 2

ปิคอัพหลับในชนเสาเหล็กข้างทาง ดับคาพวงมาลัย 1 สาหัส 2

เมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ร.ต.ท.เมธาสิฐ ณ พัทลุง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพฉุกเฉิน 1669 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ ชนเสาป้ายเหล็กข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายติดคาอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาลงใต้ หลักกิโลเมตรที่ 285 + 400 หมู่ 7 บ้านบ่อนอก ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งเหตุจึงพร้อมด้วย ด.ต.จักรพงษ์ อินทนพ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองประจวบฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตู้ยามบ่อนอก รุดไปตรวจสอบ พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน นำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัย อบต.บ่อนอก หน่วยกู้ชีพ 1669 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่หมวดกรมทางหลวงประจวบฯ และลุงนึกประจวบรถยก เข้าให้ความช่วยเหลือในจุดที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุ มืดสนิท ไม่มีแสงไฟส่องสว่างทาง มีหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลบางสะพานขับรถผ่านมาให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่ามีรอยรถเบรก ระยะทางประมาณ 20 เมตร ก่อนจะชนเข้ากับเสาเหล็กป้ายบอกจุดกลับรถขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างทาง เป็นรถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน บพ 5488 ประจวบฯ ชนอัดติดอยู่กับเสาเหล็ก มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดคาอยู่ภายในรถ จำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ตัดซากรถนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกุยบุรี 1 ราย ทราบชื่อคือนางพะเยีย บุญเกิด อายุ 52 ปี และส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย ชื่อ น.ส.จิราวรรณ บุญเกิด อายุ 15 ปี ส่วนผู้ขับขี่ชื่อนายจรัล บุญเกิด อายุ 57 ปี ถูกอัดคาอยู่กับพวงมาลัย เสียชีวิตคาที่ จากขาขวาขาด เสียเลือดมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลประจวบฯ

จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่า ผู้ขับขี่อาจวูบหลับใน เป็นเหตุให้รถเสียหลัก หรือมีอะไรตัดหน้ารถ จึงเกิดการเบรกอย่างกะทันหัน ทำให้รถไถลเข้าไปชนกับเสาเหล็กข้างทาง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เจ้าหน้าที่สอบถามญาติ เล่าว่าผู้เสียชีวิตได้พาลูกและภรรยาไปจ่ายตลาดเช้าที่ตลาดอำเภอกุยบุรีเป็นประจำ โดยจะออกจากบ้านช่วงเวลาประมาณตี 3 ของทุกวัน เพื่อนำสิ่งของที่ซื้อ มาขายที่ร้านขายของชำของตนในหมู่บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง และประสานให้บริษัทประกันมาดำเนินการรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตตามลำดับต่อไป เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินของทางราชการเสียหายแต่อย่างใด.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดวังก์พง บวงสรวงเปิดงานปิดทองหลวงพ่อเศียรศักดิ์สิทธิ์ และสมโภชเทียนพรรษาพระราชทาน

วัดวังก์พง บวงสรวงเปิดงานปิดทองหลวงพ่อเศียรศักดิ์สิทธิ์ และสมโภชเทียนพรรษาพระราชทาน

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 พระมหาวชิรญาณ มหาวชิรญาโณ เจ้าอาวาสวัดวังก์พง เป็นประธานพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเปิดงานประเพณีหล่อเทียนพรรษาและสมโภชเทียนพรรษาพระราชทาน นมัสการปิดทองหลวงพ่อเศียรศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำรายได้สมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดวังก์พง ที่ด้านหน้าอุโบสถวัดวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสุรสิทธิ์ สมะพงษ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางศิริพร เผ่าพันธุ์ นายก อบต.วังก์พง น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังก์พง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ร่วมในพิธี งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม รวม 9 วัน 9 คืน ภายในงานมีการออกโรงทาน ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ทั้งอาหารซีฟู้ด อาหารพื้นบ้าน ขนมพื้นเมือง สวนสนุกสำหรับเด็ก พร้อมชมฟรีมหรสพทุกค่ำคืนตลอดระยะเวลาจัดงาน

“วัดวังก์พง” สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2435 ปรากฏตามหนังสือรับรองสภาพวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนา และทะเบียนวัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพระครูวิริยาธิการี หรือหลวงปู่นาค เป็นผู้สร้าง ในที่ดินของเจ้าหมื่นคงคณาลักษณ์ ที่ถวายให้ประมาณ 6 ไร่ ต่อมาเมื่อปี 2439 ขุนศรีเสละคาม (พลอย กระแสสินธุ์) พร้อมพวกได้มานิมนต์หลวงปู่นาคไปอยู่ที่วัดหัวหิน หลังจากนั้นก็มีเจ้าอาวาสองค์ต่อมา ดังนี้ องค์ที่ 2 คือหลวงพ่อน้อย องค์ที่ 3 คือหลวงพ่อหัน องค์ที่ 4 คือ หลวงพ่อคลัง องค์ที่ 5 คือหลวงพ่อยุติ ต่อมาปี พ.ศ.2502 พระครูไพโรจน์ยติคุณ เจ้าอาวาสองค์ที่ 6 เห็นว่าที่ตั้งวัดเดิม มีสถานที่คับแคบ เป็นที่ลุ่มและมีน้ำท่วมขังทุกๆ ปี ในฤดูฝน ไม่สะดวกต่อพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญกัน และในปี 2504 จึงมีมติร่วมกับชาวบ้านว่าเห็นสมควรย้ายวัดมาอยู่ทางฝั่งตะวันตกของสถานีรถไฟวังก์พง ด้านหน้าค่ายธนะรัชต์ โดยได้รับศรัทธาจากชาวบ้านถวายที่ดินและอีกส่วนหนึ่ง จัดซื้อขึ้นเพิ่มเติม โดยปัจจุบันมีเนื้อที่ดินทั้งสิ้น ประมาณ 95 ไร่ ต่อมาได้ดำเนินการขออนุญาตขอพระราชทานวิสุงคามสีมาถูกต้องตามพระราชบัญญัติ การปกครองคณะสงฆ์ทุกประการเมื่อปี 2522

วัดวังก์พง มีสิ่งศักสิทธิ์ที่สำคัญ คือพระประธานประจำโบสถ์ คือ ‘พระพุทธภควันต มงคลโสตถิวิมลวังก์พงสถิต’ ซึ่งเป็นพระประธานที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเสด็จเททองหล่อไว้ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2522 และทรงประทานนามว่า ‘พระพุทธภควันต มงคลโสตถิวิมลวังก์พงสถิต’ ส่วนอีกองค์คือ “หลวงพ่อเศียร” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือกราบไหว้บูชาของชาวบ้านในพื้นที่ ปัจจุบันวัดวังก์พง มีอายุตั้งแต่เริ่มสร้างถึงขณะนี้เป็นเวลา 130 ปีแล้ว.